ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) ช่วยเม้นติชมเพื่อการปรับปรุงด้วยนะ ทุกคอมเม้นต์คือกำลังใจให้ไรท์เขียนต่อ ถ้าชอบเรื่องนี้หรืองานของไรท์ก็กด👍 กด 🌟 ให้กับนักเขียนไส้แห้งคนนี้ด้วยนะ 💕

Ep.15 : ลางสังหรณ์

ชื่อตอน : Ep.15 : ลางสังหรณ์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2561 18:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep.15 : ลางสังหรณ์
แบบอักษร

Sueashirt part..  

"อือ.. " ผมลืมตาตื่นมาก็พบว่านอนอยู่ในโรงพยาบาล 

"เชิ้ตมึงเป็นยังไงบ้าง" สิ่งแรกที่ผมเห็นคือต้านพุ่งเข้ามาหาผมด้วยสายตาเป็นห่วง 

"เจ.. " ผมเรียกคนที่นั่งอยู่บนโซฟาด้วยเสียงที่แหบ 

"ว่าไงหื้ม ตื่นมาก็เรียกหากูเลยนะ" มันลุกขึ้นมายืนข้างๆผมแล้วค่อยๆประคองผมลุกขึ้นนั่ง 

"น้ำ.." ไม่นานหลอดจากแก้วน้ำก็มาจ่อที่ปากผมด้วยฝีมือของคนที่ผมไม่อยากจะเห็นหน้า ผมจ้องหน้าต้านด้วยสายตาไม่พอใจ 

"หิวน้ำไม่ใข่หรอ ดื่มสิ ใครป้อนก็เหมือนกันนั่นแหละ" เสียงนุ่มหูของเจและมือที่ยีหัวผมเบาๆทำให้ผมยอมดื่มน้ำ 

ผมสังเกตเห็นต้านหน้าเจื่อนลงจากตอนที่เห็นผมตื่นมาก 

"ทำไม.. กูไม่ตาย" ผมถามเมื่อเริ่มตั้งสติได้ 

"มึงทำแบบนี้ทำไม" ต้านถามผมด้วยสายตาเสียใจ 

"เพราะมึง." ผมจ้องหน้ามันนิ่ง สายตาผมคลอไปด้วยน้ำตา ใบหน้าเริ่มร้อนผ่าว 

"เอ่อ.. ใครจะปล่อยให้มึงตายล่ะ ถ้ากูไม่อนุญาตมึงห้ามตายนะรู้ไหม" เจยิ้มบอกผม 

"..เจ เอามันออกไปที" ผมหันหน้าหนีต้าน 

"เชิ้ตอย่าทำแบบนี้ กูขอโทษ" มันจับมือผมไว้แต่ผมก็ดึงออกแล้วชี้รอยตามตัว 

"มึงเห็นรอยพวกนี้ป่ะ.. กูเกลียด กูขยะแขยง! มึงออกปะ.." ผมเบ้หน้าหยุดพูดกะทันหันเมื่อรู้สึกว่าผมขึ้นเสียงมากไปจนเจ็บคอ 

"เชิ้ตมึงเป็นอะไร" เป็นต้านที่ดูตกใจเอามากๆแต่ผมเลือกที่จะเมิน

ไม่นานหมอก็ได้เข้ามาตรวจร่างกายผมและก็อนุญาตให้กลับได้พรุ่งนี้ 

"เชิ้ต คืนนี้กูนอนเฝ้ามึงนะ" เชิ้ตเข้ามายืนข้างๆ 

"จะไปไหนก็ไป" 

"เชิ้ต.. กูต้องทำยังไง มึงถึงจะหายโกรธ" 

"กูไม่ได้โกรธ แต่กูเกลียดมึง.. ถ้าอยากให้กูหาย มึงก็ไม่ตายสิ.. ไปตายแทนกูที" 

"เชิ้ต!" เจเรียกผมแล้วขมวดคิ้วมุ่นเชิงดุ 

"มึงต้องการแบบนั้นจริงๆหรอ.." 

"ใช่" ผมตอบไปแบบไม่ต้องคิด 

"จ้องตากูสิ แล้วตอบกูมาว่ามึงอยากให้กูตายจริงๆใช่ไหม" มันจับหน้าผมให้ไปสบตากับมัน สายตาที่เสียใจของมันทำให้ผมรู้สึกใจอ่อน ผมเม้มปากแน่นกลืนน้ำลาย

"...ใช่" และผมก็ฝืนใจตอบออกไป 

"อืม.. ยังไงซะ คืนนี้กูก็จะนอนเฝ้ามึง" มันพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉยแล้วเดินออกจากห้องไป 

ไม่นานนัก เทร ออม เพื่อนสมัยม.ปลายผมก็เดินเข้ามาพร้อมคราม 

"เห้ย.. ไอ้เทร ไอ้ออม มาได้ยังไงวะ" ผมถามด้วยความแปลก 

"ไอ้สัสยังมีหน้ามาถามอีก ไอ้สมองตื้อเอ้ย!" ออมด่าผมแล้วเดินมาตบหัวเข้าไปดังป้าบ 

"โอ้ย! เชี่ยออมมึงทำร้ายคนป่วยแบบนี้ได้ไง" 

"ทีมึงยังทำร้ายตัวเองเลย" 

"..." 

"คิดบ้างป่ะ ว่าเพื่อนๆเขาจะเป็นห่วงมึงขนาดไหน โดยเฉพาะไอ้เจ ..แล้วก็ไอ้ต้าน " 

"อย่างไอ้ต้านมันไม่เป็นห่วงกูหรอก เผลอๆอยากให้กูตายด้วยซ้ำ" 

" รู้ไหมว่ามันเป็นห่วงมึงขนาดไหน ตั้งแต่เมื่อคืนมันยังไม่ได้กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ยังไม่ได้กินอะไรและอาจจะยังไม่ได้นอนด้วยซ้ำ"

"..." 

"เชิ้ต" เทรที่เงียบตั้งแต่มาถึงเอ่ยปากขึ้น 

"ว่าไง" 

"อย่าทำแบบนี้อีกนะ ถ้ามึงไม่อยากมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง อย่างน้อยก็มีชีวิตอยู่เพื่อไอ้ออม ..แล้วก็เพื่อกู" มันพูดอย่างจริงจัง 

"แฮ่ม.. กูหึงนะครับ" ออมเดินไปนั่งกอดแขนซบอกไอ้เทรอย่างน่าหมั่นไส้จนผมเบ้ปาก 

"แหวะ.. น้ำหน้าอย่างไอ้เทรให้ฟรีกูก็ไม่เอา" 

"อ้าวปากดีงี้แสดงว่าหายแล้ว ป่ะกลับกันที่รัก" ไอ้เทรทำท่าจะลุกขึ้น 

"เดี๊ยววว.. " ผมห้ามพวกมันไว้ 

"ห้ามทำไม" ออมเบ้ปากใส่ผม 

"เจมานี่หน่อย" ผมกวักมือเรียกก่อนที่เจจะลุกขึ้นมายืนข้างผม ผมเลยกอดแขนและซบอกเจอย่างที่ออมทำกับแฟน 

"ไม่น้อยหน้าหรอกเว่ย" ผมยักคิ้วกวนๆ 

"แหมอิเชิ้ต ให้มันน้อยๆหน่อย" ออมทำหน้าหงุดหงิดจนผมขำพรืด


J part..  

ผมเชื่อว่าทุกคนกำลัง งง ว่าทำไมผมถึงมีท่าทาง ที่เปลี่ยนไปกับต้าน 

ตอนนี้ผมรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับต้านและเบลแล้ว ประกอบกับที่เมื่อคืนนี้ 

มันเป็นห่วงคนตัวเล็กจนแทบจะไม่ได้นอน


 ตอนนี้ผมแอบเชิ้ตออกมาคุยกับต้าน2คน

"ถ้าเบลขู่แบบนั้นจริงๆ มึงมาหาเชิ้ตแบบนี้ เชิ้ตจะไม่อันตรายหรอ" 

"กูบอกเบลว่ากูจะไปธุระกับที่บ้านสัก2-3วัน" 

" แล้วมึงก็จะกลับไปยังงั้นหรอ?" 

" ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นปะวะ" 

"แน่ใจว่าจะไม่บอกเชิ้ต?" 

" เอาจริงๆ กูเห็นเชิ้ตคิดสั้นแบบนี้กูอยากบอกความจริงกับมัน แล้วก็เลิกกับเบลเพื่อไปอยู่กับมันแต่กูมันขี้ขลาดเกินไป " 

" กูยอมรับตรงๆเลยนะ กูชอบเชิ้ตมาสักพักแล้ว แต่มันรักมึง ถ้ามึงมัวแต่ขี้ขลาดอยู่แบบนี้ มึงก็ไม่มีค่าพอที่จะเป็นคนดูแลมันว่ะ " 

"มึงจะให้กูเอาชีวิตมันมาเสี่ยงหรอวะ" 

" ถ้ามึงดูแลมันไม่ได้ กูก็จะดูแลมันเอง" 

"ไม่นะเว้ย อย่ายุ่งกับมัน" 

" งั้นก็กลับไปเคลียร์กับคนของมึงให้รู้เรื่อง" 

"ได้.. พรุ่งนี้ช่วยดูแลมันต่อจากกูด้วย"


20:00น. 

Sueashirt part..  

เป็นอย่างที่มันบอกจริงๆตอนนี้ ต้านมานอนเฝ้าผม โดยที่คนอื่นกลับไปกันหมด 

"มึงนี่มัน.. กูไม่อยากเห็นหน้ามึง" 

"แต่กูก็อยู่นี่แล้ว อย่าบ่นเยอะ" มันล้มตัวลงนอนโซฟาเขี่ยหน้าจอโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ ผมนั่งมองไปนอกระเบียงสักพัก พอหันกลับมาก็เจอคนบนโซฟาหลับพร้อมกับโทรศัพท์ที่วางอยู่บนอก 

สงสัยเมื่อคืนคงไม่ได้นอนจริงๆ สรุปใครเฝ้าใครกันแน่ ลำบากกูอีก 

ผมลุกขึ้นไปหยิบโทรศัพท์วางบนโต๊ะแล้วห่มผ้าให้  ผมจ้องหน้าคมของมันที่ตอนนี้ขมวดคิ้วแน่นจนเป็นปม เครียดอะไรของมัน  

ผมลูบคิ้วมันเพื่อให้ผ่อนคลาย แต่เปล่าเลย มันไม่ช่วยอะไร ผมส่ายหน้าเบาๆก่อนจะปิดไฟนอน


เช้าต่อมา 

ผมลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดใส ผมลุกขึ้นนั่งบิดขี้เกียจมองไปรอบๆห้อง 

ว่างเปล่า.. ในห้องเหลือแค่ผมคนเดียว.. มีแค่สิ่งที่วางไว้ที่โต๊ะข้างเตียง คือสร้อยพระเส้นขนาดพอดีที่มันห้อยติดตัวไว้เสมอ  พร้อมกับข้อความในกระดาษ 

' ใส่สร้อยนี้ไว้นะ มึงจะได้ปลอดภัย' 

อยู่ๆใจผมก็หายวาบ รู้สึกไม่ค่อยดีเลย.. เหมือนจะเกิดอะไรขึ้น.. 

-----------------ตัด-------------

ความคิดเห็น