สถานะ : กลับมาเขียนต่อหลังจากอู้เพราะโควิดไปนานนม ตอนต่อไป : ตอนที่38-?? รีไรท์ยังไม่มีในเร็ววันนี้ขอให้อดทนไปก่อน เพราะใจไรท์อยู่กับตอนใหม่มากกว่าตอนเก่า

ตอนที่22 จอมมารอูรานอส

ชื่อตอน : ตอนที่22 จอมมารอูรานอส

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 413

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2561 00:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่22 จอมมารอูรานอส
แบบอักษร

เดี๋ยวตอนพิเศษตอนต่อไปคงเป็นช่วงสุดท้าย คงจะมีสักสามตอนแต่ตอนนี้หัวมันโล่งๆเลยอาจจะแต่งตอนปกติไปก่อน

สำหรับคนที่รอตอนพิเศษ หรืออาจจะไม่รอ แต่เราอยากจะบอกไว้ว่า...ไม่นานหรอก เดี๋ยวคุโระช่วงม.4จะกลับมา!!!

ปล.ก่อนหน้านี้จำไม่ได้ว่าประวัติคุโระอยู่กับฮานะตั้งแต่อายุเท่าไร เพราะดันไปเขียนบทให้ฮานะย้อนกลับมาโลกเดิมพร้อมกับความจำเสื่อมบางส่วน ในช่วงที่คุโระอายุ8ปีนี่สิ...ป.1พอดีเลย(คุโระเข้าเรียนช้ากว่าคนปกติตามมาตรฐาน)

เอาเป็นว่า คุโระไปอยู่กับฮานะช่วงอายุ8ปีนะ! ขี้เกียจย้อนอ่านโว้ย!!!

#อ้าว ไหงฉันสปอยล์ไปแบบนั้นฟระ!?



ผ่านไปไม่นาน ไม่สิ อันที่จริงก็ต้องบอกว่าหลังจากที่เจอยัยมิยุก็ผ่านไปคืนนึง ในที่สุดผมก็มาเถอะ

ด้วยความเร็วขนาดนี้ยังมาช้าถึงขั้นต้องผ่านไปหนึ่งคืน แบบนี้ดูท่าจะเป็นปัญหาแล้วสิ ...แต่จริงๆผลมันมาจากสัตว์อสูรที่เจอระหว่างทางต่างหาก ก็สมแล้วที่แถวนี้มันจะอันตราย

แถมต่อให้ไม่จำเป็นต้องนอน พอมาถึงช่วงกลางคืนสุดท้ายพวกเราก็ยืนยันว่าจะพักกันทำให้ล่าช้าไปสักเล็กน้อยล่ะนะ

เบลเฟกอร์ ...ไม่รู้หรอกนะว่าทุกคนคิดยังไงแต่สำหรับผม ไอ้เบลเฟกอร์ที่ว่านั่นตอนนี้ ที่มันอยู่ตรงหน้านี้ มีรูปร่างเหมือนกับมนุษย์ผสมแรดที่มีขนของหมีควายเต็มตัวซะมากกว่า นอก็มีมากกว่าสอง ร่างกายใหญ่โต​ แถมเหมือนจะมีดวงตามากกว่าสองคู่ซะด้วย

เบลเฟกอร์หรือตัวอะไรกันแน่เริ่มจะไม่แน่ใจแล้วนะ

"ยังน่าเกลียดเหมือนเดิมไม่มีผิดเลยนะ บาปแห่งความเกียจคร้านเนี่ย"

*z...z...z...Z...Z*

...สมกับเป็นบาปแห่งความขี้เกียจเลยนะ หลับลึกน่าดูเลย

ตรงนี้จะปล่อยให้ฮินะจัดการจะไหวรึเปล่าเนี่ย? ถ้าช่วยๆกันก็พอจะจัดการได้อยู่หรอกนะ...

"ทำหน้าเหมือนกับจะไม่เชื่อใจเราเลยนะ เห็นแบบนี้แต่เราแข็งแกร่งกว่าเดิมขึ้นตั้งเยอะ ไม่ต้องห่วง เราจัดการได้"

"...ถ้างั้นก็ฝากด้วยละกันนะ"

"โอเค!"

ฮินะพูดแบบนั้นผมเองก็ปฏิเสธไม่ได้ เธอในตอนนี้ไม่ใช่แค่อัจฉริยะ แต่เป็นผู้กล้าผู้ได้รับพรจากพระเจ้า ...ผมเชื่ออย่างสนิทใจว่าเธอต้องจัดการได้

ส่วนหน้าที่ของผม ในตอนนี้คงเป็นการไปตรวจเช็คเมืองเอลฟ์ที่อยู่ใกล้ๆนี้สินะ?

"ฝากดูแลฮินะด้วยล่ะ"

"จะไปไหนเหรอคะท่านราชา?"

"เมืองของเอลฟ์น่ะ"

ช่องแคบภูเขานี่ถึงจะดูเหมือนใหญ่ แต่ถ้าให้พูดก็คืออยู่ด้านล่างของป่าขนาดใหญ่ที่ไกลห่างจากตัวเมืองล่ะนะ และถ้าเกิดการต่อสู้ขึ้น ยังไงเมืองของเอลฟ์ที่อยู่ใกล้ๆก็ต้องรับรู้ถึงพื้นดินที่สั่นสะเทือนแน่ๆ

"ชั้นจะรีบไปรีบมา"

ผมพูดทิ้งท้ายแล้ววิ่งออกไป ถ้าไปตามเส้นทางนี้จะเจอกับเส้นทางถนนภายในป่า ...ถึงว่าทำไมมันถึงได้มีเอลฟ์จำนวนน้อยในเมืองของฝั่งมนุษย์ ก็เล่นอยู่กันซะไกลขนาดนี้เลยเนี่ยนะ

*ครืดดดดดดดด*

เริ่มแล้วสินะ ผมรีบวิ่งออกไปอีก ไปให้เร็วที่สุด อย่างน้อยๆก็รู้สึกไม่ดีกับเมืองของเอลฟ์

ใช่ สาเหตุที่ผมจะไปที่เมืองของเอลฟ์นั่นก็เพราะผมรู้สึกแปลกๆกับเอลฟ์ พวกนั้นน่าจะรู้อยู่แล้วนะว่ามีสัตว์ประหลาดขนาดมหึมาอยู่ใต้ช่องแคบของภูเขาภายในป่านี้น่ะ

...ถ้ายัยเอลฟ์ร่านนั่นรู้จริงๆแล้วล่ะก็ ทางนี้ต้องไปสูบข้อมูลมาให้ได้เลย

ไม่นานผมก็มาถึงถนนภายในป่า มันค่อนข้างเก่าราวกับไม่เคยถูกใช้มาก่อน แต่ก็ต้องยอมรับว่าสวยงามมากๆ แม้จะมีมอสกับเถาวัลพันกันไปทั่วก็ตามที

แต่พอเห็นแบบนี้แล้ว ผมรู้สึกทะแม่งๆแบบแปลกๆ ต้องเร่งความเร็วอีกสินะ?

เท้าที่เหยียบพื้นเคลื่อนไหว ร่างกายพุ่งไปข้าวหน้าตามเส้นทางด้วยความเร็วสูง เพียงแค่เสียงของลมพัดผ่านแมกไม้ใบหญ้า ผมก็อยู่ตรงเบื้องหน้าของประตูเมืองแล้ว

มืด...มันมืดจนเกินไป เมืองถูกปิด แสงไฟสลัวๆภายในเมืองนั่นเป็นวัฒนธรรมของเอลฟ์? ผมตัดสินใจที่จะลอบเข้าไปภายในเมือง

"ย...หยุดนะ!!"

"ว่าไงนะนังโสเภณีชั้นสูง? แกชอบเรื่องแบบนี้ไม่ใช่รึไง!?!!"

"ย...หยุดที ข..ข้าขอร้อง..."

"ก๊ากฮ่าฮ่าฮ่า โอดครวญเข้าไป!! ข้าได้ทำการยึดอำนาจของแกทั้งหมดแล้ว เอลฟ์เพศหญิงจะถูกพวกข้าใช้ในการบำเรอ เหมือนกับที่เจ้าโดนไปยังไงล่ะ!!!"

พึ่งเจอกันไปเมื่อวาน วันนี้ก็เกิดเรื่องขึ้นซะแล้วเหรอ? ...ว่าแต่กลับมาถึงเมืองเร็วดีจริงๆ

ส่วนเรื่องเมื่อกี้ โดนทรยศแล้วสินะ? แต่การทำแบบนั้นก็ไม่ใช่หน้าที่อะไรของผมที่ต้องไปช่วยอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องของผมสักนิด

"เป็นอะไรไป!!! ร่องของแกมันไม่ร่านเหมือนแต่ก่อนแล้วรึไง!!!"

"ย...หยุดที..."

"คิดว่าข้าเป็นเจ้าหนุ่มหน้านิ่งที่อ่อนแอนั่นก็ได้นะ! แต่ใครมันจะมารักคนที่แปปเปื้อนโสมมอย่างกันล่ะหา!!!?"

"อึ่ก! ย...อย่ามาพูดบ้าๆ...อึ่ก !!!"

........ให้ตายสิ ผมไปติดนิสัยของความเป็นคนเจ้าชู้นี่มาจากไหนกันเนี่ย

"จะต้องมีอีกกี่คนถึงจะพอใจกันนะ ...แต่ช่างเถอะค่ะ หนูอยากให้พี่คุโระได้รับความรักจากทุกคน และอยากให้พี่คุโระรักทุกคนเหมือนกับหนูและคนอื่นๆด้วยนะคะ!"

"นั่นสินะ นั่นแหละถึงจะเป็นคุโระของฉัน"

​...ถ้าเอวากับนิลล่าพูดอย่างงั้นล่ะก็ ...นี่ก็สมกับเป็นตัวชั้นล่ะนะ

นั่นแหละ นั่นแหละ! แกคือปีศาจผู้กลืนกินทุกอย่าง จงเป็นปีศาจแห่งความโลภ แล้วยึดครองทุกสิ่งไว้ในกำมือซะ!

​ผมเลือกที่จะไม่แอบบุกเข้าไปอย่างลับๆ แต่ตอนนี้ผมจะบุกเข้าไปซึ่งๆหน้า แล้วทำลายมันซะให้หมด

เอลฟ์อาจจะลดน้อยลง แต่คนเลวจะต้องหายไปจนหมด เธอบอกเองนะฮินะ ว่าผมต้องช่วยเหลือคนอื่นน่ะ งั้นผมก็จะฆ่าให้หมด ต่อให้เอลฟ์ผู้ชายจะหายไปจนหมดสิ้น ยังไงเอลฟ์ก็ยังเกิดมาได้จากการผสมพันธุ์ระหว่างเอลฟ์และมนุษย์หรืออมนุษย์อื่นอยู่แล้วนี่นะ

เพราะงั้นชั้นจะล้างบางมันให้หมด จะไม่ให้มันมาขวางหูขวางตาชั้นอีกแล้ว

*ตูม!!!*

ด้วยความยโส ผมถีบประตูเมืองปลิวออกไปด้วยความรุนแรง ร่างกายของผมถูกความมืดครอบงำ ร่างมารสยบทุกความกล้าและยัดเยียดความกลัวให้กับเหล่าอมนุษย์

"ค...ใครกัน!?"

"ชั้นไม่มีธุระกับเศษสวะอย่างพวกแก"

ไม่จำเป็นต้องให้เอวาแปดเปื้อนเลยแม้แต่น้อย ดาบที่สร้างจากความมืดของผมคงเพียงพอที่จะฆ่าพวกมัน

คมดาบวาดผ่านเป็นคลื่นทรงจันทร์พัดผ่านร่างกายของพวกชั่วทั้งร้ายให้กลายเป็นสองส่วน พวกที่กำลังจะหนีก็ถูกความมืดที่ผมควบคุมแทงเข้าที่อกราวกับหนามแหลม ตอนนี้เหลือแค่ไม่กี่คนที่คิดจะสู้

แต่ใช่ว่าคนที่ยอมแพ้ผมจะปปล่อยมันไป ผมฆ่าทุกคนที่ยอมแพ้จนทำให้พวกมันโกรธ

"แก!!! แกเป็นใคร!!? ทำไมถึงต้องมาฆ่าพวกข้าด้วย!? แกต้องการอะไรกันแน่!!?"

"ชั้นแค่แวะมาหาคนคนนึง และกำลังกำจัดเศษสวะที่ไร้ประโยชน์ต่อโลกอยู่น่ะสิ แน่นอนว่าเศษสวะทั้งหลายก็คือแก"

"แก!!! ข้าจะฆ่าแก!!!"

ผมสะบัดข้อมือ ปัดเป่าทุกชีวิตที่เข้ามาให้ปลิวไปแล้วใช้คลื่นดาบผ่าร่างของมัน เอลฟ์หลายคนหวาดกลัว แต่หลายคนก็กลับมองว่าผมเป็นผู้ช่วยชีวิต

นั่นก็เพราะผู้ชายทุกคนมันต้องการแค่ให้พวกผู้หญิงบำเรอกามเท่านั้น พวกที่กลัวคือพวกผู้ชายที่ไม่ออกมาสู้แล้วรอให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ไอ้สวะนั่นต้องการ ยังไงก็ไม่มีผลเสียอะไรอยู่แล้ว

แต่พวกนี้น่ะมันน่าฆ่าทิ้งให้หมดจริงๆ ผมคิดแบบนั้นแล้วลงมือจู่โจม แต่

"ย...หยุดเถอะค่ะท่านคุโระ พวกเขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วย ....ปล่อยพวกเขาไปเถอะค่ะ"

ยัยนี่รู้งั้นเหรอว่าผมคือใคร? บางทียัยนี่อาจจะไม่ใช่แค่ยัยบ้าสินะ

ผมปลดร่างมารของตัวเองทิ้งแล้วหันไปพูดกับยัยรูรูก้าที่แม้แต่จะเดินก็ยังทำไม่ไหว หญิงสาวที่หามตัวรูรูก้ามานั้นมีสายตาที่ค่อนข้างดีและแน่วแน่ บางทียัยนี่ก็อาจจะแค่หลงผิดและโง่เฉยๆ

"ต่อให้ไม่ผิดอะไร แต่พวกมันที่ไม่กล้าจะแม้แต่ออกมาปกป้องพวกเธอก็สมควรตายอยู่ดี"

"ถ้าปกป้องไม่ได้ก็ไม่ต้องปกป้อง สู้ไม่ได้ก็ไม่ต้องสู้ นั่นแหละค่ะคือเอลฟ์ พวกเราน่ะ ไม่มีใครอยากตายหรอกค่ะ คนพวกนี้น่ะ ก็แค่คนที่ไม่มีทางสู้ ได้แต่ก้มหน้าเจ็บใจเท่านั้นแหละค่ะ"

ยัยนี่...ขอถอนความคิดที่เคยว่ายัยนี่เป็นคนไม่ดีออกขากหัวไปเลย ก็แค่บ้า และงี่เง่าเท่านั้นแหละ

"เธอนี่มันน่าสนใจจริงๆ ...เฮ้ย พวกแกน่ะ ชั้นไม่ได้เป็นคนดีอะไรนักหรอกนะ การที่ชั้นมาที่นี่ก็เหมือนกับจะมายึดเมืองของพวกแกนั่นแหละนะ แต่ถ้าพวกแกให้ของแลกเปลี่ยนชั้นก็จะปล่อยมันไป"

"ม...หมายความว่ายังไงของนายน่ะ!?"

"ก็หมายความว่าชั้นกำลังขออะไรบางอย่างตอบแทนเพื่อแลกกับเมืองและอิสรภาพของพวกแกทุกคนไง ว่าไง? มีอะไรจะเสนอไหมล่ะ?"

ยัยเอลฟ์ผมสั้นที่เป็นหนึ่งในคนหามยัยรูรูก้ามาเป็นคนถามและกัดฟันกรอดกับคำพูดของชั้น แต่ว่ามันเป็นความจริงที่ผมไม่ได้มาช่วยเปล่า ส่วนของที่ต้องการก็มีอยู่อย่างเดียว

ถ้าต่อต้านก็จะตาย นั่นคือสิ่งที่ทุกคนคิด ผมแข็งแกร่งมากพอที่พวกแข็งแกร่งของพวกเอลฟ์จะไม่สามารถต่อต้านผมได้ เพราะฉะนั้นคนพวกนี้ย่อมหวาดกลัว

"..ฉันเอง"

"หือ?"

"ฉันบอกว่าฉันจะเป็นคนบำเรอนายเอง! เพราะฉะนั้นปล่อยทุกคนไปซะ!"

"เธอ..."

ยัยนี่บ้าไปแล้วแน่ๆ ชั้นส่ายหน้าไปมาแล้วเดินไปตรงหน้าเธอ แล้วจ้องตาของเธอซึ่งมันหนักแน่นมากๆ

"ขอยอมรับว่าเธอมันใจกล้าและเป็นคนดีจริงๆ แต่ชั้นไม่ต้องการเธอ ชั้นมีสิ่งที่ต้องการแล้ว"

"น...นายหมายความว่ายังไง?"

"ชั้นไม่ต้องการเธอ ส่งยัยนั่นมาซะ"

ผมชี้ไปที่ยัยรูรูก้า แต่เพราะแบบนั้นยัยเอลฟ์ผมสั้นจึงเข้ามาบังให้ พร้อมกับแสดงตนเป็นศัตรู ต่างจากเมื่อกี้

"กล้ามากนะที่มาขวางชั้นเนี่ย"

"ฉันจะไม่ทำเป็นไม่เห็นอีกต่อไปแล้ว นายจะไม่ได้แตะต้องตัวเธอ ต่อให้ฉันตายฉันก็ไม่สน!"

"เหอะ เอาเถอะ ...รูรูก้า ชั้นจะให้เธอมาอยู่กับชั้น ถ้าเธอต้องการล่ะก็ตอบชั้นมาซะ"

"..."

ยัยรูรูก้าก้มหน้าลง แต่ผมเห็นว่ายัยนีี่กำลังกัดริมฝีปากอย่างเจ็บปวดใจอยู่ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ยังทำตัวสมกับเป็นราชินีผู้ผเด็จการอยู่เลยแท้ๆ

"ตอบชั้นสิรูรูก้า เธอต้องการตัวชั้นไม่ใช่เหรอ?"

"...ไม่ได้หรอกค่ะ ข้าไม่เหมาะที่จะอยู่กับท่านหรอกนะคะ"

เธอร้องไห้งั้นเหรอ?

"ข้าแปดเปื้อนมากเกินกว่าที่จะมอบร่างกายนี้ให้ ต่อให้ไม่ใช่ข้าก็ไม่อยากจะทำให้ท่านแปดเปื้อนเหมือนกับข้าหรอกนะคะ"

"เหอะ ไร้สาระ ใครตัดสินใจกันว่าเธอเหมาะกับชั้นหรือไม่น่ะ? คิดว่าชั้นจะสนใจเรื่องพรรณ์นั้นเหรอ?"

"ท่าน..."

"เธอจะต้องเป็นของชั้น เรื่องนั้นมันถูกกำหนดไว้แล้ว จะแปดเปื้อนสกปรกแค่ไหนชั้นไม่สน ชั้นจะทำให้เธอลืมความเลวร้ายนั่นด้วยการไถ่บาปกับชั้นซะ ชั้นไม่มีทางปล่อยให้เธอปฏิเสธชั้นหรอกนะ"

เวทย์ชนิดนึงคงใช้กับเธอได้ อย่างเช่นเวทย์ทำความสะอาดและชำระล้าง ทำความสะอาดกับชำระล้างมันต่างกันเพียงแค่เล็กน้อยล่ะนะ แต่ก็ระบุไม่ได้หรอกว่าแตกต่างกันยังไง

ร่างกายของเธอตอนนี้ถูกชำระล้างทำให้สะอาดขึ้นก็ดูมีผิวที่ผ่องใส หน้าตาก็ดูไม่โทรมเหมือนก่อนหน้านี้ด้วย ผมเพิ่มการรักษาไปที่ริมฝีปากของเธอแล้วเดินเข้าไปใกลบ้

ผมดันยัยเอลฟ์ผมสั้นนั่นทิ้งแล้วเข้าไปดึงตัวของรูรูก้าขึ้นมา

"จากนี้ไป เธอจะเป็นของของชั้น ทำงานให้สมกับที่ชั้นไว้ใจเธอด้วยล่ะ"

"....ฮึก...ค่ะ!"

"...ถ้างั้นบุรุษทมิฬเอ๋ย พวกฉันขอฝากหัวหน้าที่ถึงจะดูพึ่งพาไม่ได้คนนี้ด้วยนะ"

ยัยผมสั้นมองหน้ารูรูก้าพักนึงแล้วบอกกับชั้นแบบนั้น ทางนี้ก็ไม่ตอบอะไรแล้วหยิบเสื้อผ้าของผมออกมาให้เธอใส่ มันไม่มีชั้นในอาจจะลำบากหน่อยแต่ไม่น่าจะมีปัญหา

"ชั้นจะพาเธอไปจากที่นี่ อาจจะไม่ได้เจอยัยพวกนั้นอีกนะ"

"...ถ้---"

"ไปเถอะค่ะท่านรูรูก้า พวกเราได้รับความช่วยเหลือมามากพอแล้ว ทางนี้เองก็อยากให้ท่านได้พบกับความสุขบ้าง พวกเราจะดูแลตัวเอง...แต่ถ้าหากว่ามีโอกาสอีกสักครั้ง ขอให้พวกเราได้พบกับทายาทของท่านด้วยนะคะ"

"...หนูเองก็ไม่มีอะไรจะเถียงหรอกค่ะ แต่หนูจะทำให้ดีที่สุด ไม่ให้พี่รูรูก้าผิดหวังแน่นอนค่ะ"

"ริริก้า..."

ยัยนี่มีน้องสาวด้วยงั้นเหรอ?

"ฝากพี่ด้วยนะคะ เพราะมีอะไรเกิดขึ้นฉันเลยห่างเหินจากพี่บ้าง แต่พี่ก็ยังคงคาดหวังในตัวของฉัน ฉันจะปกป้องเมืองนี้กับทุกคน และฉันเองก็อยากจะให้ท่านพี่มีความสุข...ที่แตกต่างจากความเจ็บปวดของฉันน่ะค่ะ"

"ไม่ใช่หรอก! ข้าไม่เคยได้ขอโทษเจ้าเลยสักครั้งริริก้า! ข้าที่เมินเฉยต่อเหตุการณ์นั้นทำให้เจ้าเจ็บปวดมามาก ข้าเองก็อยากให้เจ้ามีความสุข ไม่ใช่ว่าข้าคาดหวังจากเจ้าแต่เป็นเพราะข้ารักเจ้าในฐานะของพี่สาวคนนึงต่างหาก!"

"ถ้าจะทะเลาะกันจะให้ชั้นนั่งรอก็ได้อยู่หรอกนะ แต่อย่าดิ้นไปมาสิ"

ผมตักเตือน ยัยรูรูก้าก็นิ่งแล้วเงียบลงในทันที

"ทางนี้ไม่รู้หรอกนะว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเธอ แต่ถ้าจะพูดอะไรก็ไม่ต้องยืดเยื้อหรอกน่า"

"........พี่ขอโทษนะริริก้า ...แล้วก็ขอฝากทุกคนด้วย"

"ครั้งหน้าหนูอาจจะเจอคนที่ใช่มาอวดพี่ก็ได้นะคะ และแน่นอนค่ะ หนูจะดูแลที่นี่ไปพร้อมกับทุกคนค่ะ"

ทั้งคู่ยิ้มให้กันจนเกิดบรรยากาศดีๆ ยัยผมสั้นก็ดูเหมือนจะไม่รู้สึกแย่อะไร กลับกันเธอนั้นเข้ามาหาผมแล้วกระซิบข้างๆหูของผม

"ฉันไม่รู้หรอกนะว่าทำไมนายถึงทำแบบนั้น แต่ขอบคุณนะ...ที่ช่วยท่านรูรูก้าน่ะ"

ยัยนี่...ร้ายจริงๆ รู้อยู่แล้วหรอกเหรอ?

"ชั้นจะออกวิ่งแล้วนะ"

"ค่ะท่าน"

ผมออกวิ่งอย่างรวดเร็วเพื่อไปยังจุดที่ผมจากยัยแอสโมดิอุสมา



หลายนาทีก่อนหน้านี้


ท่านราชามอบหมายหน้าที่ดูแลให้ข้า บอกตามตรงว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมองเห็นในความมืดนั่นได้

ความลึกของช่องแคบนี่มันมากพอที่จะฆ่าหลายชีวิตตายได้ ข้านั้นมองไม่เห็นด้านในเลยแม้แต่นิดเดียว การที่ข้าจะอยู่บนนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะมองเห็นท่านราชินี

ข้าเองก็จำเป็นที่จะต้องลงไป แต่ถ้าข้าไม่อยู่ท่านราชาจะว่ายังไงกันล่ะ? ...ให้ตายสิ!

ข้าที่กำลังจะกระโดดตามท่านชินีลงไปนั้นใช้เวลาคิดมากจนเกินไป และมากพอที่จะทำให้ไม่สังเกตคนที่เข้ามาใกล้เนื่องด้วยการหลบซ่อนตัวที่แนบเนียน

"!?"

มือของชายคนนึงเข้าสัมผัสจากทางขวามือที่สีข้างของข้า และร่างกายของข้าก็ปลิวลอยไปตามลมและได้กระแทกเข้ากับต้นไม้จำนวนนึงเข้าอย่างจังจนล้มเป็นแถบๆ

ข้ารู้จักท่านั้น มันคือคลื่นกระแทกที่รุนแรงมากพอที่จะฆ่าคนได้ และส่งผลต่อพวกเราอีกด้วย ถึงข้าจะแข็งแกร่งแต่ก็ไม่เพียงพอที่จะต่อกรกับมัน

"ทำได้ดีจริงๆแอสโมดิอุส สมแล้วที่เป็นสมุนมือซ้ายของข้า"

อูรานอส จอมมารผู้เผด็จการ ผู้ปกครองโลกใบนี้ในฐานะของจอมปีศาจผู้สยบทุกสิ่งอย่าง

ภาพลักษณ์ของเขาเป็นคนที่ดูยิ่งใหญ่ ชายที่มีเคราจำนวนนึงกับผมที่ยาวได้ที่ ในชุดของมหาราชาที่ดูจะเทอะทะมากจนเกินไปนั่นทำให้ข้ารู้สึกเกะกะลูกตา

เขาคือเป้าหมายที่ท่านราชินีต้องเอาชนะ ศัตรูคู่อาฆาตผู้ที่สังหารท่านพ่อและท่านแม่ของท่านราชา ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่กัน!?

"ว่าแต่คิดจริงๆเหรอว่าผู้กล้าคนนั้นจะล้มเบลเฟกอร์ลงได้? ยังไงก็ตามตอนนี้นี่แหละเป็นจังหวะที่ดีแก่การฆ่าผู้กล้าจริงๆ"

"ย...หยุดนะ! ท่านคิดจะทำอะไรท่านราชินีของข้ากัน!?"

"โฮ่? เจ้าเป็นพวกของมันตั้งแต่เมื่อไรกัน?"

*ผั่วะ!*

"อั่ก!"

ฉันถูกเตะเข้าที่ท้องน้อยอย่างรุนแรง ชายคนนี้มันเป็นพวกสารเลวที่ชอบทำร้ายทารุณกรรมพวกที่อ่อนแอกว่า มีหลายนางแล้วที่เป็นลูกน้องของข้าที่ถูกใช้งานแล้วทิ้งไป

ข้าเองก็เกือบจะถูกทอดทิ้งเหมือนกัน ...มันก็คงจะดีกว่าถ้าข้าตายไป

อีกอย่าง เขาเร็วมาก การเคลื่อนไหวของเขานั้นข้าไม่สามารถที่จะมองตามได้ทันเลย

"แกมันเศษสวะที่ทำได้แค่บำเรอกามข้าเท่านั้น อย่าทำตัวโอหังไปหน่อยเลย ทั้งๆที่ข้าเอ็นดูร่องอันโสโครกของแกเป็นประจำแท้ๆ"

แกมันก็แค่บังคับข่มขู่ข้าเท่านั้นแหละ!

"ข้าจะไม่ยอมให้ท่านไปทำร้ายเธอเด็ดขาด"

"ถึงป่านนี้แล้วเจ้าคิดว่าข้าจะอยู่เฉยๆงั้นเหรอ? อย่ามาขวางทางข้า ข้าจะกำจัดเสี้ยนหนามของข้าทิ้ง"

*ตูมๆๆๆๆๆๆๆ*

"!?"

จู่ๆก็มีลูกไฟจำนวนมากพุ่งเข้าใส่อูรานอสจากระยะไกล และข้าก็ถูกพาตัวไปยังสถานที่อื่นในพริบตา

ถึงจะแค่ใกล้ๆแต่ว่านี่คงเป็นเวทย์เคลื่อนย้าย ข้าถูกรักษาบาดแผลโดยยูริ หนึ่งในผู้ติดตามท่านราชาเช่นเดียวกับข้า ไม่เพียงแค่นั้น แม้แต่มุซาชิกับโครวเองก็อยูู่ตรงนี้เช่นกัน

"ฉันพึ่งจะหายปวดแท้ๆเองนะ นี่ฉันต้องมาสู้อีกแล้วเหรอ?"

"อย่าพูดอย่างนั้นสิ นั่นเป็นศัตรูที่น่ากลัวนะ ถึงจะน่าเจ็บใจแต่พวกเราทำได้แค่ถ่วงเวลาให้ท่านฮินะหรือเจ้าบ้าคุโระมาเท่านั้นแหละ"

"ระวังด้วยนะ ฉันส่งสัญญาณให้น้องสาวสองคนที่เหลือของข้าแล้ว อีกไม่นานพวกเขาจะมาช่วยแน่นอน"

ทุกคน...อีกฝ่ายอันตรายขนาดนั้น แต่กลับเลือกที่จะไม่ถอยและทิ้งข้า อีกทั้งยังเสี่ยงชีวิตมาช่วยข้าอีก

ยอมรับตามตรง ข้ายอมแพ้ไปแล้ว ข้าหวังแค่ว่าข้าจะถ่วงเวลามันเอาไว้เพียงแค่หนึ่งวินาทีก็ยังดี ข้าเตรียมพร้อมที่จะยั่วยุแล้วตายไปโดยฝีมือของมันแล้วแท้ๆ

"น่าประทับใจ แต่พวกเจ้าจะทำอะไรข้าได้กัน?"

""""!?""""

*หมับ!*

"อั่ก!"

มุซาชิถูกบีบคอด้วยความรวดเร็วจากทางด้านหลัง ...แม้แต่เวทย์ของยูริเองก็ไม่ได้ผลงั้นเหรอ? ไม่มีแม้แต่บาดแผลเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้จะมีร่องรอยการถูกเผาของเสื้อผ้านั่นก็ตามที

มุซาชิเปลี่ยนการถือดาบแล้วแทงไปที่ข้างหลัง แต่ดาบนั่นไม่สามารถแทงทะลุอกของอูรานอสได้ มันไม่แข็งแกร่งพอที่จะแทงอูรานอสเข้า

"หือ? ดาบของเจ้าไม่หักงั้นเรอะ? น่าสนใจจริงๆแต่มันถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว!!"

"อย่าหวังเลยไอ้เส็งเคร็งเอ้ย!"

โครวเคลื่อนที่อย่างลื่นไหลและโจมตีใส่อูรานอสด้วยทักษะการต่อสูระยะประชิด ฝ่ามือที่อัดแน่นไปด้วยมวลมานาของเธอสัมผัสเข้ากับท้องของอูรานอสและส่งผลทำให้เขาถิอยหลังและปล่อยมุซาชิไป

โจมตีจากภายในสินะ? ทำได้ไม่เลวจริงๆ

"อย่าดูถูกพวกข้ามากเกินไปจะดีต่อตัวเจ้ามากกว่าล่ะนะ"

"ทำได้ไม่เลว แต่ยังอ่อนหัดนัก!"

*เปรี้ยง!*

คราวนี้เป็นยูริที่พุ่งวเข้าต่อยใส่ใบหน้าของอูรานอสเข้าอย่างจัง แต่มันไม่มากพอที่จะทำร้ายมันได้ ข้าเอง...ก็ไม่อยากแพ้พวกนั้น ...แต่อย่างข้าจะทำอะไรได้กัน?

มุซาชิที่ไม่มีความสามารถอะไรโดดเด่นกว่าพวกข้าเองยังต่อสู้อยู่เลยด้วยซ้ำ...สิ่งที่ข้าทำได้ในตอนนี้...คงเป็นการที่ข้าไม่ยอมแพ้ล่ะนะ!

*ฟูมมมมมมมมมม*

ข้าปล่อยเปลวไฟให้ท่วมร่างกายของข้า ร่างกายของข้าที่แปรสภาพกลับเป็นปีศาจซัคคิวบัสนั้นถูกเปลวเพลิงครอบคลุมอยู่ตามจุดต่างๆ อันที่จริง ร่างกายบางส่วนนั้นถูกรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเปลวเพลิงไปแล้วด้วยซ้ำ

"ข้าจะสู้...ข้าจะสู้เพื่อตัวข้าและนายหัวแห่งข้า!"

*ฟูมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!*

"ออกมารับใช้ข้าอีกครั้งเถิด เลวาทีน!"

ดาบแห่งเพลิงออกมาจากเปลวเพลิงที่ว่างเปล่า ดาบสีแดงที่มีความยาวมากกว่าดาบมาตรฐานสีแดงนี่เคยพิชิตศัตรูคู่อาฆาตของข้ามาแล้วหลายต่อหลายคน

และครั้งนี้มันจะชช่วยข้าต้านทานศัตรูที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่จะรับไหว ณ เบื้องหน้าของข้าอีกครั้ง

"ในที่สุดเจ้าก็มีใจจะสู้แล้วสินะ! ...เอาล่ะ! ข้าเองก็จะเอาจริงล่ะนะ!"

ร่างของยูริถูกปกคลุมด้วยแสงสีทอง เดรสสายเดี่ยวของนางกลายเป็นแขนเสื้อที่ยาวและกว้างขึ้นในทันใด อีกทั้งยังมีผ้าคลุมไหล่ที่ยาวพอสมควรกับปีกที่ขยายใหญ่ส่องแสงสีทองออกมาอีกด้วย

เธอในตอนนี้ดูสมกับเป็นเทพธิดายิ่งกว่าที่ผ่านมาเป็นไหนๆ หมอนที่นางมักจะกอดอยู่เป็นประจำก็กลายเป็นห่วงขนาดใหญ่กลางหลังของนาง

"ข้าจะไม่ปราณีเจ้าแน่ๆ"

"จะทำได้เรอะ?"

แสงสีทองสาดส่องใส่อูรานอส เวทย์แห่งแสงหลายชนิดไม่มีผลต่อมันแต่ก็ยังรบกวนการเคลื่อนไหวได้

ข้าพุ่งเข้าหาและโจมตีด้วยเลวาทีน แม้จะไร้ประโยชน์แต่ข้าก็สามารถทำบาดแผลให้แก่มันได้แม้จะน้อยนิดก็ตาม และข้าก็ไม่ยอมโดนโจมตีกลับมาแน่ๆ ข้าจึงทิ้งเปลวเพลิงขนาดนึงเอาไว้และถอยออกมา

*ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!*

"ไม่เลว!"

อูรานอสพุ่งเข้ามาโจมตีทางนี้โดยไม่ให้ข้าได้ตั้งตัว และเร็วมากพอที่ข้าจะไม่สามารถป้องกันตัวเองได้จนอยู่ในสภาพที่ไร้การป้องกันโดยสิ้นเชิง

แต่ร่างของมุซาชิก็พุ่งเข้าชนอูรินอสให้กระเด็นออกไปทางด้านข้าง ตามด้วยเปลวเพลิงจากแสงสีทองของยูริและดาบเพลิงจากโครว

"ระวังล่ะ มันเร็วมาก"

"แน่นอนว่าข้าน่ะเร็วมาก"

"!?"

โครวโดนโจมตีจากข้างหลัง ร่างของโครวถูกพัดด้วยความเร็วและเงียบเชียบผ่านไปชนกับต้นไม้

สำหรับข้ามันคือความรุนแรงที่แทบจะทำร้ายข้าได้ แต่สำหรับโครวมันคืออะไรที่หนักหนาสาหัสกว่านั้นมาก ตอนนี้กระดูกของเธอคงจะหักไปหลายท่อนพอสมควร

"รักษาเธอด้วย!"

"อย่าหวัง!"

"แกต่างหากที่อย่าหวัง!"

มุซาชิเข้าปะทะกับอูรานอสอีกครั้ง ความเร็วของเธอที่ใช้ในการโจมตีและตั้งรับนั่นเร็วมากพอที่จะตามอูรานอสให้ทันได้ แต่ว่าการเคลื่อนที่นั้นต่างกัน

*เปรี้ยง!*

"อ๊าก!"

มุซาชิถูกเตะจนปลิวไปกระแทกกับต้นไม้อีกฝั่งนึง ทางนี้สาหัสกว่าทางโครวเยอะเลยล่ะ เป้าหมายต่อไปก็คงจะเป็นยูริสินะ?

ข้าที่ไม่ยอมแพ้ก็บุกเข้าโจมตีอูรานอสอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ข้าก็ไม่สามารถทอะไรมันได้เลยแม้แต่น้อย ข้าถูกโจมตีกลับมาในทันที แต่ข้าเองก็พยายามจนหลบเลี่ยงมันได้

ยูริเองก็อาศัยจังหวะโจมตีอูรานอสด้วยทริกเวทย์มนต์ของนาง ทั้งๆที่ต้องรักษาคนอื่นๆไปด้วยแท้ๆแต่กลับโจมตีกลับได้อย่างแม่นยำขนาดนี้ สมแล้วที่เป็นเทพธิดา ข้าดูถูกไม่ได้เลยจริงๆ

ข้าเองก็เป็นแนวหลัง และยังสามารถขึ้นมาเป็นแนวห้าทดแทนได้ ข้าเองก็ควรจะใช้ความสามารถทั้งหมดให้ดียิ่งกว่านี้

ข้าสร้างบอลเพลิงจำนวนนึงขึ้นแล้วยิงส่งมันออกไปข้างหน้า เป้าหมายของข้าคือเจ้าอูรานอสตรงหน้า

แต่เปลวเพลิงของข้าก็ทำอะไรมันไม่ได้นัก อูรานอสบุกเข้ามาจู่โจมข้าด้วยความเร็วที่ข้าเองในตอนนี้ก็ยังไม่มีทางตามทันแม้ว่าจะพยายามหลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่ายังไงเขาก็แข็งแกร่ง

แต่ข้าก็ไม่ยอมแพ้ ข้าสร้างม่านไฟแล้วระเบิดม่านนั้นทันทีที่มันเข้าประชิดข้า ยูริเองก็เข้าโจมตีด้วยทักษะการต่อสู้มือเปล่าของนาง แต่ไม่ว่าจะหมัดหรือลูกเตะของนางก็ไม่เคยสักครั้งที่จะโดนร่างของอุรานอส

และนางก็ถูกโจมตีด้วยความรุนแรงที่เหนือกว่า นั่นก็คือการถูกจับเหวี่ยงลงพื้นด้วยความเร็วจนพื้นดินสั่นสะเทือน แถมยังเกิดหลุมจากแรงปะทะอีกด้วย

*ตูม!!!*

"เหอะ พวกเจ้ามันยังอ่อนแอเกินไปที่จะมาต่อกรกับข้า เอาเวลาว่างของพวกแกไปนั่งฝึกฝนความสามารถของตัวเองเถอะ!"

"อึ่ก!"

ข้าถูกอูรานอสพุ่งเข้ามาบีบคอของข้า ข้ามิอาจจะสลัดมันหลุดได้จึงทำได้แต่โจมตีมันอยู่อย่างนั้น

แน่นอนว่ายังไงมันก็ไม่เป็นผล

"ข้าจะให้โอกาสแกอีกครั้ง ข้าจะให้แกไปกำจัดนังผู้กล้านั่น และทุกคนที่อยู่ที่นี่...และข้าจะตอบแทนรางวัลชุดใหญ่ให้กับเจ้าเอง"

"อึ่ก...ไม่มีทาง! ข้าจะไม่ทรยศทั้งราชาและท่านราชินีแน่! ไม่เหมือนครั้งนั้น ครั้งนี้ข้าจะไม่ยอมแพ้!"

"...ถ้านั่นคือคำตอบของเจ้า งั้นเจ้าก็ตายซะ!"

อึ่ก!!! อากาศเริ่มจะน้อยลง ข้าหายใจไม่ออกเพราะถูกบีบหลอดลมในคอของข้าเอาไว้ แม้แต่เสียงเองก็แผดออกมาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

ข้าค่อยๆขาดอากาศหายใจตายไปทีละเล็กละน้อย แต่แล้วข้าก็ถูกผลักไปทางด้านหลังอย่างรุนแรง แต่ถ้านั่นเป็นฝีมือของอูรานอสข้าคงตกใจเป็นอย่างมากแน่ๆ

แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ เบื้องหน้าของข้าคือมหาราชาผู้ที่ข้าเคารพรักมากที่สุด

"ท่านราชา!?"

"น...นั่นมันจอมมารอูรานอสนี่!? ทำไมท่านจอมมารถึงมาอยู่ที่นี่กันล่ะ!?"

...ไปเก็บผู้หญิงที่ไหนมากันอีกล่ะท่าน? ข้าว่ามันมากเกินพอแล้วนะ ฮาเร็มของท่านชักจะเยอะเกินเหตุไปแล้ว!

"ท่านราชาแห่งข้า ท่านผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกันเหรอคะ?"

"หืม? ยูริเหรอ? ฝากยัยรูรูก้าด้วย นับจากนี้ไปเธอคนนี้คือพวกพ้องของเธอ ช่วยชั้นปกป้องเธอด้วยล่ะ"

"...ตามที่ท่านบัญชาเลยเพคะท่านราชาแห่งข้า"

ยูริทำความเคารพท่านราชาแล้วรับเอลฟ์สาวในชุดของท่านราชามาไว้ในอ้อมอก พร้อมทั้งเทเลพอร์ตโครวและมุซาชิมาหาข้า ...ข้าไม่ได้อิจฉาที่นังเอลฟ์นั่นได้ใส่ชุดของท่านราชาหรอกนะ...ไม่เลยจริงๆ...

"หึ ข้าไม่นึกว่าจะได้เจอกับบุตรแห่งอาร์คัส"

"นายพูดถึงชั้นงั้นเหรอ? ให้เดาว่าพ่อของชั้นมีชื่อว่าอาร์คัสสินะ?"

"หึ เจ้ามันยังเทียบกับเขาไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียวอุโรโบรอสเอ๋ย เจ้าคิดว่าเจ้าจะต่อต้านข้าได้งั้นเรอะ?"

"ถ้างั้นก็มาลองดูไหมล่ะ?"

*ฟูมมมม*

ร่างกายของท่านราชานั้นถูกปกคลุมด้วยความมืดมิด ความมืดเคลื่อนที่ราวกับเปลวเพลิงกึ่งเงาดำไปทั่วร่างกาย ปีกและเขาของท่านราชาถูกสร้างขึ้น นี่คือร่างมารของท่านราชาอย่างไม่ต้องสงสัย

พลังของความมืดนี้ยังไม่สมบูรณ์ แต่มันน่าจะมากพอที่จะสังหารอูรานอสลงได้ ข้ามั่นใจว่าอย่างนั้นและข้าเองก็คาดหวังให้มันเป็นเช่นนั้นเช่นกัน

"หืม? เจ้านี่มันน่าสนใจจริงๆ ข้าจะส่งเจ้าไปหาพ่อกับแม่ของเจ้าในนรกซะ แล้วก็ฝากแกทักทายสองคนนั้นด้วยล่ะ!"

"นรกน่ะมันเป็นที่สำหรับคนที่เต็มไปด้วยบาปอย่างแกต่างหาก นับความผิดที่แกก่อขึ้นแล้วตายไปกับมันซะไอ้สวะ!"

ดาบสังหารทวยเทพและปีศาจ เอวาถูกเรียกออกมาฟาดฟันเข้ากับดาบมารประจำตัวของอูรานอส กริมเบิร์ก

พวกเขาฟาดฟันกันด้วยอาวุธที่เต็มไปด้วยพลังและความรุนแรง การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วจนมองตามไม่ทัน ราวกับตรงนั้นเป็นสถานที่ที่ข้าเอื้อมมือไปไม่ถึง

เพียงแค่เสียงเท่านั้นที่ข้าได้ยิน ไม่ว่าใครก็มองไม่เห็นการเคลื่อนไหวใดๆของทั้งสองเลยแม้แต่น้อย แม้จะเห็นประกายไฟของดาบที่ปะทะเข้ากันก็ตาม

*เคร้งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ*

ในหนึ่งวินาทีของพวกข้านั้นได้ยินเสียงปะทะกันมากกว่าสิบครั้ง ไม่ว่าสิ่งใดข้าก็ไม่สามารถจะทำได้อีกต่อไป ในตอนนี้ ข้าได้แต่ภาวนาขอให้ท่านราชาเป้นผู้ปราชัยในศึกครั้งนี้่

ข้าอยากให้ทุกอย่าง...จบลงตั้งแต่ตอนนี้ ชีวิตวันคือที่แสนสงบสุขเยี่ยงมนุษย์ปุถุชนธรรมดา ข้าเองก็อยากสัมผัสสิ่งนั้นดูสักคคราเช่นกัน



...ได้ยังไงกัน อูรานอสมันเคลื่อนไหวด้วยตัวเองแล้วงั้นเหรอ?

ฉันไม่เข้าใจ มันหวาดกลัวพลังของผู้กล้าอย่างฮินาตะ ฮินะหรือว่าเป็นพลังของท่านราชาแห่งพวกเรากันแน่ แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องรีบให้เร็วกว่านี้

"ว่าแต่ทำไมมันถึงได้เกิดเรื่องได้ไกลขนาดนี้กันฟะ!? ฉันไม่อยากจะใช้ความเร็วสูงสุดของฉันเลยจริงๆ แถมยัยอเดลดันไม่อยู่ในเวลาสำคัญแบบนี้อีก!!!"

ฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อจะเป็นมือเป็นเท้าให้พวกหล่อนนะยะ!! คอยดูเถอะ ฉันจะฉีกกระชากยัยพวกนั้นให้เละเป็นเศษขยะเลย!

แต่ตอนนี้ ความเร็วของฉันก็เทียบเคียงกับความเร็วของเวทย์มนต์ที่รวดเร็วที่สุดในโลกใบนี้ ถ้าฉันใช้ร่างจำแลงสีทองฉันคงเร็วราวกับเสียง หรืออาจจะมากกว่านั้น แต่ในตอนนี้มีเพียงแค่เท่านี้ที่ฉันสามารถทำได้

"ฉันไม่ได้เกิดมามีพรสวรรค์เรื่องจำนวนมานาอันมหาศาลนะ ถ้าขืนใช้ร่างจำแลงสีทองล่ะก็มีหวังได้มานาหมดก่อนที่จะสู้กับเจ้าอูรานอสแหงๆ!"

รอก่อนนะทุกคน ฉันกำลังวิ่งไปให้เร็วที่สุด!!

ว่าแล้วฉันก็ทำการวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ด้วยการเสริมพลังจากยาเวทย์มนต์ ตอนนี้มันเริ่มออกฤทธิ์แล้ว และอีกไม่นานฉันคงต้องใช้เวทย์ครอบคลุมที่ขาของฉันบางส่วน การประหยัดพลังเวทย์ก็สำคัญจริงๆ

...ให้ตายสิ ทำไมเมืองเอลฟ์บ้านั่นถึงได้อยู่ไกลขนาดนี้กันฟะ!!!? ไม่สิ แล้วไปทำบ้าอะไรที่นั้นฟะ!? ให้ตายเถอะ!!!

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว