facebook-icon Twitter-icon

อย่าลืมเม้นให้กำลังใจกันบ้างน้าาา

ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 18 [50%] *แก้ไข

ชื่อตอน : ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 18 [50%] *แก้ไข

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ค. 2562 21:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 18 [50%] *แก้ไข
แบบอักษร

*ตาไม่ฝาดค่ะคุณ ตอนใหม่มาแล้ววววววว* 

ติวรัก Love Tutor ตอนที่ 18 

 

ด้วยความที่โดนไอ้พี่แทนเอาแต่ใจไปอย่างหนักแถมก่อนหน้านั้นยังตากฝนมาอีกต่างหาก ทำให้ต้องนอนซมหยุดเรียนไปโดยปริยาย ส่วนไอ้ตัวต้นเหตุมันก็หาเรื่องหยุดเรียนตามผมโดยอ้างว่าจะคอยอยู่ดูแลเมียหมาดๆ ของพี่มัน 

...เมียพ่องสิ เรียกแบบนี้เสื่อมเสียเกียรติสุภาพบุรุษสุดหล่อหมด แต่เอาเป็นว่าเวลานี้อชิตะจะไม่เถียงแล้วกันนะครับ ขอเวลาได้พักร่าง พักปาก เก็บแรงไว้รบรากับพี่มันต่อ จึงนอนเป็นผักให้พี่มันเอาใจทั้งวัน 

จนกระทั่งความฉิบหายบังเกิดเมื่อผมกลับมามหาวิทยาลัยอีกครั้ง พร้อมสถานะความไม่โสดไม่ซิงอีกต่อไป 

“ตัวติดกันแต่เช้าเลยนะจ๊ะ คุณครูน้องอชิ” เสียงล้อของไอ้ปุ้ยดังขึ้นเมื่อผมเดินเข้าไปยังโรงอาหารคณะ ทำเอาผมหันขวับมองมันคอแทบเคล็ด จนเพื่อนตัวดีสะดุ้งโหยง ถอยห่างออกไปสามเมตร 

เพราะมึงงงงง อีปุ้ย!!! 

“ว๊ายยยย อย่าทำอะไรกูเลยยยย กูขอโทษษษษ” แล้วเสียงกรี๊ดกร๊าดก็ดำเนินต่อไปพักใหญ่เมื่อสุภาพบุรุษสุดหล่ออย่างอชิตะไล่เตะผู้หญิง 

เพราะเมื่อวานผมหยุดเรียน ทั้งไอ้ปั้นและสองสาวถึงได้โทรมาซักไซ้กันยกใหญ่ว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้ถึงได้รู้ความผิดของตัวเองแล้ว ส่วนคนป่วยที่เพิ่งหายหมาดๆ แต่ไม่เจียมตัวเองก็ต้องเดินมานั่งด้วยท่าทางหอบลิ้นห้อยเหมือนหมาเช่นนี้ แล้วไอ้พี่แทนหายไปไหนวะ 

ไอ้ปุ้ยเดินกลับมานั่งพร้อมรอยยิ้มแหยอย่างคนรู้สึกผิด ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นแสยะยิ้มเมื่อเห็นว่าใครกำลังมา 

“ไอ้ตาลมาแล้ว!” 

นั่นแหละครับ เสียงกรี๊ดกร๊าดวี๊ดว๊ายถึงได้ดังขึ้นอีกรอบ แต่ก่อนที่ผมจะได้วิ่งไล่ไอ้ตาลให้ไข้กลับ กลับมีท่อนแขนอุ่นรั้งตัวผมเอาไว้ได้ก่อน แรงดึงทำให้ผมหล่นปุลงไปบนตักแข็ง 

“เพิ่งหายไข้ อย่าเพิ่งวิ่งเยอะ” เสียงทุ้มข้างใบหูทำเอาขนท้ายทอยลุกเกรียว แต่ก็อดชี้หน้าไอ้ตาลอย่าคาดโทษไม่ได้ 

ฝากไว้ก่อนน 

แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั้น 

“อื้อหือ เดี๋ยวนี้น้องชิกล้าใหญ่แล้ว ประกาศศักดากลางโรงอาหาร” เสียงไอ้ปั้นที่เพิ่งตามมาสมทบเรียกสติผมให้กลับเข้าร่าง 

ใช่ครับ...กลางโรงอาหาร และบรรยากาศตอนนี้ยังเงียบกริบด้วยอิริยาบถของผมกับไอ้พี่แทน 

ไอ้เชี่ยยยยย 

ใครให้มันดึงผมนั่งลงบนตักวะ! กลางโรงอาหารเลยนะเว้ย 

เด้งตัวขึ้นมาราวกับโดนของร้อนแทบไม่ทัน 

“อุบัติเหตุเว้ย!” ข้อแก้ตัวเสียงดังราวกับจะประกาศให้ทุกคนที่กำลังมองอยู่รับรู้ด้วย แล้วทำไมเอาแต่ยิ้มกรุ้มกริ่มกันยกใหญ่เลยวะ 

“เหรอจ๊ะ แต่ทำไมหูแดงเถือกขนาดนั้นครับน้องชิ” 

ชิพ่อมึงสิโว้ยยยยย โอ๊ย อชิตะเหนื่อยจะโวยวาย ตัวมันรุมๆ เหมือนไข้จะกลับมาอีกรอบ ไอ้เพื่อนเวร ทั้งสามตัวเลย คอยดูนะ ผมจะคิดบัญชีทีหลังเรียงตัวเลย คนทำอะไรไม่ได้จึงได้แต่กระแทกตัวนั่งลงข้างไอ้พี่แทนที่กำลังเลื่อนชามโจ๊กมาให้ผม 

“กินซะ จะได้กินยา” สาเหตุที่พี่มันหายไปนี่เอง 

ผมเมินสายตาล้อเลียนของเพื่อนและก้มหน้าก้มตาลงจัดการกับโจ๊ก โรงอาหารกลับมาครึกครื้นอีกครั้ง โดยมีสายตาอยากรู้อยากเห็นมองมาไม่เลิกรา 

“สรุปว่าคบกันแล้ว?” โจ๊กที่กำลังลงคอไหลย้อนกลับมาให้สำลักหน้าดำหน้าแดง ด้วยคำถามของไอ้ปั้น รีบรับน้ำดื่มไม่เย็นจากมือไอ้พี่แทนมาดื่มไปหลายอึก 

“ใช่” แต่เสียงที่ตอบกลับไปไม่ใช่ผมหรอกนะครับเพราะผมยังอมน้ำไว้เต็มปาก ไม่ถงไม่ถามความเห็นกูสักคำ 

“กรี๊ดดดด” เสียงซาวด์เอฟเฟคจากสองสาวตามมาประกอบทันที เหมือนลืมความผิดตัวเองไปแล้ว เมื่อวานซืนพวกคุณมึงเพิ่งหาเรื่องให้เราทะเลาะกันอยู่เลยนะเว้ย 

ผมตวัดมองไอ้พี่แทนตาเขียว แต่กลับถูกไอ้ปั้นเพื่อนทรยศโบกหัวให้ 

“ทำไม หรือมึงจะโกหกพวกกูว่าไม่ได้คบกัน โตเป็นสาวแล้วริอ่านมีความลับกับเพื่อนกับฝูงเหรอวะ” 

ผลัวะ! 

ใช่ครับ นั่นคือเสียงที่ผมตบหัวมันคืนด้วยความแรงเท่าตัว 

“โตเป็นสาวอะไรของมึงวะ อีกอย่างกูก็ไม่ได้จะโกหกพวกมึงสักหน่อย” 

“แล้วถ้ากูไม่ตอบว่าใช่ มึงจะตอบว่าไง” ไอ้พี่แทนเป็นฝ่ายถามขึ้นมาบ้างอย่างเรียกร้องสิทธิ์ มีการตีหน้านิ่งเพื่อกดดันผมไปด้วย 

“กะ...ก็ ก็จะบอกว่า เออ! ไง กูสองคนคบกันแล้วพวกมึงมีปัญหาอะไรมั้ย” หงุดหงิดกลบเกลื่อนแม่ง ไม่รู้แหละ เสียงดังไว้ก่อน 

“หูยยย ไม่มีหรอกจ๊ะ เพื่อนเป็นฝั่งเป็นฝาพวกเราก็ดีใจ พี่แทนมาหาอชิบ่อยๆ นะคะ ถือว่าเมตตาชาวคณะผู้หิวโหย” สาบานว่านั่นคือเป็นห่วงเพื่อนจริงๆ นะไอ้ปุ้ย 

ผมหรี่ตามองสองสาวอย่างเอือมระอาก่อนจะเบนสายตาไปสบกับไอ้ปั้นแทน มันไม่ได้มีท่าทีกระดี๊กระด๊ายิ้มแย้มอย่างสองสาว มีเพียงสีหน้าของคุณพ่อผู้จับได้ว่าลูกสาวกำลังตั้งท้องกับมาเฟีย ...เอ่อ โอเค ผมอาจจะเว่อร์ไปหน่อย แต่เอาเป็นว่ามันไม่ได้แสดงความยินดีแล้วกัน 

และในตอนที่ความวุ่นวายแรกเพิ่งจะผ่านพ้นไป ความวุ่นวายใหม่ก็ยกโขยงกันเข้ามาในโรงอาหารคณะอันแสนคับแคบของผมเพิ่ม พี่บูม พี่เปรม พี่ฟลุค มากันครบแก๊ง 

“ว่าไงครับเพื่อนแทน กูว่าแล้วว่ามึงต้องอยู่นี่” พี่บูมเดินเข้ามากอดคอไอ้พี่แทนที่นั่งข้างผมเต็มแรง ส่งผลให้พี่มันกระเด็นมาโดนผมที่กำลังกินยา ทำให้เม็ดยาในมือลอยหวือออกไปต่อหน้าต่อตา เร็วเกินกว่าจะคว้าเอาไว้ได้ทัน 

“เล่นเหี้ยอะไรของมึงไอ้บูม เห็นมั้ยยาน้องมันหล่นไปแล้ว” ไอ้พี่แทนโบกหัวเพื่อนมันไปทีก่อนจะแกะยาเม็ดใหม่ออกจากแผงส่งให้ผม ถึงปากเลยคราวนี้ 

“รีบๆ กินเข้าไปเลย อย่าให้กูต้องใช้อย่างอื่นป้อน” 

“หูยยยยย” คราวนี้แม่งมีลูกคู่กันเป็นทีม ไอ้พี่แทนก็เล่นไม่ดูความเขินกูเลย อชิตะน้อยๆ จึงทำได้แค่กระดกน้ำอึกๆ อย่างหมดคำพูด แต่เกือบต้องสำลักอีกรอบเพราะคำพูดไอ้เหี้ยพี่บูม (ไม่ต้องเคารพกันละ!) 

“เสือแทนสิ้นฤทธิ์ก็วันนี้ล่ะวะ คุณครูน้องอชิเอาซะอยู่หมัด ไม่รู้แอบไปติวกันอีท่าไหน” 

“ถ้าพี่อยากรู้ ผมสอนให้ได้” เชรดดด ปั้นเพื่อนรักมึงนี่ไว้ใจได้เสมอ ทำเอาพี่บูมตาเบิกโพลงหุบปากฉับลงทันที แต่ไม่ยักโวยวายตอบอย่างที่คิด 

“อ้าวไอ้บูม เด็กมันอยากสอนว่ะ มึงว่าไง” พี่เปรมเล่นเพื่อนมันแล้วครับ ไม่ชงเปล่าเมื่อเอื้อมมือไปล็อกคอร่างเล็กของพี่บูมบ้าง 

“สอนเหี้ยอะไรล่ะ กูล้อเล่นมั้ย” คนโดนล้อกลับผลักเพื่อนออก พร้อมเถียงหน้าดำหน้าแดง 

ชักมีพิรุธว่ะ สองคนนี้นี่มันยังไงๆ 

แล้วหลังจากนั้นบทสนทนาก็ออกเรือไป โดยผมไม่ได้สนใจมากนัก ดูเหมือนตอนนี้พี่บูมกำลังโดนรุม แม้แต่คุณชายอย่างพี่ฟลุคยังเข้าไปร่วมแจมด้วย ไม่ต้องพูดถึงสองสาวนะครับ เรื่องแบบนี้พลาดก็ถือว่าไม่ใช่มันสองคนแล้ว 

“กลางวันนี้รอกินข้าวด้วยนะ เดี๋ยวมาหา” ไอ้พี่แทนเองก็ไม่ได้สนใจบทสนทนาเหล่านั้นเช่นกัน จึงหันมาสร้างโลกกับผมสองคนแทน 

เอ่อ... เสียงใครอ้วกวะ 

“ข้าวที่วิศวะไม่มีกินรึไง ทำไมต้องถ่อมากินถึงนี่เดี๋ยวก็กลับไปเข้าเรียนไม่ทัน” 

“ข้าวอะมี แต่แฟนกูอยู่นี่ กูอยากมากินข้าวกับมึง” 

โอ๊ย ไปแล้วหัวใจกู มือไม้อ่อนระทวย 

“ไม่ถงไม่ถามความเห็นกูสักคำ” 

“หรือไม่อยากให้กูมา?” 

“....” 

“ถ้ามึงไม่อยากกินข้าวกับกู กูไม่มาก็ได้” 

อ้าว ดึงดราม่าทำไมวะ ไอ้พี่แทนตีหน้านิ่ง ไม่ได้ล้อเล่นอย่างทุกที 

“หรือมีแค่กูที่ดึงดันอยากจะเป็นแฟนกับมึง อยากแสดงออกให้คนอื่นรู้ว่ามึงเป็นของกู สรุปว่ากูคิดไปเองคนเดียวสินะ” 

เดี๋ยวๆ ทำไมมันเริ่มไปกันใหญ่แล้ว แค่เรื่องกินข้าวกลางวันเนี่ยนะ อีกอย่างผมห้ามมันตอนไหนวะ ดันมาดึงดราม่าให้ผมรู้สึกผิดอีก 

“กะ กู...ห้ามมึงตอนไหนล่ะ อยากมาก็มาดิ” 

“อยากให้กูมา?” 

“มึงอยากมาก็มา” 

“ถ้ามันฝืนใจมึงก็ไม่ต้องหรอกอชิ เดี๋ยวกูกินข้าวเหงาๆ ที่คณะกูก็ได้” 

ทำไมเหมือนพี่มันกำลังตอแหลอยู่เลยวะ นี่มันคิดมากจริงๆ ใช่มั้ยเนี่ย ผมเหลือบตามองคนด้านข้างที่ก้มหน้าก้มตาเก็บยาผมลงซองซิปที่พี่มันเตรียมให้ดิบดี แต่ใบหน้านิ่งของพี่มันกลับทำให้ผมร้อนรนขึ้นเรื่อยๆ พี่มันโกรธจริงๆ หรือเปล่าวะ 

... 

เอาวะ ก็แค่พูดออกไป ไม่ตายหรอก 

“เออ กูอยากให้มึงมากินข้าวด้วย! พอใจยัง” ผมโพล่งออกไปเสียงดังจนเสียงเจี๊ยวจ๊าวบนโต๊ะเงียบลงทันตา ไอ้พี่แทนก็เบือนหน้ามามองผมเช่นกัน แต่ยังไม่วายตีหน้าเป็นหมาเหงาไม่หายอีก 

“กูบอกว่ากูอยากให้มึงมากินข้าวด้วย! จัดยาหลังอาหารมาให้กูด้วยล่ะ” ชัดถ้อยชัดคำขนาดนี้ถ้าพี่มันไม่เข้าใจอีก ก็ไม่ต้องมาแล้ว! 

“โอ๊ะโอ สร้างโลกสีชมพูอะไรกันสองคนเอ่ย” ไอ้พี่เปรมแซว 

“เดี๋ยวนี้อชิชัดเจนขึ้นนะ” ไอ้พี่ฟลุค 

“ฮาร์ทคอแบบนี้มันกร๊าวใจ!” ไอ้พี่บูม 

ตบท้ายด้วยไอ้ตัวดีที่ตอนนี้นั่งยิ้มแก้มปริ ปากบานไปถึงใบหูแล้วเรียบร้อย พี่มันชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ๆ ด้วยรอยยิ้มวิบวับ พร้อมกระซิบข้างใบหูลืมท่าทางหมาเหงาก่อนหน้านี้ไปได้เลย 

“ก็แค่นั้นแหละ พูดแบบนี้แล้วน่ารักจะตาย” สัมผัสนุ่มนิ่มข้างหูทำเอาดวงตาเบิกกว้าง อุณหภูมิในร่างพุ่งขึ้นสูงทะลุปรอท ไอ้เชี่ยพี่แทนมันจุ๊บผม 

ต่อ หน้า เพื่อน!!! 

โครม!!! 

ผมผลักพี่มันไปด้านข้างเต็มแรงจนคนไม่ทันตั้งตัวเซไปชนโต๊ะ ส่วนผมน่ะเหรอ คว้ากระเป๋าได้ก็วิ่งแนบขึ้นตึกเรียนมาแล้ว ไม่ได้สนใจเสียงหัวเราะ เสียงแซวที่ตามหลังมาเป็นพรวน 

เอาความรู้สึกผิดกูคืนมาเลยแม่ง พี่มันแกล้งให้ผมพูดจริงๆ แต่ที่น่าโมโหสุดๆ ก็คือผมดันเชื่อพี่มันน่ะสิ! ทั้งที่คิดอยู่แล้วเชียวว่าคนอย่างมันน่ะนะจะมานั่งน้อยใจด้วยเรื่องแค่นี้ ทั้งที่ปกติหน้าด้านยิ่งกว่าส้นเท้าแตกๆ ของผมอีก 

คอยดูนะ พักกลางวันผมจะไม่ลงไปกินข้าว ให้มันรอจนหิวตายไปเลย! 

เดินเข้ามาในห้องเรียนที่มีคนมาถึงอยู่ก่อนบ้างแล้ว ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ที่นั่งประจำ หยิบโทรศัพท์ออกมากดเล่นแก้หัวร้อน จนรู้สึกได้ว่ามีสายตาแปลกๆ กำลังมองจ้องมา เมื่อเงยหน้าขึ้นจึงเห็นเพื่อนผู้หญิงสองสามคนหลบสายตาไป 

คงจะได้ยินเรื่องในโรงอาหารแล้วล่ะสิ ทีนี้ล่ะ ด้วยกิตติศัพท์ที่ดีมากมายทั้งหลายแหล่ของไอ้พี่แทน เรื่องที่ผมคบกับพี่มันก็จะแพร่ออกไปด้วยความไวระดับเน็ตติดสปีดที่เกาหลียังต้องอาย แค่คิดก็ปวดหัวรอได้เลยกู 

โอ๊ย คิดถูกหรือคิดผิดวะเนี่ย 

“หึ ไง ทำไมคนมีแฟนต้องมานั่งทึ้งหัวตัวเองอยู่แบบนี้วะ” เสียงไอ้ปั้นที่อยู่ๆ ก็ดังขึ้นทำให้ผมเลิกดึงผมตัวเอง เงยหน้าขึ้นมองมัน 

“มึงก็รู้ว่าทำไม” ได้แค่บอกมันกลับไปเสียงละห้อย พลางซบใบหน้าลงกับโต๊ะเลคเชอร์อย่างหมดแรง 

“คิดดีแล้วใช่มั้ย” ตอนนี้สองสาวยังไม่เข้ามาเราจึงพูดเรื่องนี้กันได้ เพราะคลิปในวันนั้นมีแต่ผมกับมันที่รู้เรื่อง 

“ก็..มั้ง” ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเห็นสีหน้าเพื่อน รู้แหละว่ามันเป็นห่วง ในเมื่อเรื่องพนันนั่นก็ยังไม่คลี่คลาย การที่ผมยอมคบกับไอ้พี่แทนก็เท่ากับว่าพี่มันชนะพนัน มันจะได้รองเท้าอย่างที่มันเดิมพันไว้ 

แล้วหลังจากนั้นล่ะ...? 

“แต่กูมั่นใจว่าพี่มันไม่ได้โกหก” ผมเชื่อความรู้สึกต่างๆ ที่พี่มันแสดงออกมา คนเราจะโกหกได้แนบเนียนขนาดนั้นได้ยังไง 

“มึงรักเขา?” 

“....อืม” 

ถึงแม้ว่ามันจะยาก และดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้แต่ตอนนี้ผมรู้ใจตัวเองแล้ว ผมยอมรับแล้วว่าผมรู้สึกกับพี่มันยังไง และผมก็อยากให้เพื่อนผมเข้าใจ 

“เฮ้อ... มึงก็รู้ว่ายังไงกูก็อยู่ข้างมึง” ประโยคบอกเล่าธรรมดาๆ ของเพื่อน แต่กลับทำให้ผมหันใบหน้ามาหามันทั้งที่ยังคงแนบใบหน้าอยู่กับโต๊ะ ในอกมันอุ่นแปลกๆ 

“มึงเข้าใจกูใช่มั้ยวะ” 

ไอ้ปั้นตีหน้านิ่งให้หวั่นใจอยู่ครู่เดียว ก่อนจะยกมือใหญ่มาขยี้หัวผมเต็มแรง จนยุ่งเหยิงไปหมด 

“กูเข้าใจว่ามึงมันโง่แล้วอวดฉลาดบอกว่าจะเอาชนะพี่มัน แล้วดูดิ้ว่าสุดท้ายเป็นยังไง พลาดตกลงไปในหลุมจนขาหักขึ้นไม่ได้แล้ววว” 

“โอ๊ยยย” ขยี้จนหน้ากูจะยู่ติดโต๊ะอยู่แล้ว “ไอ้เพื่อนเวร อย่างน้อยกูก็ลากพี่มันตกลงมาด้วยกันล่ะวะ” 

“เออ กูจะคอยดูแล้วกัน วันไหนน้ำตาเช็ดหัวเข่าขึ้นมา อย่างวิ่งร้องไห้มาให้กูเช็ดน้ำตาล่ะ” 

“ไม่มีทางเว้ย!!!” 

ฮึ่ยยย ห่วงกันแบบอ่อนโยนหน่อยก็ไม่ได้ ปากร้ายแต่สุดท้ายก็วิ่งแจ้นมาปลอบกูทุกที ไอ้ข้าวปั้นเอ๊ย! 

 

 

50% 

.................................................. 

โอ๊ยยย คลอดสักที ขุดขึ้นมาจนได้ 

ขอโทษที่หายไปนานนะคะ พักเรื่องเครียดๆ มาหาเรื่องไร้สาระหน่อย (อชิ: ใครว่าเราไร้สาระวะ!) แหะๆ 

ขอบคุณสำหรับคนที่ยังรอน้า รักสุดๆ 

จะมาต่อจนจบแน่ๆ ค่า 

จุ้บ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว