ขอบคุณทุกกำลังใจ กำลังเริ่มติดเหรียญแล้วนะคะ ใครยังไม่อ่านรีบอ่านก่อนติดเหรียญนะคะ

ตอนที่ 28 หอสุราชิ่งโหลว

ชื่อตอน : ตอนที่ 28 หอสุราชิ่งโหลว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ส.ค. 2561 21:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 28 หอสุราชิ่งโหลว
แบบอักษร

พวกข้านั่งรถม้าออกจากจวนอัครเสนาบดี มุ่งตรงสู่หอสุราชิ่งโหลวด้วยองค์ชายเก้ารับปากจะเป็นเจ้าภาพ ข้าจึงตั้งใจว่าจะดื่มอย่างเต็มที่

“ไม่ไปหอเหอคุนแล้วหรือ ข้าคิดว่าจะได้ไปชิมขนมออกใหม่ที่นั่นเสียอีก ได้ยินเสียงเล่าลือกันว่าเถ้าแก่เนี๊ยเปิดตัวขนมรสชาติใหม่อีกแล้ว” ฟางฮูหยินเอ่ยถามแม้ว่าน้ำเสียงของนางจะมีความกังขาแต่แวตาของตางช่างรื่นเริงยิ่งนัก

“ท่านไม่ต้องเป็นกังวลไป ข้าสั่งให้จูเหลียนแยกไปซื้อให้ท่านแล้ว ทั้งขนมที่พึ่งเปิดตัวและขนมรสที่ท่านเคยชื่นชอบข้าก็สั่งให้นางนำมาให้ท่านด้วย เมื่อท่านไปถึงหอสุรานางก็คงนำขนมไปถึงเช่นเดียวกัน” ข้าเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงปลอบโยน ด้วยองค์ชายเก้าบอกข้าแล้วว่ายามนี้นางอารมณ์แปรปรวนเป็นพิเศษ จึงต้องยิ่งตามใจนางเป็นพิเศษยิ่งขึ้น

“ท่านพี่ช่างรู้ใจข้าที่สุด” นางเอ่ยพลางขยับตัวมากอดข้า ข้าอดนิ่วหน้ามิได้ ด้วยกังวลว่าหลานน้อยในครรภ์นางจะอึดอัด

ไม่นานพวกข้าก็ถึงหอสุราชิ่งโหลว ตวนมู่เฉินสั่งเปิดห้องพิเศษด้านบน เพื่อให้พวกข้านั่งกันอย่างสะดวกสบาย มองออกไปทางหน้าต่างด้านนอกก็ได้เห็นความคึกคักของผู้คนที่กำลังเดินจับจ่ายซื้อของกันขวักไขว่

“ด้านตรงข้ามเป็นสถานที่ใด เหตุใดจึงดูคึกคักยิ่ง” ฟางฮูหยินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสดใส ยามนี้นางดูเหมือนเด็กน้อยที่ได้ขนมถูกใจ ริมฝีปากงดงามหยดย้อยยามนี้กำลังเคี้ยวขนมสุดโปรดของนางอยู่

“เป็นบ่อนการพนันที่ร่ำลือกันว่าใหญ่มาก ข้าเองก็ยังไม่เคยเข้าไป แต่ดูจากความคึกคักของผู้คนแล้วข้าว่าข้าจะเข้าไปดูเสียหน่อย” องค์ชายเก้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงชื่นบาน

“ข้าไปกับท่านด้วย” ข้าเอ่ยแต่แล้วก็ต้องรีบก้มหน้า ด้วยเจอสีหน้าเอาเรื่องของตวนมู่เฉิน

“ท่านก็ดื่มให้น้อยหน่อยเถิดท่านพี่ ประเดี๋ยวก็เมาไปเสียก่อน ดูกับข้าวพวกนี้สิ อร่อยไปทุกอย่างเลย” ฟางฮูหยินเอ่ยพลางลงมือคีบกับข้าวใส่ปากอย่างเอร็ดอร่อย ข้าเองก็พลอยเจริญอาหารตามนางไปด้วย

พวกข้ากินดื่มพูดคุยเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อยส่วนใหญ่จะเป็นองค์ชายเก้าเล่าเรื่องผู้อื่นให้พวกข้าฟังอย่างสนุกสนาน ส่วนตวนมู่เฉินเพียงนั่งอมยิ้มแล้วคีบกับข้าวให้ข้ายามที่ข้าเอื้อมไม่ถึง

