facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ จุ๊บๆ : )

บทที่ 3 สถานะผู้ปกป้อง...

ชื่อตอน : บทที่ 3 สถานะผู้ปกป้อง...

คำค้น : กรุ่นกลิ่นสิเน่หา, กรุ่นกลิ่นไอริส, เผือกร้อนอ้อนรัก, เล่ห์ร้ายเพื่อนรัก, สยบรักพยศร้าย, ปราบรักรหัสร้อน, เอลยา, พรานร้ายพ่ายรัก, นิยายโรมานซ์, นิยายอีโรติก, นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่, พระเอกมาเฟีย, พระเอกเจ้าพ่อ, พระเอกแบดบอย, Bad Boy

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มี.ค. 2562 14:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 สถานะผู้ปกป้อง...
แบบอักษร

​ร่างสูงสง่าเอนตัวพิงไปกับพนักเก้าอี้ประจำตำแหน่ง หลังโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ ยกมือขึ้นกดระหว่างคิ้วแล้วหลับตาเพื่อพักสายตาครู่หนึ่งก่อนจะลืมขึ้นใหม่ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ในเมืองบอสตันแห่งนี้เป็นเฮดควอเตอร์ที่เป็นการเริ่มต้นของอาณาจักรแม็คเคนซี่ ก่อตั้งมานานเกินครึ่งศตวรรษโดยบรรพบุรุษของตระกูล

ลีย์นึกย้อนไปถึงอดีตว่าทำไมลูกผู้ชายสายเลือดอังกฤษ-รัสเซียอย่างเขาซึ่งไม่มีเลือดแม็คเคนซี่แม้แต่หยดเดียวจึงได้มานั่งในห้องนี้ และตำแหน่งนี้ได้

ด้วยวัยเพียงห้าขวบเมื่อเขาถูกรุมเร้าด้วยโรคร้ายอย่างที่เด็กวัยนั้นไม่ควรได้รับจากพระผู้เป็นเจ้า โรคลูคีเมียที่เด็กชายลีย์ได้ถ่ายทอดมาจากมารดาตอนท่านตั้งท้องเขา มารดาทำงานในรัสเซียตอนที่สารเคมีจากโรงงานที่ท่านทำอยู่รั่วไหลออกมาเกิดเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลกในเวลานั้น

มารดาซึ่งเป็นชาวอังกฤษจึงได้ตัดสินใจเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดโดยมีบิดาติดตามไปด้วย แต่ต่อมาเมื่อท่านคลอดลีย์ บิดาก็ห่างเหินและห่างหายโดยท่านมีเหตุผลส่วนตัวที่เวลานั้นเด็กชายลีย์วัยห้าขวบยังไม่เข้าใจ

เมื่อป่วยหนักเขาได้ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลที่บังเอิญ แซม แม็คเคนซี่ ได้ฝึกงานอยู่ที่นั่น ในช่วงเวลานั้นนายแพทย์แซม แพทย์หนุ่มผู้มีจิตใจเมตตาเอื้ออาทรต่อผู้คนได้รับเขาเข้าเป็นคนไข้ในความดูแล ทุ่มทั้งเงินและแรงกายแรงสมองทำการรักษาเขาจนหายจากโรคร้าย และทำทุกอย่างให้เขาเป็นเด็กที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่ให้โรคร้ายนั้นกลับมาโจมตีเขาได้อีก

ในระหว่างนั้นได้เกิดเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายขึ้น มีการลอบทำร้ายและมีคนหมายเอาชีวิตของลีย์กับมารดา นั่นทำให้แซม แม็คเคนซี่เข้ามาในชีวิตเขาอย่างเต็มตัว ท่านและทีมของสเตฟาน แม็คเคนซี่ผู้เป็นพี่ชายได้เข้าไปช่วยเหลือ กำจัดปัญหาเรื่องคนที่คิดทำร้ายเขา นั่นทำให้ได้ค้นพบว่าบิดาแท้ๆ ของลีย์มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกคนร้ายเหล่านั้น 

ลีย์จำภาพครั้งสุดท้ายของท่านได้แม่นยำติดอยู่ในส่วนลึกของความทรงจำวัยห้าขวบ บิดาชาวรัสเซียของเขาเป็นมือปืนที่ถูกจ้างวานให้ทำร้ายสเตฟาน แม็คเคนซี่ แต่ก็พลาดถูกยิงแล้วส่งมาที่โรงพยาบาลแห่งนี้ด้วยความบังเอิญ ทำให้ปมในอดีตของเขาที่ว่าบิดาหายไปไหนนั้นคลี่คลาย 

บิดาทำเพื่อเขากับแม่ ทำเพราะถูกบังคับและข่มขู่ สุดท้ายท่านกระโจนเข้ารับกระสุนที่กำลังพุ่งเข้าใส่ร่างของนายแพทย์แซมแทนจนถึงแก่ชีวิต แซม แม็คเคนซี่จึงขออุปการะเขาในฐานะบุตรบุญธรรมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา 

หลังจากแซม บิดาเลี้ยง และโซเฟีย มารดาเลี้ยง เรียนจบก็พาเขากลับมาอยู่บอสตันในฐานะลูกชายคนโต ให้การอบรมเลี้ยงดูด้วยความรักความเมตตาอย่างที่พ่อแม่จะให้ลูกชายคนหนึ่งได้ ลีย์ไม่มีวันที่จะลืมบุญคุณอันยิ่งใหญ่ของตระกูลแม็คเคนซี่ ชีวิตนี้ทั้งชีวิตก็ยกให้ได้อย่างไม่มีการลังเลแม้แต่วินาทีเดียว

เขาเรียกพวกท่านทั้งสองว่าคุณพ่อคุณแม่อย่างสนิทปากและสนิทใจ พวกท่านไม่เคยทำให้ลีย์รู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียงเด็กที่พวกท่านขอมาเลี้ยง ตรงกันข้าม ท่านทั้งสองกลับทุ่มเทให้เขาทุกอย่าง เท่าเทียมกับลูกในอกของพวกท่านเอง 

จงรักและภักดี... นั่นคือคติประจำใจของลีย์ที่มีต่อคนในครอบครัวแม็คเคนซี่

ห้องทำงานกว้างขวาง ตกแต่งด้วยโทนสีเทาควันบุหรี่กับเฟอร์นิเจอร์โทนขรึมเหมือนบุคลิกเจ้าของห้อง บนผนังฝั่งซ้ายขวาของห้อง ตกแต่งด้วยภาพเขียนฝีมือของเขาเอง รูปของทุกคนในครอบครัวแม็คเคนซี่ คุณปู่มิคาเอลกับคุณย่า ครอบครัวของแซม แม็คเคนซี่ และครอบครัวของสเตฟาน แม็คเคนซี่ ลีย์มีภาพของทุกคนไว้ในห้องนี้เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงตำแหน่งแห่งที่ของตัวเองและเตือนว่าทำไมเขาจึงมานั่งในห้องนี้ 

ลีย์ได้รับการฝึกให้ทำงานที่ตึกนี้โดยคุณปู่มิคาเอล ลีย์ติดท่านมาตั้งแต่ย้ายมาอยู่ในบ้านแม็คเคนซี่ สำหรับคุณปู่แล้ว ลีย์ถือเป็นหลานที่คุณปู่ให้ความเมตตามากคนหนึ่ง ในฐานะเป็นพี่ใหญ่เคียงคู่กับเจฟิโอ ลีย์ถูกฝึกเพื่อรับงานนี้โดยเฉพาะ เนื่องจากแซม บิดาเลี้ยงของเขาไม่ขอรับทุกตำแหน่ง บิดาถนัดงานโรงพยาบาลและถือเป็นงานหนักจนแทบไม่มีเวลาอยู่แล้ว 

เมื่อลีย์เรียนจบปริญญาโทด้านการบริหารและจัดการ คุณปู่ก็ได้เกษียณตัวเองอย่างสมบูรณ์ ยกทุกอย่างให้สเตฟาน แม็คเคนซี่ บุตรชายคนโตจัดการ แต่ท่านยังคงรับเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ให้ ลีย์มีอะไรก็ไปเรียนปรึกษาท่านเสมอที่บ้านชานเมืองบอสตันที่ท่านกับคุณย่าแจ็คคิวลีนพำนักอยู่

คุณลุงสเตฟานแต่งตั้งให้ลีย์รับตำแหน่งผู้ดูแลสาขาใหญ่แทนท่าน ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งและความเห็นของสเตฟาน แม็คเคนซี่อยู่แล้ว เพราะการตัดสินใจของท่านถือเป็นประกาศิต หากมองอายุแล้ว วัยยี่สิบห้าปีของลีย์ถือว่ายังเป็นเด็กอ่อนหัดมากสำหรับตำแหน่งใหญ่นี้ แต่หากมองว่าระยะเวลาตั้งแต่เขาเข้ามาฝึกงาน ถูกฝึกฝนเตรียมรับตำแหน่งสำคัญตั้งแต่อายุสิบห้าปี เริ่มตั้งแต่งานชั้นล่างสุดขึ้นมาจนถึงชั้นบน นับเวลาแล้วก็ถือว่าเขามีประสบการณ์ทำงานมาถึงสิบปีเลยทีเดียว

ลีย์มองดูนาฬิกา เวลาหกโมงเย็นแล้ว เมื่อตอนกลางวันพอดีเขาไปธุระแถวมหาวิทยาลัยที่จบมา เพื่อนสมัยเรียนคือโอลิเวีย โดโนวานจึงชวนเขาไปทานข้าวเที่ยง ลีย์นึกถึงยายเด็กซุ่มซ่ามเจ้าของดวงตาโตดวงหน้าสดใสตามวัย เจ้าหล่อนอยู่บ้านเป็นอย่างไร อยู่มหาวิทยาลัยก็ทำตัวไม่แตกต่างกัน ยังคงชอบทำอะไรเร็ว ทะเล่อทะล่าและไม่ดูตาม้าตาเรือเหมือนเคย นึกขึ้นได้ว่าเย็นนี้เขามีเรื่องจะอบรมเจ้าหล่อนเสียหน่อย

ลีย์รวบแฟ้มเอกสารที่ตรวจและเซ็นเสร็จแล้ววางซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบแลัวลุกขึ้นยืน อากาศข้างนอกมีฝนตก ความมืดครึ้มปกคลุมไปทั่ว

กริ๊ง-กริ๊ง

เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น ลีย์รีบหยิบมันขึ้นมา เห็นชื่อของคนที่เขานึกถึงโชว์หราอยู่ ชายหนุ่มกดรับทันที

"ว่าไง" เขาส่งเสียงไปตามสาย

"พี่ลีย์ ดิวติดฝน มารับหน่อย" 

เสียงเล็กคุ้นชินหูเอ่ยมาตามสาย ลีย์เลิกคิ้วแปลกใจ ดิรัสยาได้รับอนุญาตจากบิดาให้ขับรถไปเรียนได้ เพราะสาวน้อยสอบได้ใบขับขี่และพิสูจน์ให้ทางครอบครัวเห็นแล้วว่าขับรถระมัดระวังดี

"รถเราล่ะ" 

เขาถาม รถเก๋ง BMW สีดำใหม่เอี่ยมเปิดประทุนที่เจ้าหล่อนได้รับเป็นของขวัญวันเกิดจากบิดามารดา เจ้าตัวรักมันมาก ลีย์สังเกตว่าดิรัสยาเป็นผู้หญิงที่รักรถ รักและหวงมากด้วย ไม่ยอมให้ใครขับ ส่วนจัสมินก็มีรถเบนซ์ของตัวเอง ดูเหมือนเด็กสองคนนี้จะตกลงกันว่าวันไหนจะใช้รถของใคร

"ดิวไม่ได้ขับมา เมื่อเช้าให้คนขับรถมาส่ง ดิวมีประชุมที่คณะเพิ่งเลิกนี่แหละ แต่ถ้าพี่มาไม่ได้ดิวจะไปแท็กซี่" หล่อนตอบ

"เดี๋ยวพี่จะไปรับเอง รออยู่นั่นแหละ ห้ามออกมาตากฝน เข้าใจไหม" เขาสั่งเสร็จก็วางสายไป

ดิรัสยาเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า ไม่ได้บอกเขาว่าหล่อนเดินออกมาจากตึกได้ครึ่งทาง เกือบจะถึงหน้าประตูรั้วตอนที่ฝนมันเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา โชคดีที่ดูแอปพยากรณ์อากาศเมื่อคืนนี้ บอกว่าฝนจะตก ดิรัสยาเพิ่งล้างรถจนสะอาดเอี่ยมเรี่ยมเหมือนใหม่ จึงไม่อยากขับมันออกมาเปื้อนโคลน เมื่อเช้าจึงให้คนขับรถมาส่งแทน ขากลับก็คิดว่าจะโทรให้มารับอีก แต่ลองโทรไปหาพี่ชายดูก่อนเผื่อเขาจะเลิกงานพอดี 

ดิรัสยายกมือลูบผมที่เปียกลู่ติดศีรษะ เสื้อยืดสีขาวสวมทับด้วยแจ็คเก็ตสีน้ำตาลกับกางเกงยีนส์ตัวเก่ง รองเท้าบู๊ทสั้นเพียงข้อเท้า ดิรัสยายืนรออยู่ที่ใต้อาคารใกล้กับประตูทางออก รออยู่ครึ่งชั่วโมง รถเก๋งของลีย์ก็เลี้ยวเข้ามา ดิรัสยารีบวิ่งออกไปจากตัวอาคาร เขาเห็นก็รีบหยุดรถ ร่างสูงเปิดประตูลงมา ก้าวยาวมาหาพร้อมกับร่มในมือ เขากางให้ ดิรัสยารีบโอบแขนไปรอบเอวสอบทันทีเพราะร่มมันคันไม่ได้ใหญ่อะไรสำหรับคนสองคน เขาทำตัวแข็งนิดหนึ่ง ดิรัสยาเงยหน้าขึ้นยิ้มแฉ่งให้

"บอกว่าห้ามออกมาจากตัวตึกทำไมไม่เชื่อ" เสียงเข้มเอ่ยดุทันที เขาดึงประตูด้านผู้โดยสารออกให้ก้าวขึ้นไปนั่ง

"ดิวเดินมาได้ครึ่งทางจู่ๆ มันก็ตกลงมาไม่ทันวิ่งเข้าในตัวตึก" 

หญิงสาวเอ่ยบอกเหตุผล ลีย์เอื้อมมือไปเบาะหลังหยิบผ้าเช็ดตัวที่เตรียมไว้มาส่งให้ เพราะเดาจากนิสัยของเจ้าหล่อนไว้ล่วงหน้าแล้ว ว่าอาจจะจำเป็นต้องใช้มัน

"เช็ดผมเช็ดตัวซะ ถอดแจ็คเก็ตออกแล้วใส่สูทพี่แทน" 

เขาสั่งต่อ สูทของเขาแขวนตรงเบาะบนศีรษะของดิรัสยา หญิงสาวรีบถอดเสื้อแจ็คเก็ตออก เสื้อยืดสีขาวเปียกด้วย นั่นเป็นเพราะดิรัสยาไม่ได้สวมเสื้อแจ็คเก็ตหนังในทีแรก หล่อนเพียงแต่หอบมันไว้ในมือ พอฝนตกก็รีบวิ่งฝ่าฝนเข้าไปในอาคารแล้วถึงนึกขึ้นได้ก็รีบสวมมันทับไปบนเสื้อยืด

"อุย...เสื้อตัวในก็เปียกด้วย" หล่อนเอ่ยพึมพำ ใช้ผ้าเช็ดตัวเช็ดหน้าและผม

ลีย์ชำเลืองมองร่างเล็กที่ถอดเสื้อแจ็คเก็ตออกเหลือเพียงเสื้อยืดสีขาว มันเปียกแนบไปกับตัว เนื้อผ้าค่อนข้างบางทำให้เห็นทรวงอกรำไร

"ถอดออกด้วย เดี๋ยวจะไม่สบาย" 

เขาเอ่ยบอกเสียงเรียบ ยังคงไม่เคลื่อนรถออก ดิรัสยาจึงเอาผ้าเช็ดตัวคลุ่มร่างแล้วทำตัวขยุกขยิกเพื่อดึงเสื้อออกทีละแขนแล้วดึงออกทางศีรษะ เห็นคนขับเบือนหน้าออกไปนอกรถไม่มอง หญิงสาวรีบเช็ดตัวอย่างลวกแล้วคว้าเสื้อสูทของเขามาสวมดึงผ้าเช็ดตัวมาเช็ดผมต่อ

"เสร็จแล้วค่ะ" 

เสียงแจ่มใสเอ่ยบอก ลีย์หันมามอง ร่างบางยิ่งดูบางเข้าไปอีกเมื่อสวมเสื้อสูทตัวโคร่งของเขา ใบหน้านวลใสยิ้มแก้มปลั่ง ทำตาวิบวาวเหมือนเด็กน้อยช่างประจบ ลีย์ขับเคลื่อนรถออกไปจากรั้วมหาวิทยาลัย

"กินข้าวกลางวันอร่อยไหม" 

เสียงทุ้มเอ่ยถามท่ามกลางความเงียบ ดิรัสยาปรือตาขึ้น กำลังจะเผลอหลับแล้วเชียว เขาขับรถนุ่มนวลตามลักษณะของเขา บวกกับอากาศฝนตกพรำน่านอนเป็นที่สุด

"อืม...อร่อยค่ะ พี่ชายล่ะกินข้าวกับคนสวยคงจะอร่อยพิลึก...ใช่เปล่า" หล่อนตอบพร้อมกับย้อนถามเขา ตามนโยบายประจำใจว่า ไม่ยอมให้ใครโจมตีแต่เพียงฝ่ายเดียว ลูกสาวของสเตฟาน แม็คเคนซี่นะ 

ดิรัสยาจ้องมองเสี้ยวหน้าคมสันของคนที่ทำหน้าที่ขับรถ ปลายผมนุ่มของเขาม้วนขดเป็นวงระปกเสื้อเชิ้ต หล่อไม่เกรงใจใครจริงๆ พี่ชายคนนี้ของดิรัสยา ส่วนเจฟิโอ พี่ชายคนโตนั้น หล่อร้ายกาจแบบน่ากลัวแทนสาวๆ ที่เห็นเขาแล้วต้องติดกับดักแห่งเสน่ห์อันเหลือเฟือนั้น สำหรับดิเอโก้ พี่ชายคนรองวัยยี่สิบสองปีที่อยู่อังกฤษนั้น ก็หล่อไปอีกแบบ ดิรัสยาไม่แน่ใจว่าดิเอโก้เวลานี้ลักษณะนิสัยตอนโตเป็นหนุ่มจะเอนเอียงไปทางไหน ทางเจฟิโอหรือทางลีย์

"ใครสอนให้ย้อนผู้ใหญ่หือ ตกลงใครเป็นแฟนเรา จำได้ไหมที่เคยรับปากพี่เอาไว้" 

เขาเอ่ยเข้าเรื่องที่ต้องการพูดกับหล่อน

"อ๋อ...เอิ่ม...โดม...ชื่อโดม" หล่อนนึกถึงเพื่อนชายคนสนิทแล้วยืมชื่อเอ่ยออกไป ลีย์หันมามอง

"แฟนยังมีไม่ได้ คบหาเป็นเพื่อนกันไปก่อน เรียนจบแล้วค่อยว่ากัน" 

เขาเอ่ยประโยคที่เคยพูดกับหล่อนไปแล้ว ดิรัสยานิ่งฟัง รู้สึกถึงความเคร่งในน้ำเสียง เขามีหน้าที่คอยกำกับดูแลให้แน่ใจว่าหล่อนจะเรียนจบด้วยดี ดิรัสยานึกรู้ถึงความรู้สึกรับผิดชอบที่เขาถือเป็นหน้าที่อย่างจริงจังในการดูแลหล่อน จัสมินและซารีน่า

"รู้แล้วน่า พี่อย่าพูดบ่อย มีแฟนเป็นอาจารย์สอนจิตวิทยาทำไมไม่รู้ว่า การพูดย้ำ คอยห้ามเด็กบ่อยๆ ซ้ำๆ น่ะ มันอาจจะทำให้เขาเกิดสนใจขึ้นมาว่าทำไมถึงห้าม และอาจจะอยากลองดูแทนการเชื่อฟังก็ได้ พี่ไม่เคยได้ยินเหรอที่เขาว่า ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุน่ะ" 

ดิรัสยาเอ่ยยอกย้อนคนช่างสอน ลีย์หันมามอง เจ้าเด็กนี่เถียงคำไม่เคยตกฟาก ตอนนี้หล่อนอายุสิบเก้าและอยู่ปีสามแล้ว เรียนจบก็อายุยี่สิบเอ็ดปี จากนั้นก็ถือว่าโต เขาจะไม่พูดอะไรมากอีก แต่ตอนนี้ต้องดูแลอย่างดีจนกว่าหล่อนจะจบ

"สรุปว่ายังไง..." เขาเอ่ยถามสั้นๆ ดิรัสยาทำเสียงพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ เหมือนรำคาญ

"สรุปว่าโดมเป็นเพื่อนชายคนสนิท...จนกว่าจะเรียนจบ...โอเค้?" 

หล่อนตอบเสียงรำคาญทำหน้างอ กอดอกมองไปนอกหน้าต่าง ลีย์ปรายตามองแล้วก็ไม่พูดอะไรออกมาอีก รถแล่นเข้ามาจอดที่โรงจอดรถของคฤหาสน์แม็คเคนซี่ ดิรัสยเปิดประตูลงมาพร้อมกับหอบเสื้อ ผ้าเช็ดตัวและกระเป๋าสัมภาระ ลีย์ก้าวลงแล้วปิดประตูกดรีโมทล็อกรถ ทางเดินมีหลังคาคลุมไปจนถึงตัวตึกจึงไม่ต้องอาศัยร่ม ลีย์ก้าวมาเดินเคียงข้าง เอื้อมมือไปดึงผ้าเช็ดตัวมาถือให้

ทั้งสองขึ้นบันไดวนเพื่อสู่ชั้นสองของตึก ดิรัสยาวิ่งนำหน้าเขาขึ้นไปนิดหนึ่ง

"รีบเข้าห้อง อาบน้ำอุ่นทันทีนะ สระผมด้วย" เขาเอ่ยสั่งกำชับเหมือนหล่อนเป็นเด็ก

สาวน้อยก้าวไปถึงชั้นบนสุดพอดี ชะงักเท้าแล้วหันหน้ามาเผชิญคนที่เหยียบบันไดขั้นต่ำลงไปขั้นหนึ่ง ใบหน้าจึงประจัญกันในระยะใกล้ ดิรัสยายังคงเตี้ยกว่าเขาแม้จะยืนเหนือไปขั้นหนึ่งแบบนี้ 

ดิรัสยาเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมคาย เขาทำท่าจะผงะตก ทำให้หญิงสาวรีบเอื้อมมือไปกอดร่างสูงเอาไว้ แขนล่ำรีบกอดตอบเพราะกลัวจะดึงให้ดิรัสยาเสียหลักตกไปด้วย ลีย์รีบกดเท้ายืนตั้งหลักมั่น ในอ้อมแขนมีร่างเล็กบางแนบซุกอกอยู่ แขนเล็กรัดร่างเขาแน่น 

กลิ่นจากผิวเปล่งปลั่งที่ถูกสายฝนชะโลมไล้ กลิ่นหอมเหมือนดอกไม้ยามแรกผลิในฤดูสปริง ลีย์ก้มมองใบหน้าเล็กที่เงยมองเขา เจ้าหล่อนทำตาโตตกใจที่คิดว่าเขาจะตกบันได ท่าที่หล่อนกอดเขาเอาไว้อย่างปกป้องนั้น ทำให้ลีย์จุดยิ้มออกมานิดหนึ่ง

"ไปอาบน้ำซะ แล้วลงไปกินข้าว พี่จะรอที่ห้องอาหาร" 

เขาเอ่ยแล้วปล่อยร่างบาง หล่อนยังคงโอบรอบเอวเขาอยู่ ลีย์เลิกคิ้วมอง

"ขึ้นมาก่อน ดิวกลัวพี่ตก" 

หล่อนเอ่ยดึงตัวเขาให้ก้าวขึ้นไปอีกขั้น เขาก้าวขึ้นแล้วเจ้าหล่อนก็ยังไม่ยอมปล่อย มือเล็กลูบหลังเขาเบาๆ เหมือนปลอบเด็ก ทั้งที่คนที่ตกใจน่าจะเป็นตัวเองนั่นแหละ

"ดิวขอโทษ อย่าตกใจนะ" หล่อนเอ่ย ลีย์ซ่อนยิ้มแกะแขนเรียวออกจากเอวของเขา

"บอกว่าให้รีบไปอาบน้ำไง คืนนี้ต้องดูว่าจะเป็นหวัดหรือจับไข้หรือเปล่า อาจจะต้องกินยากันเอาไว้ แต่ถ้ารีบอาบน้ำตอนนี้ก็อาจจะไม่เป็น" 

เสียงทุ้มเอ่ย เอามือล้วงกระเป๋า ดิรัสยาพยักหน้าหงึกๆ ทันที คำว่ากินยาทำให้หล่อนรีบเห็นด้วย หญิงสาวถอดเสื้อสูทส่งมาให้ซะอย่างนั้น ลีย์กระพริบตากับภาพร่างบางที่เกือบเปลือยท่อนบน มีเพียงเสื้อบราเซียร์สีขาวห่อหุ้มทรวงอกอยู่ เขารีบจับเสื้อสูทโปะไปบนร่างบางอีกครั้งทันที

"เด็กบ้า... เข้าห้องไปเดี๋ยวนี้ ไปอาบน้ำด่วนที่สุด ส่วนเสื้อค่อยเอามาคืนให้พี่ทีหลัง" 

เขาเอ่ยแล้วไม่รอให้หล่อนเข้าห้องก่อน ร่างสูงก้าวยาวไปตามทางเดินสู่ห้องของเขาที่อยู่สุดระเบียงทันที ดิรัสยาเอียงคอมองตามหลังเขาอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะยักไหล่แล้วรีบวิ่งเข้าห้องเพราะไม่ต้องการเป็นหวัดแล้วจะต้องกินยา หล่อนเกลียดการกินและการฉีดยาเป็นที่สุด

**********************************

เอาไปอีกหนึ่งตอนค่า ไม่พูดมาก...ง่วงจริงๆ ค่ะ ตอนนี้เที่ยงคืนครึ่งพอดี ม้วฟๆๆๆ


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว