facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ จุ๊บๆ : )

บทที่ 4 ผู้พิทักษ์

ชื่อตอน : บทที่ 4 ผู้พิทักษ์

คำค้น : กรุ่นกลิ่นสิเน่หา, กรุ่นกลิ่นไอริส, เผือกร้อนอ้อนรัก, เล่ห์ร้ายเพื่อนรัก, สยบรักพยศร้าย, ปราบรักรหัสร้อน, เอลยา, พรานร้ายพ่ายรัก, นิยายโรมานซ์, นิยายอีโรติก, นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่, พระเอกมาเฟีย, พระเอกเจ้าพ่อ, พระเอกแบดบอย, Bad Boy

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 43

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ย. 2561 17:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 ผู้พิทักษ์
แบบอักษร

​ดิรัสยาอาบน้ำสระผมเสร็จก็ลงมายังห้องทานข้าว เวลาเกือบสองทุ่ม จัสมินทานพร้อมกับซารีน่าไปเรียบร้อยแล้วตอนหกโมง ซึ่งเวลาทานข้าวปกติของคนในคฤหาสน์แม็คเคนซี่ 

เวลานี้อาแซมกับอาโซเฟีย ผู้หลักผู้ใหญ่ประจำบ้าน ไปพักอยู่ที่อพาร์ตเม้นต์บนตึกของโรงพยาบาล เพราะเป็นช่วงที่มีงานยุ่ง อีกอย่างท่านทั้งสองบ่นว่าชักเหนื่อยแล้วกับการเดินทาง ถึงแม้จะมีคนขับรถคอยขับรับส่งจากคฤหาสน์ไปโรงพยาบาลก็ตาม แต่หลายโอกาสที่ต้องเลิกงานไม่เป็นเวลา นายแพทย์ผู้เก่งกาจจึงตัดสินใจนอนที่อพาร์ตเม้นต์บนนั้นเสียเลย นั่นก็ทำให้ภรรยาผู้น่ารักอย่างอาโซเฟียต้องพักด้วย ตึกออฟฟิศของครอบครัวแบรดดี้ก็อยู่ใกล้ๆ กับโรงพยาบาลนั่นเอง จึงสะดวกด้วยกันทั้งสองฝ่าย 

ทั้งนี้ทั้งนั้น ท่านทั้งสองเห็นว่าที่บ้านมีลีย์อยู่ทั้งคน เขาสามารถดูแลน้องๆ ทั้งสามคนได้เป็นอย่างดี ซารีน่า น้องสาววัยสิบเจ็ดปี ห่างจากดิรัสยากับจัสมินอยู่สองปีนั้น เวลานี้ไฮกูลปีสุดท้ายแล้ว เด็กๆ ทุกคนในตระกูลแม็คเคนซี่ ตระกูลคอสต้า และทุกครอบครัวในกลุ่มแก๊งของบิดานั้นเป็นเด็กหัวไบรท์กันทุกคน พากันสอบเทียบข้ามขั้นกันมาเรื่อยๆ จนจบก่อนเกณฑ์กันเป็นแถว

ดิรัสยาวิ่งลงบันไดตึกพร้อมกับฮัมเพลงโปรดไปด้วย เมื่อเข้าไปในห้องทานข้าว ร่างสูงนั่งรออยู่ที่โซฟาริมหน้าต่างในมือมีแท็บเล็ตสำหรับอ่านข่าวสารทางการเงิน เขาเก่งเรื่องการลงทุนสมกับที่ถูกเทรนโดยคุณปู่มิคาเอล ความจริงลูกหลานบ้านแม็คเคนซี่เก่งเรื่องการเงินทุกคน เพราะมันเป็นธุรกิจหลักของครอบครัว ดิรัสยาเดินไปหาทิ้งตัวลงนั่งใกล้ๆ ยื่นหน้าไปดูว่าเขาอ่านอะไรอยู่

"อ้าว นั่งดูรูปสาวอยู่เหรอ ดิวคิดว่าอ่านอะไรที่เป็นประโยชน์เสียอีก" สาวน้อยทำเสียงบ่นปนผิดหวังให้พี่ชาย ทำให้ใบหน้านิ่งขรึมเงยขึ้นมามอง

"รูปสาว? ตาถั่วนะเรา ข่าวสัมมนาตลาดหลักทรัพย์ อ่านรัสเชียนไม่ออกหรือไง" 

เขาเอ่ยตอบ ดิรัสยาเก่งเรื่องภาษาเป็นพิเศษ นอกจากภาษาอังกฤษ ไทย ฝรั่งเศสและอิตาเลียนแล้ว หล่อนยังคล่องภาษารัสเซียด้วย เพราะสมัยเด็กๆ ตอนที่ได้ไปเยี่ยมอาแฟรงค์กับอาเกรซที่มอสโคนั้น ดิรัสยาพบคนหล่อในสวนสนุกถึงกับเพ้ออยากเรียนภาษารัสเซียเลยทีเดียว และคนอย่างดิรัสยาเมื่อตั้งใจแล้วก็จะต้องทำให้ได้ 

อีกอย่างแรงบันดาลใจในการเรียนของหล่อนก็คือคนที่นั่งข้างๆ นี่เอง เขามีเลือดรัสเชียนในตัวตั้งครึ่งหนึ่ง ลีย์คล่องทั้งอังกฤษ รัสเชียน ไทยและฝรั่งเศส แต่ไม่สนใจอิตาเลียน นั่นทำให้ดิรัสยาแอบดีใจเพราะว่ามันเป็นภาษาที่หล่อนใช้นินทาเขาต่อหน้าได้สบาย โดยที่เขาไม่รู้เลย ส่วนจัสมินนั้นเก่งภาษาอิตาลีเป็นพิเศษ ครอบครัวคอสต้าคล่องกันทุกคนด้วยบรรพบุรุษต้นตระกูลเป็นชาวอิตาลีนั่นเอง

ดิรัสยากวาดสายตาไปบนหน้าจอแท็บเล็ต เห็นว่าเหนือรูปของสาวสวยนักธุรกิจที่ใส่ชุดราตรีสีแดงเพลิง ผมสีแดงเหมือนชุดนั้นมีคำบรรยายอยู่ว่าเป็นงานกาลาดินเนอร์หลังจากสัมมนาทางการเงินที่กรุงมอสโคว ผู้หญิงทุกวันนี้สุดยอดกันจริงๆ ทั้งสวยทั้งเก่ง ดิรัสยาชี้ไปที่รูป

"คนนี้แจ่มมากนะพี่ชาย สวยมีสมอง แต่ อ๊ะ อย่าคิดเชียวนะ ถึงจะแจ่มเริดสะแมนแตนยังไง ก็ไม่เหมาะกับพี่อยู่ดี" 

หล่อนเอ่ยเสร็จสรรพ ลีย์เลิกคิ้วขึ้นสูงเป็นคำถาม ยายเด็กนี่พูดเป็นต่อยหอย เขาไม่ต้องทำอะไรหรอกหากเจ้าหล่อนอยู่ด้วย นี่กำลังอ่านผลการประชุมและแนวโน้มตลาดการลงทุนอยู่ หล่อนก็มาส่งเสียงเจื้อยแจ้วจนเขาต้องเงยหน้าขึ้นฟัง ก็ถ้าไม่ฟังหล่อนก็จะงอนให้เขาอีก สรุปว่ากับเด็กคนนี้ ลีย์เสียเปรียบทั้งขึ้นทั้งล่องนั่นแหละ

"ไม่เหมาะ?" 

เขาถามสั้น ด้วยความอยากจะรู้ว่าในหัวซนๆ ของเจ้าหล่อนนั้นคิดว่าคนยังไงถึงจะเหมาะสมกับเขา

"ช่าย...ม่ายเหมาะเลยจริงๆ คุณพี่ฟังดิวไว้ให้ดีนะ ผู้หญิงแบบ... หน้าสวยเฉียบขาด ตาเจ้าชู้ รู้ตัวว่าสวย รวยโคตรๆ แบบนี้ ไม่โสดและไม่สดหรอกนะจ๊ะ จะบอกให้" 

หล่อนเอ่ยเสียงแจ๋วๆ ทำเอาลีย์ต้องเบือนหน้าเพื่อซ่อนความขบขัน แค่มองรูปเพียงรูปเดียว หล่อนตัดสินคนเสียละเอียด ถูกไม่ถูกไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ หล่อนเชื่อคำพูดของตัวเองมาก นั่นก็หมายความว่า หล่อนจะต้องบังคัับให้เขาเชื่อด้วย

"เก่งนี่ แอนนา สวาคอฟ แต่งงานกับเจ้าของธุรกิจเหมืองแร่ในรัสเซีย" 

เขาเอ่ยแล้วกดปุ่มปิดหน้าจอ ขยับตัวลุกขึ้น ร่างสูงสวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงสีเทา หน้าตาสะอาด ผมสระใหม่ยังคงไม่แห้งดี ดิรัสยายิ้มแฉ่งกับการคาดเดาของตัวเอง เมื่อเขาเดินไปนั่งที่โต๊ะ หล่อนก็เดินไปนั่งข้างๆ

อาหารถูกเสิร์ฟโดยคนรับใช้ที่ทำหน้าที่ประจำ ทั้งสองตักทานไปเรื่อยๆ โดยมีเสียงแจ่มใสของดิรัสยาคุยคลุ้งเรื่องชีวิตวันนี้ของหล่อน

"เล่าเรื่องนายโดมอะไรนั่นให้ฟังหน่อย" 

จู่ๆ เขาก็ถามขึ้นมา ดิรัสยาเคี้ยวอาหารตุ้ยๆ แล้วทำท่าครุ่นคิด...เจ้าโดมน่ะเหรอ... มันใส่แว่นตาหน้าเกลี้ยงๆ เนิร์ดนิดๆ บ้านมันรวยแต่มันเรียนไม่เก่ง เนิร์ดแบบไม่เก่งอ่ะนะ แต่มันเก่งเรื่องหาข้อมูลและจิปาถะ อืม...มันแอบชอบจัสมินด้วย แต่จัสมินไม่สนใจมันเลย เพราะจัสมินไม่ชอบเด็ก...คริ คริ

ลีย์มองหน้าคนที่เคี้ยวข้าวไปยิ้มไป ท่าทางกำลังมีความสุขกับการได้คิดถึงแฟนเจ้าหล่อน

"เขาก็...น่ารักดี" 

ดิรัสยาเอ่ยบอกความจริง เพราะโดยรวมแล้วเจ้าโดมมันเป็นเพื่อนที่นิสัยดีของหล่อนกับจัสมิน ชนิดพึ่งพาได้ทุกงานหากขอร้อง

"แล้วไง" เขาเอ่ยถามต่อๆ เพราะยังรู้สึกว่าคำตอบมันไม่กระจ่างชัด ดิรัสยาเลิกคิ้วเลียนแบบเขาเป๊ะ

"แล้วไง?" หล่อนก๊อปปี้คำถามของเขาทำให้ลีย์ถอนใจ รวบช้อนและยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม

"นี่ถ้ามีวิชายอกย้อน เราคงจะเอาคะแนนท็อปไปกินแน่" 

เขาเอ่ยประชด ยกผ้าขึ้นเช็ดปาก ดิรัสยายังคงนั่งทานต่อเพราะหิวจัด เห็นพี่ชายอิ่มแต่ยังนั่งรออยู่

"นี่ถ้ามีชิงแชมป์คนหน้าเย็นชา ตาดุ ขู่เก่ง ทำให้น้องเซ็งเป็ดได้ตลอดๆน่ะ พี่ลีย์ก็คงจะคว้าแชมป์ไปครองเหมือนกัน" 

หล่อนกล่าวพร้อมกับยักคิ้วแผลบให้ ยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ไม่สนใจจะเช็ดปาก ลีย์จับคางเล็กให้หันมาหาแล้วใช้ผ้าเช็ดมุมปากให้ ดิรัสยาซ่อนรอยยิ้มเอาไว้ หล่อนแกล้งกินเลอะนิดหนึ่งเพื่อดูว่าเขาจะเช็ดปากให้เหมือนตอนที่หล่อนเล็กกว่านี้หรือไม่ แล้วเขาก็เช็ดให้จริงๆ ทำไมเพิ่งคิดได้นะแผนนี้...น่าจะคิดได้ตั้งนานแล้ว... ดิรัสยายิ้มขอบคุณคนหน้าขรึมที่ทำสายตาไม่ถูกใจกับการกินเลอะเทอะของหล่อน

"เช็ดปากให้เรียบร้อยเวลากินเสร็จ โตแล้ว ริอ่านจะมีแฟนยังทำตัวไม่รู้จักโตอีก" 

เขาเอ่ยสั่งสอนเป็นของแถม แต่ดิรัสยาก็ไม่มายด์เพราะมันคุ้มดีออก ได้เห็นเขาพูดอะไรยาวๆ ออกมา หล่อนพูดซะคอแห้งไปค่อนชั่วโมง เขาพูดยังไม่ถึงสิบประโยคเลย

"ตอนนี้พี่ลีย์ห้ามดิวมีแฟน พี่ลีย์ก็ต้องทำหน้าที่แทนไปก่อนละกันนะ" 

หล่อนเอ่ยโต้ตอบอย่างคล่องปากไม่มีติดขัด คำพูดคงจะเต็มหัวถึงสามารถดึงออกมาใช้ไม่รู้จักหมดจักสิ้น แถมแทบไม่ซ้ำกัน น่าจะเป็นแชมป์คนรวยคำอีกแชมป์หนึ่ง ลีย์คิดค่อนขอดน้องสาวอยู่ในใจ ไม่อยากจะพูดดังออกไปเพราะหล่อนก็จะหาคำพูดมาโต้กับเขาจนได้นั่นล่ะ ลีย์เข้าใจความหมายของสำนวนที่ว่า เถียงคำไม่ตกฟาก ได้อย่างลึกซึ้งถึงรากคำเลยทีเดียว

"ไม่ใช่แฟน ทำแทนไม่ได้ ไม่เคยได้ยินเหรอ" แต่ก็อดต่อปากต่อคำกับเจ้าหล่อนนิดหนึ่งไม่ได้

"ไม่ใช่แฟน แค่เป็นพี่ชายก็ทำแทนได้ตั้งหลายอย่างแน่ะ" 

หล่อนทำเสียงสนุกตอบโต้ ลีย์ส่ายหน้า นึกในใจว่าเขามัวมานั่งพูดจาไร้สาระกับยายเด็กดื้อไปทำไมกัน นี่มันกี่ทุ่มแล้ว จะต้องอ่านเอกสารเพื่อเตรียมประชุมพรุ่งนี้อีก

"พี่จะขึ้นข้างบน มีงานต้องทำ" เขาเอ่ยบอกพร้อมกับลุกขึ้นยืน ดิรัสยาก็ลุกตาม

"โอเค มีอะไรให้ดิวช่วยมั้ย คืนนี้ว่าง ให้จ้างออลล์ไนท์ลอง ตลอดคืนเลย" 

หล่อนเอ่ยถามเสียงสดใส สอดแขนไปกับแขนของเขา ลีย์แกะมือเล็กออก แต่หล่อนดูเหมือนจะไม่สนใจ กลับโอบไปรอบเอวเขา

"ดิว" เขาเรียกเสียงเข้ม จับไหล่บางให้หยุดแล้วหมุนมาเผชิญหน้า ทั้งสองยืนอยู่ตรงเชิงบันได ดิรัสยาเลิกคิ้ว

"คะ" หล่อนรับในลำคอเงยหน้าขึ้นฟังเขาอย่างตั้งใจ ลีย์จ้องมองใบหน้าเรียวเล็ก แก้มปลั่งด้วยเลือดฝาดแห่งวัยแรกแย้มของคนตรงหน้า ท่าทางไร้เดียงสาและใสซื่อ ที่เขารู้ดีว่า ซื่อ เป็นบางครั้งเท่านั้นแหละ และอีกหลายครั้งก็ แกล้งซื่อ

"ระวังไว้บ้าง เราโตแล้ว" เขาเอ่ยเป็นทำนองตักเตือนสั้นๆ ตามเคย

"พี่ลีย์นี่ถ้าจะสับสนในตัวเองพิลึก ตอนห้ามไม่ให้เค้ามีแฟนก็บอกว่ายังไม่โต พอตอนนี้ก็ว่า โตแล้ว ตกลงเค้าโตหรือไม่โตกันแน่ในสายตาของพี่ลีย์น่ะ ไหนบอกมาหน่อยซิ!" 

คนตัวเล็กอ้าปากว่าฉอดๆ แถมเท้าเอวเงยหน้ารอฟังคำตอบ ลีย์นิ่งไปนาทีหนึ่ง

"อ้อ...เอาแบบเคลียร์ๆ ด้วยนะ! ห้ามพูด 3 คำ! เพราะเค้าไม่ได้ขอสามคำ แต่ขอสามหน้ากระดาษรายงาน!"

ฟังยายเด็กนี่เอาเถอะ ลีย์ทำหน้าเหนื่อยแล้วส่ายศีรษะ ก้าวขึ้นบันไดไปไม่สนใจโต้ตอบกับเจ้าหล่อนอีก ไม่อยากจะอธิบายยืดยาวเป็นจดหมายจากกรุงมอสโควแบบนั้น เขาเป็นผู้ปกครองหล่อนนะ ไม่ใช่คนใต้ปกครองที่จะต้องอธิบายตัวเอง 

ยายจอมยุ่งวิ่งตามขึ้นมา พอมาถึงชั้นบนก็กระโดดเกาะหลังเขาหน้าตาเฉย ลีย์สะดุ้งรีบจับแขนที่โอบรอบคอเอาไว้เพราะเกรงหล่อนจะตก เขาเหวี่ยงร่างเล็กมาด้านหน้าโอบไปรอบเอวคอด หล่อนยังคงโหนคอของเขาอยู่ นิสัยที่ไม่ยอมให้ใครเดินหนีไปง่ายๆ หากหล่อนไม่อนุญาต ซึ่งมักเลือกใช้กับเขาหากหล่อนต้องการ

"เดินหนีเก่งจริงพี่ชายเรา" 

หล่อนเอ่ยแหย่ ลีย์วางร่างเล็กลง ดิรัสยารู้ว่าวิธีกระโดดใส่แบบนี้จะหยุดเขาเอาไว้ได้ เพราะทำประจำตั้งแต่เล็กแต่น้อย เป็นการเรียกร้องความสนใจที่ได้ผลชะงัดจากคนหน้านิ่ง

"เล่นอะไรของเราฮึ ไปนอนได้แล้ว พี่มีงานจะต้องทำ" 

เขาเอ่ยเสียงเรียบ แกะแขนที่โอบรอบลำคอออก ดิรัสยามองใบหน้าคม ดวงตาสีแซฟไฟร์เข้ม คล้ายกับเจฟิโอไม่น้อยเลย

"พรุ่งนี้ดิวไม่มีเรียน ไปทำงานด้วยนะ" 

หล่อนเอ่ย เด็กๆ ในตระกูลแม็คเคนซี่ เมื่อโตพอจะต้องเข้าฝึกทำงานที่ใดที่หนึ่งตามความสนใจ ดิรัสยานั้นไปทำบ่อยแล้วที่สาขาใหญ่กับลีย์ หล่อนเรียนสาขาการบริหาร แน่นอนว่าเพื่อเป็นการเตรียมตัวที่จะเป็นผู้บริหารแห่งอาณาจักรแม็คเคนซี่ในอนาคต

"ได้ กู๊ดไนท์" เขาตอบสั้นๆ แล้วก้าวตรงไปยังห้องสุดระเบียง

"พี่ลีย์" ดิรัสยาเรียกก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปเปิดประตู

"ดิวเอาเสื้อสูทให้คนใช้ไปซักแล้วนะ" 

หล่อนเอ่ย เห็นเขาพยักหน้ารับทราบแล้วดึงประตูเปิดออก ดิรัสยามองร่างสูงที่หายเข้าไปในห้องของเขาก่อนจะยิ้มออกมา พรุ่งนี้จะได้ไปนั่งทำงานในห้องเดียวกับพี่ลีย์... เยส!

ดิรัสยาอยากจะรู้ว่า ยายลูกสาวบริษัทที่เป็นลูกค้าย่อยยังจะมาเกาะแกะเขาอยู่หรือเปล่า ผู้หญิงพวกนี้มันเหลือเกินจริงๆ เห็นผู้ชายหล่อและรวยเป็นไม่ได้ ต้องทำท่าเป็นปลิงบิน ดีดตัวใส่ป๊าบแล้วเกาะปุ๊บติดหนึบทุกทีซิน่า คนอย่างพี่ลีย์จะทันผู้หญิงพวกนั้นได้ยังไงกัน ถ้าไม่มีน้องสาวที่น่ารักอย่างหล่อนคอยแอบจัดการให้ ป่านนี้พี่ลีย์ผู้หล่อเหลามิแต่งงานมีลูกยั้วเยี้ยเป็นทีมฟุตบอลไปแล้วเหรอ!

พรุ่งนี้จะได้เห็นกันว่าแผนการจัดการกับพวกนางแบบปลิงทะเลและสาวสวยเก๋นักธุรกิจที่ดิรัสยาได้จัดให้ไปแล้วนั้น จะได้ผลแค่ไหนอย่างไร...หวังว่ายายมอย เลขาพี่ชายจะไม่ทำแผนของหล่อนแตกไปเสียก่อนนะ นี่ยังไม่เห็นโทรมารายงานสถานการณ์ตั้งสามวันแล้ว!

*******

แล้วไรท์ก็ปั่นได้อีกหนึ่งตอน อารมณ์อยากอัป 555 เอาไปก่อนค่า กี่หน้าก็ช่างมันเนาะ 555


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว