facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ จุ๊บๆ : )

บทที่ 5 เด็กฝึกงาน

ชื่อตอน : บทที่ 5 เด็กฝึกงาน

คำค้น : กรุ่นกลิ่นสิเน่หา, กรุ่นกลิ่นไอริส, เผือกร้อนอ้อนรัก, เล่ห์ร้ายเพื่อนรัก, สยบรักพยศร้าย, ปราบรักรหัสร้อน, เอลยา, พรานร้ายพ่ายรัก, นิยายโรมานซ์, นิยายอีโรติก, นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่, พระเอกมาเฟีย, พระเอกเจ้าพ่อ, พระเอกแบดบอย, Bad Boy

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.5k

ความคิดเห็น : 46

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.ย. 2561 12:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 เด็กฝึกงาน
แบบอักษร

ดิรัสยาเดินเร็วลงบันไดวนของคฤหาสน์แม็คเคนซี่ในเวลาเจ็ดโมงตรง ฮัมเพลงในลำคออย่างอารมณ์ดี เมื่อเดินเข้าไปในห้องทานข้าวเห็นร่างสูงของลีย์กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ ใบหน้าหล่อคมสันดูมีสมาธิไม่ยอมเงยขึ้นมามอง

"อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่ลีย์ ตื่นเช้าจัง" 

ดิรัสยาทักเขาเสียงร่าเริง เดินไปหอมแก้มเขาทีหนึ่ง มีคนรับใช้ที่รู้หน้าที่เป็นอย่างดี รีบเดินจากห้องครัวใหญ่มาเสิร์ฟกาแฟควันฉุยกลิ่นหอมกรุ่นให้

"มอร์นิ่ง" เขาเอ่ยทักทายสั้นๆ ตามปกติแล้วก้มหน้าอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ เหมือนมันเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดในเวลานี้

"อ่านอะไรคะ" 

ดิรัสยาเอ่ยถามเป็นการชวนคุย เขาจึงเงยหน้าขึ้นมามองนานนิดหนึ่งก่อนจะพับหนังสือพิมพ์เก็บอย่างเรียบร้อย ผู้ชายอะไรใจเย็นและสุขุมนั่งพับหนังสือพิมพ์ตามรอยเดิมของมันอย่างไม่กลัวเสียเวลา

"ข่าว" 

ลีย์ตอบสั้นตามเคย เขาตื่นเวลาตีห้าครึ่ง เข้าห้องฟิตเนสสามสิบนาทีตามตารางรูทีนกิจวัตรประจำวัน จากนั้นก็อาบน้ำทำธุระส่วนตัวแล้วแต่งตัวลงมาที่ห้องทานอาหารในเวลาหกโมงครึ่ง ถ้าไม่รอดิรัสยา ปกติเขาจะขับรถออกไปเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าวันไหนดิรัสยาไปฝึกงานด้วยก็จะต้องรอหล่อนต่ออีกชั่วโมงหนึ่งถึงจะได้ออกจากบ้าน โชคดีที่บริษัทไม่ได้อยู่ไกลสุดมุมเมือง แต่แค่เพียงขับรถประมาณไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้ว

"พี่ลีย์ยังไม่ทานเช้าเหรอ" 

ดิรัสยาถามอย่างแปลกใจที่เขายังไม่ได้ทานเบรกฟัสต์ เมื่อเห็นคนรับใช้เดินนำมาวางบนโต๊ะหลังจากที่ดิรัสยานั่งลงแล้ว

"รอเรา" เขาตอบ ดิรัสยาแกล้งพ่นลมออกทางจมูกแรงๆ กับการที่เขาพูดเหมือนกลัวดอกพิกุลทองจะร่วงจากปาก จะประหยัดคำพูดไปไหน ไม่ใช่น้ำใช่ไฟซะหน่อยที่จะต้องประหยัดซะขนาดนี้เพราะกลัวที่จะต้องจ่ายค่าบิลล์แพงๆ น่ะ...

"เมื่อคืนดิวดูข่าวสัมมนาการเงินการลงทุนที่เหล่านักลงทุนหลายคนกำลังสนใจอยู่ บริษัทที่กำลังเป็นข่าวอยู่น่ะค่ะ" 

หล่อนลองจั่วหัวข้อที่คิดว่าจะทำให้เขาสนใจจะเปิดปากมากขึ้น

"แล้วเราคิดว่าไง" เขาถามกลับมาแค่นั้น

"ดิวคิดว่าข้อมูลยังไม่แน่นอน ต้องติดตามต่อไป อาจจะเป็นการโฆษณาเกินจริงก็ได้" 

ดิรัสยาเอ่ยแล้วยกกาแฟขึ้นจิบ ข่าวบริษัทใหม่ที่เพิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์และกำลังเป็นที่จับตามองกับราคาหุ้นที่เส้นกราฟพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นเขาเอาผ้าปูตักแล้วเริ่มจับมีดจับส้อมเพื่อทานอาหาร 

ดิรัสยาปาดเนยไปบนขนมปังปิ้ง ชำเลืองมองดูคนตัวโตที่ทำอะไรก็ละเมียดละไมไปเสียหมด ดิรัสยาอยากจะจับขนมปังปิ้งขึ้นกัดตามสไตล์เวลาอยู่กับเพื่อนๆ แต่ก็ไม่ได้ทำเพราะเขาจะต้องส่งสายตาดุมาปรามอย่างไม่ต้องสงสัย 

ไม่รู้ว่าคุณแม่เขียนกฎข้อนี้ให้เขาฝึกหล่อนด้วยหรือเปล่า เขาเป็นคนโปรดคนหนึ่งของคุณแม่ เรียกว่ารักเหมือนลูก เพราะลีย์กับเจฟิโอเติบโตเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาอย่างแทบจะไม่แยกจากกัน นอกจากเวลานี้ที่ต่างคนต่างเติบโตและเรียนจบ เจฟิโอกลับไปรับงานทางลาสเวกัสในขณะที่ลีย์ถูกมอบหมายให้ดูแลทางนี้ 

ดิรัสยาแอบจับตาดูคนตัวสูงที่กินอย่างน่ามอง คนอะไรทำอะไรก็น่าดูไปหมด เห็นทำท่านิ่งสุดคูลแบบนี้แต่ดิรัสยารู้ดีว่าเขาทำอะไรเร็วๆเป็นเหมือนกันหากต้องการจะเร็ว เขาเป็นคนที่ควบคุมการเคลื่อนของตัวเองได้ตามใจ 

ครั้งหนึ่งดิรัสยาเคยเห็นเขาพุ่งหมัดเสยปลายคางไอ้คนที่บังอาจคว้าแขนหล่อนตอนไปเที่ยวดิสโก้เธค หล่อนแอบหนีเขาไปกับเพื่อนน่ะ นายโดม จัสมินและเพื่อนสนิทอีกสองสามคน เขารู้ก็รีบขับรถตามไป ดิรัสยากำลังจะจัดการเองโดยการเตะผ่าหมากมันอยู่แล้ว แต่ลีย์ก้าวพรวดโผล่มาจากทางไหนก็ไม่รู้ กำปั้นไม่มีรูพุ่งกระแทกหน้าไอ้คนนั้นจนเลือดกระฉูดทันตาเห็น เป็นภาพที่ติดตาหล่อนมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่รู้ว่ามันฟันร่วงไปกี่ซี่ ดิรัสยาไม่ทันได้อยู่นับ เพราะถูกเขาดึงแขนลากออกมาเสียก่อน 

นายโดมมันหายหัวสลายตัวเป็นอากาศธาตุทันทีอย่างคนที่รู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง จัสมินวิ่งหน้าตาตื่นหอบกระเป๋าทั้งของตัวเองและของดิรัสยาตามออกมา เขากระชากรถขับพุ่งออกจากดิสโก้เธคแห่งนั้นจนกระทั่งถึงบ้านไม่ยอมพูดอะไร แต่สีหน้าและแววตาบอกว่าโกรธจัด ดิรัสยาแอบกลัวจนหน้าซีดเพราะหล่อนไม่ได้ขออนุญาตเขาก่อน ไม่รู้เขารู้ได้อย่างไร หูตาเป็นสับปะรดพอกันกับเจฟิโอ หรือจะเป็นบอดีการ์ดของเจฟิโอก็ไม่รู้ที่บังเอิญเห็นหล่อนเข้าแล้วอาจจะโทรไปบอกลีย์ คืนนั้นเขาจอดรถเสร็จก็เปิดประตูแล้วปิดดังปังใหญ่ เดินเข้าบ้านไม่พูดอะไรกับหล่อนถึงสองอาทิตย์! 

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาดิรัสยาไม่เคยหนีเที่ยวอีกเลย หากจะไปก็ต้องขออนุญาตเขา เขาจะให้บอดีการ์ดของบิดาสองคนติดตามไปด้วยและอยู่เฝ้าจนกระทั่งถึงเวลาห้าทุ่ม เคอฟิวสูงสุดได้แค่นั้น จากนั้นบอดีการ์ดก็จะส่งสายตามาเตือนทำให้ดิรัสยาต้องหยุดกิจกรรมสนุกแล้วกลับบ้านตามคำสั่ง แต่ดิรัสยาก็คิดว่าได้แค่นั้นก็ดีแล้ว เพราะความจริงก็ไม่ต้องการจะดีดดิ้นสนุกสนานจนดึกดื่นให้เสียสุขภาพ เอาแค่พอมัน พอหอมปากหอมคอและหายอยาก แค่ได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง เท่านั้นที่ดิรัสยาต้องการ หล่อนชอบอยู่ในที่ที่มีลีย์อยู่มากกว่า ซึ่งก็คือที่บ้าน ไม่มีอะไรจะสนุกเท่ากับการได้ปั่นหัวแกล้งพี่ชายหน้านิ่งเล่นแก้เซ็งอีกแล้วสำหรับดิรัสยา

"อิ่มหรือยัง" 

เขาเอ่ยถาม ทำให้ดิรัสยาเงยหน้าจากจานที่กินหมดโดยไม่รู้ตัว มัวแต่คิดอะไรเพลินๆ ส่วนเขาเพิ่งวางถ้วยกาแฟที่ดื่มหมดแล้วลงบนโต๊ะ

"อิ่มแล้วค่ะ... ปากเค้าเลอะมั้ย" 

ดิรัสยาแกล้งยื่นหน้าไปใกล้แล้วเอ่ยถาม เพราะอยากเห็นดวงตาคู่คมส่งรอยยิ้มวิบวับขบขันมาให้ เขาไม่ตอบแต่หยิบผ้าบนตักหล่อนมาเช็ดเศษขนมปังตรงมุมปากให้ ดิรัสยาทำหลับตาพริ้มให้เขาเช็ดอย่างแกล้งๆ

"ต่อไปถ้าทำปากเลอะเวลาทาน พี่จะหักเงินพ็อกเก็ตมันนี่" 

เขาเอ่ยบอกหน้านิ่งเฉย ทำให้ดิรัสยาตาโต นี่เป็นอีกเรื่องที่เขามีอิทธิพลเหนือหล่อน ใครมีอำนาจเงินตราอยู่ในมือ ถือเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด บิดามารดาให้เงินใช้ แต่ไม่ให้บัตรเครดิต บัตรเครดิตนั้นสำหรับคนที่มีความสามารถในการจ่ายหนี้คืนเท่านั้น ซึ่งดิรัสยาเสียเครดิตไปเรียบร้อยแล้ว ตามกฎที่บิดากำหนดให้ใช้คืนแต่หล่อนไม่ตรงเวลาถึงสามครั้ง เพราะความงกเงิน มีเงินจ่ายแต่ลีลาท่าเยอะไม่ยอมจ่ายหนี้เสียที คิดว่าบิดาไม่เอาจริง ที่ไหนได้ท่านพูดคำไหนเป็นคำนั้น ตัดสิทธิ์หล่อนฉับทันทีอย่างไม่มีการคิดรอบสอง เหตุผลเพราะดิรัสยาชักช้าในการควักกระเป๋าเมื่อถึงเวลา

ใครจะคิดว่าลูกสาวนักธุรกิจทางการเงินจะถูกจำกัดการใช้เงินอย่างเคร่งครัด เด็กๆ ทุกคนจะถูกสอนให้มีวินัยทางการเงินตั้งแต่รู้ความ ตั้งแต่เด็กจะถูกสอนให้รู้จักเรื่องของการออม หากใครออมได้มากเท่าไหร่ บิดาจะจ่ายเพิ่มให้เป็นสามเท่า ดิรัสยาจึงถือการออมเป็นอาชีพหลักเลยทีเดียว อะไรที่ไม่จำเป็นจะไม่ซื้อ แต่หล่อนก็ถูกคนบางคนสปอยล์อย่างเงียบๆ เหมือนกัน 

มันเริ่มจากการที่เด็กหญิงตัวเล็กอ้อนพี่ชายให้ซื้อพวกของจุกจิกเล็กน้อยที่หล่อนไม่ยอมใช้เงินตัวเงินซื้อให้ จะพี่ชายคนไหนอีกล่ะ ถ้าไม่ใช่คนหน้านิ่งทำท่าดุหล่อนอยู่ได้ตลอดเวลานี่น่ะ นานเข้าเขารำคาญที่หล่อนเป็นเด็กช่างขอและเซ้าซี้ เขาจึงกำหนดเงินพ็อกเก็ตมันนี่ให้เสียเลยเพื่อตัดความรำคาญ พี่ชายหล่อนมีรายได้ของตัวเองนานแล้ว ทั้งจากเงินเดือนที่ทำงานพาร์ตไทม์ให้กับบริษัทตั้งแต่อายุสิบห้าปี และเงินจากการขายภาพเขียนของตัวเอง

"ใครเขาตัดเงินพ็อกเก็ตมันนี่กัน! มีแต่ยิ่งโตจะยิ่งเพิ่มให้ แต่นี่อะไร ตัดของดิวจากนี่ จนเหลือ*แค่เนี้ย!*" 

หล่อนทำเสียงโวยวาย ทำท่า จากนี่ ด้วยการอ้าแขนกว้างๆ และ ทำท่าเอานิ้วโป้งแตะปลายนิ้วชี้ในท่าขี้ปะติ๋วประกอบคำว่า แค่เนี้ย!

 "ก็ใครให้เราไม่รักษาคำพูดล่ะ รับปากอะไรก็แหกกฎมันทุกข้อ จะโทษใครได้" 

ลีย์เอ่ยโต้ตอบพลางขยับตัวลุกขึ้นยืนเป็นการบอกใบ้ว่าหมดเรื่องจะพูดกับหล่อนแล้ว เขาหยิบเสื้อสูทที่พาดบนแขนโซฟามาถือ ดิรัสยารีบลุกขึ้นคว้ากระเป๋าสะพายแล้ววิ่งไปคว้ากระเป๋าเอกสารสีดำของเขามาถือให้พลางยิ้มประจบ

"ดิวถือให้ อย่าตัดค่าขนมเค้าเลยนะ ตอนนี้ยิ่งกำลังจ๊นจนอยู่ด้วย" 

หล่อนกล่าวขอยิ้มหวานให้ มือหนึ่งถือกระเป๋า อีกมือสอดเข้าไปในแขนแข็งแรงแล้วยิ้มหน้าบาน ลีย์ชำเลืองมองเด็กน้อย เมินหน้าไปซ่อนยิ้ม เขาเคยใจแข็งกับเจ้าหล่อนได้นานแค่ไหนนะ... สองอาทิตย์ดูเหมือนจะนานที่สุดจนต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ระหว่างเขากับหล่อนเลยทีเดียว

ลีย์ขับรถเข้ามาจอดในที่จอดรถประจำตำแหน่งของผู้บริหาร ดิรัสยาเปิดประตูลงมา ไม่ลืมคว้ากระเป๋าเอกสารของเขาติดมือลงมาด้วย ทั้งสองเดินเข้าตึกไปยังลิฟต์ พนักงานค้อมศีรษะให้และทักทายตามรายทาง โดยเฉพาะกับดิรัสยา ที่ยิ้มและทักทายสต๊าฟอย่างคุ้นเคยเป็นกันเอง 

แต่อีกคนนั้นหน้านิ่งเรียบกว่า ไม่ใช่เขาหยิ่งแต่ลูกน้องจะรู้ว่ามันเป็นบุคลิกของลีย์ แม็คเคนซี่ เขาเป็นอย่างนี้เอง ภายใต้ความนิ่งขรึมและสุขุมนั้นมีความเมตตาเอื้ออาทรให้กับคนที่ทำดี แต่เด็ดขาดและไม่ให้โอกาสหากใครทำผิด ดวงตาเข้มสีแซฟไฟร์นั้นทำให้คนถูกจ้องรู้สึกเกรงขาม และเสียวสันหลังวาบหากมีข้อตำหนิที่ซ่อนไว้ จนรู้สึกร้อนตัวต้องสารภาพเผยมันออกมา ไม่มีใครอยากโกหกลีย์หากไม่จำเป็น เพราะถ้าหากเขาจับได้ โทษจะหนักกว่าการรีบสารภาพบอกกล่าวด้วยตัวเองอีกหลายเท่านัก

ชั้นบริหารอยู่เหนือชั้นออฟฟิศขึ้นไปหนึ่งชั้น การแบ่งแยกเป็นสัดส่วนเช่นนี้มีข้อดีคือ พนักงานและสต๊าฟทั่วไปจะได้ไม่รู้สึกเกร็งมากนักว่าเจ้านายตำแหน่งสูงสุดทำงานอยู่ไม่ไกลจากพวกเขา แต่จะรู้สึกเป็นตัวของตัวเองไม่อึดอัดใจ หากใครมีหน้าที่ประสานกับเบื้องบนก็ขึ้นลิฟต์ไปนำเสนอก็เท่านั้นเอง 

แต่กิจวัตรประจำวันของลีย์คือ เวลามาทำงานเขาจะแวะชั้นออฟฟิศนี้ก่อน ไปทักทายหัวหน้าฝ่ายที่อยู่ชั้นนี้ เป็นการบอกพนักงานว่าเขามาทำงานแล้ว จากนั้นก็ขึ้นไปชั้นของตัวเอง ซึ่งเป็นของระดับผู้จัดการและผู้บริหาร รวมถึงมีห้องประชุมอีกหลายห้อง

เมื่อลิฟต์เปิดออก ดิรัสยากวาดสายตามองไปยังออฟฟิศบริเวณกว้าง พนักงานมีพื้นที่ทำงานของตัวเองเป็นล็อกขนาด 2 x 2 เมตร มีทางเดินผ่ากลาง ออฟฟิศของบุคลากรระดับหัวหน้าฝ่ายแยกเป็นห้องกระจกอยู่ชิดผนัง หลังออฟฟิศมีโซนครัวใหญ่ที่มีบริการเครื่องดื่มชากาแฟ มีตู้เย็นขนาดใหญ่สามตู้เพื่อให้ความสะดวกแก่พนักงาน ในตึกนี้มีฟู้ดเซ็นเตอร์อยู่ชั้นล่าง เรื่องกินนั้นสะดวกสบายอย่างที่ไม่ต้องลำบากขับรถออกไปหาทานข้างนอก ลีย์เองก็ใช้บริการอาหารจากฟู้ดเซ็นเตอร์ของที่นี่เป็นส่วนใหญ่

ดิรัสยาเดินตามร่างสูงที่ก้าวไปยังออฟฟิศของหัวหน้าฝ่ายสินเชื่อฯ หล่อนชะงักเมื่อเห็นเป้าหมายแล้วสะกิดผู้เป็นพี่ชาย

"เดี๋ยวดิวมานะคะ" 

เอ่ยบอกเขาแล้วยื่นกระเป๋าเอกสารให้ ลีย์เลิกคิ้วรับกระเป๋าแล้วมองตามร่างเพรียวระหงที่ก้าวฉับตามลักษณะนิสัยคนทำอะไรเร็ว หล่อนหายไปยังโซนครัวด้านหลัง อาจจะต้องการชงเครื่องดื่มกระมัง ลีย์คิดก่อนจะผลักประตูห้องของหัวหน้าฝ่ายฯเข้าไปเพื่อคุยเรื่องงาน

ดิรัสยายกมือทักทายทุกคนที่ยิ้มและร้องทัก

"ต๊าย คุณหนูดิวมาทำงานด้วยเหรอคะวันนี้ ไม่เห็นเป็นเดือนเลย คิดถึงจังค่ะ" 

จูน หัวหน้าฝ่ายการเงิน หญิงสาวโสดวัยสี่สิบปีร้องทักทันทีเมื่อเห็นดิรัสยาเดินยิ้มกริ่มเข้าไปหา 

"เว็บไซต์ที่แนะนำจูนไปน่ะ คุณดิวเอ๊ย...สุดยอดมากค่ะ"

จูนกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันสองคน ดิรัสยาหัวเราะคิก

"จริงเหรอ ไม่เห็นอัปเดตให้ดิวรู้เลย เจอที่ ถูกใจใช่เลย อะเปล่า" 

ดิรัสยากระซิบถาม ทั้งสองยืนอยู่ตรงมุมใกล้ที่เสียบกาต้มกาแฟ จูนหน้าแดงก่ำทำท่าเขินม้วนอาย ยกนิ้วขึ้นกัดเล่น

"จะเหลือเหรอค้าคุณดิว ตอนนี้กำลังเดตกันอยู่...แซ่บซ่านถึงทรวงสุดๆ" 

จูนตอบทำท่าแลบลิ้นเลียปากประกอบ ทำให้ดิรัสยาต้องหัวเราะเสียงดังแต่ก็รีบยกมือขึ้นปิดปาก

"ดิวดีใจที่มันเวิร์กสำหรับจูนนะ เชื่อหัวน้องดิวหรือยังล่ะทีนี้ ไม่รู้อยู่มาได้ยังไงจนครึ่งค่อนคนแล้วไม่เคยเดตน่ะ เกือบจะเสียชาติเกิดแล้วมั้ยละ" คนเป็นหัวคิดรีบเอ่ยย้ำรับเครดิตไปเต็มๆ จูบทำท่าตีแขนดิรัสยาเผียะหนึ่งเพื่อแก้เขิน

"คุณดิวก็...ก็จูนมัวแต่นั่งหลังโต๊ะ ทำงานงกๆ ให้กับครอบครัวคุณนั่นแหละค่า ถึงไม่มีเวลาหาอะไรแซ่บๆ แบบนี้มาเพิ่มรสชาติให้ชีวิตน่ะ แต่คุณหนูมาแนะนำแบบนี้จูนก็จะยกผลประโยชน์ให้จำเลยไป" 

จูนเอ่ย แล้วหัวเราะคิกคักอย่างถูกใจ เธอสนิทกับดิรัสยาจนสามารถคุยหยอกล้อกันแบบนี้ได้

"แต่ต้องจำไว้นะว่า ถ้าเจอคนที่ใช่แล้วจะต้องจับให้อยู่หมัด ทำทุกกระบวนท่าให้เขาขอเราแต่งงานให้ได้น่ะ แล้วจูนจะต้องรีบด้วย เพราะว่าตอนนี้จูนเลยวัยเจริญพันธ์ไปเยอะแล้ว แต่จูนสุขภาพดีอาจจะพอมีโอกาสทำลูกได้อยู่" 

คนเจ้าความคิดทำท่าพยักหน้าหงึกๆ ประกอบคำพูดของตัวเอง จูนตีแขนอีกเผียะใบหน้าแดงแล้วแดงอีก

"ฟังพูดเข้า เดี๋ยวตีให้เนื้อแดงเลย คุณหนูเพลาๆ คำพูดคำจาลงหน่อยเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณพี่ได้ยินแล้วจะโดนหนักนะ จะหาว่าจูนไม่เตือน อ้อ เมื่อวันก่อนยายนางแบบนั่นมาอ่อยถึงชั้นบนเลยค่ะ ยายมอยได้รายงานคุณหนูหรือยังคะ" 

จูนกระซิบกัดหูกับเรื่องใหม่ ดิรัสยาตาโตทันที

"เหรอ! วันไหน แล้วจัดการกันไปหรือยัง ใช้วิธีไหน A B หรือ C" 

ดิรัสยากระซิบถามหน้าเคร่ง วิธี A คือการจัดการแบบหนักสุด และเบาบางลงตามลำดับอักษร ครั้งก่อนมีลูกสาวไฮโซไฮซ้อคนหนึ่งที่รู้จักกับลีย์ในการเลี้ยงก็ถึงกับตามตื๊อมาจนถึงที่ทำงาน ดิรัสยาทราบก็ตามมาดู เห็นท่าแล้วยังไม่ใช่เนื้อคู่ของพี่ลีย์ หล่อนจึงให้ยายมอยจัดการน้ำส้มผสมน้ำมะขามเปียกสูตรอานิคให้ 

เท่านั้นแหละ ขณะนั่งอ่อยพี่ชายหล่อนอยู่ ยายนี่ก็สะดุ้งเฮือกรีบเอามือปิดก้นแล้วทำท่าสะดุ้งผวาตามจังหวะของอาการข้าศึกบุก รีบถามหาห้องน้ำเสียงเหมือนจะร้องไห้ ลีย์ชี้ให้เข้าห้องน้ำของเขา แต่เจ้าหล่อนส่ายหน้าหลุกหลิก คงจะอาย เกรงจะปล่อยเสียงดังปู้ดป้าดให้หนุ่มหล่อเจ้าของห้องที่หล่อนหวังงาบได้ยิน จึงกระมิดกระเมี้ยนรีบขอตัวกลับ เห็นยายมอยบอกว่าไปถึงแค่ห้องน้ำชั้นล่างนี่เองก็วิ่งใส่เกียร์ออโต้หกสปีด กุมตูดหน้าตื่นหายเข้าไป ไม่สนใจคีพลุคภาพลักษณ์สาวไฮโซอีกต่อไป

ขณะนี้พนักงานที่เดินเข้ามาในโซนครัว หวังจะกินกาแฟเสียหน่อยก็พากันถอนร่นที่เห็นหัวหน้าฝ่ายการเงินผู้เคร่งครัดต่อหน้าที่ ใครทำรายงานการเดินบัญชีผิดนิดเดียวเธอจับได้หมด กำลังคุยกับคุณหนูดิรัสยา ปรึกษากันเรื่องอะไรก็ไม่ทราบท่าทางจะเป็นเรื่องซีเรียสและคิดว่าเกี่ยวกัับงาน หรือว่าใครจะโกงเงินบริษัท... แต่ละคนคิดไปทางนั้น แล้วก็ค่อยหันหลังกลับไป ปล่อยให้สองผู้ยิ่งใหญ่กระซิบกระซาบกัดหูกันต่อ

"หือ ระดับกระจอกแบบนั้น แผน D ก็เอาอยู่แล้วค่า" 

จูนเอ่ยแล้วยิ้มกระหยิ่ม แผน D ก็คือ การแค่กันไม่ให้เข้าพบ มาทีไรก็ไม่อยู่บ้าง กำลังประชุมบ้าง หรือกำลังอารมณ์ไม่ดีไม่รับแขกทุกระดับบ้าง 

นางแบบแถวหน้าคนนั้นเป็นคนหยิ่งและหลงตัวว่าเป็นคนดัง เมื่อเจอแบบนี้ก็ไม่ได้หน้าด้านอยู่ตื๊อ จึงกลับไป แต่ก็ไม่ได้หนีหายไปไหน คงกำลังหาวิธีการจะงาบเป้าหมายอยู่ ท่าทางเจ้าหล่อนเป็นพวกมีชั้นเชิง ไม่ใช่นางร้ายแบบถูกๆ ราคาตลาดนัดทั่วไป

ดิรัสยาได้ยินคำตอบก็ยิ้มกว้างออกมา ตบไหล่เพื่อนต่างวัยอย่างพอใจ

"นั่นไง ดิวไว้ใจคนไม่เคยผิด จูนเยี่ยมทุกเรื่อง เดี๋ยวดิวจะขึ้นไปจัดการยายมอยก่อน ทำไมไม่ยอมโทรบอกดิวตั้งสามวันแล้ว!" 

ดิรัสยาเอ่ยแล้วก็ตบไหล่จูนอีกครัั้งก่อนจะก้าวฉับออกไป ทุกคนลอบมอง รู้สึกเกรงๆ เพราะกลัวหัวหน้าฝ่ายการเงินจะรายงานพฤติกรรมอะไรที่ผิดพลาดของพวกเขาให้เจ้านายน้อยทราบ เพราะถ้าหากเจ้านายน้อยทราบ เรื่องมันก็อาจจะไปถึงหูของเจ้านายใหญ่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองอย่างแน่นอน

ลีย์มองดูคนที่เดินกลับมาหา หล่อนยิ้มหวานเจี๊ยบให้ ยิ้มแบบนี้เขารู้ดีว่าควรระวังตัวเอาไว้หน่อย เพราะยังไม่รู้ว่าวันนี้ยายเด็กจอมยุ่งนี่จะนำพาวันของเขาไปในทิศทางใด ดีหรือร้ายก็ไม่อาจทราบโชคชะตาของตัวเอง...

"ไปห้องเรากันดีกว่าค่ะพี่ลีย์ ดิวคิดถึงออฟฟิศของเราเต็มทีละ ช่วยกันทำมาหากิน... วันนี้ดิวจะเป็นเด็กดีที่สุดในห้วงจักรวาล จะช่วยพี่ชายทำงานอย่างเต็มที่เลยค่ะ" 

เจ้าหล่อนเอ่ยทำยิ้มแป้นประจบแล้วสอดแขนคล้องแขนของเขา ลีย์พยายามจะเชื่อประโยคนั้นของเจ้าหล่อน ถึงแม้สัญชาตญาณอันแรงกล้าจะส่งซิกนอลมาบอกว่า มันอาจจะเป็นอะไรที่ตรงกันข้ามกันก็ได้... 

*********************************

เอาไปค่า พี่ลีย์ของน้องดิว เขาก็แอบกลัวน้องดิวเหมือนกันนะนี่....555


ความคิดเห็น