ขอบคุณที่สละเวลาอ่านกันนะครับ อาจจะไม่ใช่สายหลักต่อสู้เก้บเลเวล อัพสเตตัส แต่ก็น่าจะพอให้ความบันเทิงกับพี่ๆ น้องๆ ได้บ้าง

ชื่อตอน : #3 ไม่พ้น (03) 18+

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ส.ค. 2561 16:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#3 ไม่พ้น (03) 18+
แบบอักษร

​พวกทีออนเริ่มเบนเข็มมาทางลัดที่ไม่มีใครอยากมาเพราะมีรังโจรเยอะ มอนสเตอร์ดุร้ายนานาพันธุ์  แต่ทีออนใช้เป็นที่ลองวิชา  โจรที่ทีออนฆ่าได้หลังฟังมันโออ้วดศักดาค่าหัวกับวีรกรรมที่มันก่ออย่างภาคภูมิ


ตนก็เลือกฆ่าพวกนั้นอย่างง่ายดาย  เสียงโออวดกลายเป็นแผดร้อง..


ส่วนซินดี้ก็ฆ่าหัวหน้าโจรตายไป 2 ถ้ำ ตอนนี้มีหัวหัวหน้าโจรทั้งสิ้น 6 หัว ซึ่งถ้ามันโม้ค่าหัวตัวเองไม่โกหก  รวมๆ แล้วน่าจะหลายพันเหรียญทอง


ทีออนใช้ไอเย็นจากพลังมารแช่หัวพวกนี้ไว้ในถัง  แล้วแยกถังแช่กับเนื้อและเขามอนสเตอร์ที่ล่ายากมาด้วย  หีบอีกใบก็เอาของที่โจรบางคนปล้นขโมยมาจากเศรษฐี-ขุนนางที่มันประกาศโอ้อวดไว้


พวกทีออนมาถึงเมืองศูนย์กลางแล้ว  เมืองนี้จะว่าเป็นเมืองที่เจริญคึกคักที่สุด  สินค้ามากที่สุดและมีสมาคมภารกิจชาวยุทธ์ที่ใหญ่มากแห่งหนึ่ง  รวมทั้งมีศูนย์ทางการเปิดรับหัวที่มีรางวัล  เข้ามาเมือง  วิ่งเข้ามาถึงถนนใหญ่  พบป้ายลูกศรชี้ให้จอดในที่รับฝาก  แน่นอนว่าเสียเงิน


การมีรถนี่มันมีค่ายใช้จ่ายตามมา  แม้แต่ขุนนาง  ถ้าไม่ใช่ระดับ 5 ขึ้นไป พวกขึ้น 6-9 เองก็ไม่มีใครมีปัญญาซื้อ จะมีก็รถม้า ต่อให้ซื้อรุ่นเล็กที่นั่งได้แค่ 4 คน ซื้อมาก็ไม่อยากจ่ายค่าจอดรักษาเวลาไปต่างเมือง  ที่ใช้ส่วนมากก็ของทางการให้ใช้ในหน้าที่


ทีออนเอาของจำเป็นเล็กน้อยกับห่อเสื้อผ้าผลัดเปลี่ยนไปหาที่พักในเมืองแล้วถามหาศูนย์รับเงินทางการ  พอเปิดถังมาเจ้าหน้าที่เอะอะโวยวายอย่างตื่นตระหนก  เทียบป้ายค่าหัวเบ็ดเสร็จทีออนกับซินดี้ได้ไป 7 พันเหรียญทองไม่มีเศษเป็นเหรียญเงินและทองแดง  ราคานี้คือพร้อมทั้งเอาของมีค่าที่โจรชิงไปมาคืนด้วย  ผู้คนฮือฮากับ  พวกนักสู้นักผจญภัยต่างพากันสนใจทีออนและซินดี้


ทั้งคู่หาที่พัก ทีออนนอกป่า ถ้ำ กับในรถมาจะเป็นเดือนขอนอนโรงแรมดีๆ สักหน่อย  พอถึงที่นี่ก็อาบน้ำสั่งอาหารว่างมากิน  แล้วเอาผ้าไปจ้างซัก  งานซักผ้าลูกค้าในโรงแรมโลกนี้คืองานหนักและใช้แรงมาก  รับผิดชอบมากกรณีทำชุดลูกค้าเสียหาย  ทีออนเห็นใจอาชีพบริกรเหล่านี้ให้ทิปกับพนักงานซักทั้งห้องซักคนละ 3 ร้อยเหรียญเงิน 


ซินดี้นอนหลับพักเพราะง่วงมาทั้งคืนจนกลางวัน  ทีออนให้นอนรอที่ห้อง


ส่วนทีออนออกไปเอาเขาและเนื้อมอสเตอร์ล่ายากไปขายเบ็ดเสร็จได้มากอีก 4 เหรียญทองกับอีก 7 ร้อยเหรียญเงิน  ทีออนเอาเงินฝากเข้าการ์ดบัญชีของซินดี้เท่าๆ กัน  ตนไม่เคยมองซินดี้เป็นสาวรับใช้บำเรอกาม  แต่มองว่าคือสาวน้อยที่น่าสงสาร  น่ารัก (ถึงแม้จะเคยมีนิสัยแย่มาก่อน)  แล้วเป็นผู้หญิงของตนอีกคนหนึ่งทัดเทียมกับเนียร์ อิริน่าและรีฮาน


นี่ยังไม่นับเรื่องที่นางอายุมากกว่าตนนิดหน่อยอีกนะ  ทีออนแวะไปเช็ครถ  เพราะไม่เคยใช้บริการสถานที่จอด   รถยังอยู่ดี  ของอยู่ครบ  ทีออนเดินสำรวจเมืองที่คึกคักนี้  แต่ก็พบว่าตนเป็นที่สนใจของคนในเมือง


ทีออนมาถึงสมาคมภารกิจชาวยุทธ์แล้ว  นักผจญภัยต่างพากันมาหาจ๊อบเควสที่นี่  นี่เป็นครั้งแรกที่ทีออนเข้ามาสถานที่แบบนี้  เด็กหนุ่มอายุ 14 เอาหัวคนร้ายระดับหัวหน้าที่ก่อคดีร้ายแรงและทางการไม่มีปัญญาจับมาตลอดหลายปี  ทีออนเข้าไปอ่านตามป้ายประกาศภารกิจเควสที่แปะและแขวนอยู่  ก็ไปสะดุดอยู่อันหนึ่ง...


...ทำลายเกราะวิหคทองคำ...


เดินมาถามที่เคาน์เตอร์  “พี่สาวครับ  ภารกิจอันนี้ เอ่อ...”


พนักงานสาวสวยยิ้มแล้วอธิบาย “อ๋อ ... อันนั้นคือภารกิจพิเศษจ้ะ ถ้าแต้มภารกิจไม่ถึงทำไม่ได้หรอกนะ  เพราะคนจ้างคือเจ้าของเกราะเอง  เขามีเกราะวิเศษนี้รวมกับพลังท่าที่ใช้คุ้มกันกายเขา  เขาภาคภูมิใจมากจึงตั้งเงินว่าจ้างถ้ามีคนมาทำลายได้น่ะ”


การทำภารกิจที่สูงๆ ยากๆ และค่าตอบแทนดีๆ ต้องมีแต้มภารกิจที่สูง  เพื่อกันนักผจญภัยมีมืออ่อนเสี่ยงอันตรายเกินกำลัง  และเพื่อไม่ให้นายจ้างเสียเวลาในบางภารกิจด้วย  เช่นภารกิจทำลายเกราะนี้เป็นต้น  หากแต้มไม่ถึงเจ้าของเกราะก็ขี้เกียจออกมาให้ใครต่อใครลองทั้งวี่ทั้งวัน


“ดาบเขี้ยวมารก็ฟันเกราะนี้ไม่เข้า เจ้าของดาบเองก็เก่งแล้วแท้ๆ  กระบี่ยอดปราสาทก็บิ่น เจ้าของกระบี่เป็นคนของอารามกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซะด้วยนะ” พี่สาวเคาน์เตอร์เล่าเหมือนจะเตือนทีออนว่า...อย่าลอง....


“ข้าเพิ่งเอาหัวพวกหัวหน้าโจรมาขึ้นเงิน 7 พันเหรียญทอง พี่สาวน่าจะทราบเรื่องแล้ว ช่วยติดต่อเจ้าของเกราะให้ข้าทอดลองทำลายเกราะทองของเขาทีเถอะครับ..”  ทีออนยิ้มอย่างสุภาพ


“หะ ห๊า เดี๋ยวนะ...” พนักงานสาวตกใจคล้ายไม่เชื่อหันไปสอบถามพุดคุยกับพนักงานคนอื่นๆ ... เหล่าเจ้าหน้าที่พนักงานมองมาที่ทีออน  แล้วเหมือนกับเข้าไปตรวจเช็คอะไรสักอย่าง....สักครู่ก็มีคนสะพายกระบี่สองเล่มที่หลังรูปร่างสันทัดแต่งกายสายรัดจัดเต็มแบบนักผจญภัยเข้ามาที่เคานเตอร์


“ตามข้าเหรอ ไหน คนไหน...” พูดจบไม่ทันไรหันมาเห็นทีออน.. “ใช่ๆ เจ้าหนุ่มนี่แหล่ะ ตอนนั้นมากับสาวน้อยอีกคนหอบหัวพวกนั้นมา  ตอนนี้กำลังดังในหมู่นักล่าค่าหัวและนักผจญภัยเลนล่ะนะ...” นักผจญภัยชายสะพายกระบี่กล่าวเสียงดัง


เสียงที่ดังกังวานของชายสะพายกระบี่คนนี้  ทำเอานักผจญภัยที่นั่งตามโต๊ะอาหารของที่สมาคมถึงกับหันและลุกมาดูกันมากมาย.....เสียงฮือฮาดังไปทั่ว


“งั้น...เอ่อ...ข้าจะลองติดต่อเจ้าของเควสนี้ให้ละกันนะจ้ะพ่อหนุ่ม”...พนักงานรับคำแบบยังงงๆ ...


ลานสวนอันกว้างใหญ่  รอบขอบรั้วมีคนมากมายมารุมมุง  เจ้าของคฤหาสน์หลังนี้คือรองผู้ว่าการของเมืองนี้  ถ้าเทียบกับนายอำเภอที่เป็นขุนนางขั้น 6 แล้ว รองผู้ว่าการของเมืองก็คือขั้น 3


ท่าทีรองผู้ว่าการฯ ลิงโลดยินดีในบรรดาของมีค่ามหาศาลที่ทีออนนำกลับมาได้ก็เป็นของรองผู้ว่าการฯ นั่นเอง


......ชุดเกราะแขวนจัดตั้งอยู่กลางลานแล้ว  รอให้คนที่มาท้าทายทำลายมันให้ดู


ทีออนต้องต่อคิว  ใจจริงทีออนอยากลงมือเป็นคนแรก  แม้มั่นใจในพลังตอนนี้  แต่ก็ไม่กล้าดูแคลนคนอื่น  ดังนั้นจึงกลัวคนอื่นๆ จะทำลายตัดหน้าไป  เควสนี้มีมูลค่าของมันเพียวๆ 5 พันเหรียญทองเลยทีเดียว


คนแรกเดินถือหอกเข้ามา  เป็นหญิงอายุประมาณ 22-24 น่าจะราวๆ นี้  อีกคนถือหอกทรงเดียวกันดูแข็งแกร่งกว่าอายุน่าจะราวๆ 30-33 ขึ้นลงไม่น่าเกินนี้ 


ทีออนได้ยินคนรอบๆ พูดว่า “นั่น..หอกคู่แฝดพิชิตแดนใต้..” หอกนั้นเป็นแฝด  แต่คนกลับไม่ใช่ดูคล้ายพี่น้องกันมากกว่าเพราะความห่างของวัย


ทั้งคู่ตั้งท่า  พลังท่าวิชาก่อเกิดคลื่นลมหมุนรอบๆหอบใหญ่  คนรอบๆ ที่มีพลังฝีมือบ้างยกมือ  บ้างยกอาวุธมาตั้งเกร็งพลังกันไว  ส่วนคนที่เป็นชาวบ้านปกติและพวกฝีมืออ่อนก็ทุลักทุเลพยามกันลมที่เกิดจากคลื่นพลังนี้


ทั้งคู่พร้อมแล้ว!!  …พุ่งแทงเข้าด้วยความเร็วที่เท่าเทียมกันยื่นแทงหอกพร้อมกัน  และแทงไปยังจุดเดียวกัน...ว่ากันว่าท่านี้ลำหายได้กระทั่งประตูเหล็กของกำแพงเมืองได้เลยทีเดียว..


กึ่ง.ง..ง.ง.ง.ง.ง.ง.ง..งงงงงงงงงงง!!!...!!!


เสียงกระทบก้องกังวานจนทุกคนอุดหู  มีคนที่พลังแก่กล้าไม่กี่คนไม่เอามืออุดหู ....ผลออกมาแล้ว


ก็ตามที่คนอ่านคาดนั่นล่ะ...ไม่เข้า!! ปลายหอกทั้งคู่บินเล็กน้อย  สีหน้าสาวทั้ง 2 เจ็บใจเมื่อเห็นสภาพคมตรงปรายแหลมสุดของหอกบิ่น......หอกแฝดคู่นี้เป็นสมบัติประจำตระกูลของพวกนาง


รายที่สองใช้ดาบเล่มใหญ่  ตั้งท่าเกร็งพลังอยู่ครู่เดียวฟาดดาบเต็มแรง.....โขดหินที่พิงเกราะร้าว  ส่วนตัวเกราะไร้รอยขีดข่วน.....ดาบยักษ์ล่ะ.....


ดาบยักษ์ร้าวถึงแกนดาบ  ฟังจากคนรอบๆ ได้ความว่าเจ้าของดาบคือจอมดาบหั่นอสูร  ดาบผ่าศาตราเล่มนี้เป็นดาบที่เคยปักค้ำผาถ้ำศิลาบนเขาที่เป็นหินมาช้านาน  ยาวนี้ร้าวไปถึงแกนดาบถึงกลับลงไปนั่งกอดดาบพรรณนาถึงพวกพ้องมิตรสหายที่รบผ่านวิบากมาด้วยกันพร้อมกับตนและดาบเล่มนี้


ถึงตาทีออน  เดินมือเปล่าเข้ามา  คนฮือฮากันอีกรอบ  รองผู้ว่าการฯ อยากเห็นพลังฝีมือที่แท้จริงของทีออน  เดิมคิดว่าต่อให้ทำลายเกราะไม่ได้ก็ว่าจะรั้งตัวเลี้ยงมื้อเที่ยงและมื้อค่ำพร้อมให้ทิปรางวัลสักครา


ตอนนี้ทีออนมีตัวเลือกคือ ท่าฝ่ามือป่นกะโหลก และท่าฝ่ามือเผาแช่ซากกระดูก  ใน 6 ท่าที่ที่ออนฝึกได้ตอนนี้  มี 2 ท่านี้เป็นท่าโจมตีทำลายตรงๆ....ซึ่งคือท่าที่ 1 และ 2 ตามลำดับนั่นเอง


ทีออนเลือกท่าที่ 2 เผาแช่ซากกระดูก ..คือใช้พลังร้อนข้างหนึ่งเย็นข้างหนึ่งซัดออกพร้อมกัน  ทีออนไม่ตั้งท่า  พุ่งเข้าไปซัดทั้ง 2 มือ เปรี้ยง!!!!  เสียงดังสนั่นหวั่นไหว  สะเทือนไปทั่งอาณาบริเวณ


เกราะส่วนที่ยุบเป็นรอยฝ่ามือ  แนบติดมือทีออน  ส่วนที่เหลือป่นแตกกระจายไปพร้อมกับโขดหินใหญ่ที่ใช้พิงเกราะ   ทุกคนแตกตื่นตะลึง รองผู้ว่าการฯ อ้าปากค้างทีออนทำได้มากกว่าที่ตนจินตนาการไว้มาก


มากจนสมบัติที่ภูมิใจที่สุดสลายหายวับไปในบันดล  นี่ยังไม่นับที่ต้องเตรียมจ่ายให้ทีออน 5 พันเหรียญทองอีกนะ  ตอบแทนที่ทำลายสมบัติชิ้นโปรดของตนสำเร็จ......


มีบ้างบางคนทำทีอวดศักดาของสมบัติตนเอง  แต่ไม่คาดว่าวันหนึ่งจะมีคนมาทำลายได้จริงๆ......ทว่ากับรองผู้ว่าการคนนี้ไม่ใช่......


“รีบจ่ายเงินให้เขา.....เจ้าหนุ่มนี่สะดวกช่องทางไหนก็จัดไป”  ท่าทีลิงโลดจนทีแรกคนคิดว่ารองผู้ว่าการฯ จะแสร้งทำกลบเกลื่อนแต่ไม่ใช่.. เขาลิงโลดยินดีจริงๆ พร้อมกับขอเชิญทีออนให้มาทานมื้อค่ำที่คฤหาสน์ของตน


ทีออนเดินกลับมารับเงินที่เคาน์เตอร์สมาคมฯ ....นอกจากรับเงินแล้ว ก็ทำประวัตินักผจญภัยของสมาคมและรับแต้มสะสมลงในประวัติ  ได้การ์ดโลหะแสดงตนแล้ว ...  รู้งี้พาซินดี้มาด้วยดีกว่าจะได้มีการ์ดกับเขาบ้าง  ทีออนบ่นในใจ...


กลับมาที่โรงแรมพบซินดี้นั่งรอบนโซฟารับแขกของโรงแรมที่ลอบบี้  เห็นทีออนกลับมาแล้วรีบวิ่งมาหา


“เป็นไงมั่งคะ  เหนื่อยมั้ย  จะสั่งอาหารเลยมั้ย” ....ซินดี้ถามรัวๆ ติดต่อกัน

“ได้เงินมามากเลย  ชนิดที่ซื้อบ้านใหม่หลังดีๆ ได้สบายเมื่อรวมกับของเดิม  ซินดี้อยากกินอะไรสั่งเอาตามใจเลยนะ...” ...ทีออนพูดไปถูกซินดี้ลากจูงเข้าไปที่นั่งสั่งอาหาร


ข้างนอกคนวิ่งกันให้ควักเสียงเอะอะมีแต่เสียงเล่าลือเรื่องเด็กหนุ่มชื่อทีออนทำลายเกราะทองของรองผู้ว่าการฯ ในทีเดียวด้วยมือเปล่า 2 ข้าง  ซินดี้ได้ยินหันมายิ้มให้ทีออนแล้วแหย่ว่า

“ท่านดังใหญ่แล้วนะคะทีออน  แบบนี้จะหนีเหนือหัวได้เร้อ...”

“ก็เอาให้ดัง ให้มีเงินมีฝีมือนี่ล่ะ  ยังไงก็โดนล่าอยู่แล้วในอนาคตก็ขอตักตวงเท่าที่จะทำได้จนกว่าจะโดนล่าจริงๆ ล่ะนะ  ตอนนั้นค่อบหายเข้ากลีบเมฆและเปลี่ยนชื่อเอาทีหลัง ฮ่ะๆๆ” ....ทีออนตอบแบบสีหน้าห่อเหี่ยวนิดๆ ..


กลุ่มอัศวินของเมืองเดินอย่างเป็นระเบียบเข้ามาหาทีออนในลอบบี้โรงแรม  ทั้งหมดหยุดยืนเมื่อเดินมาถึงโต๊ะอาหาร  นายกองทหารอัศวินสวมเกราะดูมีสง่ากล่าวก่อน


“ท่านคือทีออน” ....คำกล่าวนี้บวกกับท่าท่างแล้วดูยังไงก็ไม่เหมือนกับคำถาม  มันเหมือนการขอคำยืนยันในเชิงออกคำสั่งมากกว่า..


“ใช่ ข้าทีออน”

“งานเลี้ยงจะเริ่มในเวลา 6 โมงเย็นของวันนี้ที่คฤหาสน์ท่านรองผู้ว่าการฯ  เชิญท่านมาตรงเวลา”..เป็นการเชิญที่นอกจากจะเหมือนออกคำสั่งแล้ว  ยังฟังดูเหมือนขู่กันนิดๆ ด้วย


ทีท่านี้ต่างจากรองผู้ว่าการจริงๆ ทีออนซดชานมที่ซินดี้รินไว้แล้วตอบ

“ได้  ข้าจะไปตามเวลา  ฝากขอบคุณท่านรองผู้ว่าการฯ ด้วยที่เชิญข้า”


มันเป็นธรรมดาอยู่แล้วของอัศวินที่ทำงานมานานแต่จับโจรกลุ่มใหญ่ๆ หลายกลุ่มไม่ได้ซะที  แต่จู่ๆ ก็มีเด็กหนุ่มยังไม่ถึง 15 ด้วยซ้ำเอาหัวของหัวหน้าโจรมาขึ้นเงินรางวัล  นำความโล่งอกโล่งใจให้ชาวเมือง  จนคนในเมืองพูดกันให้แซ่ดว่า...ดูสิขนาดกองทหารอัศวินยังไม่มีปัญญาทำได้เลยแต่เจ้าหนูนี่ทำได้....


คฤหาสน์รองผู้ว่าการฯ เมืองศูนย์กลาง..


งานจัดเตรียมอย่างคึกคัก เหล่าขุนนางท้องถิ่นและบรรดานักสู้นักผจญภัยที่ขึ้นชื่อของเมืองมางานกัน  เดิมทีเป็นงานฉลองวันเกิดของลูกสาวของตน  แต่ในเมื่อทีออนหนุ่มน้อยผู้กล้าที่สามารถเด็ดหัวของหัวหน้ากลุ่มโจรได้หมดซ้ำยังทำลายเกราะทองของตนได้อีก  จึงจัดเป็นงานต้อนรับขอบคุณรวดเดียวในงานค่ำนี้เลย


งานเลี้ยงในสนามหญ้าสวนกว้างในเขตรั๊วอันกว้างใหญ่ของท่านรองผุ้ว่าการฯ ดำเนินเน้นแบบรื่นเริงมากกว่างานเลี้ยงแบบผู้ดี  รองผู้ว่าการฯ คนนี้ไม่ใช่พวกที่กระมิดกระเมี้ยนกับมารยาทขุนนางมากนัก  เนื่องด้วยเมืองศูนย์กลางนี้เป็นแหล่งรวมผู้กล้านักผจญภัยมากหน้าหลายตาทุกระดับชั้น  รองผู้ว่าการฯ คนนี้ต้องคลุกคลีกับเหล่ายอดฝีมือทั้งหลายอยู่เสมอ....


ผู้คนในงานแม้ดื่มกินสนุกสนาน  แต่ก็ยังไม่ถึงกับขาดมารยาทมากนัก  ยังไม่ถึงกับมูมมามหรือทำอะไรที่ดูสกปรกเกินไปนัก  แม้จะเป็นงานเลี้ยงทว่าเป็นที่รู้กันดีในหมู่นักผจญภัยและเข้าข้าราชการขุนนางดีว่ามันคือการประลองแบบไม่เป็นทางการแบบย่อมๆ นั่นเอง ที่ไหนมียอดฝีมือรวมตัว  ไม่มีการเปรียบยุทธ์แลกเปลี่ยนความรู้กันได้หรือ....ไม่อาจไม่มี!!...

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว