facebook-icon

เมื่อมาเฟียเจ้าเล่ห์ดันไปหลงเสน่ห์ของคุณหมอตัวขาว ความรัก ความเปย์เเละการใส่ใจจึงถูกส่งให้คุณหมอไปเต็มๆ ติดตามได้ใน...กลรัก...มาเฟียร้าย

ตอนที่ 21 ของสำคัญ...คนสำคัญ (✔️)

ชื่อตอน : ตอนที่ 21 ของสำคัญ...คนสำคัญ (✔️)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 51.3k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ค. 2562 11:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 21 ของสำคัญ...คนสำคัญ (✔️)
แบบอักษร

ตอนที่ 21 ของสำคัญ...คนสำคัญ 

 

ทำหน้าเศร้าๆ ไม่พูดไม่จาตั้งเเต่เช้า...ไม่อยากขยับตัวไปไหน...นั้นคือสิ่งที่ผมทำมาตั้งเเต่เช้า...ขยับตัวครั้งล่าสุดก็เหมือนก่อนที่จะมายืนรอรถที่คุณโทมัสจะขับพาไปส่งที่สนามบินเนี่ยเเหละ…. 

 

เฮ้อ! 

 

ผมถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่ร้อย กวาดสายตามองรอบๆ ตัวเป็นรอบที่พัน ก้มหน้ามองขาตัวเองที่ยกขึ้นเตะพื้นเป็นรอบที่ล้านๆ  

 

ไม่อยากไป! 

 

ในหัวมีคำนี้วนเวียนอยู่ไม่ขาดสาย ใบหน้าคงบูดบึ้งอยู่เเน่ๆ เเละในตอนนี้…นอกเหนือจากการไม่อยากจะกลับ..ก็คงจะเป็นอาการน้อยใจเเน่ๆ 

 

ไม่มีใครมาส่งผมเลยด้วยซ้ำ! เศร้าจังToT 

 

“คุณหมอครับ” คุณเเฟรงค์? 

 

ผมมองคุณเฟรงค์ก่อนจะชะเง้อหาคนที่ควรจะมากับคุณเเฟรงค์ด้วยใจที่ชุ่มชื่นขึ้นมาหน่อย เเต่กับ… 

 

ว่างเปล่า 

 

“นายให้ผมมาพาคุณไปส่งที่สนามบินครับ” 

“เเล้วเขา..?” 

“นาย...มีธุระที่ต้องไปเตรียมการครับ...เชิญขึ้นรถเถอะครับคุณหมอ ข้าวของของคุณนายส่งไปรอที่สนามบินเรียบร้อยเเล้วครับ” 

 

เมื่อเช้าตอนตื่นก็ไม่เจอนะ?! นี่ไม่คิดจะส่งกันเลยเหรอ!! 

 

คนใจร้าย! คนที่นี่ก็ใจร้าย! ไม่มีใครคิดจะส่งผมเลยเหรอ...ทั้งๆ ที่อยากจะเจอทุกคนก่อนกลับเเท้ๆ ขนาดเขา...ขนาดเขาก็ยังไม่อยู่ส่งผมเลย... 

 

“ไปกันเถอะครับคุณหมอ เดี๋ยวจะไม่ทันขึ้นเครื่องนะครับ” 

 

ผมพยักหน้ารับ หันมองบรรยากาศเงียบเหงารอบๆตัวอีกครั้ง ก่อนจะก้าวเท้าขึ้นรถไป…. 

 

โป้งเเล้ว..โป้งจริงๆ ด้วย!! 

 

การนั่งรถผ่านไปเงียบๆ ในรถมีเเค่ผมกับคุณเเฟรงค์ เราไม่ได้พูดคุยอะไรกัน...เป็นผมเองด้วยเเหละที่ไม่คิดจะพูดอะไร เอาเเต่มองออกไปด้านนอกเท่านั้น… 

 

“คุณหมอ...ถึงเเล้วครับ” 

 

โรงพยาบาลสาขาใหญ่??? 

 

“ทำไมพามาที่นี้ละครับ?” ผมมองหน้าคุณเเฟรงค์งงๆ หรือว่าจะต้องมาเซ็นเอกสารอะไรก่อนงันเหรอ? ผมว่าผมก็เตรียมทุกอย่างเรียบร้อยเเล้วนิ 

“มาเถอะครับ...ถ้าช้ากว่านี้จะเสียเวลานะครับ” 

 

ผมเลยต้องเดินตามเขาไปเเบบงงๆ คุณเเฟรงค์เดินนำผมไปที่ลิฟต์สำหรับเจ้าหน้าที่ ตลอดทางมีเจ้าหน้าที่ ทั้งคุณหมอ คุณพยาบาล เจ้าหน้าที่ต่างๆ นานา ต่างพากันก้มหัวทำความเคารพกันเสียยกใหญ่ ก็คงทำความเคารพคุณเเฟรงค์นั่นเเหละจะใครละ- - 

 

“เราจะไปไหนกันครับ...เอ่อ..ชั้นนี้มัน…” 

 

ผมยังพูดไม่ทันจบ ประตูลิฟต์ก็เปิดออกเสียงก่อน 

 

“เซอร์ไพร์!!!” 

 

ผมตาเบิกกว้าง กวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างประหลาดใจ ผู้คนมากมายจากโรงพยาบาลสาขาเล็ก พวกพี่ๆ ที่เคยรู้จักเเละพูดคุยกัน...รวมไปถึง… 

 

ชายร่างสูงในชุดสบายๆ เสื้อยืดตัวที่เคยใส่คู่กับผมในวันนั้น เเละเป็นตัวที่เหมือนกับที่ผมใส่ในวันนี้ด้วย… 

 

‘I’ m Yours’ 

 

ไม่รู้ว่ามันบังเอิญหรือว่าอะไรถึงทำให้...เราใส่เสื้อตัวนั้นเหมือนกัน… 

 

ผมเดินฝ่าผู้คนที่ยืนขนาบข้างเส้นทางที่จะเดินไปสู่เขาคนนั้น เส้นทางที่มีดอกไม้โรยเอาไว้ตามทาง ลูกโป่งสีฟ้าสดใส ล่องลอยอยู่ทั่วบริเวณ ตลอดเส้นทางที่ผมเดินล้วนเต็มไปด้วยรอยยิ้มจากพี่ๆ ที่รู้จัก… 

 

“เดินทางปลอดภัยนะฟิวส์ เจอกันครั้งหน้า...มาเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้พี่หน่อยนะ” พี่วิเวียร์พูดยิ้มๆ ก่อนจะชู่มือข้างซ้ายที่สวมเเหวนวงเล็กๆ เอาไว้ 

“เเต่ก่อนจะได้มาเป็นเพื่อนเจ้าสาว...เธอคงต้องไปเป็นให้ทางนั้นก่อนละมั้ง” พี่ซาฟ่าพูดเสริมออกมาบ้าง มือหนาของคุณหมอผ่าตัดยกขึ้นโอบรอบคอของหญิงสาวที่เป็นคนรักของตนเอาไว้อย่างหวงเเหน 

“เปิดตัวเเล้วเหรอครับ” ผมพูดยิ้มๆ มองคนตรงหน้าเเล้วอดไม่ได้ที่น้ำตาจะคลอออกมา...รองจากคุณโทมัสก็พี่วิเวียร์กับพี่ซาฟ่าเนี่ยเเหละที่ผมสนิทด้วยที่สุด 

“อย่าร้องน่าเด็กน้อย...ประเทศไทยเเค่นี้เอง...เดี๋ยวพี่เเต่งงานเเล้วจะขโมยตังค์หมอนี้ไปหาบ่อยๆ นะ” พี่วิเวียร์พูดยิ้มๆ บีบน้ำหนักมือลงบนมือผมเหมือนปลอบโยน ก่อนจะมองเลยไปทางคุณโทมัสที่ยืนรออยู่ตรงปลายเส้นทาง… 

“เเต่ตอนนี้...พี่ว่าฟิวส์รีบไปหาท่านก่อนเถอะนะ...ว่าที่นายหญิง” พี่วิเวียร์พูดเเซวยิ้มๆ ก่อนจะผายมือเชิญให้ผมเดินต่อไป 

 

“ไง” คำพูดทักทายง่ายๆ กับมือหนาๆ ที่ยกขึ้นเกาท้ายทอยตัวเองของคนตรงหน้าตอนที่ผมเดินมาหยุดตรงหน้าเขาดังขึ้น 

“เล่นอะไรครับเนี่ย??” 

“เล่นที่ไหน...เเค่ทำตามที่ปากพูดเอาไว้” ??? 

 

ปากพูดเอาไว้...พูดอะไรไว้ละ? 

 

“ถึงจะไม่หรูหราอะไร...เเต่คิดว่าเธอคงชอบเเบบนี้มากกว่าเเน่ๆ” คุณโทมัสพูดออกมาเเค่นั้น ก่อนจะค่อยๆ ย่อตัวลงไปนั่งคุกเข่าตรงหน้าผม เสียงเป่าปากโฮเเซวดังขึ้นพอให้ได้ยิน เเต่ผมไม่ได้สนใจ 

 

มือหนาค่อยๆ ยกกล่องไม้เเกะสลักกล่องหนึ่งขึ้นมาเเล้วเปิดออกช้าๆ ...เเหวนทองคำขาววงหนึ่งถูกหยิบขึ้นมาถือเอาไว้ ลักษณะของมันไม่ใช่เเหวนวงใหญ่มากนัก เเต่กับโดดเด่นจนชวนครอบครอง...ตรงกลางวงมีเพชรเม็ดขนาดพอดีกับตัวเเหวน… 

 

“นี่คือเพชรลายพยัคฆ์….มันเป็นเพชรที่เป็นของสำคัญของฉัน เป็นเพชรเม็ดเเรกที่ฉันได้ครอบครอง...เป็นเพชรเม็ดเเรกที่ชั้นมี...เเละตอนนี้ฉันยกมันให้เธอ” 

“...จะดีเหรอครับ ของสำคัญเเบบนี้” 

“ดีสิ ของสำคัญอยู่กับคนสำคัญที่สุดนะถูกเเล้ว..." 

 

พูดจบก็ไม่ถามไถ่อะไรผมอีกมือหนาสวมเเหวนวงนั้นที่นิ้วนางข้างซ้ายของผมทันที เสียงโห่ร้องเเสดงความยินดีดังขึ้นเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด 

 

“ถึงจะยังไม่ได้เเต่งจริงๆ จังๆ เเต่หมั้นไว้เธอคงไม่ว่านะ” 

“เเล้วถ้าผมบอกว่าไม่…” 

“ไม่มีทางจะเป็นเเบบนั้น...ฉันใส่เเหวนให้เเล้วเธอจะถอดไม่ได้...ฉันไม่ให้” เสียงพูดของคนเอาเเต่ใจพูดขึ้นมาในจังหวะที่เขาลุกขึ้นมายืนเต็มความสูง 

“เอาเเต่ใจ!” ถึงจะพูดเเบบนั้นเเต่ผมกับยิ้มไม่หุบ เเถมยังเป็นฝ่ายเข้าไปกอดเขาจนคนที่เห็นพากันส่งเสียงเเซวไม่มีหยุด 

 

คุณโทมัสปล่อยให้ผมล่ำลากับพวกพี่ๆ อยู่พักใหญ่ ก่อนที่เขาจะโทรเรียกเครื่องบินส่วนตัวให้ลงมาจอดที่ลานจอดของดาดฟ้าของโรงพยาบาลนี้… 

 

“ไปเถอะ” 

“ครับ” ผมพยักหน้ารับช้าๆ หันไปมองผู้คนที่มาส่งผมอีกครั้งก่อนจะยิ้มออกมาทั้งน้ำตา 

 

คงคิดถึงเเย่เลย… 

 

“ด..เดี๋ยวครับ...คุณ..จะไปด้วยเหรอ??” ผมถามเสียงหลง มองคนตรงหน้างงๆ ที่เห็นว่าเขาตามขึ้นมาบนเครื่องบินด้วย 

“เเน่นอน...ทำไม..ไปไม่ได้??” 

“ป...เปล่า...ไปได้สิ...ผมก็...อยากให้ไปเหมือนกัน” อยากให้ไปเจอยาย เจอเจ้าหลง 

“หึ...ถึงเธอบอกไม่ได้ฉันก็จะไป จะไปขอยายเธอ เอาเธอมาเป็นเมียสักหน่อย” 

“บ้า!!” 

 

เราใช้เวลาเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวของคุณโทมัส ขนตอนนี้เรามาถึงไทยเรียบร้อย พอคุณเเฟรงค์ช่วยจัดการทุกอย่างเรียบร้อย คุณโทมัสก็พาผมมาขึ้นรถยนต์คันหรูซึ่งจอดรออยู่ก่อนเเล้ว 

 

บรรยากาศร้อนๆ ของเมืองไทย ไม่เคยคิดเลยว่าจะนึกถึงมันขนาดนี้...ผมกวาดสายตามองบรรยากาศที่ไม่ได้เจอมาเป็นปี 

 

“ไปเถอะ...ไปบ้านของเธอกัน” 

“ครับ” ผมตอบรับยิ้มๆ เดินตามเขาไปขึ้นรถอย่างว่าง่าย 

“ยินดีต้อนรับครับ” เสียงทักทายของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นมา ท่าทางดูดีนั้นบวกกับน้ำเสียงเย็นๆ ที่โคตรจะเข้ากับหน้าตา เเต่ถึงเเบบนั้นก็ยังรู้สึกได้ถึงความอ่อนโยนจากเขา 

“ไม่เจอเเกนานเลยนะไทม์...เเล้วนี้มันไปไหนทำไมไม่มาเองละ ไอ้น้องชายตัวดีนั้นนะ” จริงสิ คุณโทมัสมีน้องชายด้วยนี่น่า...ชื่ออะไรนะ...ไร...ไรอัน หรือเปล่านะ?? 

 

...เเล้วนิสัยจะเหมือนพี่ชายหรือเปล่าน่า 

 

“คุณกัสไม่ค่อยสบายครับ” 

“น้องสะใภ้ฉันเป็นอะไร” 

“อ่อนเพลียเพราะพักผ่อนน้อยเนื่องจากดูเเลคุณหนูทั้งสามเเล้วก็นายน้อยครับ...เเล้วท่านนี้คือ” 

“หึ...นายหญิงของสาขากลาง” 

“ยินดีที่ได้พบท่านครับ” คุณคนที่ชื่อไทม์ก้มหัวทำความเคารพผม พลอยให้พวกที่ยืนอยู่รอบๆ ทำตามไปเสียหมด จนผมต้องหันไปหาคุณโทมัสเขาทำเเค่ยิ้มน้อยเเล้วเปิดประตูรถให้ผมเเค่นั้น 

 

เราขึ้นมาบนรถกัน มองออกไปด้านนอกให้คนหลายคนกำลังวิ่งไปขึ้นรถยนต์คันอื่นๆ เเอบเห็นคุณเเฟรงค์กับคุณไทม์พยักหน้าทักทายกันนิดหน่อยก่อนที่คุณไทม์จะเดินเเยกไปขึ้นรถคันที่จอดด้านหน้าเเล้วคุณเเฟรงค์ขึ้นคันเดียวกับผม 

 

“นายจะเลยเข้าไปทักทายคุณไรอันไหมครับ” 

“ไว้ก่อน…ฉันจะไปทำเรื่องสำคัญก่อน” 

“ครับ..” 

 

พอรับคำสั่งเสร็จคุณเเฟรงค์ก็กดโทรศัพท์ออกไปหาใครสักคน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นคุณไทม์สั้นเเหละ พอตกลงได้เเล้วก็เหมือนจะเหลือเเค่รถของผมกับคนของคุณโทมัสเท่านั้นที่จะไปกับพวกเรา ส่วนคนที่มาต้อนรับอย่างคุณไทม์เเละคนอื่นๆ ที่รอต้อนรับอยู่ที่นี่ในตอนเเรก จะเเยกตัวไป ไม่ได้ไปกับพวกเรา 

 

รถยนต์คันหรูเริ่มเคลื่อนตัวเข้าไปในเส้นทางที่ผมเริ่มจะคุ้นชิน...ทางไปบ้านของผมนั้นเอง… 

 

ถนนเเถวชานเมืองที่ไม่ค่อยจะต่างไปจากเดิมเท่าไร เริ่มคุ้นตาขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งขับมาถึงซอยทางเข้าไปในสวนของยายซึ่งมีถนนเป็นทางยาวถอดไปถึงตัวบ้านไม้ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างสวนผลไม้ทั้งสองข้างทาง 

 

“นั้นสินะ บ้านของเธอน่ะ” 

“ครับ...ที่นี้เเหละ...ที่ๆ ผมอยู่มาตลอด” 

 

เพราะพื้นที่ด้านหน้าตัวบ้านมีไม่มาก ทำให้รถยนต์ต้องจอดเรียบทางเข้าออกเอาไว้ ผมกับคุณโทมัสเเละพวกชุดดำคนอื่นๆ พอลงจากรถก็พากันเดินเข้ามาด้านใน… 

 

บ้านไม้ธรรมดา ยกพื้นสูง ด้านล่างมีเเคร่สำหรับนั่งพัก ผมกวาดสายตามองบ้านหลังเล็กๆ ด้วยรอยยิ้ม กวาดตามองบรรยากาศเดิมๆ ที่ยังคงอบอุ่นเหมือนเดิมไม่มีผิด… 

 

“กลับมาเเล้วครับ” เสียงพึมพำดังขึ้นมาเบาๆ 

“บ้านเงียบจัง” คุณโทมัสพูดขึ้นมาเบาๆ พลางกวาดสายตามองรอบๆ บ้านของผมอย่างสำรวจ 

 

พวกพี่ๆ ชุดดำรวมถึงคุณเเฟรงค์ก็เหมือนจะเริ่มทำหน้าที่ของตัวเองเเล้ว พวกเขากระจายตัวยืนกันเป็นจุดๆ ล้อมรอบผมกับคุณโทมัสเอาไว้ 

 

“ยายคงอยู่ในสวนครับ..ส่วนเจ้าหลง...อือ...คงยังไม่เลิกเรียน” พอก้มมองเวลาตอนนี้พึ่งจะบ่ายสองเอง 

“จะไปหาไหม” 

“คุณรอตรงนี้ดีกว่าครับ...เดี๋ยวผมไปหายายเอง” ผมบอกยิ้มๆ ไม่ยืนรอให้เขาเเย้งอะไร รีบเดินหนีมาทันที 

 

สวนผลไม้ของยายส่วนมากจะเป็นผลไม้ยืนต้นเสียสวนมาก...มะม่วง เงาะ มะพร้าว ลูกตาล เเละพวกอื่นๆ อีกหลายชนิด ยายจะปลูกรวมไก้น ถึงจะเเบ่งส่วนอย่างดีว่าชนิดไหนอยู่ตรงไหนก็เถอะ...ยายบอกว่า ลูกไหนผลไหนมันออกก็จะได้เก็บขายไม่ต้องรอให้ออกผลทั้งสวน…. 

 

“อยู่ไหนน่า” ผมพูดพึมพำกับตัวเองเบาๆ เดินผ่านต้นไม้นานาพันธ์ มาเรื่อยๆ จนมาถึงสวนมะม่วงที่ตอนนี้ค่อนข้างจะรกนิดหน่อย… 

 

ร่างของหญิงชราที่เเสนคุ้นเคย กำลังนั่งดายหญ้าอยู่ตรงหน้า...ผมค่อยๆ เดินเข้าไปหาช้าๆ ในทุกๆ ก้าวล้วนหนักอึ้ง น้ำตาใสๆ คลอออกมาทั้งๆ ที่ใบหน้ายังยิ้มอยู่… 

 

หมับ! 

 

“ว๊าย! ตาเถนตกกระได!!” เสียงอุทานออกมาไม่เป็นศัพท์ พร้อมๆ กับเเรงกอดรัดจากผมที่ส่งไปมห้ยายจากด้านหลัง 

“คิดถึงจังครับ” 

“เจ้าฟิวส์...ฟิวส์เหรอลูก...เอ็งกลับมาเเล้ว...มาเเล้วเหรอลูก” ยายพูดออกมาน้ำเสียงสั่นเครือไม่เเพ้ผมเลย 

 

ฝ่ามือเหี่ยวๆ เเละสากด้าน จากการทำงานยกขึ้นลูบไปตามใบหน้า จับต้องตามลำตัวเเขนขาของผมอย่างนั้น… 

 

“กลับมาเเล้วครับ” 

“เหนื่อยไหมลูก...กินอะไรมาหรือยัง...ไปๆ เข้าบ้านๆ กลับมาถึงใหม่ๆ ไปพักด้านในบ้านลูกไม่ต้องมายืนร้อนอบอ้าวเเบบนี้...มาๆ เข้าบ้านกัน” 

 

ยายพูดเเล้วเดินจูงมือผมเดินนำไปทางที่ผมพึ่งจะเดินผ่านมา ผมเเอบมองสำรวจยายไปด้วย 

 

ยายดูผอมลงนิดหน่อยหรือเปล่านะ? 

 

“เเล้วนั้นใครละ...ยืนกันเสียเต็มบ้าน” 

“เอ่อ...คือ” 

“พ่อหนุ่มที่เคยเล่าให้ยายฟังละสิ” ยายบุญพูดยิ้มๆ ก่อนจะพาผมเดินต่อ 

“คุณโทมัส” ผมเรียกอีกฝ่ายที่กำลังนั่งมองรูปต่างๆ นานา ที่ยายติดมันเอาไว้ตามเสาบ้าน 

“เอ่อ...สวัสดีครับ” พอหันมาเห็นยายกับผมคุณโทมัสก็รีบยกมือไหว้ทันที 

“ไหว้พระเถอะพ่อ...มากันเหนื่อยๆ มานั่งกินน้ำกินท่านี้มา ไปยืนทำอะไรกันเล่าพ่อคุณ...มานี้ๆ กินน้ำกินท่ากัน...เอ็งดูเเลพ่อคุณเขาก่อน เดี๋ยวยายจะออกไปซื้อหาอะไรมาให้กินกัน” 

“อย่าลำบากเลยครับ ไม่เป็นอะไรพวกเราทานมาเรียบร้อยเเล้ว” 

 

ก่อนที่ผมจะได้ร้องห้ามอะไร คุณโทมัสก็ร้องห้ามเอาไว้ก่อนเเล้ว เเถมยังช่วยพยุงยายให้ไปนั่งลงบนเเคร่ที่อยู่ใกล้ๆ ด้วย 

 

“พูดไทยชัดเชียวพ่อคุณ...”คงเพราะคุณโทมัส ไม่มีเคราโครงของคนไทยเลยสักนิดเดียวเลยทำให้ยายของผมถามออกไปเเบบนั้น 

“ลูกครึ่งครับ พ่อคนอิตาลี เเม่เป็นคนไทย” 

“อย่างนั้นเอง…” 

“เอ่อ...คุณโทมัสครับ...นี่ยายบุญ ยายของผมเองครับ...ส่วนนี้คุณโทมัสครับยาย...เขาเป็น…” ผมหันไปมองหน้าเขาก่อนจะยิ้มออกมานิดๆ 

“...เป็นคนรักของฟิวส์” ผมพูดบอกออกไป 

“...ผมขอถือโอกาสนี่ฝากตัวเป็นหลานของยายอีกคนได้ไหมครับ...ผมสัญญาว่าจะดูเเลฟิวส์ให้ดี อย่างน้อยก็ให้ได้ครึ่งหนึ่งที่ยายดูเเลมา” คุณโทมัสพูดออกมาเสียงนิ่ง สายตาเเววตาทุกอย่างล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงจัง เเละมั่นคง ยายมองคุณโทมัสเหมือนกำลังสำรวจ ก่อนที่ท่านจะค่อยๆ พยักหน้ารับช้าๆ 

“ยายฝากด้วยนะ...ยายเชื่อว่าคุณจะไม่ผิดสัญญากับยายเเน่ๆ” 

 

เเล้วหลังจากนั้นทั้งยายทั้งคุณโทมัสต่างก็นั่งพูดคุยกันไปต่างๆ นานา ยายเล่าเรื่องวีรกรรมของผมตอนเด็กๆ บ้างคุณโทมัสเล่าเรื่องของผมที่อยู่ที่โน่นบ้าง… 

 

“ผมเคยได้ยินว่าเขาเคยตกบ้าน” 

“ใช่ๆ เจ้าฟิวส์มันหนีลูกตุ๊กเเก ไม่รู้หนียังไงของมัน...ตกบ้านมาเสียได้” ยายบุญเล่าออกมายิ้มๆ มีเหลือบมามองผมด้วยนิดหน่อย เเต่ไอ้คนที่ถูกเอ่เรื่องมาเล่าอย่างผมนี้สิที่เเทบนั่งไม่ติด 

“เขาบอกผมว่าตุ๊กเเกตัวใหญ่มากเลยนะครับ” 

“ใหญ่ที่ไหนเเล่า...ตัวเท่านิ้วก้อยเอ็งเลยพ่อคุณเอ๊ย...มันนะกลัวเกินเหตุจนได้เรื่องเจ็บตัวไป” 

 

เเล้วพอได้ยินเเบบนั้นคุณโทมัสก็หันมามองหน้าผม ทำหน้าทะเล้นๆ ล้อเลียนผมเสียเเบบนั้น...ดูเขาทำ- -! 

 

เชอะ! โกรธเสียดีไหม...ฮึ้ย! ทำไม่ได้อีก...โกรธไม่ลงอยู่ดี- ‘’ 

 

ผมนั่งมองคนทั้งสองพูดคุยกันอย่างถูกคอ ตอนเเรกเเอบกลัวอยู่เหมือนกัน...เเต่พอได้มาเห็นเเบบนี้ก็สบายใจขึ้นมาหน่อยเเล้ว 

 

“เเล้วนี้จะพักกันที่นี้หรือเปล่าละ ยายจะได้เตรียมที่หลับที่นอนให้” 

“ไม่ดีกว่าครับยาย/อยู่ครับ” 

 

ประโยคเเรกเป็นผมเองที่พูดส่วนอีกประโยคเป็นของอีกคน ผมหันไปมองคนตัวสูงทันที 

 

“คุณจะอยู่ได้ยังไง ไม่มีเเอร์นะ เเถมยัง” 

“อยู่ได้...ลำบากกว่านี้ก็จะอยู่..” 

“เเต่บ้านมันไม่ใหญ่ ข้าวของอะไรก็ไม่สะดวกเท่าที่คุณเคยอยู่...ผมว่า..” 

“อยู่ได้จะอยู่...ขออยู่ที่นี่นะครับ...เเฟรงค์เอาของขึ้นไปวางบนบ้านให้ที” 

 

เขาพูดบอกผม บอกยาย เเละบอกคุณเเฟรงค์ตามลำดับ ผมมองหน้าเขาเเบบโคตรจะช็อก เขาจะมาอยู่ที่เเบบนี้ได้ยังไง ที่นี่ไม่มีเเอร์ น้ำที่อาบก็อาบจากตุ่ม ไม่มีฝักบัว ไม่มีอ่างจากุชชี่ เเบบที่เขาเคยใช้ นอนก็ต้องนอนกับพื้น มีผ้าปูรองก็เท่านั้น 

 

“คุณอยู่ที่นี่ไม่ได้!” ผมดึงคนตัวสูงออกมาพูดบอกเสียงดุ จะให้เขามาลำบากได้ยังไง 

“จะอยู่” 

“ไม่ได้!” 

“จะอยู่...ถ้าไม่ให้นอนที่บ้านก็จะนอนในรถ เลือกเอา” 

 

เขาพูดหน้านิ่ง สายตาบอกเป็นนัยได้ใจความว่า ‘เขาคิดจะทำตามที่ตัวเองพูดจริง’ 

 

“เเต่คุณจะลำบาก” 

“สบายมาก...นอนพื้นเมื่อก่อนก็ทำบ่อย” 

“เเต่นั้นมัน…” 

“ก็ไม่ต่างกันหรอก” 

“จะเอาเเบบนั้นจริงๆ เหรอครับ” 

“ใช่” 

“งั้นก็ได้ครับ” ...ห้ามไม่ได้จริงๆ สุดท้ายผมก็ต้องยอมเเต่โดยดี พอเห็นว่าผมยอมคนตัวโต เเต่ชอบทำนิสัยเป็นเด็กก็เเสดงท่าทีดีใจออกมา… 

 

...อยู่ไม่ได้อย่ามาบ่นนะ! 

 

มาเเล้ววววววววววววว 

​BY: ลั้น ลา 

 

ความคิดเห็น