ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 6

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.8k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ย. 2561 18:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6
แบบอักษร



6





โครกกกกกก~

"อือ~ไปนานจัง" เด็กน้อยอายุราว11ขวบ บนงัมงำในลำคอตัวเองเบาๆหลังจากเจ้าท้องน้อยๆของตนมันส่งเสียงประท้วงดังโครกครากออกมาได้ซักระยะแล้ว "เมื่อไหร่คุณสามีจะกลับซะทีนะ"

ร่างเล็กที่นอนซุกอยู่ในกองหนังกวางค่อยๆหยัดกายขึ้นคลานสี่ขาเบาๆโดยที่บนหลังยังคงมีขนกวางสีน้ำตาลปกคลุมอยู่ ก่อนที่ขาและมือน้อยๆจะคลานออกไปทางปากโพรงดินที่ตนอาศัยอยู่กับคู่ครองต่างเผ่าพันธุ์

"บรื้อออออ~นะ...หนาวจัง" บิทตัวสั่นหงักๆในทันทีที่ตนคลานมาใกล้กับปากโพลงถ้ำที่อบอุ่นกว่าภายนอกซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน บิทจ้องมองหิมะขาวๆอย่างครุ่นคิด

...คุณสามีทำไมออกไปล่านานจัง...

โครกกกกกก~

บิทยืนมองอดีตทุ่งหน้าสีเขียวขจีตรงบริเวณหน้าโพรงของตัวเองเพื่อสอดส่องสายตามองหาคู่ครองซึ่งออกไปล่าหาอาหารพักใหญ่แล้วอย่างเป็นกังวล ในขณะที่ท้องเจ้ากรรมก็ยังไม่ลดละที่จะส่งเสียงประท้วงร้องขออาหารอยู่เนืองๆจนบิทเริ่มหมดความอดทน เพราะความหิวที่ลุมเล้า ก่อนจะเดินออกจากโพรงไปทั้งอย่างนั้น ทันทีที่มือน้อยๆแตะลงบนพื้นหิมะ ความเย็นยะเยือกก็แล่นปี๊ดจนร่างเล็กต้องสะดุ้งโหยง

"อ๊า!เย็นๆๆๆๆๆๆ" ร่างเล็กแทบลงไปนอนกลิ้งกับพื้นดิน "งื้อออออ~คุณสามีเมื่อไหร่จะกลับมาซะที ข้าหิวจังเลยยยยยยยย~"

เด็กตัวน้อยครางงึมงำในลำคออย่างอ่อนแรงเพราะความหิว โดยมีเสียงท้องร้องโครกครากดังแววมาเป็นระยะ

ลมหนาวเย็นๆที่พัดผ่านนำพาเกร็ดหิมะสีขาวบางให้ล่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าสีหม่นๆขับให้บรรยากาศรอบกายยิ่งมองดูยิ่งรู้สึกเหงา บิทนอนคู่กายใต้ผ้าห่มหนังกวางหลายผืนหันหน้าออกไปมองบรรยากาศขาวโพลนภายนอกโพรงอย่างเหม่อลอย ดวงตาสีน้ำตาลสวยค่อยๆปรือลงอย่างง่วงงุนก่อนที่มันจะเบิกโพลงอย่างตื่นเต้น  หากเด็กหนุ่มมีหางที่ก้นอย่างเจ้าหมาป่าขนสีดำสนิท ป่านนี้มันคงส่ายระรัวจนก้นบิดด้วยความดีใจกับภาพที่เห็น

"กระต่าย!!!!!" บิทตะโกนออกมาเสียงดัง ก่อนจะรีบพุ่งทะยานออกจากโพลงเพื่อวิ่งตามเจ้าก้อนขนหูยาวสีขาวที่กระโดดโหยงๆอยู่ไกลลิบๆ ลืมเลือนความหนาวเหน็บของหิมะไปเสียสิ้น

...มาให้ข้าจับกินเสียดีๆ เจ้ากระต่ายน่ากิน วะฮาฮาฮ่า...

คล้อยหลังเด็กหนุ่มไปไม่นาน หมาป่าขนสีดำสนิทซึ่งกำลังคาบลูกกวางตัวอ้วนที่ล่าได้ยากแสนยากในฤดูหนาวไว้ในปากก็เดินกลับโพลงมา

"หืม?" หมาป่าหนุ่มครางฮึ่มในลำคออย่างสงสัยกับหนังกวางผืนบางซึ่งหล่นอยู่หน้าโพรงดินของมันคิ้วที่เต็มไปด้วยกลุ่มขนสีดำบนหน้าขมวดกันยุ่งอย่างครุ่นคิด ดวงตาสีทองสวยจับจ้องไปที่หนังกวางนิ่ง  ก่อนที่ดวงตาของมันจะเบิกกว้าง ซากกวางที่พึ่งล่ามาได้สดๆในปากถูกปล่อยทิ้งอย่างไม่แยแส พร้อมๆกับขาทั้งสี่ของมันที่รีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปในโพลงอย่างร้อนรน

กรรรรรร~

หมาป่าหนุ่มคำรามออกมาอย่างหัวเสียเมื่อมันสอดส่องสายตาไปทั่วทั้งโพรงแล้วไม่พบเงาของสิ่งที่มันกำลังตามหาก่อนที่มันจะวิ่งออกไปทางเก่า โดยที่เมื่อมาถึงซากกวางซึ่งมันล่ามาได้ หมาป่าหนุ่มก็ได้ทำการใช้ปากคาบและเหวี่ยงซากลูกกวางเข้าไปในโพลงแรงๆตามแรงอารมณ์และไม่ลืมคาบหนังกวางผืนที่ตกอยู่หน้าทางเข้านั้นติดปากออกมาด้วย ก่อนที่มันจะออกตัววิ่งออกจากโพรงไปสุดฝีเท้า

กรรรรรรร~

...มันน่านัก!...

.................................................................................

อีกด้านบิทตัวน้อยก็กำลังคานสี่ขาวิ่งตามเจ้าก้อนขนสีขาวทซึ่งกำลังกระโดดหนีโหยงๆอยู่สุดชีวิต น้ำใสๆไหลออกจากมุมปากจนหยดเป็นทางยาว ทั้งมือและขาเริ่มขึ้นสีแดงระเรือเนื่องจากโดนน้ำแข็งกัด แต่ในตอนนี้เด็กหนุ่มได้ถูกความหิวครอบงำจนหมดสิ้นแล้ว ความเย็นจากการถูกหิมะกัดก็เลยดูจะไม่เป็นผลอะไรกับเด็กหนุ่มนัก บิทวิ่งตามเหยื่ออันโอชะตรงหน้าสุดฝีเท้า(?)จนเป้าหมายอยู่ใกล้แค่เอื้อม หลังจากนั้นไม่นานเด็กหนุ่มก็สามารถกระโดดตะคลุบเจ้ากระต่ายตัวอ้วนพลีได้ บิทที่ไม่เคยออกล่ามาก่อนเลยสักครั้งพอตัวเองล่ากระต่ายตัวอ้วนได้กับมือดวงตาสีน้ำตาลสวยก็ระริกระรี้ขึ้นมาทันที ที่มุมปากมีหยดน้ำลายหยดติ่งๆ ไม่รอช้าบิทรีบทำการกัดฉีกกระต่ายน้อยที่ดิ้นเร่าๆด้วยความกลัวทันทีอย่างหิวโหย

แหมะแหมะ

หยดเลือดสีแดงสดของเหยื่อตัวน้อยหยาดลงบนพื้นหิมะขาวโพลนจนแดงเถือก ใบหน้างามหมอมแมมไปด้วยกลุ่มขนสีขาวของกระต่ายหิมะและเลือด บิทกัดกินเนื้อกระต่ายสดอย่างตะกละตะกราม

กรวบ กรวบ

ไม่ช้าซากกระต่ายตัวอ้วนพลีก็เหลือแต่เพียงกองกระดูก บิทไล่เลียนิ้วมือที่เต็มไปด้วยเลือดของเหยื่อที่ตัวเองล่ามาได้จนสะอาดแต่ถึงกระนั้นความหิวของเด็กหนุ่มก็ยังคงไม่หมดไปเสียทีเดียว ให้ความรู้สึกเพียงท้องอันว่างเปล่าที่ถูกเติมเต็มเพียงบางส่วนเท่านั้น เมื่อความหิวถูกขจัดออกไปบางส่วนสมองน้อยๆก็เริ่มทำงาน บิทเหลือบมองทิวทัศน์รอบกายอย่างงุนงงสงสัยเพราะเด็กหนุ่มรู้สึกไม่คุ้นเคยกับสถานที่ที่ตนเองกำลังนั่งอยู่เลยแม้แต่น้อย บริเวณโดยรอบขาวโพลนไปด้วยหิมะไปหมดจนแทบแยกทิศไม่ออก เด็กหนุ่มยันกายขึ้นยืนก่อนจะเดินไปดมตรงพื้นรอบๆตัวเพื่อพยายามหาทิศทางที่ตัวเองนั้นจากมา จมูกเล็กๆพยายามสูดดมไปทั่วแต่ก็ไร้วี่แวว หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นระส่ำระส่ายด้วยความกลัวและไม่เคยถูกทิ้งไว้ตัวเดียวในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยแบบนี้

...ยะ...แย่แล้ววววว~...

โบ๋ววววววววววววววววววว~

เมื่อไร้สิ้นหนทาง บิทไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องทำยังไงจึงได้หอนออกมาเสียงดังเพื่อขอความช่วยเหลือ เพื่อที่หวังว่าหมาป่าขนสีดำและนางหมาป่ากับลูกๆในคอกของนางจะได้ยิน แต่สิ่งที่ได้รับกลับมานั้นคือความเงียบและลมหนาวของฤดูเหมันต์

"งื้อ~คุณสามี" บิทครางเสียงอ่อนอย่างเสียใจ เพราะไม่รู้ว่าตนหลงมาที่ไหนและไม่รู้ว่าตัวเองจะหาทางกลับโพลงอันแสนอบอุ่นได้อย่างไร พลันขอบตาก็ร้อนผาวขึ้นมา ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเรือนจนแทบจับภาพอะไรไม่ได้เพราะหยดน้ำตา

"ฮึกฮึก...คุณสามี...คุณแม่..."

โบ๋ววววววววววว~

บิทหอนออกมาอีกครั้งอยู่ตรงนั้นอย่างไร้หนทาง

.................................................................................

เง๋ง...

"โบ๋ววว...อ๊ะ!" เด็กหนุ่มอุทานออกมาเบาๆเมื่อแว่วเหมือนได้ยินเสียงของอะไรบางอย่างดังออกมาจากด้านข้างจนต้องรีบหันไปมองและพบพุ่มไม้ขนาดใหญ่ซึ้งปกคลุมไปด้วยหิมะ "สะ...เสียงอะไรนะ..." บิทครางงึมงำออกมาในลำคออย่างตื่นกลัวแต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ขาน้อยๆจึงค่อยๆย่องเข้าไปหาเจ้าพุ่มไม้นั้นช้าๆอย่างระแวดระวัง

เง๋ง เง๋ง

ยิ่งเดินเข้าไปใกล้พุ่มไม้นั้นมากขึ้นเท่าไหร่ เสียงร้องปริศนาที่เล็กๆแหลมๆนั้นก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ ซ้ำกลิ่นสาปของบางสิ่งก็ยิ่งทวีมากขึ้น แม้ในใจจะกลัวแต่บางอย่างกับกำลังบอกให้บิทเดินหน้าต่อ ในหัวก็คิดแต่ว่าถ้าหากเจ้าของกลิ่นสาปนี้เป็นอันตรายกับตน  มันก็คงจะไม่รอให้บิทเดินเข้ามาใกล้ขนาดนี้ได้หรอก เมื่อมายืนอยู่หน้าพุ่มไม้ใหญ่เด็กหนุ่มก็ได้เห็นว่าตรงบริเวณโคลนต้นมีช่องเล็กๆที่สามารถมุดเข้าไปด้านในได้ ซ้ำที่มาของเสียงและกลิ่นสาปที่เจ้าตัวตามมามันก็มาจากเจ้าช่องเล็กๆนี้ บิทขมวดคิ้วน้อยๆก่อนจะตัดสินใจมุดเข้าไปในช่องเล็กๆนั้น แต่ทันทีที่มุดเข้าไปกลิ่นสาปอันรุนแรงก็ตีเข้าจมูกจนบิทต้องรีบถอยออกมาตั้งหลัก

"โอ้ยยยย~จมูกข้าพังแล้ว!" บิทบ่นอุบพรางใช้แขนทั้งสองข้างขึ้นมาปิดจมูกราวสุนัขเอาจมูกมุดขาหน้าอย่างน่าเอ็นดู

เง๋ง เง๋ง เง๋ง

เสียงร้องเล็กๆดังระงมออกมาอย่างน่าสงสาร บิทมองช่องเล็กๆนั้นอย่างชั่งใจอีกครั้งก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วตัดสินใจมุมเข้าไปในพุ่มไม้นั้นเพื่อหาที่มาของเสียงปริศนานั้นอีกครั้ง

ภาพที่เห็นก็คือภายในช่องเล็กๆของพุ่มไม้ใหญ่นี้มันมีโพลงขนาดกลางอยู่ภายใน ซึ่งมีลูกหมาวัยแรกเกิดที่ยังไม่ลืมตาสามถึงสี่ตัวกำลังคลานไปมาบนพื้นหญ้าแห้งและกองใบไม้แห้งๆคอยส่งเสียงร้องอย่างหิวโหยและในโพรงนั้นยังมีร่างของนางหมาป่าที่นอนฟุบอยู่ใกล้ๆกัน  ที่ข้างกายนางหมาป่าร่างผอมโซที่นอนนิ่งมีลูกหมาป่าตัวน้อยอีกหนึ่งตัวพยายามดูดนมจากเต้าของนางอยู่

หงิง!

บิทครางเสียงเบาๆออกมาแต่ก็ไร้การตอบสนองจากนางหมาป่า เด็กหนุ่มจึงใช้แขนขวาเอื้อมเข้าไปแตะๆตัวนางน้อยๆเร็วๆอย่างระแวดระวังเพื่อเป็นการปลุกเพราะเข้าใจว่านางกำลังหลับอยู่ แต่ทันทีที่ผิวเนื้อแตะลงโดนผิวของนางหมาป่าตัวนั้น บิทก็เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง

...นางตายแล้ว...

.................................................................................

ความรู้สึกหดหู่แล่นเข้ามากระแทกกลางอก จนข้ารู้สึกอึดอัดแทบหายใจไม่ออก นางหมาป่าตรงหน้าข้าร่างกายผอมโซมากจริงๆ ขนสีน้ำตาลอ่อนแห้งลีบติดกระดูก จนสามารถมองเห็นซี่โครงเป็นซี่ๆได้อย่างชัดเจน  นางคงจะหวงลูกมากจนไม่ได้ออกล่าหรือไม่ก็ป่วยตายท่ามกลางความหนาวเหน็บของหิมะ ทิ้งลูกๆของตัวเองที่ยังไม่ลืมตาเอาไว้เพียงลำพัง จริงอยู่ที่อากาศภายในโพรงพุ่มไม้นี้อุ่นกว่าสภาพอากาศด้านนอกแต่มันก็ยังไม่พอ เพราะลูกๆของนางยังเด็กมาก ขนอ่อนๆตามลำตัวแดงๆคล้ายเนื้อสัตว์มันไม่สามารถให้ความอุ่นแก่ร่างกายอันบอบบางนั้นด้วยซ้ำ หากทิ้งเอาไว้แบบนี้ต่อไปไม่นานพวกมันก็คงจะตายเพราะความหนาว

...ซึ่งข้าไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลย...

ข้าชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆคลานลึกเข้าไปในโพรงนั้นช้าๆเพราะกลัวว่าจะทำให้เด็กๆตกใจ  โดยที่เสียงร้องขอนมจากเด็กๆก็ยังคงไม่หมดไปแต่กลับยิ่งทวีดังขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ

เง๋ง เง๋ง

"ชู้ว~ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร" ข้าคลานเข้าไปใกล้เด็กๆสี่ตัวที่นอนกองกันอยู่ข้างร่างนางหมาป่าก่อนจะใช้ขาหน้าทั้งสองข้างกวาดร่างเด็กๆเข้ามาในอ้อมอกตัวเองเพื่อให้ความอุ่น  โดยที่ไม่ลืมใช้ปากคาบหนูน้อยอีกตัวที่กำลังพยายามดูดนมแม่ของตัวเองอยู่อย่างอ่อนโยนมากองรวมกันกับเด็กๆตัวอื่นๆ

เง๋ง เง๋ง เง๋ง เง๋ง

"หวาาาาา~ทำไมร้องกันดังขึ้นละ"  ข้าร้องออกมาอย่างงุนงง เพราะแทนที่เมื่อเจ้าตัวเล็กทั้งหลายได้รับความอุ่นจากข้าน่าจะอาการดีขึ้นแท้ๆแต่ไหงถึงได้แข่งกันร้องซะดังจนปวดหูแบบนี้เล่า?!

หงิง หงิง

"นี่!อย่าดูดสิ" ข้าที่กำลังจะเอ็ดลูกหมาตัวหนึ่งซึ่งกำลังใช้ปากมาดูดๆที่ยอดอกตัวเองราวกับกำลังดื่มกินน้ำนมแม่ทั้งๆที่ข้าเป็นหมา(ประหลาด)ตัวผู้และไม่มีน้ำนม แต่สุดท้ายก็เป็นข้าเองที่ต้องชะงักปากเมื่อดันนึกอะไรออกมาเสียก่อน "ข้ามีน้ำนมนี่นา..."

...ข้าลืมไปเสียสนิทเชียวละ...

ข้าก้มลงมองยอดอกตัวเองข้างที่เหลือกับอีกข้างที่มีปากน้อยๆกำลังดูดจ๊วบๆครู่หนึ่ง  ก่อนจะค่อยๆเอนตัวนอนกึ่งหงายกึ่งตะแคงเพื่อที่จะให้มีพื้นที่พอให้ลูกหมาตัวอื่นสามารถแทรกเข้ามาดูดนมอีกข้างได้ถนัดๆ แต่ให้ตายสิ!หมาประหลาดอย่างข้าทำไมมีจุกนมแค่คู่เดียวนะ หมาป่าตัวอื่นๆมีกันตั้ง 6 คู่ แบบนี้เด็กๆก็กินนมกันไม่พอสิ!

เง๋ง!

นั่นปะไร พอหมาน้อยตัวหนึ่งคลานไปถึงจุกนมข้างที่เหลือแถมดูดนมได้ไม่ทันไร ตัวที่เหลือซึ่งตัวโตกว่าที่คลานมาถึงก็พยายามเบียดๆจนเจ้าตัวที่กำลังดูดนมปากหลุดออกจากจุกนมข้าแล้วกลิ้งตกพื้นไป ก่อนจะส่งเสียงร้องประท้วงระงม

"นี่!อ๊าาาาาาา~อย่ากัดแรงสิ!"  ข้าทั้งเอ็ดทั้งครางอย่างกลั้นเสียงตัวเองไม่อยู่ เด็กๆแย่งกันดูดนมข้าจนข้าเริ่มรู้สึกแปลกๆ เจ็บจี๊ดๆแล้วก็วูบวาบแบบแปลกๆ มันให้ความรู้สึกเดียวกันกับตอนที่ข้าโดนคุณสามีเลียตอนจะ(บังคับ)ขี่เลย

…อ๋า!นี่ข้าคิดอะไรอยู่เนี้ย!

.................................................................................

"หือ?" ข้าที่นอนให้นมเด็กๆบวกกับพยายามแยกเด็กๆตอนแย่งกันกินนมอยู่ไม่นานนัก หูก็ได้ยินเสียงหอนอันคุ้นเคยดังแว่วๆมาจนต้องรีบเงี่ยหูฟัง

"..." แต่ก็พบแต่ความว่างเปล่ามีเพียงเสียงลมพัดจากภายนอกเท่านั้นที่พัดดัง

"หรือว่าหูฝาด?" ข้าบ่นงึมงำในลำคอเบาๆ

โบ๋ว...

"อ๊ะ!" ข้าอุทานออกมาก่อนจะยันกายขึ้นกึ่งนั่งกึ่งนอน(เพราะมีหมาป่าน้อยอีกตัวกำลังดูดนมอยู่)เพื่อเงี่ยหูฟังเสียงหอนนั้นอีกครั้ง

โบ๋วววววววว~

"อ๊ะ!ใช่จริงๆด้วย" ข้าเบิกตาขึ้นอย่างดีใจ ข้าไม่ได้หูฝาดเสียงนั้นเป็นเสียงของคุณสามีจริงๆ! ข้ารีบโกร่งคอหอนตอบกลับไปทันทีเพื่อจะบอกตำแหน่ง

โบ๋วววววววววววว~

เสียงของคุณสามีชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหอนกลับมาอีกครั้ง พร้อมๆกับเสียงหอนที่เริ่มใกล้ๆเข้ามาเรื่อยๆ

โบ๋ววววววววววววววว~

แซกแซก

ชั่วอึดใจเสียงซวบซาบและแรงสั่นของพุ่มไม้ก็ตามมาราวกับว่ากำลังมีอะไรบางสิ่งบางอย่างกำลังมุดเข้ามาในโพรงแห่งนี้อย่างร้อนรน

ซวบ!

"บิท!" ปากยื่นๆของคุณสามีโผล่พรวดเข้ามาในโพรงหน้าตาตื่น

"คุณสามะ..." ข้าฉีกยิ้มกว้าง

กรรรรรรรร~

ยังไม่ทันที่ข้าจะเอ่ยทักคุณสามีจบจู่ๆ คุณสามีก็กัดฟันแน่นและส่งเสียงขู่คำรามออกมาราวกับกำลังจะขย้ำเหยื่อ ดวงตาสีทองวาวโรจน์จับจ้องมาที่ลูกหมาป่าซึ่งกำลังดูดนมข้าอย่างกรุ่นโกรธจนข้าเริ่มรู้สึกกลัว แต่ครั้นพอเห็นสายตาที่คุณสามีมองเจ้าตัวเล็กที่อกข้า ในใจกับบอกว่าข้ายอมไม่ได้และต้องทำอะไรบางอย่าง เพื่อเจ้าตัวเล็กนี้ที่ข้าอุตส่าห์ช่วยมันจากความหนาวและความหิว

ฮื่อ~

ข้าส่งเสียงขู่ในลำคอเป็นเชิงเตือนกลายๆให้แก่คุณสามี แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่ภรรยา(?)ที่ดีไม่ควรจะทำ แต่เพื่อเด็กๆซึ่งพึ่งจะกำพร้าแม่พวกนี้ข้าจะทำ!  โดยที่ขนาดตัวข้าเองก็ยังไม่รู้ว่ากับเด็กๆที่ข้าพึ่งจะเจอกันครั้งแรก  ทำไมตัวข้าถึงได้มีรู้สึกดีๆด้วยและอยากจะปกป้องพวกเค้ามากขนาดนี้

กรร

เง๋ง!

คุณสามีดูท่าจะไม่พอใจที่ข้าขัดขืนและปกป้องพวกลูกหมาเหล่านี้มากขนาดขู่คำรามออกมาด้วยความโกรธเกี้ยว เด็กที่ไม่รู้ความเมื่อถูกขู่เข้าก็ตัวสั่นและพยายามจะคลานเข้ามาซุกตัวข้าด้วยความกลัวและต้องการที่พึ่ง

แง่ง!

ข้าแยกเขี้ยวใส่คุณสามีอย่างโกรธๆ

กรรรรร!

"ถอยออกมาจากพวกมัน!!!" คุณสามีคำรามเสียงดังอย่างหน้ากลัว




ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ลูกหมาแรกเกิดน่ารักๆ​เปิดตัวตัวละครใหม่จ้า


....................................................................................................................................................................................................................


11 พ.ย. 61

สวัสดีจ้าทุกคน

คิดถึงช่วงเวลาการอัพนิยายมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เวลาที่ผ่านมาคือมรสุมงานมากๆๆ ประเดประดังเข้ามาเหมือนพายุเฮอร์ริเคนพัดจนร่างปลิว ยังดีที่ไรท์ยืนขึ้นได้และทนจนจบ (แม้ว่าจะท้อหลายตลบก็ตาม 555)

สำหรับนักอ่านที่เฝ้ารอไรท์ก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ งานเขียนนี่เป็นงานอดิเรกทำเวลาว่าง พอไม่มีเวลาว่างมันก็เลยหายไปนานมากนิสนุง อันที่แต่งทิ้งไว้ก็ไม่ได้อัพซะที จะแต่งเพิ่มก็ไม่มีอารมณ์(งานเยอะจนท้อ)

ยังไงก็ต้องขอบคุณสำหรับการรอคอยด้วยนะคะ

:)



26 ส.ค. 61

​ดีจ้า

ไรท์กลับมาแล้วตามคำเรียกร้อง

วันนี้มาสายเพราะอะไรหลายๆอย่าง

ทั้งนั่งหารูป

ทั้งท้องเสีย(แก้คำผิดไปสลับกับวิ่งเข้าห้องน้ำไป เฮฮาดีเหมือนกัน 555)

เมนท์ติชมแสดงความคิดเห็นได้นะคะ

แล้วเจอกันค่ะ

:)

ความคิดเห็น