facebook-icon

เมื่อมาเฟียเจ้าเล่ห์ดันไปหลงเสน่ห์ของคุณหมอตัวขาว ความรัก ความเปย์เเละการใส่ใจจึงถูกส่งให้คุณหมอไปเต็มๆ ติดตามได้ใน...กลรัก...มาเฟียร้าย

ตอนที่ 25 โกรธเเค่ไหน….ยังไงก็เพื่อนกัน (✔️)

ชื่อตอน : ตอนที่ 25 โกรธเเค่ไหน….ยังไงก็เพื่อนกัน (✔️)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 44.1k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ค. 2562 19:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 25 โกรธเเค่ไหน….ยังไงก็เพื่อนกัน (✔️)
แบบอักษร

​ตอนที่ 25  โกรธเเค่ไหน….ยังไงก็เพื่อนกัน 

 

“จะไปไหน!” 

 

ผมที่วิ่งตามอีกฝ่ายจนมาถึงด้านล่างของบ้าน พูดขึ้นหลังจากคว้าข้อมือขาวๆ เอาไว้ได้ทัน 

 

“ผมต้องไปหาเขา ถ้าผมไม่ไปเขาจะฆ่าตัวตาย!” ฟิวส์พูดบอกออกมาหน้าตื่น 

“มั่นใจหรือไงว่านี่ไม่ใช่เเค่การเรียกร้องความสนใจ” ผมพูดถามออกไปตรงๆ เเค่มองผ่านๆ รู้ว่าไอ้เด็กนั้นเเค่เรียกร้องความสนใจจากฟิวส์ 

“....ผ...ผม” 

“เธอเองก็คิดใช่ไหมล่ะ” 

“...เเล้วถ้าเขาทำจริงๆ” ฟิวส์พูดเสียงอ่อน ดวงตาละสับละส่าย สับสนจนเห็นได้ชัด 

“ยังไงก็จะไปให้ได้?” 

“ผม..เเค่อยากเห็นกับตาว่าเขาปลอดภัย” 

“เเล้วยังไง...พอมันไม่ฆ่าตัวตายก็จะกลับ มั่นใจไหมล่ะว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เเบบนี้อีก” 

 

ฟิวส์ไม่ได้ตอบอะไรผมกลับมา เเต่ถึงเเบบนั้นดวงตากลมสวยของอีกฝ่ายก็เเสดงคำตอบออกมาชัดเจน 

 

ผมต้องยอมรับเลยว่าไอ้เด็กนี้มันฉลาด เพราะตัวเองเข้ามาหาฟิวส์ไม่ได้เพราะโดนกันเอาไว้ตามคำสั่งของผม มันถึงได้คิดจะล่อให้ฟิวส์ออกไปหามันเอง…สองวันที่ผ่านมาก็ใช่ว่ามันหายเงียบไปที่ไหน ลูกน้องของผมรายงานว่ามันมาที่นี้ทุกวันเเต่โดนกันเอาไว้ไม่ให้เข้ามาในเขตตัวบ้านได้ต่างหาก ฟิวส์ถึงได้ไม่รู้ว่ามันมา… 

 

“เเล้วถ้าจะไปเธอจะไปยังไง...ขับรถไป? ขับเป็นหรือไง” 

“..เเล้วคุณจะให้ผมทำยังไง...ผมกลัว..ผมกังวล..ผมไม่รู้จะ…” 

“กลับไปนอน” ผมพูดขัดไป ไม่รอให้เจ้าตัวขาวพูดจบเลยสักนิด… 

“ถ้ามันจะตายเพียงเพราะเธอไม่ไปหา นั้นก็กรรมของมันเเล้ว..เธอจะต้องไปยุ่งทำไม” 

“เเต่เขาเป็นเพื่อนผม!” 

“เเต่ฉันเป็นผัวเธอ ฉันเป็นทุกอย่างให้เธอ..เเละฉันขอสั่งให้เธอกลับขึ้นไปนอนซะ...ถ้าพรุ่งนี้เช้ามันจะตายจริงๆ ฉันจะพาเธอไปเอง” 

“..เเต่” 

“มันไม่ตายหรอกน่า...ไปกลับขึ้นไปนอน” 

 

ผมคว้ามือคนตัวขาวมาจับเอาไว้เเน่น ก่อนจะออกเเรงดึงให้เดินตามผมกลับขึ้นมาบนบ้าน ตอนเเรกเจ้าตัวขาวออกเเรงฝืนนิดหน่อย เเต่สุดท้ายก็ยอมเดินตามขึ้นมา 

 

“นอนลงไป” 

“...จะไม่เป็นไรเเน่เหรอครับ..” 

“นอนลง” 

 

ผมพูดสั่งเสียงดุ นั่งจ้องจนฟิวส์ยอมนอนลงไปกับพื้น หยิบผ้ามาห่มให้เสร็จสรรพ...พอถูกผมจ้องนานเข้าเจ้าตัวขาวก็ยอมหลับตาลง….เเต่ดูเหมือนจะยังไม่หลับ...จนผมต้องล้มตัวลงมานอนช้างๆ ดึงร่างกายขาวเนียนนั้นเข้ามากอดเอาไว้เเน่นๆ ...มือข้างหนึ่งยกขึ้นลูบหัวเบาๆ เป็น การปลอบไปด้วย ส่วนอีกมือเอื้อมไปหยิบมือถือของเจ้าตัวขาวมากดๆ เปิดเข้าไปในช่องเเชทของคนที่ต้องการ 

 

ฟิวส์: ถ้าจะตายก็เอาเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปเก็บศพให้เอง..ตอนนี้ขอนอนกอดผัวก่อน (เเนบรูปฟิวส์ที่ถูกกอดเอาไว้เเน่นใบหน้าขาวจมหายไปกับอกเเกร่ง) 

 

ผมกระตุกยิ้มพอใจก่อนจะกดล็อกมือถือเครื่องบางเเล้วสไลด์ไปกับพื้นที่นอนให้มันห่างออกไปหน่อย 

 

“นอนเถอะ...เช้าเมื่อไรเราจะไปหาเพื่อนเธอทันที” 

. 

. 

. 

ถึงผมจะพูดออกไปเเบบนั้น เเต่ไม่ต้องรอให้ถึงเช้าหรอกครับ...เพราะยังไม่ทันจะหกโมงเช้าดีเลย เสียงโหวกเหวกโวยวายก็ดังมาจากใต้ถุนบ้านเเล้ว ทั้งผมเเละฟิวส์ที่สะดุ้งตื่นจากเสียงนั้นจนต้องรับวิ่งลงมาที่ด้านล่างของตัวบ้านเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น 

 

“หวาย!!” ฟิวส์ร้องเรียกชื่อคนที่โวยวายอาละวาดขว้างปาข้าวของที่อยู่ใกล้มือไม่หยุด 

“ไม่ตายเเฮ๊ะ” ผมพูดขึ้นเบาๆ เเต่ก็ไม่มากหรอก เพราะดูเหมือนทุกคนที่อยู่รอบตัวจะได้ยิน 

“มึงใช่ไหม เมื่อคืนเป็นมึงใช่ไหมที่ส่งมา...คนที่ห้ามฟิวส์มาหากูคือมึงใช่ไหม!!!” ไอ้เด็กหวายทำท่าจะวิ่งเข้าใส่ผม ซึ่งเเน่นอนว่าลูกน้องของผมก็เตรียมพร้อมรับมือตลอดเวลา เเต่ว่าทุกการกระทำของไอ้เด็กนั้นก็หยุดลง… 

“อย่ายุ่งกับเขา!” ฟิวส์ตะเบ็งเสียงดังลั่นอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน 

 

มุมนี้ไม่เคยเห็นเเฮ๊ะ^^ 

 

“ฟิวส์ห้ามเรา ทั้งๆ ที่เมื่อคืนมันทำร้ายจิตใจเรา มันส่งข้อความมาเย้ยหยั่นเราว่าฟิวส์นอนกอดอยู่กับมันถึงได้ไม่ไปหาเรา” 

“ก็ไม่เห็นผิดอะไร ในเมื่อมันเป็นเเบบนั้นจริงๆ” 

“ฟ..ฟิวส์” 

“หวายต้องการอะไรกันเเน่ เราว่าเราพูดชัดเเล้วว่าเราเป็นได้เเค่เพื่อนกัน...เเต่ถ้าหวายยังไม่หยุดทำตัวไร้ค่าเเบบนี้...เเม้เเต่เพื่อนเราก็อาจจะเป็นให้หวายไม่ได้!” 

“ทำไมต้องปกป้องมันขนาดนั้น!” 

“เราปกป้องสิทธิของเราต่างหาก...หวายรู้ตัวบ้างไหมว่าตัวเองเหมือนคนบ้ามากเเค่ไหน...หวายที่มีเหตุผล หวายที่พูดรู้เรื่อง หวายที่คอยห่วงใยเรามันหายไปไหนวะ! ทำไมมีเเต่หวายที่เอาเเต่ใจ มาอาละวาดพังข้าวของที่บ้านเราเเบบนี้!” 

 

 

#ฟิวส์ 

 

“ทำไม! ทำไมไม่เป็นหวาย...ทำไม!!!” หวายตะเบ็งเสียงดังลั่น เเละเสียงคงดังมากพอที่จะให้คนอีก 2 คนบนบ้านได้ยินไปด้วย 

 

ผมเหลือบสายตาไปมองก็เห็นว่ายายกับเจ้าหลงกำลังเดินลงบันไดมา 

 

“อะไรกันลูก...ทะเลาะอะไรกันหรือไง” 

“นั้นสิพี่ฟิวส์ ยังไม่ทันเช้าเลยหลงก็ต้องมาตื่นด้วยเลย” ไอ้หลงพูดบ่นเสียงงัวเงียหน้ามันค่อนไปทางบูดบึ้งเพราะโดนปลุกจากการนอนหลับสบายๆ ด้วยเสียงดังๆ 

“เรื่องเข้าใจผิดครับยาย” ผมหันไปตอบยาย เเละดูเหมือนหวายเองก็เจอที่พึ่งใหม่หรืออะไรทำนองนั้น 

“ยายครับ ยายต้องจัดการให้ผม ผมรักหลานยายเเละเราจะรักกัน เเต่ไอ้นี่มันเข้ามายุ่ง เข้ามาเเทรกกลาง!” หวายพูดออกมารั่วๆ ยกมือชี้ไปที่คุณโทมัสจ้องมองไปอย่างเอาเรื่อง 

“ใจเย็นๆ กันลูกค่อยๆ พูด ค่อยๆ คุย” ยายพูดออกมาเสียงอ่อน เข้าใจดีครับว่ายายไม่อยากมีปัญหาผมเองก็เหมือนกัน 

“ไม่! ยายเองก็จะเข้าข้างพวกนี้ใช่ไหม...ทำไมวะ ทำไมต้องเลือกเงินมากกว่าความรักกันด้วย...ทำไม!” 

 

ผลัก! ผมไม่เเน่ใจว่าเพราะอะไรที่ทำให้ความคิดของหวายเป็นเเบบนั้น เเต่ที่ผมมั่นใจเเน่ๆ คือ ร่างของยายของผมกำลังจะล้มลงไป.. 

 

“ยาย!” ผมร้องออกมาอย่างตกใจ เอื้อมมือจะเข้าไปจับยายเอาไว้เเต่ก็ไม่ถึง ยายอยู่ห่างจากผมจนเกินไป 

 

หมับ! ในจังหวะนั้นเอง คุณโทมัสที่อยู่ด้านหลังผมเสียอีกกลับเข้าไปถึงตัวยายของผมได้เร็วกว่า เขาดึงรั้งตัวยายเอาไว้ ก่อนจะประคองให้ท่านทรงตัวยืนได้ตามปกติ....พอเห็นเป็นเเบบนั้นจากที่ตอนเเรกก็หงุดหงิดกับการกระทำของอีกฝ่ายอยู่เเล้วมันยิ่งเหมือนเป็นเชื้อฟืนช่วยเพิ่มความร้อนเเรงให้กับไฟร้อนในใจของผมเข้าไปใหญ่ 

 

“ขอโทษยายเราเดี๋ยวนี้!” ผมกระชากเเขนหวายเเล้วพูดตวาดออกไป หวายมองหน้าผมด้วยสายตาสั่นไหวก่อนจะพูดตอบออกมาเเบบไม่ยอมเเพ้เช่นกัน 

“เรายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ” 

“ยายเราจะล้มเพราะหวาย ยังกล้าบอกว่าไม่ได้ทำอะไรอีกเหรอ” 

“เเล้วล้มไหมล่ะ!!” 

 

....เเล้วล้มไหมงั้นเหรอ?! ต้องรอให้ล้มกันก่อนหรือไงถึงจะสำนึกได้ ถึงจะรู้สึกได้ 

 

“ออกไปจากบ้านเรา!” 

 

ผมสะบัดมือที่เคยจับเเขนหวายเอาไว้ออก ก่อนจะยกมือชี้ไปที่ททางออกจากบ้านเเล้วพูดไล่ออกมา...ยอมรับว่าเป็นการกระทำที่ไม่ควร เเต่ผมก็ยอมรับอีกนั้นเเหละว่าผมในตอนนี้ไม่อยากจะเห็นหน้าคนตรงหน้าเสียจริง…นึกบ้างไหมว่าถ้ายายผมล้มไปจะเป็นยังไง! ...ตอบได้เลยว่าเขาไม่เคยคิด! 

 

“ไม่...เรายังคุยกับฟิวส์ไม่รู้เรื่อง เราจะไม่ไปไหนทั้งนั้น” 

 

ได้! อยากอยู่ก็อยู่ไป 

 

“งั้นเราไปเอง...ไปครับ!” ผมหันไปคว้ามือคุณโทมัสดึงรั้งให้เขาเดินตามผมออกมาทางท่าน้ำด้านหลังบ้าน… 

 

“ไม่ฟิวส์อยากไป หวายขอโทษ...ไม่เอาหวายไม่ให้ฟิวส์ไป อย่าทิ้งหวาย!!” หวายพยายามจะร้องเรียกให้ผมกลับไปหาเขาเเต่ไม่สำเร็จ 

 

ผมไม่ฟังเสียงอะไรทั้งนั้น พอมาถึงเรือก็บอกให้คุณโทมัสขึ้นไปนั่งเหมือนอย่างเมื่อวันนั้นเเล้วตัวเองก็ตามขึ้นไป หวายวิ่งตามมาด้วยเเต่ก็ไม่ทัน ผมดันเรือให้ออกจากท่ามาเสียก่อน 

 

“ฟิวส์...หวายขอโทษ!!” 

 

เสียงตะโกนปนเสียงร้องสะอึกสะอื้นของหวายยังดังให้ได้ยินเเต่ไม่สนใจ พายเรือไปเรื่อยๆ ตามเส้นทางที่คุ้นชิน ตอนนี้ฟ้าสว่างเเล้วคงจะหกโมงกว่าๆ เเล้วนั้นเเหละ… 

 

เเละสถานที่ที่ผมพายเรือพาคุณโทมัสมาก็คือท่าน้ำของวัดที่อยู่เเถวๆ บ้านนั้นเเหละ เวลาผมมีปัญหา ผมเครียดหรือมีเรื่องกวนใจ ที่นี้จะเป็นที่ที่ผมมาทุกครั้ง เป็นสถานที่ที่ทำให้ผมรู้สึกดีได้ตลอดเวลา…. 

 

เพราะเป็นสถานที่ที่เเม่เเท้ๆ เอาผมมาทิ้งเอาไว้...มันคือที่ที่จะอยู่ในความทรงจำของผมไม่ลืมเรือน 

 

“อย่าคิดมากเลย” คุณโทมัสพูดขึ้นมาเบาๆ หลังจากที่พวกเราพากันขึ้นมานั่งที่ศาลาท่าน้ำได้สักพัก 

“ผมดีขึ้นเเล้วครับ” 

"จริงหรือเปล่า” 

“ครับ…” ผมตอบกลับไป ส่งยิ้มไปให้เขาด้วยเพื่อน ยืนยันคำพูดของตัวเองก่อนจะพูดต่อ 

“เวลาผมมาที่นี้...มันก็ทำให้ผมรู้ได้ทันที...ว่าไม่มีอะไรเเย่ไปกว่าการโดนเเม่เเท้ๆ เอามาทิ้งเอาไว้หรอกครับ” 

"ฟิวส์...ไหวไหม"เขาถามออกมาเบาๆ จับมือของผมเอาไปบีบเอาไว้  ย้ำเตือนให้ผมรู้ว่าตรงนี้ยังมีเขาอยู่ข้างๆเสมอ 

 

เหตุการณ์ในวันนั้นผมยังจำได้เเม่น….ผมหญิงที่ได้ชื่อว่าเเม่ของผมพาผมมาที่นี้...ตอนนั้นเราจนมากจนเเม่ได้ไปเจอเศรษฐีคนหนึ่ง ทั้งสองคนเเต่งงานกัน ผมยังจำได้ดี เขาบอกให้ผมรอเขาที่นี้...อย่าไปไหน...เขากับสามีใหม่จะไปธุระกันเเล้วจะกลับมารับ ผมก็รอ ทำตามคำสั่งทุกอย่างจนมืดค่ำ เขาก็ยังไม่มา… 

 

ตอนนั้นผมกลัวมาก ยิ่งฟ้ามืดเท่าไรน้ำตาของผมก็ยิ่งไหลออกมาไม่หยุด...คืนนั้นผมต้องนอนตากยุงอยู่ที่ศาลาจนเเล้วจนรอดเเม่ก็ไม่มารับ จนวันรุ่งขึ้นผมถึงได้เจอยาย...ยายที่พายเรือมาที่ท่าน้ำของวัดเพื่อจะมาทำบุญในวันพระ...ยายที่เข้ามาถามผมว่าเกิดอะไรขึ้น….ผมยังจำได้ดีถึงน้ำเสียงอ่อนโยนที่ค่อยปลอบใจผมในตอนนั้น ผมไม่ได้พูดอะไรออกไปเเต่เหมือนยายจะเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้...ยายถึงได้พูดออกมาเเบบนั้น… 

 

‘ไปอยู่กับยายไหมลูก...วัดนี้เด็กวัดมันเยอะเเล้วนะ เอ็งตัวเเค่นี้เเย่งข้าวพวกมันไม่ทันหรอก…’ 

 

คนพูดอ่อนโยน น้ำหนักฝ่ามือที่ลูบบนหัวผมเบาๆ ผมไม่มั่นใจว่าในตอนนั้นอะไรทำให้ผมยอมไปกับยาย...เเต่ผมคิดว่าผมเลือกไม่ผิดจริงๆ 

 

“อย่าเงียบเเบบนี้ได้ไหม...ฉันใจไม่ดีเลย” 

“ผมอยากกอดครับ” 

 

ไม่ต้องรอให้เขาอนุญาตเลย ผมสวมกอดคนตัวสูง ซุกหน้าไปกับไหล่กว้างๆ ที่ค่อยปกป้องผมตลอด 

 

“อยากร้องไห้ด้วยก็ได้นะ” 

“ผม...ฮึก...ไม่ร้อง” 

 

เหมือนเดจาวูเลย...ตอนที่ผมถูกเอามาทิ้ง ยายบุญก็กอดผมเอาไว้เเบบนี้ ตอนนั้นผมร้องไห้อย่างหนักทันทีที่ยายบุญกอดผมเอาไว้...เเละในตอนนี้ก็เหมือนกัน...ภาพทุกอย่างเหมือนเวียนซ้ำอยู่ในหัว...ต่างกันเเค่คนที่กอดผมอยู่ตอนนี้ไม่ใช่ยายเเต่เป็นเขา...คนที่ผมรักมากอีกคนหนึ่ง 

. 

. 

. 

“พร้อมนะ” ฝ่ามือที่กำประสานกันเเน่น  บวกกลับดวงตาคมเข้มที่มองจ้องมาอย่างห่วงใย...ผมพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนที่พวกเราจะพากันเดินกลับเข้าไปที่บริเวณใต้ถุนบ้าน 

“ฟิวส์!” พอเห็นผม หวายก็รีบเดินเข้ามาหา ผมเเอบเห็นหวายมองคุณโทมัสตาขวาง คุณโทมัสเองก็เช่นกัน 

“ยายครับ...เดี๋ยวฟิวส์ขอขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะครับ เเล้วจะลงมากินข้าว...ขอโทษด้วยนะครับที่สร้างเรื่องเเต่เช้า” 

 

ผมพูดเเค่นั้นเเล้วเดินหนีขึ้นมาบนบ้าน...เลือกที่จะมองผ่านคนตรงหน้าที่ยืนน้ำตาคลออยู่เเบบนั้น...พอขึ้นมาบนบ้านผมก็ตรงเข้าไปเก็บที่หลับที่นอนก่อนเป็นอย่างเเรก พอเก็บเสร็จก็เดินมาเข้าห้องน้ำอาบบน้ำอาบท่าตามที่บอกยายเอาไว้….เเละเเน่นอนว่าหวายยังคงเดินตามผมมาตลอดเวลา เเต่ผมไม่ได้สนใจ เลือกที่จะมองผ่านเขาไป 

 

“อย่าเมินเราได้ไหม...ฮึก” พอเห็นผมเดินออกจากห้องน้ำมา หวายก็รีบเดินเข้ามาจับเเขนของผมเอาไว้ 

“.....” ผมจับมือของหวายออก เเล้วเดินหนีลงมาที่ด้านล่างซึ่งตอนนี้ตั้งวงกินข้าวกันอยู่ 

“ทำไมไม่ขึ้นไปกับผมละครับ” 

 

ผมนั่งลงตรงที่ว่างข้างๆ คุณโทมัส มีหวายที่เดินตามหลังมานั่งลงข้างๆ ผมอีกที ถึงทุกๆ การกระทำของหวายจะอยู่ในสายตาผมก็จริง เเต่ผมเลือกที่จะทำเป็น มองไม่เห็นออกไป ซึ่งดูเหมือนหวายก็จะรู้เหมือนกันว่าผมนั้นไม่พอใจถึงได้ยอมสงบลงได้บ้าง 

 

“....หิวข้าว” คุณโทมัสเหลือบสายตาไปมองหน้าหวายนิดๆ ก่อนจะพูดตอบออกมา 

“งั้นกินเยอะๆ นะครับ” ผมยอมตามน้ำไป ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจเปิดโอกาสให้ผมกับหวายเคลียร์กันให้จบๆ ไป 

 

เเอบงงกับเขาเหมือนกันนะ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายเเปลกๆ นะ คนๆ นี้เนี่ย- - 

 

“เราขอโทษ…” หวายพูดออกมาเเค่นั้นเเล้วทำท่าจะลุกออกไป 

“เราขอพูดอีกครั้งนะ...เราเป็นได้เเค่เพื่อนกัน...เเละมันจะเป็นเเบบนั้น” 

“ฮึก...ฟิวส์เกลียดเราเเล้วใช่ไหม” 

“เราไม่ได้เกลียด เราเเค่โกรธ...โกรธที่หวายไม่เห็นค่าในตัวหวายเอง โกรธที่หวายคิดเเต่จะเอาสิ่งที่ตัวเองต้องการอย่างเดียว..หวายตั้งนึกถึงคนอื่นด้วยสิ...เเล้วไหนจะเรื่องที่หวายโมโหร้ายจนเกือบจะทำให้ยายเราเจ็บตัวอีก” 

“ฮึก เราขอโทษนะ…” 

“...เรายกโทษให้” 

“ฮึก...ข...ขอบคุณนะ” 

“ก็เราเป็นเพื่อนกันนิ” ผมหันไปยิ้มบางๆ ให้หวาน หวายชะงักไปนิดกับคำพูดของผม...ผมรู้ว่ามันจิ้ใจดำเเต่ว่ามันอาจจะช่วยให้หวายตัดใจได้ดีขึ้นก็ได้ 

“อือ..ก็เราเป็นเพื่อนกันนิเนอะ” หวายยิ้มตอบกลับมาเเบบฝืนๆ ก่อนจะขอตัวกลับไป 

“ผมขอโทษนะครับยาย เเล้วก็ขอตัวกลับก่อน...ขอโทษที่มาสร้างปัญหาเเต่เช้าเลย” 

“เราส่งตรงนี้นะ” 

“อ..อือ..เเค่ตรงนี้ก็ดีที่สุดเเล้วเเหละ” หวายยิ้มออกมาบางๆ เเต่เป็นรอยยิ้มที่ดูเศร้ามากๆ เลย 

“ล้อเล่น...เดี๋ยวมานะครับ” 

 

เอาเถอะอย่างน้อยก็ขอโทษเเล้ว...ผมก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปโกรธไปงอนอะไรหวายอีก...อีกอย่างก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกผิดเเล้วด้วย…. 

 

โกรธเเค่ไหน….ยังไงก็เพื่อนกัน จะให้ผมโกรธเขานานๆ ก็คงไม่ได้หรอก.... 

 

ผมลุกเดินออกมาส่งหวายที่รถยนต์ของเขา  หวายมองผมอีกครั้งก่อนจะยิ้มบางๆออกมา เเล้วเปิดประตูเข้ารถไป ผมยืนรอจนหวายขับรถออกไปก่อน ถึงได้กลับเข้ามารวมวงกินข้าวตามเดิม  ยายบุญมองผมนิดหน่อยก่อนที่ท่านจะก้มลงทานข้าวต่อเเละไม่ได้ซักถามอะไรออกมา... 

 

....ที่เป็นเเบบนั้น...เพราะรอให้ผมบอกเอง หรือว่าหลานชายคนใหม่ช่วยเล่าให้ฟังเเล้วกันเเน่-*- 

 

อะเเฮ่ๆ! 

มาเสียดึกเลย ไม่สงสารคนอ่านที่มาเจอตอนนี้เเล้วอยากจะอ่านเลยบ้างหรือไง!!! 

อะๆ เราว่าตัวเองให้เเล้วน่า 555555555 

หวายก็เป็นคนดีนะ เเค่ความรักมันบังตาไปหน่อย เพราะฉะนั้นจะรักจะชอบใครมีสติหน่อยนะรีดเดอร์ทุกโคนนนนนนนนน 

เเล้วก็ๆ เเอบเห็นมีคนยุเรา จะให้จับหวายคู่กับเเฟรงค์….ขอคิดดูก่อนเเล้วกันเนอะ...เเบบว่าาาาาา….ก็มีวางตัวเอาไว้บ้างเเล้วว่าใครจะคู่ใครอะไรเเบบนี้..จุ๊ๆไว้ก่อน เพื่อจะลอย 5555 

ยังไงก็ติดตามด้วยน่าจ้าาาาาาา   เลิฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ 

BY: ลั้น ลา 

ความคิดเห็น