“หลิวซางหรู!” น้ำเสียงเรียบเย็นและดุดันของท่านอัครเสนาบดีฟางหยวนอี้ดังขึ้น ทำให้เสียงหัวเราะของพวกข้าต้องหยุดชะงักลงทันที

“สามี ท่านก็มาด้วยหรือดียิ่ง มาท่านมานั่งข้างๆข้าเถอะ” ฟางฮูหยินเอ่ยพลางลุกขึ้นไปดึงเขามานั่งที่โต๊ะโดยมีเซียงเหมยจัดแจงเก้าอี้รออย่างเรียบร้อย

“ข้าเพียงอยากรู้ว่าเจ้ามาทำอันใดที่นี่” ท่านอัครเสนาบดียังคงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดุดัน แล้วส่งสายตาดุร้ายไปทางองค์ชายเก้า องค์ชายเก้าก็รีบชี้นิ้วไปทางตวนมู่เฉินทันทีนที ตวนมู่เฉินชักสีหน้าใส่องค์ชายเก้าครู่หนึ่งแล้วจึงหันไปส่งรอยยิ้มอันยียวนให้กับท่านอัครเสนาบดีผู้ทำสีหน้าน่ากลัว

“ข้าเห็นว่าฮูหยินของท่านอุดอู้อยู่แต่ในจวน ข้าจึงช่วยพานางออกมาเดินเล่นบ้างเท่านั้นเอง” เขาเอ่ยพลางคีบกับข้าวใส่ชามของข้าเพิ่มอีก

“เดินเล่นในหอสุรานี่หรือ” ท่านอัครเสนาบดีเลิกคิ้วถามตวนมู่เฉินด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน

“ก็ดีกว่าข้าตามใจนางพานางไปเดินเบียดผู้คนที่บ่อนการพนันฝั่งตรงข้าม เฮ้อ ข้าว่าท่านตามใจนางมากไปแล้ว” เขาเอ่ยเช่นนี้ข้าอดทำตาโตหันไปมองฟางฮูหยินมิได้ นางยังมิได้เอ่ยว่าจะไปฝั่งตรงข้ามเสียหน่อย เป็นข้ากับองค์ชายเก้าต่างหากที่เอ่ยว่าอยากไป ข้ารีบยกสุราขึ้นดื่มอึกใหญ่ทันที สามีของข้านี่ช่างพลิกลิ้นกลับเรื่องราวให้เปลี่ยนจากขาวเป็นดำได้เก่งกาจยิ่งนัก

“เจ้ากำลังครรภ์เหตุใดไม่บำรุงครรภ์อย่างสงบอยู่ในจวน” ครานี้สายตาพิฆาตพุ่งใส่ฟางฮูหยินทันที ข้าอดเขยิบไปนั่งชิดตวนมู่เฉินอีกมิได้ ดียิ่งนักที่สามีของข้ามิได้มีท่าทีดุดันต่อข้าเยี่ยงนี้

“ท่านพี่ยามนี้ครรภ์ข้าก็สี่เดือนกว่าแล้ว อาการแพ้ต่างๆของข้าก็หายไปแล้ว ท่านหมอหลวงบอกว่าต้องเดินออกกำลังกายให้มากขึ้น ข้าจึงอยากออกมาเปิดหูเปิดตาบ้าง ดีที่พวกเขาพากันมาเยี่ยมข้าที่จวนพอดี ข้าเห็นว่าออกมากับพวกเขาปลอดภัยแน่นอน ข้าจึงชวนพวกเขาออกมา ท่านอย่าได้มีโทสะต่อข้าเลยนะ” ฟางฮูหยินเอ่ยพลางดึงชายแขนเสื้อเขาอย่างออดอ้อน ข้าเองก็ได้เปิดหูเปิดตาแล้วยามที่นางเป็นองค์หญิงสี่อยู่ในวังทั้งหยิ่งและยโส แต่ยามนี้นางได้เปลี่ยนไปมากจริงๆ

“เช่นนั้นเจ้าก็รอข้ากลับจวนก่อนสิ เจ้าออกมาเช่นนี้ข้าเป็นห่วงเจ้ารู้หรือไม่” น้ำเสียงของท่านอัครเสนาบดีเริ่มอ่อนลงเช่นนี้ข้าได้แต่ทอดถอนใจ อืม ข้าเริ่มรู้สึกมึนหัวขึ้นมาบ้างแล้ว สงสัยต้องหยุดดื่มได้แล้วกระมัง

“ข้าเห็นว่าท่านยามนี้กำลังยุ่ง ข้าจึงไม่อยากรบกวน จริงสิยามนี้แล้วท่านได้กินอะไรมาหรือยัง ลองชิมหมูสามรสที่นี่ดูรสชาติดีทีเดียว” ฟางฮูหยินเอ่ยพลางคีบกับข้าวให้สามีของนาง ท่านอัครเสนาบดีก็ส่งยิ้มให้นางทันที เขายิ้ม โอ้ เขายิ้มเป็นด้วยข้าไม่เคยเห็นท่านอัครเสนาบดียิ้มมาก่อนเลย ฟางฮูหยินท่านช่างเก่งกาจยิ่งที่ทำให้สามีของท่านยิ้มออกมาได้เช่นนี้ ข้าอดนับถือนางในใจมิได้

“ฎีกาก่อกวนของเจ้าเป็นผลยิ่ง ยามนี้ราชสำนักปั่นป่วนไปหมด เจ้าคงคิดจะกำจัดความตึงเครียดเหล่านี้ทิ้งกระมัง” น้ำเสียงนุ่มนวลของตวนมู่เฉินเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าท่านอัครเสนาบดีเริ่มอารมณ์ดีขึ้นบ้างแล้ว

“ในเมื่อครุกรุ่นเงียบๆมาเนิ่นนานแล้ว ข้าก็แค่ผลักดันให้ประทุออกมาเท่านั้นเอง” ท่านอัครเสนาบดีเอ่ยด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย

“ฎีกาแต่งตั้งรัชทายาทนี้ ไม่ต้องประกาศออกมาทุกคนก็คาดเดาได้ว่าเป็นชื่อข้า ครานี้ข้าคงทำตัวเรื่อยเปื่อยเช่นนี้ต่อไปไม่ได้แล้วสินะ” องค์ชายเอ่ยพลางขมวดคิ้วแน่น ข้าอดทอดสายตามองเขาด้วยความเห็นใจมิได้

“ทำตัวตามปกติของท่านนั้นแหละ แต่ครานี้ท่านคงต้องมีปฏิสัมพันธ์กับพี่น้องเพิ่มขึ้นสักหน่อย องค์ชายแปดกับท่านความสัมพันธ์เป็นอย่างไรบ้าง” พอฟางหยวนอี้เอ่ยสั่งสอนองค์ชายเก้าเช่นนี้ข้าก็คิดได้ว่าราชสำนักใกล้ได้เวลาปั่นปวนเต็มทีแล้วสินะ

“ก็ดีต่อกันอยู่นะเพราะอายุเท่ากันกระมัง แต่เขาแสดงทีท่าต่อข้าชัดเจนแล้ว ว่าเขาไม่สนใจชิงบัลลังก์และจะไม่เข้าร่วมแย่งชิงกับฝ่ายใดทั้งนั้น” องค์ชายเก้าเอ่ยพลางขมวดคิ้ว

“บอกเขาว่าด้วยอำนาจของเขาหากไม่เข้าร่วมกับฝ่ายใดให้ชัดเจน ตัวเขาเองนั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายถูกทุกคนรวมหัวกันกำจัดก่อน” น้ำเสียงเรียบเย็นเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่ข้าอดไม่สบายใจมิได้ หากเหล่าองค์ชายเริ่มเล่นงานกันแล้วญาติผู้น้องของข้าจะปลอดภัยหรือไม่นะข้ามองเขาด้วยความเป็นห่วงอีกครั้ง แม้จะมีหลายฝ่ายออกตัวช่วยเขาแต่เขาเองก็ต้องต่อสู้และฟันฝ่ามิใช่น้อย

“อื้ม ท่านตาของเขามีบรรดาศักดิ์ขั้นโหว ควบคุมกองทัพของดินแดนทางเหนือ คนที่มีฐานอำนาจเช่นนี้ต่อให้เสเพลเพียงใดก็ต้องถูกเพ่งเล็งเป็นอันดับต้นๆอยู่ดีสินะ” ครานี้ตวนมู่เฉินเป็นผู้เอ่ย

“ที่เหล่าองค์ชายล้วนรวมตัวกันเพราะต้องการป้องกันตนเอง หากคนที่พวกเขาสนับสนุนได้ขึ้นเป็นใหญ่นั่นหมายถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาจะรอดพ้นจากหายนะ แต่หากพวกเขาสนับสนุนคนผิดชีวิตของพวกเขาก็นับได้ว่าร่วงลงสู่ปากเหวทันที ถ้าท่านสามรถแสดงให้พวกเขาได้เห็นว่าท่านต่างหากคือคนที่พวกเขาสนับสนุนแล้วไม่ผิดหวัง ไม่นานพวกเขาก็จะหันมาฝากชีวิตและความหวังไว้ที่ตัวของท่านเอง” ท่านอัครเสนาบดีเอ่ยเสียยืดยาว ข้าเข้าใจบ้างมิได้เข้าใจบ้าง จึงได้แต่ยกจอกสุราขึ้นดื่มด้วยคิดว่าอีกนานกว่าข้าจะได้ดื่ทอีก อ่า ช่างชื่นอกชื่นใจเสียจริง

“ที่สำคัญที่สุดคือความจริงใจ ขอเพียงองค์ชายมีความจริงใจพวกเขาย่อมมองออก” ครานี้เป็นเสียงของตวนมู่เฉิน ข้าอดปรือตามองเขามิได้ ความจริงใจหรือคนแลิ้นปล้อนเช่นเขากล้าพูกคำนี้ออกมาข้าล่ะอยากจะหัวเราะใส่หน้าเขายิ่งนัก

“คำนี้พอหลุดออกจากปากเจ้าที่เป็นคนเสแสร้งเก่งกาจที่สุดในใต้หล้า ช่างทำให้ข้าอดขนลุกมิได้” ท่านอัครเสนาบดีเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย ข้าได้แต่พยักหน้าตามพวกท่านช่างรู้ใจกันดีเสียจริง

“นั่นสิท่านราชครู ท่านมาสอนข้าตีสีหน้าเสแสร้งดีกว่า ข้าอยากเก่งกาจเช่นท่านเป็นที่สุด” อ่า องค์ชายเก้าท่านเองก็ช่างมองอาจารย์ของเจ้าได้ล้ำลึกดีแท้

“อย่ามารุมข้าเช่นนี้ ชิงชิงเจ้าดูสิพวกเขารุมทำร้ายข้าด้วยวาจา” ตวนมู่เฉินหันมาเอ่ยกับข้าด้วยสีหน้าเสแสร้งว่าถูกกระทำเช่นนี้ ข้าอดมิได้จริงๆที่จะเอ่ยออกไปตามตรง

“ช่ายย ท่านนั้นเสแสร้งเก่งกาจที่สุดเลย ท่านสามีที่รักของข้า” ข้าเอ่ยออกไปแล้วก็ต้องเสียใจ เมื่อเห็นสีหน้าโกรธเคืองของเขา ผู้อื่นว่าเขาได้เหตุใดพอข้าว่ากล่าวบ้างจึงทำสีหน้าไม่พอใจเช่นนี้เล่า

“ตู้ชิงชิง!” เขาเอ่ยเรียกชื่อข้าอย่างดุดัน ทำให้ข้าต้องสะบัดศรีษะด้วยความวิงเวียน โอ๊ยตายข้าคงเมาแล้วกระมัง เขาไม่พอใจที่ข้าว่าเขาหรือไม่พอใจที่ข้าเมากันแน่

“ข้าว่าพวกเราแยกย้ายกันกลับดีกว่า ยามนี้ข้าเองก็อยากกลับไปพักผ่อนแล้ว” ฟางฮูหยินเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อน ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย ข้ากำลังจะบอกลานางก็ถูกตวนมู่เฉินอุ้มขึ้นมาแนบอกเขา ข้าจะผลักออกแขนก็ไร้เรี่ยงแรงเสียแล้ว เห็นสีหน้าดุดันเช่นนี้ ข้านึกถึงปฏิกิริยาออดอ้อนของฟางฮูหยินที่ใช้กับสามีนางได้ผล ข้าจึงเอาอย่างนางบ้างด้วยการแนบใบหน้าของข้าเข้ากับหน้าอกของเขาด้วยความออดอ้อน อีกอย่างข้าเองก็ไม่อยากเห็นสีหน้าของผู้อื่นด้วย ถูกสามีอุ้มต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ข้าก็อับอายเป็นเช่นกันนะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว