email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 21: The Furious Serkazech

ชื่อตอน : ตอนที่ 21: The Furious Serkazech

คำค้น : ตำรวจ สงคราม

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 88

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ส.ค. 2561 12:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 21: The Furious Serkazech
แบบอักษร

Blood Metal: สงครามสองดินแดน

Home and Destiny

Chapter: XXI

...The Furious Serkazech...

--------------------------------------------------------

คริสตศักราชที่ 1909

ณ เมืองโอมส์ ประเทศรัสเซีย มหาอำนาจอักษะ

“ออกมาแล้วหรอไอ้ปีศาจ!! วันนี้ล่ะจะเป็นวันที่แกจะต้องไปกับพวกเรา!!” อัคทากอนยืนมองด้วยสายตาโกรธแค้นและทันทีเมื่อเจอรี่พูดจบอัคทากอนก็วิ่งเข้าใส่เจอรี่ทันที เจอรี่เห็นดังนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ก็เอาสิ!!” พร้อมกับวิ่งใส่อัคทากอนเช่นกัน อัคทากอนได้วิ่งเข้ามาและทำการกระโดดต่อยใส่ไปที่เจอรี่ เจอรี่เห็นดังนั้นจึงกระโดดออกด้านข้างเพื่อหลบ และทันทีที่เจอรี่หันหน้ามามองอัคทากอน เขาได้เห็นว่าเป็นจังหวะเดียวกันกับที่อัคทากอนนั้นพุ่งเข้ามาหาและง้างหมัดรออยู่แล้วนั้นจึงทำให้เจอรี่หลบการโจมตีของอัคทากอนไม่ได้ อัคทากอนจึงต่อยเข้าไปที่หน้าของเจอรี่อย่างจังๆทำให้เจอรี่นั้นกระเด็นออกไป เจอรี่ที่กระเด็นไปนั้นได้ทำการลุกขึ้นยืนทันทีและเงยหน้าขึ้นมองไปที่อัคทากอนและสิ่งที่เขาเห็นนั้นก็คือร่างของอัคทากอนที่พุ่งเข้าหาเขาพร้อมกับง้างหมัดรอไว้เช่นเดิมนั้นทำให้เจอรี่หลบไม่ได้อีกครั้ง อัคทากอนต่อยเข้าที่หน้าของเจอรี่พร้อมกับกดลงพื้นนั้นทำให้เจอรี่นั้นลงกระแทกพื้นอย่างแรง! เจอรี่สำลักเลือดออกมาและเจอรี่ก็คิดในใจว่า “บ้าจริงเชียว!! มันเร็วเกินไป...เหนือกว่าเรามาก เราต้องรีบลุกขึ้นตั้งหลักให้ได้ก่อ--” เจอรี่ที่กำลังคิดในใจอยู่นั้นก็ได้หยุดชะงักเพราะอัคทากอนนั้นก้มลงไปที่เจอรี่และจับหัวของเจอรี่และยกลอยขึ้นมา เจอรี่จึงพูดว่า “แกมันก็ได้แค่นี้ล่ะน่า...แน่จริงก็ปล่อยฉันลงสิฟร่ะ!!” อัคทากอนจ้องมองไปที่หน้าของเจอรี่ในขณะที่เจอรี่กำลังบ่นให้อัคทากอนฟังอยู่นั้นเจอรี่ก็หยุดชะงักเพราะเขานั้นได้สบตาเข้ากับอัคทากอน เจอรี่เหงื่อตกพร้อมกับคิดในใจว่า “แววตาของมัน...เป็นแววตาที่โกรธเกรี้ยว แค้น นี้มันอะไรกัน!? ฉันกลัวอยู่อย่างนั้นเหรอ!?” เจอรี่ตั้งสติได้และยกแขนทั้งสองข้างของเขาขึ้นพร้อมกับพูดว่า “ดอพเพลแกงเกอร์!!” เวลาผ่านไปซักครู่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น นั้นจึงทำให้เจอรี่ตกใจเป็นอย่างมากและคิดขึ้นในใจว่า “ทำไมกัน!? ทำไมไม่มีร่างมืดของมันออกมา!!” เจอรี่คิดดังนั้นและก็ชะงักไปพร้อมกับคิดใหม่ว่า “ร่างมืดอย่างนั้นหรอ? ปีศาจแบบนี้มันจะมีอะไรที่มืดมนไปกว่าตัวมันเองอีกล่ะ!!” เมื่อเจอรี่คิดเสร็จอัคทากอนก็ขว้างเจอรี่อัดพื้นทันที เจอรี่สำลักเลือดอีกครั้งพร้อมกับดวงตาที่ล่องลอยออกไปพร้อมกับสติที่กำลังจะดับลง อัคทากอนจึงเตะเจอรี่เข้าอย่างจังๆที่หน้าอกของเขา เจอรี่จึงลอยกระเด็นไปในตัวบ้าน เสียงโครมดังกึกก้องที่เกิดจากข้าวของภายในตัวบ้านพังเพราะแรงที่ส่งเจอรี่ไป ร้อยโทแฮงค์จึงพยายามที่จะมองเหตุการที่เกิดขึ้นแต่หมอกในพื้นที่นั้นค่อนข้างหนาทำให้เขาใช้เวลาซักครู่จนกระทั้งหมอกเริ่มจางลงและสิ่งที่เขาเห็นพร้อมกับนายตำรวจคนอื่นๆนั้นก็คือ ร่างเหล็กที่สูงใหญ่ราวสามเมตร ดวงตาที่แดงกล่ำ ควัญของไอน้ำที่ปล่อยออกมาตอนถอนหายใจ กลิ่นไอของความแค้น ความโกรธนั้นลองฟุ้งไปทั่วจนทุกคนสามารถรับรู้ได้ ร้อยโทแฮงค์พูดไม่ออกกับสิ่งที่เห็น ทุกคนต่างตกตะลึงและหยุดชะงักพร้อมกับจ้องมองไปยังร่างร่างนั้นอย่างตาไม่กระพิบ หลังจากนั้นก็มีนายตำรวจคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า “นั้นมัน...อัคทากอนหนิ…มาอยู่ที่นี้ได้ยังไงกัน?...” ร้อยโทแฮงค์ได้ยินดังนั้นจึงค่อยๆหันไปหานายตำรวจคนนั้นพร้อมกับถามอย่างกระตุกกระตักว่า “นี้นาย...รู้จัก...ไอ้เจ้าสิ่งนั้นด้วยหรอ?” นายตำรวจคนนั้นจึงตอบกลับว่า “ค...ครับ สมัยเด็กผมชอบไปอ่านหนังสือในห้องสมุดบ่อยๆและผมก็เคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับอสูรทั้งเจ็ดแห่งอณาจักรกรีกและหนึ่งในนั้นก็ยืนอยู่ตรงหน้าเราแล้วครับ...นั้นคือ อัคทากอน อสูรแห่งความแค้น” หลังจากที่นายตำรวจคนดังกล่าวพูดจบก็มีเสียงของชายคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า “ใช่แล้วล่ะ...อสูรเหรอ? เรียกอย่างนั้นก็ไม่เลวนะ…” ร้อยโทแฮงค์หันไปมองที่ต้นเสียงทันที สิ่งที่เขาเห็นนั้นก็คือชายแปลกหน้าสองคนเดินผ่านด้านข้างของเขาไป และชายคนแรกจึงพูดขึ้นว่า “ฉันให้มาลองดูได้ก็จริง...แต่ไม่ได้บอกว่าให้เอาอัคทากอนออกมาด้วยนิ จริงไหม...เจอรี่?” ร้อยโทแฮงค์และตำรวจนายอื่นๆได้ยินดังนั้นจึงต่างพากันตกใจและตำรวจทุกคนที่ยังพอไหวก็หยิบปืนขึ้นเล็งไปยังสองคนนั้นทันที ชายคนแรกพูดขึ้นว่า “พวกนายแน่ใจแล้วหรอที่จะเล็งปืนมาที่พวกเรา…” ร้อยโทแฮงค์จึงควักปืนพกของเขาขึ้นมาและพูดออกไปว่า “อเล็กซ์อยู่ที่ไหน!?” ชายคนแรกยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับตอบว่า “ก็เขายืนอยู่ตรงหน้าของพวกนายไง…” ร้อยโทแฮงค์ชะงักพร้อมกับอึ้งไปและตอบกลับไปว่า “อยู่ข้างหน้าพวกเราอย่างนั้นหรอ…” เมื่อแฮงค์พูดจบก็ค่อยๆหันไปมองที่อัคทากอน เจอรี่ที่นอนอยู่ในบ้านนั้นก็พูดขึ้นว่า “ดะ...ดาวี...เดนนิส…” ชายคนแรกนั้นชื่อ ดาวี อาลเมราส (Davy Alméras**)** ชายคนที่สองนั้นชื่อ เดนนิส คาร์เรว (Denis Carrell)...

ร้อยโทแฮงค์ที่ได้เห็นดังนั้นจึงพูดออกมาว่า “นั้นน่ะหรออเล็กซ์? นั้นก็คือเหตุผลสินะที่ว่าทำไมพวกนั้นถึงต้องการตัวของอเล็กซ์กันมากขนาดนี้…” เดนนิสตะโกนไปหาเจอรี่ว่า “ยังไม่ตายใช่ไหมน่ะ…” เจอรี่ไม่สามารถตะโกนเพื่อตอบกลับคำถามของเดนนิสได้ เดนนิสถึงพูดขึ้นว่า “ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวไปดูเจ้าเจอรี่หน่อยล่ะกันนะ” ดาวีจึงพยักหน้าเล็กน้อยและเดนนิสก็พุ่งเข้าไปหาเจอรี่อย่างรวดเร็ว อัคทากอนนั้นหันมามองที่ดาวี ดาวีจึงพูดขึ้นว่า “ไม่ได้เจอกันนานนะ อัคทากอน…” อัคทากอนโกรธจัดและเข้าโจมตีใส่ดาวี่ทันที ดาวีหลบการโจมตีของอัคทากอนได้และถอยออกมาเล็กน้อย ทันทีที่เข้าถอยออกมาอัคทากอนก็ได้ทำการพุ่งเข้าใส่ดาวีทันที ดาวีจึงก้มหลบเล็กน้อยและพูดขึ้นว่า “โคลโนลอค…” และทันใดนั้นเองร่างของอัคทากอนก็ปลิวกระเด็นออกไปทันที เดนนิสจึงพยุงร่างของเจอรี่ออกมาและนำเขาไปไว้ด้านหลังของดาวี ดาวีจึงพูดขึ้นว่า “เป็นอะไรมากไหม…” เจอรี่จึงตอบกลับว่า “แค่นี้สบามมาก...อัคทากอนมันแข็งแกร่งมาก พลังของฉันมันไร้ค่าเมื่อเจอกับศัตรูอย่างนี้” ดาวีจึงยืนเงียบๆและมองไปยังอัคทากอน จู่ๆอัคทากอนก็พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงและง้างหมัดเข้ามา ดาวีจึงพูดขึ้นว่า “โคลโนลอค…” อัคทากอนโดนแรงอัดเข้าอย่างจังๆแต่อัคทากอนก็ฝ่าเข้ามาได้ นั้นทำให้ทั้งสามคนนั้นตกใจขึ้น อัคทากอนต่อยเข้าไปที่หน้าของดาวี แต่ดาวีหลบได้ เดนนิสจึงรีบเข้าไปอยู่ข้างหน้าของดาวีทันที และเดนนิสก็พูดขึ้นว่า “สะท้อนสวรรค์!!” และทันทีที่เดนนิสพูดจบก็มีกระจกบานใหญ่โผล่ขึ้นมาตรงหน้าของพวกเขา อัคทากอนจึงต่อยอัดเข้าไปที่กระจกที่สะท้อนเงาของเขาอยู่ นั้นทำให้อัคทากอนได้รับการโจมตีของตนเองเข้าอย่างจังๆที่บริเวณที่เขาชกเงาของตัวเอง อัคทากอนกระเด็นออกมาด้วยการโจมตีของตัวเอง เขาค่อยๆลุกขึ้นยืนและเงยหน้าขึ้น หน้าของเขานั้นแตกร้าวเพราะการโจมตีของตนเอง อัคทากอนจึงพุ่งเข้าใส่อีกครั้งด้วยความโกรธ เขาต่อยเข้าจังๆที่กระจกนั้นอีกครั้งและเช่นเดิมเขาก็ได้กระเด็นออกไปเพราะการโจมตีของตัวเอง อัคทากอนลุกขึ้นยืนอีกครั้งพร้มกับแววตาที่เย็นลงและใบหน้าที่มีเกราะเหล็กที่แตกร้าวไปหมด เดนนิสจึงพูดขึ้นว่า “อย่าเสียเวลาเลยน่า...แกก็น่าจะเข้าใจแล้วหนิว่าพลังของแกมันทะลุเข้ามาถึงพวกเราไม่ได้…” อัคทากอนยืนนิ่งๆและจ้องมองไปยังกระจกใบนั้น ใบหน้าของเขาฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติ อัคทากอนจึงได้ค่อยๆเดินเข้าไปอย่างใจเย็น เขาเดินไปหยุดตรงหน้ากระจก เดนนิสจึงสงสัยและยืนดูต่อไปว่าอัคทากอนนั้นจะทำอะไร อัคทากอนค่อยๆเอื้อมมือไปแตะที่กระจกและสายตาของอัคทากอนที่เย็นชาก็ได้เปลี่ยนเป็นสายตาของความเคียดแค้น เปลวเพลิงลุกขึ้นที่มือทั้งสองข้างของเขา ร่างกายเปลี่ยนสีจากเหล็กที่ดำได้กลายเป็นสีแดงส้มเพราะความร้อนของไฟ ดาวีเห็นดังนั้นจึงรีบพูดออกมาทันทีว่า “หนี!!” เดนนิสได้ยินดังนั้นจึงกำลังจะกระโดดถอยออกมาแต่ทันใดนั้นเองเขาก็เห็นมือของอัคทากอนนั้นได้ทะลุกระจกเข้ามาและจับไปที่หัวของเขาทันที…

Te be continue...

ความคิดเห็น