ขอบคุณที่เข้ามาอ่านเรื่องราวความรักของเอซบตเตอร์นะคะ :)

ตกหลุมรักนายแบดบอย 5

ชื่อตอน : ตกหลุมรักนายแบดบอย 5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.7k

ความคิดเห็น : 49

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2558 12:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตกหลุมรักนายแบดบอย 5
แบบอักษร

ตกหลุมรักนายแบดบอย5

By: กระดุ๊กกระดิ๊ก

บัตเตอร์ part

วันนี้เป็นวันหยุดเลยโชคดีหน่อยที่ยังไม่ต้องไปเจอเอซ  แต่หลังจากนี้เราต้องไปเข้าค่ายด้วยกันและเป็นบัดดี้กันก็คงจะอึดอัดอยู่...แต่ผมว่าเป็นแบบนั้นก็น่าจะดีแล้ว

 

“ป่ะลูก”  แม่ผมเรียกเพื่อที่จะไปซื้อขอเตรียมไปเข้าค่ายในวันจันทร์ที่จะถึง

 

“ครับ”  ผมตอบรับและเดินมาขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าบ้านเพื่อไปซื้อสิ่งของที่ตำเป็นสำหรับการเข้าค่ายในห้า

งสรรพสินค้าใกล้บ้าน

....

ขับรถเพียงไม่นานก็ถึงเรียบร้อย  เวลาผมจะไปไหนมาไหนก็ไปกับแม่ตลอด  ซึ่งผมก็อยากมาเองนะ  แต่มากับแม่แล้วมันสบายใจ  ไม่รู้สิผมชอบที่จะมากับแม่มากกว่า แต่แม่ผมก็ไม่ได้เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานอะไรหรอก  ออกจะเป็นผู้หญิงแกร่งด้วยซ้ำ  ไม่เคยง้อ  ไม่เคยเอาใจ  แต่ผมก็รักอยู่ดี  ส่วนพ่อผมเราก็สนิทกันแต่ไม่เท่ากับแม่เพราะพ่องานเยอะทำให้เรามีเวลาอยู่ด้วยกันน้อย  แต่ผมก็รักพ่อนะครับ

 

“หนูจะซื้ออะไรไปบ้างล่ะลูก”  แม่ถามหลังจากที่เดินเช้ามาแล้ว

 

“ผมว่าจะเอาไฟฉาย  แล้วก็ยาแล้วก็อาหารแห้งนิดหน่อยนะครับ”  ผมบอกแม่ไป

“ซื้อพวกสเปรย์กันยุ่งกับขนมไปดวยสิ  เราน่ะติดขนมไม่ใช่รึไง  ในป่าไม่มีขายหรอกนะลูก”  แม่บอกผม  ก็จริงอย่างที่พูดว่าผมติดขนม  ชอบกินของหวานๆ มันจะทำให้ผมอารมณ์ดีขึ้นมากๆเลยแหละ

 

“ครับ”  ผมตอบรับพร้อมกับเดินเลือกซื้อของไปพลางๆ

 

“อ้าว..สวัสดีคิว”  แม่ผมเรียกทักใครสัก ทำให้ผมที่กำลังเลือกซื้อของอยู่อดเงยหน้าที่จะมองไม่ได้

 

“อ้าว สวัสดีครับพี่ศิ”  ผู้ชายหน้าตา...สวย..สวยมากทักแม่ผมกลับ

 

“สวัสดีน้าเขาสิลูก”  แม่เตือนผม

 

“สวัสดีครับ”  ผมก็สวัสดีน้าคิวที่ยืนอยู่ตรงหน้า

 

“มาทำอะไรหรอพี่ศิ” น้าคิวเอ่ยปากถามแม่ผม

 

“พอดีว่าพาลูกชายมาซื้อของน่ะ  วันจันทร์นี้เขาจะไปเข้าค่ายในป่ากับโรงเรียนน่ะจ้ะ”  แม่ผมพุดบอก

 

“อยู่โรงเรียนนานาชาติAหรอลูก”  น้าคิวหันมาถามผม

 

“อ่อครับ”  ผมก็ตอบกลับไปอย่างขเนๆ  เพราะคุณน้าคิวสวยมากจริงๆ

 

“เหมือนลูกชายน้าเลย  เอ๋..ไปอยู่ไหนแล้วนะ” น้าคิวหันไปมองทางข้างหลังหาใครสักคน

 

“ตาเอซ  มานี่สิลูก” คนที่น้าคิวเรียกทำให้ผมหยุดหายใจไปชั่วขณะ  เอซงั้นหรอ

 

“ครับแม่”  และก็เป็นเอซจริงๆที่เดินมา  แต่ว่า  แม่?

 

“นี่น้าศิหัวหน้าฝ่ายตลาดของบริษัทเรา  ส่วนนี่ลูกชายของน้าศิ  เรียนโรงเรียนเดียวกับลูกด้วยนะ”

น้าคิวพูดบอกกับเอซ  ส่วนเอซก็เอาแต่จ้องหน้าผม

 

“ตายแล้ว  นี่ไงบัตเตอร์เพื่อนที่ไปรอหนูอยู่หน้าบ้านวันนั้นน่ะ”  แม่หันมาบอกผม

 

“ครับ คือ...”  ผมพูดไม่ออกเพราะตอนนี้สถานการณ์ระหว่างผมและเขาไม่ค่อยดีเท่าไร

 

“รู้จักกันด้วยหรอลูก”  น้าคิวหันไปถามเอซ

 

“ครับ  รู้จักกัน  และเขาก็เป็นบัดดี้ของผมที่โรงเรียนด้วย”  เอซพูดบอกและยังคงมองหน้าผมอยู่อย่างนั้น

 

“บังเอิญจัง  งั้นเราไปหาที่นั่งคุยกันหน่อยดีไหมครับ  หลังๆมาไม่ค่อยได้เจอพี่ศิเท่าไร  มีเรื่องคุยเยอะแยะเลยครับ”  น้าคิวพูด

“ได้สิจ้ะ”  แม่ผมก็ตอบกลับออกไป  แต่ผมไม่ค่อยอยากอยากไปเท่าไรนี่สิ.....

......................................

เอซ part

 

ตอนนี้ผมกำลังนั่งอยู่ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นในห้าง  และกำลังนั่งติดกับคนที่ผมคิดถึงอยู่ตลอด ...แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องคิดถึง

 

“งานราบรื่นดีนะครับ”   แม่ผมเปิดประเด็นเมื่อเรามานั่งและสั่งอาหารไปเรียบร้อยแล้ว

 

“ราบรื่นดีจ้ะ แต่จะราบรื่นกว่านี้ถ้าได้หัวหน้าคนเก่าอย่างคิวไปทำงานด้วยนะ”  น้าศิพูดติดตลก  ผมพึ่งรู้ตอนที่แม่นั่งคุยกันว่าน้าศิก็คือพนักงานในแผนกที่แม่เคยเป็นหัวหน้า  แต่พอแม่ออกมาน้าศิก็ได้รับตำแหน่งหัวหน้าแทน  เพราะมีทำผลงานดีมาตลอดและทำตัวดีมาตลอด  พ่อผมก็เลยเลื่อนตำแหน่งให้

 

“ฮ่าๆ ก็อยากกลับไปทำอยู่น่ะครับ  แต่ชาร์ปเขาไม่ยอมนี่สิ”  แม่พูดถึงพ่อที่ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่ยอมให้กลับไปช่วยงาน  เพราะกลัวแม่ผมเหนื่อย

 

“บัตเตอร์เป็นไรนั่งเงียบเชียวลูก”  น้าศิที่เห็นว่าบัตเตอร์ที่นั่งเงียบปกติเอ่ยปากถาม

 

“อ้อ เปล่าครับ”  บัตเตอร์พูดตอบ

 

“เราก็เหมือนกัน  เจอเพื่อนแทนที่จะคุยกัน  นั่งเงียบทำไมล่ะลูก”  แม่หันมาถามผมบ้าง

 

“ก็เห็นแม่คุยอยู่น่ะครับ”   ผมพูดตอบไปอย่างนั้น  แต่จริงๆแล้ว..ผมอยากพูดกับบัตเตอร์ แต่ไม่รู้ว่าบัตเตอร์อยากจะพูดกับผมไหมนี่สิ

 

“ผมขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะครับ”  บัตเตอร์พูดขึ้น

 

“เราไปด้วย”  ผมพูดและเดินจูงมือบัตเตอร์ออกจากร้านไป

 

.......

เดินมาสักพักก็ถึงห้องน้ำ  ซึ่งก็มีคนมากพอสมควร 

 

 

“เข้าไปในห้องน้ำ”  ผมบอกบัตเตอร์ที่ทำท่าจะเดินเข้าไปทางโถ่ฉี่

 

“ทำไม”  บัตเตอร์หันมถามเสียงแข็ง  ...  เป็นคำแรกที่เขาพูดกับผมในวันนี้เลยนะเนี่ย

 

“เข้าไปในห้องน้ำเถอะหน่า” ผมบอกปัดอกไป  ... จะบอกให้รู้ได้ไงว่าผมหวง  แต่บัตเตอร์หันมามองอย่างรำคาญนิดหน่อยก่อนจะเดินเข้าไปทำธุระในห้องน้ำ

 

หลังจากที่ฉี่เสร็จแล้วผมก็ออกมารอตรงหน้าห้องน้ำ  และผ่านไปไม่นานบัตเตอร์ก็เดินออกมา  และมองหน้าผมอย่างสงสัย  แต่มองเสร็จก็ก้มหน้าลงอยู่อย่างนั้นหลายครั้ง

 

“มีอะไรจะถามรึป่าว”  เป็นผมเองที่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม

 

“เอ่ออ  คือ แม่ของนาย.. เฮ้ออ  ไม่มีอะไรหรอก”  บัตเตอร์พูดก่อนที่เลิกพูดเสียดื้อๆ  แต่ผมก็รู้ว่าเขาถามถึงอะไร

 

“แม่เราเป็นผู้ชาย  และเขาก็เป็นแม่เราจริงๆเขาคลอดเราออกมา”  ผมพูดออกไป

 

“ดีจัง...”  บัตเตอร์พูดเบาๆออกมา

 

“อะไรดี”  ผมเลยถามกลับไป

 

“ก็ดีจังที่พ่อกับแม่นายมีลูกด้วยกันได้  ถึงแม้ว่าจะเป็นผู้ชายทั้งคู่ไง คู่รักชายกับชายหลายคนคงอิจฉา” บัตเตอร์พูดออกมา

 

“เราเองก็อยากมีลูกนะ”  ผมพูดออกไป  เพราะผมเองก็อยากมีลูกเหมือนกัน  แต่หันไปมองคนข้างๆบัตเตอร์กลับมีท่าทีสลดลง

 

“งั้นหรอ”  บัตเตอร์พูดออกมาเสียงแผ่ว

 

“แต่ถ้าแฟนเราเป็นผู้ชาย..แล้วไม่สามารถท้องได้เหมือนแม่เรา  เราก็ไม่แคร์หรอก  แค่เรารักเขาแล้วเขาคนนั้นรักเราก็พอแล้ว...  และก็อย่าคิดไปเองว่ามันเป็นไปไม่ได้”  ผมพูดเหมือนจะบอกเขาทางอ้อม  และดูเหมือนว่าบัตเตอร์ก็รับรู้  แต่เพียงแค่เก็ยอาการอยู่ก็เท่านั้น

 

“เออ..แล้วเรื่องเมื่อวานเราขอโทษนะที่เดินออกมาก่อน  คือเรา..ผิดเองแหละ  ให้อภัยเรานะเราสัญญาว่าเราจะไม่ทำแบบนั้นแล้วจริงๆ”  ผมพูดขอโทษบัตเตอร์เรื่องเย็นเมื่อวาน  เพราะผมรู้สึกผิดจริงๆ

 

“ไม่ทำจริงๆนะ  ถ้าทำแบบนั้นอีก  เราจะไม่คุยกับเอซจริงๆด้วย”  บัตเตอร์หันมาพูดหน้างอเหมือนว่าก่อนหน้านี้ลืมนึกว่างอนผมอยู่

 

“สัญญาครับ”

-------------------------------------------------------------70-------------------------------------------------------

 

 หลังจากที่ผมกับบัตเตอร์คุยกันแล้ว  บัตเตอร์ก็ดูเงียบๆไป เหมือนคิดอะไรอยู่คเดียวซึ่งผมก็พอรู้แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไปรอให้บัตเตอร์คิดอะไรบางอย่างสักพัก  ผมนั่งทานอาหารไปเรื่อยๆ

ส่วนแม่ผมกับน้าศิก็นั่งคุยไปเรื่อยๆ  น้าศิปรึกษาเรื่องงานบางอย่างที่ดูเหมือนจะเป็นปัญหาแต่แม่ผมก็สามารถให้คำปรึกษาที่ตอบโจทย์อย่างดี

 

“เอาไว้ว่างๆมานัดเจอกันอีกนะคะ”  น้าศิพูดกับแม่ของผม

 

“ได้ครับ  นัดมาเลยผมพร้อมตลอด”  แม่ผมพูดอย่างอารมณ์ดี

 

“สวัสดีครับน้าศิ  ไปก่อนนะบัตเตอร์”  ผมพูดบอกลาน้าศิ  และบัตเตอร์ที่ตอนนี้ยืนเก้ๆกังๆอยู่ข้างๆน้าศิ

 

“บ๊าบบายเอซ  สวัสดีรับน้าคิว”  บัตเตอร์ยกมือไหว้ผมก่อนที่เราจะเดินกลับไปที่รถของตนเองและขับออกมาจากห้างสรรพสินค้าแห่งนั้น

 

“ชอบเขารึไง”  อยู่ดีๆแม่ผมก็พูดขึ้นมา

 

“ครับ?”  ผมเหมือนจะรู้ว่าแม่ผมพูดถึงอะไรแต่ก็ไม่แน่ใจเลยถามออกไป

 

“เราน่ะ  ชอบบัตเตอร์รึไง”  หึหึ  แม่ผมนี่อ่านใจผมออกหมดเลยสิให้ตายเถอะ

 

“ก็ดูๆอยู่น่ะครับ  ยังไม่ค่อยแน่ใจเท่าไร”   ผมพูดออกไป  ก็จริงที่บัตเตอร์น่ารัก และเขาก็ชอบผม  แต่ผมไม่เคยชอบหรือคบกับผู้ชายมาก่อน  ก็มีลังเลเป็นธรรมดาว่าความรู้สึกของเรานั้นเป็นยังไงกันแน่  แต่ที่แน่ๆบัตเตอร์ให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปจากเพื่อนคนอื่นๆ

 

“แม่ชอบนะ”  แม่ผมพูดยิ้มๆทั้งๆที่ขับรถอยู่

 

“งั้นหรอครับ”  ผมพูดติดตลก  แม่ชอบงั้นหรอ....ไม่ธรรมดาเลยนะบัตเตอร์  แม่ผมไม่ใช่คนที่จะชอบอะไรง่ายๆหรอกนะ   ออกจะถือตัวด้วยซ้ำ  (ถ้าเชื่อไปติดตามที่  OMGผมท้องกับเจ้านายดูสิคะ) 

…………………………………..

บัตเตอร์ part

อย่าคิดไปเองว่ามันเป็นไปไม่ได้ประโยคที่วนอยู่ในหัวของผมตั้งแต่ที่เอซพูด  เขาหมายถึงใคร?ผมหรอ? แล้วผมต้องทำยังไง  รุกหน้าจีบเหรอ  แต่... งื้ออ  ผมไม่เคยจีบใครเลยนะ  เขาต้องทำยังไง  จีบยังไงอ่ะ ผมไม่รู้ๆๆ เฮ้อออ..แต่ถ้าคิดอีกแบบเค้าอาจจะไม่ได้หมายถึงผมก็ได้  อาจจะพูดไปงั้น  แต่ถึงจะคิดแบบนั้นหัวใจผมก็ยังคงเต้นแรงอยู่ เพียงแค่นึกถึงน้ำเสียงของเอซที่พูดออกมา  ให้ตายสิทรมานชะมัด  ชอบากแต่ก็ยังมานั่งปิดอยู่อย่างนี้

Rrrrrr

เสีงโทรศัพท์ผมดังขึ้น  ทำให้ผมเลิกคิดและหัดไปรับโทรศัพท์ที่วางเอาไว้ที่หัวเตียงหลังจากกลับมาถึงบ้านแล้ว

เอซ

อ่า  ให้ตายสิ  กำลังนึกถึงอยู่พอดี  ตายยากชะมัด

 

“ฮัลโหล ว่าไงเอซ”  ผมพูดสายทันทีที่กดรับ

 

[ทำอะไรอยู่หรอ]  เอซถามกลับมา  น้ำเสียงอันนุ่มทุ้มนั้นทำให้ผมใจเต้นแรงอีกแล้ววว  *///*

 

“ไม่ได้ทำอะไรหรอก  เพิ่งกลับมาถึงบ้าน”  ผมตอบกลับไป  และเมื่อได้ยินเสียงของเอซก็ทำให้ผมคิดถึงเรื่องเมื่อตอนเย็นอีกแล้วให้ตายสิ  อย่าคิดไปเองว่ามันเป็นไปไม่ได้   นั้นไงประโยคนี้วิ่งเข้ามาในหัวอีกแล้ว  แต่ถึงจะทำให้เขินแต่มันก็ทำให้อึดอัดเหมือนกันนะว่าเขาต้องการที่จะพูดกับผมหรือว่าแค่พูดขึ้นมาลอยๆเฉยๆ

 

“เอ่ออ..เอซ”  ผมเรียกเมื่ออีกฝ่ายเงียบไปเสียดื้อๆ

 

“คือเราอยากถามอะไรหน่อย”  ไม่รู้ทุกคนเป็นเหมือนผมไหม  ว่าเวลามีอะไรให้สงสัยผมต้องการที่จะรู้ ไม่งั้นจะหงุดหงิดเอาเสียมากๆเลย

 

[ว่ามาสิเอซพูดกลับมาเสียงนิ่งๆ

 

“คือ...เอ่อออ  ช่างมันเถอะ”  แต่สุดท้ายผมก็ไม่กล้าถามออกไปอยู่ดี

 

[เราไม่ชอบเสียงเอซพูดกลับมาเสียงเข้ม เขาไม่ชอบ  ไม่ชอบอะไร  ผมงั้นหรอ....

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

มาต่อให้แล้วจ้าาาาาา    ขอกำลังใจหน่อยสิ  เดี๋ยวนี้กำลังใจน้อยจัง  เริ่มหมดแรงแล้วววว  ฮือออ http://ookbeetunwalai.s3.amazonaws.com/files/emotions/Cartoon000211.gif

 

 

*กำลังใจ = โหวต  กดถูกใจ  และคอมเม้นนิยายเรื่องนี้เยอะๆน้าาาาาาา

ความคิดเห็น