facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ตอนที่ 49 : Flashback9 - โควต้านักกีฬา

ชื่อตอน : ตอนที่ 49 : Flashback9 - โควต้านักกีฬา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 36.4k

ความคิดเห็น : 72

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ส.ค. 2561 22:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 49 : Flashback9 - โควต้านักกีฬา
แบบอักษร

ตอนที่ 49 : Flashback9 - โควต้านักกีฬา


“ห้องล๊อคหวะ”

อิฐหันมาบอกเขาหลังจากลองบิดลูกบิดประตูห้องติวหนังสือที่เป็นห้องสัดส่วนแยกในห้องสมุดอยู่หลายครั้ง พวกเขาติวหนังสือเพื่อชดเชยเวลาเรียนที่นี่กันมาตลอด 5 สัปดาห์ และนี่เป็นสัปดาห์ที่ 6 ที่เขาติวหนังสือให้มัน แต่ครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษ ครูวิไลวรรณที่จองห้องไว้ให้คงจองเฉพาะวันที่พวกเขาต้องมาติวหนังสือกันตามตาราง พอนัดพิเศษก็เลยไม่ได้ขอห้องไว้อย่างที่เห็น

“ลงไปนั่งติวที่โรงอาหารก็ได้มั้ง”

เขาตอบแบบง่ายๆ โรงอาหารของพวกเขาเป็นแบบเปิดโล่ง ใช้อ่านหนังสือได้ ไป๋ไม่ค่อยอยากใช้ห้องสมุดเท่าไหร่ เพราะพื้นที่ส่วนกลางใช้เสียงดังไม่ได้ หลายครั้งที่เขาต้องพูดสอน เขาก็เกรงใจคนอื่น

“ไปห้อง 950 ดีกว่า กูทำเรื่องขอไว้เตรียมงานแข่งกีฬาอาทิตย์หน้าทั้งเสาร์ทั้งอาทิตย์ เงียบดี เป็นส่วนตัวด้วย”

ไป๋พยักหน้าตามใจอิฐอย่างไม่ขัดใจ ถึงแม้ว่าทุกวันเสาร์พวกเขาจะมาเจอหน้ากันทุกสัปดาห์เป็นเวลา 6 อาทิตย์ติดแล้ว แต่เบื้องหน้า พวกเขาก็ยังเป็นคนแปลกหน้าซึ่งกันและกันเสมอ ไอ้อิฐไม่เคยเอ่ยทักเขาต่อหน้าคนอื่นแม้แต่ครั้งเดียว ส่วนเขาก็ไม่กล้าจะเอ่ยทักมันไป มันทำตัวเหมือนเขาเป็นคนที่มันไม่เคยรู้จัก ส่วนเขาก็เลือกที่จะไม่แสดงอาการอะไรออกไป การที่เจ้าชายของโรงเรียนจะมารู้จักกับเด็กแว่นบ้าเรียนคงไม่ใช่เรื่องที่น่าพิสมัยเท่าไหร่นัก


พวกเขาใช้เวลาตลอดบ่ายติวหนังสือกันอย่างเข้มข้น

อิฐมีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาก เหมือนอย่างที่ครูวิไลวรรณบอก อิฐเป็นคนหัวไวและมีความสามารถมากกว่าที่ตัวเองคิด แต่ดูเหมือนตลอดเวลา มันจะไม่เชื่อมั่นเรื่องความสามารถด้านวิชาการเท่าไหร่ พอมันวิ่งหนี ผลที่ได้ก็ออกมาย่ำแย่ตามสภาพ

เวลาหลายสัปดาห์ที่อยู่ด้วยกันมาทำให้รู้ว่าอิฐไม่ใช่พวกที่ชอบท่องจำ

เขาจับสังเกตได้ว่าถ้าอธิบายให้มันเข้าใจถึงที่มาของทฤษฎีโดยหลักตั้งต้นเลย มันจะเข้าใจเนื้อหาได้ดีมาก เขาจึงพยายามใส่สูตรลัดให้มันให้น้อย เน้นการคิดแบบวิธีตรงและใช้ความเข้าใจเป็นหลักซึ่งมันก็ทำออกมาได้ดี อย่างเคมีเรื่องปริมาณสารสัมพันธ์ มันแทบไม่ต้องใช้สูตรลัดอะไรเลย เน้นเทียบบรรยัติไตรยางค์ตรงๆ ตามความเข้าใจ มันก็ทำข้อสอบเก่าออกมาได้ค่อนข้างดี ยิ่งวิชาคณิตศาสตร์ยิ่งเห็นชัด หัวข้อไหนสูตรน้อย มันจะทำดีมาก ตรงกันข้ามกับบทที่สูตรเยอะ มันจะทำได้แย่มาก อย่างตรีโกณมิติก็แทบต้องทิ้งทั้งบท เพราะมันจำสูตรแทบไม่ได้เลย


วันนี้คงเป็นวันส่งท้าย

อาทิตย์หน้ามันและเขาก็จะไปสอบตรงที่นววิวัฒน์แล้ว เขาเดาว่ามันน่าจะสอบติดค่อนข้างแน่นอน เกณฑ์คัดโควต้านักกีฬาระดับประเทศใช้คะแนนผ่านแค่ 40% ซึ่งตลอดเวลาที่ติวหนังสือให้อิฐมา มันก็ทำได้ดีเกินกว่าเกณฑ์มาตลอด ถ้าไม่พลิกโผอะไรมาก มันก็คงจะได้เรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์สมใจมันนั่นแหละ

หลังจากนี้ไปพวกเขาก็คงจะกลับไปเป็นคนไม่รู้จักกันอีกครั้ง

ช่วงเวลาติวหนังสือชดเชยเวลาเรียนก็จะจบลงแล้ว และมันก็คงจะได้เข้ามหาวิทยาลัยที่ต้องการ พวกเขาก็คงจะไม่เหลือเหตุผลอะไรให้จะมาเจอกันอีก ความเป็นเพื่อนคงไม่ต้องหวัง ต่างฝ่ายต่างก็มีโลกของตัวเอง ถัดออกจากเวลาวันเสาร์นี่ไป พวกเขาก็กลายเป็นแค่เพื่อนร่วมโรงเรียน


ไป๋พยายามจะเก็บเกี่ยวช่วงเวลาที่เหลืออยู่ให้ดีที่สุด


เขาเองรู้ตัวดีว่าต่อจากนี้เขาคงไม่มีโอกาสจะพูดคุยแบบสนิทสนมกับอิฐแบบนี้อีก เขาก็พยายามจะเก็บช่วงเวลาความทรงจำเหล่านี้ไว้ ก่อนจะก้าวข้ามมันไปและทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง

เขาคงไม่รักใครอีกแล้ว

ผ่านความรักครั้งนี้ไปได้ เขาคงเข็ดขยาดกับความรักไปอีกนาน ขนาดเขาแค่แอบชอบมันเฉยๆ โดยที่มันยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เขายังเจ็บได้ขนาดนี้ นี่ถ้ามันเป็นความสัมพันธ์ที่ก้าวหน้าไปกว่านี้และจบได้แย่กว่านี้ มันจะโหดร้ายต่อความรู้สึกขนาดไหน

เขาไม่รู้เลยจริงๆ ว่าความรักคือสิ่งที่คุ้มค่าสำหรับการเสี่ยงหรือเปล่า

ชีวิตเขาทุกวันนี้มีความสุขดี ดีมากจนรู้สึกว่าความเจ็บปวดเรื่องไอ้ซื่อบื้อนี่กำลังนั่งอ่านหนังสืออย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวนี้เป็นเรื่องที่มากเกินกว่าที่เขาควรจะแบกรับ เขาคิดว่าเขาคงอยู่แบบไม่ต้องมีความรักเลยก็คงได้ มันอาจจะดูเทาๆ หน่อย แต่อย่างน้อย มันก็ไม่ทับถมความทุกข์ให้เขามากกว่าที่ควร


“64 คะแนน”

ไป๋บอกผลคะแนนที่ไอ้อิฐทดลองทำข้อสอบเก่าฉบับจริงที่เขาเก็บไว้ให้มันซ้อมมือในอาทิตย์สุดท้าย มันรอคอยผลอย่างตื่นเต้นก่อนจะสบถออกมาอย่างยินดีเมื่อรู้ว่าคะแนนเลยเกณฑ์ไปไกลพอสมควร

“เชี่ย ได้มากกว่า 60 อีก” มันพูดอย่างอารมณ์ดี

“เออ รักษามาตรฐานไว้ให้ได้ เสื้อช็อปที่มึงอยากใส่ก็คงอยู่ไม่ไกล” ไป๋พูดด้วยรอยยิ้ม

“นี่ถ้ากูสอบติดจริงๆ ถือว่าเป็นผลงานการติวของมึงเลยนะเนี่ย”

“ไม่หรอก มึงหัวไวอยู่แล้ว กูก็แค่ทวนๆ ให้”

ไป๋ตอบ ความจริงเขาคิดว่าคนที่มันน่าจะไปขอบคุณที่สุดคือครูวิไลวรรณมากกว่า แต่เขาคงจะรอบอกความจริงหลังจากมันสอบติดแล้ว


“กูจะทำได้จริงๆ เหรอวะ” มันเอ่ยถามขึ้นอย่างกังวลอีกครั้ง หลังจากความยินดีเรื่องคะแนนเริ่มจืดจางลง

“มั่นใจในตัวเองหน่อยสิวะ ถ้ามึงคิดว่าทำได้มึงก็ทำได้ แต่ถ้ามึงมัวมาคิดทับถมตัวเองแบบนี้ การคิดลบแบบนี้แหละที่จะทำให้มึงหมดไฟ พอมึงหมดไฟมึงก็ไม่ขยัน พอมึงไม่ขยัน มึงนั่นแหละจะสอบไม่ติดจริงๆ”

เขาพูดออกไปยาวเหยียด อาทิตย์สุดท้ายแล้ว ไอ้อิฐห้ามสะดุดขาตัวเองหกล้มเด็ดขาด ไม่งั้นความพยายามทั้งหมดที่ผ่านมากลายเป็นศูนย์แน่

“จะพยายามหวะ ขอบคุณมากนะเว้ย”

“เออ ไม่เป็นไร ช่วยๆ กัน” เขาตอบ


“ก่อนหน้านี้กูไม่เคยบอกใครเรื่องแผนหลังเรียนจบม.ปลายของกูเลย” มันเกริ่น

“แล้วตอนแรกมึงตั้งใจจะทำอะไร” เขาถาม

“ตอนแรกกูก็ถอดใจเรื่องสอบเข้าไปแล้ว ตั้งใจจะเป็นนักกีฬาอาชีพ พอดีตอนไปแข่งเยาวชนทีมชาติมีคนจากสโมสรมาชวน กูก็ว่าน่าจะดี” มันเล่า

“แล้วจริงๆ มึงอยากทำอะไรกันแน่”

“ความจริงกูก็รู้ว่านักกีฬาเป็นอาชีพที่ถ้าประสบความสำเร็จก็คงได้เงินดี แต่อาชีพมันก็มีเวลาจำกัด วันหนึ่งร่างกายเราก็จะไม่ไหวเหมือนเก่า เด็กรุ่นใหม่สดกว่าก็จะขึ้นมาแทนเราในที่สุด”

“อ่า”

“ถามกู กูก็อยากทำงานเหมือนคนทั่วๆ ไปนี่แหละ เงินเดือนไม่ต้องเยอะก็ได้ แต่กูอยากมีความมั่นคง”

“งั้นที่มึงอ่านหนังสือไปสอบนี่ก็ถือว่ามาถูกทางแล้ว”

“โชคดีที่มึงช่วยสอนกูเยอะแยะ ตอนแรกก็ไม่กล้าบอกใครด้วยซ้ำว่าอยากเข้าวิศวะนววิวัฒน์ ใครๆ ก็รู้ว่าคะแนนสูง บอกไปแล้วทำไม่ได้ กูก็อายเขาเปล่าๆ”

“เอาน่า มึงบอกกู กูก็ไม่ไปบอกใครหรอก”

“ถ้ากูสอบติดคงจะดีกับชีวิตกูมาก” มันพูดไปเรื่อยๆ เหมือนมันอยากพูดกับตัวเองมากกว่าพูดกับเขาเสียอีก

“อ่า”

“ขอบคุณมึงจริงๆ”


“กลับกันเถอะ จะสองทุ่มละ”

ไป๋พูดขึ้นพลางเดินจะไปปิดแอร์ในห้องก่อนกลับ ห้อง 950 หรืออีกนัยหนึ่งห้องชมรมของพวกเขาเป็นห้องขนาดใหญ่ เมื่อเปิดเข้ามาจะเป็นห้องเล็กแยกอีกห้องหนึ่ง ก่อนที่ห้องเล็กจะเปิดต่อมายังห้องด้านในซึ่งกว้างกว่าห้องด้านนอกและเป็นห้องที่เอาไว้ใช้งานจริงๆ พวกเขาเดินไล่ตรวจสอบความเรียบร้อย ปิดไฟ ปิดแอร์ทุกอย่างก่อนจะเดินออกจากห้องด้านในไปยังห้องเล็กเพื่อจะออกไปสู่ด้านนอก


“ไป๋”

ไอ้อิฐที่กำลังเปิดประตูห้อง 950 จากห้องเล็กเอ่ยเรียกเขา เขาตอบรับคำเรียกไปอย่างงงๆ แค่เปิดประตูหน้าออกไปนี่พวกเขาก็จะออกไปด้านนอกแล้ว

“ว่า”

“ห้องล็อค”

“ห๊ะ”

เขาอุทานอย่างตกใจก่อนจะวิ่งไปลองบิดลูกบิดประตูตรงหน้าแล้วก็พบว่าลูกบิดมันล็อคจากด้านนอกจริงๆ ด้วย ท่าทางภารโรงจะเปิดเข้ามาเช็คแค่ห้องเล็ก พอเห็นว่าปิดไฟมืดก็ล็อคห้องทันทีโดยที่ไม่รู้ว่าข้างในมีคนอยู่


“เชี่ย”

เขาอุทานอีกรอบแบบหงุดหงิดเพราะเมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็พบว่าแบตมือถือหมดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แปลว่าตอนนี้โอกาสติดต่อกับโลกภายนอกเหลือแค่โทรศัพท์ของไอ้อิฐเท่านั้น

“มือถือมึงโทรได้เปล่า มือถือกูแบตหมด” เขารีบถามมันอย่างร้อนรน

“กูลืมกระเป๋าไว้ที่ห้องสมุดหวะ ตอนแรกว่าจะลงไปเอาตั้งนานแล้ว แต่พอดีจับเวลาทำข้อสอบอยู่ กูเลยตั้งใจว่าจะเดินลงไปเอาตอนจะกลับทีเดียว” อีกฝ่ายตอบมาด้วยน้ำเสียงที่แย่ไม่แพ้กัน


“เชี่ย ให้มันได้อย่างนี้สิ”

“คนขับรถมึงหละ ถ้ามึงลงไปช้าเดี๋ยวเขาก็คงขึ้นมาตามมั้ง” ไอ้อิฐพูดอย่างช่วยคิด

“วันนี้กูไม่ได้ให้เขารอ เพราะคิดว่าจะเลิกดึก แล้วกูก็เสือกบอกที่บ้านไปแล้วด้วยว่าถ้าดึกก็อาจจะไม่กลับแล้วไปค้างบ้านไอ้ว่านแทน” เขาพูดออกมาอย่างเซ็งถึงขีดสุด

“งั้นเดี๋ยวไอ้ว่านคงออกมาหา”

“ประเด็นคือกูยังไม่ได้บอกไอ้ว่านเลยว่าจะไปค้าง” ไป๋พูดออกไปอย่างสิ้นหวัง


“เกม” อิฐพูดออกมาพร้อมยักไหล่แบบไม่ยี่หระ

“ที่บ้านมึงหละ เขาจะออกมาตามหามึงไหม” เขาเอ่ยถาม

“ฮ่าฮ่าฮ่า ที่บ้านกูอะนะ ต่อให้กูถูกฆ่าหมกศพเขายังไม่รู้เลยมั้ง”


“แล้วเอาไงกันต่อดี” เขาไม่สนใจจะถามเหตุผลต่อ แต่พยายามช่วยกันหาทางออกจากสถานการณ์ตรงหน้านี่แทน

“ก็ไม่เอาไง พวกเราต้องค้างที่นี่ก็แค่นั้น” อิฐตอบมาแบบง่ายๆ

“เชี่ย นี่มันคืนวันเสาร์นะ นี่ไม่แปลว่าเราต้องรอจนถึงเช้าวันจันทร์เหรอถึงจะออกไปได้ ตายห่าแน่ พรุ่งนี้คงต้องอดอาหารทั้งวัน” เขาพูดอย่างสิ้นหวัง

“ไม่หรอก กูทำเรื่องขอใช้ห้องไว้ประชุมพรุ่งนี้ เดี๋ยวตอนเช้าก็ต้องมีคนมาเปิดห้อง” อีกฝ่ายพูด

“ค่อยยังชั่ว”


“คิดซะว่ามาเข้าค่ายละกัน” ไอ้ประธานชมรมกีฬาตัวหนาพูดอย่างว่าง่าย

“เข้าค่ายเนี่ยนะ”

“เออ คิดซะว่ามาเข้าค่ายกับกูสองคนแล้วกัน ทนนอนคืนนี้คืนหนึ่ง พรุ่งนี้ก็ได้กลับบ้านแล้ว”




นายพินต้า

ฝากเฟสและทวีต นายพินต้า ninepinta และแฮชแทค #อิฐไป๋ ด้วยนะ ><******

กลับมาจากธุระ ขับรถมาถึงบ้าน เปิดคอมอัพนิยายให้เป็นอย่างแรกเลย กลัวคนอ่านรอนาน ดังนั้น เมนต์ให้ผมด้วยน้า ดูสิ รีบทำเป็นอย่างแรกหลังจากกลับถึงบ้านเลย ไม่เมนต์ไม่ได้แล้วน้า ไม่เมนต์จะงอนด้วย อิอิ

ความคิดเห็น