ยินดีต้อนรับครับ ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนนะครับ

ล่านักรบกลายพันธุ์

ชื่อตอน : ล่านักรบกลายพันธุ์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 727

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ย. 2561 22:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ล่านักรบกลายพันธุ์
แบบอักษร

“ออกมาได้แล้ว...ฉันรู้ว่าแกแอบอยู่ตรงนั้น”

จิตสังหารบริสุทธิ์พรั่งพรูออกมาราวกับเขื่อนแตก ประสาทสัมผัสของวาสถูกกระตุ้นให้รับรู้ถึงทุกสิ่งรอบตัว

นาทีนี้ขอแค่มีอะไรผิดปกติ เขาก็พร้อมจะฆ่าทันที!

รออยู่ครู่หนึ่งที่ผู้ที่หลบซ่อนอยู่ก็ไม่ยอมออกมาทำให้จิตสังหารบริสุทธิ์ของวาสเข้มขึ้นอีกครั้ง กล้ามเนื้อทั่วร่างถูกกระตุ้นให้เตรียมลงมืออีกครั้ง

ทว่าก่อนที่วาสจะลงมือฝ่ายตรงข้ามก็เผยตัวออกมาซะก่อน

“ท่านคือท่านวาสสินะ...”

เพียงอีกฝ่ายเสนอตัวออกมาก็ทำให้จิตสังหารบริสุทธิ์ของวาสสงบลง

คนแคระ!

คนแคระเพศชายรูปร่างกำยำทั้งยังมีใบหน้าที่ดุดันเหี้ยมหาญเสริมกับรอยแผลเป็นที่แก้มยิ่งทำให้คนแคระผู้นี้ดูน่าเกรงขามขึ้นไปอีก

ถึงเขาจะมีความสูงเพียงครึ่งเดียวของวาส แต่สภาวะความแข็งแกร่งที่เขาแผ่ออกมากลับใกล้เคียงกันกับวาส

คนแคระผู้นี้คือคนที่แบกร่างไออ้อนจากไปในครั้งจบการต่อสู้กับกีชาในครั้งนั้น

เดิมทีสาเหตุที่วาสมีอาการดังเมื่อสักครู่เพราะเขาคิดว่าผู้ที่แอบซ่อนอยู่คือมนุษย์หมาป่าที่วกกลับมาลอบหาโอกาสโจมตีเขา

“นายเป็นใคร”วาสเอ่ยถามเสียงเรียบ

แต่ว่าคนแคระไม่ได้ตอบคำถมเขาในทันที สีหน้าเขานิ่งสงบทว่าแววตาคล้ายมีความนัยบางอย่างที่ยากจะคาดเดา

“ข้ามีนามว่าไคซิน เป็นหัวหน้าของหน่วยองครักษ์แห่งเผ่าพันธุ์คนแคระและมีหน้าที่มารอรับท่านที่นี่เพื่อพาไปฐานทัพลับของเรา”

“ที่นี่ไม่ใช่ฐานทัพลับของเผ่าพันธุ์คนแคระงั้นหรอ”วาสมีท่าทางแตกตื่นเล็กน้อย

สาเหตุที่เขาพุ่งมายังจุดต่อสู้ของชายขายาวกับมนุษย์หมาป่าทั้งที่ไม่อยากเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับเรื่องของคนอื่นเพราะว่าตำแหน่งที่ทั้งสองต่อสู้กันคือตำแหน่งที่ตั้งของฐานทัพลับเผ่าพันธุ์คนแคระบนแผนที่ที่โตโต้ให้เขามา

นั่นทำให้วาสผลีผลามเข้ามาจนทำให้เกิดการต่อสู้ขึ้น

“ถ้าอย่างนั้นก็รีบนำทางไปเถอะ ฉันอยากเจอตาแก่ไออ้อนเต็มแก่แล้ว”

หัวหน้าองครักษ์คนแคระไคซินพยักหน้าก่อนจะได้กำชับกับวาสแล้วว่าอย่าได้ขี่ซากทัพบินได้เพราะจะทำให้ตกเป็นเป้าสายตาและห้ามทิ้งรอยเท้าไว้

วาสรับคำจากนั้นหัวหน้าองครักษ์คนแคระก็พุ่งไปที่ด้านหลังเนินหิน พร้อมกับวาสที่ดีดกายตามไป

หัวหน้าองครักษ์คนแคระไคซินพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วแสงแต่กลับเต็มไปด้วยความนิ่งสงบและเงียบเชียบ

ระหว่างทางนั้นหัวหน้าองครักษ์คนแคระได้เผยสีหน้าผิดปกติโดยที่วาสไม่รู้ตัว

ต้นตระกูลของไคซินนับว่ามีความสัมพันธ์กับตระกูลราชวงศ์คนแคระอย่างแนบแน่น

พวกเขาสืบทอดตำแหน่งหัวหน้าองครักษ์แห่งเผ่าพันธุ์คนแคระมารุ่นต่อรุ่น

นอกจากจะรับตำแหน่งหัวหน้าองครักษ์แห่งเผ่าพันธุ์คนแคระ ไคซินยังรับหน้าที่เป็นอาจารย์สอนการต่อสู้ให้กับองค์ชายและองค์หญิงคนแคระอีกด้วย

นับตั้งแต่พาไออ้อนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสไปรักษาตัวที่ฐานทัพลับ เขาก็ได้รับคำสั่งให้มาเฝ้ารอวาสอยู่ที่นี่

ไคซินเป็นคนแคระที่เคร่งครัดกับหน้าที่เป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้รับคำสั่งเขาก็มาเฝ้ารออยู่ที่แห่งนี้แทบตลอดเวลาไม่ไปไหน

ฉะนั้นเขาจึงเห็นทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบ!

เมื่อคราววาสลงมือต่อสู้ ไคซินตั้งใจว่าหากวาสลงมือไม่ไหวเมื่อไหร่ เขาจะออกหน้าอาสาไปช่วยเหลือทันที

อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดวาสก็สามารถรับมือกับสถาการณ์ได้แม้จะหืดขึ้นคอก็ตาม

กระนั้นสิ่งที่ทำให้ไคซินรู้สึกผิดหวังที่สุดก็คือพฤติกรรมของวาส

เขาฆ่าเผ่าพันธุ์ขายาวอย่างเลือดเย็น!

‘ชายคนนี้เป็นตัวอันตราย!’

ในความคิดของไคซิน วาสคือสัตว์ประหลาดที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ วันดีคืนดีเขาอาจจะแว้งกลับมาทำร้ายเผ่าพันธุ์คนแคระเอาได้

ถ้าหากไคซินมีอำนาจมาพอ เขาก็อยากจะตัดความสัมพันธุ์ระหว่างวาสและเผ่าพันธุ์คนแคระเสียเดี๋ยวนี้แต่กลับทำไม่ได้

สิ่งเดียวที่ไคซินเป็นกังวลก็คือองค์ชายไอดินดูเหมือนจะชื่มชมและเทิดทูนมนุษย์ผู้นี้มาก

‘ต้องเตือนองค์ชายว่าอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับชายผู้นี้มากนัก!’

เส้นทางที่ทั้งคู่เดินทางผ่านเต็มไปด้วยเนินหินน้อยใหญ่มากมายเป็นบริเวณกว้างนับ 100 กิโลเมตร

สภาพแวดล้อมโดยรอบเต็มไปด้วยก้อนหินน้อยใหญ่สีเทารูปร่างแปลกตามากมายมหาศาล เนรมิตให้พื้นที่บริเวณนี้ถูกขนานนามว่าดินแดนหินเทา

ลึกเข้าไปเส้นทางสลับซับซ้อนมากขึ้น จนกระทั่งวาสได้ลืมไปแล้วว่าเส้นทางขากลับไปทางไหน

นอกจากจะซับซ้อนแล้วที่แห่งนี้ยังเปี่ยมไปด้วยอันตรายอีกด้วย

มอนเตอร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในดินแดนหินเทาคือมอนเตอร์หนูหิน พวกมันคือมอนเตอร์ผู้ปกครองดินแดนหินเทาแห่งนี้

พวกมันคือหนูที่มีขนาดเท่าสุนัขตัวเต็มวัย ลำตัวเต็มไปด้วยหินเทาจำนวนมากประกอบกันเป็นกระดองหิน

ด้วยสีสันทำให้พวกมันกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมอย่างแนบเนียน

ความอันตรายที่แท้จริงของหนูหินคือจำนวนของพวกมัน

หนูเป็นสัตว์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสามารถในการขยายพันธุ์ที่น่ากลัว ในดินแดนหินเทาแห่งนี้มีจำนวนหนูหินนับร้อยล้านตัว!

และกว่า30%นั้นก็คือหนูหินกลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง

ยามใดที่พวกมันพบเจอศัตรูที่แข็งแกร่งเกินเอาชนะพวกมันจะพากันร้องเสียงแหลมขอความช่วยเหลือ จากนั้นหนูหินในระแวกใกล้เคียงทุกตัวจะเข้ามากลุ้มรุมศัตรูจนกว่าจะตายไปข้างหนึ่ง

ต่อให้เป็นนักรบกลายพันธุ์เช่นวาสและไคซิน หากโดนหนูหินเทากลายพันธุ์จำนวนมากรุมล้อมก็ยากที่จะเอาชีวิตรอดได้

นี่จึงเป็นเหตุให้ดินแดนหินเทาแห่งนี้ไม่มีเผ่าพันธุ์ไหนเลือกตั้งรกรากอยู่เลย

แต่แล้ว เผ่าพันธุ์คนแคระกลับสามารถอยู่ได้!

ตลอดการเดินทางวาสพบเจอหนูหินจำนวนมากและในจำนวนนั้นมีไม่น้อยที่เป็นหนูหินกลายพันธุ์

ทว่าไม่มีพวกมันตัวใดที่เปิดฉากโจมตีวาสและไคซินก่อน ทำเพียงแค่จับจ้องพวกเขาไม่วางตาเท่านั้น

‘เผ่าพันธุ์คนแคระทำได้อย่างไร’วาสคิดในใจด้วยความสงสัย แต่ไม่ได้เอ่ยถามออกไป

ในขณะนั้นเองไคซินก็ได้หยุดฝีเท้าลงพร้อมเอ่ยเสียงเรียบ

“เรามาถึงแล้ว!”

วาสหันไปมองรอบด้านอย่างมึนงง สิ่งที่เขาเห็นมีแต่หิน หินแล้วก็หินเท่านั้น

“ไหน..!!!!”ขณะวาสกำลังจะถามดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง พื้นหินใต้เท้าของเขาก็เริ่มแปรเปลี่ยน จากหินที่สากแข็งก็ร่วนกลายเป็นทรายสีเทาพร้อมกับข้อเท้าของเขาที่เริ่มจมลง

“ปล่อยตัวตามสบาย เรากำลังจะเข้าสู่ฐานทัพลับแล้ว!”



ณ ที่แห่งหนึ่งไม่ไกลจากดินแดนหินเทา

“เจ้าได้ยินหรือเปล่า มีข่าวว่ามีนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 1 ผู้หนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ใกล้ๆดินแดนหินเทา!”

“จริงหรือ! นักรบกลายพันธุ์ที่ว่ามีรูปีที่ล้ำค่าอยู่กับตัวนั่นนะหรือ!”

“ใช่แล้ว! รูปีที่มีค่ามหาศาลนับหลายล้านดิลนั่นละ ข้าแอบได้ยินข่าวว่ามีเผ่าพันธุ์จำนวนมากเตรียมกองทัพเพื่อไปล่านักรบกลายพันธุ์ผู้นั้นเพื่อชิงรูปีมาแล้ว!”

“จริงหรอ!....ถ้าเช่นนั้นพวกเราไปเข้าร่วมด้วยดีหรือไม่!”

“เจ้าโง่! โอกาสหายากเช่นนี้จะไม่ไปได้เช่นไร ถึงจะไม่ได้รูปีมาครอบครอง แต่การเห็นนักรบกลายพันธุ์ผู้หนึ่งถูกสังหารก็คุ้มค่ามากแล้ว อีกอย่างถึงจะไม่ได้รูปีมาแต่ข้าเคยได้ยินว่าแค่ชิ้นส่วนของนักรบกลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งก็มีค่ามากเช่นกัน มีผู้ร่ำรวยบางคนยอมจ่ายคอร์จำนวนมากเพื่อซื้ออวัยวะบางส่วนของนักรบกลายพันธุ์เพื่อเก็บไว้เป็นงานอดิเรก ยิ่งซากศพสมบูรณ์มากเท่าไหร่ ราคาก็จะยิ่งสูงขึ้น!”

“ถ้าอย่างนั้นจะรอช้าอยู่ทำไม! ไปกันเถอะ! ขืนชักช้าเจ้านักรบกลายพันธุ์คนนั้นอาจจะโดนฆ่าไปก่อนพวกเราไปถึงก็ได้!”




กรรร!

ฟันแหลมคมขบกันแน่นเพื่อข่มความเจ็บปวด มือที่สากหนาขย้ำบาดแผลที่เกิดจากการเสียแขนข้างหนึ่งไว้แน่นเพื่อห้ามเลือด

แต่ถึงจะห้ามอย่างไร กับแผลสาหัสฉกรรจ์เช่นนี้ก็ยากจะห้ามอยู่

เลือดสีแดงคล้ำไหลอาบย้อมขนสีเทาไปเกือบครึ่งล่าง

ผลที่ตามมาคือกลิ่นเลือดที่ลอยไปตามลมล่อพวกนักล่าเข้ามา

ยามปกติไม่มีทางที่สิ่งมีชีวิตทั่วไปจะอาจหาญมาต่อกรกับนักรบกลายพันธุ์

แต่ในครานี้นักรบกลายพันธุ์ผู้หนึ่งกลับบาดเจ็บสาหัสจนแทบพยุงกายไว้แทบไม่อยู่

ดังนั้นไม่มีเวลาไหนแล้วที่จะเหมาะจะฆ่าเขาเท่าเวลานี้!

“มันอยู่นั่น! รีบเข้าไปฆ่ามันเร็ว!”เสียงตะโกนกึกก้องดังทั่วขุนเขา!

นักรบกลายพันธุ์มนุษย์หมาป่าผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสหันไปมอง ที่ตีนเขาลูกหนึ่งมีกองทัพจำนวนมหาศาลกำลังห้อตะบึงมาด้วยความเร็วสูง!

“บัดซบ!”นักรบกลายพันธุ์มนุษย์หมาป่าสบถเสียงดังด้วยความอัปยศ

แค่กองทัพไม่กี่หมื่นที่ไม่มีนักรบกลายพันธุ์กลับกล้ามาล่าหัวของเขา!

นักรบกลายพันธุ์มนุษย์หมาป่าพยายามเร่งหมาป่าขนเทาที่ขี่อยู่ แต่สำหรับมอนเตอร์หมาป่าขนเทาที่วิ่งติดต่อกันมาเป็นระยะเวลานานนับเป็นการยากที่จะเร่งความเร็วขึ้นอีก

“หัวหน้า! รีบหนีไปก่อนพวกข้าจะสกัดพวกมันไว้เอง!”มนุษย์หมาป่าผู้หนึ่งตะโกนขึ้น เขาคือมนุษย์หมาป่าหนุ่มที่พึ่งย่างเข้าวัยหนุ่มมาได้ไม่นาน ด้วยเคารพและชื่นชมในตัวนักรบกลายพันธุ์มนุษย์หมาป่า เขาจึงได้จากเผ่าพันธุ์มาเพื่อติดตามนักรบกลายพันธุ์มนุษย์หมาป่า

แม้ตอนแรกจะไม่ได้รับการยอมรับเพราะว่าอายุที่น้อยเกินไป แต่ต่อมาเขาก็สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่ามีค่าพอจะติดตามนักรบกลายพันธุ์มนุษย์หมาป่า จนสุดท้ายจึงได้รับอนุญาตให้ติดตามออกมาท่องโลกกว้าง

นี่นับเป็นครั้งแรกของมนุษย์หมาป่าหนุ่มที่ได้ออกเดินทางติดตามนักรบกลายพันธุ์มนุษย์หมาป่า

แต่ใครจะคิดว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้ายของเขาเช่นกัน!

“ไปพวกเรา! ปกป้องท่านหัวหน้าไว้ให้ได้!”มนุษย์หมาป่าหนุ่มกู่ร้องจนสุดเสียงพร้อมควบหมาป่าออกไปเป็นคนแรก

เหล่ามนุษย์หมาป่าที่เห็นเช่นนั้นล้วนเกิดใจฮึกเหิมพร้อมภาคภูมิใจที่มีชนรุ่นหลังที่กล้าหาญเช่นนี้

พวกเขาหันมาโค้งศีรษะให้นักรบกลายพันธุ์มนุษย์หมาป่าเป็นครั้งสุดท้ายและคำรามควบหมาป่าออกไปเผชิญหน้ากับศัตรูอย่างห้าวหาญ!

นักรบกลายพันธุ์มนุษย์หมาป่าคล้ายมองเห็นทุกอย่างช้าลง พร้อมกับในเวลาเดียวกันนั้น มนุษย์หมาป่าหนุ่มที่ออกวิ่งไปเป็นคนแรกได้หันมองกลับมา ริมฝีปากของเขาขยับอย่างแผ่วเบา

ถึงจะฟังไม่ได้ยินแต่นักรบกลายพันธุ์มนุษย์หมาป่าก็รู้ว่าเขาพูดว่าอะไร

“ล่าก่อนท่านพ่อ….”

เหล่ามนุษย์หมาป่าที่มีจำนวนไม่ถึงร้อยกู่ร้องยาวเหยียดพุ่งเข้าใส่กองทัพนับหมื่นเปรียบดังเข็มเล่มเล็กๆที่แทงเข้าใส่แผ่นเหล็กหนา

พวกเขาเข่นฆ่าศัตรูด้วยความดุร้าย!

บาดแผลหนึ่งแผลแลกกับหนึ่งชีวิต!

ตราบใดที่ต้องตายอยู่แล้วย่อมไม่มีใครสนใจความเจ็บปวด!

นักรบกลายพันธุ์มนุษย์หมาป่ามองภาพสหายร่วมเผ่าพันธุ์ที่เป็นผู้ติดตามถูกกองทัพนับหมื่นกลืนกิน

เขาปล่อยมืออกจากบาดแผลที่กุมไว้ นำมือโชกเลือดมาจับไว้ที่ใบหน้าแทนพร้อมกับแผดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด

“อ๊ากกกกกกกก!!!”

ความคิดเห็น