ขอบคุณทุกกำลังใจ กำลังเริ่มติดเหรียญแล้วนะคะ ใครยังไม่อ่านรีบอ่านก่อนติดเหรียญนะคะ

ตอนที่ 29 ท่านราชครูผู้ล้มป่วย

ชื่อตอน : ตอนที่ 29 ท่านราชครูผู้ล้มป่วย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ต.ค. 2561 21:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 29 ท่านราชครูผู้ล้มป่วย
แบบอักษร

ท่านอัครเสนาบดีฟางหยวนอี้ถูกปลดข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง วันแรกที่รู้ข้าอดตื่นตะหนกมิได้ ขณะกำลังร้อนใจตวนมู่เฉินก็เข้ามาปลอบมิให้ข้าตื่นตกใจ เขากล่าวว่านี่คือหนึ่งในแผนการของท่านอัครเสนาบดี ข้าอดปาดเหงื่อแทนญาติผู้น้องมิได้จริงๆ ถึงกับเอายศและตำแหน่งมาลงเดินหมากแล้วยังเยือกเย็นได้เช่นนี้ สามีของนางช่างน่ากลัวยิ่งนัก

“เจ้ากำลังคิดการณ์ใดอยู่หรือ นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดเช่นนี้ใช่กังวลเรื่องขององค์ชายเก้าอยู่ใช่หรือไม่” ตวนมู่เฉินเดินเข้ามานั่งเคียงข้างข้า พลางรวบตัวข้าไปกอดแนบชิด ข้าอดเหลือบมองรอบกายแล้วทอดถอนใจมิได้ ยิ่งนานวันเขายิ่งหน้าหนาขึ้นเรื่อยๆ ถึงกับโอบกอดข้าต่อหน้าธารกำนัลโดยไม่อายฟ้าดิน นับว่าเป็นเรื่องดีที่วันนี้สาวใช้ทุกนางพร้อมใจกันหลบออกไป มิเช่นนั้นข้าเองก็ไม่รู้จะทำสีหน้าเช่นไร

“เหตุใดวันนี้ท่านกลับเร็วได้เล่า” ข้าเอ่ยถามด้วยความสงสัย นับจากท่านอัครเสนาบดีถูกปลด ตวนมู่เฉินก็เหมือนมีงานล้นมือมากขึ้น ไหนจะลูกศิษย์ที่เป็นเหล่าองค์ชายองค์หญิงน้อยในวัง ในจะต้องเป็นที่ปรึกษาให้กับฝ่าบาทในหัวข้อราชการแถมช่วงนี้ต้องมาแบกรับงานในส่วนของท่านอัครเสนาบดีมารับผิดชอบอีก เห็นเขากลับมาด้วยความอ่อนล้าทุกวัน ข้าเองก็แอบปวดใจด้วยความสงสาร

“ข้าล้มป่วย กังวลว่าจะกระทบต่อองค์ชายและองค์หญิงน้อยจึงกราบทูลฝ่าบาทขอพักผ่อนสักระยะ” เขาเอ่ยเช่นนี้ข้าก็หัวใจหดเกร็งด้วยความตื่นตระหนก

“ท่านเจ็บป่วยหรือเหตุใดไม่บอกข้า ข้าคิดไว้อยู่แล้วเชียวช่วงนี้ท่านตากตรำทำงานหนัก ร่างกายจะรับไม่ไหวเข้าสักวัน” ข้าบ่นพลางพยายามหันไปมองเขาแต่เขากลับโอบกอดข้าไว้อย่างแนบแน่น

“ข้ามิได้เป็นเป็นอันใดหรอก เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้นช่วงนี้ข้ามิได้มีเวลาอยู่กับเจ้าเลย” เขาเอ่ยพลางก้มลงหอมแก้มข้าอย่างแผ่วเบา ข้าอดมองทั่วบริเวณมิได้ แม้จะรู้ว่ายามนี้ผู้คนพากันหลบหลีกบริเวณนี้ไปแล้วก็ตาม

“ท่านนี่ช่างหน้าไม่อายเสียจริง” ข้าอดตำหนิเขาด้วยความเขินอายมิได้

“หากไม่ทำเช่นนั้นข้าจะได้หยุดพักหรือ ขืนข้าฝืนร่างกายตนเองเช่นนี้ ข้าคงได้ล้มป่วยจริงเป็นแน่แท้” เขาเอ่ยเช่นนี้ข้าจึงได้พยักหน้า

“เช่นนั้นวันพรุ่งนี้ท่านไปจวนอัครเสนาบดีเป็นเพื่อนข้าดีหรือไม่ ท่านจะได้ไปพาท่านอัครเสนาบดีออกไปคุยกันบ้าง ข้าไม่ชอบใจเลย ยามข้าไปคุยกับญาติผู้น้องคราใดเขาชอบมานั่งจับผิดจนข้ารู้สึกอัดอั้นตันใจยิ่งนัก” ข้าเอ่ยพลางเอามือลูบแขน

“เขาคงกังวลว่าเจ้าจะซุกซนอีกกระมัง ยามนี้ฟางฮูหยินก็ครรภ์แก่พอสมควรแล้ว เขาเลยยิ่งกังวลเป็นพิเศษ เจ้าคงยังไม่รู้กระมัง ว่ามารดาเขาเสียชีวิตเพราะการคลอดบุตร เขาจึงได้ระมัดระวังและตรึงเครียดเช่นนี้” ตวนมู่เฉินเอ่ยเล่าพลางโอบกอดข้าแน่นยิ่งขึ้น ข้าจึงเอนร่างพิงลำตัวเขาเสียเลย อยู่ด้วยกันนานวันเข้าใบหน้าของข้าเริ่มมีพัฒนาการความหนายิ่งขึ้นแล้ว

“เรื่องนี้ฟางฮูหยินก็เคยเล่าให้ข้าฟังอยู่บ้าง แต่ถึงอย่างไรนางก็แข็งแรงเช่นนี้คงไม่มีอันใดเกิดขึ้นกับนางหรอก ตัวนางเองในบางคราเห็นข้านางมักจะมีท่าทีระมัดระวังเป็นพิเศษ ข้าเองก็อดน้อยใจนางมิได้เช่นกัน นางเห็นข้าเป็นคนขาดความระมัดระวังเช่นนั้นเชียวหรือ” ข้าเอ่ยด้วยความน้อยอกน้อยใจ

“พวกเขาจะระมัดระวังก็ไม่แปลก เมื่อก่อนพบเจ้าคราใด เจ้ามักมีท่าทีสดใสร่าเริง อีกทั้งมักสรรหาเรื่องสนุกชวนผู้อื่นปวดเศียรเวียนเกล้ามาเล่นซุกซนอยู่เสมอ ข้าเองพบเจ้าคราใดน้อยมากที่จะไม่เห็นเจ้าซุกซน” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลปนขบขัน

“ข้าอยู่ในสายตาท่านด้วยหรือ พบกันคราใดข้างกายท่านมักล้อมรอบไปด้วยหญิงงาม แล้วยังรอยยิ้มของท่านอีก แจกจ่ายให้ผู้อื่นไปทั่ว” ข้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดใจเมื่อเอ่ยถึงเรื่องเก่า

“เจ้าเองก็ชอบบึ้งตึงใส่ข้าทุกครั้ง ช่างเถิดเราอย่าพูดเรื่องเก่ากันเลย” เขาเอ่ยด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม พลางลุกขึ้นแล้วดึงข้าให้เดินตามเขาไปยังด้านในของเรือน ข้าได้แต่เดินตามเขาไปในใจก็ได้แต่คิดว่า คนผู้นี้คงไม่ได้จะคิดทำมิดีมิร้ายข้าแต่หัววันกระมัง ถึงอย่างไรยามนี้ข้าก็เริ่มหิวแล้วนะ ข้าคิดพลางกระตุกมือกลับ แต่เขากลับยังคงดึงข้าไปข้าทนความดื้อดึงของเขามิได้จึงต้องยอมตามใจเขาแต่โดยดี เมื่อเขาไปด้านในเรือนนอนเขาเดินไปยังตู้เก็บของแล้วนำกล่องเครื่องประดับออกมาค้นหาอยู่ชั่วครู่แล้วจึงนำมาให้ข้า

“คือสิ่งใดหรือ” ข้าเอ่ยถามเขาด้วยความสงสัย

“ข้าตั้งใจเตรียมไว้ให้เจ้าเลือกโดยเฉพาะ ลองเปิดดูสิ” เขาเอ่ยด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม เมื่อข้าเปิดกล่องดูก็ต้องเบิกตากว้าง ด้านในเป็นกุญแจอายุยืนหลากแบบ หลายขนาดเรียงวางไว้ด้านในกล่อง แลดูระยิบระยับงามตาเป็นพิเศษ บางอันฝังอัญมณีมีค่าลงไปด้วย

“เหตุใดจึงมีกุญแจอายุยืนมากมายเพียงนี้เล่า” ข้าหันไปเอ่ยถามตวนมู่เฉินด้วยความสงสัย

“เป็นท่านย่าเตรียมไว้ให้ลูกของเราอย่างไรเล่า นางรู้ตัวว่าคงอยู่ไม่ถึงวันแต่งงานของพวกเรา แต่นางได้เตรียมของหลายอย่างไว้ล่วงหน้า ทั้งเครื่องประดับที่เจ้าจะสวมในงานแต่งงาน รวมไปถึงกุญแจอายุยืนของลูกๆของเราด้วย” เขาเอ่ยพลางมานั่งลงเคียงข้างข้า

“มากมายถึงเพียงนี้ ท่านย่าลืมไปหรือไม่ว่าข้ามิใช่แม่หมู จะได้คลอดลูกออกมามากมายขนาดนี้”ข้าเอ่ยพลางก้มมองกุญแจอายุยืนในกล่อง ตวนมู่เฉินหัวเราะเบาๆพลางเอ่ยกับข้าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“นางคงมิได้ตั้งใจให้เจ้าคลอดลูกออกหลานมากมายเพียงนี้หรอก เพียงแต่นางคงตัดใจเลือกมิได้ต่างหาก เจ้าดูสิทุกชิ้นล้วนงดงาม อีกทั้งฝีมือก็ปรานีตยิ่งนัก ที่ข้านำมาให้เจ้าดูก็เพื่อจะบอกให้เจ้าเลือกสักชิ้นไว้มอบให้ลูกของญาติผู้น้องเจ้าเถิด เก็บไว้มากมายขนาดนี้ กดดันข้าเปล่าๆ” เขาตวนมู่เฉินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ส่วนข้าอดนิ่วหน้ามิได้

“ขอบคุณที่ท่านคิดการเรื่องของขวัญแทนข้า แต่ว่าอันใดคือกดดันท่าน ท่านถูกกดดันด้วยเรื่องอันใดหรือ” ข้าเอ่ยถามพลางหันไปมองหน้าเขา แต่เขากับก้มหน้าลงมายิ้มให้ข้าด้วยสายตากรุ้มกริ่ม

“กดดันที่ไม่อาจจะขยันจนมีหลานได้มากเท่ากับจำนวนกุญแจเหล่านี้อย่างไรเล่า เจ้าคงไม่รู้ยามนี้มีแต่คนถามว่าข้าใกล้มีข่าวดีบ้างหรือยัง แม้กระทั่งฝ่าบาทก็ยังทรงตรัสถาม” เขาเอ่ยเช่นนี้ทำให้ข้าอดเขินอายมิได้ ได้

“แล้วท่านตอบกลับไปว่าอย่างไรเล่า” ข้าเอ่ยถามพลางก้มหน้าทำเป็นเลือกกุญแจ แต่แท้จริงแล้วยามนี้ข้ามองไม่ออกหรอกทุกชิ้นล้วนเป็นกุญแจเช่นเดียวกันนั่นแหละ เพ้ย เขินอายปานนี้จะมองแยกแยะสิ่งใดออกได้เล่า

“ข้าก็ตอบกลับไปว่า พระองค์ก็อย่าทรงมอบหมายงานให้ข้ามากนัก ยามนี้ข้าแทบจะไม่มีเวลาได้หยุดพัก แล้วข้าจะเอาเวลาในส่วนไหนมาบ่มเพาะสร้างทายาทกันเล่า” เขาเอ่ยเช่นนี้ข้าก็ยิ่งทำสิ่งใดไม่ถูก ตวนมู่เฉินเอื้อมมือของเขามากุมมือของข้าอย่างอ่อนโยน

“ด้วยเหตุนี้ข้าจึงลาหยุดได้อย่างไรเล่า ชิงชิงเพื่อให้สมกับที่ฝ่าบาททรงเมตา เช่นนั้นเราก็อย่าทำให้พระองค์เสียความหวังดีไปเปล่าๆ เรามาตั้งใจสร้างทายาทกันดีกว่า” เขาเอ่ยตัดบทเช่นนี้ข้าก็ได้แต่แข็งค้าง ยังไม่ทันได้ตอบรับหรือปฏิเสธเจ้าคนหน้าหนาก็ดึงกล่องออกจากมือข้า และอุ้มข้าพาไปที่เตียงเรียบร้อย ข้าตกอยู่ในพะวังอ่อนหวานไปกับเขาเสียเนิ่นนานกว่าจะคิดได้ก็ทำการสิ่งใดมิได้อีกแล้ว ได้แต่นอนทอดถอนใจว่า เมื่อครู่ข้าลืมสอบถามเขาเลยว่าเขาขอลาป่วยนานเท่าใดกัน หากนานหลายวันแล้วล่ะก็ข้าคงบอบช้ำหนักเป็นแน่ เมื่อข้าออกปากเอ่ยถามเขาก็ยิ้มชั่วร้ายใส่ข้าทันที และลงมือจัดการข้ารุนแรงและหนักหน่วงกว่าเดิม ท่านราชครูสามีข้าผู้นี้กับผู้อื่นส่งรอยยิ้มอ่อนโยนดุจสายลมสาทวสันต์ แต่กับข้านั้นรอยยิ้มกับแปรผันเป็นร้อนแรงดุจลมพายุในหน้าร้อน เพ้ย สามีท่านหยุดยิ้มเช่นนี้ใส่ข้าได้หรือไม่ ข้าไม่ไหวจะรับใช้ท่านเช่นนี้แล้วนะ...

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว