ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

SO BITCH : Come back [ การกลับมา ]

ชื่อตอน : SO BITCH : Come back [ การกลับมา ]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ย. 2561 21:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
SO BITCH : Come back [ การกลับมา ]
แบบอักษร

So Bitch

18

Come back [การกลับมา ]



“เป็นอะไรทำไมต้องทำหน้าแบบนั้น”

ข่านถามหลังจากทะเลาะกันใหญ่โตเขาอาสามาส่งแต่อีกคนกลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมเถียงกันจนวูบสลบไป

เขาเลยจัดการอุ้มขึ้นรถโดยที่ยังสลบอยู่พอขิงรู้สึกตัวสภาพก็เป็นอย่างที่เห็นตานี้เขียวกินหัวเขาได้นี้คงโดนไปหลายรอบ แค่รอบเช้าพาไปทำความสะอาดเขาก็ดันอดใจไม่ไหวฟัด ขิงอย่างอิ่มเอมหน้าเขายังมีร่องรอยฝ่ามืออรหันต์แปะอยู่เลยที่แก้มซ้ายรอยนิ้วยังชัด ทั้งห้าแต่ก็ถือว่าคุ้มเพราะจัดไปแล้วรอบหนึ่งนี้ขนาดหมดแรงนะออกมายังมีแรงตบหน้าเขาอีกรอบ

ข่านหันหน้ามองสภาพของคนที่อยู่ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นของเขาเสื้อมันโคร่งเกินไปจนไหล่ข้างหนึ่งตกลงมาเผยให้เห็นร่องรอยที่เขาได้ทิ้งเอาไว้บนเรือนร่างและผิวขาวนั้นสีมันชัดจนเขาเองก็ตกใจว่าเขาจะกลัดมันขนาดนี้เลยเหรอ

แต่ก็พูดไม่ได้เพราะแค่นี้สภาพร่างกายของคนที่โดนกระทำก็ดูท่าจะแย่ใบหน้าอิดโรยนั้นบอกได้ชัดเจนว่ากิจกรรมที่ทำร่วมกันนั้นหนักหน่วงแค่ไหน

“ตกลงจะพูดได้หรือยังว่าเป็นอะไร”

ข่านเอ่ยถามในขณะที่มือยังคงจับพวงมาลัยรถอยู่ พอหันหน้าไปหาจะเอื้อมมือข้างหนึ่งแตะที่คออีกฝ่ายก็โดนขิงจ้องพร้อมกับง้างฝ่ามือเตรียมตีมือเขาเจ้าตัวเลยต้องชักมือกลับมาตั้งใจขับรอต่อ

“ดุจัง”

“อะไร”

“แล้ว ตกลงเป็นอะไร” เขาถามขิงอีกครั้ง

“พูดมาได้ว่าเป็นอะไร ตาบอดเหรอ เต็มตัวขนาดนี้”

ขิงเบะหน้าใส่แล้วหันหน้าหนีไปทางอื่นเพราะโกรธ เมื่อคืนก็โดนไปจบสลบคาเตียงรอบเช้ายังจะเอาอีก ไม่ตายก็บุญหัวแล้วคิดแล้วแม่งอยากกระชากทึ้งหัวไอ้หมอนี้จริงๆ

“แล้วพักแถวไหนจะได้ไปส่งถูก” เขาพยายามใจเย็นที่สุดในการถามเพราะขืนขึ้นเสียงไปคนไม่ยอมคนแบบขิงมีหวังได้ทะเลาะกันรถพังพอดี

“ซอยวิลล่า 36 ข้างมอ”

นั้นเป็นคำตอบที่ขิงให้เขาและเสียงก็เงียบไปเกิดเป็นความเงียบที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงแอร์ในรถ

ผ่านไปเกือบ 30 นาที

ข่านชะลอรถที่หน้าปากซอย ก่อนจะชำเลืองมองคนที่นั่งมาด้วยเสียงเงียบไปตั้งแต่บอกเส้นทางดูเหมือนขิงจะเหนื่อยและเผลอหลับไป เขาแอบมองร่างที่นอนหันหลังให้พร้อมกับชะเง้อมองใกล้ๆ หลับจริงด้วยเขาคิดก่อนจะพยายามสะกิดให้อีกคนตื่น

“ถึงแล้วนะไปทางไหนต่อ”

ในขณะที่เขากำลังเขย่าตัวอีกฝ่ายเบาๆ ดูเหมือนจะเขย่าเบาไปเขาจึงเขย่าอีกครั้ง ทำให้คนที่เผลอหลับรู้สึกตัวตื่นขึ้น

“ถึงปากซอยแล้วจะให้ไปทางไหนต่อ”

ข่านถามแต่ก็ยังคงไม่ได้คำตอบดูเหมือนขิงจะยังโกรธเขาเรื่องเมื่อเช้าไม่หาย มือของเจ้าตัวกำลังปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยอยู่แต่ดึงยังไงเจ้าตัวก็ดึงไม่ออก เขาเลยอาสาโน้มตัวเพื่อที่จะปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยให้

ขิงตกใจชะงักที่ข่านขยับตัวเข้าใกล้เขาใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันแค่คืบในขณะที่มือของข่านขยับปลดล็อกให้

ข่านเองแทนที่จะหันหน้าไปมองเข็มขัดนิรภัยที่กำลังปลดกลับเลือกที่จะหันหน้ามองขิงแล้วใช้มือเอื้อมปลดล็อกมองดูดีๆ มันก็เหมือนการหลอกกอดทางอ้อม

แกร๊ก

เสียงเข็มขัดนิรภัยถูกปลดล็อกออกแต่ข่านเองไม่ยอมขยับหน้าหนี แทนที่จะถอยออกเขากับแกล้งขยับตัวเข้าหาขิงที่นั่งหลังชิดเบาะสายตาดูไม่น่าไว้วางใจแต่ขิงขยับหนีไม่ได้เพราะโดนล้อมไว้ให้ชิดเบาะ

“หลบไป”

ขิงเอ่ยเสียงเรียบพร้อมแววตาดุที่บ่งบอกอีกคนได้เลยว่าเขาไม่เล่นด้วย แต่มันไม่เป็นผลเมื่อเสือร้ายอย่างข่านกำลังซุ่มจะขย้ำเหยื่อที่ไม่มีทางสู้ตรงหน้าตอนนี้

ตึง !!!!

ขิงสะดุ้งเมื่อจู่ๆ เบาะที่เขานั่งมันปรับเลื่อนเอนตัวให้เขานอนราบนิ่งหลังติดเบาะโดยที่มีข่านค่อมร่างอยู่

“จะทำอะไร มาส่งแล้วก็หลบไปจะออก”

ขิงพยายามใจดีสู้เสือแต่ตอนนี้สถานการณ์กลับไม่เป็นใจเอาซะเลยนอกจากจะเสียเปรียบแล้วตอนนี้ประเด็นคือ ออกจากรถไม่ได้

“จะ ทำ บ้า อะไร ออกไป”

ขิงเริ่มไม่มั่นใจว่าตอนนี้เขาสามารถต่อรองได้หรือไม่เพราะนอกจากข่านจะไม่ยอมขยับไปไหนแล้วยังคร่อมเบาะประชิดตัวเบาะที่นั่งปรับเอนทำให้ขิงต้องเอนตัวนอนตามความยาวของเบาะ โดยที่มีข่านอยู่ด้านบนใช้มือดันเบาะล็อกไม่ให้เขามีโอกาสได้ลุกเลย

เขาไม่สามารถที่จะหนีได้แถมคนที่อยู่ด้านบนนั้นก็ตั้งใจก้มลงมาใกล้โดยที่ไม่แม้แต่จะปริปากพูดหรือเอ่ยอะไรออกมา ไม่ถึงวินาทีลมหายใจร้อนนั้นก็เป่ารดใบหน้าของขิงจนเจ้าตัว สะดุ้ง จะขยับแต่ก็ไม่ทันความไวของคนตรงหน้าเลยแม้แต่วินาทีเดียว

 ข่านจงใจรวบข้อมือของขิงทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะใช้ความแข็งแรงของเขาล็อกข้อมือนั้นเอาไว้ ตรึงเบาะแน่นจนแน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่สามารถดิ้นได้ก่อนจะฉวยโอกาส ใช้ริมฝีปากนั้นประกบลงบนปากของขิง

“อื้อ”

ขิงเบิกตากว้างตกใจพร้อมทั้งร้องประท้วงขยับตัวดิ้นแต่เพราะเรี่ยวแรงที่หายไปเขาเลยไม่สามารถที่จะหลุดบ่วงที่โดนพันธนาการได้ ริมฝีปากโดนรุกล้ำเข้าไปด้านในจนขิงเริ่มหายใจหอบ จากสัมผัสที่แตะเพียงภายนอก กลับรุกล้ำเข้าไปภายใน ปลายลิ้นนั้นดูดดันและสอดแทรกเข้าไปภายในโพรงปากกวาดต้อนความหวานจากสัมผัสแลกเปลี่ยนความชุ่มฉ่ำด้วยเรียวลิ้นดูดดื่ม ดุดัน จนไม่อาจถอนจูบออกไปได้

“อือ อื้อ”

ขิงไม่อาจปฏิเสธสัมผัสได้เขาตอบสนองจนข่านเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่ขัดขืน

พยายามปฏิเสธจากสัมผัสที่เขามอบให้กลับเปลี่ยนใจยอมให้ข่านครอบครองริมฝีปากนั้นจูบเนิ่นนานมันเริ่มรุนแรงและดูเหมือนความต้องการของข่านเองที่อยากจะแกล้งจูบ

กลับกลายเป็นว่ามันไม่เพียงพอเพราะยิ่งสัมผัสยิ่งมัวเมาแล้วความปรารถนาของเขามันต้องการมากกว่านั้น มือที่ซุกซนนั้นค่อยคลายพันธนาการให้คนใต้ร่าง ที่ตอบสนองจูบจนน้องชายของเราเริ่มรู้สึกดื้อดึงจากการหลับใหล ซะแล้ว

“อืม อืม”

ขิงพยายามขยับดิ้นเพราะความไม่สบายตัวแถมโดนเบียดจนจะสิงเบาะรถเข้าไปให้แล้ว ข่านก็ยังไม่ยอมถอนจูบ

[จูบเก่งชะมัด]

ใจจริงก็ไม่อยากจะยอมรับแต่จากประสบการณ์ที่มีมากกว่าสองสามครั้ง ยอมรับเลยว่าเขาชักจะติดใจรสจูบของคนที่เขาไม่ชอบขี้หน้าซะแล้ว

สัมผัสยังคงรุกล้ำเข้าไปภายในปลายลิ้นเกี่ยวหวัดดูดดุนสัมผัสที่วาบหวามและเสพติดทำให้ระยะเวลานั้นเนิ่นนานจากไม่รู้ว่าเวลามันเดินไปเท่าไหร่ นั้นคือสิ่งที่เขาชอบ

ชอบแกล้งและชอบสัมผัสที่คนใกล้ร่างตอบรับเขาติดใจและดูเหมือนว่าอาการนี้มันยิ่งเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่สัมผัสลึกซึ้งเกินจะอดใจไหว มือที่จับข้อมือของขิงค่อยปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นอิสระก่อนมือนั้นจะค่อยๆ เลื่อนสัมผัส ซุกซนไปตามเรือนร่างของขิง

“อืม อื้อ”

ขิงเบิกตาโตเมื่อแขนของเขาเป็นอิสระมือของข่านก็เริ่มจะซุกซนเลื้อยไปตามลำตัวเขาไหนจะอีกข้างที่กำลังพยายามจะเลิกเสื้อเขาขึ้น ไม่ดีแน่ มันไม่ใช่แค่จูบแล้วละ เมื่อได้สติ เจ้าตัวจึงนิ่งให้อีกฝ่ายสัมผัสไปพักหนึ่งอย่างชะล่าใจ เสียงครางต่ำนั้นบ่งบอกได้เลยว่า อีกคนกำลังมีอารมณ์ไม่ต่างจากคนที่โดนเล้าโลมที่กำลังจะเสียสติอย่างขิงขืนปล่อยให้ข่านสัมผัสมากไปกว่านี้มีเหรอที่คนจะไม่เกิดอารมณ์ เขาก็คนเหมือนกัน

ขิงทำท่าเหมือนจะเคลิ้มตามสัมผัสก่อนตัดสินใจอาศัยจังหวะออกแรงกัดลิ้นของข่านเข้าเต็มแรงจนทำให้อีกคนร้องลั่นเพราะความเจ็บและกลิ่นคาวเลือดซึมออกมา

“โอ๊ย ซี๊ด”

เจ้าตัวเอามือกุมริมฝีปากเบิกตาโต ใส่คนที่กระเด้งลุกนั่ง ด้วยความโมโห

บ้าเอ๊ย !!! กัดมาได้

ขิงพอใจในผลงานของตัวเองพอสมควร ก่อนจะยกยิ้มให้ข่านแล้วเปิดประตูรถออกไปอย่างไว พร้อมกับปิดประตูใส่ อย่างแรง

“สมน้ำหน้า”

เขาตะโกนด่าข่านพร้อมกับยังไม่ลืมที่จะแจกนิ้วกลางอันสวยงามให้ไป

“แม่งเอ๊ย กลับมานี้ นะ!!!!!!”

ข่านหัวเสียตะโกนเรียกแต่มีเหรอขิงจะหันหลังกลับ ออกมาได้มีเหรอเขาจะกลับไปให้ตัวเขาไม่ปลอดภัย

“กลับไปให้โง่เหรอ!!!!! แบร่”

ขิงแลบลิ้นใส่เขายิ่งทำให้ข่านโมโหมันเขี้ยวลิ้นก็เจ็บมันน่าจับตีให้ตายคาเตียงลุกไม่ขึ้นจริงๆ เลย

“ซี้ด อ่า เจ็บเป็นบ้า ไอ้เด็กดื้อเอ๊ย”

เขาบ่นในขณะที่มือยังคงสำรวจความเสียหายที่ขิงเป็นคนฝากเขาไว้

1 สัปดาห์ผ่านไป …

            “ หน้ามึงนี้มองลงมาจากดาวอังคารก็รู้ว่า หน้าหงิก ” พีประชดหลังจากเห็นเพื่อนของเขาหน้าเป็นตูดมาเกือบอาทิตย์ แถวยังไปแวะเวียนแถวตึกนิเทศบ่อยๆ ไม่รู้มันเป็นห่าอะไร

            “ อย่าว่าเพื่อน ไหมครับ ” ข่านเอ่ยในขณะที่ยังพ่นควันบุหรี่ออกมาด้วยรัศมีที่แผ่ไปด้วยความดำมืด หมองหม่น จะให้ไม่หม่นได้ไง เพราะคนที่ไปส่งเมื่ออาทิตย์ที่แล้วแถวยังแสบกัดลิ้นเขาอีก หายไป ไปดักรอก็ไม่เจอ เป็นมนุษย์ล่องหนหรือไงก็ไม่รู้ไปทีไรไม่เคยเจอให้ตายเถอะ คิดแล้วก็หงุดหงิด

            “ เอานี้ นมเย็นไหม กินจะได้ ใจเย็นลง ” พีว่าพร้อมกับยื่นแก้วนมเย็นที่เพิ่งดูดไปยื่นให้ข่าน 

            “ ไม่อะ มึงกินไปเหอะ กูไม่แดก   ” ข่านบอก นี้ถือเป็นครั้งที่สองแล้วนะที่ขิงพยายามหลบหน้าเขา รอบที่แล้วยังบังคับและขู่ได้ แต่รอบนี้รู้สึกจะไม่ง่ายโทรไปก็ตัดสายทิ้ง ส่งแชทไปก็ขึ้นสถานะแค่ว่า Read แต่ไม่เคยตอบ รอบนี้เขาโมโหจริงๆนะ ให้ตายเถอะ ไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะทำตัวยั่วโมโหเขาไปถึงไหน

            “ คิ้วมึงเนี้ย แทบจะผูกเป็นโบว์แล้วนะ ทำไม เรื่องคนนั้นอีกแล้วเหรอ ” พีถาม

            ดูจากสีหน้าและแววตาคงหนีไม่พ้น ไอ้ข่านเอ่ย หล่อซะเปล่าแต่เสือกแห้วยังไม่ทันได้เป็นแฟนก็โดนทิ้งซะแหละ

            “ เฮ้ย ”

            “ ถอนหายใจแบบนี้แสดงว่าชัวร์ มึงเคยปล่อยเขามีชีวิตปกติบ้างไหมวะ ตามยังกะเป็นเงาตามตัว ผัวเขาก็ไม่ใช่ ”

            “ใครบอกว่าไม่ใช่ ” ข่านว่า

            พรืด !!!!!! แค่ก!!!!

            “ไอ้พี แม่งมันเหนียวมึงกินประสาอะไรของมึงพุ่งแบบนี้ ไอ้สัด ” เขาด่าพีที่พ่นนมเย็นใส่เขาเสื้อนี้เต็มไปด้วยหยดละอองนมเย็นเป็นหย่อมๆ  

            “ไอ้เหี้ยก็กูตกใจ มึงนั้นแหละ ” พีว่าทั้งที่ยังมือปิดปากไออยู่

            “นี้มึงได้เขาแล้วจริงๆเหรอวะ ข่าน ”

พียังคงถามเพราะไม่คิดว่าสิ่งที่เจ้าตัวพูดออกมาจะเป็นเรื่องจริง ไม่อยากจะเชื่อทั้งที่คนแบบมันนะ ได้ใครแล้วไม่ใส่ใจด้วยซ้ำแสดงว่าคนนี้แม่งจริงจัง คิดแล้วสงสาร

“อือ กูไปนะ ” ยังไม่ได้เผือกมันก็เดินหนีทิ้งปริศนาเอาไว้ให้พีงงต่อไป

ข่านเดินออกมาจากใต้ตึงคณะทั้งที่เสื้อยังมีลอยจุดสีชมพูเต็มเสื้อได้แต่ถอนหายใจน้ำหวานนี้ก็เหมือนจะทำให้เนื้อตัวเขาเหนียวไปด้วย ยังดีที่ในรถมีเสื้อสำรอง เมื่อคิดได้ดังนั้นก็เลยตัดสินใจเดินไปลานจอดรถของมหาลัยที่เขาจอดไว้เพื่อเปลี่ยนเสื้อที่มันดันเปื้อนนมเย็นโดยฝีมือไอ้พีนั้นเอง

ส่วนขิงตั้งแต่วันนั้นเขาก็พยายามที่จะไม่เจอข่านเจ้าตัวก็พยายามระมัดระวังตัวเองอยู่ตลอดเวลาถึงแม้ว่าจะโดนตื้อน่ารำคาญบ้างทางโทรศัพท์และข้อความแชทก็ยังดีกว่าต้องมาเผชิญหน้ากันในตอนนี้ แต่ยิ่งพยายามหนี เขาก็ยิ่งเหมือนโจรที่ต้องคอยระวังอำพรางตัวเองเหมือนคนหนีคดีแล้วกลัวโดนตำรวจจับตลอดเวลา

ผ่านมา1 อาทิตย์เข้าให้แล้วที่เขาต้องหนี  วันนี้เขาอาศัยจังหวะว่ามีเรียนแค่คาบเช้าพอเลิกคลาสเสร็จเจ้าตัวก็รีบออกจากตึกคณะทันที พร้อมสายตาที่ระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ พอผ่านระยะอันตรายมาได้ขิงก็ได้แต่ถอนหายใจโล่ง ชะลอฝีเท้าที่เร่งรีบลงเดินอย่างใจเย็น

ในขณะที่เดินมาถึงหน้ามหาลัยมองไปโดยรอบทุกอย่างยังคงวุ่นวายเหมือนเดิมแต่ที่ต้องทำให้ขิงหยุดและกระชับกระเป๋าสะพายข้างแน่น นั้นก็คงเป็นรถคันหนึ่งที่จอดเทียบริมถนนไม่ไกลจากจุดที่เขายืนอยู่ ในตาใสฉายแววกังวล กัดเม้มริมฝีปากแน่น ไม่กล้าแม้แต่จะก้าวขาเดินต่อ ชายร่างสูงคนนั้นนั่งอยู่ภายในรถ ถึงแม้กระจกจะทึบไปแต่เขาก็จำได้ว่าคนๆนั้นเป็นใคร

“ ทะ ทำไม เขา  ” ขิงพึมพำกับตัวเอง ในขณะที่ยืนอยู่ที่เดิม กระจกรถคันนั้นค่อยๆเลื่อนลงเผยให้เห็นชายสูงวัย คนนั้น

“ พะ พะ พ่อ ”  ขิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ เลิกเรียนแล้วใช่ไหม ” น้ำเสียงเข้มเอ่ยถามในขณะที่คุยกับขิงผ่านกระจกข้างของตัวรถโดยที่สายตาของผู้เป็นพ่อไม่ได้หันหน้าไป

“ คะ ครับ ”

“ ขึ้นรถสิ ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ ” ขิงพยักหน้าตกลงก่อนจะค่อยๆเดินตรงไปยังประตูตรงข้ามคนขับ เปิดประตูทิ้งตัวลงเบาะด้านข้างที่ว่างอยู่ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกไป

ความอึดอัดแทรกซึมทุกวินาทีบรรยากาศภายในรถเงียบจนขิงไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง มือของเขาสอดประสานกำมันจนแน่นตลอดเส้นทาง จนมาถึงร้านกาแฟเล็กๆแห่งหนึ่งที่คนไม่ค่อยพลุกพล่าน รถจอดสนิทโดยที่ ผู้เป็นพ่อเดินลงจากรถนำเขาเข้าไปภายในร้าน

“  นั่งสิ ”

“ ครับ ”  

ก่อนที่บทสนทนาจะเริ่มต้นขึ้น

“ สั่งอะไรก่อนไหม ? ”

“ ไม่ดีกว่าครับ คุยธุระของคุณมาเถอะ ” ใช่ ที่ขิงพูดแบบนี้เพราะคนที่นั้นตรงหน้าของเขาไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆทางสายเลือดกัน ชายสูงวัยตรงหน้าคนนี้ที่เรียกว่าพ่อ นั้นก็ไม่ต่างจากพ่อบุญธรรมที่รับเลี้ยงเขามาหรอก

“ ก็ดี ว่าแต่สบายดีใช่ไหม ”

“ สบายดีครับ แล้ว คุณ  ”

“สบายดี สบายกว่าตอนที่แม่แกกับแกอยู่ ด้วยซ้ำ ” พอได้ยินแบบนั้นขิงก็ได้แต่ข่มใจไม่ให้โกรธเขาได้แต่ฝืนยิ้มตอบไป 

“ นั้นสินะครับ ”

เขาก้มหน้า พร้อมๆกับข่มอารมณ์เอาไว้ไม่ให้ตัวเองต้องเจ็บ

ความเงียบปกคลุมรอบๆอีกครั้งโดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่มีอะไรพูด ก่อนที่ชายผู้ซึ่งได้ชื่อว่าพ่อจะเอ่ยถามอีกครั้ง

“ เหลืออีก 1 ปีก็จะเรียนจบแล้วสินะ ”

“ ครับ ”

“ ดีแล้วละ ที่ฉันว่าวันนี้ ไม่ใช่ว่าฉันจะมารับแกกลับหรอกนะ ที่ฉันมา ฉันมีบางอย่างที่ยังติดค้างแกกับแม่แก มีของบางอย่างที่แกสมควรจะต้องเก็บวันเอาไว้  รับมันไปสิ ”

เขาหยิบถุงกำมะหยี่สีดำเล็กวางลงบนโต๊ะก่อนที่ขิงจะหยิบมันแล้วเปิดดูภายใน มันคือสร้อยเส้นหนึ่งตรงจี้ของมันมีเพชรเม็ดเล็กๆติดอยู่นอกจากแสงเพชรจะส่องประกายระยิบระยับ แล้ว จี้อีกอันที่อยู่ด้วยกันก็เป็นรูปเกล็ดหิมะอยู่ด้วย

“ ทำไมถึงเอา ของราคาแพงแบบนี้ให้ผม ”

“ มันเป็นสิ่งสุดท้ายก่อนที่แม่แกจะตาย เขาได้ฝากฉันเอาไว้ ว่าถ้าเผื่อแกโต ให้เอาสร้อยเส้นนี้ให้แก มันอยู่กับฉันนานเกินไป อีกอย่างฉันไม่อยากติดค้างอะไรแกสองแม่ลูก เลยเอาสิ่งนี้มาคืนให้แก ”

ขิงมองหน้าเขาอีกครั้งนึงสลับกับสร้อยที่อยู่ในมือของตัวเอง กำมันไว้ก่อนจะยกมันแบบกับอก เหมือนได้รับสัมผัสไออุ่นจากแม่ผ่านสร้อยเส้นนั้น

“ หมดธุระของฉันแล้ว  ”  เขาพูดพร้อมกับยันตัวลุกจากที่นั่ง โดยที่ขิงเองก็ยืนเช่นกัน

“หวังว่าต่อจากนี้ เราสองคนคงจะไม่ต้องกลับมาเจอกันอีกนะ ” เขาพูดส่งท้ายก่อนที่จะเดินจากไปโดยทิ้งให้ขิงยืนมองอยู่อย่างนั้น  

เขาก้มมอง สร้อยที่ได้รับอีกครั้ง กอดมันไว้แน่นก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ก้มหน้าฟุบลงแบบกับมือที่ยังคงกุมสร้อยเส้นนั้นไว้ เขาไม่ใช่คนอ่อนแอ แต่ก็ไม่ใช่ว่าคนที่เข้มแข็งจะร้องไห้ไม่เป็น

“ แม่ครับ ....... คิดถึงจัง ”







PS:  Good night  V-V zzzz

ความคิดเห็น