ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 ภัยพิบัติที่คืบคลาน

ชื่อตอน : บทที่ 4 ภัยพิบัติที่คืบคลาน

คำค้น : โลลิมือใหม่กับโลกแห่งเกม บทที่ 4

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 340

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ย. 2561 13:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 ภัยพิบัติที่คืบคลาน
แบบอักษร

​บทที่ 4 ภัยพิบัติที่คืบคลาน

พวกเขาพาผมไปสนามฝึกของเผ่ามันล้อมรอบไปด้วยป่าเป้าหมายห่างจากจุดยิงราวๆ 50 เมตร ได้ผมคิดว่ามันใกล้มากเลยล่ะโดยส่วนตัวนะเพราะในเกมนั้นขนาดไกลกว่านี้ยังยิงให้ลงเป้าได้พอดีอย่างง่ายดายเลยล่ะ

“เอาละนะคะ โนร่าจัง!”

เลเวียพูดขึ้นกับผมเธอหยิบธนูไม้ธรรมดาขึ้นมาสองอันเอาให้ผมหนึ่งอันและศรธนูไม้

ศรธนูนี่ดูแล้วมันพอจะยิงสัตว์ได้ก็จริงแต่ผมว่ามันเบาเกินไปไม่น่าจะใช้ล่าได้แต่ใช้ฝึกได้ล่ะนะ

ถามว่าทำไมผมถึงรู้เหรอ.. นั่นเป็นเพราะว่าศรธนูที่ใช้ฝึกตอนเล่นเกมก็เป็นศรนี้ส่วนที่ว่าเบาไปอะไรนั่นก็แค่พูดให้มันดูเท่ละนะ ฮะๆ

“กฎมีง่ายๆ เลยนะ ใครจะยิงเป้าได้คะแนนเยอะที่สุดถือเป็นผู้ชนะค่ะ!”

ผมพยักหน้า เป้าธนูมันเหมือนเป้าลูกดอก..อะไรสักอย่าง มันชื่อไรนะของเล่นในศตวรรษ 20-21 ผมจำไม่ได้ช่างเถอะ เอาเป็นว่าคะแนนมี 1-9

เรียงจากน้อยไปมาก โอกาสที่จะยิงเข้า 1 คะแนนมีราวๆ 60% ส่วน 9 นั้นมีโอกาสเพียงน้อยนิดมากเลยล่ะ

“งั้นข้าขอยิงก่อนละกันนะ!”

เธอพูดขึ้นพอเธอยืดสายธนูออกคนที่อยู่รอบๆ หันมาสนใจทั้งยังมีคนตั้งหน้าตั้งตาวิ่งมาดูผมคิดว่า เธอคงฮ็อตน่าดูด้วยความสามารถของเธอน่ะ

พูดถึงทักษะยิงธนูผมคิดถึงเพื่อนคนหนึ่งเป็นชาวเยอรมันพูดภาษาญี่ปุ่นได้คล่องแคล่วมาก เธอในชีวิตจริงเป็นผู้หญิง

ถ้าผมจำไม่ผิดสมัยเล่นด้วยกันตั้งแต่แรกๆ นู้น เธอเลือกเผ่าเอลฟ์เซนุส เป็นเผ่าเอลฟ์ที่มีดีด้านการใช้ธนูที่สุดในเอลฟ์ทั้งหมด

แต่เธอเลิกเช่นเกมนี้ไปเมื่อปีก่อนเนื่องจากเล่นจนเลเวลตันแล้ว และสงสัยคงเบื่อก็นะเล่นเป็นสี่ห้าปีแล้ว อันที่จริงก็มีแค่เธอนั่นแหละที่เล่นถึงห้าปีพอๆ กับผม

เธอคือคนในกิลด์ที่ผมสร้างสมัยแรกๆ นู้นน่ะ สงสัยว่าผมทำไมนึกถึงเธอสินะ นั่นเป็นเพราะว่าทักษะการใช้ธนูของเธอถือว่าสุดยอดมาก

อันที่จริงควรบอกว่าฝีมือการควบคุมมากกว่าละนะ

กลับมาที่เดิมเพ้อไปใหญ่และ เลเวียยืดสายธนูจนสุดขีดที่จะยืดได้คันธนูโค้งงอจนเหมือนจะหักผมว่าถ้าไม้ปกติคงหักแล้วนี่เหมือนจะไม่ใช่ไม้ธรรมดาสินะ

เลเวียถอนหายใจ ‘ฟู่’ ออกมาก่อนที่นิ้วจะปล่อยสายธนู ลูกศรธนูพุ่งออกจากคันอย่างรวดเร็ว

“ฟิ้ว! ปัก!”

ศรธนูพุ่งไปปักเป้าผมนี่ถึงขั้นเปิดปากค้างกันเลยที่ผมเห็นคือมันปักตรง 9 คือจะพูดก็คือ 9 คะแนน แถมมันยังเป็นตรงกลางของเป้าเลยด้วยโอกาสแทบมีเพียง 1>#/p###

ตามข้อมูลถึงเผ่ากาเบียลจะเก่งธนูแต่พวกเขาไม่ถึงขนาดนี้นี่น่า … ถ้าหากด้วยระยะประมาณนี้ก็เป็นธรรมดาที่จะยิงได้เก้าคะแนน

แต่ทว่าจะยิงให้เข้าจุดตรงกลางพอดีน่ะมันยากมากถ้่ไม่บังเอิญก็ถือว่าเป็นฝีมือชั้นยอด!?

เกิดอะไรขึ้น.. หรือว่ามันเกิดการอัปเดตครั้งใหญ่ขึ้นนอกจากเพิ่มขีดจำกัดเลเวลและเพิ่มบอสใหม่ แต่ยังเพิ่มความสามารถพื้นฐานของเอลฟ์?

ไม่สิ.. ถ้าเพิ่มความแข็งแกร่งของเอลฟ์แค่เผ่าเดียวคงไม่ถูก..หมายความว่าพื้นฐานในเกมถูกยกระดับขึ้นอีกขั้น?

แบบนี้แย่แน่ๆ ..บอสใหม่ที่เพิ่มเข้ามาและเพิ่มขีดจำกัดเลเวลก็เกิดขึ้นทุกครั้งเลยไม่กังวลแต่ถ้ามันเพิ่มแบบนี้บัลลังก์แข็งแกร่งสุดในเกมคงสั่นไหวแน่!

..เดี๋ยวสิถ้ามีพวกเก่งๆ กว่า npc ผมสร้างขึ้นมาละ.. มหานิกายและ npc ราคาหลายเหรียญของผม!

ไอ้ผู้พัฒนาเฮ็งซวยเอ๊ย!! แล้วยิ่งในโลกที่ตายคือตายแบบนี้ไปเจอพวกเก่งกว่าเนี่ยผมไม่กลายเป็นหมูสับเหรอ.. สู้ก็ไม่เคย ฆ่าคนยังไม่เคย

“หว่าา รู้สึกอันตรายแฮะ”

ผมพึมพำออกมา

“เอาล่ะถึงตา โนร่าจังแล้วนะ”

เลเวียพูดขึ้นพร้อมยื่นธนูให้ผมเลยรับมา แย่แน่ๆ ไม่รู้ว่ามันยิงยังไงนี่สิหวังว่าอาชีพธนูของผมยังใช้งานได้นะเว้ย

ผมจับลูกธนูไม้ขึ้นมาถอนหายใจจับลูกธนูใส่ส่ายและดึงสายว่ากันตามตรงลักษณะการถือธนูผมก็แปลกพิลึกแล้วนะ

อายจังแฮะ.. ยังไงก็เถอะหวังว่าจะยิงเข้าเป้านะ และพอผมเตรียมตัวที่จะยิงเท่านั้นแหละความรู้สึกคุ้นเคยกับธนูแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย

มันให้อารมณ์ประมาณว่าเหมือนเป็นแขนเป็นขาตัวเองและผมสามารถบังคับลูกธนูให้ไปปักลงตรงไหนก็ได้ยังไงยังงั้น

พอผมรู้สึกแบบนี้ก็ไม่รีรอในการปล่อยศรธนูเลยแม้แต่น้อย ลูกธนูพุ่งแหวกอากาศเร็วกว่าลูกธนูของเลเวียราวๆ 2-3 เท่า ตัวผมก็ยังแปลกใจ

ก่อนที่ลูกศรธนูจะยิ่งไปตรงจุดเดียวกันกับที่เลเวียซึ่งมีลูกธนูเลเวียปักอยู่ก่อนลูกธนูเลเวียจึงถูกแยกออกเป็นสองส่วนเหมือนที่เคยเห็นในการ์ตูนอนิเมชั่น

และลูกธนูของผมปักเข้าเป้าจนทะลุเข้าไปอีก ในที่สุดก็หยุดลงลูกธนูแทงลึกเข้าไปในเป้ากว่าครึ่งลูก.. เงียบกริบแม้แต่ผมยังอึ้งเลย

ในเกมมันไม่ได้ทำสมจริงขนาดนี้ ไม่คิดว่าลูกธนูที่ยืดสายด้วยแรงน้อยๆ มันจะทำได้ขนาดนี้จริงๆ นะ.. ผมไม่ได้คิดที่จะโชว์เก่งอะไรทำนองนั้นเลยนะ…

ในที่สุดเลเวียก็หายตะลึงเป็นคนแรกกล่าวว่า

“ส.. สุดยอดไปเลยนี่น่าโนร่าจังสุดยอดจริงๆ! หรือว่าโนร่าจะเป็นผู้กล้าธนู?”

“ป.. ป่าวหรอก”

ผมตอบไปเพราะได้สติกลับมาจากเสียงเรียกของเลเวีย..

“อืม.. สุดยอดจริงๆ ไม่คิดว่าท่านคือผู้กล้าที่เคยปรากฏตัวมาแล้ว ต้องขออภัยที่หยาบคายใส่เมื่อครู่”

เดียสกล่าวเชิงขอโทษ ผมจึงตอบไปว่า “ไม่เป็นไรๆ” พอพูดแบบนั้นเขาก็ทำหน้าจริงจังใส่แล้วกล่าวว่า

“แต่ถึงแบบนั้น แค่นี้มันยังไม่เพียงพอที่จะช่วยทวีปนี้หรอก!”

เดียสพูดต่อ

“ห๊า?”

ผมงุนงงไปในทันที

“ข้าได้ยินว่าทุกๆ ครั้งที่มีภัยพิบัติเกิดขึ้นจะมีการอัญเชิญผู้กล้าล่วงหน้าราวๆ 10 ปี เนื่องจากถึงจะอัญเชิญมาแล้วก็ต้องให้พวกเขาฝึกปรือ ถึงจะมีบางครั้งที่อัญเชิญผู้กล้าที่มีฝีมือมาด้วยก็เถอะ ข้ารับรู้ว่าพวกท่านเหล่าผู้กล้ามีหน้าที่เพื่อช่วยทวีปแห่งนี้ เพราะงั้นได้โปรดแข็งแกร่งและช่วยทวีปแห่งนี้ด้วยเถอะ! ตั้งแต่มีข่าวการปรากฏตัวของภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่ใกล้จะถึงก็ผ่านมา 10 ปี แล้วแต่ยังไม่มีการปรากฏตัวของผู้กล้า กล่าวว่าอีกไม่นานภัยพิบัติก็ปรากฏแถมยังมีท่านเพียงคนเดียวที่พึ่งปรากฏ อาจจะเป็นคำขอที่เห็นแก่ตัวแต่ได้โปรดช่วยพวกเราด้วยเถอะ!”

เดียสกล่าวซะยาวเหยียด ผมงุนงงไปในทันที คือจากที่ฟังมาเนี่ยการอัญเชิญผู้กล้าก่อนสิบปี เพื่อที่จะมาฟาร์มเลเวลเพื่อรับกับอีเว้นใหญ่สินะ

จะว่าไปการข้ามเวลาครั้งก่อนๆ ก็เป็นแบบนี้นี่นะ หลังจากผู้เล่นฟาร์มเลเวลนานเข้าหน่อยก็จะมีอีเว้นใหญ่พิเศษโผล่ออกมา..

แต่ว่าไม่น่าจะใช่ 10 ปีนะ หรือมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่อง? ช่างมันละกันใช้หัวไม่เก่งด้วยสิ.. ผมเลยถามไปอย่างมีสติว่า

“ภัยพิบัติ? ภัยพิบัติที่ว่าคืออะไร?”

ผมถามด้วยเสียงแปลกใจ เดียสเลยตอบกลับมาว่า

“เมื่อสิบปีก่อน ท่านราชันย์วิญญาณพฤกษาได้ทำนายว่า จะมีการเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่โดยมีต้นเหตุจากดันเจี้ยนใหญ่ที่ท่านผู้นั้นได้สร้างขึ้น แม้พวกเราจะยกย่องเขาเป็นวีรบุรุษ หากแต่ทว่าเขากลับหายตัวไปนานแล้วเหลือไว้เพียงดันเจี้ยนที่ไร้คนปกครอง มนุษย์จึงโลภมากในสมบัติบุกรุกล้ำเข้าไปหวังจะชิงสมบัติ.. อันที่จริงไม่ใช่แค่มนุษย์ แต่ทว่ามีลูกน้องของเขาคอยปกป้องอยู่ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา จึงไม่อาจทำอะไรได้ และท่านพฤกษาได้ทำนายว่าเหล่าลูกน้องของท่านผู้นั้นจะตอบโต้กลับนั่นเอง”

ผมพยักหน้าเข้าใจล่ะ… ไอ้ดันเจี้ยนที่ว่านั่นเป็นต้นเหตุสินะ ไม่สิควรจะบอกว่าเป็นเพราะพวกมันโลภมากมากกว่านะ

แต่เดี๋ยวก่อนนะ แล้วมหานิกายของผมล่ะที่ผมเคยสร้างมันสมควรจะกลายเป็นจุดสนใจมากกว่าไม่ใช่หรือไงกันนะ..

แล้วไอ้ดันเจี้ยนนี่เป็นอะไรกันแน่ สมัยเล่นเกมอยู่จำไม่ได้ว่ามันมีแน่ๆ หรือเป็นเนื้อเรื่องใหม่ที่ผู้พัฒนาพึ่งอัปเดตครั้งใหญ่กันนะ?

และจากที่พูดมาเหมือนจะบอกว่าให้ช่วยหยุดสินะ ก็นะ ตามเนื้อเกมก็เป็นปกติแหละนะ.. แต่ว่า.. ผมไม่ใช่ฮีโร่อะไรทำนองนั้นด้วยสิ

ตอนนี้ยังคิดถึงน้องสาวมากกว่าเลยที่จำเป็นตอนนี้ไม่ใช่การช่วยโลกแต่เป็นการหาทางออกจาเรื่องนี้

ก่อนอื่นนอกจากผมแล้วเป็นไปได้ไหมว่าจะมีคนอื่นหลุดมาเหมือนกัน.. เอาเถอะถ้ามีเพลย์เยอร์หลุดมาเหมือนผม ผมคงมองออกทันทีด้วยสกิลติดตัวของนินจา

Passive Skill – ตรวจสอบสเตตัส เป็นสกิลที่ตรวจสอบข้อมูลผู้เล่นที่เลเวลน้อยกว่าได้โดยอัตโนมัติ เป็นสกิลติดตัวที่ดีมากพอสมควร หมายความว่าถ้าผมเดินผ่านผู้เล่นคนอื่นสเตตัสมันจะเด้งขึ้นมาเอง

และในเลเวล 150 มีสกิลติดตัวอันหนึ่งของ นินจา ที่มันปกปิดการตรวจสอบข้อมูลได้.. และผมในตอนนี้เลเวล 300 ทั้งยังเพิ่มสกิลปกปิดตัวตนจนเลเวลสกิลถึงเลเวล 50 เลยล่ะ

เลเวลสกิลห้าสิบนั้นถือเป็นขีดสูงสุดของเลเวลสกิลในครั้งก่อนแล้วผมสามารถปกปิดตัวตน และปรับแต่งการปกปิดได้.. ก็คือมีคนใช้สกิลตรวจสอบใส่ผมจะสามารถปรับแต่งสิ่งที่มันเห็นได้

นินจา เป็นคลาสสายลอบสังหารเน้นความเร็วและความมืด ถือว่าเป็นที่สุดแต่ถ้าหากสู้กับ การ์เดี้ยน นักรบโล่ คงต้องแพ้พ่ายแน่ๆ หากไม่มีฝีมือจริงๆ แน่นอนว่าพูดถึงเลเวลพอกัน

เอาล่ะกลับมาที่เดิม.. ขณะที่ผมลังเลนั้นเลเวียก็โดดเข้ามากอดแล้วพูดว่า

“น่าๆ เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนนะ!”

ก่อนที่เธอจะเอาหน้าถูไถกับหน้าผม..

“ข้าอึดอัดนะ!”

อุ๊บ ผมเผลอทำเสียงดูเหมือนคนแก่มีอายุไปอีกแล้วมันดูจองหองหรือเปล่านะ แม้บทพูดจะปกติ แต่น้ำเสียงนี่มันโลลิอวดดีชัดๆ

เลเวียตาเป็นประกายกว่าเดิม

“น่ารักกก โนร่าจังโนร่าจัง!”

“….”

ผมพูดไม่ออกจริงๆ ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้.. ถึงตัวจะเป็นเด็กโลลิ แต่ข้างในก็คือชายนะ…

แต่พอมาพูดถึงชายหญิงแล้ว.. เวลาอาบน้ำ ผมจะไม่ละเมิดสิทธิของโนร่าจังเหรอ! แถมโนร่าจังเป็นแค่โลลินะ.. ถึงผมจะเป็นโนร่าจังก็เถอะนะ..

“งั้นถ้าหากท่านผู้กล้ายังว่างอยู่เชิญพักผ่อนที่นี่ได้ตามสบายเลยนะ”

เดียสพูดเสร็จ ผมก็โดนเลเวียลากไปในทันที ด้วยพละกำลังผมน่าจะสลัดหลุดง่ายๆ นะ แต่นางเป็นนักธนูร่างกายไม่แข็งแรงถ้าถูกทำแบบนั้นนางอาจจะบาดเจ็บจริงๆ

พูดถึงอาชีพของ NPC แล้ว NPC มีกลุ่มหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า ‘นักผจญภัย’ หรือเป็น NPC สายต่อสู้มีอาชีพหลักเพียงหนึ่งอย่างมีเลเวลเหมือนผู้เล่น

เลเวลสูงสุดของ NPC นักผจญภัยคือ 150 แล้วถ้าหากนับจากความสามารถทางด้านธนูของเลเวียแล้ว

นางน่าจะเลเวลเกินร้อย แต่ว่าไม่รู้จะมากขนาดไหนนะ.. ปกติในเกมพวกเราไม่ต้องใช้อะไรก็มองเห็นข้อมูล NPC อย่างง่ายๆ

แต่ในโลกนี้คือความจริงไปแล้ว ผมไม่คิดว่ามันมีเลเวลเหลืออยู่หรอกมั้ง แต่พอผมคิดแบบนั้นเสร็จก็มีสเตตัสของเลเวียปรากฏขึ้นมาซะงั้น

ผมตกใจแทบอุทานเสียงดัง นางมีเลเวลที่ 107 ขอบอกไว้ก่อนนะว่าเลเวลมันไม่ได้เบาตัวเหมือนเงินหรอกนะ

ถึงจะขีดจำกัดที่สามร้อย แต่ว่าการจะเล่นถึงเลเวลหนึ่งร้อยนี่ใช้เวลาเล่นหลายเดือนเลยล่ะ..

ถ้ามืออาชีพเล่นใหม่จากเลเวลหนึ่งถึงร้อย อย่างน้อยคงใช้เวลาสัก 3 เดือนได้ละมั้งนะ และความต่างแต่ละเลเวลมีมาก NPC นักผจญภัยที่มีเลเวลเกินร้อย นั้นนับว่าเป็นกำลังสงครามได้ดี

ถึงจะไม่รู้ว่าหากเลเวล 10 ผู้เล่น สู้กับเลเวล 100 นักผจญภัย เลเวลห่างกันจะสู้ไหวไหม แต่โดยส่วนตัวผมคิดว่า เลเวล 10 ผู้เล่นชนะอย่างแน่นอน

เพราะสกิลของนักผจญภัยมันค่อนข้างเรียบง่ายเกินไป ต่างจากผู้เล่น.. แต่ในโลกความจริงนี้.. ผมไม่รู้จริงๆ ว่า ใครจะเหนือกว่าใครจะอ่อนกว่าระหว่างผู้เล่นและ NPC

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว