facebook-icon

เมื่อมาเฟียเจ้าเล่ห์ดันไปหลงเสน่ห์ของคุณหมอตัวขาว ความรัก ความเปย์เเละการใส่ใจจึงถูกส่งให้คุณหมอไปเต็มๆ ติดตามได้ใน...กลรัก...มาเฟียร้าย

ตอนที่ 19 เวลาที่เหลือคือความสุข (✔️)

ชื่อตอน : ตอนที่ 19 เวลาที่เหลือคือความสุข (✔️)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 53.3k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ค. 2562 11:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19 เวลาที่เหลือคือความสุข (✔️)
แบบอักษร

ตอนที่ 19 เวลาที่เหลือคือความสุข 

 

เวลานี้คือสิ่งที่ควบคุมไม่ได้จริงๆ นะครับ….มันรวดเร็ว เเละเเม่นยำ ไม่ฟังเสียงใครทั้งนั้น มันทำหน้าที่ขอตัวเองอย่างเดียว…ไม่สนว่า...การทำหน้าที่ของตัวเองนั้นอาจทำให้ใครบางคนหลุดพ้นจากความทุกข์ หรือจะทำให้ใครบางคนเป็นทุกข์… 

 

….เพราะต้องจากลา 

 

ผมนั่งมองปฏิทินตั้งโต๊ะ ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะของตัวเอง...ก่อนจะยกปากกาขึ้นไปขีดตรงส่วนที่ตรงกับวันที่ของวันนี้ออก… 

 

1 เดือน..เหลือเเค่ 1 เดือน เท่านั้นที่จะได้อยู่ที่นี่.. 

 

“ยังไม่กลับเหรอคะหมอฟิวส์” เสียงพี่พยาบาลที่เดินถือเอกสารอะไรสักอย่างเข้ามาในห้องทักขึ้น 

“กำลังจะกลับเเล้วครับ” 

“....ใกล้จะได้กลับบ้านเเล้วสินะคะ...พวกเราที่นี่ต้องคิดถึงคุณหมอเเน่เลย” 

 

เธอพูดออกมายิ้มๆ จัดเก็บเอกสารเข้าตู้เอกสาร ก่อนจะขอตัวออกไป 

 

...ผมอยากจะบอกกับเธอออกไปจริงๆ ว่า ‘ไม่ได้มีเเค่คนที่นี่หรอกที่คิดถึง’ เพราะคนที่จะจากไปก็คงคิดถึงไม่ต่างกัน 

 

เคยเป็นกันไหมครับ เวลาเดินไปที่ไหนๆ ที่เรามีความทรงจำต่างๆ ที่นั่น ภาพเก่าๆ ก็จะย้อนกลับมา….ผมกวาดสายตามองไปในสถานที่ต่างๆ รอบๆ ตัว 

 

ห้องพักคุณหมอ..ที่เคยมานั่งพูดคุย เเบ่งของกินกันกับพวกพี่ๆ หมอ พยาบาลทั้งหลาย….สวนด้านหลังโรงพยาบาลที่เคยมานั่งเล่นเดินเล่นที่นี้...ร้านอาหารไทยในโรงอาหารที่ผมเคยไปนั่งกินข้าวกับเขา….ห้องพักเก่าที่เคยใช้ชีวิตอยู่...ระเบียงห้องพักเก่าที่ผมเคยใช้ยืนมองไปสุดสายตาตัวเอง...เพลงเบาๆ ที่ดังมาตามลมในยามดึก...เเละบ้านที่ผมอยู่ตอนนี้...บ้านที่มีความทรงจำมากมายกับเขา 

 

“เหม่อบ่อยจังนะช่วงนี้” 

“...มาตั้งเเต่เมื่อไรครับ” ผมหันไปมองคนมาใหม่ เขาเดินมาทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาในห้องนั่งเล่นข้างๆ ผม 

“ไม่นานหรอก...เเต่ก็ทันเห็นเด็กน้อยนั่งเหม่อ” 

“ไม่เด็กนะครับ!” 

“เเน่เหรอ?” 

 

เอาเถอะๆ ...เด็กก็เด็ก- -!! ผมไม่เถียงเเล้วก็ได้..ชิ! 

 

“เเล้วมีอะไรหรือเปล่าครับ” 

“อยากเจอ เลยมา..ไม่ได้หรือไง” ประโยคสุดท้ายอีกฝ่ายพูดออกมาเสียงนิ่งจริงจังเสียอย่างนั้น...มีการจับให้ผมหันหน้าไปมองสบตาอีกตั้งหาก 

“...ว่ายังไง?” เขาถามย้ำอีกครั้ง 

 

ก็รู้คำตอบอยู่เเล้วนี่! ยังจะถาม! 

 

“....ด...ได้สิครับ” ผมตอบออกไปเสียงเบา รู้สึกว่าเสียงที่เคยมีมันหายไปเสียเเล้ว 

“หึหึ...มาใกล้ๆ มา” 

 

ผมมองเขาอย่างไม่มั่นใจ จะเเกล้งอะไรอีกหรือไง ช่วงนี้อีกฝ่ายยิ่งชอบทำอะไรที่ทำให้ผมใจเต้นเเรงอยู่ด้วย… 

 

“มานี่” เขาพูดย้ำ จับเเขนผมดึงรั้งเข้าไปหา 

“อะไรครับ!” 

“อยากอยู่ใกล้ๆ อยากกอด” 

 

...ตรงไปไหนเนี่ย!! ผมถึงกับร้อนหน้า คำพูดที่เเสดงถึงความต้องการของอีกฝ่ายมันทำให้ผมร้อนหน้าไปหมด วูบวาบจนเหมือนจะหมดเเรง...ตอนนี้หน้าผมคงเเดงเเข่งกับสีเเดงของดอกกุหลาบในกระถางดอกไม้นั้นเเน่ๆ …. 

 

“กอดได้ไหม?” 

“....” 

“ว่ายังไง” พอเห็นผมไม่ตอบเขาก็ถามย้ำขึ้นมาอีก สายตาอย่างกับเด็กเล็กๆ รอคำอนุญาตจากพ่อเเม่ตอนขอกินขนมอย่างนั่นเเหละ! 

“ยังต้องถามอีกเหรอครับ!” 

 

เป็นผมเองที่พุ่งเข้าไปกอดอีกฝ่าย ฝังหน้าตัวเองให้จมไปกับหัวไหล่กว้างๆ นั้น อยากจะซุกตัวหนีหายเข้าไปในตัวเข้าให้รู้เเล้วรู้รอดไป 

 

“หึหึ…” 

 

เขาหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนที่โครงหน้าคมจะก้มลงมาใกล้ๆ เสียวหน้าด้านข้างของผม… 

 

จมูกโด่งเป็นสันคม ซุกเข้าที่เเก้มขาวใสของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ คนตัวเล็กสะดุ้งนิดๆ เมื่อโดนกระทำเเบบนั้น เเต่ก็ไม่ได้คิดห้ามอะไร… 

 

“...พ...พอเเล้วครับ มันจั๊กจี้!” 

“จั๊กจี้อะไร?” เขาถามงงๆ มองคนตัวเล็กที่ตอนนี้ลนลาน จนเเทบจะขึ้นมานั่งทับตัวของเขาไปทั้งตัวอยู่เเล้ว 

“ก็นี่ไงครับ มันทิ่มเเก้มผมอะ” ผมจิ้มมือลงไปที่คางของอีกฝ่ายไร้มือขึ้นมาตามสันกรามที่มีไรหนวดขึ้นเป็นต่อเเข็งๆ 

“เมื่อก่อนไม่เห็นเป็น” 

“ก...ก็...ตอนนั้นมันไม่ได้เยอะขนาดนี้นี่ครับ!!” ผมพูดตอบออกไปก่อนจะชะงักกับคำตอบของตัวเอง 

 

..ตอนนั้นที่เขาว่านี่มันตอนไหนกันเนี่ย!!! 

 

“ไม่ชอบ?” 

“ก็ไม่ถึงกับไม่ชอบ...เเต่มัน...จั๊กจี้นี่ครับ” ผมตอบไม่เต็มเสียง ยอมรับว่าอีกฝ่ายดูดีมากๆ ถึงจะมีหนวดเคราปิดบังใบหน้าอยู่บ้าง เเต่ก็ไม่ได้ทำให้ความมีเสน่ห์ของอีกฝ่ายลดลงเลย 

“โกนให้หน่อยสิ” 

“ครับ??” 

“ไม่ชอบก็โกนออก...เร็วโกนให้หน่อย” 

 

คุณโทมัสพูดออกมาก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตัวเอง เเต่เหมือนเขาจะลืมหรืออย่างไร ว่าผมนั่งเกือบทับเขาเอาไว้ทั้งตัวอยู่เเบบนี้ พอเขายืนเท่านั้นเเหละ ผมนี่เเทบร่วงลงพื้น นี่ยังดีนะว่าเขาจับเอาไว้ได้ทันนะ 

 

ท่าทางมันดูเเปลกๆ ชอบกล- -? 

 

พอคิดเเบบนั้นก็รีบปล่อยขาของตัวเองที่ใช้หนีบลำตัวของคุณโทมัสเอาไว้เพื่อเป็นหลักไม่ให้ตัวเองร่วงลงไปออก…ผมกลับมายืนที่พื้นเป็นปกติเรียบร้อย ก่อนจะโดนอีกฝ่ายดึงให้เดินตามมา 

 

พอเข้ามาในห้องน้ำ คนตัวสูงก็ไม่รอช้า ดันผมให้เข้าไปยืนตรงซอกเล็กๆ เเล้วก็เอาตัวเองมายืนกั้นบังทางเอาไว้ ทำตัวเลียนเเบบกำเเพงมนุษย์ไปเสียอย่างนั้น พอกักผมเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้เเล้ว คุณโทมัสก็เริ่มเตรียมทุกอย่างเองจนเรียบร้อย ฟองครีมถูกทาทับหนวดเคราของเขาเรียบร้อยด้วยฝีมือของเจ้าตัวเอง ก่อนที่มือหนาจะยื่นที่โกนหนวดมาให้ผม...ผมเลยต้องรับมาถือไว้อย่างจำยอม 

 

“เริ่มเลย” 

“ค...ครับ” 

 

พอรับคำเสร็จ ผมก็เริ่มลงมือโกนเบาๆ ไปตามโครงหน้า ตามฟองโฟมที่อีกฝ่ายลงเอาไว้ก่อนหน้า...คุณโทมัสเเค่ยิ้มขำกับท่าทาง เงอะๆ งะๆ ของผม เเต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรออกมา อีกฝ่ายทำเเค่ยืนพิงอ่างล้างหน้านิ่งๆ ให้ผมโกนหนวดให้อยู่เเบบนั้น... 

 

...เเต่เพราะอีกฝ่ายเอาเเต่มองหน้าผมเนี่ยละ มันทำให้ผมมือไม้สั่นไปหมด ทั้งเกร็งทั้งทำไม่ถนัดเกิดมายังไม่เคยทำเเบบนี้ให้ใครมาก่อน  เเล้วยังต้องมาเขินกับสายตาที่เขามองมาด้วย 

 

เอาให้เลือดสักทีดีไหมเนี่ย-*- 

 

“เรียบร้อย” ผมพูดออกมาอย่างภูมิใจ ตามองผลงานชิ้นโบเเดงของตัวเองที่พึ่งทำเสร็จมาดๆ 

“ดีขึ้นไหม” 

“อะไรครับ” อะไรดีขึ้น?? 

“ก็...นี่ไง” 

 

ฟอดด! 

 

เเก้มขาวขึ้นสีเเดงละเรืออีกครั้ง เมื่อถูกคนตัวโตขโมยหอมเเก้มเข้าอย่างจัง ก่อนจะทันได้ตั้งตัวร่างของคนตัวขาวก็ถูกยกรอยขึ้นให้ไปนั่งอยู่บนอ่างล้างหน้าเเล้วเรียบร้อย 

 

“ท...ทำ..อะไรครับ!!” เสียงโคตรลนลานเลย- -! 

“ทำอะไรดีน่า”คนเจ้าเล่ห์พูดออกมายิ้มๆ...ดันตัวเข้าเเทรกกลางระหว่างขาทั้งสองข้างของคนที่นั่งอยู่บนอ่างล้างหน้า 

“ผมไม่เล่นนะ!!” 

“ใครเล่นกัน...หน้าฉันไม่มีหนวดเคราเเล้ว...รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเลย...เธอเป็นคนทำ...ต้องรับผิดชอบ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เผยออกมาจนคนตัวขาวหน้าเหวอ 

“คุณเป็นคนให้ผมโกนนะ!!!” 

“ก็ใช่...เเต่เธอโกนเอง ฉันไม่ได้จับมือสักหน่อย จริงไหม” 

 

อ๊าก!! นิสัยไม่ดี!! .... 

 

ริมฝีปากร้อนๆ ของคนสองคนบดขยี้กันไปมา โทมัสที่ดูจะชอบใจกับรสจูบในครั้งนี้มากกว่าครั้งไหนๆ เขาดันร่างของคนตัวขาวจนติดกระจก ก้อนจะโถมตัวเข้าหาอย่างไม่อ้อมเเรง บดจูบดูดดึงริมฝีปากบางจนบวมเเดงไปหมด...เสียงหวานๆ ของคนตัวขาวดังลอดไรฟันออกมาเป็นครั้งคราว...เเต่กับทำให้คนตัวโตเเทบอดใจไม่ไหว 

 

“พ..ผม..หายใจไม่ออก!” 

 

บทจูบร้อนเเรกจบลงเมื่อคนตัวขาวเริ่มขาดอากาศหายใจ...ฟิวส์ดันร่างสูงใหญ่ของคนเจ้าเล่ห์ให้ออกห่าง เเต่อีกฝ่ายกับรู้ทันเลยกลายเป็นว่า คนตัวขาวโดนดึงเข้าไปกอดหน้าจมไปกับอกเเกร่งอีกครั้ง.. 

 

“ครั้งนี้จะเเค่นี้ก่อน...เเต่เเค่ครั้งนี้นะ” 

“อะไรเล่า!” 

 

ผมผลักคนตัวสูงออกห่าง ตั้งใจไว้ว่าจะกระโดดลงมายืนที่พื้นห้องน้ำ เเต่กับไม่เป็นดังใจหวัง เมื่อขาเจ้ากรรมมันดันหมดเเรงขาอ่อนเสียอย่างนั้น จนต้องดึงรั้งเเขนคนตัวสูงเอาไว้…. 

 

บ้า! ขนาดขาตัวเองยังไม่รักดี..ขายหน้าไหมเนี่ย!!! 

 

พอตั้งตัวได้ ผมรับเดินหนีออกจากห้องน้ำมา ได้ยินเสียงหัวเราะจากคนเจ้าเล่ห์ เจ้าเเผนการตามหลังมาติดๆ ก่อนที่เจ้าของเสียงหัวเราะนั้นจะเดินตามหลังผมออกมาจริงๆ 

 

ผมหนีออกมานั่งหน้าร้อนฉ่าอยู่ที่มุมหนังสือ คนอะไรๆ ทำไมถึงได้เจ้าเล่ห์ขนาดนี้นะ...อยู่ๆ ก็มาจูบกัน…โว๊ย! มาจูบในฐานะอะไรเนี่ย!! ... 

 

เอ่อ...นั้นสิ...เราจูบกันในฐานะอะไร?? 

 

เราจูบกันเเละถ้าผมปล่อยตามอารมณ์พวกเราอาจจะทำมากกว่านั้น…คำถามที่ว่าเราทำเเบบนั้นกันในฐานะอะไรกำลังวนเวียนอยู่ในหัวผมเหมือนจะไม่ยอมหายไปไหน.. 

 

ตอนนี้เราเป็นอะไรกันเเน่...หรือเเค่ผมเองที่คิดไปไกล 

 

คำถามมากมายพูดขึ้นมาในหัวเป็นดอกเห็ดอีกครั้ง...ตอนเเรกผมก็งงๆ นิดหน่อย จากที่เคยชอบผู้หญิงมาตลอดเเต่ดันมาหวั่นไหวให้ผู้ชายตัวโตๆ เเสนเจ้าเล่ห์คนนั้น…เเต่นั้นมันไม่เท่า...สำหรับผม เเค่รักมันก็ชัดเจนเกินพอเเล้ว ไม่ต้องเอาเหตุผลอะไรมาสนับสนุน ก็เเค่รัก ถึงจะผิดก็ขอให้ได้รัก ถึงไม่สมหวังก็ขอให้ได้รัก… 

 

เเต่ว่าในครั้งนี้...มันเรียกว่าความรักของเราได้ไหม...หรือเป็นเเค่ความรักของผมคนเดียว? 

 

“เหม่อบ่อยขนาดนี้…ฉันทำโทษดีไหมนะ” เสียงเจ้าเล่ห์ดังขึ้นไกลๆ หู 

“...ไม่ได้เหม่อนะครับ!” ผมถดคอหนีจนรู้สึกได้ถึงชั้นหนังสือที่กระทบหลัง เป็นสัญญาณเตือนว่าไม่มีที่ไปเเล้ว 

“ก็เห็นอยู่” คุณโทมัสเลื่อนหน้าเข้ามาหาใบหน้าคมที่ดูเเปลกตาไป อาจเพราะหนวดเคราที่เคยมีถูกโกนออกไปเเล้ว 

“...ผม..” 

“คิดอะไรอยู่...บอกหน่อยสิ” 

“ผม...เอ่อ...คุณ..กับผม..” เราเป็นอะไรกันครับ!! 

 

ประโยคหลังถูกกลืนหายอยู่ในลำคอ ไม่ได้แสดงออกไป ก็ใครจะกล้า...ถ้าเขาบอกว่า ‘ก็เเค่ช่วงครั้งช่วงคราว หรือว่า เเค่เล่นสนุก’ ผมจะทำยังไงละ 

 

“เธอกับฉันทำไม หืม” 

“...ไปกินข้าวกันเถอะครับ!” 

 

ผมเลือกที่จะเก็บความสงสัย เก็บคำถามของตัวเองเอาไว้… 

 

“หิวเเล้ว?” 

“...นิดหน่อย” 

“สั่งมากินที่นี้ดีกว่า ขี้เกียจจะเดิน” 

 

ผมมองตามคุณโทมัสที่เดินออกไปด้านนอกตัวบ้าน คงจะออกไปสั่งลูกน้องของเขานั่นเเหละ…. 

 

ช่างมันเถอะ...ต่อให้สถานะขอเราจะเป็นอะไร...ผมขอเลือกไม่สนก็เเล้วกัน...ขอใช้เวลาที่เหลืออยู่กับเขา เก็บเกี่ยวความรู้สึกดีๆ ความทรงจำดีๆ เอาไว้ก็เเล้วกัน.. 

 

ผมโยนความคิดต่างๆ นานา ทิ้งไปไกลๆ ในเมื่อเราไม่สามารถรู้อนาคตได้ งั้นขอใช้เวลามีความสุขกับปัจจุบันต่อไปก็เเล้วกัน! 

 

“กินไก่อบซอสไหม?” เสียงตะโกนถามดังมาเเต่ไกล เเต่กับหาตัวคนถามไม่ได้ ฟิวส์สลัดหัวเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะลุกเดินตามร่างสูงออกไป 

 

เวลาร่วงเลยผ่านไปรวดเร็วดอกไม้ในกระถางถูกเปลี่ยนเป็นดอกอื่นที่เบ่งบานมากกว่าดอกเก่าที่เคยอยู่ตรงนั้น ต่างจาก หัวใจของเขาในตอนนี้ มันกลับเเห้งเหี่ยวแตกต่างจากดอกไม่ในกระถางตรงหน้า… 

. 

. 

. 

เร็วจังเลย...เหลือเเค่อาทิตย์กว่าๆ เอง 

 

ผมถือสายยางเดินรดน้ำในสวนดอกไม้ด้านหน้าตัวบ้าน ทั้งๆ ที่ควรจะมีความสุขที่ได้หยุดอยู่บ้าน ได้อยู่ท่ามกลางมวลดอกไม้นานา เเต่ว่า มันเหมือนสุขไม่สุด จิตใต้สำนึกของผมยังคงนึกถึงวันเวลาที่เหลืออยู่… 

 

“ถ้าเป็นคน เจ้าต้นนั้นคงอิ่มเเล้ว” 

“อ๊ะ!!” 

 

ซ่า! 

 

สายน้ำจากสายยางที่มือของผมสาดใส่คนมาใหม่จนเสื้อเปียกไปเกือบทั้งตัว สีหน้าตกใจอย่างเห็นได้ชัด ทั้งจากคนตัวสูงเอง เเละพวกลูกน้องด้านหลัง ทำให้ผมเองหน้าเหวอไม่ต่างกัน.. 

 

“ข...ขอโทษครับ!” ผมรีบโยนสายยางทิ้งลงพื้น รีบวิ่งไปปิดก๊อกน้ำ ก่อนจะวิ่งกลับมาหาอีกฝ่ายที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม 

“เปียกหมดเลย..เดี๋ยวผมหาผ้ามาเช็ดให้นะ!” 

 

หมับ! มือหนาของคนตัวสูงดึงรั้งร่างที่กำลังจะวิ่งเข้าไปหยิบผ้าด้านในเข้ามากอดเอาไว้เเน่นๆ 

 

“หายกัน” ก่อนที่น้ำเสียงทะเล้นๆ จะดังขึ้นใกล้ๆ หู 

 

ผมนี่หน้าเหวอหนักกว่าเดิม ไม่คิดว่าคนตัวสูงจะทำเเบบนี้….นี้เขาคิดว่า เพราะผมทำเขาเปียกก็เลยดึงผมไปกอดจะได้เปียกเท่าๆ กันอย่างนั้นเหรอ??? 

 

“ที่นี้ก็บอกได้หรือยัง...ว่าช่วงนี้เป็นอะไร...เครียดอะไรหืม” 

 

ตัวของผมยังคงจมอยู่ในอ้อมกอดเเสนอบอุ่นนี้...เเรงลูบเบาๆ บนหัวของผมพร้อมกับน้ำเสียงอ่อนๆ ที่ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าว่าเขาใช่เเค่กับผม 

 

“....” 

“ถ้าเธอไม่พูดเราก็จะไม่เข้าใจกันนะฟิวส์” 

“...ผม…” 

“ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ขอเเค่เธอพูดออกมา...ฉันจะจบทุกอย่างเอง” 

 

จบทุกอย่าง...มันถึงเวลาเเล้วเหรอ….ต้องจบเเล้วจริงๆ เหรอ 

 

“...ผม...กับ..” 

“.....” 

 

...ไม่อยากจบเลย 

 

“ผมคุณ...เอ่อ..เรา…” 

“เราเป็นอะไรกันใช่ไหม?” น้ำเสียงเรียบๆ กับฝ่ามือหน้าที่หยุดลูบหัวผมไปทำผมชะงัก 

“เราเป็นทุกอย่างให้กันได้ไหม...ไม่ว่าอะไรเราก็จะเป็นให้กัน...ถ้าฉันตอบเเบบนี้ได้หรือเปล่า 

 

เราสบตากัน นัยน์ตาของเขาเหมือนต้องการยืนยันคำพูดของตัวเอง 

 

“ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน พี่น้อง คนรัก หรือคนในครอบครัว...เราก็จะเป็นทุกๆ อย่างให้กัน...ถ้าฉันพูดเเบบนั้นเธอจะโอเคไหม” 

 

คุณโทมัสพูดออกมา...เเววตาเจ้าเล่ห์ฉายเเววความจริงจังอย่างไม่ปกปิด 

 

“เธอสำคัญกับฉัน...ไม่มีวันที่ฉันจะปล่อยมือจากเธอเเน่ๆ …เชื่อฉันได้ไหม” 

“....” 

“เเล้วเธอล่ะ” 

“คุณ...เป็นคนที่...สำคัญรองจากยายบุญครับ” 

 

ตอนนี้ผมคงยิ้มกว้างมากๆ ผมยอมรับทุกอย่างเเล้วจริงๆ ยอมรับตามความรู้สึกของตัวเองที่มีกับคนตรงหน้า...ไม่ว่าเขาจะให้ผมเป็นอะไรผมก็จะเป็นให้เขาทั้งนั้น...เเละเเน่นอนว่า...จะมีเเค่เขาคนเดียวเท่านั้น...ที่ผมยอมทุกอย่าง.. 

 

“รักครับ...ผมรัก...รักคุณโทมัสครับ” 

“บอกรัก เเล้วจะร้องไห้ทำไม” มือหนายกขึ้นไปเช็ดหยดน้ำบริเวณหางตาของคนตัวขาว 

"ก็ผม...ดีใจนิ" 

“ฉันก็เหมือนกันรักเหมือนกัน...เเค่เธอ..เเค่เธอคนเดียวเจ้าตัวขาวของฉัน” 

ฮื้ออๆ ….คนรักกัน….รักกัน...เขารักกันคะ...เขารักกัน...รักกันเเล้ว...ห้ามเลิกกันนะ!! คนเเต่งไม่ยอม...อีกไม่นานก็จะกลับไทย จะเป็นยังไงต่อน่า….ติดตามค่าาาา 

เเละที่สำคัญ!!!  ชดเชยที่ให้รอ.....เค้าก็เลย   >>>>จัดมาให้ 2 ตอนรวดเลยคร้าบบบบ<<<< 

***ตอนหน้าอาจเป็นตอนที่ทุกคนรอคอยก็เป็นได้...หรืออาจจะไม่รอก็เป็นได้ 555555****** 

BY: ลั้น ลา 

ความคิดเห็น