ขอบคุณทุกกำลังใจ กำลังเริ่มติดเหรียญแล้วนะคะ ใครยังไม่อ่านรีบอ่านก่อนติดเหรียญนะคะ

ตอนที่ 27 เยี่ยมเยียนฮูหยินจวนอัครเสนาบดี

ชื่อตอน : ตอนที่ 27 เยี่ยมเยียนฮูหยินจวนอัครเสนาบดี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ส.ค. 2561 03:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 27 เยี่ยมเยียนฮูหยินจวนอัครเสนาบดี
แบบอักษร

ข้าได้รับการพูดถึงของผู้คนอีกครั้ง แต่ครานี้เป็นไปในทางที่ดี ผู้คนภายนอกต่างกล่าวกันว่าข้าเป็นสตรีที่โชคดี ที่ได้เป็นฮูหยินของท่านราชครูผู้เพียบพร้อม แต่ข้าหาสนใจไม่ยามนี้ข้าเริ่มคิดได้บ้างแล้ว จะสนใจอันใดกับคำพูดของผู้คน พวกเขาเหล่านั้นมิได้ใช้ชีวิตร่วมกับข้าสักนิด

อากาศเริ่มกลับมาอบอุ่นอีกครั้งหลังจากหิมะตกหนักอยู่หลายวัน ข้าอดทอดถอนใจด้วยความเบื่อหน่ายมิได้

“เจ้าอยากไปจวนอัครเสนาบดีหรือไม่” เสียงนุ่มของตวนมู่เฉินเอ่ยขึ้นด้านหลัง ทำให้ข้าที่ยามนี้กำลังเท้าคางเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างต้องรีบหันกลับมามองด้วยความแปลกใจทันที

“เหตุใดวันนี้จึงกลับมาเร็วได้เล่า เกิดเหตุอันใดขึ้นหรือไม่”ข้าอดถามเขาด้วยความกังวลใจมิได้ ด้วยยามนี้ราชสำนักเริ่มมีการแย่งชิงอำนาจกันอย่างออกหน้าออกตา ด้วยความที่ตวนมู่เฉินมีความสัมพันธ์กับตระกูลตู้ของข้า ข้าจึงอดกังวลแทนเขามิได้

“ไม่มีเหตุอันใดหรอก ฝ่าบาททรงมีเรื่องต้องปรึกษาฟางหยวนอี้เป็นการส่วนตัว ข้าจึงได้ขอตัวกลับมาก่อน” เขาเอ่ยพลางเดินมานั่งลงเคียงข้างข้า

“ท่านอัครเสนาบดี เริ่มลงมือแล้วใช่หรือไม่ ท่านเคยบอกกับข้าว่าเขาจะช่วยญาติผู้น้องของข้าแย่งชิงตำแหน่งองค์รัชทายาท ท่านคิดว่าเขาจะช่วยได้มากน้อยเพียงใด” ข้าเอ่ยถามออกไปตามตรง ถึงอย่างไรข้าและองค์ชายเก้าก็สนิทสนมกันมากยิ่งกว่าลูกพี่ลูกน้องทั่วไป ข้าจึงอดเป็นห่วงและกังวลใจแทนเขามิได้

“ย่อมช่วยได้อยู่อยู่แล้ว คนอย่างฟางหยวนอี้หรือจะรับปากในสิ่งที่เขาทำมิได้ อีกอย่างยังมีราชครูเช่นข้าหนุนหลังอีกทั้งคน เจ้ามิต้องกังวลแทนองค์ชายเก้าหรอก” เขาเอ่ยเช่นนี้ข้าอดยิ้มขอบคุณเขามิได้

“ข้าขอบคุณท่านมากนะที่ช่วยเหลือองค์เก้า ข้ารู้มาว่าจวนราชครูของท่านที่ผ่านมามักจะไม่เข้าข้องเกี่ยวกับการแย่งชิงอำนาจในราชสำนักเช่นนี้ การที่ท่านออกหน้าเช่นนี้นับเป็นการขัดต่อกฎเกณฑ์ของท่านไปจนหมดสิ้น ข้าจึงอดรู้สึกผิดมิได้ที่เป็นต้นเหตุให้ท่านต้องผิดกฏเกณฑ์ของตนเองเช่นนี้”

“เจ้ามิต้องกังวลไปหรอก ข้าถูกแบ่งเป็นฝ่ายองค์ชายเก้าตั้งแต่แต่งงานกับเจ้าแล้ว หากข้ามิช่วยเหลือเขาจะให้ข้าไปช่วยเหลือผู้ใดได้อีกเล่า” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่น แววตาพราวระยับพลางขยับมาชิดข้าเรื่อยๆ ข้าจึงรีบลุกขึ้นทันที

“ท่านชวนข้าไปจวนท่านอัครเสนาบดีมิใช่หรือ ข้าว่าเราไปกันเถอะ ข้าไม่ได้คุยกับฟางฮูหยินนานแล้ว” ข้ารีบเอ่ยชวนเขาเป็นการตัดบททันที เฮอะ ขืนไม่รีบไปยามนี้ข้าคงอดไปอีกเป็นแน่ เห็นแววตาพราวระยับของเขาแล้ว ข้าล่ะกลัวใจของเจ้าคนผู้นี้เสียจริง

“ก็ไปสิ เช่นนั้นข้าไปรอเจ้าที่โถงกลางก็แล้วกัน เจ้าให้จูเหลียนช่วยเจ้าแต่งตัวเปลี่ยนชุดเถิด” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงขบขันในท่าทางของข้า ข้าจึงได้รู้ว่าเมื่อครู่เป็นเขาแกล้งหยอกเย้าข้าแน่ ข้าอดยู่หน้าให้เขามิได้ เขาหัวเราะฮ่า ฮ่า แล้วเดินจากไป ข้าได้แต่เข่นเขี้ยวอยู่ในใจ ฮึ เขาจงใจแกล้งข้าอีกแล้ว

ใช้เวลาไม่นานข้าและตวนมู่เฉินก็เดินทางไปถึงจวนอัครเสนาบดี เมื่อเดินเข้าไปก็พบองค์เก้ากำลังทำสีหน้าเบื่อหน่าย จ้องมองไปทางฟางฮูหยิน ซึ่งบัดนี้กำลังนั่งทำสีหน้าบึ้งตึงอยู่ในศาลาริมน้ำของนาง

“คารวะองค์ชายเก้า คารวะฟางฮูหยิน” ข้าเข้าไปทำความเคารพองค์ชายเก้าและฟางฮูหยิน ตวนมู่เฉินเดินตามหลังข้าและทำความเคารพองค์ชายเก้าตามข้าและรับการคารวะจากฟางฮูหยินด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มเช่นเดิม

“ท่านพี่ชิงชิง ดียิ่งที่ท่านมาข้ากำลังคิดถึงท่านอยู่เลย” ฟางฮูหยินเอ่ยพลางทำท่าจะลุกเดินมาหาข้า ข้ารีบยกมือห้ามทันที

“อ๊ะ ท่านมิต้องลุกขึ้นมาหรอก ประเดี๋ยวข้าเดินไปหาท่านเอง จะลุกขึ้นมาทำไมกัน กำลังท้องกำลังไส้เช่นนี้ ท่านต้องดูแลตนเองให้ดีรู้หรือไม่” ข้าเอ่ยพลางเดินไปทรุดตัวนั่งเคียงข้างนาง แต่นางกลับตวัดสายตาค้อนข้าด้วยความหงุดหงิดทันที

“ท่านพี่ก็อีกคนหรือนี่ ข้าแค่ตั้งครรภ์นะมิได้เจ็บป่วยอันใด พวกท่านทำกับข้าเช่นนี้ประเดี๋ยวข้าก็ป่วยจริงๆหรอก” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

“อยู่กับไก่แต่งกับไก่จริงๆ ท่านแต่งเข้าจวนอัครเสนาบดีไม่ถึงปียามนี้สีหน้าเริ่มคล้ายสามีของท่านเข้าไปทุกทีแล้ว” ข้าเอ่ยเช่นนี้ก็ได้รับสายตาเย็นชาจากฟางฮูหยินส่งมาให้ทันที ทำให้ข้าอดลูบแขนตนเองมิได้ ข้าพูดยังไม่ทันจบประโยคท่านก็ทำสีหน้าเฉกเช่นสามีของท่านเสียแล้ว ข้าอดกังวลใจมิได้ว่ายามนี้ใบหน้าของข้ากำลังมีรอยยิ้มเฉิดฉายคล้ายของตวนมู่เฉินไปหรือยัง

“ฟางฮูหยินคงกำลังหงุดหงิดใจกระมัง ท่านตั้งครรภ์เช่นนี้ด้วยนิสัยของท่านอัครเสนาบดี ยามนี้เขาคงทำให้ท่านเบื่อหน่ายเป็นแน่” ได้ยินตวนมู่เฉินเอ่ยเช่นนี้ สายตาของฟางฮูหยินก็เปล่งประกายคลายความหงุดหงิดทันที

“ท่านราชครูเอ่ยมาได้ถูกต้องยิ่งนัก ข้ากำลังถูกฟางหยวนอี้ประคบประหงมจนเจียนจะเป็นง่อยอยู่แล้ว ยามนี้แม้แต่องค์ชายเก้าและท่านพี่ชิงชิงก็พลอยเป็นกับเขาไปด้วย จะมิให้ข้าหงุดหงิดใจได้อย่างไร”

“เป็นเรื่องแค่นี้เองหรือ เช่นนั้นออกไปเดินเล่นกับข้าเพื่อความผ่อนคลายดีหรือไม่” ข้าเอ่ยชวนเช่นนี้นางก็พยักหน้าทันที

“ออกนอกจวนได้หรือไม่ข้าอยากไปกินขนมที่หอเหอคุนยิ่งนัก” นางเอ่ยเช่นนี้ทั้งข้าและองค์ชายเก้าเอ่ยขึ้นพร้อมกันทันที

“ไม่ได้” เมื่อพวกข้าเอ่ยเช่นนี้นางก็เบ้ปากใส่พวกข้าทันที

“โถ่ คราวที่แล้วท่านยังมิเข็ดหลาบหรือ หากท่านออกไปกับข้าอีกแม้แต่สามีข้าก็ช่วยข้ามิได้แน่” ข้าเอ่ยพลางทำท่าทางน่าสงสารใส่นางทันที

“พี่หญิงหากท่านออกไปข้าต้องโดนสามีท่านเล่นงานแน่ ท่านอย่าลืมสิว่ายามนี้ท่านกำลังตั้งครรภ์อยู่นะ” องค์ชายเก้าเอ่ยต่อจากข้าทันที พลางทำสีหน้าเช่นเดียวกับข้าเป๊ะ ข้าอดพยักหน้าเห็นด้วยกับเขามิได้

“แต่ข้าเบื่อหน่ายยิ่งนัก ยามนี้ข้าก็แข็งแรงดี อาการแพ้ก็ไม่มีแล้ว พวกท่านให้ข้าได้ผ่อนคลายบ้างเถิด มิเช่นนั้นหากหลานของพวกท่านคลอดออกมามีแต่สีหน้าหงุดหงิดเย็นชา ข้ามิรู้ด้วยนะ” นางเอ่ยเช่นนี้ ข้ากับองค์ชายเก้ามีสีหน้าซีดขาวพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย เมื่อคิดไปถึงว่าหลานตัวน้อยที่ฟางฮูหยินคลอดออกมาจะมีสีหน้าเฉกเช่นบิดาของเขา ข้าอดทำใจมิได้ ไม่นะหากหลานของทำสีหน้าหงุดหงิดเย็นชาตลอดเวลาเช่นนั้นคงไม่เป็นการดีกระมัง

“เช่นนั้นก็ไปสิ หากท่านยืนยันว่าตนเองแข็งแรงดี เช่นนั่นเราก็ออกไปเดินเที่ยวข้างนอกบ้างก็ได้ ข้าจะออกหน้าพาท่านไปเอง ขอเพียงท่านต้องดูแลตัวเองให้ดีก็พอ หากเกิดเหตุการณ์อันใดขึ้นมาข้าก็รับผิดชอบไม่ไหวหรอกนะ ท่านเข้าใจข้าใช่หรือไม่” ตวนมู่เฉินเอ่ยด้วยรอยยิ้มสดใสเช่นเดิม ฟางฮูหยินมีสีหน้าเบิกบานขึ้นมาทันที

“เช่นนั้นก็ไปกันเถิด ขอข้าไปเตรียมตัวสักครู่ พวกท่านรอข้าก่อนนะ” นางเอ่ยด้วยสีหน้าเบ่งบาน กวักมือเรียกเซียงเหมยให้ติดตามนางไปทันที

“จะดีหรือท่านราชครู หากเกิดอันใดขึ้นมาเล่าจะทำเช่นใด” องค์ชายเก้าเอ่ยถามตวนมู่เฉินด้วน้ำเสียงแผ่วเบาด้วยกลัวว่าฟางฮูหยินจะได้ยิน

“ไม่เป็นอันใดหรอก หากไม่ตามใจนางบ้างนางคงได้ระเบิดสักวัน ดูจากท่าทางของนางแล้วคงจนเจียนจะระเบิดแล้วล่ะ” ตวนมู่เฉินเอ่ยเช่นนี้พวกข้าก็พยักหน้าให้เขาอย่างพร้อมเพียงกันทันที

“หากข้าตั้งครรภ์ท่านคงตามใจข้าเช่นนี้กระมัง” ข้าอดเอ่ยออกมาด้วยความยินดีมิได้ ตวนมู่เฉินหน้าแดงถึงลำคอขึ้นมาทันที ข้าเองก็อดเขินอายมิได้จะดึงคำพูดเมื่อครู่กลับมาก็ไม่ทันเสียแล้ว

“เพ้ย ท่านพี่ชิงชิงเป็นหญิงสาวเหตุใดกล้าเอ่ยเช่นนี้ต่อหน้าคนนอกเช่นข้าด้วยเล่า อีกอย่างท่านเองก็แต่งงานมาก็หลายเดือนยังไม่มีวี่แวว เช่นนี้ท่านมิกังวลใจบ้างหรือ หากมีลูกให้ท่านราชครูมิได้เล่าท่านจะทำเช่นไร” พอองค์ชายเก้าเอ่ยเช่นนี้ จากที่ข้ากำลังเขินอายอยู่ก็อดหันไปตวัดสายตาส่งค้อนให้เขาทันทีมิได้

“ข้าพึ่งแต่งงานไม่กี่เดือนท่านก็มาสาปแช่งข้าเสียแล้วช่างไม่ประสงค์ดีต่อข้าเอาเสียเลย อย่าให้ข้าแฉท่านออกมานะ แล้วท่านจะนั่งก้นไม่ติดพื้น” พอข้าเอ่ยเช่นนี้เขาก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที

“ท่านหมายถึงเรื่องอันใด” เขาถามข้าด้วยสีหน้าหวาดระแวงทันที

“ก็ท่านหมายตาผู้ใดไว้เล่า” พอข้าเอ่ยมาถึงจุดนี้ เขารีบส่งยิ้มประจบมาให้ข้าทันที

“ท่านพี่ชิงชิง ท่านชอบดื่มสุรานี่นา ข้ายินดีเป็นเจ้ามือดีหรือไม่ วันนี้เลยก็ได้” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงประจบประแจงเช่นนี้ข้าอดส่ายหน้าออกมามิได้ คนผู้นี้นี่นะ ส่วนตวนมู่เฉินได้แต่นั่งยิ้มกริ่มส่งรอยยิ้มมาดหมายแปลกๆมาให้ข้า ทำให้ข้าอดหวาดระแวงมิได้ ท่านคิดการอันใดอยู่หรือไม่ เหตุใดจึงมีสีหน้าเจ้าเล่ห์เช่นนั้นเล่าสามีของข้า

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว