ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 11 : กระซู่ร.ด.

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 : กระซู่ร.ด.

คำค้น : yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 25.3k

ความคิดเห็น : 43

ปรับปรุงล่าสุด : 26 เม.ย. 2558 21:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 : กระซู่ร.ด.
แบบอักษร

บอกก่อนๆ

ไปอ่านตอนที่ 10 ให้ครบร้อยเปอร์ด้วยนะ!!

ใครลืมอ่านไปอ่านด้วยยยยยT^T

 

 

 

 

 

ตอนที่ 11 : กระซู่ร.ด.

 

 

     “เราตัวร้ายอ่ะ”

 

 

     ผมมองคนตรงหน้าด้วยความอึ้ง...  พ่อแม่ที่ไหนวะเนี่ยทำร้ายลูกตัวเองได้  โห...   แต่เดี๋ยวก่อนนะ  มันเป็นคนเกาหลีไม่ใช่หรอ?  ทำไมชื่อไทย?

 

     “นายเป็นลูกครึ่งไทยหรอ?  ทำไมชื่อไทยล่ะ” ผมถามด้วยความสงสัย   แล้วยิ่งขมวดคิ้วหนักเมื่อไอ้คนเกาหลีส่ายหน้า

 

     “เปล่านะ  ร้ายเป็นคนเกาหลีแท้เลยล่ะ  แต่ชื่อนี้ไทม์เป็นคนตั้งให้อ่ะ” ร่างเล็กพูดตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษ  ผมพยักหน้าอย่างเข้าใจ  แล้วเข้าไปกอดพ่อทัพอย่างเนียนๆ   พร้อมกับปัดมือของคนแดนกิมจิให้พ้นจากไหล่ไอ้วายด้วย

 

 

      หันไปคุยเรื่องทั่วไปโดยที่ไม่สนไอ้ตัวร้ายเลยแม้แต่น้อย   กูไม่อยากด่าไง...  กูเห็นแก่หน้าชาอึนซังกับหมอพัคฮุน   เพราะงั้นกูไม่ด่ามึงหรอก...   ผมว่าผมจะปล่อยมันไปนะ   พวกคุณชายคงไม่อยากได้มันเป็นเมียอีกคนหรอกดูจากชื่อกับท่าทางก็พอรู้ละ

 

 

     “อ๊ะจริงสิ... ร้ายว่าร้ายเคยเห็นวิดีโอของซีที่โซเชียลแคมด้วยล่ะ!!” เสียงแหลมเล็กทะลุขึ้นมาตอนผมหันไปคุยกับวาย  กูอุตส่าห์จะไม่ทำอะไรมึงแล้วนะอีตัว... (มันเป็นชื่อตัวร้ายค่ะ  น้องซีแค่ย่อ  ไม่ใช่อย่างอื่นนะแก)

 

 

      “อ่า... เสือก  เอ้ยรู้เรื่องคนอื่นดีเหมือนกันนะ” ผมพูดยิ้มๆ  โต๊ะข้างเคียงเริ่มหันมามองแล้วครับ  พวกวายก็นั่งเงียบไปเหมือนกัน...  แต่ทำไม?  กูไม่สน  จบนะ!

 

      “อึก... เราว่าในวิดีโออ่ะซีเหมือนกระซู่มากเลยนะไม่ใช่สิ...  ที่ไทยต้องใช้คำว่าน่ารักใช่ไหม?” ตัวร้ายสะอึกแล้วเริ่มเปลี่ยนเรื่อง  เอียงคอหันหน้าไปถามคุณชายที่ตอนนี้นั่งหน้าซีด

 

      “อะ... อือ” คุณชายพยักหน้า  ผมเริ่มเปลี่ยนจากท่านั่งธรรมดามาเป็นไขว่ห้าง  เอามาเท้าคางไว้  มองไปหาอีกฝ่ายที่ตอนนี้เริ่มพูดจ้อไม่หยุด

 

      “ในวิดีโออ่ะ   ร้ายว่าซีเหมือนเด็กขายน้ำเลยล่ะไม่สิ... ที่ไทยใช้คำว่าอะไรนะ?  อ้อเพลย์บอยล่ะ!” ดวงตาสีดำกลมโตมองผมด้วยแววตาระยิบระยับ  ตอนนี้พวกพ่อทัพเริ่มนั่งกันไม่สุข  มองผมสลับกับตัวร้าย

 

      “อือ... ขอบใจที่ชมนะ  ก็พอรู้ว่าตัวเองค่อนข้างเสน่ห์แรงอ่ะ” ยิ้มหวานส่งไป  ตัวร้ายขมวดคิ้วพร้อมมองผมด้วยความไม่พอใจ

 

      “ใช่ๆ  เราว่าซีอ่ะหน้าด้าน  เอ๊ย  น่ารักมากเลยล่ะ” ผมทำปากเบะเบาๆ   ด่าหน่อมแน้มว่ะ

      “ช่ายยย  ตัวร้ายเองก็โคมุนโซ (แรด) มากๆเลยล่ะ  ไม่สิ...เราจะพูดว่าควีโยมิ (น่ารัก) อ่ะ  ขอโทษน้า  ลิ้นมันพันอ่ะ” ก้มหัวให้อีกฝ่ายตลกๆ

 

 

      “ไม่เป็นไรๆ  พวกร่านๆกระแดะพูดเกาหลีบ่อยก็เป็นงั้นแหละ...  ไม่ใช่สิ  เราจะพูดว่าชาวต่างชาติอ่ะ” อื้อหื้อ...  พูดเหมือนตัวเองไม่กระแดะพูดไทยเลยนะ  ผมคิดในใจแล้วถามมันไปประโยคหนึ่ง...

 

 

      “ตัวร้าย...  ที่มาเรียนที่ไทยนี่ชอบประเทศไทยหรือว่าแค่คันจนอยากมาหาผู้ชายไทยกันแน่อ๋อ?” ผมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง   แต่อันที่จริงตอนนี้กำลังกั้นขำอยู่ครับ  ยิ่งเห็นแววตามันยิ่งอยากปล่อยก๊าก

 

 

     “อ่า...  ซีว่าซีกลับก่อนดีกว่า  วาย...  กลับบ้านกัน”ผมหันหน้าไปพูดกับพี่ชาย  โปรยยิ้มไปให้ไอ้ตัวร้ายที่นั่งกัดฟันอยู่

 

 

      “ผู้ชายที่มีผัวหลายคนนี้...  ตัวร้ายว่าต้องเสี้ยนมากแน่เลยอ่ะไทม์  แล้วยิ่งเอากับพี่ตัวเองอีก...  แบบนี้ไม่พ่อแม่ไม่สั่งสอนก็คงไม่มีการศึกษาอ่ะเนอะ” ตัวร้ายตะโกนไล่หลังผม   เฮ้อ...  เบื่อจัง  พวกหน้าด้าน

 

 

     “ก็ใช่นะตัวร้าย   แต่ไอ้พวกที่ชอบแย่งผัวคนอื่นเนี่ย...  สันดานมันเหี้_ยมากกว่านะ  ว่าไหม?   ไม่มีคนเอาจนต้องวิ่งแรดๆไปหาผัวคนอื่นอ่ะแม่งโคตรน่าสมเพชเลย” ผมหันกลับไปด้านหลังแล้วตะโกนตอบ  ได้รับเสียงวีดวิ๊วมากจากนักศึกษาบางคนที่นั่งอยู่บริเวณนั้น

 

 

      ยกนี้กระซู่ชนะแรดนะครับ.... J

 

 

 

 

 

 

 

       20 เปอร์จ้าา

 

 

  

 

 

 

 

    ผมเดินออกจากบริเวณลานหน้าคณะของไอ้วาย  เลี้ยวซ้ายจะกลับคณะของตัวเอง  มือข้างหนึ่งหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมากดโทรหาไอ้ซัน

 

 

      “โหลมึง”

      [โหลๆ ทำไมพูดไม่เพราะอ่ะผัว?] เสียงไอ้ซันตอบกลับมาแล้วถามผม

     “ไม่มีรมณ์” ผมตอบกลับไปเนือยๆ  หันไปมองด้านหลังก็เห็นว่าไอ้วายที่ตอนแรกเดินตามมาตอนนี้หายไปไหนก็ไม่รู้  เหอะ... กลับไปหาเมียใหม่มึงหรือไง  อารมณ์โมโหพุ่งปรี๊ด  ห่าเอ๊ย!!  ตอนกูด่าแรดช่วยยังไม่มี!

 

     [มึงเป็นไรมากป่ะเนี่ย  รังสีอาฆาตทะลุโทรศัพท์มากครับ] ปลายเสียงพูดเสียงเครียดปนตกใจ 

       “ไม่หรอก  ช่วงนี้เบื่อผัว” ผมพูดไปตรงๆ  คบไม่ถึงเดือนมีมือที่สามโผล่มาซะแหละ  ดีนะช่วงนี้กูเครื่องติดไม่งั้นคำเดียว....เลิก!!

 

      [หันมากินกับกูก็ได้  ม่ะๆ] อีกฝ่ายทำเสียงทะเล้น  ผมทำหน้าเบื่อโลกตอบกลับไป...  ถึงมันจะไม่เห็นก็เถอะ

 

       “พอเหอะน่า...  จะไปกินเค้กที่หลังมอ  มึงจะไปไหม?” ผมพูดพร้อมเดินเตะฝุ่นไปเรื่อยๆ  ทำไมไม่มีพี่วินโผล่มาเลยเล่า?  ปกติต้องมีดิ!

 

      [ไม่ได้ว่ะ  กูต้องไปเรียนพิเศษอ่ะ  โทษนะซี] ผมถอนหายใจ  จะเรียนอะไรกันนักหนา  ว่าแต่มึงเรียนพิเศษตอนไหน?  จะว่าเรียนอังกฤษก็ไม่ใช่  ซันเก่งภาษายังกับอะไรดี  แล้วมันเรียนพิเศษอะไร? 

 

     “เออๆ แค่นี้นะ” พูดจบก็ตัดสายมัน  โบกมือเรียกพี่วินหยอยๆ  แต่ดันมีรถคันหรูวิ่งมาจอดเทียบข้างผมซะก่อน

 

     “เมียจ๋า... ขึ้นมาเร็ว” ไอ้วายลดกระจก  แล้วพูดเสียงหวาน  ผมยืนนิ่งกลอกตาไปมา  แล้วชี้ไปที่พี่วิน

 

      “กูเรียกวินแล้ว  จบนะ? จะไปร้านเค้กหลังมอ” ผมพูดก่อนจะซ้อนท้ายพี่วิน  บอกพี่เขาออกรถ  ปล่อยให้ไอ้วายยืนตะโกนไล่หลังมาอย่างนั้น  ขอโทษทีผัว  ช่วงนี้อารมณ์เมียแปรปรวนขอตัวไปพักก่อนแปป...

 

 

 

 

     ผมนั่งแกว่งเท้าไปมา  ร้านเค้กร้านนี้พี่เจ้าของร้านชื่อเค้กมีเพื่อนชื่อพี่น้ำปั่น   สองคนนี้เป็นเพื่อนสนิทกันครับ  เพราะงั้นร้านเค้กของพี่เค้กจะมีร้านน้ำปั่นร้านหนึ่งอยู่ข้างๆ  แปลกดีเหมือนกัน  แทนที่จะเป็นหุ้นส่วนกันแต่พวกพี่เขาดันแยกร้านทำกันซะงั้น

 

     แต่ก็ด้วยความเป็นเพื่อนล่ะครับ  ร้านพี่น้ำปั่นกับร้านพี่เค้กเลยใช้กระจกแบ่งร้านอันเดียวกัน  เป็นกระจกใสๆกั้น  เพราะงั้นลูกค้าทั้งสองฝั่งเลยมองเห็นกันได้  ร้านพี่เค้กจะออกแนววินเทจหน่อยๆ  ขาว,เทา,น้ำตาล  ทั้งร้านมีอยู่แค่นี้ล่ะครับ  ส่วนพี่น้ำปั่นจะออกไปแนวหวานๆเลี่ยนๆ  มีตุ๊กตาหมีเต็มไปหมด  เหมาะกับพวกคู่รักเลี่ยนๆนั่นแหละครับ

 

     ผมสั่งเค้กไปแล้ว  ตอนนี้ก็เหลือแค่รอ  บางทีกินเค้กก็อาจจะทำให้หายเซ็ง  นึกถึงหน้าตัวร้ายทีไรผมนี่อยากจะจับมากระทืบลงดิน  แต่เผอิญน้องซีไม่ได้โหดร้ายหรือเป็นพวกชอบทารุณกรรมสัตว์อ่ะครับ

 

 

     กริ๊งงง

                                  

 

      เสียงกระดิ่งร้านที่บ่งบอกว่ามีคนเข้ามา  ผมหันไปมองนิดๆ  เมื่อเห็นว่าเป็นใครก็โบกมือทักทายคนที่เข้ามาในร้านทันที

 

 

      “ไอริ!!” ร่างเล็กหันซ้ายหัวขวามองหาเสียงเรียก ก่อนจะมองมาที่ผมแล้วยิ้ม

 

 

      “เจ้ หวัดดีค่า” เสียงใสพูดทักทายผม  เจ้พ่อง...

      “เจ้อะไรล่ะไอ  พี่เป็นผู้ชายก็พอ” ผมยู่ปากใส่ผู้หญิงตรงหน้า ไอริเงยหน้ามองขึ้นฟ้าแล้วปล่อยก๊ากออกมา  ใครสอนมึงน้อง... ความเป็นผู้หญิงบอกพี่ทีว่ายังเหลือ...

 

      “ไอทำใจเรียกเฮียไม่ลงหรอก  เจ้อ่ะดีแล้ว  อ๊ะ... พี่คะ เค้กส้มชิ้นหนึ่งค่ะ!” โบกมือชูแขนใส่พนักงานพร้อมกับยิ้มแฉ่งเป็นเอกลักษณ์

 

     แนะนำนะครับ  ผู้หญิงตรงหน้าผมชื่อว่าไอริ เป็นน้องในสายรหัสผมเอง  ตอนนี้อยู่ปีสอง  หน้าตาก็น่ารักธรรมดาทั่วไป  แต่ถึงจะอย่างนั้นน้องสาวผมก็มีผู้ชายจีบเยอะเหมือนกันนะ!   ตอนแรกโคตรดีใจเลยที่มีน้องรหัสเป็นผู้หญิง  แถมเจ้าตัวยังเป็นดาวมหาลัยอีก  เรียกได้ว่าฟินครับ!   หุ่นแม่นางนี่แจ่มสุดๆ  แจ่มทุกอย่างยกเว้นสติ...

 

     “ว่าแต่มาที่นี่ทำไมหรอไอ?” ผมพูดเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นว่าเค้กที่เจ้าตัวสั่งมาส่งเรียบร้อยแล้ว  ไอหันมามอง  งับช้อนแล้วก็ทำท่าคิด

 

      “ล้านปีผ่านไป” ผมพูดเปรยขึ้นมาเบาๆ  ดวงตาโตมองค้อนขวับ  

 

     “เจ้ก็...  ไอนัดเพื่อนมาติวค่ะ  อาจารย์นัดสอบ” ผมพยักหน้าอย่างเข้าใจ  อืมๆ นัดเพื่อนมาติวสอบ  ชีวิตเด็กมหาลัยนี่ดีเนอะเอ่อ... กูก็มหาลัยนี่นา

 

     “แล้วเจ้มาทำไมอ่ะ?” ไอหันมาถามผมเมื่อตัวเองกินเค้กเสร็จเรียบร้อย...  โอ้โห...  มนุษย์ผู้หญิงเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัว  กินเร็วชิบ...

 

     “งอลคนอยู่  รอมาง้อเนี่ย  ไม่มาซักที” ผมนอนราบไปกับโต๊ะ  กูหนีพวกมึงมาก็จริงแต่ไม่คิดจะมาหากูหน่อยเรอะคิดแล้วเศร้า  มีผัวไม่ดีคิดอยากฆ่าตัวตาย   เฮ้อ

 

     “อ่าหะ...  จริงสิเจ้!” ผมเงยหน้าจากโต๊ะขึ้นไปมองไอริที่ตอนนี้สั่งเค้กมาอีกชิ้นเรียบร้อยแล้ว

     “อะรายยยย” วิบัติเพื่อเสียงนะฮะ  เยาวชนที่ดีไม่ควรทำตาม... 

     “ไอได้ข่าวว่าหลานรหัสเจ้หรือก็คือน้องรหัสไอเป็นผู้ชายล่ะ!” พูดให้มันยุ่งยากเพื่อ?

      “ถ้าเป็นผู้หญิงพี่จะดีใจกว่านี้... ได้ข่าวปีนี้มีอึ๋มเต็มไม่ใช่หรอ?  ฮือออ” ผมคร่ำครวญเบาๆ  แล้วก็ถูกอีกฝ่ายค้อนมาจนได้  ฟุบต่อก็ได้ว่ะเบื่อจัง  โว้ยยย

 

 

     “อ่ะเจ้เพื่อนไอมาและ  งั้นไอไปก่อนนะ” ผมเงยหน้ามอง

    “ไม่ต้องหรอก  นั่งนี่แหละ ...  โต๊ะใหญ่จะตาย  พี่จะได้ช่วยสอนไง” ผมพูดเนือยๆ  ไอคิดแล้วพยักหน้า  ผมก็ฟุบหน้าตัวเองลงไปกับโต๊ะต่อ  หวังว่าเพื่อนคงสวย  เพื่อพี่จะมีกำลังใจไปปะทะกับแรดแถววิดวะฯต่อ

 

 

      “นั่งเลยๆ  นี่พี่รหัสเรา  ห้ามจีบนะ!  เราหวงมากกกก” เสียงไอพูดลากยาว  ผมหลุดหัวเราะเล็กน้อย  แล้วเงยหน้ามองเพื่อนไอริ

 

 

     โอ้...  ตำลึง...

 

 

     ขาเรียว... สวย... หมวย... เอ็กซ์...  ประโยคที่พูดนี่ตรงกันข้ามเชี้ยยย  อย่างหล่อรัศมีกลบแล้วเตรียมเผากูมากครับ  แต่สิ่งที่ตกใจกว่านั้นคือ...

 

      “ลีท... ชิพ... เฟรช...” พูดชื่อพวกมันเสียงเบา  เฮ้ยไอบอกว่าเป็นเพื่อน?  งั้นพวกนี้ก็ปีสองอ่ะดิทำไมอ่ะ?  คือละ?

 

 

      “อ้าว  ซีหวัดดี” ไอเฟรชพูดทักผม  ไอ้ดีลีทยิ้มน้อยๆส่วนชิพมันเดินมานั่งอย่างเดียว

      “อะไรอ่ะพวกมึง?  อยู่ปีสองหรอ?  แล้วคณะกู?” ผมรัวคำถามไปไม่ยั้ง  สงสัยๆๆๆๆๆ

     “ครับ  พวกเราอยู่ปีสองเป็นรุ่นน้องซีครับ  คณะแล้วก็สาขาเดียวกับซีด้วย” ดีลีทพูดด้วยเสียงช้าๆนุ่มๆ

 

 

      “อย่าบอกว่าพวกมึงสอบตามกูนะ?” ผมเดาออกไปอย่างไม่แน่ใจ  ซึ่งคำตอบที่ได้มาก็เป็นการพยักหน้าของทั้งสามคน

 

      “โอย... ให้ตาย” ผมสบถออกมาเสียงแผ่ว...  อะไรจะรักกูปานนั้น

 

  

      “อะไรอ่ะ?  เรางง” ไอริมองหน้าผมสลับกับพวกชิพ  ซึ่งคนที่บอกเหตุการณ์ทั้งหมดก็คือดีลีทเหมือนเคย

 

      “อ่า... คือตอนแรกจะสอบพร้อมเจ้  แต่ไม่ทัน?  เพราะงั้นก็เลยมาสอบปีต่อมา?”ไอริทวนเรื่องราวที่ดีลีทเล่ามา  ซึ่งเจ้าตัวก็พยักหน้ายิ้มๆ 

 

     “รักแท้มากอ่ะเจ้  อย่าปล่อยเพื่อนไอหลุดมือนะ  จะว่าไปทำไมเจ้ไม่เคยเจอพวกนี้เลยหรอ?” ดวงตาสีน้ำตาลเต็มไปด้วยความสงสัย...  เออ  กูก็สงสัยเหมือนกัน

 

 

     “เพราะพี่ไม่ค่อยเข้าคณะมากมั้ง” ผมพูดตอบกลับไป เพราะปกติ  ถึงจะเห็นน้องซีน่ารักขนาดนี้  สวยแบบยาฆ่าญ่ายังชิดซ้าย  น้องซีก็เป็นเด็กไม่ร่วมกิจกรรมนะครับ

 

     “คงงั้น...  มาติวกันเหอะเจ้ไอเก่งที่สุดในรุ่นเลยนะ  รับลองเจ้ติวมีแต่ตก!!” เสียงหวานโฆษณาผมอย่างดิบดี  แต่ประโยคสุดท้ายคืออะไร?

 

     “มันต้องไม่ตกไม่ใช่หรอริ?” รีเฟรชถามเสียงสูง

      “คล้ายๆกันน่า  รีเฟรชนี่จุกจิกไปได้” ไอริปัดมือเป็นเชิงบอกอย่าใส่ใจ

 

      ผมฟุบหน้าลงกับโต๊ะต่อ  ถ้าไอ้ชิพมาด้วยคงไม่ต้องห่วง  สมองมันนี่เหมือนกับหุ่นยนต์  ฉลาดแบบคุณชายจุฑาเทพมากครับ  ฟังเสียงพวกนั้นคุยกันไป  ในใจมีเรื่องสงสัยอย่างหนึ่ง  ตั้งใจจะเก็บไว้เดี๋ยวค่อยถาม  แต่ความอยากรู้มันชนะ

 

      “ไอพี่มีเรื่องจะถาม” ไอริหันมามองหน้าผมโดยที่ปากยังคาบป๊อกกี้ที่สั่งทางร้านมา

      “อะไรหรอเจ้?”

     “ทำไมถึงเรียกชื่อเต็มเฟรชล่ะ?” ผมถาม ไอริที่ตอนนี้มองหน้าผมเงียบๆ

 

    “ไม่ใช่แค่เฟรชหรอกไอเรียกทุกคนชื่อเต็มหมดล่ะ  ส่วนเหตุผล... เจ้านี่  นี่  แล้วก็นี่” ไอชี้ไปที่รีเฟรช ชิพ ดีลีท ก่อนจะหันมายิ้มเจ้าเล่ห์ให้ผม

 

 

      “พวกนี้บอกว่าคนที่เรียกชื่อย่อได้มีแค่คนสำคัญไงล่ะ”

 

 

      ปุ้ง!

 

 

      ความร้อนบนหนาประกอบกับเหมือนอะไรบางอย่างแตกในหัว  บอกทีว่ากูไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเอง...

 

 

      หมับ

 

 

     “คนสำคัญมึงแต่เมียพวกกูครับ...” เสียงแหบพร่าของพ่อทัพทำให้ผมต้องหันไปด้านหลังทันที

 

     “พ่อทัพ” ผมพูดชื่อมันเบา  มองเลยไปด้านหลัง...  อื้อหือ... ครบชุด

 

      “เมีย?  เจ้มีแฟนแล้วไมไม่บอกอ่ะไออุตส่าห์จะเอาเพื่อนไอใส่พานถวายเจ้นะ!!” ไอ... หนูอย่าพึ่งพูดลูก...  เดี๋ยวเจ้จะโดนแดกหัววว  ไม่ใช่ดิกูต้องโกรธพวกมันสิ!

 

     “ปล่อยกูพ่อทัพ  เรื่องตัวร้ายยังไม่เคลียร์นะมึง” ผมพูดพร้อมปรายตาไปมองมือของพ่อทัพที่ตอนนี้จับไหล่ผมอยู่

 

 

      “ปล่อยไปก่อนดิ!  พวกกูไม่ได้คิดอะไรกับร้าย   แต่มึงอ่ะเมื่อกี้กูเห็นนะมึงหน้าแดงให้ไอ้พวกหมาเนี่ย!!” ไทม์ตะโกนขึ้นมา  ผมหันไปก้มหัวเชิงขอโทษกับคนที่นั่งอยู่ภายในร้าน  มองพวกนั้นด้วยสายตาดุๆ  คุณชายพ่นลมหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิดแล้วนั่งลงตรงเก้าอี้ตามด้วยพวกที่เหลือ

 

 

      “เอ่อ...บรรยากาศมาคุแปลกๆแหะ...  ไอว่าไอเดินไปสั่งขนมเพิ่มดีกว่า” น้องรหัสสุดสวยลุกขึ้นพร้อมยิ้มเจื่อนๆ  ก่อนจะสาวเท้าไปอย่างรวดเร็ว

 

 

      ทิ้งพี่หรอ?ทิ้งพี่ทำไม~~

 

 

     “เอ่อ... กูก็อยากได้ขนมอ่ะ  เดี๋ยวมานะ” ผมพูดแล้วค่อยๆเลื่อนเก้าอี้ออกช้าๆ

     “ไม่ต้อง  นั่งเลยครับเมีย”

     “ชะอุ้ย...” ผมชะงักแล้วนั่งลงตามคำสั่งไอ้วาย   ส่งสายตาไปขอความช่วยเหลือจากไอริแต่เจ้าตัวกลับเมิน

 

 

     ฮือ... น้องเวร

 

     “ซี” ชิพพูดขึ้นมา  ผมสะดุ้งแล้วหันไปขานรับเสียงหวาน

      “จ๋า...”

      “จ๋าทำไม  มันพ่อมึงหรอ?” พ่อกูก็พ่อมึงล่ะพี่ผมบ่นอุบอิบในใจ

       “ไม่รู้นะครับ  ว่าแฟนซีมีนิสัยต่ำๆแบบนี้” ฮือ... ลีทครับ  อย่าด่าเลยเดี๋ยวกูซวย

 

 

      “ก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่านอกจากคนเราหน้าหมาไม่พอปากยังหมาด้วย” ไทม์ตอบกลับเสียงธรรมดา  วันนี้วันทะเลาะแห่งชาติหรือไรตอบกูที

 

     “อ่า ผมว่าขนาดคนหน้าตาดีแบบเดือนมหาลัยยังปากหมาเลย  เอ๊ะ.. ผมไม่ได้ว่าคุณนะ!” เฟรชทำตาโต  ไม่ได้ว่าเลยมึง...  ไม่ได้ว่าเลยยย

 

     “นี่... จะไม่กินอะไรหน่อยหรอ?” ผมพูดพยายามเปลี่ยนเรื่องเต็มที่  ด้านหน้ามีภูเขาน้ำแข็งหักหลบด่วนเดี๋ยวจะกลายเป็นแจ็คกับโรส

 

     “ไม่หรอก  มึงกินไปเยอะๆเลยก็ได้” คุณชายพูด  ผมพยักหน้าเบาๆกำลังจะตักเค้กเข้าปากแต่ก็ต้องตกใจจนช้อนตกเมื่อได้ยินประโยคถัดมาจากพ่อทัพ

 

     “เดี๋ยวพวกกูค่อยกลับไปกินมึงที่บ้านก็ยังไม่สาย” พูดปากเปล่ามาพอ  ชายตาไปมองพวกชิพด้วยสายตาเหนือกว่าอีก

 

     “จริงสิ...  มึงรู้ที่อยู่กูแล้วใช่ไหม?  คราวหลังก็มาพักได้เหมือนตอนนั้นนะ” กูว่าแล้ว... ชิพมึงทำร้ายกู!!

 

     “อ่า... ซีครับ  ผมว่าครั้งหน้าเราไปสนุกกันเหมือนตอนนั้นก็ได้นะ  ชวนไอ้เฟรชไปด้วยก็ได้” สนุกอะร๊ายยยย  สนุกอัลรายยยยย  ดีลีทมึงเปลี่ยนไป!!

 

      “สนุกอะไร?” คุณชายถามเสียงเรียบ  ฮือ...  ไม่ต้องมองกูด้วยสายตาเยี่ยงนั้นสิ

     “อ้าว.. ไม่รู้หรอ?  ก็ -วิงค์-กิ้งไง” เชี่ยยย   กูไม่รู้เรื่องนะกูไม่รู้ผมส่ายหน้าอย่างเอาเป็นเอาตายเมื่อเห็นวายจ้องมาด้วยสายตาเขม่น  หันไปมองพ่อทัพก็ยิ่งส่ายหัวใหญ่  กูไม่ได้ทำ  กูไม่ได้ทามมมมมม  ฮือ...

 

 

     ...ชะตากูคงขาดพร้อมประตูหลัง...

 

 

     ผมมองไปทั่วก่อนจะไปหยุดสายตาที่ร้านน้ำปั่นข้างๆ  เมื่อกี้เหมือนกูเห็นบางอย่าง …. บอกทีว่ากูตาฝาด   คงไม่ใช่หรอกมั้ง  ผมละความสนใจจากร้านน้ำปั่นแล้วหันไปมองไอ้สี่ตัวนั้นที่นั่งจ้องอะไรบางอย่าง   ผมหันไปตามสายตาที่พวกมันมอง…. ไอ้ลีท  ไอ้เฟรชแล้วก็ไอ้ชิพ  แล้วผมก็มองตามสายตาที่พวกดีลีทมองมาอีกรอบ  ซึ่งพวกมันมองผมอยู่    นี่ใช่ไหม? ที่เขาเรียกกันว่ามองต่อกันเป็นทอดๆ(?)

 

 

 

       “เป็นอะไรกัน..” เป็นไรกันวะ?

       “ก็กูเห็นมึงมองร้านน้ำปั่นอยู่” รีเฟรชตอบกลับมา 

       “ส่วนพวกกูมองไอ้พวกนี้ก็เพราะมันมองมึงอยู่” เอ่อ... จะให้กูบรรยายว่าอะไร  ไม่ต้องหวงกูขนาดนั้นก็ได้นะ  ผมเลิกสนใจพวกนั้นแล้วหันไปมองร้านน้ำปั่นใหม่  มันเหมือนมีอะไรมาสะกิดในใจอ่ะ

 

 

     หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดเบอร์หนึ่ง  ผมรอสายซักพักจนคนปลายสายรับ  พอๆกับจังหวะของคนที่นั่งอยู่ในร้านรับโทรศัพท์พอดี

 

 

     “มึงอยู่ไหนอ่ะ” ผมถามออกไปทันที  จ้องบุคคลหลังกระจกใสตาไม่กระพริบ

     [เรียนอยู่ ทำไม?] ปลายสายตอบกลับมา

     “มึงเรียนเป็นคอร์สหรือตัวตัววะ?”

     [เป็นคอร์สดิ  ตอนนนี้จาร์ยกำลังสอนอยู่อ่ะ] ผมพยักหน้าเออออไป

 

     “แปปนะมึงอย่าพึ่งวางสาย” ผมบอกไอ้ซันให้ถือสายรอไว้ก่อน  ลุกออกจากร้านเค้กเดินไปเข้าร้านน้ำปั่นข้างๆพร้อมสาวเท้าไปหาคนที่ผมนั่งจ้องอยู่

 

     “นี่คือเรียนพิเศษมึงหรอ?” ผมก้มลงไปกระซิบข้างหูของไอ้ซันที่บอกว่านั่งเรียนพิเศษอยู่

 

     “เฮ้ย!!” ร่างบางตะโกนอย่างตกใจพร้อมมองผมด้วยตาโตๆแบบไม่พึ่งบิ๊กอายส์ของมัน

 

     “บอกกูว่านี่เรียนพิเศษ?  กูไม่เคยโกหกมึงนะซันแล้วมึงมาโกหกกูทำไม?” ผมถามมันด้วยความไม่เข้าใจ  ปกติพวกเราไม่เคยโกหกกันครับ  พูดความจริงด้วยกันตลอด  ถึงจะโกหก  ผมก็คงจะไม่เคืองมันมากหรอกนะถ้าไอ้ซันมันไม่ได้โกหกผมแล้วมาอยู่กับผู้ชาย!!

 

 

     “ค...คือมึง  มันเป็นเหตุสุวิสัย ไม่มีอะไรหรอก...” ผมมองไอ้ซันสายตาเฉยชา  หันไปมองผู้ชายอีกคนที่นั่งอยู่กับมัน

 

       “มึงเป็นใคร” ผมถามออกไปเสียงเรียบ 

       “กูเป็นแฟนซัน  มึงเป็นใครเสือกเรื่องชาวบ้านทำไม” ผมกำหมัดแน่น  ขึ้นครับขึ้น...  หันไปมองไอ้ซันด้วยความไม่เข้าใจ  แล้วเดินหนีออกมา

 

 

     “ซีซีซี!” อย่าเรียกชื่อกู...  ถ้ามึงไม่ไว้ใจกูขนาดนั้นก็อย่าเรียกชื่อกู...

 

 

     ผมเดินไปเดินออกมาจากร้านน้ำปั่นแล้วหยุดยืนอยู่กับที่   กดโทรศัพท์หาซออู้  ผ่านไปไม่นานมันก็กดรับสายผม

 

     “อู้มึงรู้ไหมว่าซันมีแฟน?”

      [นึกแปป... ไอ้เด็กปีสองนั่นอ่ะหรอ?  เป็นแฟนกันแล้วหรอว่ะ?] หลังจากจบประโยคผมก็ตัดสายทิ้งทันที  บอกอู้แล้วทำไมบอกกูไม่ได้ว่ะซัน...

 

 

      “เป็นอะไรมึง” สายตาเป็นห่วงของรีเฟรชทำผมน้ำตาแตก 

 

      “เฮ้ยอย่าพึ่งร้องๆ  เข้าร้านก่อนเถอะ” ผมพยักหน้าไปเบาๆ  เดินตามหลังรีเฟรชที่ตอนนี้จูงมือผมให้เข้าไปในร้านเค้กอยู่

 

 

 

      “เป็นอะไรมึง  ร้องทำไม” เสียงทุ้มๆของพ่อทัพพูดอย่างเป็นห่วง  ผมส่ายหน้าไปให้มันเบาๆ  พวกนั้นทำหน้าเป็นห่วงก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง  ซึ่งผมก็รู้สึกดีที่มันไม่ได้เซ้าซี้อะไรมากมาย  พยายามหัวเราะไปกับมุขต่างๆที่ปล่อยออกมา

 

 

      ที่ผมร้องไห้ไม่ใช่เพราะหวงไอ้ซันหรือรู้สึกกับมันเกินเพื่อนหรอกนะ  ผมรู้สึกกับมันแค่เพื่อนเท่านั้นแหละ  แต่ที่ร้องก็เพราะตอนนี้เหมือนถูกมันหักหลังยังไงไม่รู้  อะไรคือบอกซออู้แล้วไม่บอกผมวะ?  อะไรคือซออู้รู้แล้วผมไม่รู้...  ผมไม่ใช่เพื่อนมันหรอ?...

 

 

      เชี้ย...วันนี้กูเหนื่อยเกินไปแล้ว L

 

 

 

___________________________________________________________

 

 

      สวีเดนแกกกก  (สวัสดี)   หลายคนอาจจะสงสัย  มึงมาต่อทำไมแค่20เปอร์?    เค้าคิดถึงตัวไงเลยมาต่อ 5555  ไม่ใช่ละ...

 

      ตัวร้ายก็คือตัวร้าย  ตัวร้ายเรื่องนี้ชื่อตัวร้ายค่ะ เย้!   เรื่องนี้จะไม่ละทิ้งความตลกค่ะสัญญา  555  

 

      เค้าแต่งฉากด่าไม่ถนัดเลยอ่ะ  เอาจริงๆไม่ถนัดซักอย่าง T^T   ไม่เคยด่าใครไง  ชีวิตเป็นคนดีเว้ยยย  #ผิด  ปกติด่าใครก็ด่าแค่คำว่าน้องจระเข้ล่ะค่ะ  แต่จะให้ซีไปด่าอย่างนั้นคำเดียวก็ไม่ใช่   เค้าก็เลยใช่พลังปรานค้นหาคำด่าจากจิตใต้สำนึกขึ้นมา  เพราะงั้น  ตอนนี้กระอักเลือดไม่สามารถแต่งต่อได้ค่ะ  -.,- (หาข้ออ้างแท้)

 

 

       คิดฉากต่อไปไม่ออกด้วย  กรี๊ดดดดดด  ใครก็ได้ช่วยเสนอความคิดหน่อย T^T   ไปละ  ฝันดีค่าาาาา

 

20/04/2015

 

 

 

 

 

 

      ฮาโหลๆๆ  กลับมาแล้ววววว  หายไปเกือบอาทิตย์ล่ะเนี่ย 5555  ขอโทษษษ  เค้าขอโทษษษษษ  ที่หายไปมันก็มีเหตุผลนะเว้ย  เหตุผลก็คือเค้าไปต่างประเทษมา (พลั๊ว // โกหกตกนรกนะ)   

 

 

      เค้าติดการ์ตูนค่ะฮือออ  โทษการ์ตูนเถอะอย่าโกรธเค้า T^T   มาอัพให้แล้วตัววว  ที่จริงตอนนี้ไม่ได้จบแค่นี้นะ  แต่คือมันยาวเกินไปแล้วไงก็เลยตัดค่ะ

 

    รักคนอ่านเด้อออออ

 

26/04/2015

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว