ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เสียงหัวใจจักรกล [1]

ชื่อตอน : เสียงหัวใจจักรกล [1]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ส.ค. 2561 18:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เสียงหัวใจจักรกล [1]
แบบอักษร

เสียงหัวใจจักรกล

ไร้ชีวิต

ไร้ลมหายใจ

ใช่ว่าไร้ความรัก

                “เอาล่ะ ลืมตาได้แล้ว...”

                “...”

                “เป็นยังไงบ้าง เห็นชัดมั้ย”

                แก้วตาใสสะท้อนเงาของรูปร่างบางอย่าง ในโปรแกรมพื้นฐานข้อมูล ส่งค่าคำนวณมาว่าสิ่งนั้นที่โบกไปมาอยู่ตรงหน้าคือมือของมนุษย์ หลังจากส่งผลประมวลคร่าวๆ ได้เสร็จสรรพ สมองจักรกลก็สั่งให้หุ่นยนต์ตัวนั้นผงกศีรษะกลับไปเชื่องช้า

                “ดี ดีมาก...ไหน เธอมองหน้าฉันทีซิ”

                “...”

                “เธอรู้จักฉันใช่ไหม”

                “ครับ” กล่องเสียงจักรกลที่ติดตั้งอยู่ตรงลำคอเปล่งเสียงพูด น้ำเสียงประดิษฐ์ฟังแล้วแปร่งหูเล็กน้อยนุ่มนวลสุภาพเป็นโทนเดียว “ดอกเตอร์เซนัล”

                ดอกเตอร์เซนัลฉีกยิ้มกว้าง เขาเป็นนักประดิษฐ์เก่งกาจแต่ใครๆ ก็เรียกเขาว่านักประดิษฐ์สติเฟื่อง เพราะนิสัยบ้าบิ่นที่เอาแต่สร้างสิ่งประดิษฐ์แปลกๆ ที่ไม่มีใครคิดจะทำขึ้นมา แต่ละอย่างล้วนเป็นสิ่งไร้สาระ หรือสิ่งเพ้อฝันที่จะทำให้มันเป็นความจริงยากมาก หุ่นยนต์ที่เหมือนคนจริงๆ ตรงหน้านี้ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานของเขา ที่ลงแรงลงทุนใช้เวลาสร้างมาร่วม 33 ปี

                33 ปีที่เขาลงทุนวิจัยปัญญาประดิษฐ์ จนได้หุ่นยนต์เสมือนคนจริงตัวนี้มา หมดเงินและกำลังแรงไปเยอะเหลือเกินบัดนี้ผลงานชิ้นโบแดงนี้สำเร็จลุล่วงอายุก็ปาไป 57 ปีแล้ว

                “รู้สึกเป็นยังไงบ้าง มีขัดข้องตรงไหนมั้ย”

                เจ้าหุ่นยนต์เงียบไปสักพัก เพื่อค้นหาความหมายของคำว่า ‘ความรู้สึก’ แต่ตัวมันไม่มีความรู้สึก เช่นนั้นแล้วจึงต้องอาศัยเทียบเคียงกับข้อมูลที่ลงเอาไว้อย่างใกล้เคียงที่สุด “ตรวจสอบดูแล้ว ไม่พบตรงไหนขัดข้องครับ”

                “ฮ่าๆๆ ดี ดีมาก!!” ดอกเตอร์เซนัลหัวเราะร่าเต็มเสียง ก่อนจะหยุดแล้วจ้องหน้าหุ่นยนต์ของตน พบว่าบนใบหน้านั้นเรียบนิ่งไม่ขยับเขยื้อนแม้เพียงนิด เอาแต่ใช้แก้วตาใสๆ จ้องมองเขาเงียบงัน “สงสัยว่าฉันคงต้องลงโปรแกรมให้เธอขยับสีหน้าแล้วล่ะ”

                “ครับ” เจ้าหุ่นยนต์ผงกศีรษะตอบ น้ำเสียงยังคงราบเรียบ

                หลังจากนั้นเป็นต้นมา เจ้าหุ่นยนต์ก็ได้มีชื่อเรียกว่ายูเรียล อาศัยพลังงานจากเครื่องปั่นไฟฟ้าที่ดอกเตอร์เซนัลประดิษฐ์ขึ้นชาร์จไฟเป็นพลังงาน ไม่หิว ไม่เหนื่อย ไม่ง่วง นอกจากฐานข้อมูลด้านการทำงานที่ดอกเตอร์ลงเอาไว้ ยูเรียลก็ไม่ได้มีความรู้สึกนึกคิดใดๆ นอกเหนือจากนั้นเลย

                ดอกเตอร์เซนัลทุ่มเทวิจัยหุ่นยนต์เสมือนคนจริงมามากกว่าครึ่งค่อนของชีวิต เขาไม่ได้ต้องการการยอมรับจากวงการวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์ ชื่อเสียงหรืออะไรก็แล้วแต่ เขาเพียงแค่อยากจะ ‘สร้าง’ ยูเรียลขึ้นมาเท่านั้น เพราะฉะนั้นหลังจากที่สร้างยูเรียลขึ้นมาสำเร็จ สิ่งเดียวที่เขาใช้งานจากยูเรียลคือเป็นลูกมือช่วยทำงาน สรรค์สร้างสิ่งต่างๆ ตามมันสมองนักประดิษฐ์สติเฟื่อง เพราะอายุมากแล้ว การเดินเหิน หยิบจับ สุขภาพย่อมถดถอยไปตามกาลเวลา การที่มีหุ่นยนต์ที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไม่บ่นไม่เรื่องมากมาช่วยทำงานยู่ข้างกายจึงเป็นเรื่องที่ดีอย่างที่สุด

                ยูเรียลถูกลงโปรแกรมให้เปิดรับสิ่งใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ กระนั้นก็ยังไม่มีความรู้สึกใดมากมาย นอกเหนือจากศึกษาสิ่งที่ดอกเตอร์ให้ไว้ ยูเรียลไม่รู้จักสิ่งใดเลย

                การจะสร้างสิ่งประดิษฐ์อะไรสักอย่างต้องการพื้นที่เป็นอย่างมาก บ้านของดอกเตอร์เซนัลจึงอยู่ในหุบเขาลึก ห่างไกลจากเมืองใหญ่และผู้คน เพราะฉะนั้นมนุษย์เพียงคนเดียวที่ยูเรียลรู้จักคือดอกเตอร์เซนัล

                อืม...แต่ถึงอย่างนั้น ยูเรียลก็เคยพบหน้ามนุษย์คนอื่นอยู่บ้างนะ แม้ว่าจะเป็นรูปถ่ายก็ตาม

                วันหนึ่งในขณะที่ยูเรียลกำลังเก็บเหล่าสิงประดิษฐ์ที่ไม่สำเร็จอยู่นั้น ไฟห้องนอนของดอกเตอร์เปิดสว่างไว้อยู่ ปกติแล้วดอกเตอร์จะเข้านอนตอนตี1 แต่คืนนั้น ตี4 กว่าดอกเตอร์ยังไม่นอน ยูเรียลเห็นว่าผิดสังเกตจึงสาวเท้าเดินไปเคาะประตูห้อง

                “ดอกเตอร์เซนัลครับ”

                ไร้เสียงตอบกลับ ยูเรียลเอ่ยปากเรียกอีกครั้งก่อนจะเปิดประตูเข้าไปตามฐานข้อมูลพฤติกรรมช่วยชีวิต หากมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นกับดอกเตอร์ “คุณเป็นอะไรหรือครับ”

                “อา....ขอโทษที ฉันนอนไม่หลับน่ะ” ดอกเตอร์เซนัลนั่งหลังงุ้มอยู่บนเตียง ในมือถือกรอบรูปรูปหนึ่งเอาไว้ หางตาของเขาแดงเรื่อคลอน้ำ ยูเรียลจ้องมองสักพักก่อนเอ่ยถาม

                “คุณร้องไห้ทำไมครับ” ยูเรียลพูดพลางเดินเข้าไปคุกเข่าอยู่ข้างหน้าดอกเตอร์เซนัล “คุณมีสิ่งใดที่ทำให้สะเทือนใจหรือครับ ค่าการรับรู้ต่อสิ่งรอบข้างของคุณกำลังขึ้นๆ ลงๆ”

                ดอกเตอร์เซนัลมองยูเรียลยิ้มๆ ก่อนจะยื่นกรอบรูปที่ถือไว้ไปให้เขาดู

                ยูเรียลรับมาอย่างว่าง่าย พบว่าในรูปนั้นคือดอกเตอร์เซนัลสมัยยังหนุ่มแน่นกับใครอีกคนที่กอดคอยืนยิ้มอยู่ข้างกัน “นี่คือคุณสมัยอายุ 25 แต่บุคคลคนนี้ผมไม่รู้จักครับ”

                “เขาคือคนรักของฉันน่ะ” ดอกเตอร์เซนัลตอบด้วยเสียงที่พยายามจะปกติ แต่ปลายเสียงนั้นสั่นพลิ้ว “อยู่ดีๆ ก็ฝันถึงเขา แล้วพอตื่นขึ้นมาก็นอนไม่หลับ เลยหยิบรูปเขามานั่งดู”

                ยูเรียลเคยมาทำความสะอาดห้องนอนดอกเตอร์หลายครั้ง แต่กลับไม่เคยเห็นรูปนี้ จึงจดจ้องไม่วางตา เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นมนุษย์คนอื่นนอกจากดอกเตอร์ แม้ว่ามันจะเป็นรูปอดีตที่นานแล้วก็ตาม

                “เขาชื่อลูคัส” เห็นท่าทางสนอกสนใจของยูเรียล ดอกเตอร์เซนัลก็อดรู้สึกเอ็นดูไม่ได้ “พวกเราเป็นนักประดิษฐ์เหมือนกันทั้งคู่...”

                ยูเรียลพยักหน้าหงึกๆ หลังจากฟังมักพัก สมองจักรกลของเขาก็ประมวลและแสกนผลใบหน้าของชายที่ชื่อลูคัส “ผมมีใบหน้าที่คล้ายคลึงกับเขา เขาเป็นต้นแบบผมเหรอครับ”

                ได้ยินคำถามนี้ รอยยิ้มของดอกเตอร์เซนัลก็ดูกว้างขึ้น แต่แววตากลับไม่ยิ้มเลยสักนิด มันสะท้อนความวาวของม่านน้ำตา เคล้าอยู่ข้างในลูกตาดำขลับ ยูเรียลทำได้เพียงมอง ไม่อาจเข้าใจพายุความรู้สึกอันซับซ้อนของดอกเตอร์ได้ เขาเพียงประมวลผลได้ว่า ค่าสารเคมีเซโรโทนินในสมองของดอกเตอร์กำลังลดลงต่ำมากจนน่าเป็นห่วง

                ลูคัสหน้าตาคมเข้มกว่าดอกเตอร์เซนัลมาก เส้นผมสีดำยาวมันรวบเป็นหางม้าหลวมๆ ดวงตาเรียวคมชั้นเดียว จมูกโด่งเชิดรับกับแว่นกรอบดำเข้ากับรูปหน้า ตัวสูงกว่าดอกเตอร์เซนัล กะจากในรูปก็ 20 เซนติเมตร

                “ใช่ ใบหน้าของเธอเป็นใบหน้าที่ผสมระหว่างฉันกับเขา ดวงตาของเธอเหมือนกับฉัน ปากของเธอเหมือนฉัน ส่วยจมูกกับโครงหน้าและลักษณะอื่นๆ ของเธอเหมือนกับเขา...”

                ยูเรียลพยักหน้าอีกครั้ง เขาเป็นหุ่นยนต์ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยอิงหน้าตาขากนักประดิษฐ์สองคน “แล้วตอนนี้คุณลูคัสอยู่ไหนครับ”

                แก้มของยูเรียลถูกสัมผัสแผ่วเบา เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมอง น้ำตาของดอกเตอร์เซนัลก็ไหลร่วงผล็อย

                “...เขาตายแล้ว”

                “ตาย” ยูเรียลซ้ำคำ “หมายถึงอะไรครับ”

                “การจากลาที่ไม่มีวันกลับมาอีก เมื่อคนเราตายก็จะไม่ได้พบอีกเป็นครั้งที่สอง อยากเจอก็ไม่สามารถเจอได้อีก คนที่มีชีวิตอยู่ทำได้เพียงมองดูรูปที่เป็นเหมือนเรื่องราวในอดีตตอนที่เขายังมีชีวิตเท่านั้น”

                ยูเรียลเบิกตาโตเล็กน้อย “ดอกเตอร์เองก็ต้องตายหรือครับ”

                “ใช่แล้วล่ะ”

                “แล้วผมตายได้ไหมครับ”

                “เธอตายได้ไหมน่ะเหรอ...นั่นสินะ เธอคงพังได้ แต่หากมีใครสักคนที่ซ่อมเธอได้ เธอก็จะกลับมาขยับได้อีกครั้ง”

                “นั่นแปลว่าผมตายไม่ได้” ยูเรียลทวนคำที่สมองประดิษฐ์ประมวลผลออกมา “เพราะผมไม่มีชีวิต”

                ดอกเตอร์เซนัลยิ้มบาง “ฉันกับเขา เราอยากมีลูกด้วยกัน แต่ถ้าจะสร้างมดลูกเทียมหรืออะไรขึ้นมาก็ต้องทดลองกับสิ่งมีชีวิต หรือก็คือมนุษย์ ซึ่งมันผิดหลักจริยธรรมมากเกินไป เราเลยตกลงกันว่าจะสร้างหุ่นยนต์ด้วยกันขึ้นมาแทน”

                “ลูก...” ไม่รู้ทำไม สมองประดิษฐ์ของยูเรียลถึงติดใจคำนี้นัก “คือผมเหรอครับ”

                “ใช่” ดอกเตอร์เซนัลคลี่ยิ้มอ่อนโยน ยามสายตาทอดมองใบหน้าที่มีส่วนคล้ายตนกับคนรักของยูเรียล หัวใจก็รู้สึกอบอุ่นตามไปด้วย “เธอเป็นลูกของฉันกับเขา...มนุษย์เรียกความสัมพันธ์นี้ว่าพ่อกับลูก”

                ได้ยินดังนั้นยูเรียลก็เงยหน้ามองดอกเตอร์เซนัลใหม่ ก่อนจะเอ่ยเรียก “พ่อ”

                “อื้ม”

                มุมปากของยูเรียลขยับขึ้นเหมือนจะยิ้มตามการขยับใบหน้ากล้ามเนื้อของดอกเตอร์เซนัล เขาเรียกอีกฝ่ายย้ำๆ จากนั้นก้มลงมองกรอบรูป ที่ซึ่งในนั้นมีใบหน้าของพ่ออีกคนอยู่

                ดอกเตอร์เซนัลสูญเสียคนรักไปในวัย 25 ปี ทุ่มเทแรงใจทั้งหมดสร้างยูเรียลขึ้นมา ซึ่งใช้เวลามากถึง 33 ปี สาเหตุที่ทำให้เขาไม่ยอมเอาผลงานชิ้นเอกที่แทบจะสะท้านวงการนักประดิษฐ์โลกออกโชว์ก็เพราะเขาไม่ได้มองอีกฝ่ายเป็นสิ่งของ แต่มองว่าเป็นลูกคนหนึ่ง ถึงจะเป็นหุ่นยนต์ ไม่มีชีวิต ไม่มีลมหายใจ ไม่มีความรู้สึกอะไรมากมายนอกจากส่วนที่ลงโปรแกรมเอาไว้ กระนั้นเรื่องที่เขาทุ่มเทสร้างยูเรียลขึ้นเพื่อคนรักที่จากไปแล้วด้วยนั้นไม่มีทางเป็นเรื่องโกหกแน่นอน

                ท่ามกลางความเงียบสงบองบ้านนักประดิษฐ์ที่ห่างไกลจากโลกภายนอก ดอกเตอร์เซนัลยังคงทำงานประดิษฐ์ที่ตัวเองรักต่อไปเรื่อยๆ โดยมีลูกชายหุ่นยนต์คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง คอยเฝ้าฟังความหลังอันอบอุ่นงดงามระหว่างพวกคุณพ่อทั้งสองคนก่อนที่จะมีใครคนหนึ่งตายจากไป ยูเรียลคอยรับฟังทุกคำพูดของดอกเอตร์เซนัล ปรับเปลี่ยนปัญญาประดิษฐ์ของตนให้ซึมซับเรื่องราวเหล่านั้น จนในที่สุด ยูเรียลก็เริ่มจะขยับใบหน้า ฉีกยิ้มตามดอกเตอร์เซนัลได้แล้ว

กาลเวลาผันผ่าน ใบไม้เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล ดอกเตอร์เซนัลนั่งหลับตาอยู่บนรถเข็นหน้าบ้าน ฟังเสียงแมกไม้พัดสีต้องลม

ผ่านมาอีก 5 ปี ดอกเตอร์เซนัลอายุ 62 ปี ตอนนี้เขาไม่สามารถประดิษฐ์อะไรได้อีกต่อไปแล้ว

สายตาของเขาฝ้าฟาง ปลายประสาทมือก็ชาวาบจนหยิบจับสิ่งใดไม่ขึ้น โชคดีที่ยังมียูเรียลคอยลงมือทำงานแทนเขา สานต่อความฝันที่อยากสร้างนู่นสร้างนี่ให้เขาได้ เรียกได้ว่าชีวิตตอนนี้ของเขามีความสุขดีแล้ว...

ยูเรียลเรียนรู้ที่จะเลียนแบบสีหน้าของดอกเตอร์เซนัล เขาเริ่มยิ้มมากขึ้น พูดมากขึ้น 5 ปีที่ผ่านมาหุ่นยนต์เสมือนจริงตัวนี้นับวันยิ่งเหมือนมนุษย์เข้าทุกวัน ยูเรียลหายไปเตรียมอาหารเที่ยงให้ดอกเตอร์เซนัล ก่อนจะยกถาดอาหารออกมามองหา เห็นว่าดอกเตอร์นั่งเงียบอยู่หน้าระเบียงหน้าบ้าน ก็ฉวยเอาผ้าคลุมขาติดมือออกไปด้วย

“พ่อ ผมเอาอาหารเที่ยงมาให้ครับ...ทำไมถึงมาหลับตรงนี้ล่ะครับ เดี๋ยวถ้าไม่สบาย...”

เพล้ง!

ยูเรียลปล่อยถาดอาหารทิ้งลงพื้นทันที เมื่อเขาจับคลื่นจังหวะการหายใจของดอกเตอร์ไม่ได้

“พ่อ...ดอกเตอร์เซนัล...พ่อ...”

เป็นครั้งแรกที่ปัญญาประดิษฐ์ของเขาไม่ทำงาน เอาแต่เรียกพ่อสลับกับดอกเตอร์วนไปวนมา ขณะเขย่าปลุก คอของดอกเตอร์เซนัลก็พับลงมา ลมหายใจอุ่นๆ ไม่ถูกปอดฟอกปล่อยออกมาอีกแล้ว คลื่นสมองเงียบลง อุณหภูมิร่างที่จะค่อยๆ เย็นลงนับจากนี้ทำให้ยูเรียลทำตัวไม่ถูก

การ ‘ตาย’ ของดอกเตอร์มาถึงแล้ว

...

ยูเรียลปฏิบัติตามคำสั่งที่ดอกเตอร์ใส่ไว้ในปัญญาประดิษฐ์ เมื่อดอกเตอร์สิ้นลมหายใจ เขาควรติดต่อใครหรือทำอะไรเป็นอย่างแรก ไม่ช้าคนขององค์กรที่ดอกเตอร์สังกัดอยู่ก็มารับร่าง รถตู้สำดำมากมายจอดขวางเต็มหน้าบ้าน มนุษย์มากหน้าหลายตาแห่กรูกันเข้ามา ยูเรียลได้แต่ยืนกุมมือนิ่งอยู่ในห้อง ทอดมองร่างของดอกเตอร์เซนัลที่ถูกผ้าสีขาวคลุมหน้าเอาไว้ ภาพใบหน้าเมื่อครั้งที่ดอกเตอร์มองดูรูปถ่ายคนรักก็ลอยเข้ามา ในตอนนั้นดอกเตอร์ร้องไห้...ร่างกายของดอกเตอร์หลั่งสารคอร์ติซอล เพื่อให้น้ำตาระบายฮอร์โมนอะดรีโนคอร์ติโคโทรปิก...ยูเรียลยกมือขึ้นจับใต้ตา

...เขาเองก็อยากจะร้องไห้เป็นบ้าง

ในเวลาแบบนี้แล้ว เขาก็อยากจะลองร้องไห้ดูสักครั้ง อยากจะลองมีน้ำออกมาจากตา และอยากจะลองชิมน้ำตาที่ดอกเตอร์บอกว่าเค็มดู หากทำอย่างนั้นได้...จะเป็นอย่างไรกันนะ

การจากลาที่ไม่มีวันหวนกลับ ความทรมานของความคิดถึง รสชาติของน้ำตาและความเจ็บปวด ความโหดร้ายของคนที่ยังมีชีวิต ทุกสิ่งผสมปนเปกันออกมาเป็นคำว่าสูญเสีย

ยูเรียลเรียบเรียงทุกอย่างเข้าในปัญญาประดิษฐ์เพื่อทำความเข้าใจอย่างรวดเร็วว่า ‘เขาได้สูญเสีย’ ไปแล้ว

ดอกเตอร์เซนัลคือนักประดิษฐ์อัจฉริยะคนหนึ่ง แม้ถูกเรียกว่าสติเฟื่องต่อท้าย แต่ความสามารถนั้นไม่ได้ไก่กาเลย เขาเป็นคนสำคัญคนหนึ่งขององค์กร และสหพันธ์นักประดิษฐ์โลก พอการตายของเขามาถึง ข่าวก็แพร่ไปอย่างรวดเร็ว

ผลงานมากมายที่ดอกเตอร์สร้างเอาไว้มีไม่น้อย เพียงแค่ดอกเตอร์ไม่ได้ออกตัวสู่สาธารณะชน จึงไม่มีใครรู้

ทุกคนที่มารับร่างของดอกเตอร์เซนัลเหลือบมองมาที่ตัวของยูเรียลเป็นระยะ ก่อนจะมีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหา

“เธอเป็นหุ่นยนต์...เอ่อ...ใช่มั้ย”

“ครับ”

ทุกคนในห้องนั้นต่างมองหน้ากันไปมา ไม่รู้จะอึ้ง ทึ่ง หรือตกใจ สีหน้าหลากหลายปรากฏอยูบนใบหน้าของพวกเขา ยูเรียลไม่ได้สนใจจะประมวลผล เขาไม่ละสายตาไปจากร่างของดอกเตอร์เลย

“นี่มันสุดยอดผลงาน...”

“ผมไม่ใช่ผลงาน” ยูเรียลหันกลับมา “ผมเป็นลูกของดอกเตอร์เซนัล”

ร่างของดอกเตอร์ถูกยกออกไป ยูเรียลทำท่าจะก้าวเดินตามไป กลับถูกกลุ่มคนกว่าสิบรุมล้อมเข้ามาขวางทางเอาไว้

“สุดยอดมาก...นี่มันสะท้านโลกได้เลยนะ ดอกเตอร์สร้างเจ้าตัวนี้ออกมาได้ยังไงกัน!”

“เจ้าตัวนี้...” ยูเรียลทวนคำ ดอกเตอร์เซนัลไม่เคยใช้คำแบบนี้เรียกเขามาก่อนเลย

คนกลุ่มนั้นพอเห็นหุ่นยนต์เสมือนคนจริงเป็นครั้งแรกก็พากันแห่เข้ามมาล้อมวงดูเขา ฉีกยิ้ม ตาเป็นประกาย หลงลืมไปแล้วว่าตัวเองมาเพราะการตายของดอกเตอร์เซนัล

ยูเรียลถดเท้าถอยหลัง เขาถูกสายตามากมายพุ่งตรงมา อย่างกับพวกเขากำลังมองสินค้าชั้นเยี่ยมชิ้นหนึ่ง ไม่รู้ทำไม แต่ยูเรียลจับคลื่นได้ว่าคนพวกนี้ไม่ได้มาดีแน่ๆ

“ดอกเตอร์ได้เซ็นต์ไหมว่าจะยกหุ่นยนต์นี่ให้ใคร!”

“เขาไม่มีลูกนี่ ไม่ได้แต่งงานด้วย งั้นก็คงยกให้สหพันธ์ล่ะมั้ง”

“นี่ ขอฉันจับตัวหน่อยสิ”

ยูเรียลสะบัดแขนหนี ถอยหลังไปจนแทบจะชนกับกำแพง

“ไม่ครับ” ยูเรียลเอ่ยพูด

“เขาใช้วัสดุอะไรสร้างเธอน่ะ ฉันอยากจะแยกชิ้นส่วนศึกษาดูเต็มแก่แล้ว!”

“ผมไม่ใช่สิ่งของ พวกคุณ...ทำแบบนั้นไม่ได้” ยูเรียลพูดราบเรียบแต่จริงจัง

“ทำไมจะไม่ได้ เธอไม่มีชีวิต”

“ผม...”

ไม่มีชีวิต...

ยูเรียลไม่อาจตอบโต้ถ้อยคำนั้นไปได้เพราะเขาไม่มีชีวิต เขาไม่มีวันตาย...เขาไม่...ไม่อาจจากลาไปได้เหมือนกับดอกเตอร์เซนัล

หุ่นยนต์พังก็แค่ซ่อม แต่ถ้าหากมนุษย์พังขึ้นมา...ก็ไม่สามารถซ่อมได้อีก

มนุษย์พังได้แค่ครั้งเดียว

ยูเรียลยกมือขึ้นมาจับแถวหน้าอกข้างซ้าย ทั้งที่ข้างในมีแต่เส้นสายไฟกับเครื่องจักร แต่แล้วเขากลับได้ยินบางสิ่งบางอย่าง กำลังเคลื่อนตัวอยู่ตรงนั้น...ไม่เงียบแต่ก็ไม่ดัง

เขาเองก็กำลังจะพังเช่นนั้นหรือ?

“ยังไงก็พาเจ้านี่กลับไปก่อนเถอะ เรื่องใหญ่ระดับนี้ต้องสะท้านวงการทั่วโลกแน่นอน!” ราวกับเห็นบ่อเงินบ่อทองมากองอยู่ตรงหน้า หลายคนในนั้นต่างก้าวเท้าเข้ามาหายูเรียลแทบจะพร้อมกัน เหลือแค่ต่อไปนี้ใครจะได้สิทธิช่วงชิงหุ่นนี่มาเป็นของตัวเองเท่านั้น

“ว่าไปแล้ว หน้าตาของเจ้านี่คุ้นๆ นะ...” มีคนหนึ่งพูดขึ้น หลังจากที่เริ่มหายตกตะลึง ก็เพิ่งจะมาสังเกตว่าหน้าตาของหุ่นนี่เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

พอมีคนหนึ่งทัก อีกหลายคนก็เริ่มมองดูตาม “นั่นน่ะสิ...เหมือน...”

จู่ๆ ก็มีเสียงเปิดประตูดึงความสนใจของทุกคนไป ชายร่างสูงคนวัยกลางคนคนหนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง ชุดสูทสีดำสนิท แววตาหลังแว่นกรอบเหลี่ยมสีเงินวาวไร้อารมณ์ จอนผมมีสีขาวแซมเล็กน้อย แต่ผมที่มัดรวบเอาไว้ยังดำขลับ จมูกโด่ง ริมฝีปากอิ่มหนา หากตัดเรื่องตาชั้นเดียวออกไป ใบหน้าของเขาก็เหมือนกับเจ้าหุ่นยนต์นี่ไม่มีผิด

ทุกคนหน้าซีดเผือด พากันยืดตัวตรง “คุณลูคัส...”

เคยได้ยินข่าวลือเมื่อนานมาแล้วว่าลูคัสเคยคบกับนักประดิษฐ์คนชายคนหนึ่งในองค์กร หรือว่านักประดิษฐ์ที่ว่านั่นจะเป็นดอกเตอร์เซนัล...

และการที่ดอกเตอร์เซนัลสร้างหุ่นยนต์เสมือนคนจริงที่นำเอาใบหน้าของทั้งคู่มาผสมกันนั้น ก็ชัดแล้วว่าดอกเตอร์เซนัลยังรักคนคนนี้อยู่

“ได้ยินว่าดอกเตอร์เซนัลเสียชีวิต ผมเลยรีบมาดู แต่พวกคุณกลับเอาแต่มุง....”

เสียงของลูคัสหายไปในจังหวะนั้น

ท่ามกลางดวงตามากมายหลายคู่ เขามองเห็นแก้วตากลมใสของหุ่นยนต์ตัวหนึ่งเข้า หุ่นยนต์เสมือนคนจริงที่แทบจะลอกแบบเขาสมัยวัยหนุ่มออกมา ต่างเพียงดวงตากลมโตที่เหมือนกับดอกเตอร์เซนัลเท่านั้นที่ทำให้หัวใจเขาสะดุดกึก

ไม่เพียงแค่ลูคัสเท่านั้นที่ตกใจ ยูเรียลเองก็ ‘ตกใจ’ ไม่ต่างกัน

ปัญญาและสมองประดิษฐ์ของเขาสับสนว้าวุ่น ชายคนนี้เหมือนกับคนในรูปถ่ายที่เขาเรียกว่าพ่ออีกคนไม่มีผิด ยูเรียลได้นำเอาใบหน้าในรูปที่เขาแสกนเก็บไว้ออกมาเทียบเคียงกับชายตรงหน้า และพบว่าใบหน้าทั้งสองเหมือนกันเกิน 90 เปอร์เซ็นต์ ส่วนเปอร์เซ็นต์ที่หักลบไปคือช่วงอายุที่เพิ่มมาขึ้นเท่านั้น...

“คุณลูคัส มาได้ยังไงครับเนี่ย....” ใครคนหนึ่งที่รีบพูดแทรกบรรยากาศกดดัน

“เลขาของผมได้รับโทรศัพท์เรื่องการเสียชีวิตของดอกเตอร์เซนัล และเขาบอกมาว่าหนึ่งในมรดกบางอย่าง ดอกเตอร์เซ็นเอาไว้ว่ายกให้ผม”

ความเงียบแผ่ขยาย สายตากลับไปตกอยู่บนหุ่นยนต์เสมือนคนจริงอีกครั้ง แต่ยูเรียลไม่มีความคิดที่จะรับรู้สายตาเหล่านั้น เขาเดินผ่าวงล้อมไปด้านหน้า หยุดยืนอยู่ตรงหน้าของลูคัส

ทั้งสองจ้องตากัน เป็นยูเรียลที่พูดขึ้นก่อน “พ่อ...บอกว่าคุณตายแล้ว”

“...”

“การตายคือการจากลาที่ไม่หวนคืน...แล้วทำไมคุณถึงมาอยู่ตรงนี้ได้”

“...”

“คุณ...เป็นพ่ออีกคนของผม”

“เดนนี่” ลูคัสไม่ตอบคำถามของยูเรียลสักข้อ เขาหันกลับไปสั่งชายร่างใหญ่คนหนึ่งที่เดินตามอยู่ข้างหลัง “เอาเจ้าเศษเหล็กนี่กลับไปด้วย ฉันเหนื่อยแล้ว”

สั่งจบก็หมุนตัวจากไป ทิ้งให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบและมาคุ ชายชื่อเดนนี่จัดการพาตัวยูเรียลมาขึ้นรถ กำชับเสียงแข็งว่าห้ามขยับ และห้ามพูดอะไรทั้งนั้นก่อนปิดประตูหนี ทิ้งให้ยูเรียลนั่งสับสนอยู่คนเดียว...

พ่อ...ลูคัส คนที่ดอกเตอร์เซนัลบอกว่าตายไปแล้ว แต่ยังมีชีวิตอยู่ จากที่ได้ฟังมาเมื่อครู่ ลูคัสบอกว่าดอกเตอร์เซ็นยกเขาให้เป็นทรัพย์สินของตน แปลว่าเรื่องที่ลูคัสยังมีชีวิตอยู่ ดอกเตอร์เซนัลรับรู้มาตลอด แต่แล้วทำไม...ทำไมถึงเลือกจะบอกว่าลูคัสตายไปแล้วกันล่ะ ลูคัสเองก็ดูไม่ค่อยจะชอบเขาเท่าไหร่ แล้วดอกเตอร์จะทุ่มเทสร้างเขามาถึง 33 ปีเพื่ออะไร...

ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเกินไปจนยูเรียลประมวลผลไม่ทัน คนที่บันทึกความทรงจำว่าตายไปแล้วกลับยังไม่ตาย ส่วนคนที่ยังอยู่ด้วยกันมาตลอดอย่างดอกเตอร์เซนัลกลับตายไปจริงๆ สำหรับยูเรียลแล้ว ความจริงเหล่านี้หนักหนาเกินไป

เขายกมือขึ้นจับอกด้านซ้าย ต่อจากนี้ไป เครื่องจักรในตัวของเขาต้องทำงานต่อไปโดยไม่มีดอกเตอร์เซนัล จะต้องใช้เวลาต่อจากนี้ไปโดยไร้ดอกเตอร์...

ตึก...ตึก

“อึก...” ยูเรียลเผลอส่งเสียงลอดไรฟัน งุ้มตัวลงจับที่ข้างอกซ้าย “ผมกำลังจะพังแล้วเหรอครับ...”

ผมตายไม่ได้....แต่ถ้าผมพังขึ้นมา ผมจะได้เจอพ่ออีกหรือเปล่านะ

พ่อที่ไม่ใช่ดอกเตอร์เซนัล...พ่อคนนั้น พ่อที่เรียกเขาว่าเศษเหล็ก จะเป็นพ่อของเขาได้จริงๆ เหรอ

ดอกเตอร์เซนัล นี่เรียกว่าคิดถึงใช่ไหมครับ...หรือมันเรียกว่าอะไร สอนผมที...ตอบผมหน่อย


-----------

ม. เปิดแล้วววว รับน้องเฮฮามาก

ประมาณ 2 ตอนจบนะฮะ

ความคิดเห็น