ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 โลกที่มีอยู่จริง

ชื่อตอน : บทที่ 3 โลกที่มีอยู่จริง

คำค้น : โลลิมือใหม่กับโลกแห่งเกม บทที่ 3

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 229

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ส.ค. 2561 07:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 โลกที่มีอยู่จริง
แบบอักษร

บทที่ 3 : โลกที่มีอยู่จริง!

ผมเห็นท่าทีตกใจของคุณเอลฟ์ผมก็ต้องแปลกใจจริงอยู่ที่ ไคล์นเอลฟ์ เผ่าที่ผมเลือกเป็นเผ่าที่ไม่ค่อยมีคนเลือกใช้

เพราะว่ามันมีร่างกายที่อ่อนแอและพลังมานาน้อยกว่ามนุษย์ซะอีกแต่ด้วยความโกงในการใช้ไอเทมของผม ผมจึงไม่เป็นปัญหาอีกทั้งพวกอาชีพสกิลด้วย

แต่ว่าไคล์นเอลฟ์ก็ใช่ว่าจะเป็นเผ่าหายาก สามารถพบเจอได้บ่อยอยู่จึงไม่น่าตกใจอะไรขนาดนั้น จากที่ผมเดามาโลกนี้คงเป็นโลกภายในเกม

แต่จากผู้หญิงเอล์ฟกาเบียลคนนี้เป็น NPC แต่สามารถพูดคุยได้แสดงให้เห็นว่าตัวละครกลายเป็นมีชีวิตจริงๆ ซึ่งในนิยายข้ามโลกมาในเกมมีเจอบ่อยผมจึงไม่ค่อยแปลกใจอะไรมากนักเท่าไหร่ อันที่จริงก็คิดไว้แล้วล่ะ

พอมานึกถึงภาษานี่เป็นภาษาอะไรวะเนี่ย .. ปากพูดออกไปเป็นภาษาที่ไม่รู้จักแน่ๆ เมื่อครู่แต่เข้าใจได้หมายความว่าไง!

“มีอะไรกับข้างั้นรึ!”

ผมกล่าวถามสับสนเล็กน้อย ก็รู้หรอกนะว่าเผ่ากาเบียลเป็นเผ่าที่รักพื้นที่ของตัวเองมากคงไม่คิดจะฆ่าผมหรอกใช่ไหม!?

“ว้าาาา ไคล์นเอลฟ์จริงๆ ด้วย!”

เธอทิ้งธนูในมือก่อนจะตะโกนว่า “พวกเจ้าวางธนู!” ในป่าพวกที่เล็งธนูเตรียมปล่อยศรก็วางธนูลง

แม่นางที่กล่าววิ่งเข้ามาหาผมโดยไม่สนอะไรผมเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวแต่ทว่าในจังหวะนั้นเธอก็กอดผมถูๆ ไถๆ ไปมา

“เอ๋~~”

ผมแสดงสีหน้างุนงงสุดขีดออกมา อะไรวะเนี่ยตอนแรกคิดว่าจะโดนฆ่าแต่ตอนนี้โดนกอดซะงั้น

แถมผมยังได้ยินเสียงนางพึมพำอีกด้วยว่า “เอลฟ์ตัวเล็กเอลฟ์ตัวเล็ก เอลฟ์ตัวเล็กอ๋าาาา!! ไคล์นเอลฟ์มีจริงๆ ด้วยเหมือนที่ท่านตากล่าวไว้เลย!” แต่ผมยังรู้สึกถึงความนุ่มนิ่มของหน้าอกอันใหญ่บึ้มของเธออีกด้วย

อ๊า ฟิน~ ว่าไปนั้นผมเป็นหญิงไปแล้วไม่น่าจะรู้สึกแบบนั้นนะ.. แต่ความรู้สึกพอใจนี่มันอะไรกันฟะเนี่ย!

“เลเวีย!!”

ในตอนนั้นมีเสียงชายชราดังขึ้นจากป่าก่อนที่จะเดินออกมาผมเห็นชายชราสวมชุดคล้ายๆ กับผู้หญิงคนนี้ดูแก่มากพอสมควร

เอ่อ.. ถึงจะเห็นผมสาธยายเรื่องอื่นแต่ตอนนี้ผมก็กำลังดิ้นรนจากแขนเธออยู่นะ ถึงเพราะไม่อยากทำร้ายเธอผมจึงไม่ได้ดิ้นรนมาก

“อ๊ะ… ข้าขอโทษ!”

นางรู้สึกตัวจากเสียงเรียกปล่อยผมทันทีกล่าวขอโทษพร้อมก้มหน้า ชายชราคนนั้นเดินเข้ามาเรื่อยหลังตาแก่นี่ค่อนข้างงอมาก

“ข้าไม่เป็นไร”

ผมว่าจะพูดว่าไม่เป็นไรแต่ทำไมมันต้องเก๊กด้วยฟะเนี่ย แถมท่าทางที่ดูเป็นผู้ใหญ่ของตูนี่มันอะไร

“ข้าต้องขออภัยแทนหลานสาวข้าแล้ว … ท่านไคล์นเอลฟ์พอจะมีเวลาสักหน่อยหรือไม่ เชิญไปที่หมู่บ้านกับพวกเราเถิด”

ชายชรากล่าวพลางขอโทษ ผมตกใจท่าทางนอบน้อมผิดปกตินี่มันอะไร

ผมคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับไปว่า

“ได้!”

เสียงยังเก๊กเหมือนเดิม ผมต้องการข้อมูลภายในเกมให้มากกว่านี้เพราะมันอาจจะมีอัพเดทอะไรเข้ามาใหม่ในช่วงข้ามเวลาครั้งที่สามของเกมอีก

เพราะแต่ละครั้งมันจะอัพครั้งใหญ่และปลด Limit Level อีกด้วย ผมสงสัยว่าผมยังจะสามารถเลื่อนเลเวลได้อีกไหมหากไม่มีขีดEXP

และนอกจากปลด Limit Level มันยังจะอัพเดทมอนสเตอร์ใหม่ๆ อีกด้วยบางทีมันอาจจะมีบอสที่ตัวผมไม่สามารถสู้ได้อัพเดทเพิ่มเข้ามา

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการไม่รู้! ผมคิดแบบนั้นและเดินตามพวกเอลฟ์กาเบียลไป ขณะเดินกลับหมู่บ้านเอลฟ์พวกเธอได้แนะนำตัว

“ข้าชื่อ เลเวีย เชท สเตฟานี่ ข้าพูดเองก็ยังไงอยู่เห็นแบบนี้ข้าเป็นนักธนูที่เก่งที่สุดในหมู่บ้านนะ! ส่วนนั่นปู่ข้าท่านมีอายุมามากกว่า 100 ปีแล้วท่านชื่อว่า เดียส เชท ชื่อแปลกๆ เจ้าคิดเหมือนกันใช่ไหม!”

เธอพูดกับผมรัวๆ ผมได้แต่ยิ้มแหยๆ และกล่าวตอบว่า

“ข้าชื่อ โนร่า ยินดีที่ได้รู้จัก”

“โนร่าจังสินะ อ๊าา น่ารักจริงๆ เจ้ารู้หรือไม่เกิดมาข้าไม่เคยเห็นไคล์นเอลฟ์เผ่าพันธุ์ในตำนานแบบเจ้ามาก่อน ช่างเป็นวาสนาชั่วชีวิต!”

ยัยนี่เผลอตัวก็กระโดดเข้ามากอดเหมือนผมเป็นตุ๊กตาไปเลยให้ตายสิ ถึงจเไม่ได้รังเกียจก็เถอะนะ ว่าแต่ในตำนานงั้นเรอะ!

หัวไปโดนไรมาเปล่า ไคล์นเอลฟ์ ตามเนื้อเรื่องเป็นเผ่าที่อ่อนแอที่สุดในหมู่เอลฟ์เลยนะไหงกลายเป็นตำนานไปได้ละนั่น

แถมยังเคยเจอแค่ครั้งเดียวอีก…

“เลเวีย เอาไว้ถึงบ้านค่อยคุยกัน!”

ชายชรากล่าวขึ้นมาทำเอาเลเวียเงียบลงในทันที เอ่อ ถ้าจำไม่ผิดเธอบอกว่าเป็นนักธนูที่เก่งที่สุดสินะ

ตามเนื้อเรื่องนักธนูที่เก่งที่สุดใน NPC นั้นเผ่ากาเบียลนี่แหละเป็นเผ่าที่ยิงธนูเก่งที่สุด ถึงค่าเฉลี่ยตาม NPC มันจะต่ำมากเทียบผมที่เป็นนักธนูชั้นยอดไม่ได้หรอก

หลังจากนั้นเดินมาถึงหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่มีบ้านเรือนตามต้นไม้ผมเผลออ้าปากกว้างแม้จะเคยเห็นเป็นแบล็คกราวน์ในเกมแต่เมื่อเจอแบบนี้ก็ปวดหัวเลยนะ

บ้านบนต้นไม้นี่ยังกับนิทานจริงๆ หลังจากนั้นพวกเขาก็มาผมขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งพาไปห้องรับแขก

ขณะเดินมามีพวกเอลฟ์กาเบียลมองอย่างงุนงงเหมือนเห็นเทพีจากสรวงสวรรค์อย่างงั้นแหละผมยิ่งเห็นก็ยิ่งแปลกใจกับท่าที

พอขึ้นมาถึงก็จัดที่นั่งให้พร้อมเอาน้ำชามาให้โชคดีที่น้ำชาในเกมมี มันช่วยให้ลดความกระหายน้ำได้พอผมจิบชามันให้รู้สึกเหมือนชาชั้นยอด

มีรสชาติอย่างดีเยี่ยม เหมือนกับว่าเป็นโลกความจริงเลยล่ะ ชายชรานั่งตรงกันข้ามขณะที่เลเวียนั่งข้างๆ ชายชรา

“ต้องขอบคุณท่าน.. เอ่อ ท่านโนร่า ที่ให้เกียรติข้ามาตามคำเชิญของข้า”

ชายชรากล่าว ผมผงะเล็กน้อยก่อนจะพูดออกไปว่า

“ไม่เป็นไร ว่าแต่ทำไมพวกเจ้าถึงต้องเคารพข้าเป็นแค่ไคล์นเอลฟ์ที่อ่อนแอในสายตาเผ่ากาเบียลนะ”

ผมถามไปอย่างงุนงง ชายชราได้ยินคำพูดก็ตกใจเล็กน้อยและพยักหน้าพึมพำแผ่วเบาแต่หูผมนั้นดีกว่าอะไรซะอีก “เป็นดั่งที่กล่าวตามตำนานจริงๆ!” ก่อนที่จะกล่าวต่อ

“พูดอะไรกันท่านเป็นถึงเผ่าไคล์นในตำนานนะ” เดียสกล่าว

“ตำนานอีกแล้ว คำก็ตำนานสองคำก็ตำนานอะไรของพวกเจ้าเนี่ย!”

ถึงผมจะรู้ว่าชื่อผมต้องดังกระจายไปทั่วเกมหลังจากข้ามเวลา แต่เผ่าไคล์นเอลฟ์ไม่น่าจะเกี่ยวข้องเลยแม้แต่น้อยมีทางเดียวที่เป็นไปได้คือ

พวกผู้พัฒนามันลบเผ่าไคล์นออกจากเกมและใส่เนื้อเรื่องไปว่ากลายเป็นตำนาน ซึ่งถ้าทำแบบนั้นแน่นอนว่าตัวละครผมต้องถูกลบหายไป

ไม่สิก่อนจะสรุปอะไรโดยไม่มีหลักฐานไม่ได้ อีกอย่างโลกแห่งนี้ไม่ใช่การหลุดเข้ามา แต่มันคือโลกจริงๆ ที่มีอยู่จริงๆ

คำถามคือทำไมเกมในโลกเดิมถึงสร้างขึ้นมาได้เหมือนกับโลกอีกใบล่ะ ไม่สิเป็นไปไม่ได้เลย เหมือนมันจะถูกบิดเบี้ยวไปทั้งหมด

ในศตวรรษที่ 22 มนุษย์ได้ก้าวไกลมาก มนุษย์ได้ค้นพบสิ่งมีชีวิตมากมายผ่านกล้องโทรทรรศน์ที่พัฒนาใหม่ขึ้นมาโดยนักวิทยาศาสตร์ในปี 2102

มันใช้งานได้ดีกว่าอันเดิมเหมือนฟ้ากับเหว เราสามารถค้นพบดาวเคราะห์ที่คล้ายโลกมากกว่าล้านล้านดวง

ดังนั้นการคาดเดาที่ว่ามีโลกแบบนี้อยู่ไม่น่าจะแปลกสามัญเท่าไหร่ แต่แน่นอนว่ามันก็น่าตะลึงที่จู่ๆ มาโผล่อีกโลก

แต่มันไม่ใช่เพราะโลกนี้คือโลกในเกมที่มีอยู่จริงๆ เหมือนกับว่าตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างมันกำลังบิดเบี้ยว .. ความจริงบิดเบี้ยว?

จริงสิ เคยมีทฤษฎีควอนตัมเกี่ยวกับความเป็นจริงที่เมื่ออยู่ในสถานะควอนตัมแม้แต่ระยะทางเวลา ก็มิอาจเข้าถึงเปลี่ยนแปลงความเป็นจริง

ตลกล่ะ.. ของเหนือจินตนาการแบบนั้นต้องรออีกสักสิบศตวรรษเลยมั้งนั่น พอเห็นสีหน้าครุ่นคิดงุนงงของผมเดียสก็เหมือนยืนยันอะไรได้จึงกล่าวขึ้น

“ท่านสมควรพึ่งปรากฏตัวขึ้นไม่นานมานี้ใช่หรือไม่ ดั่งที่บรรพบุรุษสืบทอดเรื่องเล่าต่อกันมาเป็นเวลาหลายปีจนในปัจจุบัน เรื่องเกี่ยวกับเผ่าไคล์นเอลฟ์เป็นที่รู้จัก โดยท่านผู้หนึ่งในปี 704 เขาได้สร้างตำนานขนาดใหญ่ไปทั่วมหาทวีปทั้งเจ็ด และได้สร้างมหาดันเจี้ยนทั้งเจ็ดทิ้งเอาไว้ ข้อมูลของท่านผู้นั้นหลังจากผ่านมาเกือบห้าร้อยปีจึงมีแค่อย่างเดียวที่ชัดเจนคือ ท่านเป็นเผ่าไคล์นเอลฟ์ แต่ทว่าหลังจากนั้นมา อย่าว่าแต่ตัวตนในตำนานเลย ขนาดผู้กล้าสักคนยังหายสาบสูญปัจจุบันไม่มีผู้กล้าคนใดปรากฏให้เห็น บรรพชนของเราเคยรู้จักกับไคล์นเอลฟ์คนหนึ่งเขาจึงรับรู้ว่าทุกๆ สองปีที่เหล่าผู้กล้าปรากฏขึ้นพวกเขาก็จะหายไปอีก แต่ทว่าในความจริงแล้วจะปรากฏขึ้นนั้นก็แค่ใช้เวลาไม่กี่ร้อยปี แต่ในตอนนี้นั้นสมควรจะไม่มีแล้วเพราะว่าตอนนี้ผ่านมาเกือบห้าร้อยปีแล้ว และจากที่สืบขานกันต่อมาไคล์นเอลฟ์เช่นท่านไม่มีตัวตนบนโลกใบนี้หมายความว่าเป็นผู้กล้าจากต่างโลก หรือก็คือท่านจะต้องเป็นผู้กล้าที่ปรากฏตัวเป็นแน่!”

ผมตะลึงเล็กน้อยผมเริ่มจะเข้าใจแล้วล่ะ ว่าแต่ตำนานเมื่อปี 704 นี่ใครอ่ะสร้างดันเจี้ยนไว้เจ็ดแห่ง

แถมเป็นไคล์นเอลฟ์เหมือนผมอีกด้วยนะ ตอนเล่นอยู่มีผู้เล่นแบบนั้นด้วยเหรอ สำหรับผู้กล้าพวก NPC เรียกก็คือพวกผู้เล่นนั่นแหละ

นึกไปนึกมา เจ็ดแห่ง เจ็ดทวีป… เดี๋ยวนะเนื้อนี้มันคุ้นๆ เหมือนผมสร้างมหานิกายใหญ่ทั้งเจ็ดไว้ในเจ็ดทวีปเลยไม่ใช่เหรอ…

หรือว่าจะหมายถึงผม… ไม่ ไม่ ไม่ ผมไม่ได้สร้างดันเจี้ยนเสียหน่อยผมสร้างนิกายที่ผู้คนสมควรจะนับถือตั้งหากล่ะ

ผมถอนหายใจ ผมเริ่มเข้าใจหลายๆ อย่างโลกนี้คือโลกในเกมแน่ๆ และที่สำคัญโลกแห่งเกมมันกลายเป็นความจริงที่มีตัวตนอยู่จริงๆ ซะแล้วถึงจะน่าเหลือเชื่อไปก็เถอะ

ในตอนนั้นมือขวาผมมีแหวนสีเงินอันหนึ่งที่หากผมมองผมจะจำได้ทันทีเลยเพราะพึ่งพบมันไม่นานมานี้ โดยที่ผมไม่รู้ตัวมันปรากฏขึ้นบนนิ้วก่อนจะเรือนแสงบางๆ ที่ไม่อาจสัมผัสถึงก่อนที่แสงจะสูญหายไปและแหวนก็ค่อยจางลงและไม่สามารถมองเห็น.. แน่นอนว่าผมไม่รู้เรื่องดังกล่าวในเวลานี้

“ปีนี้ปีอะไร”

ผมถามออกไป

“ปี 1120”

เดียสตอบผม.. ผมพยักหน้าเข้าใจ หมายความว่าตัวผมนี่กลายเป็นตำนานสมหวังแล้วแถมเป็นตำนานที่แบบเหมือนเรื่องเล่าไปแล้วสินะ แถมคงโดนลืมแล้วแหงๆ เห็นแต่กล่าวถึงไคล์นเอลฟ์สร้างดันเจี้ยน

แล้วถ้าผมไปบอกว่า “ข้านี่ล่ะเทพในตำนาน โนร่า” พวกมันคงหัวเราะแน่ๆ เพราะตำนานน่าเกรงขานแบบนั้นผมเดาอิมเมจในหัวพวกมันต่อผมได้เลยล่ะ

เอาเถอะโชคดีที่ NPC ของผมอมตะอยู่ ก่อนอื่นเลยผมคิดว่าตัวเองคงต้องหาผู้เช่นที่หลุดมาเหมือนผมแล้วล่ะการจะอยู่ในโลกนี้ตลอดไปไม่ได้

ผมไม่ใช่ โซระกับชิโระ สักหน่อยที่จะครองโลกผมแค่กลับบ้านไปหาน้องสาวผมเท่านั้นเอง ผมบอกไว้ก่อนนะว่าตัวเองไม่ใช่ชิสค่อนแค่เป็นห่วงเฉยๆ

จริงสิ.. น้องสาวผมก็เล่นเกมนี้ถ้าจำไม่ผิดเผ่าของเธอคือ แวมไพร์ สินะ ก็โกงอยู่หรอกเพราะแรกๆ มีสกิล Passive ฟื้นฟู HP อัตโนมัติ แต่หลังจากนั้นพอเพิ่มเลเวลเผ่าอื่นๆ ก็มีเหมือนกัน

แถมแวมไพร์เป็นเผ่าแรร์ผมสีขาวตาสีแดงร่างกายหดและขยายได้.. แต่ที่น่าตบคือสร้างเผ่าแรร์บัดซบนี้ต้องเสียตังด้วย

ไม่เห็นจะน่าลงทุนเลย ผมจำรูปร่างตัวละครน้องสาวผมได้ดี ผมได้แต่ภาวนาขอให้เธอไม่อยู่ในสถานการณ์แบบผม

“ใช่ ข้าเป็นผู้กล้าจริงๆ เจ้าคงรู้ว่าข้าในตอนนี้คงไม่รู่เรื่องอะไรเลยเจ้าสามารถอธิบายหลายๆ อย่างหรือไม่”

น้ำเสียงผมเป็นเสียงทระนงก็จริงแต่เปล่งด้วยเสียงของเด็กซึ่งมันทำให้ดูน่ารักไปอีกแบบทำให้คนชอบพอได้ ถามว่าทำไมถึงรู้เหรอ

ก็แหม หน้าตาที่เลเวียมองมาที่ผมดูฟินสุดๆ นั่นมันบอกผมไงล่ะ

ผมคิดว่านะ ตอนนี้ที่สำคัญคือข้อมูลทุกอย่างบนโลกใบนี้อย่างน้อยก็ต้องออกจากโลกนี้ให้ได้ตามตรงความน่าสนใจโลกเดิมมีเยอะแยะกว่ามาก

ถึงเรื่องราวทั้งหมดจะน่าเหลือเชื่อแต่ก็ต้องยอมรับ โลกที่ผมอยู่คือโลกแห่งเกมของแท้เลยล่ะ!

“ว้าวว โนร่าจังเป็นผู้กล้าจริงๆ ด้วยงั้นแสดงว่าต้องแข็งแกร่งสินะ”

ในที่สุดเลเวียก็ทนไม่ไหวถามผมขึ้นมา แน่นอนว่าผมเป็นพวกภูมิใจ ตัวละครโนร่าของผมนั้นผมมั่นใจว่าแม้แต่คนเลเวลเยอะกว่าผมเป็นห้าสิบเลเวลผมก็ชนะได้

แต่มันตันที่ 300 นี่น่าฮ่าๆ ผมแสดงสีหน้าภูมิใจออกมาด้วยเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิและตอบ

“แน่นอนสิ! ข้าย่อมแข็งแกร่ง!”

แม้คำพูดดูโอหังของผมจะดังขึ้นแบบนั้นแต่เลเวียแสดงสีหน้าฟินสุดๆ ออกมา ผมคิดว่าต้องหลีกเลี่ยงยัยนี่บ่อยๆ แล้ว

“เจ้าอย่าคิดที่จะ----”

ก่อนที่เดียสจะกล่าวจบ เลเวียดันชิงพูดตัดมาหาผมว่า “งั้นมาสู้กัน!” ผมก็เดาไว้แล้วต้องออกมาแบบนี้ผมเลยยิ้มแหยๆ ตอบไปว่า

“แบบนั้นก็แย่สิ เอางี้มาแข่งยิงธนูกันดีกว่า”

ผมไม่อยากทำลายความภาคภูมิใจในฐานะนักสู้ของเธอเท่าไหร่ถึงจะไม่รู้ว่าตัวเองจะสู้ตัวต่อตัวได้ไหม แต่ด้วยสกิลผมแค่สกิลเลเวล ร้อย ก็ชนะเธอได้สบายๆ แล้ว

“หืมม… เอางั้นก็ได้!”

เธอพยักหน้า ตัดสินใจแม้จะแสดงสีหน้าแปลกๆ ออกมาอยู่ก็ตามผมไม่ใส่ใจ ก็แหมตอนนี้ผมอายุพันปีเชียวนะ .

“เดี๋ยวก่อน ท่านโนร่าท่านไม่จำเป็นต้องรับคำขอของเลเวียก็ได้!” เดียสพูด

“ไม่เป็นไร ข้าอยากลองทักษะยิงธนูพอดี..”

ผมตอบไปแบบนั้นแหละ เดียสมองผมก่อนจะส่งสายตาแปลกๆ ไปให้เลเวีย แต่เลเวียไม่สนใจ ผมเข้าใจสายตานั่นมันบอกว่า “ออมมือด้วย!”

ซึ่งผมไม่พอใจเอามากๆ ถึงจะแสดงความนับถือแต่ก็แค่นับถือในฐานะเผ่าเดียวกับตัวตนในตำนานสินะ…

ช่างเถอะ แต่แค่คิดที่จะออมมือให้ผู้เล่นก็ไม่ได้ไม่ใช่หรือไง ไม่มีทางที่ NPC จะเก่งกว่าผู้เล่นแน่นอน ตามเนื้อเรื่องก็เก่ง แต่ถ้าวัดทักษะจริง ผู้เล่นได้เปรียบ

ถ้าไม่ใช่ว่า โลกใบนี้ พวก NPC นั้นได้แข็งแกร่งขึ้นมากพอๆ กับผู้เล่น หรือไม่ก็เป็นเพราะพวกเขาเหล่านี้ไม่รู้จักผู้เล่น

อย่างไรก็ตาม.. ผมเกือบจะตบหน้าตัวเอง ที่ว่ามองโลกในแง่ดีเกินไป เรื่องนี้ไม่ว่าเธอจะเก่งหรือเท่าเดิม แต่มันก็เตือนสติผมไม่ให้หลงดีใจมากไป

เพราะว่านี่คือความจริง ไม่ใช่เกม! หมายความว่าอย่างไร? ใช่ ตายคือตาย ยังไงล่ะ!

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว