facebook-icon

สวัสดีผู้เยี่ยมชมทุกท่านค่ะและขอบคุณทุกกำลังใจและการติดตามนะคะ

​ตอนที่ 21 เมียข้าใครอย่าแตะ

ชื่อตอน : ​ตอนที่ 21 เมียข้าใครอย่าแตะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 47.8k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ย. 2561 20:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
​ตอนที่ 21 เมียข้าใครอย่าแตะ
แบบอักษร

​ตอนที่ 21 เมียข้าใครอย่าแตะ 



รถขนคนข้ามแดนเคลื่อนตัวเข้ามาสู่อีกฟากหนึ่งของชายแดนพม่าได้อย่างราบรื่น แม้ว่าแสงจะระงับทางเข้าออกไว้จนหมดแล้วแต่ก็ไม่ทันเพราะมาช้าเกินไป ชายหนุ่มมือซ้ายคนสนิทกำคอเสื้อคนดูแลทางเข้าออกของลอแซงแน่น จ้องด้วยสีหน้าเรียบๆทว่าแววตาแฝงไปด้วยความเลือดเย็นเหมือนกับนายใหญ่ของเขา

“กูถามว่ารถสิบล้อคันเมื่อกี้มันขนคนไปที่ไหน” เสียงเข้มเอ่ยถามด้วยการคุกคาม ชายร่างผอมทำได้เพียงยกมือไหว้ร้องขอชีวิต

“ฉันขอล่ะนะพี่แสง ฉันจะบอกทุกอย่างเลยแต่ปล่อยฉันไปเถอะนะพี่” น้ำเสียงหวาดๆทำเอาแสงรู้สึกสมเพชอย่างเสียไม่ได้

“สารภาพมาให้หมดนะมึง” มือหนาสะบัดคอเสื้อออกอย่างรุนแรงก่อนจะยืนกอดอกรอคำตอบของคนตัวผอม

“รถคันเมื่อกี้เขาจะไปที่ซ่องใหม่ของนายลอแซงครับพี่” แสงเอียงคอรอฟังมันพูดต่อ “มันอยู่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่ ไปทางตะวันตกซัก 10 กิโลก็ถึงแล้วพี่”

ผัวะ!!

ตอบคำถามเสร็จแสงก็ประเคนหมัดหนักไปที่หน้าของคนดูแลทางจนสลบเหมือดก่อนจะโทรรายงานพยัคฆ์และพาลูกน้องไปสมทบเข้มที่ตรึงกำลังอย่างลับๆเพื่อช่วยนาราและเด็กนักเรียนของเธอ



เมื่อได้รับรายงานที่แน่นอนจากแสง พยัคฆ์จึงรีบขับรถไปซ่องแห่งใหม่ทันที ร่างสูงในเสื้อหนังขับรถตรงไปฝ่าความมืดผู้เดียวอย่างรีบเร่ง ชายหนุ่มไม่มีปัญหากับความมืดเพราะสายตาของเขาชัดเจนทั้งกลางวันและกลางคืน 

ใจของเขากระวนกระวายแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ความโกรธกำลังพุ่งถึงขีดสุดอย่างไม่ทันรู้ตัว ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้ไม่เหลือความอ่อนโยนในแววตาสักกะผีกลิ้น มันมีเพียงไฟที่ลุกโชนโหมกระหน่ำไปทั่วร่างกายของเขา นาราเป็นแก้วตาดวงใจ เป็นผู้หญิงที่เขารักและยังเป็นกำลังใจเดียวของเขาที่มีอยู่ ไม่ว่าใครที่มันกล้าแตะต้องเมียของเขา มันจะไม่มีใครได้ตายดีสักคนเดียว



รถที่ถูกลำเลียงมาเคลื่อนเข้าสู่ใจกลางโกดังแห่งหนึ่งกลางป่าก่อนส่งไปซ่องแห่งใหม่เพราะต้องประเมินราคาของสินค้าแต่ละคน วันนี้มีความพิเศษตรงที่ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงลอแซงคนเดียวที่มาคอยดูสินค้าแต่ยังมีสุรวัตรที่มาคอยดูอย่างลับๆอีกด้วยโดยทั้งหมดจะนั่งมองเหล่าหญิงสาวทั้งหลายในที่มืดไม่มีใครสังเกตเห็น

“คุณถูกใจคนไหนก็เอาไปทดลองงานก่อนเลยนะคุณลอแซง” สุรวัตรกล่าวยิ้มๆ เขามั่นใจว่าสินค้าของเขาล้วนมีคุณภาพ

“ขอบคุณท่านที่ให้เกียรติ เอ๊ะนั่น ช้างเผือกชัดๆ” ได้ยินเช่นนั้นสุรวัตรก็รีบมองตามพันธมิตรหนุ่มก่อนจะตกใจเพราะช้างเผือกที่ว่าคือ ครูนารา เป้าหมายของเขา

“เห้ย!! คนนี้ไม่ได้ คนนี้ของฉัน” สุรวัตรโพล่งขึ้นทว่าลอแซงกลับยิ้มเย็นกลับ

“ในเมื่อคุณมอบให้ผมดูแลแล้ว อีกอย่างคุณก็เพิ่งพูดไปเมื่อกี้” ใบหน้าเข้มยิ้มก่อนจะพูดต่อ “หรือว่าจะกลืนน้ำลายตัวเอง”

“คุณไปเลือกเอาคนไหนก็ได้ แต่ผู้หญิงคนนี้ผมจองมานานแล้ว” ชายวัยกลางคนไม่ยอมแพ้ตอกกลับอย่างเหลืออดก่อนจะนึกได้ว่าไม่ควรใส่อารมณ์มากเกินไป เขาจึงกลับมานิ่งเป็นปกติเช่นเดิม

“ท่าทางท่านสุรวัตรจะอยากได้เธอมากๆ ผมชักอยากจะรู้แล้วล่ะสิว่าน้องหน้าหวานคนนี้มีทีเด็ดอะไร” ลอแซงกล่าวเพียงเท่านั้นก่อนจะหันไปสั่งลูกน้องด้วยภาษาตัวเองเล็กน้อยโดยมีสุรวัตรนั่งจ้องไม่วางตา

นาราและน้องเกื้อถูกบังคับให้เข้าแถวเพื่อคัดเลือกไปทำงานตามแต่ละที่ที่กำหนด ในเวลานี้หญิงสาวภาวนาในใจขอให้ชายคนรักมาช่วยเธอและคนพวกนี้ให้เร็วๆแต่นั่นมันก็คงเป็นแค่ฝัน โลกความเป็นจริงแล้วไม่มีหรอกที่พระเอกจะมาช่วยนางเอกทันเวลาเหมือนในละครหลังข่าวที่เธอชอบดู

“ครูครับ ทำไงดี”

“ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ ครูจะหาทางไม่ให้เราต้องแยกกันเด็ดขาด” หญิงสาวตอบอย่างเด็ดเดี่ยวทว่าในใจหวาดกลัวและว้าวุ่นไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

“เธอ เธอน่ะ ไปทางนั้นเตรียมไปขึ้นรถไปขายที่ซ่องใหม่” ชายผู้หนึ่งประกาศขานเรียกเธอก่อนจะแยกน้องเกื้อออกไป

“ไม่ๆ ผมจะไปกับครู ฮือ ผมไม่อยากไปทางนั้น ครูครับช่วยด้วย” เด็กชายตัวน้อยโวยวายเสียงดังพลอยทำให้เด็กวัยไล่เลี่ยกันร้องไห้ตามราวกับอุปทานหมู่จนเหล่าลูกน้องของลอแซงแทบจะยิงทิ้งให้หมดทุกคน หากไม่ติดว่าเป็นสินค้าของนายตน

“นี่ เด็กคนนี้มากับฉัน ช่วยให้เขามากับฉันได้ไหม ฉันขอล่ะ” นาราดึงแขนเด็กชายเกื้อไว้อย่างรวดเร็ว พวกมันมองเธอด้วยสายตาโลมเลียขนาดอยู่ในสภาพโทรม นาราก็ยังคงดูสวยงดงามโดดเด่น หากจับแต่งตัวสวยๆนั่งหน้ากระจกจะขายได้มากแค่ไหนพวกมันก็ไม่สามารถจินตนาการออกเช่นกัน

“ถ้างั้นน้องคนสวยก็ต้องบริการพี่คนแรกนะจ๊ะ” มันเอ่ยพลางแซวกับเพื่อนๆอย่างสนุกสนาน ใบหน้าหวานมองด้วยหางตาอย่างรังเกียจ

“ถ้าจะให้ทำอย่างนั้น นักเรียนของฉันจะต้องปลอดภัยรวมถึงเด็กคนอื่นๆด้วย”

“ได้คืบจะเอาศอกเหรอวะ อย่าคิดนะว่าสวยแล้วจะทำให้ข้ายอมได้” พวกมันขึ้นเสียงใส่อย่างโมโห แต่นารายังคงเชิดหน้าไม่กลัวตาย

“แล้วแกจะยอมไหมล่ะ”

“นายบอกว่าห้ามแตะนางนี่ นายจองแล้ว ให้ส่งมันไปซ่องก่อน” ไม่นานนักลูกน้องอีกคนก็เดินเข้ามาบอกมันเรื่องหญิงสาวตรงหน้า มันจึงยอมปล่อยเธอและเด็กไปแต่โดยดี



เมื่อมาถึงซ่องโสเภณีนาราก็ต้องผิดหวังอีกครั้งเมื่อมาถึง พวกแม่เล้า ลูกน้องนายลอแซงก็จับนักเรียนของเธอไว้เป็นตัวประกันโดยให้ไปอยู่อีกห้อง บังคับให้เธอแต่งตัวสวยเพื่อไปนั่งหน้ากระจกติดเบอร์ให้แขกเลือก เพราะกลัวเด็กชายจะเป็นอันตรายเธอจึงทำได้เพียงยอมแต่งตัวตามที่มันสั่ง เหล่าโสเภณีรุ่นพี่ต่างมองเธอด้วยสายตาอิจฉาที่ได้ชุดที่สวยกว่า ซึ่งหญิงสาวถูกเปลี่ยนให้เป็นชุดเดรสสั้นสายเดี่ยวสีแดงมีโชว์ร่องอกเล็กน้อยและสวมที่คาดผมหูกระต่ายบนหัวทำให้คนหน้าหวานงดงามกว่าทุกคนที่ได้เจอ

“ไปสิ แต่งตัวแล้วก็ไปนั่งเลย ตรงกลางเลย เบอร์ 5 นั้นแหละ” แม่เล้าสาวใหญ่วัย 40 ร้องบอกเสียงดังทำให้นาราต้องจำใจเดินออกไปอย่างขื่นขม

“มันเป็นใคร มาทีหลังแต่ได้เสื้อผ้าดีๆไปหมด” เสียงก่นด่าไล่หลังทำเอาคนตัวบางกำมือแน่น หากไม่ติดว่านักเรียนของเธออยู่ในการควบคุมของมันล่ะก็ เธอจะรีบหันกลับไปด่าให้สาแก่ใจ เป็นผู้หญิงด้วยกันแท้ๆแทนที่จะช่วยเหลือกันแต่กลับมาอิจฉากันเพราะเรื่องชุด ช่างเป็นอะไรที่ไร้สาระจริงๆ

“นั่นไงท่าน ออกมาแล้ว เรามาดูกันว่าน้องหน้าหวานจะได้ไปอยู่กับใครคืนนี้” ลอแซงเอ่ยยั่วโมโหคนข้างๆอย่างเคยชิน ด้วยอยู่ในถิ่นตัวเองจึงไม่กลัวอะไรทั้งนั้น

“หึ ได้ แล้วแกจะเสียใจ”

“เอาน้องคนสวยเบอร์ 5 ออกมา” ไม่นานนักร่างบางก็ถูกดึงออกมาและให้ก้าวมายืนต่อหน้านายใหญ่ทั้งสอง นารามองสุรวัตรอย่างขยะแขยง

“หนูชื่ออะไรจ๊ะ” ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงหวาน

“ชื่ออะไรมันก็ไม่ใช่ธุระกงการของแกที่ต้องรู้” นาราตอบกลับเสียงแข็งเชิดหน้าอย่างถือดีแต่ก็ไม่ทำให้ความต้องการลดลงแม้แต่น้อย

“หนูนาราจ๊ะ วันนี้หนูจะเลือกใครระหว่างฉันกับไอ้นี่” สุรวัตรถามขึ้นและยิ้มมุมปากให้กับชายรุ่นลูกที่อยู่ข้างๆอย่างเหนือกว่า

“ชื่อนารานี่เอง ชื่อเพราะมากๆเลยนะจ๊ะ” ลอแซงกล่าวเชยชมพลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มและมองเรือนร่างสัดส่วนไปทั่วตัวหญิงสาว

“วันนี้ไปกับฉันเถอะนะจ๊ะหนูนารา ฉันสัญญาว่าหนูกับนักเรียนของหนูจะต้องปลอดภัย” สุรวัตรยิ้มให้อย่างสุภาพอ่อนโยน

“แหม แก่ๆอย่างนี้ทำอะไรไม่ได้มากหรอกนะ มากับพี่ดีกว่า กระเป๋าหนักไม่แพ้กัน หนูอยากได้อะไรพี่ก็จะให้หนูทุกอย่างเลย”  ทั้งสองกล่าวเกทับกันไปมาจนคนตัวบางปวดหัวและสับสนพยายามคิดหาทางหนีทีไล่ทุกทางที่เป็นไปได้แต่ดูเหมือนสถานการณ์ตรงหน้าจะไม่เป็นใจ

“ถึงจะแก่แต่ก็ยังเตะปี๊บดังอยู่นะจ๊ะ อย่าไปฟังคำเด็กเมื่อวานซืนเลย ถ้ามากับฉันรับรองหนูสบายแน่ๆ”

“หึ เตะดังแค่ปี๊บแล้วทำมาอวด” ชายหนุ่มหน้าเข้มบ่นกะปอดกระแปด “ว่าไงจ๊ะน้องนารา ตกลงหนูอยากจะไปกับใครคืนนี้จ๊ะ”



ก็ต้องไปกับผัวสิวะ**!!**” เสียงเข้มขึงขังที่ดังมาจากทางด้านหลังทำเอาชายหนุ่มสองวัยต้องรีบหันกลับไปอย่างรวดเร็ว

“พี่เสือ!!”นารามองชายหนุ่มอย่างดีใจกระโดดโลดเต้นที่เขามาช่วยเธอก่อนจะรีบวิ่งไปหาชายหนุ่มผู้เป็นสามีทั้งน้ำตาทันที พยัคฆ์เห็นเสื้อผ้าของคนรักก็รีบถอดเสื้อหนังคลุมตัวเธอไว้ทันที

“ไอ้พยัคฆ์!!” สุรวัตรอุทานเสียงดังทำเอาลอแซงที่ไม่เคยเห็นหน้านายใหญ่แห่งพยัคฆ์คำรามตัวจริงมาก่อนตกตะลึงอ้าปากค้าง ทันไดนั้นแขกทั้งร้านรวมถึงสาวๆทุกคนก็วิ่งหนีออกไปอย่างโกลาหลเหลือเพียงสามนายใหญ่และลูกน้องที่คุมเชิงกันอยู่ เข้มพาลูกน้องกว่าครึ่งร้อยพร้อมอาวุธดีๆครบมือจ่อไปยังศัตรูทั่วร้าน

“นี่คือไอ้พยัคฆ์เหรอวะ”

“เออ!!” สุรวัตรกระแทกเสียงตอบก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้น

“ใครคิดแตะต้องเมียกู กูจะล้างบางมันให้หมดทุกคน” เขาประกาศเสียงเหี้ยมพร้อมทั้งปาดคอลูกน้องลอแซงดูเป็นตัวอย่างว่าไม่ได้พูดเล่น

“นารา เมียมึงเหรอ?” สุรวัตรมองอย่างงุนงง จับต้นชนปลายไม่ถูก

“ท่าทางมึงไม่อยากจะอยู่จนถึงวันเลือกตั้งจริงๆใช่รึเปล่าไอ้สุรวัตร” เขาขู่เสียงเข้มพลางกระชับหญิงสาวไว้ในอ้อมอกและจ่อปืนมายังชายวัยกลางคน

“ฉัน ฉันไม่รู้เรื่อง เพราะศศิต่างหาก ศศิเป็นคนบอกให้ฉันจัดการกับนังเด็กนี่” นักการเมืองหนุ่มใหญ่ชี้ไปทางนาราและมองสามีของเธออย่างหวาดระแวง

“เดี๋ยวลูกสาวมึงจะเจอดีเป็นคนต่อไป ส่วนมึงไอ้ลอแซง กูไม่ได้บาดหมางอะไรกับมึงแต่กูว่าวันนี้คงเป็นวันซวยของมึงที่ดันมาจับเมียกู ดูท่ามึงต้องการจะเป็นศัตรูกับกูจริงๆใช่หรือเปล่า”

“กูเปล่า ถ้ากูรู้ว่าเป็นเมียมึงกูคงคืนให้มึงไปนานแล้ว” ลอแซงตอบกลับแต่ไม่กล้าสบตากับชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาและหายใจหอบแรงมองที่พื้นตลอดเวลา

“เอาตัวไอ้เดี่ยวออกมา” พูดจบแสงก็ลากคอลูกน้องของสุรวัตรออกมาพร้อมกับร่างที่โชกไปด้วยเลือด ชายหนุ่มจึงกดให้ภรรยาสาวซบอกไว้ตลอดเวลาเพราะไม่อยากให้เห็นภาพโหดร้าย

ร่างของวัยรุ่นหนุ่มบัดนี้ร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผลจากการถูกซ้อมมากมาย ซึ่งพยัคฆ์ทำเพียงตวัดหางตาไปมองเท่านั้น

“มันเป็นลูกน้องมึงและมันก็ทำให้เมียกูเดือดร้อน ทำให้กูร้อนใจ กูถามมึงหน่อยซิว่ากูควรจะยังไงกับมัน…และมึงดี” ร่างสูงสง่าจ้องเขม็งรอคำตอบแต่ยังคงได้รับเพียงความเงียบ “ดี ไม่ตอบ งั้นเดี๋ยวกูหาทางให้เอง เอาเป็นว่า..”

ปัง!!

สิ้นเสียงกระสุนหนึ่งนัดของเข้ม เดี่ยวก็ขาดใจตายทันทีท่ามกลางทุกคนที่อยู่ในห้องโถง พยัคฆ์แทบไม่มองศพนั้นด้วยซ้ำ

“ไม่เกี่ยวกับกูใช่ไหม งั้นกูขอตัวนะ” ลอแซงโพล่งขึ้นทำให้ร่างสูงตวัดหางตาไปยังตัวเขาทันที

“ใครบอกไม่เกี่ยวกับมึง มึงไปรวบรวมคนที่มึงจับมาให้หมดแล้วปล่อยพวกเขากลับคืนซะ ไม่งั้นกูไม่รับประกันว่าธุรกิจของมึงจะราบรื่นในอนาคต”

“ได้ๆๆ กูจะรีบจัดการทันที เห้ย!! ไปพาตัวเด็กของเธอมาด้วย” ลอแซงสั่งเสียงสั่นก่อนจะมีคนพาเด็กชายเกื้อออกมา นาราจึงรีบผละไปหาเด็กทันทีและปิดตาเขาไม่ให้มองความรุนแรงใดๆทั้งสิ้น

“จัดการตามที่มึงบอกด้วยล่ะ” พูดจบชายหนุ่มก็สั่งให้เข้มไปคุมตัวนายสุรวัตรมาด้วยตัวเองและพาขึ้นรถตู้ปิดกระจกทึบไว้ออกไปด้วยกันทันที ส่วนเด็กชายเกื้อนั้นแสงได้ถูกมอบหมายให้พาส่งที่บ้าน




นารายืนมองเหตุการณ์ด้วยความโล่งอกที่ไม่ต้องปะทะกันจนตายเป็นเบือ เพียงแต่เธอไม่รู้ หากถ้าไม่เป็นเพราะหญิงสาวผู้เป็นแก้วตาดวงใจเขาอยู่ด้วยล่ะก็ พยัคฆ์คงไม่เสียเสียเวลาเจรจาตั้งนานสองนาน เขาคงจะกราดยิงเจ้าพ่อทั้งคู่ให้ตายเสียแต่ตรงนั้นแล้วอำพรางคดีเป็นทั้งสองคนตายเพราะไม่ลงรอยกันก็เป็นได้

“พี่เสือขอบคุณนะคะที่มาช่วยนากับน้องเกื้อ” นาราไหว้แนบอกแกร่งอย่างซึ้งใจ เขาเห็นก็อดเจ็บแทนไม่ได้แต่ทำได้เพียงปลอบประโลมเธอด้วยการเช็ดน้ำตาที่แก้มใสนั้นและโอบกอดเธอไว้อย่างอ่อนโยน

“ทำไมต้องขอบคุณพี่ด้วยล่ะ พี่ต้องมาช่วยผู้หญิงที่พี่รักอยู่แล้ว”

“นาก็รักพี่เสือนะคะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นเสียงดังแจ่มชัดทำเอาหัวใจพยัคฆ์พองโตยิ้มกว้างอย่างดีใจ

“แต่งงานกับพี่นะ”

“คะ” นาราอึ้งแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

“แต่งงานกับพี่ เป็นนายหญิงของพี่ เป็นนายหญิงของไร่พยัคฆ์คำราม” เธอเผลอยิ้มกว้างดีใจก่อนจะสลดลงเพราะคิดอะไรบางอย่าง

“แต่พี่เสือจะไม่ลำบากเหรอคะ หลังจากนี้พี่ต้องเผยตัวตน ศัตรูทุกคนกำลังรอเหยียบย่ำพี่อยู่ นาว่า..”

“พี่ไม่สน พี่ไม่อยากให้นาต้องหลบๆซ่อนๆอึดอัดอีกต่อไป พี่รู้ ว่าก่อนหน้านี้พี่เห็นแก่ตัวแค่ไหน” เขากล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว แม้มองลึกเข้าไปถึงแววตาหญิงสาวก็ไม่เจออะไรนอกจากความตั้งใจอันแรงกล้าของชายคนรัก

“ไม่เลยค่ะ นาเข้าใจทุกอย่าง นาไม่เคยโกรธพี่เลยนะ”

“ขอบคุณ ขอบคุณที่รักพี่ ขอบคุณทุกๆอย่าง แต่งงานกับพี่นะ”

“ค่ะ” พูดจบชายหนุ่มก็สวมกอดร่างนุ่มนิ่มแน่นและกดจูบตรงขมับสวยด้วยความรัก ต่อไปนี้จะไม่มีใครหน้าไหนกล้าแตะต้องเมียเขาอีกเมื่อพวกมันทุกคนรู้ว่าเธอคือนายหญิงแห่งพยัคฆ์คำราม ภรรยาที่เขารักดั่งดวงใจ

TBC

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว