facebook-icon

เมื่อมาเฟียเจ้าเล่ห์ดันไปหลงเสน่ห์ของคุณหมอตัวขาว ความรัก ความเปย์เเละการใส่ใจจึงถูกส่งให้คุณหมอไปเต็มๆ ติดตามได้ใน...กลรัก...มาเฟียร้าย

ตอนที่ 18 คุณพยาบาลมือใหม่ (✔️)

ชื่อตอน : ตอนที่ 18 คุณพยาบาลมือใหม่ (✔️)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 58.3k

ความคิดเห็น : 38

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ค. 2562 11:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18 คุณพยาบาลมือใหม่ (✔️)
แบบอักษร

​ตอนที่ 18 คุณพยาบาลมือใหม่ 

 

ผมไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานเเค่ไหน...เเละก็คงคิดว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นเเค่ความฝันถ้าไม่ได้เห็นสภาพตัวเองที่สะท้อนผ่านกระจกที่ตู้เสื้อผ้ามาตอนนี้... 

 

รอยช้ำที่มุมปาก เเละตามเนื้อตัวที่ดูเหมือนถูกล้างทำความสะอาดฆ่าเชื้อเรียบร้อย...บวกกับรอยเขียวช้ำขนาดใหญ่บริเวณสีข้างที่น่าจะได้มาตอนที่โดนเตะ เเล้วยังมีเเผลที่ถูกปิดด้วยผ้ากอซสีขาวที่อยู่ด้านล่างรอยช้ำนั้นไปอีก.... 

 

นี่ผมยังไม่ตายจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย- - 

 

“ลุกไปทำอะไรตรงนั้น” 

 

ผมหันไปมองร่างสูงที่พึ่งจะเดินเข้ามาในห้องนอนของผมก่อนจะยิ้มให้เขาอย่างที่ชอบทำ.... 

 

“ตื่นนานหรือยัง” 

“เมื่อกี้เองครับ” 

 

คุณโทมัสเดินมาช่วยพยุงผมที่ต้องลากเสาน้ำเกลือของตัวเองกลับมาที่เตียงนอน เขาให้ผมนั่งลงบนเตียงเเล้วใช้หมอนใบใหญ่หนุนหลังให้... 

 

เราไม่ได้อยู่ที่โรงพยาบาลหรอกนะครับ...เเต่อยู่ที่บ้านพักของผม...ไม่เเน่ใจว่าเขารักษาผมที่นี้หรือพึ่งพาผมมาที่หลังจากรักษาเสร็จ 

 

“เจ็บไหม” ผมพยักหน้ารับหงึกหงัก ก่อนจะพูดตอบออกไปเบาๆ 

“เเล้ว...คุณทำยังไงกับพวกนั้น” 

“...ก็...อย่าไปใส่ใจเลย...เหนียวตัวไหม เดี๋ยวฉันเช็ดตัวให้” 

“คุณเช็ดเหรอ?” 

“ใช่สิ...เมื่อวานฉันก็เป็นคนเช็ด ก่อนหน้านี้ฉันก็เป็นคนเช็ด” 

“ก่อนหน้านี้? นี่ผมหลับไปกี่วันกัน” 

“...เป็นเดือน” 

“เป็นเดือน!!” 

 

นี่ผมหลับไปเป็นเดือนเลยเหรอ...เดี๋ยวๆ เเล้วทำไมยังเป็นเเผลอยู่...บ้าไปเเล้ว! 

 

ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เเต่พอเห็นท่าทางของอีกฝ่ายก็ทำให้ผมคิดได้ทันทีว่ามันต้องไม่ใช่ความจริงเเน่ 

 

“โกหกสินะครับ” ผมเเกล้งทำหน้านิ่งมองจ้องเขาอย่างเคืองๆ ทั้งที่จริงๆ เเล้วก็ไม่ได้รู้สึกเเย่อะไรเพราะรู้อยู่เเล้วว่าเขาพูดเล่นๆ 

“...เธอสลบไปวันเต็มๆ เเต่สำหรับฉันมันนานมากนะ...ใครจะอยากเห็นคนที่ตัวเอง…” 

 

เขานิ่งไปเหมือนกำลังชั่งใจตัวเองอยู่ ก่อนจะพูดเปลี่ยนเรื่องออกมาเสียอย่างนั้น 

 

