ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.ย. 2561 08:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ
แบบอักษร

ชายชุดดำที่พรางหน้าด้วยหน้ากากอนามัยตรงเข้าห้องตรวจ

ป้ายชื่อ นายแพทย์พยัคฆ์ บัณฑิตสกุล

เจ้าของห้องมองคนป่วยที่เดินเข้ามาใหม่ เขาส่งยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะดึงผ้าปิดจมูก

“สวัสดีครับ” นายแพทย์หนุ่มเอ่ยทัก

“ครับหมอ”

“มีอาการยังไงบ้างครับ” น้ำเสียงยังเจือไปด้วยความใจดี แววตายังอ่อนโยน

“แบบนี้ครับ” คนที่อ้างตัวว่าเป็นคนไข้เผยวัตถุสีดำที่นายแพทย์หนุ่มคนนี้รู้จักดี

“ฮึ”

“มึง” เขาถูกจู่โจมอย่างรวดเร็ว แต่มันก็ยังช้าอยู่ดี

“เข้าไม่ได้นะคะ” เสียงเอะอะโวยวายด้านหน้าห้องตรวจ แต่ไม่ได้ช่วยให้ทำลายสมาธิคนอย่างเขาได้เลย

การต่อสู้เล็กน้อยยังคงดำเนินต่อไป

ปัง

เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ก่อนที่เขาจะล็อคคอคนร้ายได้สำเร็จ เอี่ยวตัวหลบกระสุนก่อนจะซ้อนด้านหลังและดัดแขนมันเล็กน้อย

จู่ๆ ก็มีบุคคลสองคนโผล่เข้ามา

คนหนึ่งเขารู้จัก นายแพทย์พระราม รุ่นพี่ของเขาเอง แต่อีกคน ใคร?

“คุณมาช้า ผมเกือบตาย” เขาทักขึ้นเมื่อเห็นพระรามถอนหายใจ

“ตำรวจกำลังมา” พระรามเอ่ยบอกเสียงนิ่ง แววตาชาชินฉายชัดจนเขาต้องกระตุกยิ้ม

“ถ้าไม่ติดว่านี่คือโรงพยาบาล ผมคงเสียเลือดเยอะกว่านี้” เขายังคงเอ่ยบอกแพทย์รุ่นพี่ด้วยท่าทีสบายๆ ส่วนคนที่มาใหม่อีกคนทำหน้าแหยๆ ใส่

หลังจากนั้นไม่ถึงห้านาทีตำรวจก็มา พร้อมกับนำตัวคนร้ายไป แถมยังกำชับให้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ไปให้ปากคำที่โรงพักด้วย

“สวัสดีครับ” เขาเอ่ยทักคนมาใหม่อย่างอัธยาศัยดี พร้อมส่งรอยิ้มหวานๆ ไปให้

“สวัสดีครับ ผมลูซ” คนมาใหม่ทักทายกลับอย่างเป็นมิตร หากแววตาหวาดระแวง

“ผมเสือครับ”

“เลิกยิ้มเป็นมิตรสักที” พระรามเอ่ยขัด “ไปกัน” เอ่ยจบก็เดินนำไม่สนใจใคร

“คุณโชคดีเลยนะ” เขาเอ่ยบอกคนที่เดินอยู่ข้างๆ

“ยังไงเหรอ” ลูซหันมาถามกลับ

“ก็คนร้ายส่งสัญญาณบอกว่าคุณคือคนที่เดินตามมา และ คุณกำลังเป็นเป้าใหม่ของมันครับ” ยังคงพูดสุภาพ แต่น้ำเสียงแฝงไปด้วยความน่าหมั่นไส้โดยที่เขาก็ไม่ค่อยรู้ตัว

“ค่อยคุยกัน” พระรามที่หันมามองเอ่ยบอกก่อนจะเร่งความเร็วของฝีเท้า

และตอนนี้เราทั้งสามคนก็มาอยู่ที่กระท่อมหลังน้อยซึ่งอยู่ถัดจากบ้านของนายแพทย์พยัคฆ์ไม่กี่เมตร

“อย่างน้อยอิทธิพลมันก็ไม่ขยายไปถึงบ้านมึง” พระรามเอ่ยบอกลูซเสียงเครียด “ดาทำเรื่องย้ายเสร็จแล้ว ฝากได้ไหม”

“เกิดไรขึ้นวะ” คนแปลกหน้าที่ตอนนี้เขารู้จักเพียงชื่อเอ่ยถาม

“อ้าว คุณยังไม่รู้เหรอ” เขาถามอีกคนนิ่งๆ

“นี่ไอ้ลูซ มันมาตามอุ่น” พระรามอธิบายเพิ่มขึ้น แต่ข้อมูลก็ยังน้อยกว่าอยู่ดี

“อุ่นมีแฟนแล้วเหรอ โหย” เขาอดที่จะเย้าอีกคนไม่ได้ แววตาเอาเรื่องนั่นทำให้ชวนแหย่ “ว่าจะจีบแล้วเชียว”

ยิ่งพูด ลูซก็ยิ่งทำหน้าไม่พอใจ

“ไม่ต้องมองขวาง ปากมันก็เป็นงี้” พระรามที่ทนรำคาญไม่ไหวเอ่ยบอก

“ตกลงมาทำงานอะไรกัน” ผู้ชายอีกคนถามเหมือนรู้คำตอบแล้ว แต่อยากได้ยินชัดๆ

“สายลับ”เขาเอ่ยบอกทันที พร้อมยักไหล่นิดหน่อย “รู้แล้วก็รู้ให้จบๆ จะได้ตายตาหลับ”

บอกแล้วว่าเขาเป็นคนสุภาพ

“มึงด้วยเหรอ” ลูซหันไปถามพระราม

“อื้ม กูต้อง....ย้ายหลังจบภารกิจ แล้วก็จะมีคนมาสานต่อ ไอ้นี่แหละ” พระรามเพยิดหน้ามาทางเขา

เขาก็อดจะส่งยิ้มกว้างไม่ได้

“มึงไม่ได้ย้ายเพราะจบภารกิจ มึงย้ายเพราะดา” อีกคนก็เอ่ยอย่างรู้ทัน ชักน่าสนใจ

“ดาจะมาเสี่ยงด้วยไม่ได้”

“ผมบอกแล้วว่าความรักคืออุปสรรคของงาน” เขาเอ่ยยิ้มๆ ก่อนจะ

“ขอบใจ” พระรามเอ่ยขอบคุณเขา และเขาพอรู้ว่าทำไม “ทำให้คนร้ายรู้ตัว”

“กูพอจะช่วยอะไรได้บ้าง” ลูซหันไปถามพระราม

เขาได้แต่ส่ายหน้าให้กับคำถามนั้น

“คุณกลับบ้านซะ ใช้ชีวิตไปอย่างปกติ ทางนี้ผมจะจัดการเอง”

“ตำรวจไว้ใจได้แค่ไหน”

“ทุกนาย” เขาเอ่ยตอบความสงสัยอย่างมั่นใจ

“ช่วงล้างบางน่ะ” พระรามขยายความถึงเหตุและผลของการทำงานนี้ว่าทำไมตำรวจถึงเร็วและไว รวมทั้งไว้ใจได้

“เป็นหมอเงินเดือนน้อยกันเหรอ”คำถามของลูซทำเขากระตุกยิ้มอย่างพอใต

“ผมชอบคุณครับ” เขาอดจะแหย่ไม่ได้ คนๆ นี้ น่าก่อกวน

“แรกๆ กูก็ประสาทกิน สักพักกูก็ชิน” พระรามบอกแบบนั้นกับลูซ แล้วยังทำฟน้าบิดหน้าเบี้ยวก่อนจะเอ่ยต่อ

“มึงไม่ต้องทำหน้ายกยอกู กลับกันเถอะ”

พระรามและลูซกลับไปแล้ว

เหลือแค่เขา นายแพทย์พยัคฆ์

ถ้าอยากรู้จักรายละเอียดด้านบนก็ไปอ่านอีกเรื่อง แต่นี่คือเรื่องของเขา หมอเสือ

เขาคือบุคคลที่เรียกได้ว่าอัจฉริยะ

เป็นลูกของนายทหารผู้กล้า ตอนนี้บ่าติดยศสูง หากแต่หัวโขนกลับยังเคร่งครัดเหมือนเดิม

เขาถูกเลี้ยงมาจากสนามรบ เพราะแม่ก็เป็นทหาร

ท่านทั้งสองมีความเก่ง เด็ดเดี่ยว

นั่นทำให้เขาทำเป็นแบบอย่าง

เขาฝึกทุกอย่างที่ทหารได้ฝึก รวมทั้งได้เรียนและฝึกปฏิบัติการแบบหน่วยซีล รีคอน คอมมานโด

การจู่โจมที่เร็วและเฉียบขาด

เมื่อถึงวันเลือกอนาคตของการจบม.ปลาย เขากำลังลังเลเพราะสมองก็ชอบงานทหารพอๆ กับที่อยากเรียนหมอ

และเหตุการณ์บางอย่างก็กำหนดอนาคตของเขา

เขาเลือกที่จะเรียนหมอ รวมทั้งจบด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งของประเทศ

ในชื่อเดิม แต่นามสกุลใหม่ บัณฑิตสกุล

เขาเกลียดงานทหารเข้าเส้นเลือด ความเจ็บปวดและการสูญเสียฝังรากลึกเข้าสุดขั้วหัวใจ

วันที่เขาสูญเสียผู้เป็นที่รักและเคารพไปตลอดกาล

งานทหารแม้จะเก่งเพียงใด แต่หากถูกจ้องจะทำลาย เก่งแค่ไหนก็หลีกหนีไม่พ้น

เขาไม่เคยได้ใช้นามสกุลของพ่อ

เขาไม่ได้ใช้นามสกุลของแม่

เขาใช้นามสกุลของอาสะใภ้ ก่อนที่จะเปลี่ยนมาฝั่งน้าสะใภ้อีกที

เกือบจะลืมไปแล้วว่านามสกุลพ่อคืออะไร

“คิดอะไรอยู่งั้นเหรอ” พระรามเดินเข้ามาในห้องพักแพทย์และเอ่ยถาม

เขาเงยหน้ามองรุ่นพี่ ก่อนจะส่ายหน้าเป็นคำตอบ

“มาลาเหรอครับ” ใจหายเหมือนกัน เมื่อเพื่อนร่วมงานจะยุติการทำงานเพื่อทำตามหน้าที่อีกหน้าที่ ซึ่งความสำคัญไม่แพ้กัน

“อือ ฉันต้องรีบกลับ ดาใกล้คลอดแล้ว”

“ครับ” เขาได้แค่ส่งยิ้มให้เท่านั้น

พอถึงเวลาจริงๆ ก็ยากจะทำใจ

ติ๊ง

เสียงข้อความ

“รอต้อนรับคนจากพงไพรด้วย”

เป็นข้อความจากคนที่เขาไม่อยากจะเจอที่สุดในชีวิตเลยให้ตายสิ

——//——

เขียนไว้นาน จนลืมบุคลิก 555

อย่าคาดหวังกับหมอเสือ เรื่องอื่นหยาบคายก่อนสุภาพ ส่วนเรื่องนี้นั้น.....

เขียนแล้วเก็บไว้ค่อยอัพลงมันเหมือนบังคับว่าฉันสนุกอยู่คนเดียว

ฉะนั้น งานของทุกคนคือ คอมเม้นติชมนะคะ เมื่อมีไอเดียดีๆ อาจมีปรับแก้

ใจเย็นกับหมอหน่อยนะ เรื่องนี้คนเขียนอารมณ์ไม่อยู่กับที่ พระเอกก็จะคล้ายๆ ไบโพลาร์หน่อย 555

ตอนแรกเจอกันคืนนี้ค่ะ รัก😘

ปล. บทนำมาจากเรื่อง พระลักษมณ์ร้อยเล่ห์ พระรามพี่ของนางเอกอะ จำกันได้ไหม นักอ่านใหม่ไปอ่านกันได้นะคะ จิ้มที่ชื่อเราแล้วไปเลือกๆ ได้เลย

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว