ขอบคุณทุกกำลังใจ กำลังเริ่มติดเหรียญแล้วนะคะ ใครยังไม่อ่านรีบอ่านก่อนติดเหรียญนะคะ

ตอนที่ 26 งานเลี้ยงภายในวัง

ชื่อตอน : ตอนที่ 26 งานเลี้ยงภายในวัง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2561 05:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 26 งานเลี้ยงภายในวัง
แบบอักษร

ในวังมีงานเลี้ยงเฉลิมฉลองวันพระราชสมภพขององค์ฮองเฮา นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าจะได้เข้าร่วมงานในฐานะฮูหยินของจวนราชครูข้าจึงอดรู้สึกตื่นเต้นมิได้ งานเลี้ยงภายในวังจัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ยามที่ข้าและตวนมู่เฉินเดินเข้าไปในงานผู้คนต่างพากันมองมายังพวกข้า ตวนมู่เฉินพาข้าเดินไปนั่งยังโต๊ะที่สำนักพระราชวังจัดเตรียมไว้ให้ เห็นฟางฮูหยินที่นั่งอีกโต๊ะถัดไปสงยิ้มมาให้ ข้าอดทำสีหน้าทะเล้นส่งให้นางมิได้ ท่านอัครเสนาบดีหันมาเห็นเข้าจึงส่งสายเย็นยะเยือกใส่ข้าทันที ข้าจึงต้องรีบสงบเสงี่ยมเจียมตน เฮ้อดูเหมือนเขาจะมิชอบข้าเท่าใดนัก ทำเช่นไรได้เล่าเพราะเมื่อพบกันคราใดข้ามักก่อเรื่องอยู่เสมออีกทั้งยังนำพาฮูหยินของเขาออกนอกลู่นอกทางอยู่บ่อยครั้ง สมควรแล้วที่เขาจะมิใคร่ถูกชะตากับข้าเท่าใด

สายตาหญิงสาวภายในงานต่างจ้องมองมายังพวกข้าด้วยสายตาจับผิด โชคดีที่ข้าเคยชินต่อสายตาเช่นนี้แล้ว ข้าจึงส่งยิ้มให้กับพวกนางด้วยรอยยิ้มอันสดใส แต่พวกนางมักตอบกลับข้าด้วยการสะบัดหน้าใส่ หากเป็นเมื่อก่อนข้าคงรู้สึกเศร้าใจ แต่ยามนี้ข้าอดหัวเราะขบขันพวกนางมิได้ ฮิฮิ อิจฉาข้าล่ะสิ

“อากาศหนาวเย็นยิ่งนัก ดูสิมือของเจ้าเย็นไปหมดแล้ว เตาพกที่ข้าให้เจ้าถือมาหายไปที่ใดแล้ว” เขาเอ่ยพลางดึงมือข้าไปกุมเพื่อเพิ่มความอบอุ่น สายตาริษยาหลายคู่ทิ่มแทงมายังข้าจนข้าอดรู้สึกหนาวเย็นเพิ่มขึ้นมามิได้ ข้าพยายามจะดึงมือกลับแต่ตวนมู่เฉินยังยึดไว้ข้าจึงได้แต่แอบทอดถอนใจ

“ข้าไม่หนาวหรอก เสื้อคลุมที่ท่านแม่ส่งมาให้อบอุ่นยิ่งนัก ท่านมิต้องเป็นห่วง” ข้ากล่าวกับเขาด้วยรอยยิ้ม

“ได้เห็นพวกเจ้าที่ยังหนุ่มยังสาวรักกันเช่นนี้ข้าและพระชายา รู้สึกอิจฉาพวกเจ้ายิ่งนัก” ลิ่วอันอ๋อง ที่นั่งร่วมโต๊ะกับพวกข้าเอ่ยกระเซ้าเช่นนี้ข้าอดเขินอายขึ้นมามิได้

“ท่านพี่ ท่านเอ่ยหยอกเย้าตามตรงเช่นนี้พวกเขาจะเขินอายเอาได้นะเจ้าคะ ลู่เหรินเจ้าดูไว้เป็นตัวอย่างนะวันหน้าจะหาสามี ต้องหาคนที่เป็นห่วงและดูแลเจ้าเช่นนี้เข้าใจหรือไม่” พระชายาลิ่วอันอ๋องเอ่ยกับลิ่วลู่เหรินบุตรสาวคนรองที่นั่งร่วมโต๊ะกับพวกข้าด้วยรอยยิ้ม ข้ามองลิ่วลู่เหรินแล้วก็อดทอดถอนใจให้กับความงามของนางมิได้ แม้ว่านางจะมิได้งดงามเทียบเท่าพี่สาว ซึ่งได้เป็นถึงพระชายาเอกขององค์ชายห้า แต่ความเยาว์วัยและความอ่อนหวานของนางนั้นมีอยู่มาก ความงดงามของนางจึงโดดเด่นกว่าพระชายาลิ่วลู่เจินผู่เป็นพี่สาวมากนัก ข้าอดแอบมองไปยังตำแหน่งที่เหล่าองค์ชายนั่งอยู่มิได้ พวกข้าได้นั่งร่วมโต๊ะที่อยู่ตำแหน่งด้านหน้าร่วมกับเหล่าเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง อาจเพราะด้วยตำแหน่งราชครูของตวนมู่เฉินและฐานะหลานสาวเพียงคนเดียวขององค์ฮองเฮา ยามนี้พวกข้าจึงได้นั่งในกลุ่มเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงใกล้เคียงกับโต๊ะของเหล่าองค์ชาย วันนี้องค์ชายห้าพาพระชายารองเข้ามาในงาน สร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนเป็นอันมาก ด้วยธรรมเนียมแคว้นเหลียงแล้วภรรยาเอกจะได้รับการให้เกียรติอย่างสูงสุด ผู้ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นภรรยาเอกเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าร่วมงานเลี้ยงกับสามีได้ แต่ครานี้องค์ชายห้านับว่าประพฤติผิดจากธรรมเนียมทั่วไป ด้วยการนำลู่เฟยเหยาผู้เป็นพระชายารองมาร่วมงาน เป็นการแสดงให้ผู้คนทั่วไปได้เห็นว่าเขาและพระชายาเอกลิ่วลู่เจินไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก

ผู้คนต่างร่ำลือกันว่าพระชายาเอกลิ่วลู่เจินทำให้พระชายารองต้องสูญเสียบุตรที่อยู่ในครรภ์ทำให้องค์ชายห้าขัดเคืองใจเป็นอย่างมาก จึงส่งพระชายาเอกกลับจวนลิ่วอันอ๋อง เรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร เพราะเป็นการสั่นสะเทือนไปถึงเรื่องการแย่งชิงบัลลังก์ของเหล่าองค์ชายอีกด้วย เนื่องจากองค์ชายห้ามีจวนลิ่วอันอ๋อง บิดาของพระชายาเอกหนุนหลัง การที่องค์ชายห้าทำเช่นนี้เท่ากับว่าตัดความสัมพันธ์กับจวนลิ่วอันอ๋องแล้ว ยามนี้ตำแหน่งองค์รัชทายาทเหลือเพียงองค์ชายรองและองค์ชายเก้าญาติผู้น้องของข้าเท่านั้น ที่พอจะมีอำนาจในการแย่งชิงตำแหน่ง เมื่อมองไปยังญาติผู้น้องของข้าข้าอดตกใจมิได้ เหตุใดจึงส่งสายตาอ่อนหวานเช่นนี้ให้ข้าเล่า ข้ารู้สึกขนลุกจนอดลูบแขนตนเองมิได้

“เจ้าหนาวหรือ”เขาเอ่ยถามพลางหันไปส่งสัญญาณให้จูเหลียงส่งเตาพกให้ แล้วจึงนำมายัดใส่มือข้า ท่าทีอบอุ่นนุ่มนวลและรอยยิ้มอ่อนโยนนี้ทำเอาข้าอบอุ่นหัวใจยิ่งนัก แม้ว่าจะมีสายตาริษยารอบข้างมาทิ่มแทงข้าก็ไม่รู้สึกรู้สาเลยสักนิด

“ข้ามิเป็นไร ขอบคุณท่านมาก” ข้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเช่นเดียวกัน เพื่อเป็นการตอบโต้สายตาริษยาเหล่านั้นให้ความริษยาจุกอกพวกเจ้าไปเลยนะ หึหึ ข้าเหลือบไปมององค์ชายเก้าอีกครั้งแล้วหันไปมองเพื่อนร่วมโต๊ะข้าก็สะดุดใจกับความงามและความอ่อนเยาว์ของลิ่วลู่เหรินเข้าพอดี ข้าหรี่ตาพลางส่งสายตาตักเตือนญาติผู้น้องของข้าทันที เจ้าคนสมองหมูนี่บุตรสาวของคนที่อาจจะเป็นศัตรูกับเจ้าเชียวนะ สาวสวยมากมายมีให้เจ้าเลือกเหตุใดจึงมาหมายปองสาวน้อยจากจวนลิ่วอันอ๋องเล่า ดูเหมือนเขาจะรู้ตัวว่าข้าส่งสายตาทิ่มแทงไปให้ จึงหลุดจากภวังค์อ่อนหวานแล้วหันมาสบสายตาของข้า เขาสะดุ้งสุดตัวแล้วรีบหลบสายตาข้าทันที ข้าอดกังวลใจมิได้ เหลือบไปมองยังฟางฮูหยินเห็นนางพูดคุยยิ้มแย้มกับผู้ร่วมโต๊ะข้าก็ยิ่งกังวลใจ ยามนี้นางกำลังท้องกำลังไส้ หากข้านำเรื่องนี้ไปบอกนาง นางจะต้องไม่สบายใจเป็นแน่ ข้ากำลังตัดสินใจว่าจะบอกดีหรือไม่ก็สบเข้ากับสายตาข่มขู่ของท่านอัครเสนาบดีเข้า ข้าจึงตัดสินใจได้ว่าไม่บอกจะเป็นการดีกว่า คิดได้แล้วข้าก็ได้แต่ทอดถอนใจออกมาเสียงดัง จนตวนมู่เฉินนิ่วหน้า เขากำลังจะเอ่ยถามแต่ข้ายกมือส่งสัญญาณห้ามปราม ด้วยยามนี้ผู้คนมากมายไม่เหมาะที่จะอธิบาย ดูเหมือนเขาจะเข้าใจข้าดีจึงดึงมือข้าไปกุมอย่างอ่อนโยนจนข้าอดยิ้มออกมามิได้

งานเลี้ยงดำเนินไปจนดึกดื่นองค์ฮ่องเต้และฮองเฮาเสด็จกลับตำหนักแล้ว ตวนมู่เฉินจึงชักชวนข้าเดินทางกลับ เขาพาข้าไปคารวะท่านปู่ ท่านย่าและสมาชิกจวนตระกูลตู้ที่ได้นั่งโต๊ะพิเศษร่วมกับเหล่าเชื้อพระวงศ์ในฐานะตระกูลเดิมขององค์ฮองเฮา ข้ากอดท่านย่าและท่านแม่ด้วยความคิดถึงแม้ว่าข้าจะไปเยือนจวนตะกูลตู้หลายครั้งแต่ก็อดอาลัยอาวรณ์คิดถึงแต่คนในจวนตระกูลตู้มิได้ แม้แต่ท่านย่าเองยังแอบบ่นกับข้าว่ารู้อย่างนี้ให้ข้าแต่งกับจวนข้างๆดีกว่า แค่ข้ามกำแพงก็พบกันแล้ว ข้าอดนิ่วหน้ากับความคิดนางมิได้ ด้วยจวนข้างๆคือจวนแม่ทัพเซียว บุตรชายของจวนตระกูลเซียวยามนี้มีอายุเพียง5 ขวบ ท่านย่าคงมิได้อยากให้ข้าพรากผู้เยาว์กระมัง ใช้เวลาบอกลากันเนิ่นนานกว่าจะแยกจากเพื่อขึ้นรถม้ากลับจวน

ข้ากลับถึงจวนด้วยความอ่อนเพลีย จูเหลียนมาช่วยข้าเปลี่ยนชุดเมื่อปีนขึ้นเตียงได้ข้าก็แทบจะหลับสนิทหากว่าไม่มีมือปลาหมึกมาก่อกวนเสียก่อน

“ข้าง่วงมากแล้ว” ข้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงง่วงงุน

“ข้ายังไม่ง่วง” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

“ท่านนี่นะ หยุดสักวันมิได้หรือ” ข้าเอ่ยพลางตีมือที่กำลังลูบไล้ดังเพี๊ยะ เขาชะงักเล็กน้อยแต่มิได้หยุดมือ

“เจ้ามิอยากมีลูกบ้างหรือ ดูอย่างญาติผู้น้องเจ้าสิยามนี้ก็กำลังตั้งครรภ์แล้ว หากเจ้าไม่รีบมีตอนนี้ลูกของเจ้าจะโตไม่ทันลูกของฟางฮูหยินนะ” เขาเอ่ยเช่นนี้ข้าก็นิ่วหน้า

“โตไม่ทันแล้วอย่างไรเล่า” ข้าเอ่ยถามเขาด้วยความสงสัย

“ประเดี๋ยวลูกจะไม่มีเพื่อนเล่นนะ เจ้าคิดดูตั้งแต่เล็กเจ้ากับฟางฮูหยินก็อยู่ด้วยกันเป็นเหมือนเพื่อนกันมาตลอด ยามเจ้ามีลูกเจ้าก็ย่อมอยากให้ลูกของเจ้าเป็นเพื่อนเล่นกับลูกของนางมิใช่หรือไม่ หากลูกของฟางฮูหยินโตไปมากแล้วเขาจะยอมมาเล่นเป็นเพื่อนกับลูกของเจ้าหรืิอ”เขาเอ่ยถามพลางเริ่มซุกไซร้

“ลูกข้า เกี่ยวข้องอันใดกับลูกนางเพ้ย! อย่าทำเช่นนั้นสิข้าคิดอันใดไม่ออกช่างเถิด ท่านจะเอ่ยอันใดออกมาให้มากความถึงอย่างไรข้าเคยขัดใจท่านหรือ” ข้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ ส่วนเขาหัวเราะหึหึ แล้วปฏิบัติภาระกิจต่ออย่างมุ่งมั่น คนผู้นี้ภายนอกดูสุภาพนุ่มนวลวางท่าทางสูงส่งยิ่งกว่าบัณฑิตทั่วไป แต่ยามนี้ภาพเหล่านั้นหายไปแล้วกลายเป็นชายผู้หื่นกระหายมาแทนที่ เฮ้อ ตวนมู่เฉินข้ามองเจ้าไม่ผิดจริงๆเจ้าคนสองหน้า

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว