ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Hello Darling ตอนพิเศษ : วันที่แสนวุ่น

ชื่อตอน : Hello Darling ตอนพิเศษ : วันที่แสนวุ่น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.6k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ย. 2561 19:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Hello Darling ตอนพิเศษ : วันที่แสนวุ่น
แบบอักษร

ตอนพิเศษ

วันที่แสนวุ่น




วันนี้ร้านดอกไม้แสนสวยถูกยกมาจัดในงานอีเว้นท์แห่งหนึ่งในห้าง เพราะเจ้าของร้านถูกร่อนจดหมายเชิญมาจากเจ้าของห้างโดยตรง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมปูนถึงถูกเชิญ ทั้งๆ ที่ไม่รู้จักเจ้าของห้างอะไรนี่เลย พอลองถามคนรักอย่างกรพัฒน์ดู เจ้าตัวก็ส่ายหน้าปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็น


ปูนตั้งหน้าตั้งตาจัดบูทของตัวเอง โดยมีพนักงานในร้านที่กรพัฒน์ขอมาจากแม่ตัวเอง ถึงเกนจะเรียกว่าป้า แต่อายุอานามก็ไม่ถึงหลักสี่ด้วยซ้ำ ใบหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลาคล้ายกับหลอกให้ลูกค้าตายใจ หากแท้จริงแล้ว เป็นคนเข้มงวดสุดๆ จากที่เกนชอบนั่งเล่นเกมส์ในร้าน กลายเป็นเด็กที่ต้องคอยมองหาไม้กวาดเพื่อทำความสะอาดร้านอยู่บ่อยๆ เพราะแบบนี้ เกนเลยคอยกระซิบบอกให้ปูนหาพนักงานใหม่แทบทุกวัน


“คุณปูนไปทานข้าวก่อนก็ได้นะคะ เดี๋ยวพี่ฟองจัดที่เหลือเอง” ฟองจันทร์เอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ตอนแรกที่ถูกขอตัวมา เธอไม่ได้รู้สึกดีใจสักเท่าไหร่ เพราะไม่อยากยุ่งเรื่องความรักของลูกชายเจ้านายที่รัก อีกทั้งกลัวว่าจะไปจุ้นจ้านจนถูกตำหนิเพราะเธอเป็นคนเข้มงวด แต่พอได้ลองมารู้จักและทำความคุ้ยเคย ปูนที่ลูกชายของคุณหญิงชอบ เป็นคนดีและน่ารักกว่าที่คิดไว้มาก มิน่ากรพัฒน์ถึงคอยกำชับเธออยู่ตลอดว่าไม่ให้ใครเกาะแกะ


“ปูนว่า เราช่วยๆ กันมันจะเสร็จไวกว่า อีกอย่าง พี่ฟองก็ยังไม่ได้ทานข้าวเหมือนกัน” ไม่แค่น่ารักเท่านั้น ปูนยังเป็นคนมีน้ำใจ หากไม่ใช่เด็กคนนี้แล้ว ฟองจันทร์ก็คงไม่ยอมให้รักกับกรพัฒน์อย่างแน่นอน ยิ่งเป็นผู้ชายอีก


“งั้นเรามารีบจัดกันดีกว่าค่ะ พี่เห็นร้านส้มตำตรงมุมนั้นด้วย น่าจะแซ่บ” คนพูดดูจะหิวจริง ปูนขำออกมาอย่างอดไม่ได้


“เดี๋ยวปูนเลี้ยงเอง แล้วค่อยไปเบิกเงินที่ป๋า”


“ตามนั้นค่ะ”


สองเจ้านายลูกน้องหัวเราะคิกคักที่มื้อนี้สบายเงินในกระเป๋า ปูนที่มัวแต่หัวเราะจนลืมมองมือขาวของตัวเองที่ตอนนี้ถูกกรรไกรตัดก้านบาดเข้าให้ เลือดสีแดงสดไหลออกมาอย่างน่ากลัว


“ตายแล้ว ไปหาหมอค่ะ” ฟองจันทร์กระวีกระวาดหาผ้ามาซับเลือดให้ ก่อนจะหันซ้ายหันขวาหากระเป๋าตัวเองแต่มองไปทางไหนก็เห็นแต่กองดอกไม้สด “กระเป๋าอยู่ไหนเนี่ย”


แต่ดูเหมือนคนรีบร้อนจะไม่ทันได้สังเกตว่าตอนนี้เหตุการณ์ตรงหน้ามีอะไรเกิดขึ้น ปูนที่นิ่วหน้าด้วยความเจ็บกำลังถูกมือใครบางคนประคองอยู่


“ไปห้องพยาบาลกันครับ” เสียงทุ้มฟังแล้วดูน่าฟัง ปูนทำหน้าเจื่อน อยากปฏิเสธแต่ก็ทำไม่ได้ ในเมื่อเอาผ้าออกทีไร เลือดก็ยังไม่ยอมหยุดไหล “ไปครับ เดี๋ยวผมพาไป ที่ห้างนี่แหละ”


“แต่ว่า...”


“ไม่ต้องแต่หรอกครับ เดี๋ยวเลือดออกหมดตัวจะแย่เอานะ”


เมื่อปฏิเสธไม่ได้ ปูนเลยหันไปหาฟองจันทร์ ที่ยืนตีหน้านิ่งอยู่ ก็ใครใช้ให้คนอื่นมายืนจับมือคนรักของเจ้านายเธอแบบนั้น เห็นแล้วอยากเข้าไปกระชากออกเสียจริง ถ้าไม่ติดว่าปูนเจ็บอยู่ละก็นะ


“ปูนฝากร้านด้วยนะครับพี่ฟอง”


“ได้ค่ะ ฟองจะดูให้ คุณรีบไปทำแผลเถอะ” ฟองจันทร์ยิ้มให้ก่อนจะตีหน้าบึ้งใส่คนที่ชักจะลามปามถึงขึ้นโอบร่างผอม “ฝากคุณปูนด้วยนะคะ เสร็จแล้วรีบเอามาคืนด้วย”


“พี่ฟอง” ปูนตาโตเมื่อได้ยิน ต่างจากคนโดนฝากขำในลำคอไม่มีการตอบโต้ “ขอโทษแทนพี่ฟองด้วยนะครับ” ทันทีที่เดินออกมา ปูนก็รีบเอ่ย


“ไม่เป็นไรหรอกครับ แค่นี้ยังสบาย” ปูนยิ้มแทบไม่ออก ก็คงจะเป็นแบบนั้น เพราะเคยโดยเกนขวางให้เจ็บแสบกว่านี้เยอะ “ดีใจนะครับ ที่คุณปูนมาจัดงานที่นี่”


“ปูนก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไมเขาถึงส่งจดหมายเชิญ ร้านปูนก็แค่ร้านเล็กๆ”


“ร้านเล็กแต่มีคุณภาพ ใครก็อยากใช้บริการครับ”


คำชมที่มาพร้อมแววตาอ่อนโยนจนปูนต้องรีบเสหน้าไปมองทางอื่น ตลอดทางการไปห้องพยาบาลของห้าง ปูนถูกประคองไป โดยที่มืออีกข้างของคนประคองก็คอยจับมือของปูนด้วย เลยกลายเป็นว่า ร่างผอมของปูนถูกโอบกอดทั้งตัว หลายครั้งที่ทั้งคู่มักจะถูกมองตามด้วยเสียงกระซิบ แต่ปูนก็เลือกที่จะไม่สนใจ เฉกเช่นคนข้างๆ ก็ดูไม่ได้ใส่ใจอะไรเลย


จนมาถึงห้องพยาบาล ปูนถูกดันให้นั่งลงบนเตียงสีขาว โดยที่คนพามาหน้ามุ่ยเมื่อไม่มีคนอยู่ห้อง มือใหญ่ล้วงโทรศัพท์ออกมากดหาใครสักคน ก่อนเหลือบมองมาเห็นปูนจ้องเลยเดินออกไปคุยด้านนอก ไม่นานก็เข้ามาพร้อมหน่วยปฐมพยาบาลของห้าง


โชคดีที่แผลไม่ลึกอย่างที่คิด แต่ก็ถูกฉีดยากันบาดทะยักไป ความเจ็บปวดแล่นร้าวมาที่แขนแทบยกไม่ขึ้น เจ็บกว่าตอนถูกกรรไกรบาดนิ้วซะอีก


“ไม่ต้องเย็บเหรอ” คนพามายืนเท้าเอวจ้องมองนิ้วมือที่กำลังถูกล้างแผล “ลึกขนาดนี้นะ”


“ครับ ไม่ต้องเย็บ แต่ระวังอย่าให้ถูกน้ำสักสองสามวัน ไม่งั้นแผลจะอักเสบเอาได้” คนทำแผลไม่ได้หันไปมอง เพราะมัวแต่พันผ้าก๊อซอยู่ “แล้วผมก็ฉีดยาให้แล้ว ปลอดภัยครับ”


“ดี แต่จะดีกว่านี้ถ้าอยู่ห้องตลอด” เสียงขุ่นมัวไม่พอใจถูกส่งไป ทำเอาคนเจ็บอย่างปูนรู้สึกไม่ดีที่ทำให้คนอื่นถูกตำหนิ “แบบนี้ไม่ต้องมีห้องก็ได้มั้ง”


“เอ่อ ปูนว่า อยู่ห้องเฉยๆ ก็อาจเบื่อนะครับ นั่งนานๆ ปวดตัวด้วย ได้เดินยืดเส้นสักหน่อยน่าจะดีกว่า” ปูนขัดขึ้น พลางส่งยิ้มหวานตามสไตล์ตัวเอง ทำเอาคนฉุนเฉียวอึกอักพลางหันหน้าหนี


“ขอบคุณครับ แต่ผมก็ผิดจริง ไม่งั้นคุณเจ้าของห้างคงไม่ตำหนิแบบนี้”


“เจ้าของห้าง?” ปูนเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของห้างที่ว่า ใบหน้าเข้มดูประดักประเดิดไม่กล้ามองสบตากลับ คล้ายว่าทำผิดอยู่ “คุณเป็นเจ้าของห้างหรือครับ ก็ไหนเคยบอกว่าเป็นแค่พนักงาน...งั้นแปลว่า คุณเป็นคนส่งจดหมายไปที่ร้านใช่ไหมครับ” ปูนเริ่มประติดประต่อเรื่องราวได้ก็พอจะเข้าใจ


“อย่าโกรธผมเลยนะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจโกหก” เจ้าของห้างรีบอธิบาย “คือผม...”


“ปูนไม่มีสิทธิ์โกรธอยู่แล้ว คุณไม่ต้องกังวลหรอกครับ” พอเห็นคนทำหน้าเจื่อน ปูนก็พูดแทรกตามความเป็นจริง เล่นเอาเจ้าของห้างหน้าเสีย “เพราะยังไงแล้ว คุณก็เป็นลูกค้าของร้านอยู่ดี”


“ครับ” เหมือนจะดี แต่พอฟังแล้วเหมือนปูนย้ำชัดเจนว่าเขาเป็นแค่ลูกค้า ทั้งที่เทียวไล้เทียวขื่อร้านดอกไม้ตั้งแต่สมัยก่อน “เดี๋ยวผมพาคุณกลับบูทดีกว่านะครับ”


“ผมกลับเองก็ได้...”


“ให้ผมช่วยเถอะ”


อีกฝ่ายอึกอักไม่ได้ตอบกลับมา หนุ่มเจ้าของห้างเลยถือวิสาสะเข้าไปประคองคนเจ็บให้ลุกจากเตียง ปูนมองหน้าคนข้างๆ อย่างรู้สึกเหนื่อยใจ ที่จริงเมื่อกี้ก็จงใจพูดให้รู้ลิมิตในความชิดใกล้ แต่อีกฝ่ายกลับทำเฉยเมย ปูนเลยได้แต่ถอนหายใจออกมา


“ขอบคุณนะครับที่ช่วย”




*****

แม้ที่ห้างจะดูวุ่นวาย แต่กลับมีอีกที่ๆ ดูจะวุ่นวายกว่า กรพัฒน์ไม่ได้สนใจคนรอบข้างที่กำลังคุยรายละเอียดงานถ่ายแบบหนังสือเล่มใหม่ เพราะตั้งแต่ได้รับโทรศัพท์จากฟองจันทร์ว่าปูนถูกกรรไกรบาดจนเลือดไหล เขาก็แทบอยากทิ้งงานทุกอย่าง แต่ที่มากไปกว่านั้นคือการที่ปูนถูกผู้ชายจับมือจับไม้ ประคองไปห้องพยาบาลยิ่งทำให้กรพัฒน์อยากพุ่งออกไปหาซะเดี๋ยวนี้


ทำไมเขาต้องติดงานวันนี้ด้วย คิดแล้วก็อยากด่าคนจัดตาราง แต่ก็ด่าไม่ได้ ในเมื่อเขาเป็นคนสั่งเองว่าให้เลือกวันนี้


“มึงว่ารูปแบบมันน่าสนใจไหมวะ” พอลถามเพื่อนสนิทขณะมองภาพบนหน้าจอด้านหน้า แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับจนต้องหันไปมองถึงเห็นว่าสายตาของเพื่อนมองลอยไปที่ไหนสักที่ “ไอ้กร กูถามมึงอยู่”


“ถามอะไร” กรพัฒน์ทำหน้าเหลอหลาตกใจที่ถูกพอลเรียกเสียงดัง “ถามว่าอะไรนะ”


“ใจลอยไปถึงไหนวะ กูถามว่า รูปแบบคอนเซ็ปกับชุดมันน่าสนใจไหม” พอลไม่ถามเปล่า ยังชี้นิ้วไปด้านหน้า ที่คนพรีเซ็นต์ยังยืนยิ้มอยู่ “กูว่าน่าสนใจดี”


“มึงว่าน่าสนใจก็น่าสนใจ เอาตามที่มึงว่านั่นแหละ” กรพัฒน์บอกปัดๆ ตอนนี้สมองเขาแทบไม่มีงานอยู่ในนั้น สิ่งที่มีกลับกลายเป็นเรื่องของคนที่อยู่อีกที่ “ประชุมเสร็จหรือยัง กูจะได้ออกไป”


“เสร็จอะไร เพิ่งผ่านมาแค่สามสิบนาทีเองนะ” พอลมองนาฬิกาแล้วตีหน้าย่น แต่ก็พอจะรู้ว่าเพื่อนใจลอยทำไม “มึงควรไว้ใจปูนให้มาก”


“ปูนน่ะกูไว้ใจ แต่คนอื่นไม่” ที่สำคัญคือกล้าจับมือปูนด้วย กล้าโอบคนที่เขารักด้วย แบบนี้มันไว้ใจได้ที่ไหน ไอ้พวกมือไวพวกนี้


“มึงก็นะ ลดซะบ้างไอ้ความขี้หวงเนี่ย อายุไม่ใช่น้อยๆ ยังทำตัวเหมือนเด็กเพิ่งหัดมีความรัก” พอลร่ายยาว ก่อนจะรีบพูดต่อเมื่อเพื่อนอ้าปากเตรียมเถียง “อ้อ ลืมไป มึงเพิ่งเคยมีความรักจริงๆ นี่หว่า ไอ้อ่อนหัดเอ๊ย”


“เออไอ้เก่งๆ มันซะทุกอย่าง แต่ก็ไม่เคยได้เรื่องสักอย่าง” กรพัฒน์ประชดเพื่อนตัวเอง แต่พอลกลับหัวเราะออกมาชุดใหญ่ ก่อนจะยกมือให้คนที่ยืนทำตัวไม่ถูกหน้าห้องรีบพูดต่อ


“รีบๆ พรีเซ็นต์ คนแถวนี้อยากเลิกใจจะขาด” คราวนี้เป็นพอลบ้างที่แขวะ กรพัฒน์ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอเพราะเถียงไม่ได้ มันคือเรื่องจริง


ดวงตาคมมองนาฬิกาติดผนัง เวลาก็ช่างเดินช้าเสียจริง ถ้าเกิดเข้าช่วงบ่ายกว่าเมื่อไหร่ อย่างน้อยเขาก็จะมีทัพหน้าไปช่วยฟองจันทร์ ที่คงรับมือคนเดียวไม่ไหว หากเป็นที่ร้านก็พอได้ แต่นี่ออกไปข้างนอก คงจะเอาไม่อยู่จริงๆ ถึงได้รีบโทรหามา


เกนคือความหวังที่มีในตอนนี้ ช่วยป๋าแกหน่อยนะ




****

 “ปูนว่า คุณพาพนักงานคุณกลับไปดีกว่านะครับ” ปูนพูดอย่างเหลืออด กลับมาถึงร้านไม่นาน เจ้าของห้างก็พาพนักงานสวมชุดยูนิฟอร์มเข้ามาช่วยจัดร้าน จนถูกร้านอื่นๆ มองด้วยความสงสัย “นะครับ ขอร้อง”


“แต่คุณปูนมือเจ็บ ต้องมีคนช่วย”


“พี่ฟองก็อยู่ อีกอย่าง แผลแค่นี้ปูนไม่ได้...”


“แผลอักเสบขึ้นมาจะทำยังไงครับ ให้คนของผมช่วยน่ะดีแล้ว


“อยากจะช่วยก็ดีอยู่หรอก แต่พนักงานคุณกำลังจุ้นจ้านร้านของคุณปูนอยู่นะ อีกอย่าง ไม่ได้รู้เรื่องดอกไม้เดี๋ยวก็ทำพังกันพอดี” ฟองจันทร์ทนไม่ไหวรีบพูดขึ้นมา ตอนโทรไปหากรพัฒน์ก็หวังว่าชายหนุ่มจะรีบมา แต่ที่ไหนได้ อีกฝ่ายติดงานสำคัญทำให้เธอต้องรับหน้าอยู่คนเดียว ซึ่งก็แทบจะไม่ไหวอยู่แล้ว


“พี่ฟอง” ปูนปรามคนของตัวเองเบาๆ เมื่อรู้สึกเป็นคำพูดที่แรงเกินไป “ปูนรู้ว่าคุณหวังดี แต่แบบนี้มันไม่ยุติธรรมกับร้านอื่นนะครับ ดูสิ ร้านอื่นมองมากันหมดแล้ว”


“ไม่เห็นเป็นไร”


“คุณไม่เป็นไร แต่ร้านของเราเป็นนะครับ ผมขอร้อง นะครับ”


พอเจอเสียงอ้อนพร้อมกับสายตาเว้าวอนของปูน ทำเอาเจ้าของห้างถึงกับอึกอักก่อนจะเรียกให้พนักงานตัวเองกลับไปทำงานตามเดิม ปูนยิ้มออกมาอย่างโล่งใจเมื่อประโยคเมื่อกี้ถูกรับฟัง


“แล้วถ้าตอนเปิดงาน ผมจะให้คุณปูนไปด้วย?”


“ปูนอยากจัดร้านให้เสร็จมากกว่า”


อีกฝ่ายดูเหมือนจะพูดอะไรอีก พอดีกับมีพนักงานสวมสูทดูดีเดินมาเรียก เจ้าของห้างเลยได้แต่มองคนหน้าหวานตาละห้อย ต่างจากปูนที่รู้สึกโล่งอก


“ค่อยหายใจสะดวกหน่อย” เสียงจากด้านหลังทำเอาปูนหันขวับไปมอง “ก็จริงนี่คะ คนอะไรตื้อไม่เลิก เขาปฏิเสธก็ยังตาม”


“อย่าพูดถึงเขาเลยครับ มาจัดร้านเราดีกว่า”


“คุณปูนเป็นแบบนี้อยู่เรื่อย หัดใจร้ายซะบ้าง”


“ปูนผิดหรือครับนี่”


แล้วคนหน้าสวยก็หัวเราะออกมาหลังจากฟองจันทร์สะบัดค้อนใส่ จากเดิมที่เจอหน้าครั้งแรก ปูนรู้สึกประหม่า คงเพราะได้ยินเกนพูดถึงมามาก อีกทั้งยังเป็นคนสนิทของแม่กรพัฒน์ ก็น่าจะไม่ธรรมดา แต่พอสนิทจริงๆ ฟองจันทร์เป็นคนใจดี แต่จะเป็นคนเถรตรง อันไหนผิดก็คือผิด ถูกก็คือถูก ซึ่งคนแบบนี้ก็มีข้อดีและข้อเสียต่างกันไป


ร้านสวีทฟลาวเวอร์ถูกจัดจนสวย เจ้าของร้านนั่งยิ้มให้กับดอกไม้แสนสวยอยู่ด้านใน ก่อนจะถูกฟองจันทร์เรียกให้ออกไปเมื่อมีพนักงานของห้างเรียก พอปูนออกมาก็ถูกสั่งให้ยืนรออยู่หน้าร้าน ด้วยความสงสัยเลยคิดจะถาม หากแต่ช้าไปเมื่ออยู่ๆ ก็มีคนมากมายเดินเข้ามาหา แถมยังมีกล้องถ่ายรูปกำลังรัวชัตเตอร์จนแสบตาไปหมด


“ร้านสวีทฟลาวเวอร์ เป็นร้านที่คัดดอกไม้สดและสวย ที่สำคัญ ไร่ที่ส่งมานั้นปลอดสารพิษ ทำให้ผมมั่นใจว่า ร้านในบริเวณงานนี้ ลูกค้าจะได้รับแต่สิ่งที่ดีและแสนพิเศษกลับไปเท่านั้น” คำอวดอ้างร้านยาวเหยียดจนเจ้าของร้านอย่างปูนยืนทำตัวไม่ถูก ยิ่งถูกช่างภาพสั่งให้ยิ้มก็ต้องยิ้มตาม


“คงไม่ใช่แค่ดอกไม้ที่สวยหรอกมั้งคะ เจ้าของร้านก็สวยเหมือนกัน” เสียงนักข่าวเอ่ยแทรกเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม ซึ่งปูนก็ยิ้มตอบกลับไปเช่นกัน


“ส่วนร้านอื่นนั้น มีทั้งผักปลอดสาร บลาๆ”


ปูนถอนหายใจเมื่อกองทัพคนเมื่อกี้ย้ายไปที่ร้านอื่น ไม่รู้ว่าเขาคิดถูกหรือผิดกันแน่ ที่ตอบตกลงมาเปิดบูทที่ห้าง ไม่ใช่เพราะไม่อยากได้ลูกค้าใหม่ๆ แต่ไม่อยากปวดหัวกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง นี่ยังดีที่กรพัฒน์ไม่รู้ ถ้ารู้ ป่านนี้คงโมโห ดีไม่ดีตอนนี้อาจกำลังมาก็ได้ อย่างน้อยก็เบาใจไปเปราะหนึ่ง


ด้วยความที่ภาพจากกล้องวีดีโอเมื่อสักครู่ ถูกถ่ายทอดสดไปทั่วบริเวณของห้าง ทำให้หลายคนที่สะดุดกับใบหน้าหวานของเจ้าของร้านเลยพากันมามุงดูจนแน่นหน้าร้าน และพอเจอรอยยิ้มแอคแทคเข้าไปแต่ละคนก็ควักเงินจากกระเป๋าแทบไม่ทัน แม้จะซื้อคนละนิดละหน่อยก็ตาม


“เปิดวันแรกก็ขายดีแล้วนะคะนี่” ฟองจันทร์ยิ้มร่าหลังจากเก็บเงินเข้าลิ้นชัก เมื่อครูรู้สึกเหมือนกุ้งในร้านบุฟเฟ่ที่คนพากันรุมจนหัวหมุน แต่ผลลัพธ์ที่ได้ช่างน่าดีใจ


“ขอบคุณพี่ฟองมากนะครับ ถ้าไม่มีพี่ฟอง ปูนคงแย่” คนร่างผอมชูมือที่มีผ้าพันขึ้นมาพลางตีหน้าเศร้า


“อุ๊ย ไม่ต้องขอบคุณพี่หรอก มันเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้ว ลองไม่ชวนคงถูกคุณกรไล่ออกน่ะสิคะ” ว่าแล้วก็ขำเสียงแหลม ทำเอาปูนหัวเราะตาม ก่อนจะย่นหน้าเมื่อคนไม่พึงประสงค์ย้อนกลับมายืนหน้าร้านอีก “ต้องการดอกไม้แบบไหนดีคะ” ถามไปตามมารยาท แม้ใบหน้าจะติดบึ้งตึงเล็กน้อย


“ผมขอช่อใหญ่ๆ เลยนะครับ เขียนการ์ดด้วยว่า แสดงความยินดีกับคุณปูน” ชายหนุ่มไม่ได้สนใจฟองจันทร์สักนิด ดวงตาคมจ้องแต่คนหน้าสวยเท่านั้น “เหนื่อยไหมครับ เมื่อกี้คนเยอะเลย”


“นิดหน่อย แต่ก็ขอบคุณมากนะครับ ถ้าไม่....”


“พี่ปูน เกนมาแล้ว”


ปูนพูดไม่ทันจบ เสียงทุ้มของเด็กแตกหนุ่มดังมาแต่ไกล ทำเอาทุกคนหันไปมองด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย อย่างฟองจันทร์ดูจะดีใจมากที่มีคนมาช่วยรับมือ ส่วนปูนดูแปลกใจเล็กน้อย เพราะตอนนี้เกนไม่น่าจะเลิกเรียน และสุดท้าย เจ้าของห้างสุดหล่อดูจะอารมณ์บูดสุด เด็กคนนี้เคยเขียนคำว่า อย่ายุ่งกับแฟนพ่อผม ส่งมาให้เขาตอนเขาไปซื้อดอกไม้ที่ร้าน


“ทำไมเลิกไวล่ะ” ปูนถามขณะรับแรงกอดจากเกนที่โผเข้ามา “แล้วนี่มากับใคร ป๋ามาไหม”


“เกนมากับลุงอ้อม” เด็กหนุ่มตอบ หางตาเหล่มองคนที่กล้าเข้ามายุ่งกับพี่ปูนของเขา “ส่วนป๋า เดี๋ยวจะตามมา”


“หิวไหม”


“หิวมาก พี่ปูนพาเกนไปซื้อขนมกินหน่อย”


“แต่ว่า...”


“เอ่อ” ระหว่างที่เกนกับปูนคุยกัน คนที่ดูเหมือนจะเป็นคนนอกก็รีบเอ่ย “ให้ผมพาทัวร์ดีไหมครับ ร้านไหนอร่อยผมรู้ดี”


“ก็...”


“ไม่ดีหรอก” ปูนกำลังจะเอ่ย แต่เกนขัดออกมาเสียก่อน “ลุงไม่มีการมีงานทำเหรอ คนสนิทเขาจะคุยกัน”


“เกน ไม่เอา ไม่พูดแบบนี้” แม้จะหน้าเบี้ยวเมื่อถูกบิดแขน แต่เกนก็ไม่ยอม ใบหน้าขาวดูรั้น “ผมขอโทษแทนเกนด้วยนะครับ”


“ผมไม่ถือหรอก แกยังเด็ก”


“เด็กอะไร อายุขึ้นเลขสิบแล้ว ไม่เด็กแล้ว”


“เกน” พอถูกปูนกดเสียงต่ำใส่ เด็กหนุ่มก็รีบขยับไปกอดฟองจันทร์ทำท่าทางงอแงจนปูนได้แต่ส่ายศีรษะอย่างอ่อนใจ “จะไปหาซื้ออะไรไหม ถ้าไม่ พี่ก็จะ...”


“ไปๆ ป้าฟอง เดี๋ยวเกนมานะ” ก่อนไปมีขยิบตาส่งไปด้วย คงรู้ว่าใครเป็นคนส่งหลานชายเจ้านายมาให้


เกนเดินควงแขนปูนอยู่ตลอด แถมยังเดินคั่นกลางระหว่างเจ้าของห้างเสียด้วย และแทบไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายคุยอะไร


“ขนมบัวลอยที่นี่อร่อยมากนะครับ ไม่หวานมาก...”


“พี่ปูนไม่ชอบกินหรอกกลัวอ้วน เราไปร้านอื่นดีกว่า”


เกนไม่รอให้คนแนะนำร้านพูดจบ เด็กหนุ่มลากแขนคนรักของพ่อเดินต่อไปข้างหน้า ทำเอาปูนหน้าเสีย


“หรือจะไอศกรีมดีครับ มีรสชาติใหม่ด้วย”


“ฟันผุนะลุง กินมากไม่ดี เปลืองเงินหาหมอฟันอีก”


“งั้นบิงซู”


“มันต่างจากไอศกรีมตรงไหน น้ำแข็งไสเนี่ย”


“ขนมไทยดีไหมครับ ข้าวต้มมัด สูตรเด็ดมาก”


“ข้าวเหนียวมันก็ทำมาจากแป้งเหมือนบัวลอย อ้วนตายเลย”


“นี่!”


“ปูนว่า เดี๋ยวปูนเลือกเองดีกว่านะครับ”


ว่าแล้วปูนก็เดินตรงดิ่งไปที่ร้านขนมตาล สีเหลืองผิวเนียนดูสวย กลิ่นหอมอ่อนของผลตาลกับใบตองที่ห่อช่างเข้ากันจนน่าลิ้มลอง


“ขนมอะไรเหรอพี่ปูน” เกนถามด้วยความแปลกใจ ปกติขนมไทยก็จะรู้สึกไม่กี่อย่าง ส่วนมากเกนจะโตมากับขนมกรุบกรอบเสียมากกว่า “หอมดีเนอะ”


“ขนมตาล นานแล้วที่ไม่ได้กิน” ปูนพูดรอยยิ้มหวาน ทำเอาแม่ค้ามองแล้วอดที่จะยิ้มตามไม่ได้ พลางลดราคาพิเศษให้ด้วย ไม่ใช่เพราะมากับเจ้าของห้าง แต่เพราะแม่ค้าชอบรอยยิ้มสวยๆ นั่นมากกว่า “ขอขนมใส่ไส้ด้วยนะครับ”


“น่าอร่อย” เกนดูตื่นเต้นเหมือนเด็กได้ของเล่นถูกใจ คงต่างจากคนที่เคยโดนขัด เพราะขนมใส่ไส้ก็ทำมาจากแป้งเหมือนที่เขาแนะนำร้านอื่นๆ “เอาอันนี้เยอะๆ ไปฝากป้าฟอง”


ระหว่างที่กำลังจะจ่ายเงินค่ากระเพาะปลา อยู่ๆ ก็มีแขนยาวๆ ที่โฉบตัดหน้าจ่ายเงินซะก่อน ปูนหน้างอนิดๆ ก่อนจะแปลกใจเมื่อคนที่ทำงานมายืนอยู่ด้านหลัง


“ป๋า” เกนตาโตดีใจที่ได้เห็นพ่อตัวเอง เพราะถูกปูนดักคอไว้หมด ทำอะไรก็เริ่มยากทุกที “มาช้า”


“รีบสุดชีวิตแล้ว” กรพัฒน์ว่า พลางมองหน้าคนแปลกหน้าไปตรงๆ “แล้วนี่ใคร”


“คุณ....”


“ลุงเจ้าของห้าง เขารู้เยอะเลยพามา” ประโยคกำกวมเล่นเอาคนมีชื่ออยู่ในนั้นขมวดคิ้ว และหน้าตึงเมื่อเห็นพ่อลูกแตะมือกัน “ป๋ามาก็ดีแล้ว พี่ปูนอยากกินไอศกรีม”


“ป่ะ เดี๋ยวป๋าเลี้ยง สั่งแบบชุดใหญ่เลยดีไหม”


“ดีๆ เกนชอบ แล้วก็สั่งบิงซูด้วยนะ ตอนเที่ยงข้าวไม่อร่อย เกนกินไปนิดเดียวเอง”


“เบิ้ลสองไปเลย”


“บัวลอยด้วย พี่ปูนชอบกิน”


“จัดไปลูกชาย”


แล้วสองพ่อลูกก็ควงแขนปูนคนละข้างเดินย้อนกลับไปทางเดิมที่เดินมา ปล่อยให้เจ้าของห้างยืนทำหน้าเหวอ ก็ไหนบอกไม่ชอบสักร้าน ตั้งแต่บัวลอยบอกปูนไม่ชอบเพราะกลัวอ้วนแล้วไหงมาพูดทีหลังว่าชอบ แล้วไหนจะไอศกรีมกับบิงซูอีก กลัวฟันจะผุ เปลืองเงินไปหาหมอ นี่มันอะไรกัน อย่าบอกว่านี่คือการส่งลูกชายมาขัดขวางเขา ก่อนที่ตัวพ่อจะตามมาอย่างงั้นเหรอ



ทำเป็นขบวนการมันเป็นแบบนี้นี่เอง


ด้านเกนกับกรพัฒน์หัวเราะคิกคักชอบใจ ตั้งแต่นึกแผนนี้ออกด้วยการโทรไปหาลูกชายเพื่อถามตารางเรียน พอไม่มีก็รีบให้ออกมาโดยบอกที่บ้านมีธุระด่วน แต่จริงๆ แล้วจะให้มากันคนที่คิดจะเข้ามาปูน นี่ดีแค่ไหนแล้วที่เจอเกนก่อน ถ้าเจอตัวพ่ออย่างกรพัฒน์เลย อาจมีห้างระเบิดก็เป็นได้


“เจ๋งมาก”


กรพัฒน์ขยับปากชมลูกชายลับหลังปูน


“ก็ลูกป๋านี่”


ด้านเกนก็ขยับตอบกลับมา


“อย่าคิดว่าปูนรู้ไม่ทันนะ ทั้งป๋า ทั้งเกนเลย เขาเป็นเจ้าของที่นี่ เกิดไล่ร้านเราจะทำยังไง” ปูนหน้างอจนพ่อลูกหงอ “คืนนี้คัดความผิดตัวเองมาส่งด้วย ใครเขียนไม่ดีจะถูกสั่งให้ไปเขียนใหม่ โอเค?”


“แต่เกนทำตามที่ป๋าบอก”


“อ่าวไอ้นี่ ย้อนป๋าแกแล้วไง”


“ทั้งคู่ คัดทั้งคู่ จบ”


“เพราะป๋าคนเดียวเลย ขี้หึงไม่เข้าเรื่อง”


“ฉันป๋าแกนะ”


“จะกินไหมครับไอศกรีม ไม่กินปูนจะกลับร้านแล้ว”


“กินๆ”


“ครับๆ”


แม้จะไม่มีเสียงตอบโต้กันอีก แต่ก็ยังมีสายตาที่ฟาดฟันกันระหว่างพ่อกับลูก ขนมที่วางบนโต๊ะเริ่มไม่ค่อยอยากกินซะแล้ว ตอนนี้ต้องการยาแก้ปวดหัวมากกว่า บวกยาแก้เครียดด้วยก็ยิ่งดี


“ไอศกรีมจะละลายแล้วนะ ถลึงตาใส่กันอยู่ได้ พ่อลูกคู่นี้”


“ป๋าเริ่มก่อน”


“เดี๋ยวแกจะโดนมิใช่น้อย”


“คัดความผิดเพิ่มอย่างน้อยสิบหน้ากระดาษเอสี่”


“โหย พี่ปูน”


“ปูนจ๋า”


“เพิ่มอีก...”


“พอแล้วจ้ะ พอแล้ว ป๋ายอมปูนแล้วจ้ะ”


ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกับการรับมือสองพ่อลูกคู่นี้ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับปูนอยู่ดี


“ทานไอศกรีมให้อร่อยนะครับ”


“ครับพี่ปูน”


“จ้ะ ปูนของป๋า”


ปูนมองกรพัฒน์กับเกนตักไอศกรีมเข้าปากอย่างกล้ำกลืนด้วยความขำ ก็ใครใช้ให้สั่งไอศกรีมถ้วยใหญ่สุดของร้าน กับบิงซูเซ็ทพิเศษสองเซ็ทมาพร้อมกันแบบนี้ ใครสั่งก็กินไป ใครทำอะไรก็รับกรรมกันไป ตามนั้น... 




....END


เรื่องนี้ กว่าจะมีตอนพิเศษได้... โอ้โหวววว เลยค่ะ

ไม่รู้ว่าลืมไปแล้วหรือยัง หากลืมอ่านใหม่ได้ค่ะ ฮ่าๆ (ฮาร์ดเซลไปอีก) 

ใครที่อ่านเรื่อง No Sugar ไม่หวานก็รักว่ะมา อาจติดภาพพี่เกนนิ่งๆ ดุๆ ให้ลบทิ้งไปก่อนนะคะ

เพราะนี่คือภาคตอนสิบกว่าขวบ ยังไม่ได้ฝึกวิชาความนิ่งเท่าไหร่ 

ยังไงแล้ว ขอฝากป๋ากับพี่ปูน แล้วก็น้องเกนใหม่ด้วยนะคะ อย่าเพิ่งลืมกันเด้อจ้าพี่จ๋าาาาา (ก้มกราบ)

ความคิดเห็น