email-icon

เรื่องนี้เป็นเร่องที่สองหลังของเราเองค่ะ ฝากทุกท่านอ่านและเป็นกำลังใจในงนเขียนถัดๆ ไปของเราด้วยนะคะ : ) Thank you for reading my novel.

SWEETY CHILD 22 : Park A-chian (REWRITE)

ชื่อตอน : SWEETY CHILD 22 : Park A-chian (REWRITE)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.9k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ส.ค. 2563 17:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
SWEETY CHILD 22 : Park A-chian (REWRITE)
แบบอักษร

 

SWEETY CHILD​

 

 

 

 

 

 

วันนี้โซมินอาการดีขึ้นมาก ไม่ค่อยเจ็บช่องทางเหมือนเมื่อวานแล้ว พรุ่งนี้ก็ไปโรงเรียนได้ตามปกติ ถึงช่องทางจะหายเจ็บแล้วแต่เมื่อไปส่องกระจกก็ต้องถอนหายใจร่องรอยรักที่ทำไว้มากมายกลับยังไม่จางลงเลยแม้จะทายาไปแล้ว ดูสิทำไว้เต็มไปหมด เดวินบอกว่าจะได้ไม่มีใครมายุ่งกับเขามันเป็นข้ออ้างเพื่อไม่ให้โซมินโกรธชัดๆ

"ไหนขอพี่ตรวจไข้หน่อย" โซมินหันมาหาเขาแล้วก็หันหลังใส่ โกรธคนตัวโตที่ทำรอยรักไว้หลายจุดโดยเฉพาะที่ต้นคอ ถึงจะใช้ข้ออ้างที่ทำให้เขาใจสั่นก็เถอะ ยังไงก็ยังโกรธอยู่ดี ไม่คิดว่าจะเป็นตาแก่หื่นกามขนาดนี้

"โถ่ คนดี มันไม่กี่รอยเองนะ" ไม่กี่รอยแต่เกือบทั่วต้นคอ เป็นพวกโรคจิตหรือไงชอบทำผิวขาวๆ ให้เกิดรอยขนาดนี้

"น้องมิน..." เรียกชื่อน้องพร้อมก้มหน้าสำนึกผิด ก็เขาหมั่นเขี้ยวนี่นา ส่วนหนึ่งก็อยากให้คนอื่นรู้ว่าน้องมีเจ้าของแล้ว เขาหวงน้องนี่ ยิ่งน่ารักๆ แบบนี้ยิ่งหวงเลย ถึงจะมีฮานึลที่ชอบแกล้งน้องแต่มันก็มีคนสนใจน้องแต่คนพวกนั้นไม่ได้แสดงตัวเฉยๆ แต่เชื่อสิว่าเขาจัดการแล้วรวมทั้งฮานึลด้วย

 

 

ย้อนกลับไปวันที่เขาหายไป ที่เขาไปโผล่อยู่ตรงที่ฮานึลกำลังพูดจาใส่ร้ายป้ายสีเขาให้น้องเข้าใจผิดไปต่างๆ นาๆ ก่อนหน้านี้เขาอยู่ในห้องผู้อำนวยการโรงเรียนต่างหาก ทำไมต้องไปอยู่ในห้องนั้น ก็เพราะจะไปจัดการฮานึลพร้อมกับผู้อำนวยการหน้าเงินไง

'ผมคงทำให้คุณไม่ได้ คุณไม่มีหลักฐานมากพอ' เสียงผู้อำนวยการร้องท้วงเมื่อจู่ๆ เดวินก็เดินเข้ามาพร้อมกับบอกให้จัดการฮานึล นั่นมันลูกคนใหญ่คนโต จะจัดการทำโทษเธอง่ายๆ คงไม่มีทาง

'หลักฐานที่ว่าน่ะคือกล้องวงจรปิดที่เพื่อนของเด็กนักเรียนคนนั้นเอามาหรือเปล่า?' เขารู้หมดนั้นแหละ รู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับน้อง เพราะเจนนี่เล่าให้เขาฟัง

'นั่นมันความผิดครั้งแรก!'

'จะครั้งแรกหรือครั้งไหนคุณก็ควรทำโทษ ดูความผิดแต่ล่ะครั้งสิ เบาสุดก็คงเอารองเท้าไปซ้อนโดยใช้เชือกรองเท้าผูกกับพัดลมเพดาน หนักสุดก็คงเป็นเอาพริกมาโรยกับโต๊ะเก้าอี้กับขยะเปียกน่าโสโครกมาวางไว้ใต้โต๊ะ บัดซบ!'

ปึง!

'นายเป็นใคร!' ชายชราที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนโมโหถึงกับตบโต๊ะดังปึงลุกขึ้นชี้หน้าถามบุคคลตรงว่าเป็นใคร ไม่เคยมีใครกล้ามาด่าเขาแบบนี้

'อยากรู้งั้นหรอ หึ! อ่านให้มันดีๆ ล่ะ' ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกวางด้วยแรงกระทบลงบนโต๊ะ ผู้อำนวยการโรงเรียนเปิดซองเอกสารและหยิบเอกสารนั้นออกมาไล่สายตาอ่าน ดวงตานั้นเบิกกว้าง ปากอ้าค้างนิดหน่อยก่อนจะเงยหน้ามองคนตรงหน้าอีกครั้ง

'รู้แล้ว ถ้าไม่อยากตกงานช่วยจัดการให้ด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้นผมจะมาทวงตำแหน่งนี้คืน' พูดพลางชี้ไปที่ที่อีกคนนั่งอยู่ให้เหงื่อตก เตือนให้รู้ว่าลูกแมวของเขาจะต้องไม่โดนพวกฮานึลแกล้งอีก

'ถ้าหากมีเหตุการณ์อย่างที่ยกตัวอย่างไปอีกล่ะก็..หึ คุณคงรู้ว่าผมทำอะไรได้บ้าง' พูดจบ คนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนถึงกับพยักหน้าขึ้นลงตอบรับรัวๆ แล้วเดวินก็เดินออกไปจากห้อง

 

 

 

กลับเข้าสู่ปัจจุบัน เดวินต้องใช้นิยามที่ว่า

'ทำเพื่อเธอเท่าไรก็ยังไม่พอ' สินะในตอนนี้ ดูท่าแล้วน้องคงยังไม่หายโกรธง่ายๆ ง้อเมียตัวน้อยที่งอนตุบป่องนอนม้วนๆ ตัวอยู่ในผ้าห่มเหมือนหนอนน้อยไม่ยอมให้เขาเห็นหน้าเลย

"ออกมาจากผ้าห่มก่อนเร็วคนดี เดี๋ยวหายใจไม่ออก" อุตส่าห์ทำโจ๊กหมูร้อนๆ ให้ก็กินไปแค่นิดเดียว ทำซุปให้ก็กินไม่ถึงครึ่งถ้วย ทำคุณบูชาโทษจริงๆ

"พี่ขอโทษ ก็เราน่ากัดนี่ แถมตัวเราก็นุ่มนิ่มน่าฟัด ก็อย่างที่บอกไปพี่แค่อยากทำรอยไว้คนอื่นจะได้รู้ไงว่าเรามีผัวแล้วน่ะ"

"ยังไม่มีผัวซะหน่อย" เสียงเล็กเล็ดลอดออกมาให้ได้ยินแต่ไม่มีเสี้ยวใบหน้าหวานโผล่มาให้เห็นเลยสักนิด เสียงที่ลอยมาพร้อมกับประโยคที่ทำเดวินอยากจะกระชากผ้าห่มแล้วมารื้อฟื้นความจำให้น้องเสียสักหน่อย พูดออกมาได้ไงว่าไม่มีผัวน่ะ!

"งั้น..ให้พี่รื้อฟื้นความจำให้เราดีมั้ย หรือต้องให้ออกไปหาสาวก่อนถึงจะจำได้ว่าพี่เป็นผัวเราน่ะ"

"กล้าหรือไง ถ้าอย่างนั้นก็ไปเลย ผมจะกลับบ้าน"

"ไม่ให้กลับ!" เผลอตะคอกใส่น้องเสียงดัง ในตอนแรกกะจะแกล้งให้คนที่อยู่ในผ้าห่มออกมาหาด้วยการทำให้หึง แต่กลับโดนไล่ให้ไปแล้วก็มีขู่อีกว่าจะกลับบ้าน ถ้ากลับบ้านใครจะดูแล คุณแม่คงจะยุ่งกับร้านและคนคนนึงอยู่ แล้วถ้าน้องอยู่บ้านคนเดียว ใครดูแล แต่เพิ่งมานึกได้ว่าเผลอตะคอกใส่คนป่วยจนเสียงดัง จนก้อนผ้าห่มเกิดสั่นขึ้นมา

เดวินช้อนก้อนผ้าห่มนั้นขึ้นมาโอบกอดเจ้าแมวน้อยที่งอแงอยู่ในผ้าห่มเชื่อสิว่าน้องโกรธเขาขนาดหนักเลยล่ะ

เชื่อได้เลยว่าเดวินเป็นคนเกรงใจเมียขนาดไหน หลังจากที่ง้อจนหายงอนเสร็จลูกแมวก็หลับไป หลับโดยที่ตัวยังอยู่ในผ้าห่มนั่นแหละเหลือแค่ดวงตาสองดวงโผล่พ้นมาจากผ้าห่มให้เดวินก้มลงไปมอบจูบให้กับเปลือกตาที่ปิดสนิท พอริมฝีปากแตะลงบนเปลือกตารอยยิ้มถูกจุดขึ้นที่มุมปาก ตัวน้องไม่ร้อนเท่าตอนเช้า เดวินค่อยๆ แกะผ้าห่มออกจากตัวโซมินอย่างเบามือก่อนจะจัดให้น้องได้นอนท่าสบายแล้วก้มลงมอบจูบให้กับคนที่หลับอยู่

"อื้อ!" พอได้ยินเสียงประท้วงจากอีกคน เดวินก็ผละออกมามองหน้าคนที่ลืมตาขึ้นมาเพราะโดนกวนขมวดคิ้วแน่น

"งื้ออ อย่ากวน" มือเล็กดันอกแกร่งให้ออกไปให้พ้นๆ ตัว เมื่ออีกคนยังคงขืนตัวอยู่ โซมินเลยหันหลังใส่และกอดหมอนข้างไปเลย

"หันหน้ามาหาพี่ก่อนเร็ว" เดวินจับแขนเล็กออกแรงดึงนิดหน่อยให้น้องหันมา

"อื้อ เดวิน เค้าจะนอน.." พอป่วยแล้วน่าจับมาตี บอกอะไรไม่ฟังหรอก

"หมอนข้างมันอุ่นกว่าพี่หรอ" อยู่ๆ ก็รู้สึกอิจฉาหมอนข้างที่คนตัวเล็กกอด มันมีอภิสิทธิ์อะไร เดวินจะเอามันไปทิ้ง!

พรึบ

"กอดแล้วนี่ไง เลิกทำหน้าดุได้แล้ว" เดวินหันหน้าลงมามองคนตัวเล็กแล้วกอดเอวบางเอาไว้ ใช้เท้าถีบหมอนข้างให้กระเด็นลงไปจากเตียง

 

 

 

 

 

 

 

 

SWEETY CHILD

 

 

 

 

 

 

 

 

วันนี้เดวินไปรับน้องที่โรงเรียน และจะพาน้องไปส่งที่บ้าน เห็นว่าคุณแม่มีเรื่องจะคุยด้วยและเป็นเรื่องสำคัญด้วย

"ตื่นได้แล้ว" พอได้โดนแอร์น่ะหลับตลอด แล้วก็เป็นเดวินอีกนั่นแหละที่ต้องปลุก แล้วน้องต้องปลุกธรรมดาที่ไหน ต้องปลุกแบบพิเศษ

"อื้อ" ก็บอกแล้วว่าน้องต้องปลุกแบบพิเศษ ต้องจูบปากแล้วดันลิ้นเข้าไปในริมฝีปากบางถึงจะตื่น ปลุกยากแบบนี้บ่อยๆ พี่ก็ไม่ไหวนะ

"เดวิน ปลุกดีๆ ก็ได้นี่!" ตื่นมาก็ดุเลยเจ้าแมว

"ก็พี่ปลุกเราแล้วแต่มินน่ะไม่ตื่นเอง เลยต้องใช้วิธีนี้"

"เจ้าบ้า!" ด่าเสร็จก็ลงจากรถไป ทิ้งให้คนเจ้าเล่ห์นั่งอมยิ้มอยู่ในรถคนเดียว เขาน่ะชอบตอนที่เจ้าแมวโมโหที่สุดเลย น่ารัก..

 

 

[19.36 น.]

 

"......." โซมินกำลังนั่งอึ้งกับคำพูดที่แม่บอกออกมาหลังจากที่ทานข้าวเย็นกันเสร็จโดยมีแขกคนเดิมคือ 'ลุงเอเชน' มาร่วมทานข้าวด้วย แปลกใจมาตั้งแต่ตอนทานข้าวว่าทำไมแม่ไม่นั่งหัวโต๊ะเหมือนอย่างเคย แต่กลับเป็นลุงเอเชนที่มานั่งแทน แล้วตอนนี้แม่มาบอกเขาว่า..ลุงเอเชนเป็นพ่อเขาเนี้ยนะ

"ฮ่ะๆ แม่อย่ามาอำหนูหน่อยเลย นี่คิดว่าหนูน้อยใจที่ไม่มีพ่อหรอ ฮ่ะๆ" เด็กน้อยขำออกมาต่อหน้าผู้เป็นแม่ คิดไว้แล้วว่าลูกชายจะต้องไม่เชื่อ

"มิน ทำไมแม่ต้องอำหนูด้วย แม่ดูเป็นคนที่เชื่อถือไม่ได้ขนาดนั้นเลยหรอ" มันจะน่าเชื่อถืออยู่หรอกถ้าคนตรงหน้าไม่ใช่คนมีอำนาจในแถบยุโรปน่ะ

"มีเหตุผลอะไรที่หนูต้องเชื่อ เขาไม่เคยมาให้หนูเห็นสักครั้ง ท..ทำไมเขาไม่มาหาหนูหาแม่เลย ฮึก มาทำไมตอนนี้ ฮึก" โซมินร้องไห้ออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้เป็นบิดาถึงไม่เคยมาหาตนเลยสักครั้ง ตั้งแต่ลืมตาดูโลกโซมินไม่มีเคยหน้าพ่อเลย

"พ่อมีเหตุผล.." เสียงทุ้มเอ่ยออกมา ไม่อยากเห็นน้ำตาของลูกชายสุดแสนน่ารักขนาดนี้

"เหตุผล..เหตุผลอะไร" เอ่ยออกมาน้ำตารื่น

"พ่อต้องไปทำงานที่ต่างประเทศตอนที่แม่เราท้องแก่ มันผิดที่พ่อเองที่ไม่ค่อยมีเวลา พ่อขอโทษ" เขาผิดเองที่ไม่ค่อยมีเวลามาดูแลตอนที่ภรรยาท้อง และในตอนที่คุณนายปาร์คท้องแก่ใกล้คลอดก็ดันต้องไปทำงานที่ต่างประเทศ จวบจนคุณนายปาร์คถึงวันกำหนดคลอดก็ไม่มาเพราะติดงาน เขาได้เห็นสารที่รายงานจากลูกน้องแล้วแต่เลือกที่จะทำงานให้เสร็จเร็วที่สุด เพื่อที่จะไปหาภรรยาและลูกน้อย แต่เมื่อไปถึงก็ไม่เห็นทั้งสองแล้ว

ไม่ใช่ไม่ตามหา เขาออกตามหาทั้งสองมาตลอด อย่าบอกใครเชียวว่าคุณปาร์ครักคุณนายปาร์คขนาดไหน คุณปาร์คหาคุณนายปาร์คไม่นานก็เจอแล้วเพราะจ้างพวกนักสืบฝีมือดี สืบจนรู้ว่าคุณนายปาร์คอยู่ที่ไหน แต่ต่อให้หานักสืบเก่งขนาดไหนก็ต้องโดนคุณภรรยาลงโทษอยู่ดี คือไม่ให้เจอหน้า บวกกับงานที่ปาร์ค เอเชนต้องทำ และมีสัมมนาที่ต่างประเทศหลายปี จึงทำให้ไม่ได้เจอโซมินมาตั้งแต่เด็ก ถ้าหากจะผิดก็คงผิดที่เอเชนเองผิดที่ไม่มีเวลา หากความผิดอีกส่วนนึงก็คงต้องเป็นปาร์ค แฮริน ที่ไม่ยอมให้พ่อลูกเขาเจอหรือสัมผัสกันสักครา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TO BE CONTINUE.

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว