เป็นกำลังใจและแชร์ให้เทคนิยายให้เทคด้วยน้าาา รักเทค ก็อยู่กับเทคนานๆๆๆๆ ห้ามทิ้งกันไปไหนน้าาาา

ตอนที่ 1 การพบกันครั้งแรก

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 การพบกันครั้งแรก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ย. 2561 23:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 การพบกันครั้งแรก
แบบอักษร

ตอนที่ 1

ในช่วงเวลาที่ปกติท้องถนนที่เต็มไปด้วยการจราจรคับคั่ง แต่กลับโล่งสบาย แทบไม่มีการติดขัดของรถให้หงุดหงิด

อติรุจหรือติ...ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้า ใบหน้าหล่อเหลาดูเกลี้ยงกลม เส้นผมสีดำที่ถูกจัดแต่งเรียบร้อย รับกับสันจมูกคมโด่ง เขาอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่าน กางเกงขายำสีดำ ดวงตาสีดำทอดมองไปบนท้องถนนที่เต็มไปด้วยแสงไฟจากหลอดนีออน

จนกระทั่งรถคันหรูขับมาได้ระยะหนึ่งก็รู้สึกถึงความผิดแปลก อติรุจคิดว่าเขาคงขับรถไปเหยียบบางอย่างเข้า ถ้าโชคดีก็คงเป็นเศษไม้ แต่ถ้าโชคไม่ดีก็อาจเป็นสิ่งของแหลมคมที่ทำให้ยางแตกได้ อย่างเช่นพวกตะปู จึงได้หาสถานที่เหมาะสมที่มีความสว่างมากเพียงพอ แล้วปัดพวงมาลัยรถจอดข้างทาง ก่อนที่จะย่างกรายลงมาดูด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย เขาทำงานมาก็เหนื่อยและเลิกก็ดึกอยู่แล้ว ถ้ายังมารถเสียอีกคงแย่แน่ ดึกขนาดนี้คงจะหาช่างซ่อมลำบาก

ในขณะที่กำลังสำรวจความเสียหายตรงด้านท้ายรถ อติรุจก็รู้สึกว่ามีใครบางคนมายืนช้อนอยู่ด้านหลัง น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบแผ่ว ไม่ต้องหันไปมองก็พอคาดเดาได้ว่าตนเองกำลังถูกคุกคาม

“อย่าขยับ เงียบๆ เอาไว้ถ้าไม่อยากตาย”

เขากำลังจะถูกปล้น

อติรุจเหลือบตามองไปยังด้านหน้าที่อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่นัก เป็นป้ายสำหรับรอรถประจำทาง และก็มีคนอยู่หลายคน เขากำลังคิดว่าถ้าจะวิ่งไปขอความช่วยเหลือคงไม่ยาก ทว่ามีดปลายแหลมมันกำลังจ่ออยู่ด้านหลังเขา มันไม่ใช่เรื่องง่ายถ้าคิดจะทำอะไรตุกติก

“เข้าไปในรถ อย่าคิดหนีเชียวนะมึง”

อติรุจทำหน้าฉงน โจรคนนี้ไม่คิดที่จะเอาเงินหนี แต่กลับให้เขาเข้าไปนั่งอยู่ในรถ หากมองจากมูลค่าในกระเป๋าสตางค์ของเขาก็มีอยู่แค่ไม่กี่พันบาท ถ้าเทียบกับรถแล้วมันก็น้อยกว่าอยู่ดี

“เข้าไปที่หลังรถ”

โจรมันบอกตำแหน่งเขา อติรุจก็ทำตามอย่างว่าง่าย

 กายโปร่งสะอาดเปิดประตูรถ ก่อนจะเคลื่อนกายเข้าไปด้านใน แต่ยังไม่ทันที่นั่งก็ถูกกระชากตัวให้นอนลงตรงเบาะหลัง เพราะถูกบังคับให้นอนหงาย จึงทำให้เห็นอีกฝ่ายอย่างชัดเจน อติรุจเพ่งมองก็คิดว่าโจรตรงหน้าน่าจะอายุประมาณกันได้ รูปร่างกำยำรับกับผิวสีเข้ม ใบหน้ามีหนวดเคราเขียวขึ้นประปรายเล็กน้อย และโจรผิวเข้มก็กำลังมองเขาอยู่เช่นเดียวกัน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มสะท้อนกับหลอดไฟนีออนจากด้านนอก จนทำให้อติรุจไม่อาจละสายตาไปได้ชั่วขณะหนึ่ง

นอกจากเขาจะถูกบังคับให้นอนราบแล้ว อีกฝ่ายก็ยังทาบทับอยู่บนร่าง ถึงรูปร่างของเขาทั้งคู่จะแตกต่างกัน แต่ความสูงนั้นก็ไม่ได้ห่างกันมากเท่าไหร่นัก ยามที่กายสีเข้มเคลื่อนทับเขา ก็ทำให้ส่วนกลางลำตัวแนบสนิทจนเสียดสีกันไปมาเล็กน้อย อติรุจสะตุ้งตัวโหยง แต่ก็ไม่กล้าที่จะส่งเสียง เมื่อมืดขนาดพกพากำลังจ่อที่คอของเขาอยู่

“ถ้ามึงอยากให้คอมึงเป็นรู มึงก็ลองเรียกคนมาช่วยดู”

โจรมันกำลังขู่เขาอีกครั้ง อติรุจก็พยักหน้ารับด้วยความจำยอม

ผ่านไปได้เกือบห้านาทีได้ ก็รู้สึกว่าได้ยินเสียงฝีเท้าพร้อมกับเสียงตะโกนโหวกเหวกของคนที่อยู่ด้านนอก อติรุจจึงคิดได้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้มาปล้นเขา แต่กำลังหนีบางอย่างอยู่ เขาคาดเดาจากสีหน้าที่ดูไม่สู้ดีนัก ราวกับว่ากำลังกลัวที่จะถูกจับได้เสียอย่างนั้น

ก๊อก ก๊อก

“มีใครอยู่ในรถไหม เปิดประตูหน่อย”

ในขณะนั้นเองอติรุจก็ได้ยินเสียงเคาะกระจก แต่เขาก็ไม่อาจขยับกายได้เมื่อคนตรงหน้าไม่คิดที่จะลุกหนี และได้ยินเสียงจิปากจากอีกคน ดูก็รู้ว่ากำลังอารมณ์เสียอยู่

บ้าจริง! มันจะตามทำไมกันนักหนาวะ!

รอดหรือไอ้รอด...มันมีชื่อจริงว่า ศุภกฤต มันกำลังรำคาญที่ถูกตามไม่รู้จักหยุดจักหย่อน หัวสมองทึบกำลังพยายามหาทางหนี แววตากวาดมองไปรอบตัวรถเพื่อหาอาวุธ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรสู้ได้ จึงต้องเปลี่ยนแผนการใหม่ ทว่าพอคิดไปคิดมาอีกทีมันก็หยุดนิ่ง ในเมื่อคนที่กำลังตามล่ามันอยู่ไม่รู้ว่ามันแอบซ่อนตัวอยู่ในรถ ต่อให้ไอ้รอดมันเป็นคนไม่ฉลาด ก็พอจะคาดเดาสถานการณ์ออก หากมันอยู่เฉยๆ ทำเป็นหูทวนลมซะ และทำให้รถเหมือนไม่มีคนอยู่ก็สิ้นเรื่อง ปล่อยให้ไอ้คนที่ตามตัวมันอยู่เรียกอีกสองสามครั้งก็คงจะไปเอง

“ลุกก่อนได้ไหม ถ้าหากไม่เปิดประตูเขาจะสงสัยเอานะ”

เป็นครั้งแรกที่อติรุจเปิดปากพูด เขาใช้สีหน้าอ้อนวอนให้คนบนร่างลุกขึ้น การที่ผู้ชายสองคนมานอนทับกันบนเบาะหลังแบบนี้มันอึดอัดจนหายใจแทบไม่ออก

“ถ้าเปิดมึงก็หนีดิ อย่าคิดว่ากูโง่” น้ำเสียงห้วนบอกกับคนใต้ร่าง

“ผมไม่หนีหรอก”

“กูไม่เชื่อมึง”

ไม่ต้องใช้สมองคิด คนที่ทำตัวเป็นโจรก็ไม่คิดจะเชื่ออยู่แล้ว เอามีดมาจ่อที่คอถึงขนาดนี้ ร้อยทั้งร้อยก็ต้องหาทางเอาตัวรอดด้วยกันทั้งนั้น คนที่อยู่ใต้ร่างเขาก็ด้วย คงไม่ได้แตกต่างจากคนอื่น มีใครบ้างที่จะไม่ห่วงตัวเอง ถึงเขาจะสงสารที่มันหน้าซีดเป็นไก่ต้ม แต่ก็ไม่อาจปล่อยมันไปได้ ขืนทำแบบนั้นคนที่จะซวยก็คือเขานี่แหละ!

“ผมไม่หนีจริงๆ นะ ไม่หนีหรอก ผมจะช่วยคุณหนีคนพวกนั้น”

ชายหนุ่มผิวเข้มแสยะยิ้ม เขาอยากรู้ว่าไอ้หน้าขาวมันจะมาไม้ไหน

“กูจะมั่นใจมึงได้ยังไงว่ามึงไม่คิดแหกปากให้คนมาช่วย”

อติรุจเบือนหน้าหันหนีไปทางอื่น ก่อนจะยกสองมือสั่นๆ มาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนของตัวเองประมาณสามเม็ดได้ แต่มันก็มากพอที่จะทำให้เห็นผิวที่ขาวเนียนดูน่ามอง

“ผมจะทำเหมือนกับว่าผมกับคุณ...” พูดไม่จบประโยคก็ไม่กล้าพูดอีก ริมฝีปากสีอ่อนขบเม้มกันแน่น

“มึงจะบอกว่าให้พวกนั้นคิดว่ากูกับมึงกำลังเอากัน”

อติรุจหันมองคนที่กำลังทับตัวเองอยู่ แววตากร้าวอย่างคนเอาเรื่อง พูดเรื่องแบบนี้ได้ไม่อายปากจริงๆ

“คุณมีวิธีอื่นอีกไหมล่ะ”

หนุ่มผิวเข้มไหวไหล่เบา แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงโทนต่ำ

“ก็ดี...พวกมันจะได้เลิกตามกูสักที แสดงให้พวกมันเชื่อล่ะว่ากูกับมึงกำลังเล่นหนังสดกันอยู่ อย่าลืม...ถ้ามึงตุกติกแม้แต่นิดเดียว ตัวมึงได้เป็นรูพรุนแน่”

“รู้แล้ว...ลุกไปซะทีสิ”

เมื่อร่างกำยำกว่าถอยห่าง กายขาวจึงลุกขึ้น จัดแจงเสื้อผ้าตัวเองให้ดูเหมือนกำลังรีบร้อน เผยให้เห็นหัวไหล่และไหปลาร้าขาว จากนั้นก็เปลี่ยนตำแหน่งกับชายผิวเข้ม พยายามดันให้อีกฝ่ายดันชิดกับประตูอีกฝั่ง เพื่อกันไม่ให้คนแปลกหน้าที่อยู่ด้านนอกจับได้

อติรุจกำลังเตรียมตัวเปิดกระจกรถ ก็รู้สึกว่าตรงช่วงเอวถูกมีดขนาดพกพาเล่มเดิมจี้เอาไว้ บ่งบอกว่าอีกฝ่ายยังไม่เชื่อที่เขาพูด เท่ากับว่าหนทางที่จะขอความช่วยเหลือก็เท่ากันศูนย์

ก่อนที่กระจกรถจะถูกเคาะอีกครั้ง อติรุจก็เปิดกระจกรถเสียก่อน ทำให้เห็นหน้าตาสะอาดของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน ดูเหมือนว่ากำลังมองสำรวจบางอย่าง อติรุจจึงขยับกายเล็กน้อยเพื่อบังคนที่ซ่อนตัวอยู่ด้านในรถให้มิดชิดมากกว่าเดิม

“เห็นผู้ชายผิวคล้ำ ตัวใหญ่ วิ่งมาทางนี้ไหม” ผู้ที่อยู่ด้านนอกถามเขา

อติรุจส่ายหน้าตอบ จะพูดความจริงก็พูดไม่ได้

“ไม่เห็น”

“ใครตรงนั้นน่ะ ขอดูหน้าหน่อยได้ไหม”

“คงไม่ได้ครับ” อติรุจหลุบตามองต่ำลง จนทำให้อีกฝ่ายมองตาม พอเห็นว่าตรงลำคอไม่มีสิ่งปกปิดเอาไว้จึงเข้าใจความหมายโดยทันที

“คุณกำลังละเมิดสิทธิผม”

“ถ้าจะทำกันก็ไปทำที่โรงแรมไม่ดีกว่าเหรอคุณ นี่มันถนนนะ”

อติรุจหน้าแดงถึงใบหู เขาไม่อาจพูดอะไรได้ นอกจากพยักหน้ารับสองสามครั้ง เมื่อถูกคนอื่นมองในสภาพเสื้อผ้าหลุดรุ่ยแบบนี้ จะให้คิดเป็นอย่างอื่นก็คงไม่ได้

คล้อยหลังของผู้ชายคนนั้นไปแล้ว อติรุจก็จัดแจงเสื้อผ้าตัวเองให้กลับเรียบร้อยเหมือนปกติ ใบหน้าขาวผินมองคนด้านข้างที่ยังไม่เอามีดออกจากเอว

“ไปแล้ว” อติรุจบอก

หนุ่มผิวเข้มเมื่อเห็นว่าตัวเองปลอดภัยก็ละมือออก เขาไม่คิดว่าการเข้ามาแอบในรถแบบนี้จะพาให้ตัวเองหนีรอดมาได้ นับว่าไอ้หน้าขาวตรงหน้าฉลาดดีเหมือนกัน แต่มันก็ยังไม่มีอะไรมารับประกันได้ว่าเขาจะปลอดภัยถึงที่สุด พวกมันที่ตามล่าเขาอาจจะยังแอบซ่อนตัวอยู่ จึงไม่ได้ลงไปจากรถ แต่จะให้เขารอดูสถานการณ์ก็คงไม่ได้ พวกมันต้องสงสัยแน่ ครั้นพอเห็นคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเขาก็ทำให้นึกอะไรออกมาได้ ในเมื่อมันช่วยเขาแล้วก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุดสิ

“มึงไปขับรถ”

“คุณจะปล้นผมเหรอ ผมช่วยคุณนะ”

“มึงจะถามทำไมวะ กูบอกให้มึงขับ มึงก็ขับไปดิวะ!” ตะคอกใส่เสียงดัง “ไม่ต้องออกไปนะมึง ข้ามไป”

อติรุจขบเม้มริมฝีปากตัวเองแน่น เขากลัวว่าคนด้านข้างจะบ้าดีเดือดแล้วทำร้ายเขาขึ้นมาจริงๆ จึงได้จำยอมอย่างว่าง่ายอีก เขาขยับกายลุกข้ามไปตรงที่นั่งคนขับ จากนั้นก็สตาร์ทรถออกไปตามคำสั่งของคนที่เป็นอาคันตุกะแปลกหน้า

ระหว่างทางเขาก็เหลือบมองคนด้านหลังเป็นระยะๆ อติรุจไม่แน่ใจนักว่าอีกฝ่ายมีจุดหมายอยู่ที่ไหน จึงได้ขับรถอ้อมไปอ้อมมาอยู่ได้เกือบประมาณครึ่งชั่วโมงได้ พอเห็นว่าคนด้านหลังยังไม่ปริปากพูด และดูจากลักษณะท่าทีแล้วคงไม่ได้คิดปล้นเขาอีกแน่

“คุณ...หนีพวกนั้นเหรอ หนีทำไม” อติรุจลอบถาม อันที่จริงเขาแค่หาอะไรคุยมากกว่า

“มึงอยากรู้ไปทำไม” อีกฝ่ายตอบยียวน

“เปล่า...แค่ถาม”

แน่นอนว่าเขาไม่คิดว่าจะได้คำตอบโดยง่าย ก็แค่ถามไปอย่างนั้น

ชายหนุ่มผิวเข้มยกยิ้มมุมปาก ในเมื่อมันอยากรู้นักเขาก็จะตอบ

“กูทำยามันหาย มันเลยตามล่ากู มึงเข้าใจไหม ยาบ้า” น้ำเสียงนั้นยังคงยียวน เขาพูดตามความจริง ต่อให้ไอ้หน้าขาวมันรับไม่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องของเขา มันเป็นแค่ตัวประกันที่จะเป็นหลักให้เขาได้หนีรอด

“เป็นหนี้เหรอ ถึงต้องขายยา” อติรุจเข้าใจความหมายนั้น ถ้าจะให้เดาก็น่าจะรู้ตั้งแต่แรก การที่คนหนึ่งต้องหนีหัวซุกหัวซุนจากอีกคนหนึ่งมันก็มีแค่ไม่กี่อย่างเท่านั้น และอีกอย่างดูจากสภาพของอีกฝ่ายแล้วก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่นัก ต่อให้รูปร่างกำยำไม่มีไขมันส่วนเกินให้ดูน่าเกลียดก็เถอะ แต่การแต่งตัวมันก็บอกสถานะได้เป็นอย่างดี

“เรื่องของกู กูจะเป็นหนี้หรือไม่เป็นหนี้ แล้วมันหนักหัวอะไรมึงด้วยวะ”

“ถ้าอย่างนั้น...ไปทำงานกับผมไหม”

รอดเลิกคิ้วพลางหัวเราะเสียงดัง ไอ้หน้าขาวมันบ้าไปแล้ว มันชวนเขาไปทำงานด้วยทั้งที่เขาเพิ่งเอามีดจ่อคอแท้ๆ ไอ้รอดมันก็เพิ่งเห็นคนบ้าก็วันนี้ รู้จักกันไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ จะมีก็คงแต่คนบ้า และไอ้หน้าขาวตรงหน้าเขามันก็คงจะบ้าจริงๆ หรือไม่ก็สติไม่สมประกอบ อาจจะตกใจที่เขาเอามีดขู่จะแทง เลยทำให้สมองอันน้อยนิดเกิดกระทบกระเทือน หรือไม่ก็คงเป็นลูกคุณหนูที่ได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดีแล้วรับไม่ได้ที่ตัวเองตกอยู่ในอันตราย

“มึงบ้าเหรอวะ กูโคตรขำว่ะ ฮ่าๆ”

“ผมพูดจริงนะ คุณไม่เชื่อเหรอ ผมอยากช่วยคุณ”

“กับคนที่เพิ่งเอามีดไปจี้คอมึงเนี่ยนะ” ไอ้รอดถามอีกครั้ง เหมือนกำลังไม่เชื่อ

“คุณไม่เชื่อผมเหรอ”

“เชื่อก็โง่ดิมึง กูไม่ใช่ควายนะเว้ย มึงคิดจะตะล่อมกูให้อยู่เฉยๆ แล้วเอาตำรวจมาจับกู”

“คุณกลัวเหรอ” น้ำเสียงนิ่งสงบถาม “ถ้าผมจะจับคุณไปส่งตำรวจก็คงทำนานแล้ว ผมไม่ปล่อยให้คุณนั่งรถมากับผมแบบนี้หรอก ถ้าผมจะหนีคุณไปขอความช่วยเหลือก็ง่าย ถึงคุณจะแทงผม แต่ผมก็คิดว่าน่าจะแค่ได้รับบาดเจ็บนิดๆ หน่อยๆ ก็คงไม่ตาย”

ไอ้รอดขมวดคิ้ว เขากำลังคิดตามที่คนด้านหน้าพูด เอาเข้าจริงก็เป็นอย่างที่ไอ้หน้าขาวกล่าว มีดของเขาเป็นแค่มีดสั้นขนาดพกพาที่เอาไว้ใช้ป้องกันตัว ไม่ได้เอาไปฟันแทงใครให้ตายได้ อย่างมากก็แค่มีแผลสักสองสามแห่ง เมื่อลองชั่งใจดูก็คิดว่าน้ำหนักไปทางไอ้หน้าขาวมากกว่า ไอ้รอดไม่อยากเสี่ยง มันไม่มีที่ไป ต่อให้เลือกไม่ไปกับไอ้หน้าขาว มันก็ถูกตามล่าอยู่ดี จะให้กลับไปที่บ้านตอนนี้ก็คงจะไม่ได้ เรียกได้ว่าหนทางรอดของมันไม่มี แต่ถ้ามันเลือกไปกับไอ้หน้าขาว ดูจากลักษณะของมันแล้วก็คิดว่าน่าจะเป็นคนมีเงินอยู่

“งานอะไร?”

คนมีเงินก็ใช่ว่าจะเป็นคนดีเสมอไป พวกปากหวานก้นเปรี้ยว ต่อหน้าเป็นอย่าง ลับหลังเป็นอย่างเขาเจอมาเยอะแล้ว ดีไม่ดีไอ้หน้าขาวมันอยากให้เขาไปฆ่าใครสักคนที่เกลียดก็ได้

“ช่วยดูแลบ้าน อย่างคนสวนอะไรแบบนี้แหละ ไม่มีอะไรมาก ที่บ้านผมกำลังขาดคนพอดี อยากหาคนมาทำงานใหม่ ผมเห็นคุณท่าทางใช้ได้เลยลองชวนดู อีกอย่างคุณก็กำลังหนีคนพวกนั้นอยู่ใช่ไหมล่ะ ถ้าไม่มีที่ไปก็ไปหลบบ้านผมก่อนก็ได้นะ”

“เหอะ บ้านมึงคงรวยน่าดู”

“ก็คงแบบนั้น” อติรุจมองคนด้านหลังผ่านกระจก

ไอ้รอดชั่วใจคิด มันอยากรู้ว่าไอ้หน้าขาวกำลังคิดจะทำอะไรต่อ ถึงได้หว่านล้อมเขาถึงขนาดนี้ จะให้ลองดูก็ไม่ได้เสียหาย ดีเสียอีกเขาจะได้มีที่หลบอยู่สักพัก ริมฝีปากสีเข้มเพราะสูบบุหรี่จัดยกยิ้มร้าย เขาไม่ได้อยากไปทำงาน แต่เขาอยากได้เงิน ถ้าต้องทำงานเพื่อแลกเงินเพียงแค่ไม่กี่บาทมันก็เหนื่อยเปล่า สู้ไปปล้นดีกว่าง่ายดี

อติรุจได้ฟังก็ไม่พูดอะไรอีก เขาทำเพียงแค่ขับรถไปตามทาง ลัดเลาะไปยังเส้นทางที่คุ้นชินเท่านั้น ไม่นานก็มาถึงจุดหมาย


อติรุจกำลังเชิญชวนคนแปลกหน้าให้เข้ามาในบ้าน...

ไอ้รอดก้าวเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ หรือมันอาจะเรียกน้อยไปด้วยซ้ำ มันต้องเรียกว่าคฤหาสน์ถึงจะถูก ทันทีที่ประตูรั้วอัตโนมัติถูกเปิด มันก็ถูกพาเข้ามา รอบด้านเต็มไปด้วยสิ่งที่ผู้ดีเขาชอบตบแต่งกัน อย่างพวกน้ำพุกลางบ้าน หรือพวกรูปปั้น ต้นไม้ประดับที่เรียกรายก็ถูกจัดแต่งอย่างดี ไอ้รอดลองมองก็พบว่าไม่มีกิ่งก้านแผ่ขยายหลุดออกมาจากพวงด้วยซ้ำ ตรงทางเดินเข้าบ้านก็ปูด้วยหินอ่อนอย่างดี จนไอ้รอดอดคิดไม่ได้ว่าหากเหยียบไปแล้วมันจะบินได้หรือเปล่า

“นั่งก่อนสิ”

มันเหมือนเชื้อเชิญให้เข้าไปนั่งตรงโซฟา ด้านในคฤหาสน์นั้นก็ถูกจัดแต่งหรูหรายิ่งกว่าด้านนอกด้วยซ้ำ แบ่งเป็นสัดเป็นส่วน ไม่เหมือนกับบ้านในสลัมที่เขาอยู่ จะที่กินหรือที่นอนก็ที่เดียวกันทั้งนั้น

แน่นอนว่าคนอย่างไอ้รอดไม่ยอมหลงกลง่ายๆ มันคอยลอบมองเพื่อหากล้องวงจรปิด นับตั้งแต่เดินเข้ามาก็พบอยู่แค่บริเวณประตูหน้าบ้านที่เดียวเท่านั้น ถ้าดูจากสถานะของไอ้หน้าขาวคงไม่ได้มีแค่ตัวเดียวแน่ๆ ดีไม่ดีอาจมีนับสิบตัวด้วยซ้ำ เพียงแค่ว่ามันไม่ได้ถูกตั้งโชว์เด่นหรา น่าจะถูกแอบซ่อนที่ใดที่หนึ่งมากกว่า

ตรงใกล้กับห้องโถงใหญ่ มีเค้าท์เตอร์บาร์อยู่ แก้วสีใสถูกวางเรียงราย ไอ้รอดมองไอ้หน้าขาวที่ยังไม่รู้ชื่อไม่ละสายตา พยายามจับสังเกตสีหน้า แต่ก็พบว่าอีกฝ่ายไม่ได้ทำอะไรนอกจากหยิบน้ำเทใส่แก้ว ก่อนที่จะถูกนำมาวางไว้ตรงหน้าเขา

“มีแต่น้ำผลไม้นะ อาจจะต้อนรับไม่ดีเท่าไหร่ ตอนนี้มันดึกมากแล้ว คนอื่นก็นอนหมด” อติรุจพูดขึ้น เพราะเห็นว่าคนตรงหน้าเอาแต่เงียบ

“มึงทำอย่างนี้กับทุกคนหรือเปล่าวะ” ไอ้รอดมันสงสัย จึงถามขึ้นด้วยความอยากรู้ ชวนคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้าน แล้วก็ให้ทำงาน

“เปล่า ปกติแล้วก็ไม่ชวนใครหรอก”

ไอ้รอดเลิกคิ้ว สีหน้างุนงงเป็นเท่าตัว ไม่ชวนคนอื่นแต่กลับชวนมันเนี่ยนะ แค่ได้ฟังก็เชื่อไม่ได้แล้ว

“แต่มึงชวนกู”

“ใช่” อติรุจพยักหน้ารับ

“ทำไม”

มันต้องการเหตุผลที่เชื่อถือได้ คำตอแหลเขาไม่ต้องการฟังให้ระคายหู มันเกิดมาจากสลัม มีความเป็นอยู่ที่ไม่ดีเท่าไหร่นัก ด้วยชีวิตที่มันเจอมาก็หลายรูปแบบ เลวบ้าง ดีบ้าง แม้ว่าคนเลวจะเยอะกว่าคนดีก็เถอะ และไอ้รอดก็รอดสมชื่อ มันอยู่ได้ต่อให้สังคมที่อยู่เน่าเฟะ เรียกได้ว่าการอยู่ของไอ้หน้าเขากับมันเป็นคนละอย่างด้วยซ้ำ

“คุณอยากรู้เหรอ”

อติรุจก้มหน้า ซ่อนความอับอายบนใบหน้า การกระทำของเจ้าตัวไม่อาจหลุดพ้นสายตาของคนมองไปได้ ไอ้รอดมองไปที่เป้ากางเกงก็เห็นว่ามันนูนพอง ถ้ามองให้ดีก็พบว่าไอ้หน้าขาวมันดูดีมาก ผิวกายขาวสะอาดสะอ้าน มองปราดเดียวก็รู้ว่ามันกำลังต้องการบางอย่างจากเขา ไอ้รอดได้คำตอบแล้ว และจะว่าไปมันเองก็กำลังทรมานตรงส่วนช่วงกลางลำตัวไม่ได้ต่างกันนัก

ไอ้รอดมันต้องการปลดปล่อย...

ต่อให้คนที่มันกำลังคิดทำมิดีมิร้ายจะเป็นผู้ชายมันก็ไม่เกี่ยง อายุได้ยี่สิบกว่าปีเคยลองมาหมดแล้ว ผู้ชายคนแรกที่นอนด้วยเป็นกะเทยในสลัม ถ้าจำไม่ผิดกะเทยที่มันนอนด้วยคนแรกน่าจะอายุประมาณสิบห้าได้ มันไม่ใช่การบังคับข่มเหง แต่มันเป็นความเต็มใจ ในเมื่อมันอยากลอง และก็ถูกสนองถึงที่ เรื่องอะไรที่จะต้องปฏิเสธ ดังนั้นไอ้หน้าขาวตรงหน้าก็ไม่ต่างอะไรกัน ดีเสียอีกที่เขาจะได้ลิ้มลองรสชาติของลูกผู้ดี อยากรู้ว่ามันจะดีขนาดไหน พอหลังจากนั้นค่อยขโมยของสักสองสามอย่างแล้วค่อยกลับก็ยังได้

“มึงชื่ออะไร”

“ติ...แล้วคุณล่ะ”

“กูชื่อรอด”

ไอ้รอดมองไปที่น้ำผลไม้ตรงหน้า แก้วสีใสดูโดดเด่นเป็นสีเมื่อถูกแต่งแต้ม และมันก็พอใจ...


TAKE

ขอกำลังจายให้เค้าหน่อยยยยย #อ้อนๆ

รักเค้า ติดตามเค้า อยู่กับเค้าไปนานๆ น้าาาา

และเพื่อเป็นการย้ำเตือน เรื่องนี้ สลับ นะคะ

สลับกันรับและรุก จะไม่มีเคะรับฝ่ายเดียว หรือเมะฝ่ายเดียว แต่ทั้งคู่จะผลัดกันนะเออ

ความคิดเห็น