[END] กรงราคะ (Drama/Mpreg)
กรงราคะ 01 : ลูกเมียน้อย
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

กรงราคะ 01 : ลูกเมียน้อย

กรงราคะ 01 : ลูกเมียน้อย

"นี่....แกน่ะ มาเอากระเป๋าของฉันไปเก็บซิ" 

"........."

"เอ๊ะ! มัวยืนบื้ออะไรไม่ได้ยินที่ฉันสั่งเหรอ!" 

"........."

​"ไอ้ลูกเมียน้อย! ทำไมไม่ทำตามที่ฉันสั่ง" 

ชายหนุ่มรูปร่างเพรียวบางเอ่ยเสียงดังกังวานก่อนจะปากระเป๋านักเรียนที่อยู่ในมือใส่ผู้ชายตรงหน้าที่เรียกได้ว่ามีศักดิ์เป็นน้องชายต่างมารดาของเขาอย่างแรง

"ผมไม่ใช่ลูกเมียน้อย แล้วผมก็ไม่ใช่คนใช้ของคุณอยากได้อะไรก็ไปทำเองเถอะครับ" 

แม้จะไม่ได้แสดงท่าทางเกรี้ยวกราดออกมาแต่ดวงตาดุดันของ จิระ นั้นไม่สามารถปิดบังไม่ให้อีกฝ่ายเห็นได้ 

เพี๊ยะ!

"กล้ามากนะไอ้จีน! แม่แกเป็นเมียน้อยทำไมฉันจะเรียกแกว่าลูกเมียน้อยไม่ได้!"

จิระหน้าหันไปตามแรงตบของพี่ชายต่างมารดา เขาไม่ได้โต้ตอบ ไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะรู้ว่าอีกสักพักอีกฝ่ายก็จะเดินขึ้นห้องไปเหมือนทุกที....ใช่ เหมือนทุกที 

"กลับมาแล้วเหรอตาพิช" 

พิชยะ หรือ พิช เป็นพี่ชายต่างมารดาของจิระ 

ชายร่างเพรียวเดินตรงไปกอดผู้เป็นแม่ไว้เต็มรัก "พิชเหนื่อยจังเลย ปีสองนี่งานเยอะชะมัด" 

"ลูกเป็นลูกชายคนโตของบ้าน อีกหน่อยก็ต้องสืบทอดตำแหน่งประธานบริษัท ก็ต้องเหนื่อยเป็นธรรมดานะลูก...ได้เรียนน่ะดีแล้ว จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนมีการศึกษา ไม่เหมือนใครบางคนแถวนี้" 

คุณนายใหญ่ของบ้านว่าจบก็หัวเราะคิกคักพร้อมกับลูกชาย 

สองแม่ลูกปรายตามองไปยังลูกเมียน้อยด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ก็ใครบ้างเล่าที่จะชอบลูกเมียน้อยน่ะ ก็ในเมื่อแม่ของมันหน้าด้านกล้ามาอ่อยสามีคนอื่นแบบนั้น เป็นใคร ใครก็รังเกียจ! 

จิระถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ 

เขาอดทนอดกลั้นมาได้ตลอดสิบแปดปีที่ผ่านมา แล้วทำไมเรื่องเพียงแค่นี้เขาจะอดทนต่ออีกไม่ได้ อีกหน่อยพอเขาทำงานได้เงินมามากพอแล้ว เขาจะพาแม่ออกไปจากบ้านหลังนี้ทันที

บ้านที่แสนเฮงซวย...



"ตาจีน! โดนคุณพิชตบมาอีกแล้วเหรอลูก!" 

หญิงสาววัยกลางคนที่ถึงแม้จะอายุอานามใกล้เลขสี่เข้าไปทุกทีแต่ภายนอกดูอ่อนกว่าวัยไปสิบปีอย่าง ละไม เอ่ยกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนด้วยความร้อนใจ หลังจากเห็นรอยแดงบนใบหน้าใสๆ หล่อนก็รู้ทันทีว่าคงเป็นฝีมือใครไปไม่ได้ นอกจากลูกชายของคุณนายใหญ่

"ไปทำอะไรให้คุณพิชไม่พอใจอีก แม่บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าไปอยู่ใกล้คุณพิช!" 

ชายร่างสูงกลอกตามองบนอย่างเอือมระอาเมื่อได้ยินประโยคนั้นของแม่ 

มองไปรอบๆ ห้องนี้เป็นห้องพักของเขากับแม่....เราอยู่รวมกันที่ตึกหลัง ซึ่งเป็นตึกของพวกแม่บ้าน ในห้องเป็นห้องโล่งๆ ไม่ได้มีการแบ่งสัดส่วนไว้ พอเขาอายุสิบสามแม่ถึงได้ลากตู้เสื้อผ้าเก่าๆ มาขวางฟูกที่นอนกั้นเป็นโซนเขากับแม่ หากไม่ใช่คนในบ้านก็คงไม่รู้ว่าแม่ของเขามีศักดิ์เป็นภรรยาอีกคนของคุณพ่อ 

แต่ก็นั่นแหละ จะไปมีใครคิดล่ะว่าภรรยาอีกคนของเจ้าของโรงพิมพ์ขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงอย่าง ภิวัฒน์ กรสุทธิ์​ ​จะมีสภาพอัตคัด ขัดสนแบบนี้ ไม่ต่างกับแม่บ้านของตระกูลเลยด้วยซ้ำ เงินเดือนที่แม่เขาได้รับมีค่าพอๆ กับแม่บ้านเลย

"เมื่อไหร่แม่จะเลิกยอมคนพวกนั้นสักที! จีนจะไม่ไหวอยู่แล้วนะ" 

ผู้เป็นแม่เบิกตากว้างด้วยความตกใจทันทีเมื่อเห็นสภาพลูกชายที่เริ่มน้ำตาคลอเบ้าหลังจากที่เอ่ยถามหล่อนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "จะ....จีน" 

"จีนจบมอหกแล้ว จีนทำงานนู่นนี่นั่นมากมาย ลำพังเงินเก็บของแม่ในบัญชีก็มากพอให้เราไปเช่าห้องแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่กันแล้ว ทำไมแม่ต้องมาทนอยู่แบบนี้ด้วย!" 

ผู้เป็นแม่เริ่มน้ำตาคลอเบ้าขึ้นมาบ้างแล้ว 

"จีนไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะได้เรียนมหา'ลัยด้วยซ้ำ เราจะอยู่ให้คนพวกนั้นโขกสับทำไม!" 

"จีน ใจเย็นๆ ก่อนสิลูก ค่อยๆ พูด ค่อยๆ จา" 

"จะให้จีนเย็นได้ไง แม่ก็เห็นอยู่ ไม่ว่าจีนจะทำอะไร สองแม่ลูกนั่นก็คอยแต่จะหาเรื่องรังแกจีน ตั้งแต่เด็กจนโต" 

"........"

"ปากแม่ก็บอกว่าพ่อรักแม่อย่างนั้นอย่างนี้ แต่ถ้าพ่อรักแม่จริงๆ ทำไมต้องให้เราอยู่ในสภาพนี้ด้วย!"

เพี๊ยะ!

"อย่ามาดูถูกความรักของแม่กับพ่อนะจีน" หญิงร่างเพรียวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "พ่อกับแม่ เรารักกัน" 

"รักแบบไหนถึงได้ให้แม่อยู่แต่ในห้องรูหนูนี่! อันที่จริงจีนก็สงสัยอยู่นะ ว่าจีนเป็นลูกชายของพ่อรึเปล่า" 

"ตาจีน!!" ละไมปิดปากไว้ไม่ให้โห่ร้องไปมากกว่านี้ ทำไมลูกชายหล่อนถึงสงสัยอะไรแบบนี้!

"หน้าตาผิวพรรณผมไม่ได้เหมือนพ่อเลยสักนิด พ่อหน้าคม ผิวสีน้ำผึ้ง คนที่เหมือนพ่อที่สุดคือพิช..."

แล้วไหนจะชื่อของเขาอีกล่ะ....จิระ หรือ จีน รู้สึกว่าพ่อจะเป็นคนตั้งให้เขาด้วยสิ

ละไมรู้มาตลอดว่านี่เป็นข้อสงสัยของทุกคนภายในบ้าน....แต่ไม่นึกว่าวันหนึ่งลูกชายหล่อนจะนึกสงสัยขึ้นมาบ้างเหมือนกัน เพราะนับตั้งแต่เด็กแม้ว่ารูปร่างหน้าตายังไม่ชัดเจนมากนัก แต่จิระก็ผิดแปลกแตกต่างไปจากคนในบ้านมากนักไม่มีเค้าเหมือนฝั่งพ่อผู้ให้กำเนิดเลยสักนิด

ใบหน้าของลูกชายหล่อนเรียวได้รูป ดวงตาชั้นเดียวแต่กลมโต จมูกโด่งรับกับริมฝีปากอิ่มสีสดได้รูป ผิวพรรณขาวละเอียดราวกับผิวของเด็กแรกเกิด 

ช่างต่าง....ต่างกับคนเป็นพ่อของเขาโดยสิ้นเชิง

"เพราะลูกหน้าตาเหมือนแม่ไง แม่ไม่นึกเลยนะว่าลูกจะสงสัยเรื่องอะไรแบบนี้" 

"แล้วทำไม! ทำไมผมถึงไม่ได้รับความรัก รับโอกาสเท่ากับพิช ทำไม!" 

น้ำตาของชายหนุ่มไหลรินอาบที่สองแก้ม ทว่ากลับไร้เสียงสะอื้น ด้านผู้เป็นแม่เห็นแบบนั้นก็ถึงกับใจสลาย หล่อนเจ็บปวดทุกครั้งที่ลูกชายเจ็บปวด 

"แล้วจีนจะให้แม่ทำยังไง เราอยู่ที่นี่มาตลอด ถ้าจะไปตั้งต้นกันเองแม่ก็ต้องไปหาสมัครงานใหม่ ลำพังแค่แม่ไม่มีวุฒิก็แทบจะไม่มีที่ไหนรับเข้าทำงานแล้ว ตอนนี้แม่ยิ่งอายุมากขึ้นเรื่อยๆ ใครเขาจะอยากรับเข้าสมัครงาน" 

"จีนจะทำงานหาเลี้ยงแม่เอง เงินเก็บของแม่ก็ยังพอมี เราเอาไปเป็นค่าห้องค่-"

ผู้เป็นลูกพูดไม่ทันจะจบ คนเป็นแม่ก็แทรกขึ้นมาก่อนว่า "จีนอายุแค่สิบแปด เรียนจบมัธยมปลายจากโรงเรียนรัฐฯ ธรรมดา ไม่ใช่โรงเรียนที่ขึ้นชื่อเหมือนที่คุณพิชเขาเรียน...จีนไม่ได้เรียนปริญญา จีนไม่มีประสบการณ์ทำงาน ลำพังแค่ประสบการณ์จากร้านสะดวกซื้อลูกคิดว่ามากพอแล้วเหรอ ทำอะไรอย่าคิดว่าเป็นเรื่องง่ายๆ"

"แต่-"

"ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น!" ละไมตะโกนออกมาอย่างเหลืออด "เลิกพูดเรื่องนี้อีก ไม่งั้นแม่จะโกรธจริงๆ ด้วย"

"......."

"อยู่ที่นี่เรามีกินมีใช้ อย่างน้อยก็ไม่อดตาย มีห้องหับมีที่ซุกหัวนอน อันที่จริงลูกจะอยู่เฉยๆ สบายๆ ไม่ต้องออกไปทำงานก็ได้ ยังไงก็ไม่มีใครว่าอะไรอยู่แล้ว เอาล่ะ...พักเถอะ แม่จะออกไปดูในครัวเสียหน่อยว่าวันนี้ทำอะไรกิน" 

ว่าจบหญิงร่างเพรียวก็เดินออกไปโดยที่ไม่หันกลับมามองลูกชายที่กำลังยืนร้องไห้อยู่อีกเลย


จีนนึกน้อยใจในโชคชะตาของตัวเองนัก เกลียดพ่อที่ไม่สนใจ เกลียดความรักที่แม่มีให้พ่อ เกลียดสองแม่ลูกนั่นอย่างกับอะไรดี เขาต้องทนมาตลอดสิบแปดปีไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เขาไม่ต่างจากคนใช้เวลาอยู่ต่อหน้าพิชยะและแม่ของมัน ส่วนแม่เขาเองก็ไม่ต่างจากแม่บ้าน ไม่สิ....เรียกว่าเหมือนคนใช้ยังจะดีเสียกว่า ไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลังพวกมันก็ตาม 

.

.

ตกดึก บนบ้านใหญ่ 

"คุณว่าอะไรนะ ไม่จริงใช่มั้ย....โรงพิมพ์ของคุณไม่ใช่เล็กๆ เปิดมาตั้งแต่รุ่นพ่อจะมาขาดทุนย่อยยับถึงขนาดนั้นได้ยังไงกันคะ" 

"นั่นสิครับพ่อ" พิชยะเอ่ยสมทบผู้เป็นแม่ทันที เขากำลังจะเข้านอนอยู่แล้ว แต่จู่ๆ พ่อก็เรียกมาคุยในห้องนอนของพ่อแบบนี้ "แล้วไหนจะเรื่องหนี้นั่นอีกล่ะ พ่อไปเป็นหนี้ตระกูลเฉิงตั้งแต่เมื่อไหร่"

ตระกูลเฉิงถือเป็นตระกูลใหญ่จากประเทศแม่อย่างประเทศจีนที่คอยให้เงินสนับสนุนบริษัทมากมายในประเทศจีนและประเทศไทย บริษัทของพ่อเขาก็เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับเงินสนับสนุนจากตระกูลนั้นเหมือนกัน 

"ฮึ่ย! จะอะไรก็ช่าง คืนนี้รีบเก็บข้าวเก็บของซะ เราต้องเดินทางคืนนี้เลย!" 

"อะไรนะคะ/อะไรนะครับ!!" 

สองแม่ลูกร้องตะโกนออกมาพร้อมๆ กัน "พ่อจะบ้าเหรอ อีกสองอาทิตย์พิชมีสอบนะ"

"ช่างเรื่องสอบของแกไปก่อน! ฉันยังพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง แต่ยังไงซะเราก็ต้องออกเดินทางคืนนี้!" 

"พ่อ!!!" 

เพี๊ยะ!

"ว๊าย! ตาพิช....คุณตบหน้าลูกทำไมกันคะ" หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยความตกใจระคนโมโห "ตกลงเราเป็นหนี้พวกนั้นเท่าไหร่กัน คุณก็จ่ายไปซะสิจะได้จบๆ!" 

ประมุขของบ้านได้แต่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดไม่ยอมเอ่ยปากบอกภรรยาว่าติดหนี้เท่าไหร่เสียที ชายร่างท้วมสูงกลับตั้งท่าจะเดินออกไปข้างนอกแทน ถ้าหากไม่โดนมือนุ่มมารั้งแขนไว้เสียก่อน

"คุณจะไปไหนคะ!" 

"ฉันจะไปบอกละไมให้รีบเก็บของ" 

"จนแล้วจนรอดคุณก็ยังสนใจนังผู้หญิงหยำฉ่าคนนั้น!"

หญิงสาวพูดออกมาอย่างเหลืออด "นี่คุณเห็นฉันเป็นหัวหลักหัวตอรึไง ยังเห็นฉันเป็นเมียคุณอยู่มั้ย!" 

"พอสักทีน่า!! ละไมไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น ที่ผ่านมาหล่อนก็อยู่แต่ในที่ของหล่อน ไม่ว่าจะสั่งอะไรก็ทำตามว่านอนสอนง่ายไม่เคยมีปากมีเสียง แล้วเธอจะมีปัญหาอะไรนักหนาหา!" 

"ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่านังแก่นั่นมันมีอะไรดีไปกว่าฉัน ที่ทั้งสาว ทั้งสวยกว่า!" 

"โธ่พ่อกับแม่ครับ! ช่วยสนใจเรื่องหนี้ก่อนได้มั้ย ตระกูลเราจะถังแตกจริงๆ น่ะเหรอ" 

พิชยะทนไม่ไหวจนต้องพูดแทรกบิดามารดาไว้ในที่สุด

"ช่วยพักเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ก่อนเถอะครับ ตกลงเราไม่เหลือหนทางอื่นนอกจากเก็บกระเป๋าหนีแล้วรึไง" 

"ไอ้มีน่ะก็มี...."

ชายร่างท้วมทำท่าคิดราวกับหนักใจนักหนา "หนี้หนึ่งร้อยล้านบาท....ต้องจ่ายคืนครึ่งหนึ่งก่อนคือห้าสิบล้านบาท พร้อมสิ่งมัดจำว่าอีกครั้งจะจ่ายให้ทันภายในหนึ่งปี" 

พิชยะอ้าปากค้างด้วยความตกใจ "อะ อะไรนะครับ เราเป็นหนี้ตระกูลเฉิงมากถึงขนาดนั้นเลยเหรอ" 

"แล้วสิ่งมัดจำที่ว่านั้นคืออะไรกันคะคุณ" 

"สิ่งมัดจำต้องสำคัญพอๆ กับเงินห้าสิบล้าน....คือเมีย ไม่ก็ลูกของฉัน"

".........."

"คุณพ่อ..." ชายหนุ่มที่อายุน้อยที่สุดในห้องเอ่ยออกมาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง "แต่นี่มันผิดกฎหมายนะครับ ในเมื่อมันขัดต่อศิลธรรมอันดี อีกอย่-" 

ผู้เป็นลูกชายพูดไม่ทันจะจบ คนเป็นพ่อก็แทรกมาก่อนว่า "ตระกูลเฉิงเชียวนะ....ตระกูลเฉิง" 

ใช่สิ....ถ้าบอกว่าตระกูลกรสุทธิ์ร่ำรวยและยิ่งใหญ่แล้ว ตระกูลเฉิงยิ่งมากกว่าร้อยเท่าพันเท่า เรื่องกฎหมายเลยเป็นเรื่องไกลตัวไปเลยสำหรับคนที่มีอิทธิพลมากขนาดนั้น

แล้วถ้าเราไม่ยอมรับข้อเสนอนั้น เราก็ต้องโดนฟ้องล้มละลาย ตระกูลก็ล่มจมแถมยังถูกตามล่าอีก

ได้ข่าวว่าตระกูลนี้ไม่เคยปล่อยใครที่คิดคดทรยศ หักหลังและหนี ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีตัวอย่างให้เห็นว่าผู้คนเหล่านั้นถึงกับล้มหายตายจากกันไม่อย่างไม่ทราบสาเหตุในเวลาต่อมา 

น่ากลัวเหลือเกิน

"ก็ไม่เห็นจะยาก คุณก็ส่งลูกชาย ไม่ก็เมียของคุณไปซะสิ"

"แม่!!!" พิชยะตะโกนออกมาด้วยความตกใจ "นี่แม่คิดอะไร...อ้ะ.."

"เข้าใจแล้วสินะ" หญิงสาวเอ่ยกับลูกชายก่อนจะเหยียดยิ้มที่มุมปาก "เงินห้าสิบล้าน คุณพอมีจ่ายไปก่อนอยู่ใช่มั้ยล่ะ" 

"ฉันมีก็จริง แต่ถ้าจ่ายไป....เราจะเหลือเงินกันไม่มากนัก อีกอย่างเรื่องที่สำคัญกว่านั้น ฉันไม่มีทางเอาตัวละไมไปให้คนพวกนั้นแน่" 

ไม่รู้ว่ามันจะเล่นพิเรนทร์หรือกลั่นแกล้งอะไรละไมรึเปล่า 

ต้องถูกส่งไปประเทศจีน ไม่ใช่ประเทศไทย แถมตระกูลนี้ไม่สิ...พวกตระกูลคนรวยที่เป็นอภิมหาเศรษฐีมักมีงานอดิเรกไม่ธรรมดาอยู่แล้ว ได้ข่าวว่าทายาทสายตรงของตระกูลเฉิงอย่างลูกชายที่เกิดจากภรรยาคนแรกนั้นมีนิสัยชอบเล่นพิเรนทร์กับมนุษย์ แถมยังมีนิสัยโหดร้าย ทั้งยังหน้าตาอัปลักษณ์อย่าบอกใครเลย 

แต่ก็นั่นแหละ....นั่นเป็นข่าวลือที่สังคมวงในส่งต่อกันมา 

"ไม่...ฉันไม่มีทางส่งละไมไปเด็ดขาด!" 

"แล้วคุณจะส่งฉันรึไงคะคุณภิวัฒน์! ฉันเป็นภรรยาของคุณที่ถูกตบแต่งตามกฎหมาย เป็นผู้หญิงที่ก่อนตายพ่อของคุณฝากฝังให้ดูแลฉันกับลูก!" 

ระหว่างที่คนสองคนถกเถียงกันอยู่นั้น พิชยะก็แสยะยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงประโยคของผู้เป็นพ่อ

ข้อเสนอที่มันต้องการ คือต้องมีค่าและสำคัญพอๆ กับเงินอีกห้าสิบล้าน เป็นหลักประกันชิ้นสำคัญว่าพ่อจะไม่เบี้ยวหนี้ ภายในหนึ่งปีต้องเอามาคืนให้ครบ

​ถ้าพ่อของเขารักนังเมียน้อยนั่นมาก....ก็ส่งลูกนังเมียน้อยนั่นไปยังไงล่ะ 

ตั้งแต่เล็กจนโตเขามักจะเห็นพ่อพานังเมียน้อยนั่นมานอนกกบนบ้านใหญ่ให้แม่ช้ำใจเล่นบ่อยๆ พ่อหลงนังเมียน้อยนั่นหัวปักหัวปำ บ่อยครั้งที่แม่และเขาอดหมั่นไส้คอยกลั่นแกล้งนังละไมนั่น แล้วมักจะโดนผู้เป็นพ่อจับได้เสมอว่าพวกเขาสองแม่ลูกทำร้ายคนรักของตน ผลคือพ่อโมโหมาก ตัดบัตรเครดิตเขาสองแม่ลูกไม่พอยังริบรถและไม่ขึ้นมานอนบ้านใหญ่เป็นแรมเดือน 

แต่ว่านะ...มันผิดกับกรณีของไอ้ลูกเมียน้อยนั่น จิระ...พ่อไม่เคยสนใจใยดีไอ้เด็กจิระนั่นเลย ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาเห็นพ่ออุ้มหรือเล่นกับลูกนังนั่น แม้แต่ของเล่นสักชิ้นก็ไม่เคยซื้อให้ โอกาสเรียนหนังสือก็ไม่มี ข้าวของเครื่องใช้เขาล้วนได้รับดีกว่ามันเป็นไหนๆ 

จิระแท้จริงแล้วก็เป็นแค่เด็กที่พ่อไม่รัก

"งั้นพ่อก็ส่งลูกชายของพ่อไปสิครับ....จิระน่ะ"

.

.

.

.

To be continued.


PENNAME: SONGSAMSEE 

SINCE 2018 

  

WRITING WORKS 

  

JUNE 2018  

♡ เมียแต่ง | 25 ตอนจบ + 1 ตอนพิเศษ 

  

SEPTEMBER 2018 

♡ BAD STUDENT เด็กครู | 23 ตอนจบ  

♡ กรงราคะ | 36 ตอนจบ 

  

APRIL 2019 

♡ กระทิงxไดม่อน Spin-Off เมียแต่ง | 22 ตอนจบ 

  

JUNE 2019 

♡ พี่เลี้ยง (มาเฟียจอมบงการ) | 25 ตอนจบ + 4 ตอนพิเศษ 

  

MAY 2020  

♡ สลับร่างรัก | 38 ตอนจบ + 3 ตอนพิเศษ 

  

MAY 2021 

♡ เมียใบ้ | 36 ตอนจบ + 2 ตอนพิเศษ  

+ Special chat story 1 ตอน 

  

SEPTEMBER 2022 

♡ ขนาดเกิดใหม่ สามีก็ยังชั่ว | 32 ตอนจบ  

แสดงเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น