ขอบคุณที่สละเวลาอ่านกันนะครับ อาจจะไม่ใช่สายหลักต่อสู้เก้บเลเวล อัพสเตตัส แต่ก็น่าจะพอให้ความบันเทิงกับพี่ๆ น้องๆ ได้บ้าง

#10 ทีออน (04) จบซีซั่น

ชื่อตอน : #10 ทีออน (04) จบซีซั่น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ธ.ค. 2561 12:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#10 ทีออน (04) จบซีซั่น
แบบอักษร

........................................................................................

“หิมะละลายหมด  ไม่สิ  มันเหมือนมีบางอย่างดูดเอาหิมะไป  ทั้งที่เหลืออีกราวๆ เดือนสองเดือนเดือนหิมะจะเริ่มละลายลงบ้างแท้ๆ ..”

“พวกเจ้าไม่รู้เหรอ  นี่เป็นเพราะลอร์ดทีออนและพระนางซินดี้ไงล่ะ  พวกเขาดูดซับเอาความเย็นยะเยือกไป  ผู้คนเริ่มสัญจรได้   แต่เฉพาะเส้นทางการเดินทางกับในหมู่บ้านและตัวเมืองเท่านั้นนะ  ในป่ากลับยังมีหิมะหนาแบบเดิม  แบบนี้เลยยังเข้าไปหาของป่าไม่ได้อยู่ดี”

“เอาน่ะ อย่างน้อยก็เดินทางกับขนส่งสินค้าได้ก่อนเวลา”

“ไม่ล่ะ  ทางเดินหิมะละลายจริง  แต่อากาศยังหนาวอยู่ พวกข้าไม่มีรถพลังเวทคริสตัน  ลำพังสัตว์ลากเลื่อนรถจะหนาวตายกันก่อน”

ผู้คนในเมืองและตามหมู่บ้านต่างพูดคุยกัน  ระหว่างนั้นบรรดาขุนนางน้อยใหญ่พากันเข้าเฝ้าที่ท้องพระโรง  ราชสำนักจัดที่พักให้เหล่าขุนนางน้อยใหญ่และคณะติดตามในโรงแรมที่พักชั้นนำในนครหลวง

ในท้องพระโรงที่โปร่งเย็นในฤดูร้อน  เมื่อยามฤดูหนาวจะหนาวเหน็บมาก  แต่ตอนนี้ข้างบัลลังมีดาบมารโลหิตวางพิงไว้ที่แท่นพักดาบของลอร์ดทีออน...กลับทำให้ท้องพระโรงนี้อบอุ่นมาก จนทุกคนถอดผ้าคลุมกันหนาวพาดแขนไว้แทน

พระชายาทั้ง 9 นั่งบัลลังด้านข้าง  แท่นประทับตรงกลางคือทีออนทีเดินเข้ามานั่ง..

ทีออนเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง  นี่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของทีออนอีกแล้ว

“งั้นเราควรรีบทาบทามฑาราห์ก่อนพระนางรีฮาน  หาไม่แล้วกราเซียนที่ถูกราลปกครองแล้วนั้นจะยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่  ลำพังเราอาณาจักรเดียวไม่สามารถต่อกรได้”

“แต่การทำแบบนั้นฑาราห์ไหนเลยจะยอมมาเข้ากับเรา  อยู่ดีๆ ใครจะอยากมาเป็นเมืองขึ้นของเรา”

“ไม่ใช่เมืองขึ้น  เรียกว่าพันธมิตรต่างหาก”

“เผ่าดวอร์ฟดื้อรั้นจะตาย  เลยมีใครเจรจาอะไรได้ง่ายๆ งั้นเหรอไง”

...ผู้อำนวยการกระทรวงต่างๆ พากันถกเถียง...

ทุกคนเพิ่งนึกได้  รีบเงียบหุบปากลง  ... เผลอวิจาร์เผ่าดวอร์ฟต่อหน้าพระนางปาลูลูและพระนางอูลที่เป็นเผ่าดวอร์ฟ...

“พวกท่านอย่าได้คิดมาก  เรื่องนี้สำคัญมากเชิญประชุมต่อเถอะ”..ปาลูลูกล่าวกับขุนนาง

ขุนนางพากันโค้งเล็กน้อยรับคำ..

ฟาซิโนมือขวาลอร์ดถามเหล่าแม่ทัพ

“พวกท่านคิดว่าทัพเราพร้อมหลังพ้นดูหนาวนี้แค่ไหน  มากพอที่ทำให้ทางฑาราห์อยากจะร่วมกับเรามั้ย?”

“เรียนท่านมือขวา .... หลังพ้นฤดูหนาวนี้ก็ยังไม่พร้อมครับ  ทัพปีศาจเราเดิมทีเข้มแข็งที่สุด  แต่นับจากการแพ้สงครามผู้กล้า-ราชาปีศาจมาพวกเราก็ถูกจำกัดจำนวนกำลังรบในฐานะเป็นอาณาจักรแพ้สงครามและถูกเพ่งเล็งไม่ให้กระด้างกระเดื่อง  ..อีกทั้ง.......” ...แม่ทัพคนหนึ่งกล่าวแล้วอ้ำอึ้ง

“อีกทั้งอันใด?”...

...ผู้อำนวยการกระทรวงการคลังเดินก้าวออกมา..

“อีกทั้งพระนางจูเกอเซียได้ผลาญสมบัติในท้องพระคลังไปอย่างสุรุ่ยสุร่าย .... ฟังว่าแค่น้ำล้างคราบกำหนัด ยังราดล้างด้วยไวน์ชั้นดีที่บ่มถึง 70 ปีขึ้นไปด้วยซ้ำ”

“จริง ข้าเห็นมาแล้ว”...ทีออนกล่าว

“แม้ช่วงนี้เศรษฐกิจจะดีขึ้นในภาพรวม  แต่เราเพิ่งจะงดเว้นภาษีไปหลายรายการในรัชสมัยของท่านลอร์ดทีออนนี้เอง  ทำให้ยอดเงินในคลังไม่พอในการศึกแน่  พวกข้าเองก็เคยปรึกษาเหล่าแม่ทัพดูแล้ว” ..ผู้อำนวยการกระทรวงการพาณิชย์กล่าวเสริม

“ออกจะดูโหดร้ายไปเสียหน่อย  แต่เราควรเรียกเก็บภาษีมากขึ้นนะเพคะ  นี่เป็นช่วงสงคราม  หาใช่ช่วงประคองเศรษฐกิจแบบก่อนหน้านี้แล้ว”...พระชายาลามีน  แม่ทัพใหญ่ และควบตำแหน่งผู้อำนวยการกระทรวงการกลาโหม กล่าวกับทีออน

“แต่ชาวบ้านจะไม่พร้อมน่ะสิพระนาง  ไม่ใช่กระหม่อมไม่เห็นด้วยนะ  แต่หลังจากเศรษฐกิจเพิ่งฝื้นตัว  พอพ้นฤดูหนาวอันแสนทรมานและไร้ผลผลิต  ถ้าต้องเจอสภาวะสงครามเลยนี่มัน..  แล้วแถมอาจจะต้องเกณฑ์ชาวบ้านมาเป็นทหารอีก ..พวกเราเพิ่งพ้นจากการก่นด่าของประชาชนได้ไม่นานเองแท้ๆ”...ผู้อำนวยการกระทรวงมหาดไทย ถอนหายใจไปกล่าวไป

พูดถึงผลผลิตเก็บเกี่ยว  ตามจริงต้องมีกระทวงเกษตรแบบกราเซียน  ฑาราห์หรือราล  แต่นันฑราเพาะปลูกลำบากด้วยพื้นที่และสภาพดินที่ไม่เหมาะ  ทำให้การดูและเรื่องพืชผลรวบเป็นหน้าที่ของมหาดไทยดูแลควบกับพาณิชย์

ผู้อำนวยการกระทรวงสาธารณสุข  ไม่มีความเห็นใดๆ..

“ท่านล่ะ ท่านผู้ตรวจการแผ่นดิน...ท่านมีความคิดอ่านใด?”...ทีออนถามฟาซิโน

“ถ้าข้าบอกให้ยอมรับข้อเสนอที่นางพระนางจะจัดขึ้น ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่ามีอะไรบ้างนี่  พวกท่านจะหาว่าขี้ขลาดมั้ย?”...

“เชิญท่านว่ามา”

“เรายังไม่รู้ว่าพระนางจะดีหรือร้ายในแง่การบริหาร  จริงอยู่นางอาจจะโหดเหี้ยมในการชิงอำนาจ  แต่ตอนนี้นางได้อำนาจ และแถมตัวนางเองก็มีพลังที่ยากหยั่งถึงมาแล้วในมือ  นางไม่มีความจำเป็นต้องฆ่าใครอีกหากนางยังคงได้ชื่อว่าเป็นผู้ครอบครอง....อาจบางทีนางจะเสนอเงื่อนไขที่เราแทบไม่เสียอะไรเลยด้วยก็ว่าได้  รอเราเข้มแข็งค่อยขึ้นต่อต้าน”.....ฟาซิโนกล่าวกับทุกคนในวัง

ทีออนเงียบ ทั้งที่ในท้องพระโรงส่งเสียงฮือฮาถกเถียงกันในคำของฟาซิโน .... ทีออนครุ่นคิดว่า สำหรับฟาซิโนแล้วเดิมทีเขาแค่อยากปลดแม่เขาลงจากบัลลังแล้วพาไปอยู่ที่สำนักด้วย   แล้วถ้ากับราชาวีรชนที่เคยเหมือนจะเคียดแค้น  ยามนี้เขาคนนั้นเองก็แค่เป็นตัวหมากที่โดนหลอกให้ทำ หลอกให้สร้างบาดแผลแก่คนอื่นแล้วเขี่ยทิ้งเมื่อใช้เสร็จ  ศัตรูที่พ่อลูกนี้ตระเตรียมฟาดฟันก็เป็นแค่ผู้เคราะห์ร้าย  หรือพวกเขาเองก็คงหมดเงื่อนไขที่จะดิ้นรนต่อสู้แล้ว?

“เรื่องนี้ข้าไม่เห็นด้วยนะท่านผู้ตรวจการ  ถ้าเราโดนกดหัวอีก  ก็จะไม่มีวันฟื้นขึ้นมาอีกได้เลย  คิดว่าคนฉลาดอย่างพระนางที่วางแผนได้ถึงขนาดนั้น จะยอมให้เรามีทางลืมตาอ้าปากสร้างทัพพร้อมสู้ได้เหรอ...”  ..พระชายามารีเอนรี่พูดบ้าง

นางมองรอบๆ แล้วกล่าวต่อ

“ข้าเองอยู่เมืองศูนย์กลางกับพ่อที่เป็นของผู้ว่าการ ซึ่งอยู่ละแวกชายแดนมานาน  ประสบการณ์ทำเควสภารกิจจากการเป็นนักผจญภัยแม้ไม่มากมายนัก  แต่ก็พอจะเห็นสภาพการโดนกดไม่ให้มีฐานอำนาจในระยะยาวได้ของแต่ละพื้นที่ที่ไปทำภารกิจ...”

“ข้าเห็นด้วยกับมารีเอนรี่นะ เดิมข้าอยู่ที่ฑาราห์แม้จะค่อยมาทางนันฑรามาก็จริง  แต่ก็ตระเวนหาแร่ต่างๆ กับแม่ในอาณาจักรตัวเองมานาน  ขนาดฑาราห์ไม่มีปัญหากระด้างกระเดื่อง  ยังต้องอยู่ด้วยการเติบโตที่จำกัด  จากสภาวะที่จำกัดอยู่ก่อนแล้ว”..พระชายาอูลเสริมอีกคน

“นั่นขนาดราชาวีรชนเอ๊กซ์ที่ว่ากันว่าใจดีดุจเทพเทวดาแล้วนะ  แต่เราต้องมาเจอกับนางที่โหดเหี้ยมอำมหิตขนาดนี้  คิดว่าเราจะอยู่กันในสภาพไหน.....  อา..นางคือเพื่อนที่ข้าเคยรู้จัก หัวเรา คุยเรื่องสารพัดที่สนิทด้วย  ตอนนี้ น.. ..นางไม่.....อา... ข้าไม่รู้จักนางแล้ว  ตัวนางในตอนนี้คือคนแบบไหน ข้าไม่รู้เลย”..พระสนมปาลูลูเอามือกุมขมับพร้อมส่ายหน้า

เสียง ซิกๆ อึกอัก สะอื้นค่อยๆ ดังขึ้น......ต้นเสียงมาจากทางรีเน่

“เสด็จตา .... อึก อึก...ฮือ.อ.อ.อ”..พระสนมรีเน่เม้มปากจนแทบจะเป็นเลข 8 แนวนอน  น้ำมูกน้ำตาค่อยๆ ไหลออกมา

“เจนอส!”..ทีออนส่งเสียงเสียงมังกรโลหะทมิฬ

“เสด็จพ่อ..” ..เจนอสเข้ามาตามเสียงเรียก

“พาแม่เจ้าเข้าไปพักผ่อน  ดูแลนางด้วยเสร็จแล้วข้าจะไปดู”..ทีออนฝากเจนอสดูแลรีเน่

“ห๊ะ!...เสด็จแม่!!”..เจนอสเห็นรีเน่ร้องไห้  รีบประคองพาไปหลังบังลัง

ฟามีน่าตามไปด้วย  นางก็กลั้นน้ำตาไว้เช่นกัน  ตาของรีเน่คือปู่ของนาง

สำหรับรีเน่ นี่คือเหตุการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก  ตาที่ตนรักถูกยายที่ตนรักสังหาร  นางจะทวงความเป็นธรรมให้ใคร จะล้างแค้นยังไงได้.....ได้แค่ร้องไห้ฟูมฟาย  รีเน่กับฟามีน่ากอดกันไปร้องไห้ไป

หลังเสนอความเห็น ทุกคนเงียบสงบ มองไปยังทีออน

“...”...ทีออนหลับตาแล้วยืนขึ้น

“เราจะเตรียมความพร้อมในการทำศึกทุกเวลา  แต่เราจะไม่เร่งเพิ่มภาษีประชาชนตอนนี้  ราลเองก็เสียลอร์ดที่ขึ้นบัลลังตามกฎมนเทียรบาลอันถูกต้องของพวกเขาด้วยฝีมือพระนาง  ราลเองหลังจากนี้ต้องไม่เป็นปึกแผ่นแน่  เราจะอาศัยแรงสนับสนุนจากทางฝั่งนั้น แล้วทำแบบเดียวกันกับทางฑาราห์  ที่สำคัญเราต้องตามหามังกร  แล้วรวบรวมพวกเขามาให้มากที่สุดเท่าที่ยังเหลืออยู่  เท่าที่พวกเขาจะยอมร่วมศึกด้วย  รีฮาน..นางไม่ใช่คนโง่  ยามนี้ต้องไม่ทำศึกแน่นอน  หากเร่งทำศึกตอนที่แผ่นดินเพิ่งผลัดเปลี่ยน และเศรษฐกิจกำลังชะลอตัวรอดูทิศทางลมเช่นนี้....สิ่งแรกคือสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจให้มั่นคงก่อน  เราเองก็เช่นกัน!!”....

ทีออนพูดเสร็จถามต่อ

“มีใครจะเพิ่มเติม หรือคัดค้านอะไรอีกมั้ย?  ข้ายินดีฟัง”..

มองทุกคนแล้วกล่าวต่อ

“หากไม่มีใครคัดค้านอะไร  ข้าของจบการประชุมเท่านี้  พวกท่านไปพักได้  อีก 2 วันเราจะประชุมหารือในรายละเอียดของแต่ละภาคส่วนกัน”

“กระหม่อมมีอีกเรื่อง ท่านลอร์ด”...หัวหน้ากองทหารองครักษ์นายหนึ่งเสนอ

“เชิญท่านว่า..”

“ตอนนี้เราไม่มีสายการข่าว ให้กระหม่อมจัดคน...”

ยังไม่ทันกล่าวจบ ทีออนค้าน

“ไม่ได้! ... ข้าเห็นแล้วว่าคนของเรา.... ของท่านฟาซิอานตายยังไง  พวกเขาไม่อาจรอดพ้นพลังสายตาแห่งปราชญ์มังกรได้  แค่ก้าวเข้านครหลวง  นางก็ส่งคนมารับไปตัดหัวเสียวรั้ววังของนางแล้ว”...

“แต่..”

“ไม่มีแต่!! ข้าจะไม่ให้คนของเราตายไปมากก่านี้แล้ว จนกว่าสงครามเต็มรูปแบบจะมาถึง สำหรับการข่าวนั้นเราจะใช้ระบบสืบข่าวสารทั่วไปตามเมืองต่างๆ รอบๆ นครหลวงทั้งของกราเซียน ฑาราห์ และราล  เราจะไม่ส่งคนเข้าไปเสี่ยง”

หัวหน้ากองทหารองครักษ์ก้มหน้ารับคำ..

“หม่อมฉันถามอะไรหน่อยเพคะ  ถ้าข่าวที่เราสืบรอบๆ เป็นแค่ข่าวลวงล่ะเพคะ?”...พระชายาลามีนถาม

“ที่เราได้มาทั้งหมด จนถึงตอนนี้ไม่ใช่ข่าวลวงเหรอไง?  ต่อให้สืบถึงเตียงนาง ตะกร้าผ้าของนาง  ถ้านางจะลวง  พวกเขาก็ได้แต่รายงานสิ่งลวงมาให้เราตามหน้าที่  ดังนั้นการสืบข่าวแต่วงนอก  จะทำให้เราวินิจฉัยข่าวที่ได้ดีกว่าข่าววงลึก”..ทีออนหันมาตอบลามีน

“เช่นไรรึท่านลอร์ด” ...บรรดาผู้ว่าการเมือง ต่างสงสัยกัน

“ก็ถ้าเราได้ข่าววงในมากไป นั่นอาจจะทำให้พวกนั้นจงใจปล่อยข่าวให้สายข่าวรอบตัวที่แฝงอยู่เอาข่าวผิดๆ มาให้เราโดยตรง  และมันจะได้ผลกว่าปล่อยข่าวลงในภาครวมๆ แบบข่าวลือในเมือง   แต่ถ้าเขาทำได้แค่กระจายข่าวลวงในเมือง  แน่นอนว่าเราไม่เชื่อสักข่าว  แต่เราจะเอาข่าวลวงเหล่านั้นมาวิเคราะห์  ว่าทำไมทางนั้นปล่อยข่าวลักษณะนั้นออกมา  เราจะไม่เชื่อสักข่าว  แต่การที่เรารับข่าวจริงบ้าง ลวงบ้างพวกนั้น  จะทำให้เราวิเคราะห์สภาพการณ์ของทางนั้นได้มากขึ้น....หรืออย่างน้อยก็ไม่ถูกหลอกอีก”

ทีออนอธิบาย

ฟาซิอานก้มหน้า  ลอบตื้นตันทีออนในใจ  ทั้งหมดนี่เพราะทีออนไม่ต้องให้มีการเสียสละคนเข้าไปตายแบบศิษย์สำหนักกระบี่อาชาอีก.....

