ขอบคุณที่สละเวลาอ่านกันนะครับ อาจจะไม่ใช่สายหลักต่อสู้เก้บเลเวล อัพสเตตัส แต่ก็น่าจะพอให้ความบันเทิงกับพี่ๆ น้องๆ ได้บ้าง

ชื่อตอน : #3 ไม่พ้น (04)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 986

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ส.ค. 2561 17:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#3 ไม่พ้น (04)
แบบอักษร

รองผู้ว่าการฯ ยืนดูเหล่านักสู้นักผจญภัยประลองกันหลายคู่เป็นกับแกล้มไวน์และเบียร์  ด้านบนของตัวตึกคฤหาสน์มีสตรีสาวอายุ 18 ปียืนสวมชุดมือกระบี่นักผจญภัยที่ตัดเย็บมาอย่างดีพร้อมทั้งกระบี่ชั้นยอดที่คล้องสายสะพายตรงหว่างเอว  สายตานางกลอกส่ายไปทั่วงานจากด้านบน  ถามเมดสาวใช้  และผู้รับใช้ชายคนอื่นๆ ว่า..


“แขกคนสำคัญที่ท่านพ่อเชิญมาล่ะ เค้ายังไม่มาอีกเหรอ......?” ..คุณหนูบตรสาวของผู้ว่าการเมืองศูนย์กลางแห่งนี้ มารีเอนรี่ ถามเมด


“ยังไม่มีแจ้งว่าเข้ามาในตัวงานเลยนะคะคุณหนู” ..เมดคนหนึ่งตอบ  แล้วถามต่อ

“วันนี้คือวันเกิดคุณหนู จะไม่ลงไปพบแขกในงานสักหน่อยเหรอคะ”....ยังไม่ทันที่คุณหนูจะตอบ


เสียงเอะอะดังขึ้นจากลานพื้นอิฐที่เป็นลานกว้าง....


“อย่าคิดว่านี่เป็นงานท่านรองผู้ว่าการฯ แล้วข้าจะไม่ทำอะไรพวกเจ้านะ” ....เจ้าของเสียงเป็นของ 1 ในกองอัศวิน


“เฮอะ ข้าก็แค่พูดตามเนื้อผ้า  พวกเจ้าทำงานกินเงินเดือนทุกเดือน  สวัสดิการและบ้านพักฟรีก็มี  กี่ปีแล้วที่ทำอะไรไอ้พวกโจรนั้นไม่ได้” 1 ในพวกกลุ่มปาร์ตี้นักผจญภัยแบะมือยักไล่ค่อนแคะพวกทหารกองอัศวิน  ไม่รอให้พวกอัศวินสวนกลับ  รีบกล่าวต่อ

“อ่อ แล้วไม่ต้องถามกลับพวกข้าล่ะ ว่าทำได้รึเปล่า  พวกข้ายอมรับว่าทำไม่ได้  แต่เพราทำไม่ได้พวกข้าก็ไม่ได้รับเงินค่าจ้างในเควสภารกิจนั้นๆ ไม่เหมือนพวกมีเบี้ยหวัดเงินเดือนนี่นะ..ฮ่าๆๆๆ” จบเสียงมีเสียงโห่ร้องสนับสนุนจากกลุ่มฝั่งนักผจยภัยมากมาย


พวกนักผจญภัยไม่กลัวจะกระทบกระทั่งรองผู้ว่าการ  กลับอยากให้รองผู้ว่าการเห็นว่าไอ้พวกอัศวินพวกนี้เลี้ยงไปก็เปลืองเบี้ยหวัด


การเป็นอัศวินนั้นไม่ง่ายเลย นอกจากจะมีฝีมือแล้ว ยังต้องมีเส้นสายด้วย  แม้มือปราบทั่วไปจะมีลำดับขั้นขุนนางอยู่ที่ 8 เทียบเท่าอัศวิน แต่ศักดิ์และศรีรวมทั้งสวัสดิการกับเทียบไม่ได้เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยทหารอัศวิน แม้จะขั้น 7 เท่าหัวหน้ามือปราบและหัวหน้าเรือนจำ  แต่หัวหน้าหน่วยทหารอัศวินกับมีภาษีทางสังคมสูงกว่านัก


ส่วนนายกองทหารอัศวินซึ่งเป็นขุนนางขั้นที่ 6 มาถึงขั้นนี้ก็ไม่ได้มีศักดิ์และศรีไปมากกว่าตำแหน่งอื่นๆ ในขั้นเดียวกันอย่าง  นายอำเภอ  องครักษ์หลวง และรองพัศดีผู้คุมเรือนจำแล้ว


ทั้งสองฝั่งเริ่มมีปากเสียง หัวหน้าหน่วยทหารอัศวินจึงเสนอให้ฝั่งนักผจญภัยส่งตัวแทนออกมา ตัดสินกันที่ชนะ 2 ใน 3 ส่วนกติกาให้ทางนักผจญภัยเสนอ


ฝั่งนักผจัญภัยไม่ขัด  พร้อมเสนอให้มีบาดเจ็บได้บ้าง  ห้ามทำร้ายถึงพิการ  ถ้าลงมือถึงจุดตายให้หยุดฝั่งตนแม้ได้เปรียบเรื่องความไวเพราะไม่ได้สวมเกราะแบบพวกอัศวิน  แต่นักผจญภัยหลายคนที่มาในงานก็สวมเกราะสร้างชื่อเสียงมาไม่น้อย  จึงออกกฎเผื่อทางรอดให้ฝั่งตนด้วย


คู่แรกอัศวินนายหนึ่งรูปงามนาม อิริออน เป็นที่ชื่นชอบของสาวๆ ในงานไม่ว่าจะบรรดาเมด  บุตรธิดาหลานขุนนางที่มางาน  เหล่าภริยาขุนนางพ่อค้าวานิช ไม่เว้นแต่สาวๆ ในปาร์ตี้นักผจัยภัยหลายๆ คน


เสียง .. “อ๊าห์~~~” ครือในลำคอสาวๆ แม้จะแผ่วเบา  แต่ยามเมื่อออกมาพร้อมเพรียงกันทั้งงาน  ก็เป็นเสียงที่ฟังได้ชัดเจนยิ่ง


นี่ชวนให้ฝั่งนักผจญภัยชายหงุดหงิดเพิ่มขึ้น  งานนี้นักผจญภัยหญิงห้ามลงเด็ดขาด  ผู้กล้าหนุ่มเลือดร้อนก้าวออกมา  เขาใช้วิชาดาบ  ประจวบเหมาะ  วิชาพวกอัศวินเน้นดาบไม่เหมือนพวกองครักษ์หลวง  ฟูกุ ดาบสายลม เป็นลูกครึ่งเผ่าปีศาจและมนุษย์  หน้าตามุ่งมั่นจริงจัง


“เริ่ม!!” กรรมการคือรองผู้ว่าการเป็นคนประกาศเริ่มการประลอง


เสียงกร๊ดกร๊าดเกรียวกราวจากสาวน้อยสาวใหญ่เชียร์อิริออนระงมทั่วงาน


ดาบสายลมฟาดฟันออกไปด้วยท่า •ดาบลมหวน• ก้อนพลังที่มีแรงอัดม้วนเป็นลมพายุหมุนหอบย่อมๆ แต่สูงเกือบสามเมตรม้วนพุ่งอัดไปที่อิริออน   ท่านี้สร้างชื่อให้ปาร์ตี้ของฟูกุมาแล้วหลายศึกนับไม่ถ้วนในการจัดการศัตรูจำนวนมาก


ท่าที่เน้นพลังแผ่รัศมีออกมาเช่นนี้  ท่าที่ใช้เวลาหมุนวนซัดออกมาเช่นนี้  อิริออนฟันอัดพลังเข้าตรงๆ เพื่อตัดและหยุดกระแสการหมุนวนของลูกพลังนี้   แน่นอนว่าไม่ลืมที่จะตั้งดาบขึ้นมาถึงระดับอกเพื่อแทงสวนกัน......


ใช่  แทงสวนกันไว้..  ..เพราะฟูกุได้พุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็วแล้ว


สภาวะนี้อิริออนเป็นฝ่ายกำชัยแล้ว หลักตั้งมั่น  ดาบที่แทงสวนด้วนการกุมสองมืออย่างมั่นคง  พลังที่รวมไว้ตลอดทั้งด้ามดาบ  อัศวินหนุ่มรูปงามนี้ไม่ได้ทำตัวหล่อไปวันๆ แต่กลับมีฝีมือที่แท้จริง  การฝึกฝืมือแบบตัวต่อตัวนั้น  เป็นกิจวัตรที่อัศวินต้องถูกฝึกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน


ทางฟูกุแม้มากประสบการณ์  แต่มักเผชิญกับกลุ่มโจรหรือมอนสเตอร์ที่ตนต้องฟันแล้วพุ่งฝ่าวงล้อมให้เพื่อนๆ ในปาร์ตี้ในภาวะที่พุ่งเข้ามาแบบนี้มีแต่รอให้ตนเองพาตัวเข้าไปให้ดาบฝั่งตรงข้ามเสียบ


ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในไม่กี่วินาที


เคร้ง!!..


ฟูกุกระเด็นออกตามสภาวะดาบของตนไปด้านข้าง  ส่วนดาบของอิริออนโดนกระบี่เล่มหนึ่งม้วนลงพื้น


“แค่การประลอง  เหตุใดพวกท่านจึงจริงจังกันเช่นนี้”  ....เป็นเสียงของชายวัยกลางคนรวบผมไว้หนวดพอประมาณอยู่ในชุดของนักบวชแห่งมหาวิหาร อารามกระบี่ศักดิ์สิทธิ์


“นั่นท่านนักบวช ยาอิด นี่นา!!”

“1 ใน 12 ยอดกระบี่แห่งมหาวิหาร อารามกระบี่ศักดิ์สิทธิ์!!”

“ท่านนักบวชเข้าไปแทรกกลางระหว่างการประดาบนั่นตั้งแต่เมื่อไหร่ ใครเห็นบ้าง!?”


เสียงแซร้ซ้องสรรเสริญรวมทั้งคำถามมากมายถึงยาอิดทั้งในหมู่อัศวินและเหล่านักผจญภัย



“ท่านยาอิด มาจนได้ ขอบคุณท่านที่ให้เกียรติมางานของข้ากับลูกสาว”


...รองผู้ว่าการยิ้มแย้มร่า ต้อนรับขับสู้ยาอิดซึ่งตนเชิญมา  เห็นได้ชัดว่าไม่ว่าขุนนางหรือใครๆ ต่างก็เกรงใจนักบวชน้อยใหญ่ของมหาวิหาร


ยาอิดยกมือทาบอก รับการทักทายรองผู้ว่าการ แล้วหันขวับมายังการประลอง


“ท่านอัศวินท่านนี้เป็นฝ่ายชนะในรอบแรก  มีใครคัดค้านมั้ย”  พูดจบไม่รอคนอื่นต่อคำ

“เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา  เริ่มคู่ถัดไปเถอะ”


เมื่อระดับมือกระบี่ 1 ใน 12 ยอดกระบี่แห่งมหาวิหาร อารามกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ตัดสินผลการต่อสู้เอง  ไม่มีใครไม่เห็นด้วยในเชิงยุทธ์การประลองนี้  แม้ต่อให้มีคนไม่เห็นด้วยก็ไม่มีใครในที่นี้กล้าขัดฝีมือระดับนี้ของยาอิด  นี่ยังไม่นับอิทธิพลของมหาวิหารอีกนะ....


คู่ที่สอง เป็นหญิงอายุประมาณ 22-24 น่าจะราวๆ นี้  อีกคนดูแข็งแกร่งกว่าอายุน่าจะราวๆ 30-33 ขึ้นลงไม่น่าเกินนี้ ใช่แล้วพวกนางคือหอกคู่พิชิตแดนใต้ที่ใช้ไม้ตายทำลายเกราะทองไม่ได้ตอนกลางวันนั่นเอง  พวกนางต้องการกู้หน้าคืนในสึกนี้เป่ายิงฉุบกันว่าใครจะได้ประลอง


หญิงอายุประมาณ 22-24 เป็นคนฉุบชนะ นางคือไชน่า  อายุจริงๆ 23  อีกคนคือโทโทรี่ อายุ 31 เป็นน้าสาวของไชน่าและเป็นคนฝึกให้ไชน่าใช้หอกแทนพี่สาวตนที่ตายไป  เดิมแม่ของไชน่าคือพี่สาวของโทโทรี่ทั้งคู่คือหอกคู่พิชิตแดนใต้  พวกนางน้าหลานแม้จะทะลวงเกราะทองไม่เข้าแต่ฝีมือหาได้ต่ำทราม


เมื่อผู้หญิงลงแข่งทางอัศวินเองก็ส่งผู้หญิงลงบ้าง อาร์น่า  อัศวินสาวร้อนวิชา  นางแม้ใช้เส้นสายตระกูลเข้ามาเป็นอัศวิน  แต่ฝีมือเองก็ต้องได้รับการยอมรับด้วย


เริ่ม!! สิ้นเสียงรองผู้ว่าการ


อาร์น่าตั้งดาบขึ้นระดับใบหน้า  เป้ง! ตัวดาบเหนือด้ามจับและกระบังดาบนั้น....หัก....


ไชน่าอยู่ในท่ากางขางจรดหอกเตรียมแทง  ... แต่นางแทงเสร็จแล้ว  ชักกลับแล้ว  ด้วยความเร็ว รุนแรง แม่นยำ และทรงพลัง  ทั้งยังคำนวณระยะตั้งแต่อีกฝ่ายเดินออกมา เข้าที่ และตั้งท่า พอสิ้นคำ “เริ่ม”  ก็โจมตีเล็งในจุดชีวิตที่มีดาบของอาร์น่ายกตั้งไว้พอดิบพอดี


เสียงฮือฮาทั่วงาน  นี่เป็นตัวชี้วัดว่าเพลงหอกของน้าหลานคู่นี้ไม่ได้กระจอก  แค่เกราะทองนั้นแข็งเกินไปเท่านั้น  มันคือไอเทมที่ลำพังแค่อาวุธชั้นยอดกับยอดฝีมือรวมกันทำลายไม่ได้  ต้องอาศัยอาวุธวิเศษและสุดยอดฝีมือระดับต้นๆ เท่านั้นถึงจะทำลายได้.....


พลันคิดถึงตรงนี้ทุกคนก็นึกถึงทีออนทีสามารถขยี้เกราะทองนี้คามือเปล่าๆ ได้


พูดถึงคน คนก็มา


ทีออนมาแล้ว  มากับสาวน้อยมัดผมทวินเทลคนหนึ่ง  ที่ดูอายุไม่ทิ้งตัวเขาเท่าไหร่  ทุกสายตาจับจ้องไปยังทีออน


“ท่านรองผู้ว่าฯ ท่านเชิญข้ามาเพราะเขาใช่มั้ย” ..ยาอิดถาม

“ใช่แล้วท่านสาธุคุณยาอิด”...


สาธุคุณ คือคำใช้เรียกนักบวชของที่โลกนี้


ทีออนไม่รู้วิธีเข้าสังคมงานแบบนี้  ไม่รู้ว่าตนต้องทำอะไรบ้าง  กินยังไง  ปฏิบัติยังไง  วางตัวยังไง  เผื่อว่าตนกับซินดี้ไม่สามารถอยู่ในงานได้  จะได้ไม่หิวโดยการกินอะไรรองท้องมาระดับหนึ่งแล้วก่อนจะมา


พอมองรอบๆ  เห็นเหล่านักผจญภัยกินกันจึงรู้ว่าตนพลาดแล้วที่ไม่หิ้วท้องมาที่งานนี้


คนของผู้ว่าการเชิญทั้งสองไปทางที่ผู้ว่าการยืนดูการประลองอยู่กับสาธุคุณยาอิด


ผู้ว่าการต้องการอะไรจากตนกัน  นั่นคือสิ่งที่ทีออนรู้สึกไม่สบายใจ


-------------------------------------------------------------------------------


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว