facebook-icon

สวัสดีผู้เยี่ยมชมทุกท่านค่ะและขอบคุณทุกกำลังใจและการติดตามนะคะ

ตอนที่ 22 สงครามที่แท้จริงกำลังเริ่มต้น

ชื่อตอน : ตอนที่ 22 สงครามที่แท้จริงกำลังเริ่มต้น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 43.4k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ย. 2561 22:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22 สงครามที่แท้จริงกำลังเริ่มต้น
แบบอักษร

​ตอนที่ 22  สงครามที่แท้จริงกำลังเริ่มต้น

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

รถที่อยู่ในความคุ้มครองดูแลของเข้มกำลังถูกโจมตีอย่างหนักโดยมือที่สามที่ซ่อนอยู่ทั่วทั้งป่า สุรวัตรยกมือปิดหูก้มจนแทบจะถึงพื้นด้วยความกลัว หน้าซีดตัวสั่นกลัวตายและเสียงกระสุนที่สาดรถมาทุกทิศทาง ดีที่เป็นเอสยูวีกันกระสุน

“เห้ย!!” เข้มมองตรงไปหน้ากระจกรถก็พบว่าพวกคนลึกลับกำลังวางกำลังขวางทางข้างหน้าเอาไว้จนรถต้องเบรกกะทันหัน

เอี๊ยด!!

คนในรถทั้งหมดค่อยเงยหน้ามองทางข้างหน้าใหม่ก็พบว่าคนชุดดำทั้งหลายกำลังจ่อจรวดRPG ตรงมาที่รถของตนแต่ยังไม่ยิงสักที หนึ่งในนั้นเดินเข้ามาเคาะกระจกสามครั้ง สารถีจึงหันกลับมาขอความเห็นจากคนสนิทของนายใหญ่ หนุ่มใหญ่หน้าเข้มพยักหน้าเชิงอนุญาต คนขับรถจึงลดกระจกลงแค่ครึ่งเดียว

“ส่งตัวท่านสุรวัตรมาถ้าพวกมึงไม่อยากตายหมู่” มันสั่งเสียงห้วน หนุ่มใหญ่มองถึงความเป็นไปได้ทั้งหมด เขาสงสัยมากว่าพวกชายชุดดำมันเป็นใครกันแน่

“มึงแสดงตัวมาก่อนว่าเป็นใคร”

“มึงไม่ได้อยู่ในฐานะที่ต่อรองอะไรได้” มันตอบกลับเสียงแข็ง หนุ่มใหญ่หน้าเข้มดุนลิ้นในแก้มเล็กน้อยพลางครุ่นคิดอย่างหนัก

“ถ้ากูให้ตัวมันกับมึงกูจะมั่นใจได้ยังไงว่าพวกกูจะรอดทุกคน” เสียงยียวนถามกลับเพื่อหยั่งเชิง ไม่มีทางที่พวกมันจะปล่อยให้คนของพยัคฆ์คำรามรอดเด็ดขาด แต่ลงทุนขนาดนี้มาเพื่อเอาตัวคนๆเดียว แน่นอนว่าสุรวัตรจะต้องสำคัญกับพวกมันมากแน่ๆ

“นั่นมันก็เป็นดุลยพินิจของพวกกู”

“ถ้าอย่างนั้นการปล่อยตัวไอ้สุรวัตรก็เป็นดุลยพินิจของพวกกูเหมือนกัน ถ้าพวกมึงไม่เอาอาวุธออกจากพื้นที่ ไอ้สุรวัตรตาย” ไม่พูดเปล่ามือหนายังคงจ่อปืนไปที่หัวสุรวัตรอีกด้วย

“ได้” ไม่นานนักเมื่อมันส่งสัญญาณให้เพื่อนๆมัน พวกมันก็ยกจรวดRPGออกไปอย่างรวดเร็วเหลือเพียงลูกน้องของมันที่จ่อปืนไรเฟิลรอยิงข้างหน้า เข้มจ้องไม่วางตาก่อนจะสั่งให้ลูกน้องเตรียมพร้อมบางอย่าง

“จัดการ!!”

เมื่อกองกำลังข้างหน้าถอยออกไป คนขับก็รีบเปิดหลังคารถก่อนลูกน้องเข้มจะยกปืนกลหนักขึ้นถล่มยิงข้างหน้าและรอบทิศทางโดยไม่ลังเล

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงปืนดังลั่นสนั่นป่า ปลอกกระสุนทุกนัดหล่นบนพื้นนัดแล้วนัดเล่า พวกมันต่างวิ่งหลบโดยไม่คิดชีวิต หลายคนก็ตายอย่างไม่ทันรู้ตัว พวกเขาจึงฝ่าความมืดและศพที่นอนเกลื่อนอย่างรวดเร็วเพราะไม่แน่ว่าพวกมันจะวางกำลังไว้ทุกบริเวณหรือไม่

“เปิดกล้องอินฟาเรด เจอตัวไหนใส่ไม่ยั้ง” เข้มตะโกนสั่งเสียงดัง และเมื่อเปิดกล้องตรวจจับความร้อนแล้วจึงพบว่ายังคงมีมากมายที่หลบอยู่ พวกเขาจึงยิงป้องกันรอบทิศทาง

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงกระสุนดังไม่หยุดจนกระทั่งเข้าเขตเมืองเขาจึงรู้สึกโล่งใจเป็นปลิดทิ้ง หนุ่มใหญ่จึงพานักการเมืองหนุ่มไปซ่อนไว้ในที่ที่มิดชิดที่สุดและไม่มีใครระแคะระคาย




เข้มเดินเข้าบ้านใหญ่พลางตีหน้าเครียด เพราะมือที่สามอย่างกองกำลังชุดดำนั้นรู้เรื่องที่เขาพาตัวสุรวัตรไปได้อย่างไรและที่สำคัญมันคือพวกไหนกันแน่  

“เรื่องพวกชุดดำกูก็ไม่แน่ใจ แน่นอนว่ามันต้องเป็นภัยกับเราแน่ๆแต่ตอนนี้เราต้องสะสางเรื่องไอ้สุรวัตรแล้วก็ลูกสาวมันก่อน ดีแล้วที่พวกมึงยังปลอดภัยกันมา” เขากล่าวเสียงเรียบในห้องทำงานส่วนตัว

“ขอบคุณครับนาย” เขาแอบยิ้มอย่างซึ้งใจ นายใหญ่แห่งพยัคฆ์คำราม เมื่อก่อนเลือดเย็น น่ากลัวมากขนาดไหนไม่ว่าใครได้ยินชื่อเป็นต้องตื่นกลัวแต่เมื่อมีความรัก มันก็ช่วยขัดเกลาหัวใจที่ด้านชาของเจ้านายหนุ่มได้อย่างเหลือเชื่อ

“พวกมึงไปพักได้แล้ว มันคงไม่กล้าลงมือที่นี่หรอก”

“ครับนาย”

ทันทีที่เข้มออกไป นาราก็รีบเดินเข้าบ้านมาด้วยผ้าเย็นที่แสนชื่นใจก่อนจะถือวิสาสะนั่งตักเขาและเช็ดหน้าให้อย่างนุ่มนวล ใบหน้าหล่อเหลายิ้มแย้มอย่างอ่อนโยนพร้อมกับสอดมือโอบเอวบาง

“พี่เสือ นาไม่คิดเลยนะว่าชีวิตจะต้องมาเจออะไรแบบนี้เหมือนได้เปิดโลกเลย” นาราเอ่ยขึ้นเสียงหวานพลางคิดนึกถึงหญิงสาวและเด็กจำนวนมากมายที่ถูกหลอกและบังคับไปขาย ยังมีคนอีกหลายคนที่ตกเป็นเหยื่อของพวกเห็นแก่ตัวและวัฏจักรนี้ก็คงจะเดินไปเรื่อยๆไม่จบไม่สิ้นเป็นแน่

“โลกมืดๆมันยังมีอะไรอีกมากมาย พี่อยู่ในโลกมืดๆใบนี้มาตลอดครึ่งค่อนชีวิตพี่ แต่พี่มีแค่เราคนเดียวและพี่ก็ไม่มีวันให้ใครแตะต้องดวงใจของพี่ได้เป็นอันขาด” เขาจ้องตากลมสวยนิ่งเอ่ยเสียงนุ่มแต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว

“เขารักพี่ยักษ์นะ”

“พี่ก็รักเรา ตัวเล็กของพี่” ไม่พูดเปล่า หญิงสาวก็บอกรักเขาด้วยจุมพิตอย่างอ่อนโยนล้นทะลักไปด้วยความรู้สึกมากมายที่เขาและเธอมีให้กันและกัน เธอคือแสงสว่างเดียวที่เขามี เป็นแรงใจให้คนไร้ค่าอย่างเขาในวันที่ไม่มีใครเคียงข้าง สำหรับเขาแล้วต่อให้ควักหัวใจเพื่อแลกชีวิตให้นารา เขาก็จะทำโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว


“ศศิ มีเอี่ยว? พ่อค้ามนุษย์”

“งานเข้าอย่างจัง!! พ่อนางเอกดังค้ามนุษย์”

“เหม็นโฉ่!! แก๊งค้ามนุษย์ใหญ่โตถูกเปิดเผย งานนี้คนดังมีเอี่ยวเพียบ”

ศศิมองข่าวหนังสือพิมพ์และในโทรทัศน์ที่ดังกระฉ่อนไปทั่ว นักข่าวก็โทรหาเธอยิกๆ หญิงสาวลนลานเดินไปมาอย่างไม่รู้เหนื่อย เรื่องที่จะจัดการนัฐวัฒน์ก็ต้องชะงักลงเมื่อพ่อของเธอถูกแฉจนพรุนรวมทั้งเขาเองไปต่างประเทศจึงรอดมือเธอได้อย่างหวุดหวิด ใครบางคนกำลังโค่นล้มอาณาจักรของบิดาเธอ แม้หญิงสาวจะเพียรกดโทรศัพท์โทรหาพ่อของตนเท่าใดก็ไม่มีการตอบกลับ ยิ่งได้รู้ว่านารารอดกลับมาอย่างปลอดภัยก็ยิ่งสร้างความหวาดหวั่นกับเธอมากเหลือเกิน ไม่นานนักหลังจากนั้นกิ่งบัวก็เดินออกมาจากห้องของตนพร้อมกระเป๋าเดินทางใบโต

“พี่กิ่ง พี่จะไปไหน”

“ถามได้ ฉันก็จะไปต่างประเทศสิยะ” สาวใหญ่พูดเสียงห้วนพลางเดินลากกระเป๋าไม่สนใจดาราสาวที่กำลังเครียดอย่างหนัก

“พี่จะทิ้งศิไปแบบนี้ไม่ได้นะ” ศศิรีบวิ่งมาดึงแขนของอดีตผู้จัดการ ยื้อไว้สุดฤทธิ์แต่ถูกกิ่งบัวกระชากออกอย่างไร้เยื่อใย

“ทำไมฉันจะทิ้งไม่ได้ ฉันไม่ได้อยากอยู่กับแกมาตั้งนานแล้ว” สาวใหญ่มองอย่างเหยียดหยามและผลักศศิล้มก่อนจะรีบวิ่งไปเข้าลิฟท์

“พี่กิ่งอย่าไป พี่กิ่ง!!” ดาราสาวได้แต่วิ่งไปทรุดร้องไห้หน้าลิฟท์อย่างหมดสิ้นทุกอย่าง ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่เคยงดงามสง่าราวกับหงส์สูงศักดิ์บัดนี้ตกต่ำอย่างน่าใจหาย ใบหน้าไร้เครื่องสำอางกับตาที่ปูดบวมผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักทำเอาหญิงสาวแทบไม่เป็นผู้เป็นคน ในตอนนี้เธอไม่เหลือใครแล้วจริงๆ ตระกูลเก่าแก่ของแม่เธอก็ตัดเธอออกจากตระกูลทันทีที่มีข่าว รวมทั้งประกาศว่าดาราสาวคนนี้แท้จริงแล้วไม่ใช่ลูกหลานแท้ๆของตระกูลทั้งที่ความจริงไม่ใช่แบบนั้น

ศศิปิดโทรทัศน์เงียบ ฉีกหนังสือพิมพ์ทุกฉบับจนขาดกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทั่วห้องก่อนจะทรุดร้องไห้ด้วยความหมดสิ้นทุกอย่าง ใจที่แตกสลายกำลังปะทุเป็นเพลิงอารมณ์ที่กำลังจะหนุนนำให้เธอทำสิ่งที่เลวร้ายมากขึ้น 

“กรี๊ด!! กรี๊ด!! ฉันจะไม่ยอมให้จบแบบนี้หรอกถ้าฉันลงนรกแกก็ต้องลงด้วยนังนารา” หญิงสาวกำเศษกระดาษจนยับยู่ยี่ ใจที่ทั้งผิดหวัง โกรธแค้นเพราะเธอถูกต้อนเหมือนหมาจนตรอกและเธอก็พร้อมที่กัดไม่เลือกหน้า​ เมื่อต้องการหาใครสักคนมาระบาย ดังนั้นหากเธอจะตายเธอก็จะฆ่าคนที่เธอเกลียดให้ตายตกไปตามกันให้หมดทุกคน คิดได้เช่นนั้นศศิจึงกดโทรศัพท์หามือขวาของพ่อที่ยังคงจงรักภักดี




รัตนา กานต์ศินีและรักกมล หญิงสาวหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ผู้เป็นรุ่นน้องของทั้งสองรวมทั้งของนาราก็ด้วย มองข่าวในโทรศัพท์ของเธอพลางยิ้มอย่างสะใจ อันที่จริงข่าวที่พ่อของศศิค้ามนุษย์นั้นไม่ได้เกี่ยวกับพวกเธอแต่เมื่อนึกไปถึงว่าเหยื่อที่ถูกพวกเลวๆเหล่านี้เอาเปรียบ กดขี่ข่มเหงอย่างไร้มนุษยธรรมแล้วก็อดสมน้ำหน้าไม่ได้

“ขบวนการใหญ่เหมือนกันนะ ใครเปิดโปงมาเนี่ย อย่างนี้ไม่ต้องโดนมันตามเก็บเหรอ” รักกมลโพล่งขึ้นจนพี่ๆทั้งสองต้องเหลือบตามองอย่างระอา

“นี่ยัยรัก พวกฉันอ่านหนังสืออยู่ ยูโนว” กานต์ศินีจีบปากจีบคอพูดกับน้องคนสนิทพ่วงด้วยฐานะน้องรหัสอย่างน่าเอ็นดู

“ไอโนว แต่ฉันก็แค่แสดงความคิดเห็นไงเจ๊ แหม แค่พูดแค่นี้พวกเจ๊ต้องมองแรงด้วย”

“โอ๋ๆๆ น้องรักของเจ๊ เจ๊ขอโทษ เดี๋ยวเจ๊จะเลี้ยงน้ำแดงหนูนะลูกสาว” กานต์ศินีรีบเอามือไปประคองหน้าเรียวรูปไข่ที่ทำหน้ามุ่ยอย่างเอาใจเมื่อได้ยินคำว่าน้ำแดง รักกมลไม่ใช่ผู้หญิงตัวสูงนักแต่เพราะความหน้าตาน่ารักแต่ปากจัด แสบซน ไม่ยอมใครเธอจึงมีฉายาติดตัวมาตั้งแต่ปีหนึ่งว่า กุมารทองหรือรักกุมาร

“เจ๊อ่า หนูไม่ใช่กุมารทองนะ”

“อ้าวใครจะไปรู้ แกชอบมัดจุกดังโงะเหมือนกุมารตลอดเลย ทำไมล่ะ”

“เจ๊!!”

“พอๆๆ!! พอเลยทั้งยัยรักกุมาร ยัยกานต์ชะนี” รัตนาปิดปากคนทั้งสองด้วยความเหลืออดและส่ายหน้าอย่างระอา “หยุดทะเลาะกันย่ะ จะกลับไหมบ้านน่ะ”

“ก็ได้”

“ค่ะเจ๊”

ทั้งสามเก็บโทรศัพท์มือถือก่อนจะรีบเดินออกจากโรงเรียนเพื่อต่อรถเมล์กลับบ้าน ทันไดนั้นรถตู้สีดำก็รีบมาจอดเทียบท่าก่อนจะรีบโปะยาสลบทั้งสามคนขึ้นรถไปด้วยกันทันทีโดยที่พวกเธอไม่รู้ตัว




วีรกิจมองข่าวที่ออกอย่างสมเพช เขาว่าแล้วว่าสุรวัตรไม่ใช่เล่นๆและใจบุญอย่างที่คิด ใบหน้าเขายังคงหล่อเหลาคมเข้มแม้จะมีริ้วรอยบ่งบอกอายุมากขึ้นแล้วก็ตาม

“คุณดูอะไรอยู่คะ”

“อ๋อ ข่าวนักการเมืองค้ามนุษย์น่ะ” มือหนาส่งหนังสือพิมพ์ไปให้ภรรยา รัชนียกหนังสือพิมพ์ขึ้นมาไล่อ่านอย่างละเอียดก่อนจะตกใจตาเบิกกว้าง

“ไม่นะที่เชียงราย อำเภอเดียวกับที่ตาภาสอยู่เลยค่ะคุณแล้วนี่ลูกจะโดนลูกหลงอะไรหรือเปล่าก็ไม่รู้” รัชนีกล่าว

“แล้วยังไง”

“นี่คุณยังไม่เลิกโกรธลูกอีกเหรอคะ ลูกเป็นตำรวจมันไม่ดีตรงไหน” สาววัยกลางคนเอ่ยตัดพ้อทั้งน้ำตาเมื่อได้ยินคำที่สามีกล่าวออกมาอย่างไร้เยื่อใย

“มันกับผมตัดขาดกันตั้งแต่มันสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยแล้ว ฉะนั้นผมมีลูกชายคนเดียวก็คือพงศกร ไม่ใช่ไอ้คนปีกกล้าขาแข็งอย่างเด็กถือดีคนนั้น” วีรกิจตะโกนใส่ภรรยาตนเสียงดังลั่นจนพงศกรต้องรีบมาคั่นกลางระหว่างคนทั้งสอง

“แต่มันก็ลบความจริงไม่ได้หรอกว่าคุณมีลูกอีกคนคือตาภาส” ใช่แล้ว มันลบความจริงไม่ได้ ข้อนี้นักธุรกิจอสังหาฯผู้ยิ่งใหญ่นั้นย่อมรู้ดี เขารู้ดีถึงภัยอันตรายของพวกเจ้าพ่อมาเฟียที่อยู่ใต้ดินที่ภาสกรจะต้องเผชิญ เขาจึงโกรธจนถึงขีดสุดเมื่อรู้ว่าลูกชายคนเล็กสอบติดตำรวจและไม่ว่าจะพยายามรั้งลูกไว้อย่างไรก็ไม่สามารถทำให้ความมุ่งมั่นของว่าที่นายตำรวจอนาคตไกลอย่างภาสกรลดลงแม้แต่น้อย

“พ่อครับ ผมขอร้อง เราช่วยเลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะนะครับ”

“ตาพงศ์ ช่วยแม่หน่อยนะลูก ช่วยติดต่อหาน้องให้แม่ทีนะลูก แม่อยากรู้ว่าน้องเป็นยังไงบ้าง” รัชนีหันมาขอร้องลูกชายคนโตซึ่งทำหน้าหนักใจอย่างเห็นได้ชัด เขาเหลือบมองผู้เป็นพ่อเล็กน้อยก็พบว่าวีรกิจยังคงอยู่ในอารมณ์คุกรุ่น

“เอ่อ ผมจะจัดการให้ครับแม่”

“ไม่ต้อง ห้ามใครในบ้านนี้ติดต่อหาไอ้ลูกเนรคุณนั่นเด็ดขาด” ประมุขของบ้านสั่งเสียงเข้ม

“พ่อครับ ผมขอ ผมเองก็เป็นห่วงน้องไม่แพ้กัน”  แม้จะใจแข็งแค่ไหนแต่คำว่าเป็นห่วงลูกไม่แพ้คนอื่นก็ทำให้วีรกิจพยักหน้าตอบก่อนจะเดินจากไปด้วยความกังวล




เสี่ยเล้งพาลูกน้องทั้งหลายเข้ามาในโรงพยาบาลเพื่อตามหาความจริงเรื่องหนึ่งในลูกน้องเขาที่ออกมาจากป่าด้วยอาการทางจิต ร่างอ้วนท้วนเดินดุ่มๆเข้าไปหาคนในชุดโรงพยาบาลที่นั่งเหม่อลอยไม่รู้เรื่องอะไร

“ไอ้ผล” ทันทีที่ได้ยินเสียงนายใหญ่ เขาก็ดูเหมือนจะมีสติเลิกลักก่อนจะถลาลงมากอดขาเสี่ยเล้ง

“นาย นาย”

“มึงไปเจออะไรมา”

“ปิศาจ ไอ้พยัคฆ์แปลงร่างได้ มันเป็นปิศาจ ตามันสีเหลืองจ้าเลย มันมีเขี้ยวด้วยคมมาก มันฉีกพวกเราเป็นชิ้น” ผลเล่าอย่างออกรสออกชาติเหมือนเด็กน้อยเล่านิทาน เสี่ยเล้งขมวดคิ้วเป็นปมพลางไม่อยากเชื่อ คนอะไรจะแปลร่างได้ ไม่ใช่หนังไม่ใช่นิยาย

“ท่าจะบ้าครับเสี่ย ไม่น่าจะกู่กลับแล้ว”

“เออ ปล่อยมัน เพ้อเจ้อไปทั่ว” เสี่ยเล้งกระแทกเสียงอย่างหัวเสียที่มาแล้วไม่ได้อะไรกลับไปสักนิด

“ไม่เพ้อหรอกครับ” เสียงหนึ่งดังมาจากทางด้านหลังทำให้คนทั้งหมดหันไปมอง ร่างสูงในชุดสูทสีดำเนื้อดี ใบหน้าก็ดูหล่อเหลาเหมือนกับมีเชื้อตะวันตกผสม สายตาของเขานั่นช่างดูนิ่งลึกล้ำราวกับมหาสมุทรไม่มีผิด

“แกเป็นใคร”

“ไม่สำคัญหรอก สำคัญที่ผมอยากจะช่วยคุณ” เขาเอ่ยความประสงค์ทันทีที่เจอหน้ากัน เสี่ยเล้งและลูกน้องมองหน้ากันอย่างหวาดระแวงคนมาใหม่

“ช่วยอะไร”

“คุณกับผมเรามีศัตรูคนเดียวกัน แล้วศัตรูคนนี้ก็ไม่ได้ฆ่าง่ายๆด้วย” เขาตอบ

“คุณหมายถึงไอ้พยัคฆ์?” เสี่ยเล้งเอียงคอถาม ชายหนุ่มปริศนาพยักหน้ารับเบาๆ

“ใช่ และผมก็ขอยืนยันว่าสิ่งที่ลูกน้องคุณพูดมาเป็นความจริงทั้งหมด”

“คุณต้องการอะไรถึงมาช่วยเรา”

“ผมไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างของพยัคฆ์จะเป็นของคุณแต่…” ร่างสูงเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง “ชีวิตของพยัคฆ์ต้องเป็นของผม” เสี่ยเล้งแอบหวาดกลัวในแววตานั้นมันช่างดูเลือดเย็นน่ากลัวจนขนลุกอย่างบอกไม่ถูก

เอริค เดินทางมาจากอเมริกาโดยเฉพาะเพื่อสะสางธุระของเขากับพยัคฆ์ นายใหญ่แห่งพยัคฆ์คำรามมีสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดและเขาจะแย่งชิงมันไปจากเจ้าพ่อมือพระกาฬคนนี้ให้ได้




ภายในบ้านใหญ่ของพยัคฆ์คำราม นารามองคนตัวสูงที่พยายามเคลียร์ธุรกิจไร่องุ่นและไร่สตรอเบอร์รี่ของตนจนแทบหัวหมุน พยัคฆ์แทบไม่ออกไปไหนเลยตลอดสองวันมานี้ เขาต้องจัดการเรื่องไร่ที่ห่างหายไปนานจนใบหน้าหล่อเหลามีเพียงแววตาอ่อนล้าสะท้อนออกมาเท่านั้น ตำรวจที่เขาเลี้ยงไว้ก็แจ้งเขามาว่าบัดนี้มีตำรวจเพิ่งเข้ามาประจำการที่นี่และรู้สึกว่าจะเป็นตำรวจน้ำดีมีความสามารถเสียด้วย ร่างสูงขุดลึกลงไปถึงประวัติทุกอย่างทำให้พยัคฆ์รู้ว่านั่นคือน้องชายต่างมารดาอีกคนของเขา

“พี่เสือ ดื่มน้ำเย็นๆก่อนนะคะ” ชายหนุ่มเงยหน้ามองคนหน้าหวานที่ยิ้มให้เขาอีกครั้งของวัน มันทำให้เขาหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยทีเดียว หญิงสาวก้าวมานั่งบนตักอย่างเคยพลางชะโงกมองดูเอกสารที่ดิน บัญชีและเอกสารการลงทุนทั้งหลายด้วยความอยากรู้

“จะมองจนตัวหนังสือมันเด้งออกมาให้ได้หรือไง ฮึ? นารา” เขาว่าพลางโอบเอวบางอย่างอ่อนโยน

“เปล่าซะหน่อย” เธอหันกลับมาจ้องชายหนุ่มอีกครั้ง “พี่เสือคงจะเหนื่อยมากแน่ๆ งานเยอะจัง”

“มีตัวเล็กของพี่อยู่ พี่ไม่เหนื่อยเลยสักนิด อยากลองไหมล่ะ” นารายิ้มเขินเบาๆก่อนจะเอาหน้าตัวเองซบอกแกร่งแก้เขิน

“โอ๊ย รู้ก็ได้ค่ะว่าไม่เหนื่อย นาไม่อยากลองหรอกเดี๋ยวนาจะเหนื่อยซะเอง”

“หึหึ”

“อย่ามาหัวเราะแบบนี้ เขารู้ทันนะ ว้าย!!” ไม่ทันจะพูดจบหญิงก็ลอยหวือบนอากาศในอ้อมอกของชายหนุ่มที่พาเธอมานอนบนโซฟาตัวใหญ่ก่อนจะคร่อมทับลงมาด้วยหน้าตาที่เจ้าเล่ห์จนหญิงสาวหมั่นไส้ “หมาหื่น”

“หนูน้อยหมวกแดงของพี่” ไม่พูดเปล่าตาสีเข้มก็พลันเปลี่ยนเป็นสีฟ้าสว่างทันทีไม่ใช่สีอำพันอย่างที่เธอเคยเห็น

“พี่เสือตาพี่ ทำไม”

“นี่แหละ ความลับของพี่ พี่ใช่หมาป่าธรรมดาซะที่ไหนล่ะ”



TBC

​กลับมาแล้วค่ะทุกคนพร้อมกับคัตรูคนใหม่ อิมพอร์ตมาจากเมืองนอกโดยเฉพาะ โฮะๆๆ เขาไม่ได้เคี้ยวง่ายๆเหมือนพวกที่ผ่านมาแน่นอน

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว