ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 : ปลาทูของพระพาย

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 : ปลาทูของพระพาย

คำค้น : yaoi นิยายวาย พี่เลี้ยง เจนไม่นก พ่อหม้าย เพชรพระพาย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ย. 2561 19:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 : ปลาทูของพระพาย
แบบอักษร

เพชรพระพาย

#ปลาทูของพระพาย



‘เพชรพิสุทธิ์ เจริญกิจธารา’ คือชื่อของพระเอกนิยายเรื่องนี้

พระเอกนิยายนะ ไม่ใช่พระเอกลิเก ชื่อเหมือนแต่บทบาทไม่เหมือน ดูดีๆ



นายเพชรพิสุทธิ์ หรือที่ใครๆก็รู้จักดีในนามของ เพชร คุณเพชร เลขาเพชร หรือไอ้เพชร บ้างก็เรียกเห้เพชร แต่จะเรียกดีๆก็เรียกว่าพี่เพชรเหมือนที่น้องพายเรียกก็ได้ เขาเป็นเจ้าของหอพักที่ตั้งอยู่หน้ามหาวิทยาลัยชื่อดัง วิทยาเขตหนึ่งในจังหวัดที่ไม่ห่างไกลจากกรุงเทพมหานคร ดูโดยรวมแล้วก็หล่อและรวยในถิ่นนี้ แต่ถ้าถามว่าประกอบสัมมาชีพใดเลี้ยงตนเอง ก็คงจะบอกได้แค่ว่าอาชีพของเขาต้องไม่ธรรมดา



เขาเป็นถึงเลขาให้กับนักรบ รัตนสกุล



ถ้าถามว่าแล้วมีหอพักอยู่แล้วจะไปทำงานอะไรเป็นขี้ข้ารองมือรองตีนให้ชาวบ้านทำไม มีเวลาสักแปดวันปะละ คนเรามันก็มีสตอรี่ที่มายาวๆเหมือนกัน  เอะอะจะถามแล้วให้ตอบเลยมันก็ไม่ได้หรอก เอาเป็นว่าเขาคือเลขาคุณภาพดีของคุณนักรบซึ่งเป็นพระเอกนิยายในเรื่อง ‘เจนไม่นก’ นั่นแหละ เออเรื่องนั่นแหละ ที่พระเอกกากๆ นายเอกนกๆอ่ะ รู้จักใช่ไหม ไปหาอ่านกันได้นะ



ถ้าถามถึงประวัติความเป็นมาตั้งแต่ตกฟาก เขาก็บอกได้ว่าเขาเกิดที่โรงพยาบาลใหญ่ประจำจังหวัดที่อยู่ไม่ไกลมาก ครอบครัวนั้นเป็นคนมีฐานะ ทำธุรกิจมากมายเป็นที่นับหน้าถือตาในจังหวัด และหอพักแห่งนี้ก็เป็นธุรกิจตกทอดมาถึงท้องของเขานั่นเอง ถ้าถามว่าธุรกิจหอพักนั้นดีไหม สำหรับเขาก็ถือว่าดีนะ ให้รายได้สม่ำเสมอ แต่ก็มีบ้างที่ต้องลงทุนจัดการค่าซ่อมแซมหรืออะไรบ้าง มันเป็นธรรมดาของธุรกิจประเภทนี้ เขาเป็นเจ้าของหอพักที่มารับช่วงต่อได้ไม่กี่ปี และปีที่ดำเนินงานด้วยตนเองก็เพิ่งเข้าสู่ปีที่ 3 นี้ หอพักหน้ามหาลัยของเขาก็มีโอกาสได้ต้อนรับแขกพิเศษที่รู้จักกันเองคนหนึ่ง



โดยการแนะนำของคุณเจนไม่นก….



พระพาย ชวนันท์….คือชื่อของเจ้าของห้องข้างๆที่เขาปล่อยให้เช่าพิเศษ  ความพิเศษในตัวน้องก็อย่างที่รู้กันดีว่าพระพายเป็นคนโปรดของคุณพรรณี รัตนสกุล นายเหนือหัวสูงสุดของเขา ผู้ซึ่งเป็นลูกของคนงานที่บ้านที่ได้รับการส่งเสียเลี้ยงดูมาตลอด และอนาคตของน้องก็ไม่พ้นสักตำแหน่งในบริษัทของคุณรบ และเพชรได้เห็นอนาคตของน้องแล้ว รู้ไว้ซะว่าเลขาของนักรบ รัตนสกุลน่ะ มีสิบคนก็ไม่พอ จำไว้!



และเพชรจะไม่นกตามคุณเจนด้วย คอยดู!



“เดี๋ยวพระพายสอบอีกทีวันไหนครับเนี่ย พี่ไม่ค่อยเห็นอยู่หอวันเสาร์แบบนี้เลย”  แม้จะทำงานอยู่กรุงเทพ แต่มรดกอยู่ที่นี่ เพชรจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่กลับมาดูบ้าง เงินใครก็หอมทั้งนั้น เงินโบนัสของคุณรบนี่ยิ่งหอมไปใหญ่ ทุกปีเขาต้องหวั่นใจ ว่าที่คุณรบจะจ่ายให้นี่โบนัสหรือเงินชดเชย(สำหรับไล่ออก)



“เหลือวันจันทร์เช้าครับ” พระพายตอบ



“แล้วกลับกรุงเทพเลย?”



“ก็คงงั้นครับ”  พระพายนั้นตอบสั้นๆเหมือนเดิม ผัดไทของเรามาเสิร์ฟพอดีและน้องกำลังบีบมะนาว น้องดูสนใจกับอาหารข้างหน้า ตอนแรกพระพายก็ดูจะเฉยๆ  แต่พอเอาเข้าจริงก็หิวใช่ย่อยเหมือนกันนี่นา



“อ่านหนังสือจบยังครับเนี่ย”



“ก็เรื่อยๆนะครับ ใกล้จบแล้ว”  เห็นคุณหญิงขิงใส่กันเสมอมาว่าเด็กๆบ้านนี้มีแต่คนเก่ง คุณเจนเห็นนกๆก็เหมือนจะจบด้วยเกรดดีที่ต่างประเทศอยู่พอตัว แต่คุณหญิงจะขิงทำไม เด็กพวกนี้ลูกหลานตัวเองแท้ๆก็ไม่ใช่ เอาเวลาไปดูลูกชายกากๆของตัวเองเถอะ เรียนเก่งหาเงินเก่งแต่กว่าจะได้เมียจริงจังได้ข่าวว่าทุ่มเทกันไปเท่าไหร่แล้ว นี่ได้ยินว่าที่ถ่อไปคร่ำครวญถึงหน้าห้องคุณเจนคิดว่าเขาทิ้ง แต่จริงๆคุณเจนจะเปิดประตูให้แต่เขาเอามือมาขวางทางเลยเอาโซ่คล้องออกไม่ได้ กากได้ใคร อยากเห็นหน้าบรรพบุรุษชะมัด และการที่เจ้านายมีเมียไปก็ไม่ได้ทำให้เลขาที่มีอยู่สบายใจเพราะอะไรรู้ไหม



เพราะเหมือนได้เจ้านายอีกคน….



“แล้วพี่เพชรงานยุ่งไหมครับช่วงนี้”  พระพายถาม เป็นคำถามของคนมารยาทดี



“ไม่ค่อยยุ่งครับ”



“ดีจังนะครับ”



“คุณเจนมาแย่งงานไปทำครับ”  ใช่….คำอธิษฐานต่อสวรรค์ได้เป็นจริง ในที่สุดคนที่เพชรพิสุทธิ์ได้เล็งไว้ก็ติดกับกันเข้าอย่างจัง ตอนนี้งานที่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของคุณรบ คุณเจนเอาไปดูแลหมดแล้ว อย่างว่า ร้อยชายชู้ หรือจะสู้ชายที่เป็นเมียได้ และแม้จะรักโบนัสเทียบเท่าชีวิตแค่ไหน เพชรก็จะไม่เสียสละตัวเองถึงขั้นนั้นเพื่อรัตนสกุล



แค่คิดขนที่นิ้วเท้าก็ลุกแล้ว…



เราสองคนเริ่มกินอาหารกันอย่างจริงจัง ผัดไทร้านนี้เด็ดเหมือนที่เจ้าถิ่นได้เคลมไว้ ช่วงเวลาเกือบปีที่พระพายได้มาอยู่ที่นี่ยังพิสูจน์ความรู้ลึกรู้จริงของตนไม่ได้ดีเท่าไหร่ แต่อย่างว่า….พระพายไม่ค่อยได้ออกไปไหน เพราะไปตรงไหนก็เหมือนว่า….จะเจอกับนักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกันทุกที่ จริงๆพระพายก็ไม่คิดว่าคนอยู่สถาบันเดียวกันจะรู้จักกันทุกคน นักศึกษาเป็นพันเป็นหมื่นต่อรุ่นย่อมเป็นธรรมดาที่เราจะไม่รู้จักกัน แต่ทำไม…



ใครๆก็เหมือนจะรู้จักพระพาย…



“…………”



“ไม่อร่อยเหรอครับพระพาย”  พี่เพชรถาม เขานั้นแทบจะยกจานขึ้นเทเข้าปาก แต่พระพายกับเริ่มชะลอความเร็ว



“เปล่าหรอกครับ พระพายคงอิ่มแล้ว” พระพายนั้นยิ้มให้เป็นมารยาท



“…………”



“พี่เพชรทานได้ตามสบายเลยนะครับ ไม่ต้องห่วงพาย”



“พี่ว่าจะเบิ้ลอีกจานพอดี น้องพายรอได้ปะครับ” 



“กะ..ก็ได้ครับ” เขายิ้ม พระพายเลยยิ้มตอบ แต่ในใจกลับกู่ร้องอยากจะบ้าตายกับความชิลในร้านผัดไทของผู้ชายคนนี้ พระพายอยากกลับบ้าน ใครก็ได้ช่วยตะโกนใส่หน้าอีตาพี่เพชรนี่ที พระพายยังไม่อยากเป็นบ้าตามเขานะ!



“งั้นน้องๆ พี่ขอสั่งเพิ่มหน่อย”  คุณเพชรที่ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยกลับทำในสิ่งตรงข้ามกับความรู้สึกของพระพายที่แทบจะก้มลงไปกราบให้กลับบ้าน แต่จริงๆรถคันนั้นก็ของพระพายที่คุณหญิงให้ยืมมาไม่ใช่เหรอ ทิ้งอีตาเลขาไม่รู้ความนี่ไว้แล้วขับกลับไปเลยก็ได้ มากับคนใจหมา ก็ต้องหมากลับบ้างเป็นธรรมดา เขาคงเข้าใจ



“พี่เพชรครับ”  หรือพระพายจะบอกเขาไปว่าพระพายรีบ อ่านหนังสือไม่ทัน แต่เมื่อกี๊ยังบอกว่าสบายมากจนอีกคนเผลอคิดไปแล้วว่าจบมาพระพายต้องได้เกียรตินิยมแน่ๆ



“อ๊ะ พระพายครับดูนั่นสิ”  ดูอะไรอีก! พระพายไม่รู้ว่าใบหน้าหงุดหงิดของตนดูเหมือนจะร้องไห้ออกมาได้อย่างไร



“คือว่า…”



“เขาถ่ายรูปเราสองคนด้วยแหละ หันไปยิ้มให้กล้องหน่อยเร้ว!”  เพราะสัญชาตญาณหรือไร เจ้าของใบหน้าน่าแกล้งถึงได้หันไปมองตามทิศทางที่คนเป็นพี่ชี้ และก็ได้เห็นว่าเป็นดังเขาพูด โต๊ะข้างๆถือมือถือขึ้นมาท่าทางแปลกๆทางเรา



เหมือนเขาจะถ่ายรูปอยู่จริงๆ



“…………”



“…………”



ไม่เอานะ…



“อ้าว พระพาย!”  พระพายนั้นหยิบกุญแจรถที่วางอยู่และลุกขึ้นทันที



กลับเองเลยนะ คนบ้า!



แต่พระพายก็ทำได้แค่เอาตัวเองมานั่งอยู่เงียบๆคนเดียวในรถแบบนี้ หลังจากที่ลุกขึ้นก็เดินออกมา ด้วยแรงอารมณ์ก็เกือบจะสตาร์ทรถและขับออกไปแล้ว ทว่าสิ่งที่ได้ทำคือการเข้ามานั่ง สตาร์รถ แต่เมื่อกำลังจะเปลี่ยนเกียร์ มือของตนก็หยุดชะงัก จากตรงนี้กลับหอก็ไกล ฟ้าก็มืด จะให้นั่งมอเตอร์ไซค์กลับก็สงสาร อย่างน้อยเขาก็ทำให้พระพายได้พักหอพักที่ใครๆก็อยากจะเช่าแห่งนี้ แถมตลอดมาก็เป็นพี่ชายข้างห้องที่ดีมาตลอด มิหนำซ้ำยังเป็นเลขาของคุณรบ พระพายทำไม่ได้หรอก



ก็อก…ก็อก…ก๊อก….



“รอนานไหมครับ”  คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยได้ไม่นาน คนที่พระพายทิ้งไว้ในร้านก็มาเคาะกระจกรถ เพชรยังคงมีรอยยิ้มอยู่เสมอแม้ว่าพระพายจะแสดงออกว่ากำลังงอแงหนักมาก และเพราะท่าทางที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรมันทำให้พระพายต้องถอนหายใจอย่างปลงๆ จะไปอะไรกับเขาล่ะ ผิดก็ไม่ใช่ความผิดเขาซะหน่อย แต่มันสำหรับคนอื่นพวกนั้น คงจะผิดที่พระพายมากินข้าวกับคนนั้นคนนี้บ้างก็เท่านั้นเอง



เฮ้อ….



“เห็นพระพายกินไม่กี่คำ นี่ครับพี่ให้เขาใส่กล่องมาให้”  เขาชูถุงหิ้วที่ภายในคงมีกล่องผัดไท ยิ่งเห็นรอยยิ้ม ยิ่งรู้สึกได้ถึงความห่วงใย และแค่นี้ก็ทำให้รู้สึกผิดกับเขาแล้วที่ทำตัวเสียมารยาทขนาดนั้น



“ขอโทษที่เสียมารยาทนะครับ และขอบคุณด้วยนะครับ ว่าแต่พี่เพชรสั่งมาอีกจานไม่ใช่เหรอ พายไม่เร่งนะไปกินก่อนก็ได้”



“อ๋อ ครับ”



“เอ่อ…พายรอในรถนะครับ”



“พี่ไม่ได้จะกินเลยหรอกครับ ใส่กล่องไปกินเหมือนกัน สำหรับมื้อเช้าพรุ่งนี้” ช่างเป็นคำอธิบายที่ยิ่งทำให้รู้แย่ลงไปอีก ไม่ใช่ว่าเขาอ้างออกมาเพื่อให้สบายใจหรอกเหรอ บางทีการเป็นคนแบบพระพายก็อยู่ยากไม่ใช่น้อย รู้สึกกังวลไปหมดทั้งๆที่คนบางคนก็พยายามทำให้เราสบายใจ



“งั้นเรากลับกันเลยไหมครับ”  พระพายยิ้มให้ ช่างเรื่องความรู้สึกผิดก่อน พระพายอึดอัดจะแย่อยู่แล้ว คนตัวเล็กดึงสายเบลท์มาคาดตัวอีกครั้ง หมายจะขับรถออกไปจากตรงนี้



“เดี๋ยวแวะร้านขนมให้พี่ก่อนได้ไหมครับ”  เขาท้วงออกมา พระพายพยักหน้า ขอให้ออกจากร้านนี้ไปก่อน



“พี่เพชรบอกทางละกันครับ”



“ได้ครับ พี่อยากกินพายพอดีเลย”



“………….”



“ไปกินพายก่อนกลับหอกันเถอะครับ พายร้านนี้อร่อยมากเลยนะ”  เขายิ้ม มันเป็นรอยยิ้มที่ดูแปลกตา แปลกขนาดที่ทำให้ขนลุกได้ คุณเพชรนี่ยังเป็นคนอยู่ใช่ไหม ไม่ใช่ผี ว่าแต่เขาจะเป็นผีอะไรดีล่ะ ผีทะเลเหรอ…ได้ไหม ได้ไหมนะ ว่าแต่ทำไมกันนะ….



จู่ๆพระพายก็เลิกรู้สึกผิดกับเขากะทันหันแบบนี้

รักง่ายก็หน่ายง่ายเหรอ….คนแบบพระพายน่ะ……



แล้วเราก็ไปร้านขายขนมที่เขาว่า ซึ่งเป็นโชคดีของพระพายไม่ใช่น้อยที่ตนจะได้โอกาสซื้อของตุนสำหรับวันพรุ่งนี้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ทำให้พระพายไม่อยากจะออกไปไหนมาไหนอีก ขนาดมีเพื่อนออกมาแล้วก็ยังมีคนทำแบบนั้นใส่ ใครๆก็รักความเป็นส่วนตัวไม่ใช่เหรอ และยิ่งถูกละเมิดแบบนั้นยิ่งควรจะรู้สึกไม่ดีไม่ใช่หรือไง พระพายไม่ชอบการที่ถูกถ่ายรูปไปอวดโชว์คนอื่นเรียกยอดคอมเมนท์ที่มีแต่การทำร้ายกัน พระพายไม่อยากเกี่ยวข้องกับเรื่องแบบนั้น และไม่อยากเป็นเหยื่อที่ถูกทำร้ายทั้งๆที่ไม่เคยทำอะไรผิดเลย



และการที่พระพายเกิดมาเป็นแบบนี้ก็ไม่เคยเป็นความผิดด้วย!



เหมือนที่พี่เจนคิดนั่นแหละ การเกิดมาและมีแม่ทำอาชีพเป็นคนใช้ไม่เคยทำให้พระพายน้อยใจ แม่จินของพระพายอาจจะไม่ใจเย็นอย่างแม่ไพของพี่เจน เธออาจจะสอนอะไรพระพายไม่ได้มาก แถมยังเป็นคนพูดจาไม่น่าฟังในบางครั้ง แต่พระพายก็รับรู้ถึงความเหนื่อยยากและความรักของแม่ที่มีให้เสมอ อีกทั้งคุณพรรณีก็พูดให้ฟังเสมอว่าการเป็นคนดูแลบ้านให้เธอ คือการที่มาทำงานเพื่อรับเงินเดือน ทุกคนในบ้านรัตนสกุลมีบทบาทต่างๆเป็นของตัวเอง และนั่นทำให้พระพายไม่เคยรู้สึกดูถูกอาชีพของแม่ หรือความเป็นอยู่ของตนไม่ว่าจะในฐานะไหนในรัตนสกุล ใครดีมาก็ดีตอบ แต่ใครร้ายมา…พระพายก็แค่ไม่ต้องสนใจทั้งหมดก็ได้



Rrrrrrrrr

หืม….

พริมพราวโทรมา…



“ฮัลโหล พริมพราว”  พระพายรับสาย เมื่อเห็นว่าใครโทรมาก็รับทันที วันนี้พริมพราวอยู่บ้าน มีอะไรกันนะ



“พระพาย วันนี้ไปไหนมาหรือเปล่า”



“กินข้าว….กับพี่ที่รู้จัก” 



“แน่ะ รู้ทันนะว่าจะโดนถามอะไร” พระพายยิ้ม รู้ว่าเพื่อนจะถามอะไร ถ้ามาแบบนี้แสดงว่าคงมีคนโพสต์รูปที่แอบถ่ายที่ร้านแล้ว พริมพราวเวลาที่เห็นอะไรเกี่ยวข้องกับพระพาย บางทีเธอก็จะเอามาเล่าให้ฟัง แม้จะบอกเธอไปบ้างแล้วว่าพระพายไม่ได้อยากรู้ทุกเรื่อง แต่เพื่อนก็ยังอยากเล่า ช่วงหลังเลยทำใจและคิดให้มันร้ายๆไปก่อนบ้าง เพื่อที่ว่าจะได้ไม่มีอะไรที่ต้องช็อคอีกต่อไป



“อืม เห็นแล้วล่ะว่ามีคนถ่ายรูป”



“มีคนกล้าถ่ายซึ่งๆหน้าด้วยเหรอ”  มันชักจะกล้าไปแล้ว พริมพราวคงคิดเช่นนี้ พระพายก็พยักหน้าตอบตัวเองในใจ มันมีคนกล้าทำแบบนั้นจริงๆ การที่พระพายไม่ว่าอะไรพวกเขาตีความกันไปหรือเปล่าว่าถ่ายกันได้ตามใจชอบ ตนแค่ไม่อยากมีเรื่องเลยก้มหน้าก้มตาเอา ทุกวันนี้คนในคณะก็แทบจะไม่มองหน้าแล้ว ถ้าทำตัวแรงๆกลับก็กลัวว่าจะยิ่งอยู่ยาก พระพายก็แค่อยากจะอยู่ให้รอด เพราะช่วงเวลานี้มันคงไม่นานเท่าไหร่ จบออกไปก็คงไม่มีใครจำ แต่ที่จดจำได้…



ก็คงมีแต่คนที่ถูกกระทำให้เจ็บอยู่คนเดียว



“พระพาย”



“อา…”  ดูเหมือนจะเหม่อนานไปหน่อยจนคนที่อยู่ปลายสายต้องร้องเรียก



“มีใครเข้ามาว่าอะไรหรือเปล่า”



“ไม่มีใครกล้าหรอก”  แต่ถึงขั้นนั้นจะให้อยู่เฉยๆโดนด่า ร้องไห้ปาดน้ำตามันก็ไม่ใช่ พระพายก็ไม่นางเอกเหมือนที่ใครๆบอกว่าเป็นขนาดนั้นหรอก แต่ถึงขั้นด่ากลับไหม พระพายก็ไม่คิดว่าตนจะทำเช่นกัน นั่นสิแล้วตอนนั้นพระพายจะทำยังไงนะ



ก็คงจะหันไปมองหน้าพี่เพชร….ละมั้ง….

บ้าไปแล้วพระพาย หันไปแล้วเขาจะช่วยอะไรได้…..



“ว่าแต่นี่ไปกับใครเหรอ” 



“ถ่ายติดเขาหรือเปล่า”



“อืม แต่ไม่ชัดหรอก ว่าแต่ใครเหรอ”



“เลขาของเจ้านายน่ะ”



“อา….แล้วไปเจอกันได้ไงน่ะ”



“พี่เขาเป็นเจ้าของหอที่ให้เช่าน่ะ เผอิญคงมาเก็บค่าเช่ามั้ง เจอกันเลยถือโอกาสยืมรถไปกินผัดไท”  พระพายหัวเราะให้กับความคิดตัวเอง คิดภาพคุณพี่เพชรเหน็บกระเป๋าที่รักแร้และเดินเก็บค่าเช่าตามห้องด้วยวิธีเคาะประตูไปพลาง เรื่องรถนั่นเขาก็แค่ไม่มีเลยยืม แต่จะยืมไปเลยก็เกรงใจเลยติดสินบนพาไปกินข้าวด้วยไง ไม่มีอะไรมากหรอก



“เนี่ยมีคนเอาไปลือกันว่าพระพายกับพี่เขาเป็นอะไรกันด้วย”



“ไม่มีอะไรหรอก ช่างเขาเถอะ เรารู้ตัวเองดี”  ว่าพระพายไม่เหมาะสมกับเขาหรอก จริงๆพระพายไม่ได้สนเรื่องที่คนอื่นจะลือยังไง กังวลที่ตัวเขาจะไม่ชอบใจมากกว่า



และถ้าเขามาต่อว่า…พระพายก็คงเสียใจเพราะตนทำอะไรไม่ได้เลย



“นี่อ่ะ เห็นมีคอมเมนท์ด้วยนะว่า พี่เขาเข้าไปคุยกับคนที่แอบถ่ายคนนึง”



หืม….



“เห็นเขาว่าพี่เขาน่ากลัวมากด้วย”



“พี่เพชรน่ะเหรอ”  หรือว่า…ตอนที่พระพายลุกไปตอนนั้น เขาเข้าไปคุยเหรอ



“อืมเนี่ย มีคนบอกว่าพี่เขาเดินเข้าไปหาเลย ไม่รู้ว่าคุยอะไรกัน แต่บรรยากาศน่ากลัว”  คนแบบพี่เพชรที่ยิ้มเป็นบ้าได้ทั้งวันนะเหรอจะทำเรื่องน่ากลัวๆลงไป พระพายคิดไม่ออกเลย คงลืออะไรกันมั่วๆอีกล่ะสินะ



“ช่างเหอะ คงลือกันไปเรื่อย”



“ว่าแต่พระพายสนิทกับพี่เขาเหรอ”



“ก็ไม่หรอก แต่คิดว่าเขาน่าจะมาเป็นคนสอนงานให้อ่ะนะ”  เพราะพระพายจะได้ทำงานในตำแหน่งเลขาอีกคนในอนาคต ถ้าไม่ใช่พี่เพชรที่มาเทรนกัน พระพายก็คิดถึงคนอื่นไม่ออกแล้ว ไม่ใช่เขาก็คงพี่เจน แต่พี่เจนก็ไม่เคยทำงานกับคุณรบจริงๆจังๆเท่าพี่เพชรนี่นา



“ถ้างั้นพี่เขาก็เลยแบบเออพามาเลี้ยงข้าวก่อนไรงี้ปะ จะได้ไม่เกร็ง”



“ก็คงงั้นมั้งนะ”



“เป็นเลขาประธานบริษัทนี้เขาจบอะไรกันมานะ เออพระพายรู้ป่ะ”



“เอ่อ…ก็ไม่รู้สิ คณะเดียวกับเรามั้ง”



“มันไม่มีคณะเลขาด้วยสิเนอะ”  พระพายยิ้มไปตามพริมพราว เราไม่ได้คุยเรื่องภาพนั้นแล้ว ตอนนี้เราหันมาเอาดีเรื่องวิชาสุดท้ายที่ต้องเข้าสอบกันมากกว่า



อีกนิดเดียวเองพระพาย…อีกนิดก็จะได้กลับบ้านเราแล้ว…



ในวันต่อมาพระพายก็ยังคงสู้ต่อแม้จะอยากกลับบ้านเต็มทน พระพายยังเด็ก บางทีความอดทนก็ต่ำ ยิ่งเหลือแค่วิชาสุดท้ายยิ่งอยากจะจบมันเร็วๆ แต่เหมือนยิ่งเร่ง เวลาก็เดินช้า สุดท้ายแล้วจึงทำได้แค่ซบใบหน้าลงกับโต๊ะญี่ปุ่นที่เอามาวางไว้กลางห้อง แก้มใสถูกพองลม  หิวอ่ะ ทำไมถึงหิวน่ะเหรอ นี่ก็เที่ยงแล้วไง แล้วพระพายก็ซื้อขนมมาน้อยไป หิว แต่ไม่อยากออกไปไหนเลย แม้แต่ห้องนอนของตัวเอง ก็ไม่อยากจะเดินออกไปด้วยซ้ำ….



ก็อก….ก็อก….



“ครับ”  พระพายลุกขึ้นอย่างเบื่อหน่าย ร่างบางเดินไปส่องตาแมวดูว่าผู้มาเยือนเป็นใคร รอยยิ้มที่กว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่ทำให้ใช้เวลานึกอะไรอยู่ในใจนานไปชั่วครู่  ในที่สุดพระพายก็ยอมเปิดประตูด้วยกลัวว่าเจ้าของรอยยิ้มจะรอจนเหงือกแห้ง ก็พี่แกเล่นไม่หุบยิ้มเลยนี่



“ตื่นแล้วเหรอครับ”



“พายตื่นนานแล้วครับ”  ตื่นมานั่งหน้าหนังสือเฉยๆ ยิ่งอ่านบทท้ายๆยิ่งงง



“แล้วนี่กินไรยังครับ”  พระพายส่ายหน้าเป็นคำตอบ ก่อนจะเห็นว่าในมือของเขานั้นมีปิ่นโตแบบสมัยก่อนทั้งหมด 4 ชั้น คิ้วสวยขมวดน้อยๆ จริงๆก็ไม่มีอะไรให้ต้องงงหรอก เขาหวังดี พระพายเห็นอยู่



แต่ก็งงว่าทำไปเพื่ออะไรก็เท่านั้นเอง



“กินเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะครับ”  เขายิ้ม ก่อนจะถือวิสาสะเดินเข้ามาในห้องโดยที่ไม่ได้มีใครอนุญาต แต่ช่างเหอะ ฉโนดที่ดินผืนนี้มันชื่อของคุณเพชรพิสุทธิ์นี่นา พระพายจะไปห้ามอะไรเขาได้ ได้ซุกหัวนอนในหอดีๆแบบที่มีแต่คนอิจฉาแบบนี้มันก็ดีแค่ไหนแล้ว



อาหารที่คนเจ้ากี้เจ้าการเอามานั้นทำให้พระพายถึงกับกลืนน้ำลาย แม้ว่ากลิ่นมันจะแรงไปหน่อย แต่ก็เรียกได้ว่าเป็นแหล่งพลังงานชั้นเยี่ยม คนเอามาฉีกยิ้มกว้าง เขาไม่เหมื่อยปากบ้างเหรอ อะไรจะมีความสุขได้ขนาดนั้น พระพายที่เห็นว่าเขามองอยู่ก็รีบทำตัวสำรวม พระพายดูหิวมากเลยเหรอเมื่อกี๊ แต่ก็สมควร พายไก่เพียงชิ้นเดียวที่ซื้อมาจากร้านเมื่อวานจะไปพออะไร เจ้าตัวประเมินความสามารถทางการหิวของเด็กอ่านหนังสือสอบต่ำเกินไปแล้ว พระพายกำลังอยู่ในวัยกำลังกินกำลังนอนนะ



ทันทีที่ตักเอาปลาทูและผักจิ้มน้ำพริกเข้าปาก ใบหน้าแห่งความสุขก็ฉายชัดออกมา มีความสุขจัง นั่งกินข้าวโดยที่ไม่มีคนไม่รู้จักมามอง แถมทุกอย่างก็รสชาติถูกปากไปหมด ใบหน้าฟินจนคนที่ยิ้มได้ทั้งวันต้องหลุดหัวเราะ นี่เขาจะแอดวานซ์ความเป็นคนอารมณ์ดีไปเพื่อใคร



“ก็มันอร่อยนี่ครับ พี่เพชรซื้อมาจากไหนเหรอ”



“เปล่าครับแม่พี่ทำ”



“ก็ว่าอยู่ว่าพี่เพชรไม่น่าทำ”



“ไหงงั้นล่ะ พี่แกะปลาทูเองนะ”



“อันนั้นไม่เรียกว่าทำอาหารนะครับ”



“โถ่ เรารึอุตสาห์แงะก้างปลาออกให้เพราะหวังดี”  นี่เขาตั้งใจมาชวนพระพายกินข้าวขนาดนั้นเลยหรือนี่



“แต่อร่อยและกินง่ายมากเลยครับ ขอบคุณพี่เพชรมากๆน้า”



“ไม่เป็นไรครับ พี่คิดว่าพระพายคงไม่อยากออกไปไหนเลยเอามาเผื่อ”



“……….”  เขารู้งั้นเหรอ



“ถ้าแม่พี่เห็นพระพายกินได้ขนาดนี้นี่คงฟินตายเลย เอองั้นพี่วิดีโอคอลหาดีกว่า อยากให้คุณนายเห็นหน้าลูกค้าตอนฟินๆ” 



“……………”  พระพายจะห้าม แต่เห็นเขาดีใจขนาดนั้นก็หยุดคำพูดตัวเองไว้ที่ปลายลิ้น ในที่สุดพระพายก็ยิ้มออกมา แม้จะเป็นยิ้มที่ออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน แต่มันก็คือยิ้มที่จริงใจที่สุดของวัน การได้เห็นว่ามีคนเป็นห่วงเป็นใยไม่ว่าจะเพราะอะไรมันก็ทำให้สบายใจได้ บางทีพระพายอาจจะคิดมากไป พี่เพชรไม่ได้เรียนอยู่จะไปรู้อะไรล่ะ บางทีเขาก็คงแค่คิดว่าพระพายไม่อยากออกไปไหนแค่นั้นก็เป็นได้ เมื่อคิดได้ดังนั้น คนคิดมาก็หันไปจริงจังกับการตักอาหารเข้าปากคำโต



“แม่! นี่เพชรเอง เพชรไงลูกชายแม่อ่ะ นี่เหยื่อกินขี้มือของเพชรเอง ทักทายพระพายหน่อยดิแม่”  พระพายแทบสำลัก ตาพี่นี่ก็บ้าบอได้ตลอด เกือบเอาออกมาหมดทั้งลำไส้แล้วไหม เล่นอะไรไม่ได้ดูเลย เหยื่ออะไรที่ไหน เอ….หรือว่าพี่เพชรแอบใส่อะไรไม่ดีให้กิน



“บังเต็มจอขนาดนั้นแม่จะเห็นหน้าน้องไหมชาตินี้”  นี่ก็ไม่ได้ดูไซส์ตัวเองเลย ตัวก็ใหญ่ มีหรือว่าหน้าจะเล็ก พระพายส่ายหน้าอย่างระอา แต่ก็มีรอยยิ้ม ไม่น่าเชื่อว่าการเข้ามาในห้องของคนที่น่ารำคาญคนนึงจะทำให้โลกที่เงียบเข้าขั้นติดลบของตนเริ่มได้รับการเติมเต็ม



“หวัดดีครับแม่พี่เพชร พระพายเองครับ”



“ว้ายนี่หรือหนูพระพาย น้องน่ารักจังเลยตาเพชร”  พระพายยิ้มรับในคำชมแต่ก็โบกมือปฏิเสธระวิง



“เพราะเพชรหล่อไงแม่”



“เขาเกิดมาน่ารักมันไปเกี่ยวกับหน้าขี้เหร่ๆของแกตรงไหน” 



“แม่อ่ะ! นี่น้องเพชรลูกแม่เอง ลูกที่แม่เพิ่งจะหอมแก้มและชมว่าหน้าดีได้แม่ไง”  เมื่อรู้สึกว่าไม่ได้รับความยุติธรรมก็เป็นหน้าที่ที่จะเรียกร้อง แต่คนอายุ 26 ปีนี่เขาต้องเรียกร้องความสนใจจากแม่ขนาดนี้เลยเหรอ พระพายหลุดหัวเราะออกมา ไม่ใช่ว่ารับไม่ได้ แต่มันน่าขำ คนตัวใหญ่บางคนอายุเยอะแค่ไหนก็ยังงอนแม่ได้นะ แต่ก็จริง พระพายจะเกิดมาหน้าแบบไหนก็ไม่เกี่ยวกับเขา และการที่เขาหน้าตาหล่อก็ไม่ได้ทำให้พระพายมาพบเจอหรืออยู่กับเขาแบบนี้ เรียกว่าสวรรค์ลิขิตมากกว่า แต่จะลิขิตให้พระพายมาใช้กรรมหรือไม่….ก็แล้วแต่สวรรค์จริงๆ



“น้องพายลูก นี่เรียนปีไหนแล้วครับเนี่ย”



“ปี 1 ครับ”



“พรุ่งนี้ก็ปี  1 เทอมแรกวันสุดท้ายแล้วนะครับ”  เขาหันมายิ้มให้ นัยน์ตาดูภูมิใจยิ่งกว่าคลอดพระพายคนดีของสังคมนี้ออกมาเอง



“ถ้าไม่ได้อาหารของคุณแม่ พายต้องหิวจนลุกไปสอบพรุ่งนี้ไม่ไหวแน่เลย ขอบคุณมากนะครับ ผักหวานอร่อยมาก น้ำพริกก็ตำอร่อย ปลาทูก็หอม แกงจืดก็รสดีมากครับ”



“แน่ะคนเรา ขอบคุณแม่พี่ทำไม พี่แกะปลาทูให้แถมถือมาเคาะห้องนี่ไม่คิดจะขอบคุณมั้งเหรอ”



“โอ้ยพ่อ! ไม่บอกน้องด้วยล่ะ ว่าผักนั้นพี่ปลูกเอง ไปเด็ดมาต้มให้น้องด้วยตัวเอง ปลาทูกับหมูก็ขี่มอไซไปซื้อมาเอง น้ำพริกก็เป็นคนอาสาตำ แม่ก็ไปเรียกมาทำมาปรุงให้ ส่วนตัวเองกำกับและวิจารณ์ประกอบไป หมั่นไส้” 



ตึก…ตึก…อยู่ๆพระพายก็ใจเต้นอย่างไร้เหตุผล….



“ฮะๆ เพชรแสนดี เพชรรู้”  คนบ้าจะไปรู้อะไร…ว่าบางทีก็แค่ความอยากกินส่วนตัวของเขาเลยทำนั่นทำนี่ไปแล้วมันอาจจะเยอะเกินกินไม่หมดเลยเอามาแบ่งกัน



แต่มันทำให้พระพายฟุ้งซ่านไปไกลแล้ว….



“อย่าถือสาตาพี่บ้านี่นะลูก เพื่อนก็ไม่ค่อยจะมี ทนๆคบมันไปเพื่อเห็นแก่มวลมนุษยชนนะลูกนะ”  พระพายยิ้มจนตาหยีให้กับคนในมือถือ พยายามไม่คิดอะไร สะกดจิตตัวเองไว้ว่ามันไม่มีอะไร



พี่เพชรแค่อยากกิน เขาทำเพราะเขาอยากกิน!



“บ้านแม่อยู่ในซอยข้างๆ เปิดเทอมแล้วแวะมาหาแม่ได้นะลูก คนแก่อยู่คนเดียวกับผักที่ลูกชายปลูกไว้ไม่กิน มาช่วยแม่กินนะลูก”  แม่ของเขานั้นเชิญชวนอย่างใจดี พระพายยังลังเลอยู่หลายส่วนแต่ก็พยักหน้ารับ



“โหยยยยแม่ เพชรก็ปลูกให้แม่กินไง แล้วเพชรทำไร เพชรเป็นขี้ข้าคุณรบอยู่กรุงเทพไหม จะให้เอะอะมากินผักแล้วกลับกรุงเทพเหรอ”



“จ้ะพ่อ พระพายลูก อย่าลืมมาช่วยแม่กินนะ ตายักษ์ปักหลั่นนี่นะปลูกให้กิน กินไม่หมดปล่อยเน่าน่าเสียดาย เพราะงั้นมาช่วยกันกินหน่อยนะจ้ะ”  พระพายยิ้ม เห็นแก่ผักที่เขาปลูกหรอกนะ กลับมาแล้วจะแวะเข้าไปหาบ้างก็ได้ อีกอย่าง….พระพายก็ไม่มีที่ไปในบางวัน ได้ยืดเส้นยืดสายเข้าครัวบ้างก็ดี อยู่หอแบบนี้เบื่อมาม่าจะแย่ พระพายอาจจะเกรงใจนิดหน่อย แต่คิดว่าถ้ามีอะไรติดไม้ติดมือไปฝากเรื่อยๆหรือช่วยทำงานบ้านก็อาจจะได้รับความเอ็นดูไม่ยาก แต่ของแบบนี้คงต้องลองดูกันไปสักพัก



เขาวางโทรศัพท์ลงแล้ว คาดว่าถ้าไม่ทำก็อาจจะโดนคนเป็นแม่แซะจนพรุนไปหมดต่อหน้าคนนอกแบบพระพายแบบนี้ แต่ได้เห็นว่าเขาก็พอจะเอ็นดูพระพายอยู่บ้างก็อุ่นใจ การมาเริ่มต้นชีวิตนักศึกษาห่างอกคนในครอบครัวและบ้านรัตนสกุลที่อยู่ด้วยมาเนิ่นนาน บางทีพระพายก็อดจะใจหายหรือท้อแท้ ความคิดถึงมันกัดกิน นอกจากเพื่อนสองคน พระพายก็ไม่มีใครอื่นที่นี่ การได้รู้จักคนอื่นๆที่ไม่น่าจะมาเกี่ยวข้องกับเรื่องบ้าๆของพระพายในมหาวิทยาลัยก็ถือว่าเป็นเรื่องดี อย่างน้อย….มันก็อาจจะช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจพระพายไว้ที่นี่บ้าง ไม่งั้นมันก็พาลจะอยากหนีไปให้ไกลอย่างที่เป็นอยู่ทุกวัน



“ยิ้มแล้ว”  และเมื่อรู้สึกตัวว่าเขามองอยู่ ริมฝีปากบางก็ปิดฉับ นี่พี่เพชร มองอยู่ตลอดเลยหรือนี่!



“พระพายจะยิ้มบ้างไม่ได้เลยเหรอครับ”



“ยิ้มได้สิครับ ยิ้มเยอะๆเลย”  เพราะพระพายไม่ค่อยจะยิ้มไง ตั้งแต่เขาเจอหน้าเมื่อวานแล้ว ถ้าไม่เหม่อลอยก็มักจะก้มหน้าก้มตา คิดว่าคนอื่นไม่เห็นเหรอ เพชรไม่ใช่คนอื่นเสียหน่อย มีกันอยู่สองคนที่นี่แท้ๆจะให้เขาหันไปมองใคร ถ้าจะมองก็คงไม่ใช่คนแล้วล่ะ แต่พูดไม่ได้ เดี๋ยวพระพายนอนไม่หลับ….



“ไม่ยิ้มแล้วก็ได้ เดี๋ยวพี่เพชรหาว่าพายเป็นบ้า ยิ้มได้ทั้งวันเหมือนพี่เพชร”  นั่นแปลว่าพระพายด่าเขาหรือไม่….แต่ก็จริง สองวันมานี้ยิ้มได้ทั้งวัน เริ่มสงสัยว่าผักที่ปลูกหลังบ้านนั่นมีกัญชาด้วยหรือเปล่า



“จะยิ้มเป็นบ้าทั้งวันเลยก็ได้ครับ”



“………….”



“พระพายยิ้มแล้วน่ารัก…ยิ้มเป็นบ้าทั้งวัน พี่เพชรก็ว่าน่ารักอยู่ดีครับ”  แล้วตอนนี้ยิ้มซื่อๆเด๋อๆของเลขาคุณรบหายไปไหน



ทำไมพระพายถึงเห็นแต่ยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าหมาป่าสวมหนังแพะล่ะ….

แบะๆๆๆๆๆๆๆ



“พายจะอ่านหนังสือแล้ว พี่เพชรรบกวน เชิญออกไปเลยครับ”  ทำไมมันเป็นการไล่ที่ดูมุ้งมิ้งอย่างนี้ พระพายเองก็ไม่ชอบตัวเองที่ดูเป็นคนไม่เด็ดขาด เห็นไหมนั่น คนถูกไล่ที่ไหนจะยิ้มแทนที่ทำหน้าสลดให้สะใจ น่าหมั่นไส้เสียจนต้องยู่หน้าพร้อมตบเท้าตัวเองระบายอารมณ์



“หงุดหงิดยังตัลลั้กเลย คนอัลไล”  เป็นพระพายคนดีของคุณหญิงพรรณีนี่มองจากพระจันทร์มาก็ยังเห็นว่าน่ารัก แม่จินผู้เกรี้ยวกราดเลี้ยงลูกชายมายังไง ถึงได้น่ารักน่าเอ็นดูได้ขนาดนี้



น่าเอ็นดูขนาดที่ทำคนบางคนตื่นเช้าขี่มอเตอร์ไซค์ไปซื้อปลาทูที่ตลาดมาทอดและแกะให้กิน….



“พี่เพชรชอบแซวอ่ะ ไร้ประโยชน์มาก พระพายยังไม่สนิทกับพี่เพชรนะครับ”  พระพายพูดความคับข้องใจของตัวเองมาตรงๆ ก็จริงที่ว่าเขากับน้องยังไม่สนิทกัน เราต่างก็เหมือนคนแปลกหน้ามาตลอด เพชรทำงานกับรัตนสกุลตั้งแต่เรียนจบ จนตอนนี้ก็ผ่านมาหลายปี เขามีโอกาสได้เข้าบ้านไปรับเจ้านายหรือนั่งกินข้าวคุยงานที่นั่นบ่อยๆ พระพายเองก็อยู่ที่บ้านหลังนั้นมาตั้งแต่วันแรกที่เขาได้เจอ สิ่งที่เราทำคือการยิ้มและทักทายแบบห่างๆ ไม่มีอะไรเกินเลยไปมากกว่านั้น แล้วทำไมกันนะ เขาถึงจงใจหาเรื่องมาตีสนิทแบบนี้



เพราะว่าหวังผลประโยชน์จากพระพายเหมือนที่หวังกับทุกคนหรือเปล่า….

ก็เดี๋ยวต่อไปต้องเข้าไป…ทำงานด้วยกันแล้วนี่นา….




Talk:   เอาเพชรพระพายตอนแรกมาเสิร์ฟแล้วค่ะ ความดราม่าพาสเทลของพระพายเป็นไงบ้างคะ แต่เดี๋ยวพระเอกของเราก็มาช่วยน้องแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะช่วยให้แย่ลงหรือดีขึ้นเหมือนกันนะ55

ฝากเอ็นดูพระเอกที่ต่อเรือเองเรื่องนี้ของเราด้วยค่ะ อย่าปล่อยให้พี่เขาคอยที่ท่า กระโดดขึ้นเรือมาให้กำลังใจกันหน่อยเร้วววววว

#เพชรพระพาย #เจนไม่นก

twitter: @reallyuri

Facebook: https://www.facebook.com/Skylover-x-novels-249101909234202

ความคิดเห็น