ขยายเวลาจองถึง 15 ม.ค. 2562 ส่งหนังสือ 25 ม.ค. 2562 สนใจติดต่อที่เพจสนพ.ตะวันเปรมปรีดิ์ค่ะ ปิดตอน5 ม.ค. 2562

ชื่อตอน : 30

คำค้น : หลิงหลง,อี้เทา,เจ้าลูกสุกร,วิลเบอร์,ปราบผี,วาย,จำปีหอม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.8k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ส.ค. 2561 15:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
30
แบบอักษร

2018/08/22

"พี่ลู่มาทำไม"

องค์ชายตั๋วลู่ได้ยินหลิงหลงถามด้วยหน้าตาเบื่อหน่ายก็ชะงัก รู้สึกน้อยใจขึ้นมา

"ถ้าความเป็นห่วงของพี่มันทำให้เจ้ารำคาญ พี่กลับก็ได้" คนพูดจบก็หันหลังกลับ คำนวณว่าน้องน้อยคงรีบมาง้อเขาเป็นแน่ องค์ชายตั๋วลู่ก้าวเท้าพร้อมนับในใจ หนึ่ง..สอง..สาม

"วิลเบอร์จัดการ" หลิงหลงสั่งแทนที่จะมาง้อด้วยตัวเอง เด็กน้อยแต่งตัวอย่างใจเย็นปล่อยให้วิลเบอร์เกาะขาขององค์ชายตั๋วลู่แล้วทิ้งตัวลงกับพื้น ถ้าองค์ชายฝืนจะเดินต่อก็จะต้องลากเจ้าสุกรไปด้วย คนจึงยืนกอดอกซ่อนรอยยิ้มรอน้องมาง้อ

"ข้าไม่ได้รำคาญท่านหรอกนะ" หลิงหลงเอนร่างพิงองค์ชายตั๋วลู่จากด้านหลัง ตอนนี้หลิงหลงในร่างของเด็กอายุ14 สูงเกือบถึงบ่าขององค์ชายตั๋วลู่แล้ว คนพี่เมื่อน้องมาอ้อนก็ใจอ่อนยวบ

"ข้ารักเจ้ามากขึ้นทุกวัน และหวังให้เจ้ารักข้าบ้าง ข้าขอเพียงแค่นี้จะได้ไหม" องค์ชายตั๋วลู่พูดเสียงพร่า สะท้อนอารมณ์ปั่นป่วนในใจ

"ข้ายังเด็กอยู่ หัวงูู" หลิงหลงกระทืบเท้าวิ่งออกไปจากห้อง แม้บอกตัวเองว่าง้อองค์ชายตั๋วลู่เพราะเขาต้องการทาส?? แต่ได้ฟังแบบนี้ก็อดหน้าร้อนมิได้ 

องค์ชายตั๋วลู่เห็นน้องหนีไปดังนั้นก็ทราบว่าที่ทำมามิสูญเปล่า จึงเดินตามไปอย่างอารมณ์ดี 

"หัวงูคืออะไรหรือหลิงหลง หน้าข้ามิได้เหมือนงูสักหน่อย" คนพึมพำ  พอออกมาก็เจออี้เทากำลังจัดวางอาหารบนโต๊ะ มีองค์ชายจงซินคอยป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ

"รีบรับประทานเถอะ จะได้รีบนอน" หลิงหลงคว้าตะเกียบแก้เขิน แข่งกันรับประทานกับวิลเบอร์ มีองค์ชายตั๋วลู่นั่งมองยิ้มๆ เขาเพียงคอยคีบกับให้น้องน้อย ส่วนอี้เทานั่งให้องค์ชายจงซินปรนนิบัติเช่นกัน เพราะเหนื่อยมาก 

พอหลิงหลงอิ่ม ตาก็เริ่มปรือ อี้เทาจึงไล่องค์ชายทั้งสองออกจากห้อง

"พรุ่งนี้ยังมีเรื่องต้องทำอีกมาก พวกท่านกลับไปได้แล้ว หลิงหลงจะได้พักผ่อน" อี้เทาปิดประตูใส่หน้าอย่างไม่เกรงใจ 

แทนที่องค์ชายทั้งสองจะกลับวังเขากลับขอนอนค้างเอาดื้อๆ องค์ชายซ่งเว่ยเห็นใจคนหนุ่งสาวจึงให้พ่อบ้านจัดห้องใกล้ๆให้ ยามเช้าทั้งองค์ชายทั้งคู่จึงค่อยไปรับประทานอาหาารเช้าที่วัง พร้อมกับแจ้งพระบิดาว่าพวกเขาจะไปอาศัยที่ที่วังขององค์ชายซ่งเว่ยสักระยะแต่จะมาช่วยงานเหมือนเดิมทุกวัน

ฮ่องเต้ซีจิ่นย่อมต้องรีบส่งเสริม เพื่อความรักของบุตรชายและความเป็นปึกแผ่นของแคว้น ต่อให้บุตรชายไม่มาช่วยงานพระองค์ก็ยินยอม ปัญหาจึงถูกคลี่คลายลงแบบนี้

หลิงหลง อี้เทา วิลเบอร์และเจิ้งจื่อยี่ช่วยกันเคี่ยวยาเป็นจำนวนมาก สลับกับดูแลสวี่จ้วงชีที่ขับพิษออกจากร่างกาย โดยมีองค์ชายซ่งเว่ยคอยดูแลอย่างไม่รังเกียจ

ผ่านไป15วัน พิษในร่างกายของสวี่จ้วงชีเริ่มเจิือจางลง หลิงหลงปรับสูตรยา พร้อมกับเพิ่มยาบำรุงให้ จนถึงวันที่เหงื่อจากร่างกายของสวี่จ้วงชีไม่มีสีดำปะปน หลิงหลงจึงเพิ่มน้ำต้มสมุนไพรให้เขาแช่ พร้อมสอนให้องค์ชายซ่งเว่ยช่วยทำกายภาพบำบัดให้คนรัก

ทุกคนล้วนมีความสุขยกเว้นเจิ้งจื่อยี่ที่รู้สึกว่ามีสายตาคู่หนึ่งคอยจับจ้องจนเขาขนลุก เพราะเมื่อราชครูเกาซ่งทราบว่าองค์ชายจงซินมาพักอยู่ที่วังขององค์ชายซ่งเว่ย เขาจึงอาสามาสอนที่วังขององค์ชายจงซินเสียเลย โดยให้เหตุผลว่าที่นี่ใกล้กับจวนของเขามากกว่าและเขาก็จะได้ไม่ต้องวุ่นวายเดินทางเข้าวังด้วย

จนครบหนึ่งเดือน ใบหน้าของสวี่จ้วงชีเริ่มมีเลือดฝาด มองผ่านๆคล้ายคนนอนหลับ 

"ท่านปู่ ตอนนี้พิษในร่างท่านสวี่ก็ถูกขับออกมาหมดแล้ว นอกจากยาบำรุงและนวดร่างกายตามที่ข้าบอก พวกเราก็เพียงรอเวลาให้ท่านสวี่ฟื้นขึ้นมาเอง แต่เนื่องจากเขาป่วยมานานอาจจะใช้เวลาสักหน่อย" หลิงหลงอธิบาย

"ขอบใจเจ้ามาก หลายวันมานี่ข้ารู้สึกว่าอาชีมีปฏิกริยาตอบรับมากขึ้นจริงๆ เจ้าสามารถบอกเงื่อนไขของเจ้ามาได้ว่าเจ้าต้องการอะไรจากข้า" องค์ชายซ่งเว่ยพูดอย่างใจกว้าง

"ข้าต้องการรัดเกล้าพยัคฆ์ที่อยู่บนศีรษะท่านสวี่" หลิงหลงชี้หมับ

"แม้รัดเกล้านี้จะมีค่าพอสมควร แต่เจ้าจะไม่ขาดทุนหรือ ข้าเปิดห้องสมบัติให้เจ้าเข้าไปเลือกของมีค่ากว่านี้ก็ได้นะ หรือเจ้ามีเหตุผลอื่นจึงมาเพื่อรัดเกล้าอันนี้" องค์ชายซ่งเว่ยถามด้วยความเฉียบคม

"ถูกแล้วท่านปู่ รัดเกล้าพยัคฆ์ชิ้นนี้เป็นหนึ่งใน12นักษัตรที่ข้ารวบรวมอยู่ มันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตอาจารย์ของข้า" หลิงหลงเห็นว่าไม่มีประโยชน์ที่จะปิดบัง จึงบอกออกมาตรงๆ

"เช่นนั้นสินะ ข้าย่อมไม่ผิดคำพูดกับเจ้า แต่ที่ถามเป็นเพราะเคยมีคนหมายตาของชิ้นนี้เช่นกัน จึงจุดความสงสัยขึ้น" 

เหล่าผู้เยาว์มองหน้ากันเมื่อองค์ชายซ่งเว่ยกล่าวจบ 

"ท่านปู่พอจะบอกได้หรือไม่ขอรับ ว่าเป็นผู้ใดที่ตามหารัดเกล้าพยัคฆ์เหมือนกับพวกเรา" องค์ชายจงซินถามอย่างคนใจร้อน

"คล้ายว่าเขาเป็นคนต่างแคว้นนะ เขาให้คนมาติดต่อขอซื้อแต่ข้าปฏิเสธไป หลังจากนั้นอาชีก็ป่วย ข้าเลยไม่รับแขก นั่นก็5ปีมาแล้ว" องค์ชายซ่งเว่ยเล่า

"แล้วที่ผ่านมามีเหตุการณ์บุกรุกเข้าวังหรือไม่ขอรับท่านปู่" องค์ชายตั๋วลู่ถามบ้าง

"มีตลอดอยู่แล้ว เพราะความมั่งคั่งของข้า แต่เหล่านักบู๊ที่ข้าเลี้ยงไว้ทำงานได้ดีเยี่ยม จนถึงป่านนี้ยังไม่มีผู้ใดได้อะไรไป" องค์ชายซ่งเว่ยกล่าวอย่างภูมิใจ

หลิงหลงนิ่งคิด คนที่บุกมาอาจเป็นได้ว่าหมายตาทรัพย์สมบัติในวังเจ้าหรือไม่ก็รัดเกล้าพยัคฆ์ได้ทั้งสองอย่าง คงต้องเร่งมือรวบรวมไม่ให้ของตกไปอยู่ในมือฝ่ายตรงข้ามแล้ว

อี้เทาก็คิดเช่นเดียวกับน้อง ตอนนี้เขามีของสามชิ้นแล้ว นับว่านำผู้อื่นอยู่ก้าวหนึ่ง แต่จากนี้จะประมาทไม่ได้ เป็นไปได้ว่า12นักษัตรอาจมีความลับอื่นซ่อนอยู่

"พี่ลู่ท่านเตรียมการให้พร้อม หากท่านสวี่ฟื้นเราจะออกเดินทางทันที เรื่องเสบียงและคนที่จะนำไปด้วยให้พี่จื่อยี่จัดการ เสบียงนั้นขนไปให้มาก ข้างของสามารถใส่มิติของข้าไปได้ไม่มีปัญหา ส่วนพี่ซินท่านหานักวาดภาพเหมือน ให้วาดภาพเหมือนของคนที่มาขอซื้อรัดเกล้าพยัคฆ์ เรื่องนี้คงต้องรบกวนท่านปู่แล้ว พี่อี้เทาเตรียมยาบำรุงไว้ให้ท่านสวี่ให้พอช่วงที่เราไม่อยู่ วิลเบอร์เดี๋ยวเอาจดหมายจากข้าไปให้อาจารย์แล้วรอจดหมายตอบกลับมาด้วย อ้อแวะไปเอาอาหารที่ร้านของท่านพ่อติดมาเยอะๆเลยนะ ข้าตกอะไรไปหรือเปล่าพี่ลู่" หลิงหลงช้อนตามองพี่

"เจ้าสั่งงานยาวเหยียดขนาดนี้จะมีช่องให้พี่พูดหรือ แค่นี้ก็น่าจะครบแล้วล่ะ ขาดเหลืออะไรเราหาเอาข้างหน้าได้ ข้าจะสั่งให้คนเตรียมม้าให้เราเปลี่ยนระหว่างทางจะได้เดินทางเร็วขึ้นดีไหม" องค์ชายตั๋วลู่ส่งสายตาหวานให้หลิงหลง ทำเจิ้งจื่อยี่กระแอมคล้ายมีสิ่งใดติดคอ

"พวกเจ้าจะเดินทางไกลกันหรือ" ราชครูเกาซ่งที่ตีมึนนั่งฟังอยู่ด้วยตั้งแต่แรกถาม

"ใช่ ข้าแจ้งท่านไว้เลยแล้วกัน กลับมาข้าค่อยมาเรียนต่อนะ" องค์ชายจงซินแอบตีปีกว่าจะพ้นบทเรียนที่เขาไม่ชอบไปชั่วคราว

"ข้าจะไปด้วย เจ้าจะได้ศึกษาอย่างไม่ขาดตอน" ราชครูเกาซ่งยิ้มหล่อ เจิ้งจื่อยี่ได้แต่แอบเบะปาก ส่วนองค์ชายจงซินก็ได้แต่สลด แม้จะพยายามทำเพื่ออี้เทา แต่ก็แอบขี้เกียจนิดหน่อย เอาเถอะ อย่างน้อยก็ถือว่าเขาได้เปิดหูเปิดตาข้างนอก องค์ชายจงซินปลอบใจตัวเอง ส่วนหลิงหลงกับอี้เทานั้นไม่มีอะไรขัดข้อง องค์ชายตั๋วลู่ยืนยันว่าราชครูเกาซ่งไว้ใจได้ แถมหลิงหลงมีความคิดจะหาประโยชน์จากเขาไว้แล้ว

หลังจากนั้นอีกสองวัน สวี่จ้วงชีก็ได้ลืมตาเป็นครั้งแรก คล้ายว่าเป็นใจให้หลิงหลงได้เร่งเดินทาง เด็กน้อยตรวจอาการของเขาแล้วพบว่าพิษในกายถูกขับออกมาหมดแล้ว องค์ชายซ่งเว่ยที่ปลาบปลื้มใจย่อมตกรางวัลให้อย่างงามโดยเฉพาะอาหารที่หลิงหลงชอบ ท่านทราบว่าเด็กน้อยมีช่องมิติที่เก็บอาหารได้โดยไม่เน่าเสียจึงให้คนครัวทำเตรียมไว้ให้เป็นจำนวนมาก

วันถัดไปพวกเขาก็ออกเดินทางทันที โดยใช้รถม้าธรรมดาสามคัน หนึ่งคันเป็นขององค์ชายตั๋วลู่และหลิงหลง คันที่สองเป็นขององค์ชายจงซินและอี้เทา คันที่สามเป็นรถส่วนตัวของราชครูเกาซ่ง พร้อมเจ็ดองครักษ์ชุดเดิมที่ผ่านการฝึกโหดจากหลิ่วอินมาแล้ว และสมัครใจไป ส่วนราชครูเกาซ่งที่มาโดยไม่มีผู้ติดตาม เขาก็สลัดคราบชายสูงศักดิ์แต่งกายในชุดสามัญ ซึ่งตอนนี้กำลังใช้เวลาว่างระหว่างนั่งรถม้าสอนหนังสือองค์ชายจงซินไปด้วย ส่วนอี้เทานั่นที่ต้องโดยสารรถม้ากับองค์ชายจงซินออกตัวว่าไม่อยากรบกวนการเรียนหนีไปเล่นกับหลิงหลงที่รถม้าขององค์ชายตั๋วลู่

เจิ้งจื่อยี่นั้นแม้เป็นว่าที่พี่เขยของสององค์ชายก็ยังทำหน้าที่องครักษ์เช่นเดิม ขี่ม้านำหน้าขบวนกับองครักษ์คนอื่นๆ มีสี่คนนำขบวน และสี่คนปิดท้ายในชุดนักบู๊ ดูคล้ายขบวนของคหบดีออกท่องเที่ยว

หลิงหลงนั่งขมวดคิ้วอยู่บนตักขององค์ชายตั๋วลู่มองแผนที่บนโต๊ะ จุดสีทองเรืองแสงกำลังเคลื่อนตัวบนแผนที่ และกำลังมุ่งหน้าไปยังจุดหมายของพวกเขา ส่วนวิลเบอร์นอนหลับอยู่ข้างๆ เจ้าสุกรเหาะไปหาหลิ่วอินและนำคำตอบกลับมาพร้อมอาหารที่เถ้าแก่เจิ้งฝากมาให้ แม้มันจะแอบรับประทานไปเกือบครึ่ง ตอนนี้จึงนอนพักเอาแรง

"เพราะ12นักษัตรเป็นเครื่องประดับ ถ้าคนผู้นี้ใช้มันประดับร่างกาย จะเคลื่อนที่ก็ไม่แปลก" อี้เทาออกความเห็นที่อาจจะเป็นไปได้ พยายามไม่มองว่าหลิงหลงนั่งอยู่ที่ไหน เพราะองค์ชายตั๋วลู่ให้เหตุผลอย่างหน้าหนาว่าเพราะรถม้ามันแคบ หลิงหลงจึงควรนั่งบนตักเขาจะได้ไม่เบียดกัน เจ้าคนน่าตาย รถม้าขององค์ชายจงซินเมื่อตั้งโต๊ะเขียนหนังสือแล้วยังเหลือที่ให้เขานอน เป็นเจ้าจงใจให้วิลเบอร์นอนกินที่ต่างหาก

"เสียดายที่อยู่ห่างเกินไปข้าเลยไม่ทราบว่าเป็นนักษัตรอะไร ขอเพียงเข้าใกล้หวังว่าเราจะนำมันมาได้" หลิงหลงถอนหายใจ อยู่บนตัวองค์ชายตั๋วลู่ก็สบายดีเหมือนกัน รถม้าสะเทือนก้นน้อยๆของเขาจนระบมไปหมดแล้ว

"ใจเย็นๆเถิด อีกสองวันเราก็จะไปถึงจุดหมายแล้ว ตอนนี้ก็พักเอาแรงเสียก่อน" องค์ชายตั๋วลู่รั้งหลิงหลงที่เริ่มหาวให้นอนซบตัวเอง อี้เทาที่ระคายสายตาจึงขอตัวแล้วใช้วิชาตัวเบากระโดดกลับไปยังรถม้าของตัวเองโดยไม่ยอมเสียเวลาหยุดรถม้า 

ทางด้านคนในเงามืดนั้น พบว่าอยู่ๆพลังของ12นักษัตรก็หายไปเฉยๆถึง3ชิ้น ทำให้พวกมันลนลานเป็นอันมาก ผู้เป็นหัวหน้าถึงกับบันดาลโทสะลงโทษลูกน้องของมันอย่างโหดเหี้ยม

"ไต้อ๋องโปรดพระทัยเย็นก่อนพ่ะย่ะค่ะ" ลูกน้องคนสนิทเสี่ยงชีวิตเข้าทัดทานไต้อ๋องผู้มีร่างกายสูงใหญ่ มีหน้ากากเหล็กคาดครึ่งบนของใบหน้าที่กำคอของบริวารผู้หนึ่งด้วยมือข้างเดียว ยกสูงจนบริวารผู้นั้นขาลอยพ้นจากพื้น มันมีดวงตาเหลือกลานใกล้จนหมดลมเต็มแก่ แต่บุรุษผู้นี้นับว่ายังโชคดีกว่าสหายของมันที่โดนพลังฝ่ามือสังหารในครั้งเดียว

"เจ้าจะให้ข้าใจเย็นหรือ แผนที่ข้าวางไว้นานปีใกล้จะสำเร็จอยู่ก็หายวับไปในอากาศเช่นนี้" ไต้อ๋องตะคอกใสบริวารคนสนิท

"อาจมีความผิดพลาดอะไรสักอย่าง หากเราให้เจ้านั่นสร้างแผนที่อีกใบอาจจะหา12นักษัตรที่หายไปพบก็ได้นะพ่ะย่ะค่ะ" 

ผู้ยกตนเองเป็นไต้อ๋องได้ฟังเช่นนั้นก็ใจเย็นลง เขาโยนลูกน้องในมือทิ้งอย่างไม่ใยดี

"เจ้าจงไปจัดการเรื่องแผนที่ใบใหม่ หากมันยังงอแงอยู่ก็ทรมานมันเข้าไปอีก"


เอาละ ผู้ร้ายโผล่มาแล้ว ก็จะโหดหน่อยๆ อย่าลืมไปเล่นเกมส์กันในเพจนะคะ


ความคิดเห็น