ฝากติดตามเค้าด้วยน้าาา💕

บทที่ 21 : ท่องลำเนาไพร

ชื่อตอน : บทที่ 21 : ท่องลำเนาไพร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.3k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2561 07:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 21 : ท่องลำเนาไพร
แบบอักษร

“วันนี้ข้าจะพาเจ้าไปสำรวจเขตป่าที่ใช้ล่าสัตว์ ไกลออกไปยังอาณาบริเวณที่เจ้าเคยใช้หลบหนีกลุ่มกบฎ มาในปีนี้เราจะย้ายที่ตั้งกระโจมจากการสำรวจพบว่าสัตว์ป่าไปชุกชุมแถวนั้น”


“แล้วมีเพียงข้ากับท่านหรือ”


เสวี่ยม่านวันนี้สวมอาภรถ์สีฟ้าอ่อนม้วนผมขึ้นครึ่งศีรษะ โดยใช้ผ้าฝ้ายผสมผ้าไหมสีขาวเส้นยาวมัดรวบไว้แล้วเสียบปิ่นหยกของกำนัลจากเหวินซาน ตอนนี้ตนเองมีปิ่นสะสมเป็นหลายร้อยอันแล้วเพราะช่วงหลังเหวินซานมักจะนำมามอบให้บ่อยๆ แต่ชิ้นที่โปรดปรานที่สุดคงมิพ้นปิ่นไม้หูเตี๋ยอันเดิม


เหวินซานหาได้ตอบสิ่งใดแต่กลับเดินนำเสวี่ยม่านไปข้างหน้า ไกลออกไปเรื่อยจวบจนพ้นเขตพระราชฐานชั้นใน


“มาสิ”


มือเรียวยาวยื่นมาทางเสวี่ยม่านดึงรั้งขึ้นมานั่งบนหลังอาชาที่หอบของบางอย่างมาด้วย.. เป็นครั้งที่ห้าที่หนีประพาสไปกับเสวี่ยม่าน โดยผู้ที่อยู่ว่าราชการแทนมิใช่ผู้ใดแต่เป็นเทียนหลงที่ยังคงอยู่เมืองหลวง จากที่เคยถูกกล่าวว่าเป็นอ๋องวิปลาส แท้จริงแล้วนั้นมีความสามารถซ่อนอยู่มากมาย เพียงภายนอกชอบประพฤติตัวเสเพล


“ฝ่าบาทหนีประพาสใช่หรือไม่”


คนควบอาชาอยู่มิได้ตอบอันใด แต่เพียงเท่านี้เสวี่ยม่านก็ทราบแล้ว.. เห็นทีกลับมาคราวนี้ตนคงถูกตำหนิไม่น้อย เนื่องจากใกล้ช่วงเวลาสำคัญยังพาเสวี่ยม่านหนีออกประพาสได้


“ท่านช่างขยันหาเรื่องให้ข้าถูกตำหนิ”


ฝ่ามือคู่งามไม่ว่าเปล่า พลันทุบตีแขนอีกคน.. แต่ไหนเลยเหวินซานจะรู้สึกระคายผิว ซ้ำยังโน้มกายลงมาจนแผ่นหลังเสวี่ยม่านแนบชิดกับอกตนแล้วพลันควบอาชามุ่งไปข้างหน้า


“พอไปถึงในป่าแล้วเราจะพาเจ้าไปชมที่หนึ่งก่อน”


เสวี่ยม่านพยักหน้านั่งนิ่งหลังตรงเอนพิงกับแผงอกแกร่งอย่างสบายอุรา ความจริงแล้วตนเองก็ชอบออกมาเที่ยวเล่นภายนอกมากกว่าอยู่ในวังหลวง แต่คราวกลับไปทีไรต้องถูกตำหนิจนหูชาอยู่ร่ำไป


“ปีนี้เจ้าครบรอบ 31 ใช่หรือไม่”


“อืม..แล้วท่านล่ะ 36 ไม่สิ 37 หรือ 38 กันนะ..”


เสวี่ยม่านทราบอยู่แล้วแต่แสร้งถามขึ้นมา.. เมื่อเห็นดังนั้นดวงตาแหลมคมดั่งพญาอินทรีย์จึงเหลือบมองยังคนที่เอนซบอกตนอยู่ แก้มนวลใสถูกดึงจนยืดยานเป็นการสำเร็จโทษ เสวี่ยม่านตึงแก้มจนปวดจึงทุบตีเหวินซานให้หยุดประทุษร้ายแก้มตน


“ข้าเจ็บนะฝ่าบาท”


คนทำหยุดมือแล้วเลื่อนต่ำลงมายังเอวเล็กคอด ส่วนเว้าส่วนโค้งพอดีมือไม่บางจนเกินไปทำให้เหวินซานชอบจับแล้ววางมือโอบกอดนัก นิ้วเรียวปลดสายคาดตรงเอวออกจนเผยผิวขาวบางส่วน เสวี่ยม่านรีบตะครุบมือเหวินซานให้หยุดแต่มีหรือจะทันท่วงที


แผ่นหลังถูกดันลงขณะที่เสวี่ยม่านนั่งหันหลังให้เหวินซานจนลำตัวและใบหน้าใสสะอ้านแนบชิดที่แผงขนเงางามบนหลังคออาชาแกร่งตัวนี้ อาภรถ์สีฟ้าถูกรื้อออกโดยมือที่อยู่ไม่สุขของเหวินซานจนสะโพกโผล่ออกมานอกสาบภูษา


“หยุดนะเหวินซาน”


โดยปกติแล้วทั้งคู่ร่วมหลับนอนกันเดือนละสี่ถึงห้าครั้งตามจำนวนวันว่างและขึ้นอยู่กับกามอารมณ์ของเหวินซาน แต่ไหนเลยจะมาทำบนหลังม้ามันไม่ปกติสักนิด! 


“อ่ะ.. ข้าเจ็บนะ”


นิ้วเรียวยาวพยายามจะสอดแทรกเข้าไปยังกลีบชมพูที่ล่อลวงตนอยู่เบื้องหน้าราวช่อผกาสีสด แต่มิได้ง่ายดั่งที่คิดเพียงแค่แตะดูภายนอกก็พบ ความฝืดเคืองเพราะช่องทางแห้งคอดทำให้ใบหน้างดงามนั้นแสดงถึงความเจ็บปวดออกมา


เหวินซานจึงสอดนิ้วอีกข้างเข้าในริมฝีปากเสวี่ยม่านดุนดันลิ้นอุ้นร้อนนั่นเล่นจนนิ้วมือเปียกชุ่มไปหมด ริมฝีปากเล็กคายนิ้วเรียวยาวออกมาจากโพรงปากเพราะรู้สึกสำลักในลำคอ เหวินซานกดร่างเล็กแนบกับตัวอาชาแกร่งแล้วสะบัดภูษาที่บดบังช่องทางเบื้องล่างออกก่อนจะสอดนิ้วชุ่มฉ่ำน้ำเข้าไปอีกรอบ


บัดนี้สองนิ้วสอดแทรกเข้าออกอย่างพึงใจ เหวินซานยิ้มกริ่มขณะที่อีกคนนั้นรู้สึกทรมานร่างกายที่ถูกเคี่ยวกรำเช่นนี้


“เหวินซาน.. ข้าขอร้อง”


น้ำเสียงกระเส่าแหบพร่าเอื้อนเอ่ยวิงวอน ท่อนเนื้อร้อนที่พร้อมอยู่นานแล้วสอดเข้าในช่องทางอ่อนนุ่มที่พรั่งพร้อมเต็มแรง ยิ่งยามที่กีบเท้าอาชากระแทกกระเทือนบนผืนดินยิ่งสอดลึกจนแทบจุก ขนาดใหญ่โตที่ช่องทางของเสวี่ยม่านจำได้ดี


ผู้ที่ทราบว่าควรทำเช่นไรเอื้อมมือไปในสาบเสื้อด้านหน้าเพื่อกอบกุมยอดอกที่เริ่มเต่งตึงจนเต็มมือ เหวินซานขยี้ยอดอกเสวี่ยม่านจนชูชัน ความเสียววาบแล่นปราบทำให้ช่องทางเบื้องล่างรัดแน่นขึ้นไปด้วย


“อ๊ะ! อ๊าา.. ยะ อย่าแกล้งข้าสิ”


“เจ้าชอบเช่นนี้มิใช่หรือ..” 


อืม.. แฮ่กก แฮ่ก


เสียงหอบหายใจดังแผ่วแม้จะถูกเสียงแล่นฝีเท้าอาชากลบ แต่ยังคงดังจนได้ยินชัดเจน จังหวะถี่รัวแต่หนักแน่นสร้างความรู้สึกกระสันจนริมฝีปากเล็กขบเม้มกัดจนห้อเลือด


“อืม.. อ๊ะ เหวินซานข้า.. ไม่ไหว อื้อออ”


ดวงตาคู่งามหลับพริ้มแต่ตัวถูกดึงขึ้นไปประกบจูบอย่างหนักหน่วง กลีบปากสีสดถูกดูดดึงอย่างชอบพอ.. เสวี่ยม่านเผยริมฝีปากออกทำให้เกลียวลิ้นอุ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปเกี่ยวกระหวัด


สองร่างพัวพันทำให้ร่างที่นั่งหันหลังถูกจับหันหน้ากลับมานอนหงายทีละนิดระวังมิให้ร่วงหล่นลงไป เสวี่ยม่านเกยขึ้นมาแทบจะอยู่บนหน้าตักเหวินซานขณะที่ทั้งสองยังเชื่อมต่อกันแนบแน่น สองแขนเล็กคล้องรอบลำคอออดอ้อนพัวพันเพราะกลัวตก


บัดนี้ท่วงท่าน่าอายของเสวี่ยม่านทำเอาร่างขาวนวลแดงซ่านขึ้นราวกับโดนปัดป่ายสีตำลึงสุก แก่นกายใหญ่ขยายคับแน่นสอดลึกเข้าไปมากขึ้นจนใบหน้าใสสะอ้านต้องแหงนขึ้นเพราะถูกจุดกระสันของตนจนร่างกายสะท้าน


“อ่ะ เหวินซาน.. อ๊ะ อื้ม!”


“ข้า.. จะปลดปล่อยให้เต็มกายเจ้าเสีย”


ฝ่าบาททรงแย้มพระสลวลแล้วกอดร่างเสวี่ยม่านไว้จนมิมีช่องว่างระหว่างทั้งคู่ แล้วก็ทำดั่งที่ตนเองกล่าว เสวี่ยม่านรู้สึกถึงธารน้ำอุ่นๆไหลเข้ามาในช่องทางจำนวนมากจนมันไหลย้อนออกมาข้างนอกแม้ยังไม่ถอดถอนกายออก


“อืม.. ข้าเหนื่อยนะ”


ใบหน้างามหมดจดซบบ่าแกร่งแล้วสวมกอดเหวินซานไว้อย่างหาที่พึ่ง.. แต่มีหรือจะได้หยุดพักโดยง่าย 


.


.


เสวี่ยม่านบัดนี้เปลือยเปล่าแช่กายขาวซีดอยู่ในน้ำใส น้ำตกที่ทัศนีย์ภาพวิจิตรงดงามยามนี้มิได้อยู่ในความคิดแม้แต่น้อย แม้ธารน้ำตกจะสูงลงมาจากภูเขาเกือบ 10 ชั้นแต่นัยต์ตาพร่ามัวไปหมด มองลงเบื้องล่างก็พบท่อนเนื้อร้อนผลุบโผล่เข้าออกในกายตนช่างเป็นภาพที่ดูลามกจนต้องเบือนหน้าหนี


“อือ..”


พั่บ!! พั่บ! พั่บ!


ปึก!  ปึก!


เสียงกระทบทั้งเนื้อทั้งน้ำที่กระทบกันดังปึกๆอย่างหยาบโลนนั้นได้ยินผ่านหูชัดเจน สำหรับเสวี่ยม่านนั้นอย่างไรก็รู้สึกอาย แต่เหวินซานน่ะหรือ.. ปลุกกามอารมณ์ได้ดีกว่าสิ่งใด ยิ่งพบว่าใบหน้าใสสะอ้านบัดนี้แดงก่ำราวตำลึงสุกยิ่งน่ากลั่นแกล้ง


“ดูสิว่าเจ้ามักมากเพียงไร ดูดกลืนเหวินซานเข้าไปจนหมดถึงเพียงนี้ ไหนเลยจะหน้าอกลามกของเจ้า.. น่าชังยิ่งนัก”


คนกล่าวเย้าแหย่จนโดนทุบตีแต่กลับเอาคืนเสวี่ยม่านโดยการสวนแก่นกายใหญ่โตของตนเข้าไปทั้งถี่ทั้งดุดันจนร่างบางสั่นสะท้านเพราะความกระสัน


กว่าจะจบลำนำรักในวันนี้นั้นคงจะมิใช่ในยามนี้แน่แท้.. เพราะยามที่เหวินซานมีตัณหาทะยานสูงมักจะทำจนเสวี่ยม่านปวดสะโพกแทบลุกไปไหนไม่ไหวหลังจากตื่นต้องอยู่บนเตียงราวๆครึ่งวัน


.................................


“เจ้าชอบหรือไม่.. ตำหนักนี้ข้าสร้างไว้ให้เจ้าและข้าหลังจากสละราชบังลังค์ให้แก่เหวินหลงแล้ว เราจะมาอยู่ด้วยกัน”


มือคู่เรียวงามถูกกอบกุมไว้ เหวินซานกล่าวให้คำมั่นแก่เสวี่ยม่านว่าชั่วชีวิตนี้จะรักแค่เพียง หรง เสวี่ยม่าน ผู้เดียว


“มิสามารถล่วงรู้ได้เลยจนถึงบัดนี้ข้าจะสามารถรักเจ้าได้ถึงเพียงนี้ ผ่านมาแล้วเกือบสิบปีเจ้ายังมิเคยบอกแก่ข้าสักคำแต่อย่างไรเสียข้าก็จะรอ”


“มิมีสิ่งใดสำคัญเท่ากับข้าในยามนี้หรอกหรือที่อยู่เคียงข้างท่านเสมอมา”


ร่างบางถูกสวมกอดแนบแน่นและความอบอุ่นจากเหวินซานแผ่ซ่านเข้ามาทั่วทั้งกาย.. ชีวิตที่ไม่มีเหวินซานนั้นไซร้ เสวี่ยม่านมิสามารถจิตนาการได้อีกต่อไป


หลังจากพูดคุยกันเสร็จก็พาเสวี่ยม่านสำรวจทั่วทั้งตำหนัก รั้วรอบไม่สูงมากนักและด้านหน้าตำหนักหันออกไปยังทิศบูรพาตั้งอยู่บนน้ำตกถึงห้าชั้นล้อมรอบไปด้วยภูเขาสูงราวกับอยู่ท่ามกลางหุบเขาเซียน ทิวทัศน์สวยงามจนมิอยากจากไปไหน


หลังจากนั้นเหวินซานก็ออกจากอาณาบริเวณนี้เมื่อนอนหลับเต็มอิ่มกันไปถึงหนึ่งราตรีพักทั้งคนพักทั้งม้า ในที่สุดก็ถึงเวลาเดินทางต่อไปยังเขตป่าล่าสัตว์ที่กว้างไกล ป่าหนารกทึบอุดมสมบูรณ์มีแม่น้ำล้อมรายทางตลอดเวลา


เสียงสิงห์สาราสัตว์ดังแซ่ซ้องก้องป่าบางจำพวกออกหากินยามค่ำคืนและบางพวกออกหากินกลางวัน ภูเขาแห่งนี้สูงใหญ่และอุดมสมบูรณ์พรั่งพร้อมไปด้วยน้ำตลอดปีทำให้ต้นไม้สูงชะลูดจนสุดสายตา แต่ยังพอมีจุดกางกระโจมล่าสัตว์ได้หลายจุด


เหวินซานควบอาชาและยังคงโอบกอดเสวี่ยม่านไปเรื่อยตามทางแต่กลับพบเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย อาจจะเพราะช่วงนี้ระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มขึ้นจนท่วมจุดที่เคยพบเห็นฝั่งตรงข้ามนั้นห่างไกลพบกวางเผือกตัวใหญ่ที่มีเขางดงามยืนดื่มน้ำริมลำธารเชี่ยวกราด ในจิตนึกอยากจะล่ามันมาให้ได้แต่นึกเสียดายความงามที่หาชมยากเช่นนี้


ละสายตาไปสักพักเมื่อสบดวงตากลมโตใสแป๋วเจ้ากวางเผือกตกใจรีบวิ่งหายเข้าไปในป่าเสียแล้ว แต่ที่มันวิ่งไปดันเป็นทางไปยังสถานที่ต้องห้ามที่ละแวกบ้านเมืองเคียงนี้มิเคยยุ่มย่าม ป่าดอกท้อที่เต็มไปด้วยตำนานปีศาจมากมาย แต่ที่น่าพรั่นพรึงสุดคือ ปีศาจแมงมุมจำแลง


ิ“ท่านเห็นเช่นเดียวกันหรือไม่กวางเผือกนั่น”


เสวี่ยม่านแหงนมองเหวินซานที่เริ่มควบอาชาต่อไปยังบนภูเขา ไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆตามความสูงที่ละชั้นจะมีผาชมทิวทัศน์บนภูเขาเหมาะแก่การตั้งกระโจนแข่งยิงธนูนัก


“เหนื่อยหรือไม่เสวี่ยม่าน”


คางมนถูกเชยขึ้นเพื่อพินิจใบหน้างามหยาดฟ้ามาดิน แก้มใสถูกปัดป่ายแล้วหอมเต็มฟอดอย่างรักใคร่ คนถูกถามส่ายหน้าระรัวเพื่อบ่งบอกว่าตนยังไม่เหนื่อยหากแต่อาการปวดสะโพกใช่ว่าจะดีขึ้นยามนี้ ดังนั้นเหวินซานจำต้องควบอาชาอย่างระแวดระวัง


ความเงียบสงัดเกิดขึ้นแต่เสียงหัวใจเต้นดึงกึกก้องชัดเจนเพราะความใกล้ชิดของทั้งสองนั้นใกล้เกินกว่าจะได้ยินสิ่งใด.. เหวินซานหยุดเดินทางแล้วผูกม้าไว้บริเวณพงหญ้าใหญ่ริมทาง ก่อนจะอุ้มเสวี่ยม่านกระโดดลอยตัวขึ้นไปยังกิ่งไม้น้อยใหญ่ วิชาตัวเบาอันล้ำเลิศนั้นช่วยประครองคนทั้งคนได้อย่างไม่รู้สึกเหนื่อยแม้อีกคนจะไร้วรยุทธ์หรือลมปราณเลยก็ตาม


ยอดไม้ต้นสูงใหญ่ถูกปีนป่ายผ่านไปต้นแล้วต้นเล่า ผืนป่าบนเขากว้างไกลเขียวขจีสุดหูตา.. เสวี่ยม่านหันกลับมาแย้มยิ้มบางๆให้แก่เหวินซานก่อนทั้งคู่จะหัวเราะกันโดยมิทราบสาเหตุ แค่เพียงยามนี้รู้สึกสงบและมีความสุขเท่านั้นที่ใช้เวลาร่วมกัน


เหวินซานพาเสวี่ยม่านกระโจนลงมายังน้ำตกสูงชั้นต่างๆ การปีนป่ายที่แสนลำบากแต่แลกกับความงดงามถือว่าคุ้มค่า แอ่งน้ำเบื้องล่างใสสะอาดจนเห็นเหล่ามัจฉาแหวกว่าย โขดหินน้อยใหญ่เรียงตัวกระจัดกระจายแต่ดูสวยงามมีวารีรินไหลมากระทบจากบนภูเขาเสียงดังกังวานอยู่ทั้งวัน


“หากมีกู่เจิงคงดีไม่น้อย ข้าอยากเล่นให้เจ้าฟัง”


“หากพกกู่เจิงมาอีกอันเกรงว่าอาชาท่านจะหลังหัก.. ”


เสวี่ยม่านเอ่ยติดจะขบขันแต่หากพกมาจริงคงมิสบายเช่นนี้เพราะกู่เจิงค่อนข้างจะใหญ่และหนัก อย่างมากเสวี่ยม่านแค่อุ้มมันไปมาในวังหลวงยังเหนื่อยจะขนแล้ว


หลังจากที่ท่องนทีชมพงไพรจนพึงใจแล้วเหวินซานได้พาเสวี่ยม่านกลับไปพักที่ตำหนักก่อนหนึ่งคืนค่อยเร่งม้ากลับไปยังวังหลวง เนื่องจากยามนี้เทียนหลงคงคร้านจะอยู่ว่าราชการแทนตน



TBC................. 


ตอนนี้เรื่อยเปื่อยมากๆ😂 มาต่อแล้วค่ะ💕 ไรท์มาต่อช้ามากเพราะทำงานหนักมากเลยค่ะ ไม่มีเวลาเขียนเลย ต้องค่อยๆต่อทีละนิด ยังไงตอนต่อไปจะรีบมาต่อให้นะคะ🙏🙏


//สำหรับตอนที่แล้วคนเม้นให้เกิน 10 คอมเม้นต์ เยอะเลย ไรท์ดีใจมากเลยค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามและคนที่คอมเม้นต์นะคะ

ปล.ขอตอนละ 10 คอมเม้นต์เหมือนเดิมจะรีบมาต่อให้นะคะ💕


ความคิดเห็น