email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 22: The Revolutionary Council

ชื่อตอน : ตอนที่ 22: The Revolutionary Council

คำค้น : ตำรวจ สงคราม

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 184

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ส.ค. 2561 10:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22: The Revolutionary Council
แบบอักษร

Blood Metal: สางครามสองดินแดน

Home and Destiny

Chapter: XXII

...The Revolutionary Council**...**

--------------------------------------------------------

คริสตศักราชที่ 1909

ณ เมืองโอมส์ ประเทศรัสเซีย มหาอำนาจอักษะ

“หนี!!” เดนนิสได้ยินดังนั้นจึงกำลังจะกระโดดถอยออกมาแต่ทันใดนั้นเองเขาก็เห็นมือของอัคทากอนนั้นได้ทะลุกระจกเข้ามาและจับไปที่หัวของเขาทันที…

เดนนิสตกใจเป็นอย่างมากพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆว่า “นี้แก...ผ่านสะท้อนสวรรค์มาได้ยังไงกัน!?” อัคทากอนนั้นค่อยเพิ่มแรงบีบเข้าไปนั้นทำให้เดนนิสเริ่มที่จะดิ้นมากขึ้นเพราะความเจ็บปวด ทันใดนั้นเองดาวีก็พุ่งเข้ามาข้างๆเดนนิสพร้อมกับยื่นมือของเขาขึ้นและพูดว่า “โคลโนลอค…” แรงผลักที่รุนแรงได้ส่งไปถึงตัวของอัคทากอนแต่ท้ายที่สุดแล้วพลังของดาวีนั้นก็ไม่สามารถผลักอัคทากอนออกไปได้ มือของอัคทากอนนั้นยังคงจับอยู่ที่หน้าของเดนนิสอย่างแน่นและค่อยๆเพิ่มแรงบีบขึ้นไปเรื่อยๆ เดนนิสเริ่มที่จะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ดาวีเห็นดังนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ช่วยไม่ได้สินะ ถ้าอย่างนั้น…” ในขณะที่เดนนิสกำลังพยายามดิ้นให้หลุดออกมาอยู่นั้นจู่ๆก็มีหมอกควันลงพื้นที่ทันที เดนนิสรับรู้ได้จึงพูดออกมาว่า “เอาจริงหรอดาวี!?” เมื่อเดนนิสพูดจบมือของอัคทากอนก็ปล่อยออกทันที เดนนิสล้มลงกับพื้นทันทีและเงยหน้ามามองและสิ่งที่เขาเห็นนั้นก็คือร่างเหล็กอีกร่างที่กำลังยืนอยู่ด้านหน้าของเขาพร้อมกับร่างของอัคทากอนที่กระเด็นออกไป เจอรี่และเดนนิสต่างพากันตกใจเป็นอย่างมากพร้อมกับพูดขึ้นว่า “เร็กทัส?...ห้าปีแล้วนะที่ไม่ได้เห็นคุณอยู่ในสภาพนั้น…” ร่างเหล็กร่างนั้นจึงได้หันมามองทั้งคู่พร้อมกับพยักหน้าให้และหันกลับไปมองที่อัคทากอน อัคทากอนลุกขึ้นยืนพร้อมกับสายตาที่โกรธจัด ร่างเหล็กร่างนั้นจึงหันมามองทั้งคู่อีกครั้งพร้อมกับส่งสัญญาณมือให้ทั้งคู่ ทั้งคู่จึงพยักหน้าและเดนนิสก็รีบลุกขึ้นไปแบกเจอรี่ขึ้นหลังและถอยออกไป อัคทากอนพุ่งใส่เร็กทัสทันทีเมื่อทั้งคู่นั้นถอยหนีออกไป เร็กทัสเห็นดังนั้นจึงหลบและเตะเข้าที่หน้าของอัคทากอนทันที อัคทากอนล้มลงและลุกขึ้นทันที ทั้งคู่จ้องหน้ากันพร้อมกับค่อยๆเดินวนเพื่อดูเชิงของแต่ล่ะฝ่าย อัคทากอนกระโดดเข้าใส่เร็กทัสเขาจึงกระโดดถอยออกมาทันทีพร้อมกับถีบเข้าที่ท้องของอัคทากอนทำให้อัคทากอนนั้นกระเด็นออกไป อัคทากอนเงยหน้าขึ้นและเตรียมที่จะพุ่งเข้าใส่อีกครั้งแต่ทันทีที่เขานั้นเงยหน้าขึ้นนั้นคือจังหวะเดียวกันกับเร็กทัสที่ได้พุ่งเข่าลอยเข้ามาที่หน้าของอัคทากอน อัคทากอนโดนเข่าของเร็กทัสเข้าไปทำให้อัคทากอนนั้นถึงกับกระเด็นหงายหลังไปทันที เร็กทัสยืนมองร่างของอัคทากอนที่นอนอยู่กับพื้น อัคทากอนจึงค่อยๆลุกขึ้นยืนพร้อมกับใบหน้าที่แตกยับของเขา อัคทากอนยืนจ้องหน้าเร็กทัสซักครู่และอาการบาดเจ็บของอัคทากอนก็ฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติพร้อมกับร่างกายของเขาที่ร้อนขึ้นเหล็กทั่วร่างของเขานั้นกลายเป็นสีแดงส้มเพราะความร้อนจัดเขาได้ดีดตัวเข้าหาเร็กทัสอย่างรวดเร็วพร้อมกับโยนหมัดเข้าไปที่หน้าของเร็กทัสอย่างจังๆทำให้ใบหน้าของเร็กทัสนั้นแตกย่อยยับเพราะการดีดตัวใส่อย่างรุนแรงของอัคทากอน เร็กทัสกระเด็นหงายหลังออกไปชนกับบ้านหลังเดียวกับที่เจอรี่นั้นโดน อัคทากอนนั้นวิ่งเข้าซ้ำอย่างรวดเร็ว เร็กทัสพยายามที่จะลุกขึ้นให้เร็วที่สุดพร้อมกับดาวีที่คิดในใจว่า “บ้าจริง!! ไม่น่าประมาทมันเลยจริงๆ ...นี้ขนาดมันยังใช้พลังได้ไม่สุดนะเนี้ย!!” เร็กทัสเงยหน้าขึ้นและสิ่งที่เขาเห็นนั้นคือร่างของอัคทากอนที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงพร้อมกับโยนแข้งเข้ามาซ้ำที่หน้าอกของเร็กทัส ทำให้เร็กทัสนั้นถึงกับกระเด็นทะลุตัวบ้านออกไปและบ้านก็ได้พังทรายลงหลังจากนั้นไม่นาน เร็กทัสนั้นลุกแทบไม่ขึ้นและดาวีก็คิดในใจว่า “ขืนเป็นแบบนี้เราแย่แน่...ถ้าจะปะทะกันตรงๆโดยพื้นฐานแล้วนั้นเร็กทัสก็สู้อัคทากอนไม่ได้อยู่แล้ว...ฉะนั้นเราต้องล่อมันออกไปให้ไกลๆ เราต้องพามันวิ่งให้ได้นานที่สุดเท่าที่เราจะไหวเพื่อลดพลังมันลงให้ได้…” เมื่อดาวีคิดดังนั้นได้แล้วเขาจึงค่อยๆยกแขนขึ้นทั้งสองข้างพร้อมกับส่งรหัสสัญญาณมือออกไปและเขาก็พยายามลุกขึ้นยืนจนได้ อัคทากอนค่อยๆเดินออกมาจากซากบ้านที่พังพร้อมกับร่างที่เป็นสีแดงส้มที่ดูน่าเกรงขาม เร็กทัสเห็นดังนั้นจึงเริ่มที่จะดีดตัวหันหลังวิ่งหนีเขาไปอย่างเต็มกำลัง อัคทากอนเห็นดังนั้นจึงเริ่มที่จะวิ่งตาม ร้อยโทแฮงค์เห็นดังนั้นจึงตะโกนออกไปว่า “ไม่!! อเล็กซ์! นายต้องไม่ตามพวกมันไป!!” แต่ทว่าคำพูดของร้อยโทนั้นไม่เป็นผล อัคทากอนวิ่งตามเร็กทัสไปอย่างเต็มกำลัง

6 ช.ม. ผ่านไป…

ณ พื้นที่โล้งใกล้ๆเมืองวิทิม(Витим) ประเทศรัสเซีย มหาอำนาจอักษะ (ระยะทางห่างจากเมืองโอมส์ 3579 ก.ม.)

เร็กทัสได้หยุดวิ่งลงพร้อมกับอัคทากอนที่หยุดวิ่งลงเช่นกัน ทั้งคู่หอบเป็นอย่างมาก อัคทากอนตั้งการ์ดขึ้นเร็กทัสเห็นดังนั้นจึงตั้งการ์ดขึ้นเช่นกัน ทั้งคู่จ้องมองกันอยู่ซักครู่ก่อนที่อัคทากอนจึงพุ่งเข้าใส่เร็กทัสอย่างรวดเร็ว เร็กทัสหลบออกมาได้แต่อัคทากอนนั้นรู้ทันจึงรีบหยุดและดีดตัวเข้าใส่เร็กทัสทันทีพร้อมกับโยนหมัดเข้าใส่อย่างแรง เร็กทัสนั้นไม่สามารถหลบการโจมตีนั้นได้จึงยกการ์ดขึ้นป้องกันและโดนการโจมตีของอัคทากอนเข้าอย่างจังๆ ทำให้เกราะแขนของเร็กทัสนั้นแตกกระจาย อัคทากอนจึงได้เสยหมัดขึ้นมาจากด้านล่างทันที เร็กทัสโยกหัวหลบออกมาพร้อมกับกระโดดถอยออกมาเพื่อตั้งหลัก เร็กทัสมองไปที่อัคทากอนและสิ่งที่เขาเห็นนั้นคืออัคทากอนนั้นได้หอบเพราะความเหนื่อยล้าแล้ว ดาวีจึงคิดขึ้นในใจว่า “ดูเหมือนว่าจะได้ผลนะ...แต่เราเองก็คงอยู่ในสภาพของเร็กทัสนี้ได้ไม่นานเช่นกัน ฉะนั้นต้องรีบจบเสียแล้ว…” ดาวีกวาดสายตามองไปทั่วพื้นที่พร้อมกับคิดในใจว่า “ไอ้พวกนั้นยังมาไม่ถึงกันอีกหรอ? ช่วยไม่ได้นะ คงต้องทนจนกว่าจะถึงที่สุดแล้วล่ะ…” เร็กทัสพยายามที่จะยกการ์ดขึ้นแต่แขนของเขานั้นยกไม่ได้อีกแล้วพลังในการฟื้นฟูของเร็กทัสนั้นน้อยกว่าอัคทากอนอยู่หลายเท่าทำให้การฟื้นฟูตัวของเขานั้นได้หมดไปกับตั้งแต่ตอนที่วิ่งมาถึงที่นี้แล้ว ดาวีจึงคิดในใจว่า “ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ช่วยไม่ได้นะเนี้ย...ใช้ขาอย่างเดียวก็แล้วกัน” อัคทากอนดีดตัวพุ่งเข้ามาหาเร็กทัสพร้อมกับโยนแข้งเข้ามาด้วยเช่นกัน เร็กทัสเห็นดังนั้นจึงมุดลงต่ำและหลบออกมาได้ทัน…

การต่อสู้ของทั้งคู่นั้นกินเวลาไปอีกว่าครึ่งชั่วโมงโดยที่เร็กทัสนั้นหลบการโจมตีของอัคทากอนได้หมด เร็กทัสกวาดสายตาไปทั่วและเขาก็เห็นเข้ากับเจอรี่และเดนนิสที่อยู่บนต้นไม้ ดาวีจึงคิดในใจว่า “มาได้ซักทีนะ...เอาล่ะ!” เร็กทัสยกมือขึ้นเพื่อเป็นสัญญาณมือพร้อมกับพุ่งเข่าลอยเข้าใส่อัคทากอนอย่างเต็มกำลัง เข่าของเร็กทัสนั้นโดนเข้าอย่างจังๆที่หน้าของอัคทากอนทำให้อัคทากอนนั้นหงายหน้ากระเด็นออกไปแต่ในขณะเดียวกันนั้นเกราะของเร็กทัสนั้นด้อยกว่าเกราะของอัคทากอนอยู่มากทำให้การโจมตีนั้นเร็กทัสได้รับบาดเจ็บไปด้วย เกราะที่เข่าของเร็กทัสนั้นแตกกระเด็นออกไปทำให้เร็กทัสนั้นยืนไม่ได้แล้ว เจอรี่และเดนนิสจึงรีบลงมาที่พื้นและรีบพุ่งเข้าไปหาร่างของอัคทากอนที่ล้มอยู่โดยทั้งคู่ยืนอยู่ตรงหัวและปลายเท้าพร้อมกับควักเขาเชือกสีดำออกมาเตรียมที่จะจับตัวของอัคทากอน แต่อัคทากอนนั้นลุกขึ้นมาได้ทันพร้อมกับจัดการทั้งคู่จนกระเด็นออกไป เจอรี่ที่กำลังบาดเจ็บอยู่นั้นโดนการโจมตีของอัคทากอนเข้าไปทำให้เขานั้นสลบทันที อัคทากอนลุกขึ้นยืนและค่อยๆเดินเข้ามาหาเร็กทัส ดาวีจึงคิดในใจว่า “บ้าจริงๆ!! ทำไมมันถึงได้อึดขนาดนี้นะ...เราคงจบแล้วล่ะ” อัคทากอนค่อยเดินเข้ามาแต่ช้าลงเรื่อยๆพร้อมกับหลังที่ค่อมลงเรื่อยๆจนล้มลงไปในที่สุดและควันก็ได้พุ่งออกมาจากตัวของเขา

ดาวีจึงคิดในใจว่า “ล้มแล้ว...มันล้มแล้ว...ถ้าอย่างนั้นฉันคงออกจากร่างนี้ได้แล้วล่ะ” เมื่อดาวีคิดเสร็จควันก็พุ่งออกมาจากร่างของเร็กทัส ผ่านไปซักครู่ดาวีก็กลับสู่ร่างเดิมและอเล็กซ์ก็เช่นกัน ทั้งคู่อยู่ในสภาพที่ย่ำแย่มาก ดาวีนั้นพยายามลุกขึ้นยืนเพื่อเดินไปที่อเล็กซ์ อเล็กซ์นั้นอยู่ในสภาพที่ไม่ได้สติ ดาวีจึงฝืนตะโกนออกมาว่า “เดนนิส...เชือก!!” เดสนิสได้ยินดังนั้นจึงลุกขึ้นยืนพร้อมกับค่อยๆเดินเข้ามาหาดาวี ดาวีจึงถามกลับไปว่า “แล้วเจอรี่ล่ะ…” เดนนิสจึงตอบกลับว่า “อาการน่าเป็นห่วงมาก แต่เมื่อไหร่ที่เรากลับบ้านได้เขาก็จะปลอดภัย…” ดาวีพยักหน้าพร้อมกับหันมามองอเล็กซ์และพูดว่า “เราจะแบกเจ้านี้กลับไปยังไงในสภาพแบบนี้ล่ะ…” ทันทีที่ดาวีพูดจบก็มีเสียงของคนตะโกนขึ้นว่า “เห้ย!! พวกสหพันธ์นี้น่า!! ตามกำลังเสริมเร็ว!!” อเล็กซ์ที่กำลังนอนอยู่บนพื้นนั้นก็ได้ลืมตาขึ้นเล็กน้อย เขาเห็นพื้นหญ้าที่อยู่ติดหน้าของเขา เสียงปืนที่ดังขึ้น สายลมอ่อนๆที่พัดมาโดนตัวของเขา กลิ่นดินปืนที่ลายฟุ้งขึ้นในอากาศ อเล็กซ์คิดในใจว่า “พวกร้อยโทแฮงค์คงกำลังสู้อยู่กับพวกอักษะสินะ...แล้วเรามัวนอนทำอะไรอยู่ตรงนี้กันแน่ล่ะเนี้ย...ขยับไม่ได้...อ่อจริงสิ...รอชน่าจะดูแลเราอยู่ล่ะมั้ง...จริงสินะ รอชน่าจะถูกร้อยโทสั่งให้มาดูแลเราแน่ๆเลย แฮ่ๆๆ เรานี้มันใช้ไม่ได้เลยนะเนี้ย...เป็นตัวถ่วงอยู่เรื่อยเลย…” อเล็กซ์ค่อยๆหลับตาลงอย่างช้าๆ ขอบสีดำของเปลือกตาค่อยๆกลืนทัศนวิสัยไปทีล่ะน้อย เสียงปืนที่ดังอยู่นั้นก็ค่อยๆอื้อไปพร้อมกับเสียงคนตะโกนโหวกเหวกโวยวาย

เดนนิสยืนอยู่หน้าดาวีพร้อมกับแบกเจอรี่อยู่บนหลัง เดนนิสจึงพูดกับดาวีว่า “ฉันว่าเราไปกันก่อนดีกว่านะ!! ไม่งั้นเราเองนี้ล่ะที่จะแย่เอา…” ดาวีจึงตอบกลับว่า “อืม...ในสภาพเยี่ยงนี้เราคงสู้พวกนี้ไม่ได้หรอก ฉันเองก็จะไม่ไหวอยู่แล้ว…” เมื่อทั้งคู่คุยกันเสร็จก็ทำการถอนกำลังทันที

ทหารของฝ่ายอักษะที่มาเพิ่มนั้นก็ได้เดินเข้ามาหาอเล็กซ์และพลิกร่างของอเล็กซ์ให้หงายขึ้นมา ทหารของอักษะจึงพูดว่า “ยังไม่ตายครับ…” นายทหารอีกคนจึงสั่งขึ้นว่า “ยิงทิ้งเลย…” ทหารอักษะรายนั้นจึงเล็งปืนไปที่อเล็กซ์เพื่อเตรียมที่จะยิงอเล็กซ์ทิ้ง แต่ทันใดนั้นเองก็มีเสียงปืนดังขึ้นลั่นพื้นที่ ทหารอักษะจึงตะโกนขึ้นว่า “พวกกลุ่มปฏิวัติครับหัวหน้า!!” การต่อสู้ของคณะปฏิวัติกับกองทหารของอักษะดำเนินไปซักพักจนกระทั้งกองกำลังปฏิวัติได้เข้ามายึดพื้นที่ได้สำเร็จและทำการจับตัวทหารฝ่ายอักษะที่ยังเหลือรอดชีวิตกลับไปอีกด้วย…

...END…

--------------------------------------------------------

:COOKIES:

--------------------------------------------------------

“คุณโคดะ...ตรงนี้มีผู้รอดชีวิตครับ!!” หลังจากที่ทหารของกลุ่มปฏิวัติเอ่ยขึ้น ชายที่ชื่อโคดะก็ได้เดินเข้ามาดู ชายคนนั้นตกตะลึงพร้อมกับพูดว่า “ชุดอย่างนี้มัน...พวกสหพันธ์นี้น่า!!” ทหารคนนั้นจึงกล่าวตอบว่า “พะ...พวกสหพันธ์!? ทำไมถึงมาอยู่ที่นี้ได้ล่ะครับเนี้ย!! หรือว่ากองกำลังของสหพันธ์ตีเข้ามาได้ลึกถึงนี้แล้วหรอครับ!?” โคดะจึงตอบกลับว่า “ฉันก็ไม่รู้...แต่เอาเป็นว่า เราเอาตัวของเขากลับไปด้วยก็แล้วกัน” โคดะจึงตะโกนออกมาว่า “เก็บของที่จำเป็นไปเราจะกลับญี่ปุ่นกัน!!

--------------------------------------------------------

:End Credit:

--------------------------------------------------------

เป็นอย่างไรกันบ้างครับผมกับนิยายเรื่อง Blood Metal ของเรา...ในตอนนี้คือตอนจบของ Home and Destiny แล้วนะครับ ถ้าหากชอบก็อย่าลืมที่จะกดติดตามและเป็นกำลังใจให้เราด้วยนะครับ ^_^ ขอบคุณครับ…

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็น