facebook-icon

สวัสดีผู้เยี่ยมชมทุกท่านค่ะและขอบคุณทุกกำลังใจและการติดตามนะคะ

ตอนที่ 20 ร้อนใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 ร้อนใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 42k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ย. 2561 16:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 ร้อนใจ
แบบอักษร

ตอนที่ 20 ร้อนใจ


นาราเดินทางมาสอนด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส ใบหน้าหวานยืนมองนักเรียนเคารพธงชาติอย่างชื่นชม อีกไม่กี่วันเธอจะได้พานักเรียนไปแข่งขันงานวิชาการภาคเหนือซึ่งโรงเรียนของเธอได้เข้าร่วมเป็นครั้งแรก

“ครูนารา เดี๋ยวหลังเลิกเรียนไปพบ ผ.อ.ที่ห้องด้วยนะ” โชติกาเอ่ยบอกครูรุ่นน้องเสียงอ่อนโยนจนหญิงสาวพยักหน้ายิ้มตอบกลับไป

“ค่ะ”

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“ขออนุญาตค่ะท่านผ.อ.” เสียงหวานหน้าห้องทำให้คนในห้องยิ้มกว้าง

“เชิญเข้ามาได้”

ทันทีที่เข้ามา นาราก็พบว่าทรงศักดิ์อยู่กับใครอีกคน ชายวัยกลางคนผู้เป็นแขกยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยนทำให้นาราไหว้อย่างนอบน้อม

“ท่านผ.อ.มีอะไรกับดิฉันหรือเปล่าคะ” ร่างบางเอ่ยถามขึ้น

“ผมจะแนะนำให้ครูนารารู้จักกับท่านสุรวัตร พอท่านได้ข่าวว่าโรงเรียนเราจะได้ไปแข่งงานวิชาการ ท่านก็อยากจะมาสนับสนุนค่าใช้จ่ายต่างๆ”

“อ๋อ ขอบคุณท่านสุรวัตรจริงๆค่ะ ถ้าเด็กๆรู้ว่ามีคนที่อยากจะสนับสนุนพวกแกก็คงจะดีใจ” ยิ่งหญิงสาวตรงหน้ายิ้มหวานเท่าใด สุรวัตรก็ยิ่งแทบเก็บความต้องการไว้ไม่อยู่ ไม่นึกเลยว่าผู้หญิงคนหนึ่งจะมีเสน่ห์ดึงดูดขนาดนี้

“ไม่เป็นไรเลยจ้ะ” เขายื่นมือไปกุมมือเรียวสวยที่พนมไว้อย่างจงใจทำเอาหญิงสาวคิ้วกระตุก

“เอ่อ ค่ะ” นาราเลือกจะเก็บมืออย่างเนียนๆแต่กระนั้นก็ยังไม่พอสำหรับสุรวัตร เขาโอบหลังร่างบางให้มานั่งโซฟาเพื่อคุยกัน นาราก็รีบผละออกและเขยิบนั่งให้ไกลจากชายวัยกลางคนมือปลาหมึกนั้น ยิ่งอยู่ก็ยิ่งรู้สึกสะอิดสะเอียนรังเกียจอย่างไม่มีเหตุผล ยิ่งคนมีสามีแล้วอย่างเธอก็ยิ่งขยะแขยงคนแบบนี้ คิดจะผูกมัดเธอด้วยเงินก้อนหนึ่งที่เขาให้เพื่ออ้างว่าสนับสนุนโรงเรียนช่างเป็นความคิดที่น่ารังเกียจกว่าสิ่งใดทั้งหมด



หลังจากเข้าฉากถ่ายทำจนเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว ศศิก็โล่งอกกับละครเรื่องใหม่ของเธอ หญิงสาวกลับมาพักที่บ้านของบิดา เพื่อให้เร่งมือเรื่องกำจัดนาราและนัฐวัฒน์หลังจากสุรวัตรไม่ยอมดำเนินการอะไรสักที

“กลับมาแล้วเหรอลูก” สุรวัตรขมวดคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อเห็นลูกสาวของตนนั่งรออยู่อย่างไม่สบอารมณ์นัก

“พ่อคะ เรื่องพี่นัฐกับยัยนารา เมื่อไหร่พ่อจะจัดการซักที”

“รออีกหน่อยเป็นไรลูก ฤดูเลือกตั้งใกล้มาถึงแล้วพ่อไม่อยากโจ่งแจ้ง” ชายวัยกลางคนเอ่ยบอกอย่างใจเย็น ทำให้ดาราสาวลดความใจร้อนลงได้ เธอเกือบให้ความไม่ยั้งคิดของตัวเองครอบงำไปจนหมด

“ก็ได้ค่ะ”

“วันนี้พ่อไปหาศัตรูของลูกมา สวยดี พ่อตั้งใจว่าจะเก็บมาเลี้ยงซักเดือนสองเดือน” หญิงสาวมองตาผู้เป็นพ่อก็รู้ทันทีว่ามาคงไม่ใช่แค่เดือนสองเดือนจริงๆหรอก ตอนนี้แววตาสุรวัตรดูง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก หากเธอจัดการเองแต่แรกนาราก็คงไม่อยู่รอดมาจนทุกวันนี้

“ค่ะพ่อ เอาที่พ่อเห็นสมควรก็แล้วกันนะคะ หนูขอตัว” พูดจบเธอก็เดินจากไปด้วยอารมณ์ภายในที่คุกรุ่นก่อนจะกดโทรศัพท์หาใครบางคน



ร้อยตำรวจเอกภาสกร ชายหนุ่มผู้เพิ่งได้โยกย้ายมายังจังหวัดเชียงรายหลังจากช่วยนครบาลไปหลายคดี เขามองชายที่เสียสติอย่างเวทนา ดูท่าคงจะพบกับเรื่องเลวร้ายจนดูหวาดกลัวจนต้องทำร้ายคนอื่นที่เข้ามาใกล้ตลอดเวลา

“อย่าเข้ามาๆ ฮือ กูกลัวแล้ว กลัวแล้ว อย่าทำกู เห้ย!! นายน้อยหนีเร็ว” ร่างท้วมเพ้อออกไปตามประสาคนบ้าแต่ทำให้ตำรวจหนุ่มเอะใจบางอย่าง

“นี่นายชื่ออะไรกันแน่” เขาทดลองเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน

“กูชื่อผล เอ๊ะ เออ ผล” ชายผู้เสียสติตอบเพียงเท่านั้นโดยที่สายตายังคงล่องลอยไปที่อื่น

“นายผลอย่างนั้นเหรอ” ร่างสูงพึมพำเบาๆก่อนจะหันไปคุยกับหมอ “หมอครับถ้าได้เบาะแสอะไรช่วยแจ้งผมกลับมาอย่างเร่งด่วนเลยนะครับ”

“ครับผู้กอง เดี๋ยวเชิญทุกคนกลับก่อนนะครับ จะได้ให้คนไข้พักผ่อน”

“ครับ”



เสี่ยเล้งที่ยังคงจมอยู่กับรูปของลูกชาย ผ่านมานานแล้วแต่เจ้าพ่อค้ายาก็ยังคงรับไม่ได้เรื่องการตายของกัมพล ทันไดนั้นลูกน้องก็รีบวิ่งเข้ามารายงานทันที

“นายครับ นาย”

“อะไร”

“เจอไอ้ผลครับ มันเป็นบ้าเพิ่งเจอเมื่อวานนี้เอง” เมื่อได้ยินดังนั้นร่างท้วมก็ลุกขึ้นทันควัน ใบหน้าอวบอูมหันมาจ้องลูกน้องอย่างตกตะลึง

“มึงบอกว่ามันเป็นบ้าเหรอวะ มันไปเจออะไรมา”

“ไม่รู้ครับนายแต่ถ้าไปถามมันก็คงจะรู้ ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลบ้า” ลูกน้องไม่กล้าฟันธงอะไรจึงทำได้เพียงแนะทางกว้างๆให้เจ้านายของตนเพียงเท่านั้น

“งั้นพรุ่งนี้กูจะไปเยี่ยมมัน”


นารากวาดตามองนักเรียนของตนในห้องอย่างละเอียดหลังจากเข้ามาสอนทำให้รู้ว่านักเรียนหายไปคนหนึ่งเช่นเดียวกับเมื่อวาน

“เด็กๆจ๊ะ มีใครเห็นเด็กชายเกื้อบ้าง ปกติเขาไม่เคยขาดเรียนนี่จ๊ะ” หญิงสาวถามเสียงนุ่มแต่กลับไม่มีใครรู้สักคน เด็กๆพากันส่ายหน้าท่าเดียวจนคนร่างบางถอนหายใจออกมาเบาๆ

“ไม่รู้ค่ะครู”

“จ้ะ เอาล่ะเดี๋ยววันนี้เรามาเรียนกันก่อนก็แล้วกัน เมื่อวานเราเรียนถึงบทที่สามใช่ไหมจ๊ะเปิดหนังสือเลยลูก”

“ครับ/ค่ะ”

นาราหมายมาดไว้ในใจว่าจะต้องไปตามหาเด็กนักเรียนในปกครองของตนเองหลังจากเลิกเรียน ด้วยเด็กชายเกื้อเป็นเด็กเรียนดี ขยันไม่เคยขาดแม้สักครั้งแต่ว่าครั้งนี้กลับขาดถึงสองวันเต็มๆโดยไม่มีผู้ปกครองมาแจ้งเลยแม้แต่น้อย



ชายหนุ่มยืนมองฟ้าที่มีเมฆครึ้มทำให้ทั้งวันไม่มีแดดและยังมีสายลมเย็นๆพัดมาเอื่อยๆจนเขารู้สึกผ่อนคลายหลังจากวันนั้นพยัคฆ์ได้ระงับคำสั่งให้ชะงักการขนไม้ของลอแซง ศัตรูของเขาไปไว้ที่ลานพักไม้ของเสี่ยเล้งก่อนในฐานะที่เขาจัดการกัมพล ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเสี่ยเล้งจนราบคาบ

Rrrr

“ฮัลโหล”

‘พี่เสือ วันนี้เค้ากลับช้าหน่อยนะ’

“มีอะไร อย่าปิดพี่”

‘ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่ไปเยี่ยมบ้านนักเรียนน่ะ’

“บ้านใคร”

‘บ้านเด็กชายเกื้อ พูดไปพี่ก็ไม่รู้จักหรอก’

“อืม เชื่อเถอะพี่รู้จัก”

‘ค่ะ แล้วเจอกัน’

หลังจากวางสายชายหนุ่มเองก็รู้สึกใจคอไม่ดีอย่างบอกไม่ถูก วันนี้เข้มและแสงเองก็ไม่อยู่เพราะต้องไปคุมการส่งของล็อตใหม่ เขาจึงไม่รอช้าต้องรีบไปตามตัวเธอด้วยตัวเอง



นาราจอดรถเก๋งคันงามทันทีหลังจากมาถึงบ้านหลังไม่ใหญ่มาก หญิงสาวมองเข้าไปในบ้านที่ปิดสนิทและเงียบอย่างผิดปกติก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปเคาะประตูเบาๆ

ก็อก ก๊อก ก๊อก

“น้องเกื้อๆ ครูนาราเอง อยู่ไหมลูก” ไม่ว่าจะส่งเสียงเรียกไปเท่าไหร่ก็มีแต่ความเงียบตอบกลับมา “อยู่ไหมลูก น้องเกื้อ”

หญิงสาวเอาหูแนบกับประตูพลางตั้งใจฟังอย่างละเอียด ก่อนจะได้ยินเสียงบางอย่างทว่ามันดูเหมือนอ่อนแรงซะเหลือเกิน

“ช่วย..ด้วย ชะ..ช่วยผมด้วย”

“น้องเกื้อ!!”ไม่ต้องฟังรอบสองเธอก็รู้ทันทีว่าเป็นลูกศิษย์ตน นาราจึงหาของแข็งแถวนั้นพังประตูเข้าไปทันทีไม่กลัวจะเสียหายเพราะผัวเธอรวย เธอจึงไม่สน

ปัง!!

ในที่สุดเธอก็ผ่านเข้ามาในบ้านได้สำเร็จ ตากลมโตกวาดตามองหาเด็กน้อยก่อนจะพบว่าเขานอนบนโซฟาอย่างหมดแรง สองขาจึงรีบพุ่งเข้าไปหาคนเจ็บทันที เด็กชายเกื้อในเวลานี้อยู่ในชุดนักเรียนถูกมัดมือมัดปากไว้แน่นเธอจึงช่วยแกะเชือกอย่างรวดเร็วทว่าไม่ทันคนที่ก้าวมาจากด้านหลังและฟาดหัวหญิงสาวด้วยสันปืนจนสลบ

พลั่ก!!

“เอาไงดีวะ”

“เอาอีนี่ไปด้วย ขายซ่องที่ชายแดนน่าจะได้เยอะอยู่”

“เออๆ เร็วเถอะวะเขากำชับมาว่าต้องเงียบเชียบที่สุด”



บ้านไม้หลังใหญ่ในป่าฝั่งชายแดนบัดนี้ได้ให้การต้อนรับนักการเมืองท้องถิ่นอย่างสุรวัตรอย่างเป็นกันเอง หลังจากที่เขาไปเจรจาร่วมธุรกิจค้ามนุษย์กับเจ้าพ่ออีกฝั่งอย่างลอแซง

“ผมเชื่อว่าการที่เราได้ร่วมธุรกิจนี้บอกได้เลยว่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่มีใครใหญ่เท่าเราแน่นอน” น้ำเสียงนุ่มๆของหนุ่มใหญ่วัยกลางคนอย่างสุรวัตรบอกด้วยรอยยิ้มบางๆ

“มันก็ขึ้นกับว่าเรายังเป็นพันธมิตรกันได้นานแค่ไหนนะท่าน” ชายหนุ่มร่างสันทัดเอ่ยตอบพลางยกเครื่องดื่มมาจิบอย่างสบายอกสบายใจ

“คืนนี้เนื้อล็อตใหม่ของผมจะขนเข้าเขตชายแดน รับรองว่าถูกใจลูกค้าฝั่งนี้แน่นอน”

“กี่คน”

“ร้อย” สุรวัตรตอบเสียงเรียบ

“ก็ดี ผมก็จะช่วยเปิดทางให้อีกทางแต่ว่าเรื่องสินค้าผมขอดูก่อนก็แล้วกันนะ” ลอแซงกล่าวต่อรอง

“เรื่องของคุณเลย พอเข้าเขตนี้ก็หมดหน้าที่ผมแล้ว” นักการเมืองหนุ่มใหญ่เว้นไปครู่หนึ่งก่อนจะนึกอะไรได้ “เออ คุณพอรู้จักนายพยัคฆ์บ้างรึเปล่า”

“อ๋อ ไอ้พยัคฆ์ ก็พอรู้” เจ้าพ่อฝั่งพม่าตอบอย่างไม่แยแส เขาเองก็ไม่ได้ผูกอาฆาตกันอะไรขนาดนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเก็บมาใส่ใจทั้งยังไม่อยากจะเป็นศัตรูอีกด้วยแต่ถ้าเป็นเสี่ยเล้ง ศัตรูคู่อาฆาตผู้อยู่ในวงการเดียวกันยังพอจะรู้ข้อมูลมากกว่า

“ผมอยากรู้”

“เพิ่มรายได้อีก 20 เปอร์เซ็นต์” ลอแซงยิ้มเจ้าเล่ห์ ดูท่าท่านสุรวัตรคนนี้กระเหี้ยนกระหือรือเหลือเกินที่อยากจะรู้เรื่องเจ้าพ่อค้าอาวุธสงคราม

“มันไม่มากไปหน่อยหรือไง”

“เทียบกับสิ่งที่ผมจะบอกคุณแล้ว ผมว่ามันคุ้มนะ”

“ได้ ผมยอมให้คุณก็ได้” ใบหน้านุ่มนวลนั้นเกร็งจนปรากฏกรามเหลี่ยมนั้นอย่างเห็นได้ชัด “แต่คุณต้องบอกเรื่องของไอ้พยัคฆ์คนนี้ทุกเรื่องที่คุณรู้”

“ได้เลย ทุกเรื่อง”



พยัคฆ์มองหาคนตัวเล็กรอบบ้านของเด็กชายเกื้อหลังจากที่มาถึงแต่ก็พบเพียงรถยนต์คันเดียวแต่ไม่พบใครสักคน ร่างสูงจึงรีบต่อสายหาลูกน้องที่ว่างทุกคนมาช่วยกันตามหาเธอ

“พ่อหนุ่มๆ” เสียงแหบๆเอ่ยเรียกเขาจากทางด้านหลัง เมื่อหันกลับมาจึงพบยายแก่นั่งอยู่บนแคร่อีกฝั่ง

“ครับยาย”

“เอ็งมาตามหาครูนาราเหรอ ข้าเห็นไวๆอยู่”

“เธอไปไหนครับ” เขาถามอย่างสงบนิ่งทั้งที่ในใจลุกลี้ลุกลนกังวลไปหมด

“ครูกับไอ้เกื้อโดนไอ้เดี่ยวกับเพื่อนมันมาเอาตัวไปน่ะสิ ข้ามันก็คนแก่ๆจนๆไม่มีรถไม่รู้จะไปบอกใคร”

“ไอ้เดี่ยว?”

“ไอ้เดี่ยวมันเคยเป็นเด็กแถวนี้แต่มันไปทำงานให้เจ้าพ่อ เห็นว่าขายเนื้อๆอะไรนี่แหละ ข้าก็ไม่รู้หรอกเจ้าพ่อคนไหน” ยายกล่าวอย่างวิตกกังวลซึ่งเขาเองก็ไม่ต่างกัน “ช่วยไปแจ้งตำรวจให้หน่อยเถอะ ไอ้เกื้อน่ะพ่อแม่มันไม่อยู่เลยไม่มีใครรู้ ข้าเองก็เห็นมันมาแต่เล็กๆเป็นห่วงหลาน”

“ครับยาย ไม่ต้องห่วง” พูดจบชายหนุ่มก็รีบกลับไปบ้านใหญ่ทันที


“ฮัลโหล ไอ้แสง”

‘ครับนาย’

“มึงอยู่ไหน”

‘เพิ่งส่งของเสร็จครับ นายมีอะไรให้รับใช้หรือเปล่าครับ’

“มึงไปเช็คดูเดี๋ยวนี้ว่าคืนนี้มันมีการขนเนื้อหรือเปล่า ถ้ามีให้ปิดทางทั้งหมดทุกทางไม่ว่าจะเป็นของใคร ใครขวางมึงเก็บมันให้หมด เออ ไปล่าตัวไอ้เดี่ยวมาด้วย มันอยู่บ้านแม่ดอนที่เนินเขา มึงพอรู้จักรึเปล่า”

‘พอรู้ครับนาย ไอ้นี่มันทำงานให้ท่านสุรวัตร’

“รู้ก็ดี จัดการให้เรียบร้อย”

‘ครับนาย’ เมื่อวางสายเสร็จชายหนุ่มก็ต่อสายหามือขวาของตนทันที


“ไอ้เข้ม”

‘ครับนาย’

“มึงพาคนไปล้อมที่ซ่องกับคาสิโน บ่อนเถื่อนทุกที่ให้หมดแบบลับๆนะมึง ”

‘แต่มันเป็นถิ่นไอ้ลอแซงไม่ใช่เหรอนาย’ เข้มเอ่ยทัดทาน

“กูไม่สน ถ้าเจอคนของมันขวางก็เก็บซะ” พยัคฆ์ตอบเสียงเข้ม บัดนี้ในใจเขาว้าวุ่นไปหมดแต่ดีที่เขายังคงไม่กระโตกกระตากออกมา

‘ครับนาย เอ่อเอา AK47 ไหมครับนาย’

“เอา M16 นั่นแหละ เอามือสไนเปอร์ไปด้วยซัก 2 คน เดี๋ยวกูจะไปสมทบ”

"ได้ครับนายเดี๋ยวผมจะรีบจัดการเดี๋ยวนี้"

เขารู้ดีว่าเป็นฝีมือของสุรวัตรและยังรู้ว่าสันดารของนายสุรวัตรเป็นเช่นไร จากการที่เคยเป็นเด็กแรงงงานเถื่อนข้ามแดนด้วยฝีมือของเศษสวะตัวนี้ มันจะต้องเลือกวันแรมสิบห้าค่ำโดยเฉพาะและเผอิญดันเป็นวันนี้พอดี ร่างสูงจึงเปลี่ยนเป็นรถบิ๊กไบท์สีดำคู่ใจให้รวดเร็วยิ่งขึ้นและเตรียมตัวเพื่อไปสมทบ



อีกด้านหนึ่งนารามองคนรอบข้างด้วยความสงสารพลางกระชับอ้อมกอดเด็กชายเกื้อที่กำลังเสียขวัญเอาไว้ คนที่ถูกพามาส่วนมากจะเป็นหญิงสาววัยรุ่นและเด็กทั้งสองเพศ เธอไม่รู้เลยว่าจะมีกระบวนการค้ามนุษย์ใหญ่โตขนาดนี้ คนพวกนี้บางคนก็ต่างกอดเข่าร้องให้บ้างก็โวยวายอย่างบ้าคลั่งยิ่งดูยิ่งน่าเวทนาเพราะพวกเขาต้องจากบ้านจากพ่อแม่มาอย่างไม่เต็มใจ คนเลวพวกนั้นต่างก็ไม่สนใจถึงข้อนี้เลย

“ครูผมกลัว”

“นี่ ไม่ต้องกลัวนะน้องเกื้อ ครูอยู่นี่” หญิงสาวปลอบเสียงนุ่มพลางลูบหัวเด็กน้อยอย่างอ่อนโยนเพื่อให้ลดความเครียดลง

“เราจะไปจากที่นี่ได้ยังไงครับ”

“ครูเชื่อว่าต้องมีคนมาช่วยเรา คนที่เขาเกลียดสิ่งนี้เป็นที่สุด”



“ว่าไงนะแกบอกมีคนพาตัวมันตัดหน้าแกไปแล้วเหรอ” ศศิกรอกเสียงเข้มใส่โทรศัพท์ด้วยความขุ่นเคือง ในใจครุ่นคิดอย่างหนัก

“มันเป็นใครแกรู้ไหม”

“เขาบอกว่าครูกับนักเรียนสองคนโดนพาไปขายที่ชายแดนครับ” ปลายสายตอบกลับเสียงเรียบแต่ทำให้คนใจร้ายอย่างศศิยิ้มอย่างสะใจ เพราะไม่ต้องลงมือลงแรงอะไรสักอย่างก็มีคนทำให้แทนเสียแล้ว

“แกกลับมาได้แล้ว อย่าให้ใครจับพิรุธแล้วสาวมาถึงฉันได้ล่ะว่าแกไปทำอะไร” ร่างบางเอ่ยอย่างพอใจก่อนจะวางสายและเตรียมไปดื่มฉลองชัยชนะให้กับตัวเองอย่างเงียบๆ

สวรรค์ยังคงเข้าข้างเธอเหมือนที่มันเป็นมาตลอดและจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป

TBC

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว