ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 คนโหดที่โคตรจริงใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 คนโหดที่โคตรจริงใจ

คำค้น : คิมทัณฑ์

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ย. 2561 00:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 คนโหดที่โคตรจริงใจ
แบบอักษร

ทัณฑ์

ในเวลาบ่ายแก่ๆ เกือบจะสี่โมงเย็นของวันกลุ่มของทัณฑ์ที่พึ่งเลิกเรียนก็ตรงไปที่ห้องเชียร์ของคณะตัวเอง การซ้อมเชียร์ของคณะไม่ได้ตึงเครียดอะไรขนาดนั้น รุ่นพี่ก็ไม่ได้โหลดเวอร์วังจนทำให้รุ่นน้องอึดอัด บรรยากาศในการซ้อมจึงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและสนุกสนาน จนเวลาล่วงเลยมาถึงห้าโมงครึ่ง พวกรุ่นพี่ก็นัดแนะกิจกรรมต่างๆ ให้ก่อนกลับ

"ต่อไปนี้คนที่มีถูกคัดไปทำกิจกรรมไม่ต้องมาซ้อมเชียร์ที่นี่แล้วนะครับ ให้ไปซ้อมกิจกรรมของน้องได้เลย ส่วนคนที่ไม่ได้ถูกเลือกให้ทำอะไร ก็มาซ้อมร้องเพลงเพื่อขึ้นสแตนด์ ไม่ใช่ว่าน้องไม่มีหน้าที่นะ"

"การขึ้นสแตนด์ก็เป็นหน้าที่เหมือนกัน เข้าใจตามนี้นะครับ แยกย้ายกันกลับได้ แต่คนที่พวกพี่เลือกให้ทำกิจกรรมเมื่อวาน ต้องไปซ้อมตามจุดที่พวกพี่เขานัดหมายไปเมื่อวานนะ แค่นี้แหละครับ แยกย้าย! "พอจบประโยคยาวเหยียดของรุ่นพี่ เด็กปีหนึ่งก็แตกฮืออย่างกับฝูงผึ้ง ราวกับรอเวลานี้มานานแล้ว

"ไม่ต้องมาซ้อมเชียร์มันก็ดีอะนะ แต่วันนี้ขอ กลับก่อนไม่ได้เหรอวะ ขี้เกียจไปซ้อมต่อชิบ" ฟิกโอดครวญขึ้นมาอย่างคนขี้เกียจ เพราะตัวเองต้องไปซ้อมบอลต่อ

"อย่าบ่นไอ้สัส เขาเลือกมึงเป็นนักบอลก็บุญแล้ว" แก้วว่าเพื่อนที่ทำปากขมุบขมิบไม่เลิก

"มึงต้องไปหอประชุมกลางใช่มั้ย" เดย์หันไปถามทัณฑ์ที่ก้มหน้าพิมพ์ข้อความตอบเพื่อนที่เป็นดาวคู่กับเขา

"เออ กูต้องไปละ สกายรอแล้วว่ะ เจอกันพรุ่งนี้นะเว้ย"

"แล้วมึงจะไปยังไง" เดย์ถามออกมาอีก เพราะตึกสถาปัตย์กับหอประชุมกลางมันห่างไกลกันอย่างกับอยู่คนละทวีป

"สกายมีรถ ไปละมึง กูรีบ" ทัณฑ์พูดลิ้นรัว ก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องประชุมไป เมื่อคนที่คุยแชทค้างไว้ส่งข้อความมาตามยิกๆ

"อยากไปส่งมันอะดิ" แก้วแซะไหล่ร่างสูงที่มองตามแผ่นหลังกว้างของทัณฑ์ไป

"พูดมาก แล้วนี่มึงไม่ไปซ้อมหลีดหรือไง"

"เฮ้อ มึงอย่าย้ำให้กูเซ็งได้ปะวะ กูยิ่งไม่อยากเป็นอยู่" สีหน้าแก้วบ่งบอกว่าเซ็งจริงๆ จับไปเป็นนักบอลยังดีกว่าจับเธอไปเป็นหลีด ฆ่ากันเลยดีกว่าแบบนี้

"ไอ้เดย์ไปเหอะ พี่เขานัดรวมสี่สิบห้านะเว้ย" ฟิกก้มมองนาฬิกา ตอนนี้เหลืออีกแค่ห้านาทีก็จะถึงเวลาที่รุ่นพี่นัดนักบอลแล้ว ซึ่งเขากับไอ้เดย์ถูกเลือกให้เป็นนักบอลเหมือนกัน

"เออๆ แล้วมึงซ้อมไหนวะ" ก่อนจะไป เดย์ก็ถามแก้วก่อน เผื่อที่ซ้อมไกล เขาจะได้ไปส่ง

"ซ้อมที่นี่แหละ พวกมึงไปเหอะ เจอกันพรุ่งนี้"

จากนั้นพวกเขาก็โบกมือลากัน แล้วไปทำหน้าที่ที่ตัวเองได้รับมอบหมาย ส่วนทัณฑ์กับสกายก็มาถึงหอประชุมกลางที่ใหญ่ที่สุดของมหาลัย พอเข้ามาก็พบว่ามีดาวเดือนคู่อื่นๆ นั่งเรียงแถวเป็นตอนยาวกันเยอะแล้ว

"นี่พวกเรามาสายหรือเปล่าทัณฑ์" สกายถามขึ้นมาอย่างกลัวโดนด่า

"เฮ้ย..ไม่หรอกมั้ง ไปเข้าแถวเหอะ"

"น้องที่มาใหม่เข้าแถวแยกหญิงชายก่อนนะคะ" พี่สต๊าฟฝ่ายคุมดาวเดือนบอกเมื่อเห็นดาวเดือนอีกคู่เดินเข้ามา ทัณฑ์และสกายเดินแยกกันไปเข้าแถวของตัวเอง

"เหลือคณะอะไรวะแก"

"วิศวะอะ"

"ช้าตลอด" รุ่นพี่ทำเสียงเบื่อหน่าย ทัณฑ์ถึงกับโล่งใจที่ตัวเองไม่ได้มาสายเป็นคู่สุดท้าย ก่อนจะสะกิดเพื่อนเดือนที่นั่งอยู่ข้างหน้า

"หือ? " อีกฝ่ายหันมาเลิกคิ้วใส่อย่างงงๆ ว่าสะกิดทำไม

"ชื่ออะไรวะ" รีบหาเพื่อนไว้ก่อนเป็นการดี เพราะพวกเขาต้องมาเจอกันต่อจากนี้อีกสามเดือนเชียวล่ะ

"ชื่อเพิร์ธ มึงล่ะ" เพื่อนใหม่ก็ตอบกลับมาง่ายๆ ไม่มีการถือตัว แถมหน้าตาไม่ต้องพูดเยอะ เจ็บคอ ได้รับการคัดเลือกเป็นเดือนคณะ คิดเอาว่าเบ้าหน้าต้องดีแค่ไหน

"ทัณฑ์ อยู่คณะอะไรวะ" ทัณฑ์ชวนคุยต่อตามประสาคนอัธยาศัยดี

"อยู่เภสัช มึงคงจะสถาปัตย์? "

"รู้ได้ไง"

"ก็เหลือแค่'ถาปัตย์กับวิศวะที่ยังไม่มา ตอนนี้เหลือแค่วิศวะไง" เออ ฉลาดสมกับเรียนเภสัช

"เขารวมกันนานยังมึง"

"ก็สักพักแล้ว กูก็พึ่งมาก่อนมึงเมื่อไม่นาน"

"อ๋อ.."

"น้องที่มาทีหลังมาต่อแถวแยกหญิงชายเลยนะคะ" เสียงรุ่นพี่ดังขึ้น บ่งบอกว่าดาวเดือนคู่สุดท้ายมากันครบแล้ว ทัณฑ์เหลือบมองดาววิศวะที่แยกไปนั่งอีกฝั่งตาลอย และเขาก็รู้สึกว่ามีคนมานั่งข้างหลังเหมือนกัน แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาสนใจ

"สวยสัส! "

"เออ สวยโคตร กูนึกว่าสวยๆ อย่างนี้จะมีแค่คณะแพทย์ แจ่มว่ะ" คนที่พึ่งคุยกันได้ไม่ถึงห้านาที เอ่ยปากร่วมกันชมหญิงสาวอย่างเข้าขากันดี ประหนึ่งเคยรู้จักกันมาก่อน

"หึหึ เพราะงี้ไง กูถึงไม่ปฏิเสธการเป็นเดือน มึงคอยดูนะ กูต้องได้แฟนในนี้สักคนแหละ" สายตาคมของทัณฑ์ลอบมองสาวๆ ตาเป็นประกาย

"มั่นใจฉิบหาย"

"ไม่เชื่อมึงคอยดูละกัน" ทัณฑ์ตอบเสียงมั่นใจ ก่อนจะหันไปหาคนข้างหลังเพื่อจะเมคเฟรนด์เอาไว้เยอะๆ แต่พอหันไปสบตาคนข้างหลังเท่านั้นล่ะ ตัวเขากลับแข็งทื่อ มองอีกฝ่ายด้วยตาคมๆ ที่เบิกกว้าง

"มะ..มึง! "

"กูไม่ใช่ผี" คิมว่าอย่างเอือมๆ อะไรของมันวะ เมื่อกี้ยังพูดจ้ออยู่กับไอ้ตี๋ข้างหน้าอยู่เลย แต่พอพูดกับเขาทำไมถึงต้องเบิกตาโพลง ทำเสียงตะกุกตะกักงั้นวะ ไม่ใช่แค่ครั้งนี้นะ มันแทบจะทุกครั้งที่เราคุยกัน จนเขาเริ่มหงุดหงิด

"มาได้ไงวะ!? " อึ้งตะลึง ตกใจปนกับแปลกใจ ใครเลือกมันเป็นเดือนวะเนี่ย หน้าก็โหด จะเอาไปขู่ให้กรรมการโหวตมันหรือไง

"กูเหาะมามั้งไอ้สัส"

"กูถามดีๆมั้ยล่ะ ทำไมไม่บอกกูว่ามึงก็เป็นเดือน"

"ก็มึงไม่ถาม"

"กูถามเหอะอย่าเถียง ก่อนเข้าห้องกูก็ถาม" ทัณฑ์ค้านอย่างแรง เมื่อวานเขาจำได้ว่าเขาถาม แต่มันกลับบอกว่ามาเห็นเองแล้วจะรู้

"ได้ข่าวมึงถามหาแต่ดาว"

"กูก็หมายถึงรวมๆ "

"น้องสองคนข้างหลังจะคุยกันอีกนานมั้ยคะ" ทัณฑ์รีบหันกลับมายิ้มแหยๆ ให้กับรุ่นพี่ที่มองมาตาเขียวปั๊ด ก่อนจะฉีกยิ้มให้เพื่อเอาใจ

"ขอโทษคร้าบ"

และมันก็ได้ผลอะนะ ก็รุ่นพี่ที่ทำหน้าโหดอยู่ตอนแรก กลับหน้าแดงขึ้นมาทันทีที่คนหล่อยิ้มใส่แถมพูดคำหวานเชิงง้องอน

"กะล่อนนะมึงเนี่ย" เสียงเข้มดังลอดไรฟัน ทำให้คนหล่อที่ส่งยิ้มให้รุ่นพี่ถึงกับหุบยิ้มฉับ รู้สึกเย็นยะเยือกที่ต้นคอ ขนแขนลุกซู่

"เอาล่ะค่ะ วันนี้ที่พวกพี่เรียกมาก็ไม่มีอะไรมากเนาะ แค่เรียกมาทำความรู้จักกัน และบอกกิจกรรมต่างๆ ที่เราจะต้องทำ งั้นเริ่มจากน้องหน้าสุดก่อนเลย" เธอผายมือไปที่ผู้ชายด้านหน้าสุด เขาก็ลุกขึ้นแนะนำตัว พอแนะนำเสร็จก็ตัดไปที่ดาวที่อยู่คณะเดียวกันแนะนำต่อ

"คืนนี้จะเสร็จมั้ยวะ" ทัณฑ์บ่นออกมา กะจากสายตาคร่าวๆ มีดาวเดือนกว่าสี่สิบคณะได้ นี่ยังไม่หมดทั้งมหาลัยนะ เพราะบางคณะก็ไม่ส่งมา ตอนนี้ก็มีดาวเดือนรวมกันประมาณแปดสิบชีวิตได้

"กูว่าได้นอนหอประชุมพอดี" เพิร์ธเห็นด้วย ทัณฑ์ตั้งใจฟังที่แต่ละคนแนะนำตัว เพราะจะได้ไปทำความรู้จักได้ถูกคน แต่อยู่ดีๆ เขากลับรู้สึกว่ามีอะไรหนักๆ มาพิงที่หลัง

"อะไรวะ" ทัณฑ์แค่เอี่ยวคอไปด้านหลัง ทำให้เห็นแค่กลุ่มผมสีดำสนิทเท่าน้้น

"กูจะเล่นเกม ยืมบังหน่อย" คิมว่าพลางสายตาก็จ้องหน้าจอไม่วางตา จะให้เขานั่งอยู่เฉยๆ น่ะเหรอ..เบื่อตายชัก

"อย่าลืมปิดเสียงนะเว้ย เดี๋ยวซวย" ทัณฑ์บอกอย่างเป็นห่วงตัวเอง ขืนเสียงเกมมันดัง ไม่ใช่มันที่จะโดนด่าคนเดียว เขานี่แหละที่จะโดนห่างเลขไปด้วย

"เออ"

"มึงชอบเล่นเกมเหรอวะ" ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ทัณฑ์ละความสนใจจากการแนะนำตัวของเพื่อนมาสนใจไอ้คนที่เล่นเกมอย่างเมามันข้างหลัง

"เออ"

"ถึงว่า ตอนกลางคืนแม่งเล่นทั้งคืน" เมื่อคืนทัณฑ์ได้ยินเสียงเอฟเฟคจากเกมที่มันเล่นจนเกือบเช้า

"กูเปิดเบาแล้วนะ มึงได้ยินด้วยเหรอ" คนที่ตาก็จดจ่อกับการยิงคู่ต่อสู้ แต่ปากก็ยังคงพูดคุยกับคนที่เขายืมแผ่นหลังชั่วคราว

"จะเหลือเหรอ"

"โทษที หูฟังกูพัง ยังไม่ได้ซื้อใหม่"

"แล้วทำไมไม่ปิดเสียงวะ" ทัณฑ์ถามอย่างแปลกใจ เล่นเกมเฉยๆก็ได้มั้ย เสียงไม่เห็นต้องเปิด ส่วนตัวเขาเองไม่ค่อยเล่นเกมอยู่แล้ว มีโทรศัพท์ไว้ฟังเพลง ดูหนัง เล่นโซเชี่ยลพอ

"ก็เหมือนเวลามึงฟังเพลง มึงปิดเสียงมั้ยล่ะ"

"สัส ฟังเพลงแล้วปิดเสียง เขาจะเรียกว่าฟังมั้ย"

"ก็เหมือนกัน กูเล่นเกม กูก็ต้องฟังเสียงมันด้วย"

"เออ กูยอม เถียงเก่งฉิบหายเลยมึงเนี่ย" ทัณฑ์ว่าอย่างยอมแพ้ เขาคิดว่าเขาเป็นคนเถียงเก่งที่หนึ่งแล้วนะ แต่ไอ้คิมแม่งมาเหนือจริงๆ แล้วก็เหนือความคาดหมายของเขาไปมากด้วย

ใครจะคิดว่ากูจะได้มานั่งคุยกับมึงเป็นต่อยหอยแบบนี้

"สวัสดีครับ ผมชื่อเพิร์ธ คณะเภสัชครับ" พอไอ้ตี๋ข้างหน้าเขาแนะนำตัวเสร็จ ดาวคณะเภสัชก็ลุกขึ้นแนะนำตัวเองต่อ คิวต่อไปก็จะเป็นทัณฑ์

กว่าจะถึงคิวกูแนะนำตัวนี่หลับไปสามงีบ

"มึง จะถึงคิวกูแล้วนะ" บอกคนที่ยังก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ตั้งแต่ยี่สิบนาทีก่อน พอมันรับคำ ก็เอาหัวออกจากหลังทัณฑ์ ร่างสูงของทัณฑ์ลุกขึ้นยืนแล้วส่งยิ้มให้ทุกคนก่อนอันดับแรก

"สวัสดีครับ ผมชื่อทัณฑ์ คณะสถาปัตย์ครับ"

"คนนี้ดีอะ" ดาวคณะเศรษฐศาสตร์กระซิบกับดาวคณะวิทย์

"ยิ้มทีทำฉันใจละลาย" ดาวคณะวิทย์ตอบกลับพลางมองไปยังเดือนคณะสถาปัตย์ที่นั่งลงไปแล้ว จากนั้นดาวสถาปัตย์ก็แนะนำตัว

"จะถึงตามึงแล้วนะเว้ย"

"เออๆ " คนที่กำลังติดลมกับการเล่นเกม ว่ากลับแต่มือก็ยังเล่นอยู่

"ไอ้คิม ตามึงแล้ว! " ทัณฑ์ตีหน้าตักคิมรัวๆ เมื่อแพรวแนะนำตัวเสร็จ เสียงถอนหายใจของคิมดังขึ้นเมื่อมีอะไรมาขัดจังหวะเขาเล่นเกม แต่เจ้าตัวก็ลุกขึ้นด้วยสีหน้านิ่งๆ แล้วพูดด้วยเสียงราบเรียบ

"ชื่อคิม วิศวะ" แค่นั้นจริงๆ กับการแนะนำตัวของนายคิมหันต์ เขานั่งลงเหมือนเดิมท่ามกลางความงงงวยของเพื่อนๆและรุ่นพี่

"แค่เนี้ย? " ทัณฑ์ถึงกับหันไปเลิกคิ้วถาม

"เออ" แล้วมันก็ก้มลงไปเล่นเกมต่อ คนไม่สนโลกยังไง ก็ไม่สนโลกอย่างนั้นสินะ

"เมื่อกี้พี่เห็นนะ ว่ามีคนแอบเล่นโทรศัพท์ตอนเพื่อนแนะนำตัว งั้นพี่จะสุ่มเรียกแล้วจะชี้ไปยังเพื่อนคนอื่น แล้วให้น้องตอบว่าเขาชื่ออะไร"

"ฉิบหายละ" ทัณฑ์ถึงกับอุทานออกมาทันที ใครมันจะไปจำหมดวะ ขนาดที่เขาก็ฟังบ้าง ยังจำได้เป็นบางคนเลย

"มึงจำได้ป้ะ" เพิร์ธหันมาถาม สีหน้าไม่ได้ต่างจากทัณฑ์ตอนสบถออกมาเลยแม้แต่นิด

"จำได้กับผีดิ! " ทัณฑ์ได้แต่ภาวนะไม่ให้สุ่มโดนตัวเองก็พอ แต่เขาไม่ได้เล่นโทรศัพท์เลยนะ พี่เขาคงไม่เลือกหรอก

"น้องปุณณ์คะ เชิญ" เธอผายมือไปยังเดือนคณะอะไรสักอย่างที่ทัณฑ์เองก็จำไม่ได้

"ดาวคณะแพทย์ชื่ออะไรคะ"

"เชี้ย..เสียวแทน" ทัณฑ์ลุ้นจนมือเกร็ง มองคนที่ถูกเรียกที่อยู่ถัดจากเขาไปสามคนหันไปหาดาวคณะแพทย์ แล้วทำหน้านึก แต่สุดท้าย..

"ขอโทษครับ ผมจำไม่ได้" พอตอบแบบนั้นออกไป บรรยากาศที่เงียบกริบอยู่แล้ว ก็ยิ่งเงียบมากขึ้น

"งั้นต่อไปอย่าเล่นโทรศัพท์ระหว่างที่ทำกิจกรรมอีกนะคะ" รุ่นพี่ตอบกลับด้วยรอยยิ้มแต่เป็นรอยยิ้มที่ทำเอาขนลุกไปทั้งตัว

"ไอ้คิม นี่มึงไปทุกข์ร้อนอะไรเลยเหรอ ไม่กลัวโดนสุ่มได้หรือไงวะ" ทัณฑ์หันไปหาคนข้างหลังที่แม่งยังเล่นเกมไม่เลิกสักที

"งี่เง่า"

"เอ้า ด่ากูไม"

"กูไม่ได้ด่ามึง"

"น้องที่นั่งอยู่หลังสุดที่ยังเล่นโทรศัพท์อยู่น่ะ ลุกขึ้นค่ะ" รุ่นพี่ตั้งใจเน้นคำว่าเล่นโทรศัพท์ กะจะให้คนเล่นรู้สึกเสียหน้า แต่คนถูกเรียกกลับไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น คิมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วมองจ้องรุ่นพี่ที่เรียกนิ่งๆ

ฉันจะไม่ถูกมันต่อยใช่มั้ย น่ากลัวเป็นบ้า

"ดาวคณะเภสัชชื่ออะไรคะ"

"มิ้ง" คิมตอบคำถามออกไปทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดด้วยซ้ำ เขาเล่นเกมอยู่ก็จริง แต่หูก็ยังฟังสิ่งที่ได้ยิน และเหลือบตาไปมองเพียงเสี้ยววิ เขาก็จำได้แล้ว ระดับสมองอย่างเขา แค่นี้มันง่ายกว่าแกะเปลือกขนมซะอีก

แต่ดูเหมือนว่าคำตอบที่ถูกต้องของรุ่นน้องจะทำให้รุ่นพี่ไม่พอใจเท่าไหร่นัก มันอาจจะฟลุคก็ได้

"งั้นน้องผู้ชายที่นั่งอยู่หน้าสุดชื่ออะไร" ถามต่ออย่างไม่ยอมแพ้ คราวนี้ไม่บอกด้วยว่าอยู่คณะอะไร เอาจริงๆ ขนาดเธอเองยังจำไม่ได้เลย นับประสาอะไรกับคนที่ไม่ฟัง

"มีน คณะแพทย์" ไม่บอกชื่ออย่างเดียว แต่คิมแถมคณะให้พร้อม รอบนี้สร้างความตะลึงให้กับทั้งรุ่นพี่และรุ่นเดียวกัน ส่วนทัณฑ์ช๊อคไปแล้ว เขามั่นใจว่ามันนั่งเล่นเกมตลอดเวลา เอาเวลาที่ไหนไปจำชื่อเพื่อน ขนาดเขาที่ฟังอยู่ตลอดยังจำไม่ได้เลย

"งั้นน้องผู้หญิงคนนั้นล่ะ" เธอก็ยังคงไม่ยอมแพ้ ต้องทำให้ผู้ชายคนนี้รู้จักคำว่าเสียหน้าให้ได้

"พิมพ์ คณะครุศาสตร์...จะให้ผมไล่ชื่อทุกคนเลยมั้ยครับ? " คิมถามกลับเสียงนิ่ง เขาไม่ได้ตั้งใจจะกวนตีน แต่ถ้าให้ทำ เขาก็ทำได้

"ไม่ต้องค่ะ พี่ไม่รู้หรอกนะว่าคุณจำได้ยังไง อาจจะจดชื่อเพื่อนไว้ก็ได้ ต่อไปเวลาทำกิจกรรม พี่ขอสั่งทุกคนเลยนะ ว่าห้ามเอาโทรศัพท์เข้ามาเล่น เก็บไว้ในกระเป๋าโน้น" เธอกวาดสายตามองรุ่นน้องที่รับคำเสียงเบา ก่อนจะมองมาที่คิม

"นั่งได้แล้วค่ะ"

"ผมขอถามอะไรพี่บ้างสิ" เสียงเข้มเอ่ยขัดออกมา รุ่นพี่ที่มองมาขมวดคิ้วเป็นปม

"ถามอะไรคะ"

"ไอ้คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าผมชื่ออะไร" ทัณฑ์ถึงกับสะดุ้งเมื่อไอ้โหดมันดึงเข้าไปเอี่ยวด้วย อย่ามายุ่งกะกูเลยยย

"กล้าฉิบหาย"

"มันอยู่วิศวะใช่มั้ยวะ แม่งโคตรห้าว"

"น่ากลัวว่ะแก"

"ดูหน้ารุ่นพี่ดิ ซีดเป็นไก่ต้ม"

เกิดเสียงฮือฮาจากหลายๆคน เมื่อคิมถามคำถามแบบนี้กับรุ่นพี่ หญิงสาวทำท่าอึกอัก เพราะตัวเองจำไม่ได้ ได้แต่มองไปทางอื่นอย่างเลิกลัก บ้างก็หันไปหาเพื่อนข้างหลังให้ช่วย

"หึ ไม่ต้องตอบแล้วครับ" คิมแค่นเสียงหัวเราะออกมา ทัณฑ์ที่ได้ยินถึงกับหันกลับไปมอง แล้ว กระซิบบอกมันว่าหยุดได้แล้ว แต่เสียงของทัณฑ์คงจะดังไปไม่ถึงคนที่กำลังสนุกอยู่

"ทีหลังถ้ายังจำชื่อพวกผมไม่ได้ พี่ก็ไม่มีสิทธิ์มาสั่งให้พวกผมจำชื่อเพื่อนให้ได้ ไม่มีสิทธิ์มาสุ่มถามทั้งที่ตัวเองก็ไม่รู้ เพราะถ้าโดนถามกลับบ้าง พี่กลับตอบไม่ได้ คนอื่นจะหัวเราะเอานะครับ" มุมปากยกยิ้มขึ้นมาอย่างนึกสนุก รุ่นพี่ที่โดนเด็กปีหนึ่งสั่งสอนไปเมื่อกี้โกรธจนไฟลุกท่วมหัว จนเพื่อนต้องมาบอกให้ใจเย็น แล้วลากออกไป ให้คนอื่นมาพูดแทน

"น้องนั่งก่อนครับ" รุ่นพี่ผู้ชายที่เข้ามาแทน พูดบอกนิ่มๆ ให้คิมพยักหน้าแล้วนั่งลงตามที่บอก

"มาวันแรกก็หาเรื่องให้รุ่นพี่เขม่นเลยนะมึง" ทัณฑ์เอ่ยออกมาทันที เขาไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ว่ามันจะมีความกล้าหาญชาญชัยขนาดนี้

"กูเปล่า" คิมตอบอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว

"จ้าาาา เปล่าจ้า เหอะๆ " ทัณฑ์ส่ายหน้าอย่างปลงๆ กับไอ้หน้าโหดคนนี้

"กูไม่ได้หาเรื่อง กูแค่สั่งสอน" คิมโน้มหน้าเข้ามากระซิบใกล้ๆ กับใบหูขาว ทัณฑ์ขนลุกซู่ทันทีที่ได้ยินเสียงเย็นๆ นั่นใกล้ขนาดนี้

"เฮ้ย อย่ามากระซิบใกล้ดิ" ทัณฑ์เบี่ยงตัวหลบไปนิด คิมหัวเราะในลำคออย่างนึกขำกับสีหน้าอึ้งๆ ของคนตรงหน้า

"เอาล่ะ พี่จะอธิบายกิจกรรมต่างๆ ที่เราจะทำกันในสามเดือนนี้นะครับ ก็จะมีซ้อมเต้นรวมดาวเดือนทุกคณะ ฝึกเดิน ฝึกบุคลิก ฝึกตอบคำถาม อ้อ..แล้วจะมีไปฝึกนอกสถานที่ด้วยนะ แต่จะไปที่ไหนพี่จะแจ้งอีกที"

"เชรด ได้ไปเที่ยวด้วยว่ะมึง" ไอ้ตี๋ตรงหน้าเขาหันมาบอกด้วยความตื่นเต้น

"ฝึกนอกสถานที่ครับสัส ไม่ใช่เที่ยว"

"เออไอ้ห่า มันก็เหมือนๆ กันนั่นแหละ"

รู้จักกันยังไม่ถึงชั่วโมงก็สามารถใช้คำสุภาพ (?) ต่อกันได้อย่างสนิทใจ ไม่ถือโทษโกรธเคือง

"วันนี้ก็มีแค่นี้แหละ เดี๋ยวพี่จะสร้างกลุ่มไลน์นะ พวกน้องก็ดึงเพื่อนเข้ามากันให้ครบ..งั้นแยกย้ายได้ครับ พรุ่งนี้มาเจอกันที่นี่สี่โมงครึ่งนะครับ.. เชิญ"

"ขอบคุณครับ/ค่ะ" ทุกคนแยกย้ายกันทันทีเพราะนี่ก็ปาไปทุ่มกว่า ข้าวก็หิว การบ้านก็ต้องทำ เด็กกิจกรรมนี่ไม่ได้สบายเลยจริงๆ

"เฮ้ยไอ้ทัณฑ์ กูขอเบอร์มึงหน่อยดิ" เพิร์ธหันมายื่นโทรศัพท์ให้ทัณฑ์ เจ้าตัวก็รับมากดเบอร์ตัวเองแล้วส่งกลับไปให้

"กูยิงไปแล้วนะ นั่นเบอร์กู" เมื่อทัณฑ์รู้สึกว่าโทรศัพท์ตัวเองสั่นครืดๆ ก็พยักหน้ารับ

"เจอกันเว้ยมึง กูไปละ"

"เออ เจอกัน" ทัณฑ์ลาเพื่อนใหม่เสร็จ ก็หมุนตัวกลับ แต่เขาดันเจอกับไอ้อับดุลคิมที่ถามอะไรตอบได้หมด ยืนหน้านิ่งอยู่ข้างหลังเขา

"ไม่กลับวะ รออะไร" ขมวดคิ้วถาม คนอื่นๆ เขาก็กลับไปกันหมดแล้วนะ

"รอมึง"

"รอกู? " ชี้นิ้วเข้าหาตัวเองอย่างแปลกใจ มันจะมารอเขาทำไม

"กูหิวข้าว"

"หิวมึงก็ไปกินดิ มายืนอยู่อย่างนี้จะได้กินมั้ยล่ะ" ทัณฑ์ถามกลับอย่างไม่เข้าใจนัก

"บทมึงจะโง่นี่ก็โง่ฉิบหาย"

"เอ้าสัส อยู่ดีๆ มึงก็ด่ากูอีกแล้วนะ" ทัณฑ์บอกอย่างเอาเรื่อง แต่กลับได้รับสายตาคมที่มองกลับมา ก่อนที่มันจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

"กูรอไปกินข้าวกับมึง เก็ตยัง"

"ก็..ก็บอกแค่นี้กูก็เข้าใจละ"

"หึ หลายก็ฉิบหาย ไป กูหิว" คิมว่าจบก็หมุนตัวเดินออกไป ทัณฑ์ก็เดินตามออกมา แต่ทั้งสองก็ต้องชะงักกับเสียงเรียกจากด้านหลัง

"ทัณฑ์! ไม่กลับกับเราเหรอ เดี๋ยวเราไปส่งที่หอ" สกาย ที่เป็นดาวคู่กับเขาวิ่งมาพลางหอบหายใจน้อยๆ

"เอ่อ.." เอาไงดีวะ ลืมไปเลยว่านัดกับสกายไว้ว่าเลิกดาวเดือนแล้วเธอจะไปส่งที่หอ

"มันจะไปกับผม" แต่ทว่า..เสียงเข้มเอ่ยขึ้นมาก่อนที่ทัณฑ์จะคิดหาคำปฏิเสธอย่างนุ่มนวลที่สุด

"อ่า..ได้ค่ะ งั้นเราไปก่อนนะ เจอกันพรุ่งนี้" หญิงสาวรีบรามืออย่างไว ไม่มีต่อรอง ไม่มีอิดออด เพราะถ้าขืนเธอพูดยาก เธออาจจะโดนสวนเหมือนรุ่นพี่คนนั้น สกายรีบพาตัวเองออกไปจากตรงนี้อย่างรวดเร็ว

ว่าแล้วทั้งสองก็เดินต่อ ทัณฑ์ไม่มีรถ เพราะหออยู่ใกล้มหาลัย เลยยังไม่อยากซื้อ เวลาไปเรียนก็อาศัยไอ้เดย์เอา เพราะเรียนด้วยกันอยู่แล้ว ส่วนคิม เขามีรถ แต่ไม่ใช้ รถที่เอามาจากบ้าน ก็จอดทิ้งไว้ที่หอ ให้ฝุ่นมันเกาะเล่น

ระหว่างทางเดินออกจากมหาลัยที่มีเพียงแสงไฟของสปอตไลต์จากสนามบอลสาดส่องมา ทำให้สะท้อนเงาร่างสูงของผู้ชายสองคนที่กำลังเดินเคียงข้างกัน ทัณฑ์เอ่ยปากชวนคุยทำลายความเงียบ

"มึงไม่เห็นต้องโหดใส่สกายอย่างงั้นเลย ยังไงกูก็ไปกับมึงอยู่แล้ว"

"กูก็พูดดีๆ โหดตรงไหน" คนยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองโหดตลอดเวลาท้วงทันที

"นี่ไม่รู้ตัวเลยเหรอวะ ว่าหน้ามึงโหดแค่ไหน" ทัณฑ์หันหน้ามามองคนที่มองตรงไปข้างหน้าก่จะพูดออกมาอีกเมื่อคนข้างๆ ไม่หือไม่อือ

"ตอนมึงสวนรุ่นพี่กลับไปแบบนั้น กูนี่อึ้งสัสๆ ไม่คิดว่าจะมีคนกล้าขนาดนี้ คงมีมึงคนเดียวในโลกล่ะมั้งที่กล้าทำอะไรก็ได้ตามใจคิด"

"แล้วมึงไม่กล้าหรือไง" คิมหันมามองทัณฑ์บ้าง

"ใครจะกล้าวะ ขืนทำอาจจะโดนแบนไปเลยนะเว้ย" ทัณฑ์ว่าอย่างติดตลก ก่อนจะพูดต่อ

"บางทีกูก็อยากจะทำอะไรตามใจตัวเองนะ แต่กูก็กลัวว่าสิ่งที่กูทำมันจะแตกต่าง จนกูไม่เหลือใครที่คิดแบบเดียวกัน"

"กลัวไม่เหลือใคร เพราะคิดต่างน่ะเหรอ" คิมสรุปจุดประสงค์ที่ทัณฑ์ต้องการจะสื่อ

"อืม งั้นมั้ง"

"กูต่างจากมึงนะ กูคิดอะไรกูก็ทำ อยากพูดอะไรกูก็พูด เพราะกูซื่อตรงกับความต้องการและความรู้สึกของตัวเอง" เขาถึงไม่สนว่าจะมีใครเกลียด ไม่สนว่าจะมีใครด่า เวลาพูดสิ่งที่ใจคิดออกไป

"ถึงจะดูขวางโลกไปหน่อย แต่ก็จริงใจดีนะมึงน่ะ" ทัณฑ์ว่าเสียงเบา แต่คิมก็ได้ยินมันอยู่ดี

"แล้วทำไมเราถึงคุยกันเรื่องนี้วะ" ทัณฑ์ถามอย่างขำๆ พูดเรื่องวีรกรรมสุดแสบของไอ้คิมอยู่ดีๆ ทำไมมาโผล่เรื่องมีสาระซะได้

"หึหึ"

"หัวเราะเป็นด้วยเหรอมึงน่ะ" ทัณฑ์หรี่ตามองคนข้างๆ ที่หลุดเสียงหัวเราะออกมา

"กูก็คนนะสัส มันต้องมีอารมณ์ขันบ้าง"

"หราาา กูก็นึกว่าทำหน้าโหดเป็นอยู่อย่างเดียว" คิมไม่ตอบอะไรมาอีก แต่รอยยิ้มมุมปาก บางๆ ที่ประดับอยู่บนหน้าโหดๆ ก็ทำให้ทัณฑ์รู้ว่าเขาไม่ได้ทำหน้าโหดเป็นอยู่อย่างเดียว

"นี่กูคิดผิดหรือถูกที่ทิ้งรถเบนซ์แล้วมาเดินขาลากกับมึงวะเนี่ย ไกลฉิบหาย" ทัณฑ์บ่นขึ้นมาเมื่อเดินนานแล้วแต่ก็ยังไม่ถึงสักที

"งั้นพรุ่งนี้กูจะเอารถมา ดีมั้ย"

"ก็ดีสิวะ มีรถเสือกไม่ใช้"

ทัณฑ์ไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิดว่าตัวเองได้ตกปากรับคำว่าต่อไปนี้เขาจะกลับกับคิมในทุกๆวันที่มาซ้อม กว่าทัณฑ์จะรู้ตัว คิมก็ยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจแล้ว

"เอาโทรศัพท์มึงมา" คิมแบมือไปตรงหน้าทัณฑ์ ให้คนข้างกายมองอย่างงงๆ แต่ก็ยอมล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงส่งให้

"ทำไรวะ" ทัณฑ์ชะเง้อดู แต่คิมเอาหลบ แล้วกดหน้าจอทัชสกรีนอยู่แป๊บนึงก็ส่งคืนให้เจ้าของ

"มีพิรุจนะมึงเนี่ย ทำอะไรโทรศัพท์กู" ทัณฑ์ถามอย่างจับผิด พลางเลื่อนหน้าจอดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า

"ไม่ต้องเสียเวลาหาหรอก ถ้ามึงฉลาดเดี๋ยวมึงก็รู้เอง" คิมว่าพลางยิ้มมุมปาก ช่วงนี้เขารู้สึกว่าตัวเองยิ้มบ่อยเกินไปหรือเปล่านะ

"โทษที พอดีกูโง่ มึงพูดขนาดนี้ไม่ด่ากูโง่เลยล่ะ -_-"

"เออ ไว้คราวหลัง"

"กวนตีน" ทัณฑ์เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงเหมือนเดิม พอดีกับที่พวกเขาเดินมาถึงร้านข้าว ทั้งสองเดินมานั่งโต๊ะที่ว่าง ป้าเจ้าของร้านก็มายืนรับออเดอร์ทันที

"กินไรดีวะ" ทัณฑ์ทำหน้านึก ก่อนจะถามอีกคนที่มานั่งกินข้าวด้วยกันเป็นมื้อที่สอง

"มึงกินไร"

"ผมขอต้มยำกุ้ง กับข้าวเปล่าครับ ขอแซ่บๆ เผ็ดๆเลยนะป้า" คิมสั่งเมนูที่คิดมาตั้งแต่เดินมาแล้วว่าอยากกิน

"มึงกินกับกูปะ" คิมหันมาถามทัณฑ์ที่ส่ายหน้าให้ทันที พร้อมกับตอบกลับว่า

"เผ็ด"

"มึงกินเผ็ดไม่ได้?" คิ้วเข้มเลิกขึ้นถาม ก่อนจะนึกไปเมื่อวานที่เขามาขอนั่งโต๊ะเดียวกับมัน จำได้ว่ามันกินไข่เจียวหรือเปล่าวะ

"เออ"

"แล้วอยากกินมั้ย" คิมหันต์ถามย้ำอีกที เผื่อมันอยากกินต้มยำกุ้ง จะได้สั่งแบบไม่เผ็ดให้

"กูไม่กินกุ้ง"

"กินยากฉิบหาย งั้นเอาอะไร" คิ้วเข้มถึงกับขมวดมุ่น เมื่อเจอคนกินของยากเข้าให้แล้ว

"ไข่เจียว" พอทัณฑ์ตอบกลับมา คิมจึงหันไปบอกป้าว่าเอาอย่างที่มันพูดนั่นแหละ จากนั้นป้าก็เดินไปทำให้

"เมื่อวานมึงก็กินไข่เจียว ไม่เบื่อเหรอวะ" คิมถามด้วยความสงสัย

"เชรดด..จำได้ด้วยว่ะ ขนาดกูยังจำไม่ได้เลยว่ากูกินอะไรไป" ทัณฑ์ทำท่าตกใจอย่างโอเวอร์แอค ติ้ง แต่เอาจริงๆเขาก็จำไม่ได้ ว่าตัวเองกินไข่เจียวไปเมื่อวาน

"ความจำกูไม่ได้สั้นเหมือนมึง"

"มึงนี่ด่าเก่งเนาะ ประโยคทุกประโยคที่มึงพูดกับกูนี่ต้องมีคำด่าอยู่ในนั้นทุกประโยคอะ"

"เวอร์ละสัส"

"น่ะ อีกละ"

ทัณฑ์ทำหน้าเหมือนกำลังจับผิดคนปากหมาตรงหน้า เขาว่าไอ้ฟิกแม่งปากหมาแล้วนะ เจอไอ้คิมเข้าไป มันนี่ชิดซ้าย แต่ไอ้คิมมันไม่ใช่ปากหมาไปทั่วเหมือนไอ้ฟิกไง ประเภทอย่างไอ้คิมเป็นแบบ..จะพูดยังไงดีล่ะ ปากหมานะ แต่หมาแบบมีหลักการ (?) ด่าแบบมีสาระอะครับ เข้าใจกันมั้ย คือด่าแล้วเจ็บจี๊ด เพราะที่มันด่าคือเอาความจริงมาด่า ด่าแล้วแทงใจดำฉิบหาย

"หุบปาก" ว่าเสียงดุ ใช้สายตาปรามท่าทีของคนที่กำลังล้อเลียนเขาอยู่

"อยากให้กูเงียบนี่คิดดีแล้วเหรอ ระวังเหงานะเว้ย" ทัณฑ์ที่ตอนนี้ไม่มีความกลัวหลงเหลือเวลาคุยกับไอ้หน้าโหดตรงหน้าอีกต่อไป ทำหน้ากวนเบื้องล่างสุดฤทธิ์

"หึ งั้นก็พูดต่อไป"

เมื่อมีคนอนุญาต ต่อมช่างพูดของนายเทวทัณฑ์ก็เริ่มทำงานทันที ทัณฑ์หาเรื่องมาคุย  กับคิมตั้งแต่เรื่องไม่มีสาระ มาจนถึงเรื่องมีสาระ และกลับไปเป็นเรื่องไม่มีสาระต่อ พูดน้ำไหลไฟดับ ชนิดที่ว่าถ้าเป็นคิมในเวลาปกติ คงหารองเท้ามายัดปากมันแล้ว แต่ตอนนี้ คิมกำลังนั่งฟังเงียบๆ พยักหน้าไปพลาง ยิ้มมุมปากไปพลาง บางทีก็ถึงกับหลุดขำกับเรื่องที่ทัณฑ์เอามาเล่า จนข้าวที่สั่งไปมาเสริฟนั่นแหละ ทัณฑ์ถึงหยุดพูด

ถ้วยต้มยำกุ้งสีจัดจ้านแบบที่เจ้าตัวชอบ กับข้าวไข่เจียวสีเหลืองน่ารับประทาน สองเมนูที่แตกต่างกันลิบลับ แต่ก็มาอยู่บนโต๊ะอาหารเดียวกัน

"เออ กูว่าจะถาม มึงจำชื่อเพื่อนดาวเดือนได้ไงวะ ทั้งๆที่มึงก็เอาแต่เล่นเกม ขนาดกูฟังมากกว่ามึง กูยังจำไม่ได้เลย" ทัณฑ์ถามไปตักไข่เจียวเข้าปากไป

"หนึ่งคำแลกคำตอบ"

"หือ? อะไร" ทำหน้างงทันที หนึ่งคำแลกคำตอบอะไรของมัน แต่พอสายตาคมมองมาที่จานข้าวของเขา ทัณฑ์ก็ร้องอ๋อทันที ก่อนจะตักไข่เจียวไปใส่จานของคิม

"กูเล่นเกมก็จริง แต่หูกูฟัง แล้วก็เหลือบมอง" คิมตอบกลับอย่างสบายๆ พลางตักไข่เจียวเข้าปาก

"เก่งสัส" จะว่าไปทั้งคำพูดคำจา การสั่งสอนรุ่นพี่ของมันในวันนี้ มันก็ทำให้เขารู้ว่าไอ้คิมคนนี้เป็นคนฉลาด ดูเป็นคนมีสมองมากกว่าเขา

"ไม่อยากลองกินของกูบ้างเหรอ" ทัณฑ์เงยหน้าขึ้นมา สายตามองเลยไปยังถ้วยต้มยำกุ้งที่มีน้ำต้มยำสีแดงส้มที่ไม่ได้น่ารับประทานสำหรับเขา

"ถ้ามึงอยากเห็นกูน้ำหูน้ำตาไหลก็เอามา"

"ไม่เอาดีกว่า กูอยากเป็นคนที่ทำให้น้ำตามึงไหลเอง" คำพูดที่แฝงอะไรบางอย่างทำให้ทัณฑ์ถึงกับหรี่ตามองอย่างแคลงใจ

"นี่มึงคงไม่หาทางกระทืบกูหรอกนะ"

"หึหึ โดนกระทืบแล้วร้องไห้เหรอวะ" คิมว่าอย่างขำขัน มองคนที่ทำหน้าตาเหลอหลา หาวิธีแก้ตัว

"ก็มันเจ็บปะวะ"

"อ่อนสัส" เสียงเข้มพึมพำออกมาเบาๆ พลางตักน้ำแกงขึ้นมาซดจนเกิดเสียง ไม่มีการรักษาภาพลักษณ์อะไรทั้งสิ้น

"แหม ใครจะไปเก่งเหมือนมึงวะ ตอนมอปลายนี่หัวหน้าแก๊งเลยมั้งมึงอะ" ทัณฑ์ว่าอย่างเสียเซลฟ์ ถึงเขาจะเคยร้องไห้จริงตอนเจอกระทืบก็เถอะ แต่นั่นมันก็ตั้งแต่สมัยวัยละอ่อนหัดตีป้ะวะ นานมากแล้ว ไม่นับเว้ย 

"ตอนมอปลายกูไม่เคยหาเรื่องใคร มีแต่เรื่องที่วิ่งมาหากู" เพราะเขาหน้ากวนตีนมั้ง เลยมีแต่คนหมั่นไส้ ยกพวกมาตีไม่เว้นแต่ละวัน ช่วงแรกๆเขาก็สาหัสปางตาย แต่หลังๆมาก็เริ่มชิน และหัดที่จะสู้กลับ จนตอนนี้เชี่ยวชาญเรื่องการชกต่อยไปแล้ว ถึงมีแต่คนบอกว่าเขาเป็นนักเลงไง

"ถามจริง!"

"กูก็ตอบจริง"

"สมควร หน้ามึงหน้าถีบจริงๆแหละ"

พลั่ก

"เฮ้ย! ไหนว่าไม่หาเรื่องใครก่อนไง ไหงมาถีบกูเฉยละ.." คนที่โดนประทุสร้ายโดยการโดนเตะหน้าแข็งไปเต็มๆ แหวขึ้นทันที

อุบ!

"ไอ้เอี้ยยยย!" ด่าไม่ทันจะจบ ก็โดนกุ้งตัวโตยัดเข้ามาในปาก ทัณฑ์รีบคายกุ้งออกอย่างรวดเร็ว แล้วรีบดื่มน้ำตามทันที

"มึงอย่าเว่อร์ว่ะ ก็แค่กุ้ง"

"มึงจะฆ่ากูหรือไงห๊ะ!" ทัณฑ์โกรธหน้าดำหน้าแดง ถึงแม้จะรู้ว่าไม่ควรโกรธเพราะมันไม่รู้ก็เถอะ

"มึงแพ้กุ้ง?" สมแล้วที่บอกว่ามันฉลาด แค่เขาแสดงอาการแบบนี้ มันก็รู้แล้วว่าเขาเป็นอะไร

ทัณฑ์ไม่ตอบ แต่ยกน้ำขึ้นดื่มต่อ ใจร่มๆไว้ไอ้ทัณฑ์ เมื่อกี้มันไม่รู้..มันไม่รู้

"กูขอโทษ"

พรวด!

"แค่กๆๆๆ มึงว่าไงนะ?" ทัณฑ์สำลักน้ำออกมาทันที เขาไม่คิดว่าคนอย่างไอ้คิมมันจะยอม..ขอโทษเขาง่ายๆ ถึงมันจะขอโทษด้วยสีหน้านิ่งๆแบบเดิมของมัน แต่แววตาที่ส่งมามันอ่อนลงกว่าเดิมมาก

"กูไม่รู้ ต่อไปกูจะระวัง" พอมันบอกมาแบบนี้อีก มันก็ยิ่งทำให้เขาไปไม่ถูก

"เอ่อ จริงๆมึงก็ไม่ผิดหรอกเว้ย กูเองก็ไม่ได้บอก"

"มึงแพ้อะไรอีกบ้าง"

"ถามทำไมวะ" ทัณฑ์ถามอย่างไม่เข้าใจ มันจะอยากรู้เรื่องของเขาไปทำไม

"ก็คราวหน้ากูจะได้ระวัง ไม่เกือบฆ่ามึงเหมือนวันนี้อีก" คำตอบของคิมทำเอาทัณฑ์อึ้งไปนิด รู้จักกันเพียงสามวัน เขาก็รับรู้ได้ว่าคนตรงหน้านี้เป็นคนยังไง

มันเป็นคนที่โคตรจะจริงใจ ทำผิดก็ยอมขอโทษ ไม่มีกลัวเสียฟอร์มเลยสักนิด ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ผิดแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มันก็ยอมเอ่ยคำขอโทษก่อน และอีกอย่างหนึ่งที่ผมเจอในตัวของไอ้คิม..คือความใส่ใจ

"กูแพ้ทุกอย่างที่มาจากทะเล"

"แล้วมึงไม่ได้แพ้พริกใช่มั้ย หรือแพ้อะไรอีกล่ะ..อากาศล่ะวะ"

"ถ้าขนาดนั้น แม่กูคงไม่ปล่อยให้กูออกมาเจอโลกภายนอกแล้วมั้ง กูไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น กูแค่แพ้อาหารทะเล" ตอนนี้ทัณฑ์รู้สึกว่าเพื่อนใหม่คนนี้กำลังจะเลื่อนขั้นจากเพื่อน...มาเป็นแม่เขา

"กูก็ถามเผื่อไว้"

"เออ ขอบใจที่เป็นห่วง" ทัณฑ์เอ่ยแซวอย่างขำๆ มันต้องตอบกลับมาประมาณว่า 'ห่วงพ่อมึงดิ กูแค่ขี้เกียจแบกมึงส่งโรงบาล' แน่ๆ

"อืม"

สัส!..มันไม่ปฏิเสธด้วยว่ะ

ทัณฑ์มองคิมอย่างอึ้งๆ ถ้าเป็นคนอื่นคงจะไม่ยอมรับตรงๆแบบนี้หรอก แต่นี่เป็นคิม คนที่ซื่อตรงกับหัวใจ ไม่เคยคิดปิดบังในสิ่งที่คิดหรือรู้สึกสักครั้ง..

++++++++++++++++++++++++++++++++


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว