facebook-icon

เมื่อมาเฟียเจ้าเล่ห์ดันไปหลงเสน่ห์ของคุณหมอตัวขาว ความรัก ความเปย์เเละการใส่ใจจึงถูกส่งให้คุณหมอไปเต็มๆ ติดตามได้ใน...กลรัก...มาเฟียร้าย

ตอนที่ 23 เพาเวอร์แบงค์ส่วนตัว (✔️)

ชื่อตอน : ตอนที่ 23 เพาเวอร์แบงค์ส่วนตัว (✔️)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 47.1k

ความคิดเห็น : 43

ปรับปรุงล่าสุด : 07 เม.ย. 2564 18:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 23 เพาเวอร์แบงค์ส่วนตัว (✔️)
แบบอักษร

​ตอนที่ 23 เพาเวอร์แบงค์ส่วนตัว 

 

 

“ตื่นเถอะครับ” เสียงพูดเบาๆ เเต่ดูอบอุ่นหัวใจจนคนตัวสูงต้องยอมลืมตาละทิ้งความง่วงทั้งหมดไป 

“ไปตักบาตรกันเถอะครับ” ผมพูดบอกยิ้มๆ มองคนตรงหน้าไปด้วย คุณโทมัสยกยิ้มออกมาบางๆ ยกมือขึ้นมาคว้าคอผมลงไปใกล้ๆ 

“อื้ออ..ออ~” 

“มอนิ่งคิส”ผมที่ยังคงนั่งหน้าเหว๋อ มองตามคนตัวสูงที่มุดออกไปจากมุ้ง ยืนบิดตัวไปมาไล่อาการเมื่อยขบอยู่ที่ด้านหน้ามุ้งนอน… 

 

คนบ้า! 

 

ตั้งเเต่เมื่อคืนเเล้วนะ! หลังจากที่เขากลับเข้ามานอน คุณโทมัสก็ฝังหน้าซุกอกของผมเอาไว้เเล้วหลับไป มือหนาของเขากอดก่ายรัดตัวผมเอาไว้เเน่น เเล้วหลับไปเเบบนั้น...เเล้วยังไงต่อนะเหรอ!! เขาดูหลับสบายมาก ต่างจากผมที่กว่าจะหลับไปได้ก็เกือบเที่ยงคืนอยู่เเล้วนะสิ! 

 

ก็เล่นมานอนกอดเเบบนี้ หัวใจผมก็ทำงานหนัก เเล้วใครจะหลับลงเล่า! 

 

“มาสิ เดี๋ยวยายก็รอหรอก” คุณโทมัสหันมาพูดเร่งผม เขายกชายมุ้งฝั่งหนึ่งขึ้น ม้วนๆ เอาขึ้นไปวางไว้ด้านบน ก่อนจะก้มลงมาพูดเร่งผม 

“ครับๆ” พอถูกเร่ง จากที่คิดว่าจะพับที่นอนไปเก็บเอาไว้เเถวข้างฝาก่อน เลยต้องรีบลุกตามออกไปก่อน...ค่อยกลับมาเก็บเเล้วกัน 

 

เราเดินจับมือกันลงมาที่ด้านล่างของบ้าน เดินเท้าต่อมาเรื่อยๆ จนมาถึงทางเข้าบ้านซึ่งระหว่างทางเดินมาก็เจอพวกพี่ๆ ชุดดำ ที่ผมก็ไม่รู้ว่าเมื่อคืนพวกเขาไปนอนที่ไหนกัน… 

 

ตอนที่ผมบอกจะหาที่นอนมาให้พวกเขาก็ปฏิเสธ ขนาดคุณเเฟรงค์ที่นอนอยู่ที่กระชานหน้าบ้านก็ยังปฏิเสธเลย ผมเลยทำได้เเค่จุดยากันยุงเอาไปวางไว้ให้เเค่นั้น 

 

ยุงที่ไทยมันดุนะ! ไม่รู้กันหรือไง?! 

 

“มาเร็วลูก พระมาเเล้วนะ” 

 

ผมกับคุณโทมัสรีบเดินเข้าไปหายายบุญที่กำลังเตรียมข้าวของเพื่อนำมาตักบาตร มองเลยออกไปตามถนนก็เห็นพระ 2 รูปกำลังเดินบิณฑบาตมาใกล้จะถึงบ้านของผมเเล้ว 

 

ตอนที่พระทั้งสองรูปเดินมาถึง ผมก็บอกให้คนตัวสูงถอดรองเท้าออก เขาก็ทำตามอย่างว่าง่าย พอเสร็จจากตรงนั้น ผมก็พาเข้าใส่บาตรด้วยกันใช้เวลาไม่นานก็เรียบร้อย รับพรเสร็จยายก็ให้ผมเอาน้ำไปเทที่ต้นไม้ เเละเเน่นอนว่าคุณโทมัสก็เดินตามหลังผมมาติดๆ 

 

“เเล้วเจ้าเปี๊ยกล่ะ?” ผมหันไปมองคุณโทมัสงงๆ 

 

เจ้าเปี๊ยก? 

 

“น้องเธอนะ” อ่อ หลงนี่เอง...ดูเขาเรียกสิ- - 

“ยังไม่ตื่นหรอกครับ เจ็ดโมงครึ่งโน่นเเหละ” 

“เเล้วไม่ต้องไปโรงเรียนหรือไง วันนี้วันหยุดเหรอ?” 

“เปล่าครับ โรงเรียนอยู่ใกล้ๆ เเค่นี้เอง หลงมันชอบไปเเล้วเข้าเเถวเลยตลอดนั้นเเหละครับ” ผมพูดยิ้มๆ 

 

พอนึกถึงตัวเองเมื่อตอนเด็กๆ ที่ก็ตื่นสายจนไปเกือบไม่ทันเข้าเเถวทุกวัน...ก็บ้านเราใกล้นิเนอะ เดินเเปปเดี๋ยวก็ถึงเเล้วจะต้องรีบไปทำไม^^ 

 

เเล้วก็เป็นเเบบนั้นจริงๆ ครับ พอเจ็ดโมงครึ่งหลงมันก็ตื่นจริงๆ เเล้วก็จะเป็นเเบบนี้ทุกเช้า พอตื่นมาก็จะวิ่งหน้าตาตื่นหายเข้าห้องน้ำไป ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีก็ออกมา เเต่งตัวเสร็จปุปมันก็จะลงมานั่งกินข้าวด้วยความเร็วเเสง 

 

 

“ไปเเล้วนะยาย พี่ฟิวส์ เเฟนพี่ฟิวส์!!” มันพูดออกมาเเบบนั้นเเล้วรีบหยิบถุงเท้ามาใส่ลวกๆ 

“เออ ไปดีๆ นะเอ็ง” 

“ระวังรถด้วยนะหลง” ยายบุญพูดบอกเเล้วตามด้วยผมอีกคน 

“คร้าบบบ” 

 

เจ้าหลงตอบรับทั้งผมเเละยายก่อนจะหันไปยกมือบ๊ายบายคุณโทมัสที่นั่งอยู่ข้างๆ ผม คุณโทมัสทำเพียงพยักหน้ารับยิ้มๆ ก่อนที่เจ้าหลงจะรีบวิ่งปู๊ดออกไป…. 

 

“เหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้องจริงๆ” ยายบุญพูดออกมา 

“อะไรเหรอครับ” ไม่ใช่ผมหรอกนะครับที่ถาม...เป็นคนข้างๆ เสียมากกว่าที่อยากจะรู้ 

“ก็เจ้าหลงกับเจ้าฟิวส์นะสิพ่อโทมัส นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็จะเป็นเจ้าฟิวส์เนี่ยเเหละที่วิ่งออกไปเเบบนั้นทุกเช้า” 

“เขาเคยทำอะไรเเบบนั้นด้วยเหรอครับ” 

“ใช่สิพ่อคุณ เจ้าฟิวส์เนี่ยหนักกว่าเจ้าหลงอีกนะ บ้างวันถึงกับต้องวิ่งหิ้วถุงเท้าไปใส่ที่โรงเรียนเพราะตื่นสายด้วย” ยายบุญพูดออกมายิ้มๆ ยกมือลูบหัวผมอย่างเอ็นดู ส่วนคนตัวสูงข้างๆ ก็มองผมอย่างล้อๆ 

 

ผมนั่งมองยายกับคุณโทมัสพูดคุยกันอย่างถูกคอเเล้วก็อดยิ้มตามไม่ได้ ถึงบทสนทนาส่วนมากจะเป็นวีรกรรมของผมตอนเด็กก็เถอะ 

 

…..พวกเรานั่งกินข้าวไปพูดคุยกันไปเรื่อยๆ วันนี้ยายบุญทำข้าวต้มหม้อใหญ่ๆ เพื่อให้พวกพี่ๆ เขากินด้วย 

 

พอกินข้าวเสร็จผมก็เก็บพวกจานชามมาล้าง มีคนตัวสูงเดินมายืนมองใกล้ๆ ตอนเเรกก็จะช่วยยผมล้างด้วยซ้ำ เเต่พอเห็นท่าทางเก้ๆ กังๆ ทำไม่ถนัดของเขา ผมเลยให้เขายืนดูเฉยๆ พอ 

 

“ยายจะออกไปไหนครับ” 

“ยายจะไปดายหญ้าในสวนสักหน่อยนะพ่อโทมัส หญ้าขึ้นเต็มไปหมดเเล้ว” 

. 

. 

. 

ผู้ชายตัวโตๆ อย่างคุณโทมัส ที่ตอนนี้กำลังนั่งเอาเคียวเกี่ยวหญ้าอยู่ข้างๆ ผม มองเลยไปหน่อยก็เป็นคุณเเฟรงค์ที่นั่งใช้มือถอนหญ้าอยู่เพราะเครื่องมือมีไม่พอ ทั้งคุณเเฟรงค์เเละพวกพี่ๆ คนอื่นๆ ถึงต้องใช้มือทำ ตอนเเรกยายบุญก็ไม่ยอมให้พวกเขามาทำหรอก เเต่ห้ามได้ที่ไหนล่ะครับ พอคุณโทมัสดึงดันจะทำ พวกคุณเเฟรงค์กับพี่ๆ ชุดดำก็จะทำด้วย ผมกับยายเลยตั้งยอม…เพราะพอไม่ให้ทำอีกฝ่ายก็พูดว่า... 

 

'ถ้าไม่ให้ผมทำ ผมจะไปจ้างคนมาถอนหญ้า ทำสวนให้นะครับ' 

 

พอเขาพูดเเบบนั้นก็เลยต้องยอมให้มานั่งทำอยู่เเบบนี้....ถ้ามือพองมือเเดงเเล้วมางอเเงนะ! น่าดู! 

. 

. 

. 

เวลาผ่านไปเกือบอาทิตย์ กิจวัตรประจำวันง่ายๆ ตั้งเเต่เช้ายันเย็นของผมกับคุณโทมัสก็คือ...ตื่นนอนตอน 6 โมงตรงเเล้วตามด้วยตักบาตรตอนเช้า ในตอนเเรกยายจะมาตักด้วย เเต่หลังๆ มานี้มีเเค่ผมกับคุณโทมัสเท่านั้น... 

 

“ฟิวส์...ฟิวส์เอ๊ย...มาพอดีเลยลูก” 

“อะไรเหรอครับยาย” ผมกับคุณโทมัสที่พึ่งจะเสร็จจากการใส่บาตรเดินเข้ามา 

“พายเรือเอาผลไม้ไปให้ป้าจิให้ยายหน่อย เมื่อวานเขาเอาปลาช่อนตัวใหญ่ๆ มาให้ตั้งหลายตัว” 

“ได้ครับยาย” 

 

ผมตอบรับออกไป เดินไปหายายเเล้วยกเข่งใส่ผลไม้ขนาดไม่ใหญ่มากนักมาถือเอาไว้ เเต่ก็เเค่เเป๊บเดี๋ยวเท่านั้นคนตัวโตกว่าก็เเย่งไปถือ 

 

..คุณโทมัสสามารถถือเข่งนั้นง่ายๆ เลยอะ..ต่างกับผมลิบลับ 

 

“ไม่หนักเหรอครับ” 

“นิดหน่อย” 

“งั้นช่วยกันถือไหมครับ” 

“ไม่เป็นไร มันหนัก” 

“ก็เพราะหนักไงผมถึงจะช่วยถือ” 

“ฉันทนไหว เเต่เธอไม่ต้อง...เดินนำทางไปก็พอ” 

 

พอเถียงกันเลยใครถือใครยกเสร็จ ผมกับคุณโทมัสก็เดินมาที่ด้านหลังตัวบ้าน ซึ่งมีท่าที่ทำจากเเผ่นไม้5-6 เเผ่นเอามาต่อติดกัน...ผมหันไปมองคนข้างหลังพลางคิดว่าเขาต้องไม่เคยขึ้นเรือเเบบนี้มาก่อนเเน่ๆ เลย… 

 

“คุณจะรอตรงนี้ไหมครับ…” 

“ฉันจะไปด้วย” 

“เอางั้นเหรอครับ” 

 

คุณโทมัสไม่พูดตอบอะไร เขาทำท่าเหมือนจะเดินก้าวลงเรือไปจนผมต้องรีบคว้าเเขนเอาไว้ก่อน… 

 

“ลงเเบบนั้นไม่ได้ครับ” ผมรีบบอก จะให้เขาลงทั้งๆ ที่ยังถือเข่งผลไม้เเบบนั้นได้ยังไง เรือคว่ำกันพอดีเเหละ 

“เเล้วทำไง” 

“วางเข่งนั้นลงก่อนครับ” ผมบอก เขาก็ยอมทำตามเเต่โดยดี 

“ทำตามผมนะครับ” 

 

ผมพูดบอกออกไปเเบบนั้น ก่อนจะเริ่มลงมือเเสดงวิธีการลงเรือให้อีกฝ่ายดู คุณโทมัสเองก็ตั้งใจจดจำวิธีการอย่างตั้งใจจนผมอดขำไม่ไหว เเต่เหมือนจะขำดังไปหน่อย อีกฝ่ายเลยมองหน้าผมนิ่งๆ จนต้องยกมือขอโทษยกใหญ่ 

 

“ได้ไหมครับ...ค่อยๆ นะครับ เดี๋ยวผมจับเรือให้” ผมกระโดดออกจากเรือมานั่งยองๆ อยู่ที่บันได ช่วยจับเรือเอาไว้ให้เขา เพื่อไม่ให้มันโอนเอน 

 

คุณโทมัสเข้าไปนั่งในเรือได้เรียบร้อย ผมมองเห็นรอยยิ้มที่ใบหน้าคนตัวสูงนิดๆ 

 

“ลงอีกเที่ยวได้ไหม” 

“ไปลงฝั่งนู้นเถอะครับ เดี๋ยวเราจะไม่ได้ไปไหนกันนะ” 

 

ว่าจบผมก็ยกเข่งขึ้นเรือ มีคุณโทมัสที่อยู่ในเรือช่วยรับมันไปวางเอาไว้ด้านหน้าของตนอีกที..พอจัดการทุกอย่างเสร็จก็ก้าวเท้าข้ามไปนั่งในเรือกับอีกฝ่ายด้วยคน พวกเรานั่งหันหน้าเข้าหากัน ผมพายเรือเพื่อจะข้ามไปอีกฝั่งของคลอง ก่อนจะค่อยๆ พายต่อไปเรื่อยๆ 

 

“อากาศดี” 

“ครับ...ผมรู้สึกดีมากๆ เวลาอยู่บ้าน เมื่อก่อนตอนที่เรียนมหาลัยนี่โคตรจะวุ่นวายเลยเพราะผมต้องต่อรถเข้าไปในเมือง” 

“อือ ก็พอเข้าใจว่าไกลอยู่เหมือนกัน” คุณโทมัสพยักหน้าเข้าใจ คงเพราะตอนนั่งรถมาที่นี้อีกฝ่ายก็คงรับรู้ได้ถึงระยะทางจากตัวเมืองออกมาชานเมืองเเบบนี้นั้นเเหละ 

. 

. 

. 

“ขอบใจมากนะฟิวส์ ไม่ได้เจอเสียนานไปอยู่ไหนมาล่ะลูก” ป้าจิพูดถามออกมาอย่างใจดี เหลือบมองคนตัวโตที่ยืนทำหน้านิ่งไปเเล้วหลังจากยกมือไหว้ป้าเเกไปเเล้วตอนที่มาถึงใหม่ๆ 

“ไปทำงานใช้ทุนนะครับ” ผมตอบไปตรงๆ เพราะไม่เห็นว่าต้องปกปิดอะไร 

“เรียนจบเเล้วสินะลูก ดีๆ เเถวบ้านเราจะได้มีคุณหมอใหม่ๆ มาช่วยรักษา ช่วยดูเเลหน่อย...อิตาหมอศรก็เเก่หงำเหงือกไปหาที่ก็ได้เเต่ยาพารามากิน” ป้าจิพูดบ่นออกมาไม่จริงจังมากนัก...เเต่ทำให้ผมนึกภาพตามได้ทันที 

 

ลุงศรก็คนเเถวๆ บ้านเนี่ยละครับ ลุงเขาเป็นเภสัช เปิดร้านขายยาอยู่ในตลาดใกล้ๆ นี่เอง ผมจำได้ว่าตอนเด็กๆ ไปหาลุงเเกบ่อยเพราะความซนของตัวเอง ให้เเกล้างเเผลทำเเผลให้บ้าง เเละที่สำคัญ ไม่ว่าจะไปรักษาอะไร ยาประจำกายที่คนเเถวๆ นี้จะได้ติดตัวกลับมาตลอดก็คือ ‘ยาพารา’ ที่ลุงเเกบอกสรรพคุณของมันเอาไว้ว่า… 

 

‘รักษาหายทุกโลก’ 

 

“เเล้วนี่...ใครเหรอลูก ป้าเห็นเดินตามเอ็งเป็นเงาตามตัวเชียว” 

“เอ่อ…” 

“อ่อ...เเฟนเอ็งละสิ...ป้าก็ลืมไปว่ายายเอ็งเล่าให้ฟังเเล้ว” 

“เล่า? ยายเล่าอะไรครับ” 

“ก็อวดใหญ่ว่าเอ็งพาเเฟนตัวโต รูปหล่อมาให้เจอ อือๆ ก็หล่อจริงๆ นั้นเเหละลูก ตาถึงจริงๆ” ป้าจิพูดออกมายิ้มๆ เเอบเหลือบมองคุณโทมัสที่ตอนนี้กำลังมองไปที่ซุ่มใส่ไก่ชนอย่างสนอกสนใจ 

“งั้นผมไปก่อนนะครับป้า” 

“เออๆ เดี๋ยวเเบ่งเอาไข่เป็ดไปกินบ้างลูก...ป้าจุกบ้านใต้เขาเอามาเเบ่งให้ป้าเยอะเชียว” 

“ป้าเอาไว้กินเถอะครับ” 

“เเบ่งไปลูก เเบ่งไป มีเยอะ” 

“งั้นก็ได้ครับ” 

 

พวกเรากลับมานั่งอยู่บนเรื่องอีกครั้งเเค่นังไม่ได้ตรงกลับบ้านเลย ผมกับคุณโทมัสเลือกที่จะพายเรือวนๆ อยู่ใน้ร่มเงาไม้ใหญ่ที่ขึ้นกันเป็นเเถบอยู่ข้างริมคลองนี้… 

 

"เพราะรอบตัวเธอมีเเต่คนดีๆเเบบนี้นี่เอง...เธอถึงได้เป็นคนเเบบนี้" คุณโทมัสมองหน้าผมยิ้มๆ 

 

ก็คงจะเป็นเเบบนั้นจริงๆ เพราะรอบๆตัวของผมมีเเต่คนเเบบนี้ละมั้งครับ  ผมเลยรู้สึกว่า...ที่เป็นอยู่มันก็ดีอยู่เเล้วเเบบนี้...ผมไม่เคยอยากจะได้อะไรที่มันไม่ใช่ของๆตัวเองเลยสักครั้ง...ขนาดคนที่ได้ชื่อว่าเป็น.....ผมก็ยังไม่อยากได้เลย...ไม่อยากได้เลยจริงๆ 

 

"เป็นอะไร?"พอเห็นผมนิ่งไปคนตัวโตกว่าก็พูดถามออกมาเสียงเครียด...จนผมต้องสะบัดสิ่งที่กวนใจออกไป 

"เปล่าครับ..ไม่ได้เป็นอะไร" 

 

ผมยิ้มตอบกลับไป  คุณโทมัสมองหน้าผมนิ่งๆ  สายตาของเขาเเสดงออกชัดเจนว่าไม่เชื่อในสิ่งที่ผมพูดออกไป  เเต่เขาก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรออกมา.... 

 

“ทำอะไรครับ?! เดี๋ยวเรือล่มนะครับ!” 

 

ผมร้องถามเสียงหลงเมื่อจู่ๆ คนตัวโตก็ขยับตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงด้านหน้าผม ทิ้งศีรษะลงบนหน้าขาของผม 

 

"อ้อนหน่อย" 

"อ..อะไรนะครับ!" 

"อ้อนไง^^" 

 

>///< บ้า! 

 

ผมปล่อยให้คนตัวสูงนอนอ้อนอยู่เเบบนั้น...ส่วนผมก็ค่อยขยับตัวให้บังองศาที่เเดดจะส่องรอดเงาต้นไม้ส่องไปโดนเขา  คุณโทมัสหลับตาลงนิ่งๆ จับมือของผมวางเอาไว้ที่หน้าอกของตัวเองเเล้วบีบเล่นเบาๆ 

 

“เธอรู้ไหม...ฉันไม่เคยรู้สึกดีเเบบนี้มาก่อน”หลังจากที่เงียบไปนาน...คนตัวสูงก็พูดขึ้นมาเบาๆ  ตาคมลืมเปิดขึ้นมาสบตากับผม 

“ทำไมเหรอครับ” 

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันทำทุกอย่างก็เพื่อครอบครัว เพื่อพ่อเพื่อเเม่เพื่อน้องของฉัน ฉันอ่อนเเอไม่ได้ ทำตามใจตัวเองก็ไม่ได้” 

 

เเล้วที่ทำนี่ไม่ตามใจตัวเองหรือไง- - 

 

ผมได้เเต่คิดอยู่ในใจไม่กล้าพูดขัดอะไรออกไป ปล่อยให้คนตัวโตพูดต่อออกมาเเบบนั้นเรื่อยๆ 

 

“รู้ไหมฉันพยายามมากๆ เลยนะ เพื่อจะเป็นที่ยอมรับ ถึงอพอลโล่จะยิ่งใหญ่ เเต่นั้นคือบารมีของพ่อฉัน ถ้าเทียบกันเเล้วฉันยังไม่ได้เพียงเศษเล็บ” 

“...เหนื่อยสินะครับ” ผมพูดถามออกไป เกลี่ยมือไปตามไรผมสีเข้มของคนตัวสูง 

 

เขาคงจะเหนื่อยมากๆ ถ้าจำไม่ผิดเหมือนเคยได้ยินเขาเล่าว่าต้องฝึกอะไรมากมายตั้งเเต่ 8 ขวบ...สำหรับผมตอนนั้นยังวิ่งเล่น ปีนต้นไม้ ยิงนก ตกปลาอยู่เลย… 

 

“อือ...เหนื่อย...ฉันเหนื่อยมาก” คุณโทมัสมองสบตาขอฃผมเเล้วพูดออกมา เเอบเห็นเเววตาวูบไหวของเขานิดๆ ก่อนที่ทันจะปรับกลับมาเป็นปกติ 

“หยุดไหมล่ะครับ” 

“...ฉันทำเเบบนั้นไม่ได้...ผลกระทบมันจะไม่เกิดเเค่กับฉัน เเต่มันคือทุกคนที่จะได้รับ” 

“ผมก็คิดเเบบนั้น...งั้นเอาเเบบนี้ไหมครับ…” 

“เเบบไหน?” คุณโทมัสขยับตัวลุกขึ้นนั่ง หันหน้ามาสบตาผมจังๆ 

“ถ้าคุณเหนื่อยก็พัก...ผมจะเป็นเพาเวอร์เเบงค์ให้คุณเอง...เเบบนี้ไง” ผมพูดยิ้มๆ ก่อนจะสวมกอดคนตัวโตเอาไว้ 

“วันไหนเหนื่อยก็ยังมีผมอยู่ข้างๆ ...ผมจะเป็นเพาเวอร์เเบงค์ส่วนตัวให้คุณเอง” 

"เเค่ของฉัน?" 

"ครับ...เเค่ของคุณ" 

 

ไม่ว่าเมื่อไร ผมคนนี้จะอยู่ข้างๆ ค่อยเป็นกำลังใจให้คุณเองครับ...จะเป็นตลอดไปด้วย…. 

 

พบมาเฟียติดเมียหลงเมียเเละอ้อนเมีย 1 อัตราค่ะ!! 

ช่วงนี้ก็จะชิวๆหน่อย  เรื่อยๆไปกับชีวิตของคุณมาเฟียเเละภรรเมียของเขา 5555 เเต่!!!  ไม่นานหรอกกกกกก....อีกไม่นาน..มาม่าร้อนๆอาจจะมา...อุ๊ย! ลั่น 55555 

ไม่มีหรอกมามงมาม่า...ไม่มีหร๊อกกก ไม่มีจริงๆ จริงๆนะ..คิกๆๆ 

เจอกันตอนหน้าจ้าาาาาาาา.....เม้นเยอะๆน่าาาา กำลังใจทั้งนั้นนนนน 

BY: ลั้น ลา 

ความคิดเห็น