ฝากติดตามเค้าด้วยน้าาา💕

บทที่ 19 : หรงชงเยวี่ยน

ชื่อตอน : บทที่ 19 : หรงชงเยวี่ยน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ส.ค. 2561 06:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 19 : หรงชงเยวี่ยน
แบบอักษร

เสวี่ยม่านนั่งเขียนบันทึกตามปกติพร้อมเล่นกับเสี่ยวหลางไปพลางๆ มือคู่งามเลื่อนเข้าไปในสาบเสื้อแล้วดึงบางอย่างออกมา เป็นเวลาร่วมเดือนแล้วที่เหลียงอ๋องหายตัวไป บริเวณโดยรอบหายเย็นจัดธารน้ำแข็งเริ่มละลายเพราะอากาศอุ่นขึ้น


กำไลหยกเนื้อละเอียดที่เหลียงอ๋องยัดไว้ใส่มือตนเพื่อให้นำไปมอบให้แก่ใครบางคน ผู้นั้นมีนามว่า เฟิงหลิน 


“ทำอันใดอยู่หรือ”


เสวี่ยม่านถูกสวมกอดจากด้านหลัง คางเกยพร้อมหอมฟอดเข้าเต็มแก้ม แรงรัดแน่นขึ้นแล้วดันเสวี่ยม่านขึ้นนั่งเกยตัก


“ตื่นมาวันนี้ข้าก็เลือกป้ายหรงชงเยวี่ยนก่อน เช่นนี้เจ้าน่าจะย้ายเข้ามาอยู่ตำหนักนี้หรือให้ข้าย้ายไปตำหนักเจ้าดีหรือไม่”


เสวี่ยม่านอดรนทนไม่ไหวจึงทุบตีมือปลาหมึกที่เลื้อยอยู่บนสะโพกตน เหวินซานวันนี้สวมชุดออกว่าราชการเรียบร้อยพร้อมออกไปในทันทีแต่ยังมีอารมณ์มาก่อกวนตน


หรงชงเยวี่ยน.. ถูกแล้ว


ตำแหน่งนี้ถูกยัดเยียดมาไม่นาน เรียกได้ว่าเหวินซานมัดมือชกตนทั้งที่ยังไม่ทราบเรื่องราว


หน้าที่น่ะหรือ.. วันๆก็ใช้ชีวิตปกติอย่างที่เคยทำเรื่อยมา เขียนกลอนกวี หรือเพิ่มทักษะการเย็บปักถักร้อย จากนั้นก็เปลี่ยนไปเล่นลูกขนไก่ เลี้ยงเจ้าเสี่ยวหลางที่ยามนี้เติบโตขึ้นทุกวัน บางวันก็สอนผู้ที่สนใจจะเล่นดนตรีมาขอเล่าเรียน


ยามราตรีก็อยู่เป็นเพื่อนเหวินซานทั้งคืน บางคืนก็แทบไม่ได้นอน บางคืนก็มีเพียงนั่งบรรเลงดนตรีร่วมกัน ชีวิตในยามนี้เรียกได้ว่ามีความสุขสงบแม้มันอาจจะมิใช่สิ่งที่เคยปราถนามากที่สุด แต่เหวินซานได้พันธนาการตนไว้ทั้งกายและใจ มิสามารถไปไหนจากคนผู้นี้ได้อีก

.


.

.

พรุ่งนี้เป็นวันที่พระชายาเสียนเฟยจะกลับมาถึงวังหลวง ทางเหวินซานเองได้รับความกดดันมาจากหลายทางให้รีบแต่งตั้งฮองเฮาเสีย เพราะวังหลังร้างราพระแม่แผ่นดินมานานเกินไป เหวินซานมิอยากจะหาฮองเฮามาตบแต่งอีกครั้งได้แต่รอเวลา และเพียงรับสั่งว่ารอให้พระนางคลอดก่อนแล้วจะมอบสิ่งที่เหมาะสมให้ในภายหลัง


“เจิ้นว่าเจิ้นก็เด็ดขาดไปหลายหนแล้วว่าคร้านจะแต่งตั้งตำแหน่งพระแม่แผ่นดิน อย่างไรก็ยังมีฮองไทเฮาคอยดูแลร่วมด้วย เสด็จแม่ของเจิ้นเก่งกาจเพียงไรที่เลี้ยงเจิ้นให้เติบใหญ่และเก่งกาจเพียงนี้ มิไว้วางใจฮองไทเฮาหรือ”


เหวินซานนอนซบตักเสวี่ยม่านทั้งที่ปากยังบ่นออกมาไม่หยุด ทั้งคู่นั่งเล่นกันที่ศาลาบงกซกลางน้ำที่เหวินซานต่อเติมมันใหม่หลังจากทะเลสาบน้ำแข็งละลายจนหมด


“ท่านนี่บ่นเก่งกาจเสียจริง”


เสวี่ยม่านปัดปอยผมที่ปรกหน้าบางส่วนของเหวินซานออกแล้วป้อนขนมชิ้นพอดีคำให้แทน เป็นขนมที่ได้ลองทำตั้งแต่คราวก่อนที่กลับมาจากไป๋ไห่ทัน


“อืม.. เจ้าอยากลองเหยียบบนผืนน้ำดูไหม”


ยังไม่ทันจะตอบสิ่งใดกลับถูกคว้าที่ข้อมือแล้วโดดโลดโผนออกไปจากศาลาบงกซ.. เสวี่ยม่านหาได้มีวรยุทธ์หรือมีวิชาที่จะเหาะเหินดั่งใจนึก


“หากท่านต้องการชงเยวี่ยนคนใหม่มิเห็นจำเป็นต้องใช้วิธีนี้เลยฝ่าบาท!”


เสวี่ยม่านกล่าวตำหนิออกมาทั้งที่ยังกอดรัดเหวินซานแนบแน่นเพราะกลัวหล่นลงไป.. ยามนี้ต่างจากยามนั้นที่ตนตัดสินใจมาทิ้งชีวิตนัก เพราะอาณาบริเวณโดยรอบช่างสวยงามราวอยู่ท่ามกลางหุบเขาเซียน


ผืนน้ำสีฟ้าคราม ภูเขาเขียวขจีผสานแสงแดดอบอุ่นและหิมะบางส่วนปกคลุมต้นไม้ใบหญ้า และเหวินซานที่ดูเจิดจ้านัก..


ความสง่าผ่าเผยยามลอยลู่ไปตามสายลม สาบภูษาปลิวไสวราวเทพเซียนสะกดสายตาคู่งามให้หยุดมองอย่างไหวหวั่น


“ตกหลุมรักข้าแล้วหรือ”


เหวินซานประครองตัวเสวี่ยม่านไว้อย่างมั่นคงทั้งเตะบนผืนน้ำแล้วดีดตัวลอยลิ่วเป็นภาพงดงามชวนมอง.. 


“หากให้ข้าตกหลุมรักท่านยังคงเร็วไปอีกร้อยปี”


เสวี่ยม่านกล่าวหยอกล้อจนอดเอ็นดูมิได้ ทำให้สูดหอมแก้มอย่างเต็มรัก.. 


หรง เสวี่ยม่าน..


มิสามารถมีสิ่งใดมาทดแทนคนผู้นี้ได้อีก


จากครานั้นเป็นเพียงคนแปลกหน้า..


ชายคณิกาเพียงผู้หนึ่งที่อยู่นอกสายตาถูกส่งเข้าวังหลวงมาเพื่อเป็นของกำนัล ใครเลยจะรู้ว่าบัดนี้คือผู้ครอบครองทั้งดวงใจของ หยาง เหวินซาน


“ความจริงแล้วทะเลสาบแห่งนี้ถูกห้ามมิให้ลงเล่นน้ำตั้งแต่สมัยกาลก่อนที่เสด็จพ่อข้าจะครองราชย์เสียอีกเพราะมันลึก ยิ่งลึกลงไปยิ่งมืดมนและหนาวเหน็บ แต่ยังมีจุดที่สวยงามซึ่งข้าเคยแอบมาหลายครั้งตั้งแต่ยังเยาว์วัย”


เมื่อกล่าวจบก็รีบรุดพาเสวี่ยม่านไปยังจุดที่กล่าวทันที อาณาบริเวณนี้ผืนน้ำสีฟ้าครามกว่าจุดอื่น ใสสะท้อนจนเห็นแม้แต่ใบไม้ที่ร่วงลงไปตกยังพื้นดินใต้น้ำ


ตู้ม!!


ทั้งสองจมลงไปยังเบื้องล่างพร้อมกันทั้งที่เหวินซานยังกอดเสวี่ยม่านไว้ไม่ปล่อย ริมฝีปากบางถูกประกบจูบถ่ายเทอากาศไปยังอีกคน จากนั้นเหวินซานก็ปล่อยมือเสวี่ยม่านแล้วว่ายนำไปรอเบื้องหน้า..


มือเรียวยาวยื่นมาตรงหน้า เสวี่ยม่านจึงวางมือเล็กของตนลงไป สองมือประสานจับกันแนบแน่นแล้วเริ่มแหวกว่ายน้ำใสไปด้านหน้าอีกรอบ ปลาเล็กปลาใหญ่สีสันสวยงามว่ายผ่านหน้าไปตัวแล้วตัวเล่า


“อืม..”


เหวินซานหันกลับมาประกบจูบเสวี่ยม่านอีกครั้งกอดรั้งร่างบางมาไว้ในอ้อมแขน ค่อยๆลอยตัวขึ้นเหนือน้ำปล่อยให้เสวี่ยม่านหายใจสักพักแล้วประกบจูบแนบแน่นอีกครา ลิ้นอุ่นร้อนสอดเข้าไปเกี่ยวกระหวัดอย่างถวิลหา 


เส้นผมเปียกชื้นแนบลู่ไปตามแผ่นหลัง ใบหน้าใสสะอ้านมีหยดน้ำแพรวพราวเกาะอยู่ตามใบหน้า จากนั้นน้ำเหล่านั้นค่อยๆไหลไปตามกรอบหน้าแล้วหยดลงบนทะเลสาบดังเดิม..


“อื้อ..”


มือเล็กวางทาบแผงอกหลังจากถูกถอดถอนริมฝีปาก ดวงตาคู่งามจ้องมองเข้าไปยังดวงตาเรียวรีอีกคนราวกับจะขอคำตอบ.. สองมือประครองใบหน้าเสวี่ยม่านไว้แล้วกดจูบแผ่วเบาบนลงหน้าผากมน


“ข้ารักเจ้า.. รักเกินกว่าจะมีสิ่งใดมาทดแทน”


เหวินซานกล่าวอีกครั้งราวกับจะตอกย้ำแต่ก็ยังมิเคยได้ยินคำตอบจากเสวี่ยม่านสักครา.. คนตรงหน้ามิเคยเอื้อนเอ่ยคำนั้นออกมาแต่ก็มิเคยปฎิเสธตนสักครั้ง เช่นนี้ควรคิดเข้าข้างตัวเองได้หรือไม่


“เจ้ายังคงรักเหลียงอ๋องอยู่งั้นหรือ..”


เสวี่ยม่านส่ายหน้าปฎิเสธเป็นคำตอบที่ทำให้โล่งใจไปไม่น้อย.. หากตอบว่ายังรักแล้วตนควรทำอย่างไรเล่า กักขังไว้เพียงกายแต่ใจมิอาจจะครอบครองงั้นหรือ


...................................

“ข้ามีนามว่าเฟิงหลิน.. เซี่ย เฟิงหลิน”


ครั้งแรกที่ใบหน้านี้ปรากฎสู่สายตา สำหรับเสวี่ยม่านคนผู้นี้เคยเป็นเพียงคนไม่ได้ความชอบนำพาความเดือดร้อนมาสู่เหวินเหลียงบ่อยนัก ที่ต้องร้อนรนมาไถ่ตัวเสวี่ยม่านเพราะพ่อของตนที่เคยร่วมก่อกบฎเคลื่อนไหว เหวินซานรับรู้แล้วต้องการจะสังหารเจ็ดชั่วโคตร


แต่หนึ่งเดียวที่รอดพ้นคือ เซี่ย เฟิงหลิน คุณชายผู้ถูกเอาอกมาใจมาแต่ยังเยาว์


บัดนี้เติบใหญ่ขึ้นมาดูสง่าผ่าเผยงดงามมากขึ้น หลังจากเหวินซานไปปราบทางเหนือแล้วดังนั้นเหวินเหลียงจึงรีบดึงตัวออกมาจากสงครามเกรงว่าจะได้รับอันตราย


แม้วินาทีสุดท้ายที่จากกันตรงชะง่อนผา.. ผู้ที่เหวินเหลียงนึกถึงเสมอมาคือ เซี่ย เฟิงหลิน


“เหลียงอ๋องฝากสิ่งนี้ให้ท่าน..จากนั้นข้าก็ไม่พบเขาอีกเลยหลังจากตกลงไปยังแม่น้ำเชี่ยวกราด”


“อึก.. งั้นหรือ เขายังไม่กลับมาจริงๆงั้นหรือ”


เซี่ยเฟิงหลินสะอึกน้ำตารื้นแล้วนำเอากำไลหยกไปสวม ร่างสูงโปร่งกว่าเสวี่ยม่านเล็กน้อยนั่งทรุดกอดเข่ากับสิ่งที่พบ.. แล้วอย่างไรเล่า เจ้านั่งร้องไห้เช่นนี้เหวินเหลียงจะกลับมางั้นหรือ


คนผู้นั้นหายไปแรมเดือนแล้วเจ้าพึ่งจะถามหางั้นหรือ.. ยามนี้คงนั่งร้องระทมให้กับผู้ที่ตนหลงรักแน่แท้


“อย่าให้การเสียสละอิสรภาพของข้าต้องสูญเปล่า.. ชะง่อนผานั้นไกลออกไปเกือบครึ่งวันกว่าจะเดินทางถึง ในป่าลึกเส้นทางคดเคี้ยวติดแม่น้ำออกไปทางประตูทิศใต้”


เสวี่ยม่านเอ่ยสิ่งที่พอจะทราบทั้งหมดในยามนี้แล้ว บัดนี้ถือว่าเลิกแล้วต่อกันกับเหลียงอ๋อง ชายผู้เดียวที่เหลือต่อจากนี้ที่ตนจะอุทิศทุกสิ่งให้คือ หยาง เหวินซาน


เซี่ย เฟิงหลิน เจ้าควรรู้สึกยินดีปรีดากับความรักที่เหวินเหลียงมอบให้เจ้า.. เขามิใช่คนที่จะแตะต้องใครหากมิมีความรู้สึกใดต่อคนผู้นั้นมากพอ อย่างตัวเสวี่ยม่านเองแม้จะผ่านมานานหลายปีความสัมพันธ์ทั้งคู่ยังคงเป็นเพียงผลประโยชน์ร่วมกัน


“อืม..รบกวนคุณชายหรง.. ไม่สิ หรงชงเยวี่ยนอีกแล้ว..”


“เจ้าเก็บคำขอบคุณเหล่านี้ไว้บอกแก่เหลียงอ๋องเถิด”


ใบหน้าใสสะอ้านผินมองไปทางอื่นแล้วเดินกลับออกมาจากจุดที่ยืนเสวนากับเฟิงหลินเมื่อครู่

.



.

ใดใดในโลกล้วนหลอกลวง บัดนี้ผู้คนมากหน้าหลายตาแวะเวียนเข้าออกตำหนักข้าบ่อยขึ้นนักจนถูกเหวินซานตำหนิ บ้างก็มาด้วยผลประโยชน์คิดว่าหรงชงเยวี่ยนจะช่วยให้ตำแหน่งตนยกระดับให้สูงมากขึ้น เพราะอย่างไรเสียหรงชงเยวี่ยนคือผู้เดียวที่ฮ่องเต้เรียกเข้าพบ ไม่มีใครอื่น และยังเหลือส่วนที่ไม่ได้มาหาผลประโยชน์กับเสวี่ยม่าน


 แน่นอนว่าจะต้องไปตำหนักของเหยียนเสียนเฟยที่บัดนี้ท้องโตขึ้นเรื่อยๆ พร้อมสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงอีกทั้งฮ่องเต้ยังทำหน้าที่พระสวามีมิขาดตกบกพร่อง คอยแวะเวียนไปทอดพระเนตรและส่งของไปบำรุงพร้อมของกำนัล


ตำแหน่งฮองเฮาที่เว้นว่างยามนี้ถูกสั่นคลอนเข้ามาใกล้.. ดูท่าจะมิเป็นใครอื่นหากมิใช่ของเสียนเฟยจากการเกื้อหนุนหลากหลายฝ่าย


“หรงชงเยวี่ยน!”


เสียงตะโกนโหวกเหวกไล่หลังมิใช่ใครอื่นหากมิใช่คนผู้มีนามว่าเทียนหลง.. อ๋องวิปลาสเพียงหนึ่งเดียวที่รักและเคารพพระเชษฐาตนนักหนา


“รีบไปที่ใด ข้าเดินตามไม่ทันจนต้องอาศัยวิชาตัวเบามาเชียวแต่อย่างไรก็มิเก่งกาจสู้เสด็จพี่เหวินซาน”


อ๋องผู้นี้พอได้ทีก็ชื่นชมพี่ชายตนไม่ขาดปาก บ่องบอกถึงความสัมพันธ์ทั้งสองดีต่อกันเสมอมา.. หากเพียงเบื้องหน้าจำต้องแสร้งเล่นละครลิงหลอกเหล่ากบฎทั้งหลายที่จับตามอง


“อืม..วันนี้ข้ามีสอนกู่เจิงให้กับเหล่าพระสนมและจะต้องไปเล่นเหิงชุยให้พระเชษฐาของเจ้าในกลางท้องพระโรง สุดท้ายก็กลับตำหนักเหมยฮวาไปหาเจ้าเสี่ยวหลางพามันไปอาบน้ำและหลังจากนั้นข้าก็จะว่าง”


“นี่เจ้าทำคนเดียวทั้งหมดเลยหรือ วันนี้ข้าว่างแต่ข้าอยากออกไปข้างนอกและไม่มีเพื่อน ข้าจะรอเจ้า!”


“จะไม่ให้ข้าพักผ่อนเลยหรือ!”


เสวี่ยม่านตำหนิแล้วเดินต่อ.. กลับมีเพื่อนร่วมทางติดตามมาโดยมิได้ร้องขอ ซึ่งคนผู้นั้นมิใช่ใครอื่นหากมิใช่เทียนหลง เสวี่ยม่านจึงให้ไปอาบน้ำให้เจ้าสี่ยวหลางเสีย หากต้องการเพื่อนออกไปข้างนอกด้วยจริง


ซึ่งหากให้เทียนหลงไปสอนกู่เจิงและบรรเลงเหิงชุยเห็นทีคงพังพินาศจนหมดหากปล่อยไป.. 



TBC.................. 

สั้นหน่อยน้าตอนนี้

ช่วงนี้เหนื่อยมากจะไม่ไหวแล้วค่า😭 

อาจจะมาต่อช้านะคะ เคยแจ้งไว้ 

ว่าช่วงนี้วีคละ 2-3 ตอนค่ะ😭😭😭 

เม้นให้เค้าด้วยน้า

ขอตอนละ 10 เม้นอัพเองเนอะ 💕

ความคิดเห็น