“เช็ดตัวกันดีกว่า” เเล้วก็ลุกเดินหนีข้าห้องน้ำไปเลย ก่อนจะเดินฝกลับมาพร้อมกะละมังใบเล็กๆ ..ก่อนจะเริ่มต้นเช็ดลงมาที่ใบหน้าของผมเป็นที่เเรก 

“เช็ดเป็นจริงๆ ด้วย” 

 

ผมพูดขึ้นมายิ้มๆ ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังค่อยๆ บรรจงเช็ดเบาๆ ไปตามเเขนของผม เขาเหลือบสายตาขึ้นมามองอย่างภาคภูมิใจ มุมปากกระตุกยิ้มกวนๆ จนผมอดเบ้ปากใส่ไม่ได้… 

 

ผมนั่งมองคนตัวโตที่ค่อยๆ เช็ดค่อยๆ ทำความสะอาดเเขนขาของผมอย่างตั้งใจอยู่ เเล้วดูเหมือนตอนนี้อีกฝ่ายกำลังพิกเเขนของผมมองหาจุดที่ยังไม่ได้เช็ดอีกด้วย… 

 

“....อะไร มองเเบบนั้นทำไม” พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นว่าผมมองอยู่ อีกฝ่ายก็พูดถามออกมานิ่งๆ เเต่ผมเหมือนจะรับรู้ประโยคบางอย่างทางสายตาเขา ประมาณว่า… 

 

‘อะไร จะล้อกันหรือไง จะล้ออะไร’ 

 

ผมส่ายหน้าไปมายิ้มๆ นั่งนิ่งๆ ปล่อยให้เขาดช็ดตัวต่อไป ทั้งๆ ที่จริงๆ เเล้วผมว่า ตัวผมน่าจะสะอาดเเล้วในระดับหนึ่งนั้นเเหละ...เเต่พอเห็นอีกฝ่ายดูตั้งใจขนาดนั้นก็เลยไม่กล้าขัด...คงได้เเต่ต้องปล่อยให้เขาทำต่อไป 

 

“เเล้ว…” 

“ครับ?” 

“ในร่มผ้าล่ะ” คนพูดยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาอย่างเห็นได้ชัด 

 

ในร่มผ้า? หมายถึงในเสื้อผ้านะเหรอ! จริงสิ เพราะตอนนี่คุณโทมัสเช็ดให้เเค่ หน้า เเขน เเละขา ของผมเท่านั้น 

 

“ถอดชุดเร็ว...มาม่ะๆ” 

“ม...ไม่ต้องเลยครับ...ผมทำเองได้” 

 

ผมรีบถลาลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะรีบคว้าเสาน้ำเกลือของตัวเองรีบเดินหนีเข้าห้องน้ำมา… 

 

...หน้าร้อนไปหมดเเล้ว!! 

 

“คนบ้า!” ผมได้พึมพำอยู่ในห้องน้ำ เหลือบมองใบหน้าตัวเองที่ขึ้นสีเเดงละเรือๆ อยู่ที่พวงเเก้มทั้งสองข้างของตัวเอง...มันเเดงมาก เเดงมากจริงๆ 

“ถ้าช้า ฉันจะเข้าไปช่วยนะ” 

“ไม่ต้องเลยครับ!!” ผมโวยออกไปเสียงดัง ก่อนจะรีบจัดการตัวเอง เพราะคิดว่าอีกฝ่ายไม่ได้ขู่เเน่ๆ ถ้าผมยังช้า เขาเข้ามาจริงๆ เเน่! 

 

ชุดใหม่ถูกหยิบมาสวมใส่ เเต่ไม่ได้เป็นชุดคนไข้เหมือนในตอนเเรก...คุณโทมัส หยิบเสื้อยืดสีขาวสะอาดตามีลายเล็กๆ ตรงอกข้างซ้ายเขียนว่า 

 

‘<< I'm Yours’ 

 

พร้อมด้วยลูกศรที่ชี้ไปทางซ้าย กับกางเกงผ้าเเบบกางเกงเลย์ที่ผมเอามาจากไทยด้วย… 

 

“รอตรงนี้ก่อน” ผมถูกพากลับมานั่งลงบนเตียงพิงหลังกับหัวเตียงเหมือนในตอนเเรก 

“หาอะไรครับ??” 

“ปกติเธอต้องทาอะไรก่อนนอนหรือเปล่า?” 

 

ปกติก่อนนอนผมทา...ก็ทาครีมนิดหน่อย...เเล้วก็ทาเเป้งเด็ก…. 

 

“ปกติทาครีมนะครับ...เเล้วก็เเป้ง” 

“อยู่ตรงไหนล่ะ” 

 

ผมมองหน้าเขางงๆ เเต่ก็ยอมยกมือขึ้นชี้ไปทางที่ผมเก็บของใช้ส่วนตัวเอาไว้ เขาพยักหน้ารับนิ่งๆ ก่อนจะเดินไปรวบของทุกอย่างที่ผมวางเอาไว้ตรงนั้นเเล้วเดินกลับมาหาผม 

 

“ทาอะไรบ้าง” 

“ก็เเค่ทาตัวนี้เเล้วก็เเป้งเด็กครับ” 

 

เขาพยักหน้ารับอีกครั้ง จากนั้นก็รวบของทุกอย่างที่ผมไม่ได้ใช้เดินกลับไป...เเอบเห็นเขาวางเรียงข้าวของ ของผมลงที่เดิม...ที่น่าขำก็คือ เหมือนเขาจะพยายามวางพวกมันให้อยู่ในองศาเดิมก่อนหน้านั้นเลย… 

 

วางๆ ไปเลยก็ได้เเท้ๆ …^^ 

 

“ทำอะไรน่ะ!”เขาทักขึ้นเสียงดังจนผมตกใจ 

“ก็...ทาครีมไงครับ”ผมตอบพร้อมทักเเต้มครีมลงไปบนใบหน้าของตัวเอง 

“หยุดเลยๆ” 

 

อะไรของเขาเนี่ย...ถึงจะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงให้ผมหยุด เเต่ก็ยอมหยุดการกระทำของตัวเองอยู่ดี 

 

คุณโทมัส วางของชิ้นสุดท้ายลงที่เดิม หมุนปรับองศาของมันนิดหน่อยก่อนจะรีบเดินกลับมาหาผม เขาทิ้งตัวลงนั่งด้านหน้าผมเขยิบเข้ามาใกล้ๆ ก่อนจะคว้ากระปุกครีมที่ผมถือเอาไว้ไปถือเเทน… 

 

“นั่งนิ่งๆ” เขาพูดสั่งออกมาก่อนจะเริ่มอ่านรายละเอียดของกระปุกครีมที่อยู่ในมือ 

 

ท่าทางตั้งอกตั้งใจนี้มันอะไรเนี่ย...อ่านไปพยักหน้าเข้าใจไปเเบบนี้คืออะไรกัน...คิดดูนะครับ คนตัวใหญ่ๆ เเบบพวกยุโรป ที่กำลังถือกระปุกครีมกระปุกเล็กๆ นั่งเพ่งสายตามองตัวหนังสือเล็กๆ ที่เขียนไว้ข้างกระปุก… 

 

ผมมั่นใจเลยว่าตอนนี้ตัวของผมกำลังยิ้มอยู่เเน่ๆ 

 

พอเขาทำความเข้าใจทุกอย่างเเล้ว ก็เริ่มป้ายครีมในกระปุกขึ้นมาเเต้มลงบนหน้าของผมเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ถูกวนๆ ตามขั้นตอนของมัน… 

 

“ต่อด้วยเเป้งใช่ไหม” 

“ครับ...เเต่ผมทาเองก็ได้นะครับ” 

“ฉันอยากทาให้” 

“เเต่คุณจะทำไม่ถนัดนะ….งั้น...คุณเทเเป้งในกระป๋องให้ผมก็ได้” 

 

เขาชั่งใจอยู่สักนิดก่อนจะยิ้มทำตามที่ผมบอก ค่อยๆ เทเเป้งเด็กในกระปุกให้ผมช้าๆ บวกกับท่าทางตั้งอกตั้งใจนั้นเหมือนเดิม 

 

“กลิ่นเจ้านี้ นี่เอง” 

“??” ผมมองหน้าเขางงๆ ก่อนจะเข้าใจความเหมือนเมื่อเห็นสายตาที่ยังคงจ้องมองกระป๋องเเบบ...เหมือนตื่นเต้นที่ได้เจอของถูกใจอะไรสักอย่าง 

 

ก๊อกๆ! 

 

เราทั้งคู่ต่างหันไปมองที่ประตูห้องนอนของผมก่อนที่ประตูจะเปิดออก ร่างสองร่างค่อยๆ เดินเข้ามาด้านใน คนหนึ่งคือพี่วิเวียร์ซึ่งผมคิดว่าน่าจะมาทำความสะอาดเเผลให้ผม ส่วนอีกคนคือคุณเเฟรงค์ที่กำลังถือถาดข้าวต้มอยู่ในมือ 

 

“จะทำเเผลก่อน หรือกินก่อน” 

“ทำก่อนก็ได้ครับ...ผมยังไม่ค่อยหิวเท่าไร” 

“ได้...เเต่ทำเเผลเสร็จต้องกินนะ...เพราะเธอต้องกินยา” 

 

พี่วิเวียร์เดินเข้ามาหาผม เธอยิ้มให้ผมนิดหน่อย สายตาที่มองมาทำให้ผมรับรู้ได้ถึงความเป็นห่วงของคนตัวเล็กตรงหน้า 

 

“ผมไม่เป็นไร” พี่วิเวียร์ทำเเค่พยักหน้ารับ ก่อนจะนั่งลงที่เตียงข้างๆ ผม 

 

เราเริ่มทำเเผลกันช้าๆ เเต่เหมือนคุณโทมัสเเละคุณเเฟรงค์จะออกไปก่อนเเล้ว คงเพราะพี่วิเวียร์มีท่าทางเกร็งนั้นเเหละ 

 

“ผมไม่เป็นไรจริงๆ นะครับ อย่าทำหน้าเเบบนั้นสิ” 

“...พี่ขอโทษนะ!” 

“ครับ??” 

“มันเป็นเพราะพี่เอง” ผมมองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ 

 

เธอเงยหน้าขึ้นมามองสบตาผม ดวงตามีน้ำคลอๆ อยู่จนเห็นได้ชัด 

“ถ้าพี่ไม่บอกหมอใหญ่ว่าฟิวส์ไปไหน หมอใหญ่ก็คงตามไปไม่ถูก เรื่องเเบบนี้คงไม่เกิดขึ้น...พี่ขอโทษ...ขอโทษจริงๆ ...พี่…” 

“พอเเล้วครับ...มันไม่ใช่ความผิดพี่เลย...พี่จะไปรู้ได้ไงว่าเรื่องเเบบนี้จะเกิดขึ้น...อย่าโทษตัวเองเลย...ฟิวส์ไม่โทษพี่ เพราะฉะนั้นพี่ก็อย่าโทษตัวเองเลยนะครับ” 

 

ผมยิ้มบางๆ ส่งไปให้ พี่วิเวียร์มองหน้าผม ก่อนจะยอมพยักหน้ารับช้าๆ 

 

เรื่องนี้ไม่มีใครผิดหรอก...อย่าโทษใครเลย...เรื่องมันผ่านไปเเล้ว...ผมคิดเเบบนั้นจริงๆ เพราะคิดเเบบนั้น...ผมถึงไม่คิดจะโทษว่าเป็นความผิดขอหมอใหญ่ด้วย...เราเเค่...ทำกรรมร่วมกันมา ถึงต้องมาชดใช้กันในชาตินี้...อีกอย่างหมอใหญ่ก็ได้รับกรรมไปเเล้ว 

 

เขาได้รับพิษไป...เเละถ้าให้ผมคาดการละก็...เขาน่าจะไม่รอดเเล้วเเน่ๆ 

 

...ผมอโหสิกรรมให้ครับ เเละขอให้เขาอโหสิให้ผมด้วย... 

 

หลังจากทำเเผลเสร็จพี่วิเวียร์ก็ขอตัวออกไปก่อน ผมคิดว่าพี่เขายังรู้สึกไม่ดีอยู่เเต่ก็น่าจะดีขึ้นมั้งเเล้ว 

 

พอพี่วิเวียร์ออกไป คุณโทมัสก็เดินเข้ามาในห้องเเทน เขาถือถาดข้าวต้มที่เหมือนพึ่งจะผ่านความร้อนมาสดๆ ร้อนๆ เดินเข้ามาหาผม 

 

“กินเยอะๆ ละ ไม่ได้กินมาตั้งกี่มื้อเเล้ว” 

“เเต่ผมก็ได้พลังงานจากน้ำเกลือนะครับ” 

 

ผมส่งยิ้มเเห้งๆ ไปให้คนตัวสูง ก่อนจะอ้าปากรับข้าวต้มที่อีกฝ่ายป้อนมา… 

 

“อันที่จริงผมก็ไม่ได้….” คำพูดถูกกลืนหายไปเมื่อเห็นท่าทางของคนป้อน ผมเลยได้เเต่ยิ้มรับ เเล้วยอมอ้าปากรับข้าวต้มที่เขาป้อนให้ไปเงียบๆ 

 

เราใช้เวลานานพอควรกว่าจะทานข้าวต้มหมดถ้วย ก็ผมอิ่มเเล้วนี่น่า เเต่เขาก็ยังจะให้ผมกินเข้าไปอีกจนเเน่นท้องไปหมดเเล้ว พอกินข้าวเสร็จก็ส่งยาหลังอาหารมาให้ผมกินต่อ 

 

ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยไปด้วยดี คุณโทมัสดูเเลผมดีทุกอย่าง ขนาดเเค่ผมไอเบาๆ เพราะสำลักอีกฝ่ายก็รับส่งน้ำมาให้ดื่ม.. 

 

“นั่งพักสักหน่อยเเล้วค่อยนอน” 

“เเล้วคุณจะไปไหนครับ” ไม่ทันได้คิดอะไร พอเห็นอีกฝ่ายลุกขึ้นยืน มือของผมก็รับเอื้อมไปคว้าเเขนของเขาเอาไว้ 

“จะเอาของพวกนี้ไปไหวข้างนอก..ไม่นาน” ผมค่อยๆ ปล่อยมือของเขาออก 

“เเค่เเป๊บเดี๋ยว” 

 

เขาพูดย้ำอีกครั้งก่อนจะเดินออกไป...พอได้มีเวลานั่งคิดคนเดียว ก็งงๆ กับการกระทำของตัวเอง ผมจะรั้งเขาเอาไว้ทำไมนะ?? ทั้งๆ ที่ไม่เข้าใจเเต่เมื่อกี้เหมือนมือมันจะไปเอง รู้อีกที่ก็คือจับเขาไปเเล้ว… 

 

ทำเหมือนไม่อยากห่างเขาสักนาที….นั้นนะสิ.. 

 

“ไม่อยากห่างสักนาทีเลย” ผมพูดพึมพำออกมาเบาๆ สายตาก็ยังคงมองจ้องไปที่ประตูห้องนอน รอการกลับมาของเขาคนนั้น 

 

เวลาผ่านไปสักพักคุณโทมัสก็เดินกลับเข้ามาในห้อง เมื่อกี้ตอนเขาเอาของออกไปเก็บ เขาน่าจะเลยไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย เพราะจากเสื้อเชิ้ตกางเกงสเเลคในตอนเเรก ตอนนี้มันกับเป็นเเค่เสื้อยืดกางเกงขาวยาวสำหรับใส่นอน 

 

เเต่จุดที่ผมโฟกัสตอนนี้กับเป็นตัวอักษรที่อกข้างขวาของเขา ซึ่งมีตัวอักษรคล้ายๆ กัน… 

 

‘I'm yours >>’ 

 

คุณโทมัสเดินมาทิ้งตัวลงบนเตียงข้างๆ ผม พอเรามานอนบนเตียงเเล้ว ตัวอักษรบนอกของเราทั้งคู่มันกำลังชี้เข้าหาเราทั้งคู่ ของผมชี้ไปทางเขา ส่วนที่เสื้อเขาชี้มาทางผม…. 

 

ตึก...ตัก...ตึก...ตัก 

 

มันเกินไปเเล้ว!! เกินไปเเล้วจริงๆ 

 

ไม่รู้ว่าเพราะฤทธิ์ยาที่กินเข้าไปหรือเปล่า ทำไมใจผมมันถึงได้เต้นเเรงขนาดนี้นะ..ก็เเค่..ก็เเค่ตัวอักษรเล็กๆเเค่นั้นเอง...หรืออาจจะเป็นเพราะความหมายของมัน.... 

 

'I'm yours...ฉันเป็นของคุณ' 

 

ผมนอนหันข้างตะเเคงเข้าไปหาเขา ส่วนเขาก็หันข้างตะเเคงเข้าหาผมเหมือนกัน ฝ่ามือหนาของเขาคอยลูบหัวผมเบาๆ เหมือนจะเเสดงให้เห็นว่าเขายังอยู่ตรงนี้ไม่ได้ไปไหน... 

 

“ขอโทษที่ไปช้า ขอโทษที่ต้องมาเจ็บตัวเเบบนี้” 

“สบายครับ...เเค่นี้เอง ตอนเด็กๆ ผมเคยตกต้นมะม่วงเจ็บกว่านี้อีก”ผมพูดยิ้มๆ...จนอีกฝ่ายยิ้มตามออกมาบ้าง.. 

“...เล่าอีกสิ เล่าตอนเธอเด็กๆ” 

“ตอนเด็กๆ ผมซนมากๆ เลย เคยเเอบขโมยผลไม้ในสวนยายไปขายด้วยนะ เเล้วก็เคยตกบ้านด้วยเเหละ...จำไม่ได้ว่าเพราะอะไรเเต่ผมน่าจะหนีอะไรสักอย่างอยู่...อ้อ! จำได้เเล้ว..ผมหนีตุ๊กเเกครับ...ตัวมันดำๆเเดงๆ...ตัวใหญ่มากเลยนะ”ผมทำมือบอกขนาดตัวของมันว่าใหญ่มากจริงๆ...ถึงจะทำมือเว่อร์เกินขนาดของไอ้ตัวดำเเดงนั้นไปหน่อยก็เถอะ 

 

เสียงพูดจ้อเล่าเรื่องราวของตัวเองดังขึ้นเลยๆ ปนมากับเสียงหัวเราะเบาๆ ของคนตัวขาว จากที่ดูเหมือนจะง่วงในตอนเเรกกลับไม่เหลือท่าทางนั้นเเล้ว....โทมัสมองท่าทางของอีกฝ่ายก็อดจะยิ้มออกมาเสียไม่ได้....ฟิวส์ดูมีความสุขจนทำให้บรรยากาศรอบตัวดูสดใสไปด้วย 

 

“เเล้วตอนเด็กๆ ของคุณละ” ผมถามเขาออกไปบ้าง....เพราะตัวผมเอง...ก็อยากจะรู้เรื่องของเขาเหมือนกัน 

“ฉันเหรอ...เลิกเป็นเด็กตั้งเเต่ 8 ขวบเเล้ว”  

“ครับ??” 

 

เลิกเป็นเด็กตั้งเเต่ 8 ขวบ?? 

 

“ฉันเล่นเหมือนเด็กทั่วไป ใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไปจนอายุ 8 ขวบ หลังจากนั้น ก็เริ่มจับปืน เรียนการต่อสู้ เข้ารวมประชุมต่างๆ นานา ตอนอายุ 20 พ่อของฉันก็มอบที่นี้ให้ฉันดูเเล จำได้ไหมว่าเราเจอกันเมื่อ 7 ปีก่อน....ตอนนั้นฉันพึ่งจะรับตำเเหน่งใหม่ๆ เพราะอายุยังน้อยเลยต้องเเสดงฝีมือเพื่อให้ทุกคนยอมรับ....จนมาเป็นฉันในทุกวันนี้...” 

“คุณเก่งจัง...ผมอยากเก่งให้ได้เเบบคุณ” 

“ไม่ต้องหรอก เเค่นี้เธอก็เก่งมากเเล้ว...เธอเก่งมาก...เจ้าตัวขาวของฉัน...” 

 

โทมัสจุ๊บหน้าผากของฟิวส์เบาๆ ยกมือลูบหัวคนตัวขาวอีกครั้ง เขาทั้งเอ็นดู ทะนุถนอมคนตรงหน้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 

 

“ขอบคุณที่กลับมาหาฉัน ขอบคุณจริงๆ” 

“ขอบคุณที่ไปช่วยผมครับ” เรายิ้มให้กันอยู่เเบบนั้นอยู่นานสองนานจนผมเองที่หลับไปก่อน... 

 

 

#โทมัส 

 

“เก็บกวาดที่นั่นเรียบร้อยครับนาย เราพบศพหมอใหญ่อยู่ที่นั่น ดูเหมือนเขาจะเป็นคนพาหมอไปครับ” 

“ตายเเล้วก็ปล่อยมันไป...เเต่คนที่ไม่ตาย...ต้องเอาให้ตาย!” โทมัสพูดเสียงเหี้ยม ก่อนจะเดินเข้ามาด้านในอาคารซึ่งอยู่ภายใต้ตู้กระจกขนาดใหญ่ซึ่งเป็นที่อยู่ของ... 

“เเอลม่อน...อาหารมื้อใหญ่ของเเก...กินซะสิ” 

 

ทันทีที่เสียงสั่งของโทมัสจบลง เสียงโหยหวนอย่างทรมานของคนที่จับตัวฟิวส์ไปก็ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง 

 

หลายคนพยายามจะตะเกียกตะกายให้พ้นจากอุ้มมือใหญ่ของเจ้าเเอลม่อนเเต่ก็ไม่สำเร็จ ถึงจะถูกเลี้ยงดูโดนมนุษย์ เเต่พอได้ลิ้มรสชาติเนื้อมนุษย์เเล้ว กับอยากที่จะควบคุมมัน โทมัสจึงสั่งให้ลูกน้องของตัวเองอยู่เเค่ด้านนอกของกระจกเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปด้านใน... 

 

“สั่งควบคุมอาหาร  เเล้วกันตัวออกห่างจากพวกเด็กๆ จนกว่าท่าทางดุร้ายจะหายไป….เเล้วก็หลังจากนี้ จัดเจ้าหน้าที่คุมเเอลม่อนไว้ ทุกๆ ครั้งที่ฟิวส์มาที่นี่ ให้เเยกตัวเเอลม่อนออกไปจนกว่าทุกอย่างจะเหมือนเดิม” 

“ครับนาย” 

 

ถึงจะถูกเลี้ยงดูมาด้วยมนุษย์....ถึงจะไม่เคยเเสดงท่าทีที่จะทำอันตรายใดๆ เเต่เมื่อได้ลิ้มรสชาติของเนื้อมนุษย์เข้าไปเเล้ว..ก็คงจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมในทันทีไม่ได้...คำสั่งของเขาจึงเป็นผลดีทั้งต่อลูกน้องเเละตัวของเจ้าเเอลม่อนเอง.. 

 

"เเล้วฉันจะมาหาบ่อยๆ" 

 

โทมัสกลับมาที่บ้านฟิวส์อีกครั้ง ทิ้งตัวลงนอนข้างๆ ร่างสมส่วนที่นอนหลับอยู่ ก่อนจะค่อยๆ รั้งกายขาวเข้ามาหาเเล้วกอดอีกฝ่ายเบาๆ เพราะไม่อยากให้เจ็บ เขาพยายามกอดไม่ให้โดนเเผลที่เอวมากที่สุด 

 

“ไปไหนมาอะ” เสียงงัวเงียเบาๆ ดังขึ้น 

“...ห้องน้ำ...นอนเถอะไม่มีอะไร” โทมัสพูดออกมาเบาๆ ก่อนจะก้มลงจูบซับลงไปที่หน้าผากมนขาวเนียนของอีกฝ่ายเบาๆ 

 

‘อย่ารู้เลย...รู้เเค่ว่า...ฉันทำตามสัญญาก็พอ’ 

 

 

ฮือออ เเงงงงง ขอโทษนะเเอลม่อนที่ต้องมากินคนเลวๆ เเต่ว่าถือว่าช่วยเจ้านายนะ....ฮือออ สงสารน้องเเอลม่อนอ่าา 

เเล้วก็ๆ ขอเเจ้งข่าวหน่อยน่า คือว่า ช่วงนี้ไรท์เรียนหนักมากเพราะเปิดเทอมเเล้ว เเละตอนนี้ก็กกำลังเรียนอย่างหนักจนหัวฟู...ก็เลยอยากจะเเจ้งว่า...อาจจะลงนิยายได้อาทิตย์ละครั้งหรือสองครั้ง ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นช่วงเปิดเทอมเเรกๆ มีกิจกรรม มีการบ้าน เเละมีงานท่วมหัวเพราะว่าไรท์อยู่ปีที่สูงเเละก็ใกล้จะเรียนจบเเล้ว...เวลาว่างเลยไม่ค่อยมีเท่าไร...จึงสามารถอัพให้ได้เเค่อาทิตย์ละตอนเท่านั้น...เพราะฉะนั้น!!! 

...ถึงจะมาช้าเเต่มาเเน่นอน....!!!!!! 

***ถ้ารู้สึกว่าเนื้อหาตรงไหนมันขัดๆ ช่วยเเจ้งหน่อยน่า บ้างที่มันเเต่งคนละวันกัน 

BY: ลั้น ลา 

ความคิดเห็น