ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 : ชาไข่มุกของพระพาย

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 : ชาไข่มุกของพระพาย

คำค้น : yaoi นิยายวาย พี่เลี้ยง เจนไม่นก พ่อหม้าย เพชรพระพาย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ย. 2561 19:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 : ชาไข่มุกของพระพาย
แบบอักษร

เพชรพระพาย

ชาไข่มุกของพระพาย



เขาว่ากันว่ารักครั้งแรกมักไม่สมหวัง

พระพายก็ไม่เคยหวังให้เขามารักด้วย…



แล้วพระพายไปรักเขาได้ยังไง จริงๆแล้วรักครั้งแรกมันมักจะมาจากความปลาบปลื้มในตัวคนๆนึงไม่ใช่เหรอ พระพายเองก็ปลื้มพี่เพชรมานานแล้ว บางทีอาจจะตั้งแต่ตอนที่เขาเพิ่งเข้ามาทำงานกับคุณรบใหม่ๆ การได้พบเจอคนอื่นๆนอกเหนือจากคนในบ้านและที่โรงเรียน มันทำให้เกิดความรู้สึกหวั่นไหวแบบที่ไม่เคยคุ้นเคยมาก่อน และพระพายก็รู้สึกกับเขาตั้งแต่แวบแรกที่ได้สบตากัน



เขาแนะนำตัวด้วยรอยยิ้ม พระพายไม่เคยเจอใครที่ให้ความรู้สึกแบบนี้มาก่อน เพียงแค่เขายิ้มและทักทายแบบเป็นกันเองให้กับเด็กหนุ่มในชุดมอซอทั้งๆที่เขาใส่สูทและยื่นมือมาให้จับโดยไม่มีแววรังเกียจที่ดวงตา แค่นี้เองใช่ไหมที่ทำให้พระพายปลื้มเขาแล้ว ใช่…รักแรกพบมันก็แค่นี้แหละ และพระพายก็ได้เรียนรู้ว่าตนเองก็ปลื้มเขามากไม่ใช่น้อย



สมกับเป็นเจ้านายและลูกน้อง สองคนนี้ไม่ได้มีความคล้ายคลึงอะไรขนาดนั้น พี่เพชรขี้เล่นต่างกับคุณรบที่นิ่งขรึมมาก ทว่าเขากลับเข้ากับบ้านหลังนี้ได้ และไม่เคยนึกรังเกียจคนใช้หรือลูกคนใช้บ้านนี้เลย ได้ยินมาว่าเป็นที่รักในหมู่แม่บ้านที่บริษัทมากด้วย ความไม่ถือตัวและอัธยาศัยดีของเขาทำให้พระพายยิ่งตกลงไปในบ่วงแห่งความปลาบปลื้มหนักขึ้น จนในวันนึงพระพายได้เรียนรู้และเข้าใจเองว่าความรู้สึกของตนมันไม่ใช่ธรรมดาอีกต่อไป เพราะถ้าแค่ปลื้ม…



พระพายคงจะไม่หวั่นไหวยามเขายิ้มมาให้ที่เราคนเดียว….



แต่คนนิสัยดีแบบเขานะเหรอจะยิ้มให้พระพายคนเดียว และเพราะเหตุนี้ไม่ใช่เหรอที่ทำให้ปลื้มเขาขนาดนั้น พระพายรู้และเจียมตัวดีว่าไม่มีทางอยู่ในสายตาของพี่ชายผู้ใจดีนี้ได้ ดังนั้นตลอดหลายปีที่แอบปลื้มอยู่คนเดียว พระพายที่ไม่อยากให้ความสัมพันธ์ดีๆของเราต้องเสื่อมคลายไปจึงได้แต่ปิดบังความรู้สึกและตีตัวออกห่างยามที่จำเป็น และรักครั้งนี้ก็คงไม่มีวันได้สารภาพไป…



หรือเปล่า…พระพายก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน?



“………..” 



“พระพายพร้อมแล้วนะ”  พี่เจนที่เดินมาส่งกันหน้าบ้านนั้นถามหาความมั่นใจ พระพายที่อยู่ในชุดนักศึกษาแต่ไม่ผูกเนคไทนั้นชูสองนิ้วให้เห็นว่าพร้อมจะสู้ตาย น้องวินในอ้อมกอดพี่เจนเลยชูแขนสองข้างขึ้นตาม



โอ้ยยยยย ทำไมน่ารักน่าหยิกแบบนี้



“ไหนหอมแก้มพี่พายทีนึงก่อนสิน้องวิน บอกพี่พายสิ สู้ๆ!”



“สู้ๆ”  พระพายส่งเสียงร้องออกมาก่อนจะยื่นแก้มให้น้องแตะริมฝีปากเบาๆใส่ หยอกกันไม่นานเจ้าของบ้านก็เดินออกมา พระพายยิ้มให้คุณรบที่กำลังจะออกไปทำงานด้วยกัน แสร้งทำเป็นไม่เห็นมือของเขาที่สวมกอดเอวของพี่เลี้ยงน้องวินไปเสียอย่างนั้นด้วยรู้มารยาท



“คุณรบ!”



“ไหนคิสพ่อน้องวินสิครับ”  อันนี้พูดกับลูกหรือพูดกับใคร พระพายที่หันหลังออกไปเอารถแล้วแต่ได้ยินเต็มสองหูก็ได้แต่ลอบยิ้มไม่ให้คนกระทำและถูกกระทำต้องขัดเขิน คุณรบช่างดูเหมือนไม่ใช่ตัวเขาที่เคยรู้จักมาก่อน ความรักนี่…ทำให้คนเปลี่ยนไปได้จริงๆ และพี่เจนก็เข้ามาเปลี่ยนคุณรบให้มีชีวิตชีวามากขึ้น เขาสองคนช่างเหมาะสมราวกับถูกสร้างมาเพื่อกันและกันจริงๆ



พระพายจะมีวันได้โชคดีแบบพี่เจนไหมนะ….



การเริ่มงานวันแรกของพระพายเริ่มต้นด้วยการตามคุณเลขาตัวจริงไปกล่าวทักทายแต่ละแผนก ต่อไปพระพายอาจจะต้องช่วยพี่เพชรประสานงานและรับคำร้องต่างๆหากมี ดังนั้นทุกคนควรได้รู้จักกันเพื่อที่ต่อไปจะได้ทำงานด้วยถูก เป็นธรรมดาที่น้องใหม่ที่ไม่เคยเข้าสู่วงการมนุษย์เงินเดือนจะมีมนุษย์สัมพันธ์เป็นเยี่ยม พระพายถนัดทำให้คนรักไม่ชอบทำให้คนเกลียด ทว่าก็ยอมรับว่าปรบมือข้างเดียวมันก็ไม่ดังบ้างในบางที แต่การทำดี…ย่อมได้เปรียบอยู่เสมอ พระพายเชื่อเช่นนั้น…



“ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”  ก่อนจะยกมือไหว้ทุกคนในห้องโดยมีคุณเลขาผู้พามายืนยิ้มอย่างภูมิใจอยู่ข้างหลัง เขานี่แหละคนที่กำลังจะเลี้ยงพระพายให้ทุกคน!



แต่การทำงานมันไม่ใช่อะไรที่ง่ายๆ ในวันแรกของพระพายแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากนั่งมองพี่เพชรและคุณรบคุยกัน แน่นอนสิ่งที่พวกเขาคุยกัน ไม่ใช่อะไรที่เข้าใจได้เลยในทันที ทุกอย่างดูหน้าตื่นตาตื่นใจเหมือนฉากหนึ่งในละคร ทว่าเมื่อผ่านไปสักพักความเบื่อหน่ายก็เข้าครอบงำ พระพายอยากเป็นประโยชน์บ้าง แต่ดูเหมือนตัวจะไร้ประโยชน์ที่สุด



ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าที่มันเป็นแบบนี้ก็เพราะว่าพระพายเพิ่งจะมา ไม่มีใครเกิดมาแล้วทำทุกอย่างได้หรือเข้าใจทุกสิ่งแบบนั้นหรอก ขนาดไปโรงเรียนวันแรกก็ยังต้องจับทางเรียนรู้เลยไม่ใช่เหรอ การเข้ามาฟังนี่ก็ไม่ใช่การนั่งเฉยๆอย่างเดียวไม่ใช่หรือไง ทั้งหมดที่พวกเขาคุยก็คือสิ่งที่ต้องเรียนรู้ ทว่าข้อมูลมันมีมากมายจับความอะไรไม่ได้ เพียงวันแรกที่มาทำงานก็เกิดคำถามกับตัวเองแล้วว่านี่….มันเหมาะกับพระพายจริงๆใช่ไหม....



ทำไมไม่เหมือนกับที่จินตนาการไว้ล่ะ



ไม่หรอกมันก็คล้าย ทว่ามันไม่มีอะไรง่ายดายแบบนั้น พระพายก็เข้าใจ ทว่าก็ยังช็อคอยู่ดีเมื่อได้มาเจอกับของจริงในวันนี้ ตอนเย็นจึงกลับบ้านไปอย่างงงๆ จะว่าเวลาผ่านไปเร็วมันก็ไม่ใช่ ความว่างเปล่าทำให้ตนรู้สึกเหมือนเวลามันผ่านไปช้าเหลือเกิน แต่มันก็คงเป็นแค่ช่วงนี้ที่ยังทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ในตอนเย็นหลังเลิกงาน มันเป็นหน้าที่ของพระพายที่จะขับรถพาคุณรบกลับบ้าน ในตอนนี้เท่านั้นที่พระพายคิดว่าตนมีประโยชน์อยู่บ้าง ต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าที่จะเดินไปถึงจุดเดียวกับที่พี่เพชรยืนอยู่กันนะ



“เดี๋ยวพรุ่งนี้งานของเพชรคงลงตัวขึ้น จะให้เขาสอนงานจริงๆล่ะกันนะ”  ดูเหมือนคุณรบจะอ่านเด็กคนนี้ได้ขาดเลยทีเดียว เขาที่คุยงานกับเลขานั้นสังเกตเห็นท่าทางหงอยๆของพระพายที่มองเราทั้งคู่จึงได้พูดออกไป ซึ่งคำพูดที่ดูเอาใจใส่ของว่าที่นายจ้างก็เรียกรอยยิ้มและดวงตาเป็นประกายจากคนที่ขับรถอยู่



“ขอบคุณคุณรบมากนะครับ”



“นอกเวลางานพระพายจะเรียกพี่รบเหมือนพี่เจนก็ได้นะ”



“แต่พายก็เรียกคุณรบอย่างนี้มาตั้งนานแล้วนะ”



“พี่นับศักดิ์ตามเจนน่ะ”  พระพายนั้นเอียงคอ สงสัยกับคำพูดของเขาอยู่หน่อย ที่พระพายเรียกคุณรบว่าคุณรบ นั่นก็เพราะเขาคือนายจ้างของแม่ ลูกชายของผู้มีพระคุณที่ให้การศึกษาและที่อยู่อาศัย สถานะของตนในบ้านรัตนสกุลเรียกได้ว่าเป็นคนใช้คนหนึ่งที่ไม่ได้รับค่าจ้างแต่ได้รับเป็นความเมตตากรุณามาตลอด อย่างนี้แล้วจะให้พระพายเรียกออกไปได้อย่างไร



คุณรบเอง…คิดอะไรอยู่



พระพายไม่ได้ตอบอะไรเพราะจะให้เรียกพี่เลยมันก็ไม่ชิน โดยส่วนตัวแล้วกับคุณรบก็ไม่ได้สนิทสนมอะไร ก่อนที่จะเป็นคุณรบแบบทุกวันนี้ เขาใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่เมืองนอก กลับมาก็วุ่นวายอยู่กับธุรกิจเลยไม่ค่อยได้พูดคุย ก่อนหน้านี้เขาก็ดูจะน่ากลัวอยู่บ้าง นั่นทำให้พระพายไม่เคยคิดอยากจะเข้าใกล้เสียเท่าไหร่ ดังนั้นตอนที่ได้เจอพี่เพชรครั้งแรก ยังอดตกใจไม่ได้เลยว่าคนแบบนี้นะเหรอจะทำงานกับคุณรบที่ดูเย็นชาได้นานๆ แต่ก็….นานจนน่าตกใจเหมือนกันนะ



ในวันต่อมาพระพายมีอะไรให้ทำแล้ว….เหมือนที่คุณรบบอกไว้ว่าพี่เพชรน่าจะว่างสอนงาน ตลอดช่วงเช้าเขาได้แจกแจงหน้าที่ทั่วไปที่เขาทำอยู่เป็นประจำให้ฟัง พระพายที่เป็นนักเรียนที่ดีก็แทบจะจดทุกตัวอักษร มีคำถามก็ถามเพื่อให้ได้คำตอบ ตลอดทั้งวันผ่านไปพร้อมๆกับการได้หยิบจับบางอย่างขึ้นมาทำตามคำสอนโดยมีการประกบเคียงข้าง



และในวันต่อๆมาพระพายก็ได้หยิบจับงานบางอย่างที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มตัว เอกสารมากมายของพี่เพชรนั้นแม้จะถูกเก็บอย่างดี แต่ของอดีตท่านประธานซึ่งเป็นคุณพ่อคุณรบนั้นไม่ได้รับการจัดเก็บที่ดีนัก หน้าที่ของพระพายคือการดู และแยกประเภทความสำคัญ เพราะมันเป็นเอกสารที่มีมานานแล้วจึงควรถูกจัดหมวดหมู่และเก็บเข้ากล่องเพื่อนำไปฝากไว้ในคลังเก็บเอกสาร โชคดีที่มันมีไม่เยอะมาก พระพายที่อยู่ในผ้ากันเปื้อนซึ่งคุณแม่บ้านเอามาให้ใส่จึงทำมันเสร็จเร็วกว่าที่คิด หลังจากล้างมือไม้แล้วก็เอาลิสต์ที่บันทึกไว้ไปให้คนสอนงานของตนได้ดู



“เก่งมาก”  คำชมที่พระพายรู้สึกว่ามันคุ้มค่ากับการนั่งคลุกฝุ่นจัดเอกสารทำให้ยิ้มออกมาเต็มแก้ม ช่วงเวลาที่ท้อแท้และรู้สึกไร้ค่าเหมือนจะค่อยๆจางหายไปจากความรู้สึก ไฟที่เหมือนจะโหมในกายแรงขึ้น ทำให้อยากจะหยิบจับทุกอย่างขึ้นมาทำ



ผ่านไปเป็นอาทิตย์ พระพายเริ่มมีงานที่ได้รับมอบหมายมากขึ้น แม้จะยังขลุกขลักอยู่ แต่ก็เริ่มเคยชินและยอมรับกับความอ่อนด้อยของตัวเองได้บ้าง ช่วงเวลากลางวันที่เป็นเวลาพัก บางทีพี่เจนก็จะพาน้องวินมานั่งกินข้าวกับคุณรบในห้อง ซึ่งแน่นอนว่าพี่เจนต้องชวนพระพายด้วย แต่คนถูกชวนก็รู้ดีว่าอะไรควรไม่ควร เวลาของพี่เจนกับพระพายนะยังมีได้อีก แต่คุณรบที่ทำงานก็หนักและวันหยุดบางวันก็ต้องไปทำงานนั่นล่ะ การไปขัดขวางความรักของคนทั้งสองมันเป็นบาปหนัก พระพายรู้ดี



เลยต้องหลบมากินข้าวกล่องที่แม่ทำมาให้กับพี่เพชรในห้องประชุมทุกวันยังไงล่ะ….



“ปกติพี่เพชรมากินที่นี่ตลอดเลยเหรอครับ” พระพายที่กินข้าวเที่ยงกับเขาทุกวันเพิ่งจะเกิดคึกอยากถาม คงเพราะหมดเรื่องคุยละมั้ง จะชวนคุยเรื่องงานตอนนี้ก็เป็นเวลาพักของเขาอยู่ด้วย ถึงจะมีไฟ แต่ก็มีกาลเทศะเช่นกัน



“เพราะมีพระพายมาด้วยพี่เลยมากินที่นี่”



“อ้าว แล้วปกติพี่เพชรกินที่ไหนครับ บอกได้นะ ไม่ต้องเกรงใจ”



“ทางหนีไฟบ้าง ในครัวบ้าง หรือไม่ก็ลงไปกินหน้าเซเว่นบ้างแล้วแต่โอกาสครับ”



“ฟังดูไม่ใช่ที่ที่กินสบายเลยนะครับ”



“แบบนี้ดีกว่าจริงๆครับ”  สำหรับเพชรแล้ว อาหารกลางวันไม่เคยเป็นอะไรที่เขาให้ความสำคัญ มีอะไรสะดวกที่ไหนก็กินที่นั่น แต่เหมือนเพราะมีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้เขาเปลี่ยนมานั่งกินอย่างเรียบร้อยในห้องแบบนี้



ไม่มีใครที่อยู่ใกล้ชิดจะมองไม่ออกว่าพระพายตั้งใจแค่ไหนกับการฝึกงาน บางวันพระพายนั้นอยู่ดึกกว่าคุณรบด้วยซ้ำ และแน่นอนว่าเพชรที่เป็นผู้สอนงานก็ย่อมต้องอยู่ด้วย การที่พระพายขยันและมีความรับผิดชอบก็ย่อมเป็นเรื่องที่ดีกับบริษัท ทว่าบางอย่างมันก็ไม่ได้รีบเร่งอะไรหรอก จะไม่ทำเลยก็ไม่มีใครว่าอะไร และแน่นอนว่าเพชรเองก็คงไม่ว่า



แต่เขาก็ไม่เคยพูดว่าเอาไว้ทำวันหลังกันเถอะ….



เพชรเป็นคนเจ้าเล่ห์ เขาไม่สามารถพูดได้ว่าไม่ได้แกล้งเอาเปรียบหรือหาผลประโยชน์อะไรจากการที่น้องต้องกลับบ้านดึกเพื่อมาทำงานกับเขา ทั้งนี้เขารู้อยู่เต็มอกว่ามันมีผลประโยชน์แอบแฝงเพียงแต่เพชรเลี่ยงจะแสดงหรือพูดออกมาตรงๆ ก็อย่างว่า….ใครจะพูดออกมาเพื่อให้ตนเองต้องเสียเปรียบล่ะ ในเมื่อรักจะเอาเปรียบก็ต้องไปให้สุด และหยุดที่คุณรบจ่ายโอทีมาซะดีๆ แถมอาหารที่บ้านรัตนสกุลทำให้น้องและเผื่อมาถึงพี่ก็อร่อยกว่าอาหารเซเว่นเป็นไหนๆ ที่พูดมานี่ไม่ได้เห็นแก่กินเลยสักนิด แต่ทุกอย่างที่มากับพระพายล้วนอร่อยจริงๆ อร่อย….มากๆ



“พระพายชอบงานที่ทำไหม”  อันนี้เขาอยากรู้ เพราะมันวัดชะตาได้เลย



“ชอบนะครับ”



“จริงๆอาทิตย์เดียวอาจจะยังบอกอะไรไม่ได้หรอก แต่ได้ยินว่าชอบก็แสดงว่ามีความคืบหน้าบ้างแล้ว”  เขาพูด พระพายอาจจะดูสุขุมเหมือนผู้ใหญ่ แต่ประสบการณ์ที่น้อยกว่าในเรื่องบางเรื่องก็ยังดูเป็นเด็กจริงๆ แต่เด็กนั้นดี เนื้อหนังก็อร่อย แค่กๆ



“อื้ม ฝากพี่เพชรช่วยชี้แนะด้วยนะครับ”  พระพายยิ้ม หมายความทุกคำตามคำพูด



“ไม่ต้องห่วงครับ พี่จะดูแลพระพายอย่างดีที่สุด” ส่วนเขาก็หมายความทุกคำตามคำพูดนี้เช่นกัน และมันทำให้พระพายนั่งไม่ติดที่สักเท่าไหร่กับดวงตาคู่นั้น



“แฮ่ พี่เพชรใจดีจัง”



“ครับ” ใจดี หล่อ เปย์ไว ดูยังไงก็เพอร์เฟคเนอะ บ้านไหนได้ไปเป็นลูกเขยล่ะก็ได้ดีกันทุกบ้าน



และพระพายจะรู้ไหมว่าเขาจะหมายความตามนั้นจริงๆ



เราไม่ค่อยได้หยอกล้อกันเหมือนที่เคยเป็น อาจจะเพราะช่วงเวลาส่วนใหญ่ที่พระพายอยู่กับเขาคือในเวลาทำงาน เพชรแม้จะขี้เล่นบ้าง แต่ก็ให้เห็นหมวดจริงจังอยู่บ่อยครั้ง พระพายก็บอกไม่ถูกนักว่าแบบไหนในตัวเขาที่ทำให้ชอบ ทว่าแบบนี้ก็ไม่ได้แย่อะไร มันก็ไม่แปลกหรอกที่เขาจะมีมุมแบบนี้ เพราะว่าไร้สาระทั้งวัน คุณรบก็คงไม่จ้างไว้ทำงานด้วยจริงๆ



แต่มันก็มีบ้าง…..



“คุณรบง่า เอะอะเดี๋ยวนี้อะไรก็คุณเจนๆนะครับ เพชรน้อยใจแล้วนะ”  คือพระพายก็อยากจะเห็นพี่เขาผ่อนคลายเหมือนตอนนอกเวลางานบ้าง แต่ไม่ได้ให้มาง้องแง้งกวนเท้าคุณรบแบบนี้!



“…….”



“หึ แต่ก่อนนะอะไรๆก็เรียกแต่เรา เดี๋ยวนี้เหรอ ไปไกลๆไป กาแฟที่เราชงให้ก็ไม่กิน”



“ลองดื่มดูบ้างไหมล่ะ จะได้ไปลงนรกให้จบๆไปซะ” รัตนสกุลไม่ต้องลำบากจ่ายค่าชดเชยให้ด้วย ชงเองตายเอง ฟังยังไงคนได้ประโยชน์ก็คือคุณรบอยู่ดี



“โหยก็เว่อร์ไปครับ ถ้าแค่กินกาแฟแล้วมันจะตายเนี่ย” พระพายนั้นก็สงสัยว่าไอ้กาแฟที่ว่านี่เขาทำห่วยแตกแค่ไหน และถึงยังไงคุณรบก็ไม่คิดจะกินอยู่แล้ว….



พระพายก็เลยยกขึ้นมาลองดื่มดูหนึ่งอึก….



“.........”



“.........”



“พระพาย”  คุณรบเรียกกันด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ไม่อยากจะเชื่อว่าน้องจะบ้าบอได้ถึงขนาดนี้ คนเราไม่ต้องเป็นเจ้าหนูจำไมไปกับทุกเรื่องก็ได้นะ



“............”



“อื้อออออออ แง่ะ”  พระพายเบ้หน้า หน้าตาบิดเบี้ยวของน้องที่อดทนหนักมากทำให้เข้าใจคำว่ากินแล้วตายของคุณรบขึ้นมาเลย จริงๆคุณรบไม่ได้คาดหวังอะไรแบบนี้จากพระพายเลย อย่างว่า….เขาไล่เลขาให้ไปตาย ไม่ได้บอกให้เลขาฝึกงานไปตายแทน!  ว่าแต่อีตาคุณเพชรชงของแบบนี้ขึ้นมาได้นี่ต้องเป็นอัจฉริยะทางด้านไหน ด้านการทำลายล้างเหรอ??



นี่เขาเอาน้ำอะไรมาทำให้คุณรบกินเนี่ย!!!!!



“มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ” เขาถาม น้ำเสียงดูตกใจไม่ใช่น้อย ไม่ใช่….จริงๆแล้วเขาไม่คิดว่าพระพายจะกินมัน นี่คือเหยื่อทางอ้อมของการวางยาคุณรบหรือเนี่ย ว่าแต่เขาไม่เคยชิมฝีมือตัวเองจริงๆใช่ไหม พระพายทำได้แต่พยักหน้าหงึกหงัก หน้าตายังคงขื่นขมอยู่อย่างนั้น มันบอกไม่ถูกว่ามันเป็นรสอะไร พระพายได้แต่ทำปากพะงาบๆอธิบายไม่ออก คือมันก็กาแฟนี่แหละ



แต่เป็นกาแฟชั้นเลว….

เลวแบบที่ไม่คิดว่าจะมีเลวได้มากกว่านี้อีก….



“พี่เพชรกลับไปทำงานอื่นเถอะครับ พายไม่อยากให้คุณรบตายอ่ะ”  แล้วเชื่อไหมว่าคุณรบบอกมันมาหลายปีแล้วว่ามันห่วย แต่เพชรไม่เคยฟัง ทุกวันนี้คุณรบอยู่มาได้จนมีเมียอีกครั้ง พึ่งแต้มบุญล้วนๆมาต่ออายุตัวเองไขตัวเองแท้ๆ เชื่อเถอะว่าไม่เพราะทำบุญมาหนักละก็ เจนไม่นก ได้กลายเป็นเจนนกๆแน่นอน…เด็กชายอัศวินไม่กำพร้าพ่อก็ดีแค่ไหนแล้ว!



ตอนแรกพระพายก็คิดว่าคุณรบอวยพี่เจนเกินไปเรื่องชงกาแฟอร่อย แต่ทำไปทำมาก็ได้รู้ว่าเขาไม่ได้อวยหรอก ถ้าดื่มกาแฟของเลขาตัวเองได้ กาแฟที่ไหนบนโลกก็อร่อยแล้วทั้งนั้น เราสองคนพี่เลี้ยงและเลขาฝึกหัดเดินมาเก็บแก้วกาแฟที่ดูน่ารังเกียจนั้นกันสองคน เขานิ่งเงียบผิดปกติเข้าไปอีก ทั้งๆที่พระพายว่าช่วงหลังมานี่เขาก็ไม่ค่อยเฮฮาอะไรเท่าไหร่แล้ว พอน้อยใจเรื่องกาแฟก็ยิ่งกดดันกันเข้าไปอีก แต่พระพายไม่รู้จะปลอบยังไง ก็มันดื่มไม่ได้ เสี่ยงตายจริงๆ



“แต่สักวันพี่เพชรต้องชงอร่อยแน่ครับ เชื่อพายนะ”  พระพายยิ้มให้กำลังใจ หวังว่าคุณเลขาจะอารมณ์ดีขึ้น ทว่าเขากลับถอนหายใจออกมา ดูท่าทางจะเศร้ากับการไม่ถูกยอมรับในเรื่องนี้มาก หรือนี่จะเป็นวิกฤตของเลขาวัยกลายคน (??)



“พี่ต้องตกงานแน่เลย”  และความกังวลของเขาก็ทำให้พระพายยิ่งตกใจ มันไม่ขนาดนั้นหรอกน่า พระพายส่ายหัวจนผมปลิว และยิ่งเห็นเขายกแก้วกาแฟขึ้นจิบทั้งๆที่เคยเตือนเรื่องระดับความเป็นภัยแล้ว



เชื่อเถอะว่าใครก็กินมันไม่ได้ทั้งนั้น



“แค่กๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” แม้แต่คนชงเองก็ตาม



“ฮือออออ พายบอกพี่เพชรแล้ว”  ทำไมไม่จำบ้าง พระพายเบ้หน้าแทน รสฟาดที่ปลายลิ้นยังคงติดตรึง แค่คิดถึงก็พาลให้ขนลุกไปหมดทั้งตัว สงสารที่ตัวเองที่ชิงดื่มก่อน และสงสารเขาที่นึกบ้าๆทำโทษตัวเองด้วยการลองดื่มดู  เพชรเทกาแฟแก้วนั้นอย่างไม่ใยดีลงในซิงค์ วางแก้วให้แม่บ้านของบริษัทมาล้างก่อนจะเดินไหล่ตกออกจากแพนทรี่ พระพายที่เห็นแล้วรู้สึกใจไม่ดีเลยเดินตามไปวนรอบตัวเขาเหมือนเวียนเทียน



“พระพายไม่ต้องห่วงพี่นะครับ”  ก็พระพายเป็นห่วงนี่ พระพายรู้ดีว่าความผิดหวังมันเป็นอย่างไร ยิ่งคนที่ทำทุกอย่างได้ดีแต่มาตกม้าตายเรื่องกาแฟแบบนี้  ดูก็รู้ว่าเขาคงเสียใจมากมาย พระพายเองตั้งแต่เข้ามาทำงานกับทุกคนที่นี่ก็มีเรื่องให้รู้สึกท้อแท้และไม่พอใจในตัวเองมากเหมือนกัน แต่ก็ได้รับความช่วยเหลือจากเขาไม่ใช่หรือไง ทุกวันนี้พระพายจึงเริ่มรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น และเมื่อเห็นเขากำลังลำบากก็อยากจะช่วย



แม้ตัวเองก็ยังไร้ประโยชน์อยู่เหมือนเดิม



“พระพายรู้ไหมเนี่ยว่าคุณรบอนุมัติให้ติดตั้งไอ้เครื่องทำกาแฟนั่นและจ่ายค่าเมล็ดกาแฟอย่างดีให้พนักงานบริษัทได้กินทุกคน ส่วนคุณรบเนี่ยถ้าไม่ให้คุณเจนชงใส่กระติกมาให้ ก็นู่น เดินไปร้านกาแฟนู่น วันนึงกินกาแฟเกือบห้าร้อย”  พระพายตาโตกับราคากาแฟหนึ่งวันของคุณรบมาก แถมสิ่งที่พี่เพชรอธิบายก็ยิ่งทำให้คนที่ประหยัดเงินเก่งอย่างตนยิ่งเห็นคล้อยตาม อย่างนี้ไม่แปลกเลยที่พี่เพชรจะรู้สึกแย่ใช่ไหม แต่คุณรบคงไม่ไล่คนเก่งออกเพียงเพราะกาแฟที่เขาทำมันส่งผลถึงตายหรอก



อย่างดีก็ไปหักเงินเดือนและเอาเงินส่วนนั้นไปซื้อกาแฟกินเองนั่นแหละ ….

แต่วันละห้าร้อย เดือนนึงก็…..ฮืออออ พระพายสงสารอ่ะ



“ปกติพี่เพชรไม่กินกาแฟเหรอ”  จริงพระพายก็ไม่ได้ชอบกิน แต่ถึงไม่ชอบก็รู้ว่ารสชาติแบบไหนกินได้ และรสแบบไหนใกล้เคียงกับสารพิษ



“อืม พี่ไม่ชอบ เลยชงยังไงก็ไม่ดี”  เพราะโดยส่วนตัวก็ไม่กิน แล้วจะเอาที่ไหนมารู้ว่ากาแฟแบบไหนมันอร่อย สำหรับคนไม่กินกาแฟ….ของแบบนี้ก็คงไม่มีอะไรต่างสินะ พระพายพยักหน้าเออออเข้าใจ ยินดีที่เขาระบายอะไรให้ฟังบ้าง มันทำให้รู้สึกเป็นประโยชน์และเข้าถึงเขาได้ง่ายขึ้น



“พี่เพชรกินชาไหม แบบชานมไข่มุกอ่ะ อร่อยนะ”



“ก็….กินบ้างนะครับ”



“งั้นพระพายเลี้ยงนะ ใจเย็นๆ ทำอารมณ์ดีๆ ส่วนเรื่องกาแฟคุณรบไม่ต้องห่วงเดี๋ยวพระพายชงเอง”  คนดีของคุณหญิงพรรณียิ้มให้กำลังใจ สำหรับเพชรนี่เหมือนแสงสว่างหนึ่งเดียวของเขา ในวันที่ดูมืดมน เขาเชื่อว่าพระพายสามารถทำให้โลกของทุกคนดูสดใสขึ้นมาได้ราวกับว่าน้องพกเอาทุ่งลาเวนเดอร์ไปด้วยทุกที่ แม้ว่าตัวเองก็มีเรื่องกลุ้มใจ แต่ก็พร้อมที่จะมอบความปรารถนาดีของตัวเองให้คนอื่นเสมอ คนแบบนี้มีอยู่บนโลกก็ดีนะ



มีอยู่บนโลกของเขาก็ดีเหมือนกันนะ…



เรื่องกาแฟคุณรบอะไรนี่ไม่ใช่วิกฤติเลขาวัยกลางคนหรอก มันวิกฤติมานานแล้ว และยิ่งวอแวหนักขึ้นเมื่อมีคุณเจนเข้ามา จริงๆเขาไม่ได้ชงกาแฟมาให้คุณรบนานแล้ว แต่กลับมาชงวันนี้อีกครั้งเพราะอะไรนะเหรอ เพราะหวังในความใจดีของคนที่กำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปซื้อชานมไข่มุกให้กันอย่างไรเล่า เพชรยอมรับว่าตอแหลเก่ง ถ้าทำแล้วพระพายจะสนใจ แต่เชื่อเหอะเรื่องนี้ไม่มีใครเก่งเท่าคุณรบที่สับกาแฟเขาให้สุด แล้วไปหยุดที่การออดอ้อนให้เมียชงให้ เออชงกันเก่งดีนัก พ่อจะลากมาชงคู่เพชรพายกันให้หมดคอยดู และที่เขาชงห่วยนั่นไม่ใช่ว่าห่วยจริงๆหรอกนะ



คุณรบก็ทำเป็นเล่นใหญ่ไปงั้นเองแหละ แค่กๆ



“พี่เพชรตามพระพายลงมาทำไมอะครับ”  พระพายถาม หลังจากที่เขาเข้ามาในลิฟท์ด้วย มันจะมีช่วงหนึ่งที่น้องเหมือนจะรู้ทันกันไปเสียทุกเรื่อง และบางช่วงที่น้องตามกันไม่ทัน แต่จะแบบไหนก็ดูน่าเอ็นดู นี่คงไม่รู้หรือคาดไม่ถึงสินะ



“ก็พระพายอยากเลี้ยงชานมไข่มุกพี่”



“พายก็จะลงไปซื้อให้ไงครับ”



“นี่ไง พี่จะลงไปเลือกเอง”



“แต่คุณรบทำงานคนเดียว”



“โหยยยย เป็นโสดคนเดียวตั้งนานยังทำได้ พระพายเชื่อพี่ว่าคุณรบไม่เหงาหรอกครับ”  พระพายจ้องเขาตาถลน คือมันไม่เกี่ยวว่าคุณรบจะเหงาหรือไม่…



แต่เลขาสองคนจะพร้อมใจกันอู้งานไม่ได้เว้ยยยย!!!!!!





Talk: มาติดกันอีกวัน ฮืออออต่อเรือเพชรพายอย่างขยันขันแข็ง ฝากให้กำลังใจพระเอกตัวน้อยๆคนนี้ไว้สักคน ช่วงนี้พี่เขายังค่อยๆขายอ้อยให้น้องอยู่ แต่เดี๋ยวเขาจะทุ่มป้ายโปรโมชั่นใส่พระพายในอีกไม่นานนี้แล้ว ขอให้จับตามองคู่ที่สองของจักรวาลนกๆนี้ไว้ด้วยนะคะ อย่างไรก็ตามพี่เพชรเขาแจงแล้วว่าจะไม่นก ยังไงก็ไม่ก ก็มารอดูกันค่ะ ให้พระพายทำนายกัน5555

ตัวเรื่องอาจจะจบเร็วๆ พอจบจักรวาลนี้เราก็เคยคิดจะแต่งอาทิตย์ศศิต่อ แต่ตอนนี้มันอืดๆหน่อย อาจจะไปเน้นการไดเอทและทำงานสักพัก พอใจกับตัวเองขึ้นมาเมื่อไหร่เราจะกลับมาแต่งนิยายต่อแน่นอน แต่ถ้าไฟลุกโชนไดเอทก็คงต้องรอเหมือนกัน555

ฝากแท้ก #เพชรพระพาย #เจนไม่นก เอาไว้ที่นี้

Twitter @reallyuri

Facebook:

ฝากสปอยล์สิ่งที่คิดจะแต่งไว้ตรงนี้ด้วย






คุณป๋าอาจจะคิดว่ามันไม่แฟร์เท่าไหร่

เพราะในตอนที่อายุเท่ากันเขาไม่เคยเรียกร้องได้ขนาดนี้



“ไม่ให้” และนักรบ รัตนสกุลในยามนี้ก็ไม่ใจดีกับลูกของเขาเหมือนตอนที่น้องวินยังเป็นก้อนอีกต่อไป ยิ่งโตขึ้นเท่าไหร่ เขาก็พยายามจะเข้มงวดกับลูกให้เหมาะสมกับสิ่งที่เขาต้องเจอ แต่บางทีมันก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เพราะคนที่เขาเคยยัดเยียดความเป็น ‘แม่’ ให้ ‘ลูก’ ทำหน้าที่ได้ดีเกินไป และเพราะเจนรักษ์เลี้ยงกันมาดีขนาดนั้น



นายอัศวิน รัตนสกุล ถึงได้มาเผชิญหน้าต่อรองกับเขาอย่างไม่เกรงฟ้าเกรงดินขนาดนั้น



“ครับ”  เจ้าก้อนตัวน้อยกระโดดเป็นกบในวันนั้น บัดนี้ได้เติบใหญ่เทียบความสูงได้สูสีกับเขาคนเป็นพ่อที่นับวันก็เริ่มจะโรยรา จะบอกว่า ‘น้องวิน’ โตมาคล้ายเขาก่อนหน้านี้ก็ว่าได้ รูปลักษณ์เราคล้ายกันเลยทีเดียว แต่นิสัยไม่เหมือนหรอก อย่างน้อยนักรบก็ไม่เคยกล้าพูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการขนาดนี้ และอันที่จริงเขาไม่เคยมีความต้องการแบบที่ลูกมาขอเขาอยู่เลย



“วินต่อรองมาแล้วครั้งนึง จำได้ไหม”  ทำไมวินจะจำไม่ได้ว่าเคยพูดอะไรไปบ้าง ตอนที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยก็ได้ขอมาครั้งหนึ่งแล้ว และตอนนี้ที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยนี่อีก ยังไงก็จะไม่ทำตามให้ได้เลยใช่ไหม



“จำได้ครับ”



“แล้วคราวนี้จะเอาอะไรมาต่อรอง”  เราไม่เคยขอกันฟรีๆ เป็นลูกของนักรบเท่ากับแบกความหวังของรัตนสกุลไว้ด้วย และนั่นคือกฎระหว่างเราพ่อลูก เจ้าของดวงตาคมปราบไม่ต่างกันไม่เคยจะลดละ อย่างไรก็จะเอาให้ได้



เขาจะไม่ไปเรียนต่อต่างประเทศในตอนนี้!

ความคิดเห็น