ขุนนางมองหน้ากัน  แล้วพากันกล่าว

“ท่านลอร์ดฟังคำขอที่เห็นแก่ตัวพวกเราสักนิด...  พวกเราเคยปรึกษาพูดคุยกันมานานแล้ว  และตอนนี้ยิ้งแน่ใจ”

จากนั้นพากันคุกเข่า “องค์ราชา”

“เฮ้ย!! เดี๋ยว...ข้าเป็นลอร์ดผู้ปกครองอาณาจักร” ทีออนตกใจกับคำเรียก

ขุนนางยังคุกเข่า  ฟาซิอานและฟาซิโน   พระชายาลามีนทุกเข่าในท่าของแม่ทัพนักรบ

“พวกเราปรึกษากันนานแล้ว  ท่านมีคุณสมบัติเป็นราชาสถาปนานันฑราเราเป็นราชอาณาจักร  ตอลดทางที่พวกเรามา  ประชาชนก็ชื่นชมแต่ท่าน  แล้วการตัดสินใจของท่านวันนี้ยิ่งทำให้พวกเรายิ่งมั่นใน........ฝ่าบาท!! ........ทรงเป็นองค์ราชาให้เราด้วย  ท่านไม่ใช่ปีศาจ  แต่เป็นองค์ราชามารได้!!”......

เหล่าขุนนางต่างพากันสนับสนุน  กระทั่งทหารยามที่ยืนถือหอกเฝ้าหน้าท้องพระโรงยังวางหอก หันมาคุกเข่า

“....”

ทีออนหันมามองซินดี้....ซินดี้ยิ้มเป็นการบอกว่าตามแต่ทีออน...แต่นางก็กล่าวเสริมว่า

“จะสู้กับคนที่สถาปนาตนเป็นจ้าวจักรพรรดิ  ก็ต้องเป็นคนที่มีตำแหน่งทัดเทียมเพคะ”..

“ก็ได้ ข้ารับคำขอของพวกท่าน  ในยามนี้ไม่ต้องจัดพิธี แค่ประกาศออกไปก็พอ  เกียรติของข้าในยามภาวะนี้หาใช่งานฉลอง  แต่เป็นการที่ร่วมเป็นร่วมตายไปกับพวกท่านและประชาชน!!”.....ทีออนพูดอย่างหนักแน่นรับคำขอ

“รับด้วยเกล้าพระเจ้าข้า!!”...ทุกคนกล่าวโดยพร้อมเพรียง

พระชายาทุกคนลุกจากบัลลัง ลงมานั่งกึ่งคุกเข่าทีออนสั่งทั้งหมดลุกขึ้น ตนเองไปประคองซินดี้ที่อุ้มท้องอยู่

จบการประชุม  ทั้งหมดมีประกาศ  ทีออนเป็นองค์ราชามาร  เป็นเหนือหัวของทุกผู้คนในนันฑรา  ไม่ว่าจะเผ่าใด  ก็จะตนปกครองดูแลทัดเทียมในราชอาณาจักรนี้  เสียงโห่ร้องทั้งที่เมืองยังมีอากาศหนาว

ทีออน ทีออน องค์ราชา องค์ราชา

นันฑราใช้ระบบใหม่  ราชนิกุลที่ภักดีต่อทีออน  ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นลอร์ดผู้ปกครองดินแดนของตนเองกัน  ...

ทีออนเข้ามาดูรีเน่   นางร้องไห้จนหลับไปบนตักของเจนอส  จากนั้นทีออนมาดูเนียร์  จะตั้งเนียร์เป็นพระชายาคนที่ 10  เนียร์ร้องไห้คุกเข่า  วอนหากยังรักนางอย่าให้นางรับตำแหน่งนี้  ทีออนไม่อายแต่นางอาย

ความจริงเพิ่งกระจ่าง  นางถูกพระสนมรีฮานยกนางให้คนที่พระสนมหวังพึ่งพาในแผน  นางยังสาว ยังดูใหม่  ไม่รู้เท่าไหร่ที่ต้องบริการสวาทให้ชนชั้นสูงพวกนั้น  พระนางไม่ต่างจากจูเกอเซียที่ขายน้องสาวตนเอง  แต่ของรีฮานมองเนียร์เป็นแค่สาวใช้นางกำนัน   แค่สนิทด้วยเท่านั้น...รีฮานหาได้เสียดายไม่

ทีออนทราบเรื่องลงไปโอบกอดเนียร์  น้ำตาไหลลงมา....ผู้หญิงที่อยู่กินกับตนคนแรกคือเนียร์  ยามนี้นางขอดูแลซินดี้ที่อุ้มท้องและแม่ของทีออน  ทีออนแต่งตั้งนางเป็นพระพี่เลี้ยง  จากนี้ดูแลน้องชายทีออนและลูกๆ ที่จะเกิดมาของตน  มารยาทและงานบ้านเจ้าชายเจ้าหญิงทุกองค์ต้องเป็น  ให้สิทธิ์ขาดเนียร์ในการอบรมและลงโทษ....  ทีออนแม้แต่งตั้งนางไม่ได้เพราะนางร้องขอไว้   แต่หาได้รังเกียจนางไม่  .... เมียชาวบ้านที่เคยโดนสามีขยี้สวาทมาก่อน  บางคนแต่งงานมาหลายครั้ง....ตนยังเคยไปเสียบสอยรูสวาทพวกนางมาได้   กับอีแค่คนรักเก่าที่แก่กว่าตนหลายปีตนโดนบังคับขืนใจ  ทำไมจะรับนางไม่ได้

ซินดี้กอดเนียร์พากันร้องไห้  พวกนางสนิทกันดุจพี่น้องญาติมิตร  ยามนี้พวกนางไม่มีญาติร่วมสายเลือดก็ต่างเหลือแค่กันและกัน

ความแค้นนี้คือไฟสุมอกทีออน  ยามนี้มีแต่ความชิงชังรีฮาน... ตอนนี้ใครมีหน้าที่อะไร  ต่างต้องไปทำ  ใครมีวิชาต้องฝึกก็ต้องไปฝึก  ฝึกให้หนัก  ฝึกให้แกร่งเท่าที่จะทำได้  ...  ตำราเทพวีรชนกับตำรากระบี่เทพีล่องนภาอยู่ในมือฟาซิโน  พลังขั้นที่ 5 ที่ไม่มีใครบรรลุได้  แท้จริงแล้วต้องสละพลังถ่ายออกให้ผู้อื่น  จากนั้นค่อยฝึกใหม่ก็จะผ่านขั้นที่ 6 ไปได้  แล้วพลังจะฝึกไหลลื่นจนถึงบรรลุขั้นที่ 10

ฟามีน่ากับฟาซิอานที่มีพลังขั้นที่ 5 ต่างต้องถ่ายทอดพลังออก....ทั้งคู่เลือกถ่ายให้ ฟีตาร์ และฟีสเทอรีน  การถ่ายพลังวิชาให้นั้น  ผู้รับจะได้พลังขั้นที่ 1-5 มาโดยไม่ต้องฝึก  แต่จะไม่สามารถพัฒนาได้อีกแม้จะถ่ายพลังให้คนอื่นบ้างก็ตาม  แต่สำหรับนางที่ไม่ใช่นักสู้  การมีพลังขั้นที่ 5 ถือว่าร้ายกาจกว่าผู้คนทั่วไปมากมาย....พลังนางทัดเทียมกับยอดฝีมือเจ้าสำนักใหญ่ๆ ที่เป็นกลุ่มผู้กล้าเก่าแล้ว  ที่พวกนางต้องทำคือ  ฝึกควบคุมมันให้ดี

ส่วนเจนแมรี่และสามีนางผู้ชมชอบวิชากระบี่และต้องสืบทอดสำนัก  ได้ทุ่มเทนับตั้งแต่มีตำราซ่อนไว้เป็นไพ่ตาย  ก็ฝึกอย่างหนักจนขั้นที่ 5 จากนั้นถ่ายออกให้ปาลูลูและอูล แม่ลูกพวกนางมีพลังมากพอจะตีอาวุธดีๆ ได้ทั้งวันสบายๆ คนทั้ง 4 ที่ถ่ายพลังวิชาเทพวีรชนต่างต้องเก็บตัวฝึกที่วัง  เพราะเป็นช่วงที่อ่อนแอที่สุด  ฝ่ายซินดี้ไม่อาจฝึกวิชาต่อเพราะตนยังต้องครรภ์  ไม่อาจตายหนที่ 4 ได้ด้วยวิชามารเก้ามรณะ

เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของกำลังรบ ลามีนถ่ายทอดวิชา <พลังเพลิงทมิฬผลาญฟ้า> ของราชาปีศาจขั้นพื้นฐานให้แม้ทัพนางกองและหน่วยองครักษ์กับทองทหารอัศวิน .... ตัวลามีนเองก็ตั้งใจฝึกวิชาเพลิงทมิฬนี้ต่อ  ยามนี้ตนก็ฝึกไปได้มาก  วิชานี้ร้ายกาจทัดเทียมวิชาเทพวีรชนของราชาผู้กล้า  ทุกคนต่างต้องการเป็นกำลังให้ทีออน

รีเน่ไม่สนใจตำรายอดวิชา  นางเดินพลังทุกวี่วันหลังฝึกกระบี่  ไม่ใช่เพราะแค่พรสวรรค์ในการฝึกกระบี่  แต่นางฝึกมันมากกว่าใคร  ไม่ใช่ฝึกไม่กี่ชั่วโมงแล้วพัก กระบี่ที่นางฝึก  ลำพังแค่แทงอย่างเดียวก็เกือบจะนับหมื่นครั้งได้หนึ่งวัน  ยังมีการฟัน ตวัด ทแยง  นางฝึกครั้งละหลายพันครั้งต่อวัน  จบการฝึกนางก็จะเดินพลัง  เพลงกระบี่นางไม่ต้องพึ่งพาพลัง  แต่หากจะฟันให้ไกลและกว้าง  จำต้องใช้พลังท่าวิชา  นางเดินพลังต่อตรงไหนไม่ได้  ด้วยความอัจฉริยภาพ  นางกลับใช้พลังกระบี่ในตัวทิ่มทะลวงจุดชีพจรต่างๆ  พลังก้าวหน้าเพิ่มพูน

ทีออนเข้าไปหาแม่  แม่กำลังจะทำความเคารพองค์ราชา  ทีออนที่เต็มไปด้วยความทรงจำของชาติภพ  ยามนี้รีบคว้าแม่ไม่ใช่ทำการเคารพตน  พร้อมกล่าวจากปากว่าองค์ราชาต้องเคารพบิดามารดา   จึงจะเป็นจอมคนที่แท้จริง  หาไม่แล้วเป็นสามัญชนยังไม่คู่ควร...  และกับตน แม่ไม่ต้องใช้ราชาศัพท์ใด

“แม่ครับ  ข้าจะไปอยู่ไหน  ข้าก็ลูกแม่  ใจข้าอยากพาพ่อมาด้วย  แต่เขาอยู่ในที่ที่ไกลออกไปมาก  ห่างจากการศึกแน่นอน แม้ไม่เจริญนัก  แต่เขาก็ควรอยู่แบบผาสุขในแบบของเขา  ถ้าพาเขามา  ก็จะเจอท่านแล้วมีปัญหากัน....” ..ทีออนนั่งโต๊ะหินคุยกับแม่  ตนก็ไม่รู้จะคุยอะไร  แม่ปกติก็แทบไม่พูดกับตน

“แม่ แม่?” เด็กชายตัวน้อยวิ่งเตาะแตะมา  เนียร์เดินตามคอยจับไม่ให้ซนจนวิ่งไปชนข้างของบาดเจ็บ

แม่อุ้มน้องขึ้นมานั่งตัก ... ยิ้มนิดๆ แล้วนั่งเงียบ  ..สักพักนางจึงกล่าว

“เลออน.. ชื่อของน้องเจ้า”....

“เลออน..”....ทีออนยิ้มแล้วลูบหัวเลออนน้องชายตน

ทีออนพบว่าพวกตนโชคดีที่หน้าตนกับน้องล้วนเหมือนแม่  เพราะพ่อทีออนหน้าตาค่อนข้างไปทางดุเถื่อน  ส่วนนายอำเภอก็อ้วนหน้าตากวนประสาท  .....  นึกแล้วก็ขำออกมานิดๆ

พระชายาแต่ละนางถูกแต่งตั้งเป็นพระสนม  ส่วนซินดี้นั้น ทีออนแต่งตั้งเป็นราชินีตามที่ตั้งใจไว้ ..

ช่วงพักยามบ่ายแบบนี้  พระสนม 4 นางวิ่งกันเบียดกันไปมา  ทั้งหมดมี... มารีเอนรี่   อูล  ฟีสสตาร์ ฟีสเทอรีน  พวกนางแย่งกันเข้ามาประจบเอาในพระมารดา

“เสด็จแม่เบื่อสวนชั้นในมั้ยเพคะ หม่อนฉันจะเป็นคนนำเที่ยวในเมืองเอง”..มารีเอนรี่รีบชิงก่อน

“เสด็จแม่อย่าไปในเมืองเลยเพคะ  ยามนี้ทุกอย่างยังไม่เรียบร้อย  แล้วในราชวังก็มีอีกหลายส่วนที่น่าเที่ยวชม  ที่นี่เป็นบ้านพระองค์นะเพคะ”..อูลเกทับมารีเอนรี่

ขณะที่ทั้งคู่เถียงกัน  ฟีสตาร์กับฟีสเทอรีนเข้ามาบีบๆ นวดๆ ให้แม่ทีออน  แล้วแหย่เลออนจนเลออนหัวเราะคิกคัก “ดูสิเพคะพระมารดา พระอนุชา(น้องชาย)สนุกด้วยล่ะเพคะ”...

มารีเอนรี่กับอูลเลิกทะเลาะกัน  พวกนางรู้แล้วว่ากำลังพลาด  เพราะมัวแต่กัดกันสองสาวตัวน้อยทำคะแนนนำไปก่อนแล้ว

เนียร์มองหน้าทีออนแล้วพากันขำ...ทีออนโอบหัวเนียร์ให้ซบตน บอกคืนนี้จะแวะไปหา และห้ามเนียร์ขัด  เนียร์พยักหน้ายิ้มรับทั้งน้ำตา

“ผ่าบาท  ข้าอยากให้วิญญาณหลุดจากร่างให้รู้แล้วรู้รอดเลย  อยากไปหาร่างสถิตใหม่จะได้คู่ควรกับพระองค์..”

“พูดอะไรอย่างนั้น เวลาไหนเจ้าก็คู่ควรกับข้า..เพระ..”....ทีออนไม่กล่าวต่อ...

ตนพลันนึกอะไรออก  รีบค้นตำราบันทึก ที่เป็นเล่มเสริมของผู้คิดค้น....พบว่าการถอดจิต  แยกวิญญาณนั้นทำได้  แต่เสี่ยงมาก  หากไม่ได้ฝึกวิชามารเก้ามรณะมาล่ะก็อย่าทำ   มันคือทริกเล็กๆ น้อยๆ ของท่าสูบชีวิต ของชุดฝ่ามือกะโหลกมาร...แต่ปลีกแยกลองเอามาใช้แบบอื่น  ทีออนไม่ค่อยอยากจะเชื่อไอ้บันทึกคนเขียนนี่เท่าไหร่  มันเองยังไม่เคยฝึกเคยทำเลย  จะรู้ได้ไงว่าได้ผล  แต่ตนมีแค่ต้องทำ

ทีออนปลดวิญาณตนออกจากร่างตามวิธีในบันทึก  สักครู่ใหญ่ก็พบว่าร่างกายตนตาย  เมียแต่ละคนต่างมาเฝ้าดูทีออน  แต่คนที่ตกใจที่สุดก็มี 3 คน คือฟีสตาร์กับฟีสเทอรีนที่ไม่เคยรู้ว่าทีออนฝึกวิชาต้องตายด้วย  ส่วนแม่ทีออนตกใจที่เห็นลูกตนเองตายจนแทบเป็นลม  แม้ที่ผ่านๆ มาทีออนจะไปเผชิญอะไรนางไม่ได้มาสนใจ  แต่จะให้ดูลูกตายต่อหน้ากลับทำใจได้ยาก  เนียร์ต้องประคองพัดยาดมและปฐมพยาบาลพระมารดาของราชา... ครู่ใหญ่ร่างกายทีออนเริ่มฟื้นสภาพ  วิญญาณทีออนที่ลอยอยู่ถูกดึงกลับเข้าร่าง  ตื่นขึ้นมาทีออนลุกพรวด  ลองเดินพลังดู

พลังไหลวนร้อนเย็นกลมกลืนกันท้องฟ้ามืดครึ่มทั้งที่ตอนนี้ยังไม่ 10 โมงด้วยซ้ำ  ฟ้าผ่าแปลบปลาบบนก้อนเมฆ  ทีออนลอยขึ้นด้วยพลังของตนโดยไม่พึ่งพาท่าร่าง  กลับทำได้โดยง่าย  ลองใช้ท่า •ส่งวิญญาณ• ซัดไปยังกลุ่มก้อนเมฆบนท้องฟ้า  เมฆบนฟ้าแหวกสลายหายไปทั้งน่านฟ้า   ทีออนรู้ถึงพลังในกายตนแม้ยังไม่ได้ใช้ออกมาเท่าไหร่นัก  เทียบกับตอนที่มีขั้นที่ 6 ไปสู้กับมังกรวายุวายเวย์แล้ว  ตนในตอนนั้นเหมือนเด็กสู้กับอสูรสงคราม ถ้าเทียบกับตนในตอนนี้ที่สำเร็จขั้นที่ 8 แล้วถ้าพลังขั้นที่ 9 จะขนาดไหน  แต่คงจะยาก  เพราะตนนึกวิธีตายที่เกินสามัญไม่ออก  พลังของตนตอนนี้แทบจะไม่ตายด้วยอะไรอีกแล้ว

ดาบมารโลหิตลิงโลดยิ่ง  สั่นรุนแรงคล้ายยินดีที่นายของมันอยู่ในจุดที่เรียกว่ามารฟ้าครองพิภพแดนดิน  ฟาซิอานบอกกับทีออนยามนี้ว่า  ตนเคยร่วมกันกับราชาวีรชน  สู้กับราชาปีศาจ  แต่บอกเลยว่าพลังทีออนที่แผ่ออกมาตลอดเวลาทั้งที่สะกดกลั้นไว้แล้วยามนี้  หากแผ่ออกมา  ต่อให้วิชาเทพวีรชนขั้นที่ 10 ก็ไม่อาจชนะทีออนแน่นอน...

จากนี้พวกตนต้องเตรียมพร้อมทั้งพลังต่อสู้แล้วเศรษฐกิจ  จากนั้นเริ่มไปเจรจาหาพันธมิตรร่วมรบ

“คอยดูเถอะ  รีฮาน  ข้าจะทวงสิ่งที่ท่านพรากไปจากทุกคนคืนมาเอง”

.................................................................................

ติดตามต่อซีซั่นต่อไปได้ในหนัาหลักของ user...[Krit-Dark] (คลิกที่ชื่อผมข้างบน จะเจอเรื่องอื่นและซีซั่นสอง)(http://www.tunwalai.com/profile/4158077/krit-dark "Krit-Dark")​[Krit-Dark](http://www.tunwalai.com/profile/4158077/krit-dark "Krit-Dark")​Krit-Dark ผมเลยครับ......

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว