facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Dwight + Moon -Chapter 3.-Rewrite 05/12/2018

ชื่อตอน : Dwight + Moon -Chapter 3.-Rewrite 05/12/2018

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 49.8k

ความคิดเห็น : 54

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2561 14:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Dwight + Moon -Chapter 3.-Rewrite 05/12/2018
แบบอักษร

Dwight + Moon

(Chapter3.)

หนึ่งเดือนต่อมา****Paris, Franc

“Je vous remercie infiniment médecin. ผมต้องขอบคุณคุณหมอมากจริงๆ ครับ”

“ร่างกายเราเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” มูนพึมพำออกมาเสียงเบา…

มูนเดินออกมาจากโรงพยาบาล เขาจูงจักรยานคู่กายเดินมาตามถนนเลาะริมแม่น้ำในเมืองปารีส

หนึ่งเดือนเต็มที่เขามาอยู่ที่นี่โดยไม่ติดต่อสื่อสารกับใครทั้งนั้น ซึ่งน่าจะดีกว่าถ้าเขาหายไปจากครอบครัวที่เขารัก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายมูนตอนนี้กำลังทำให้หัวใจของเขาเต้นเร็วและแรงมากขึ้นเมื่อได้ฟังคำตอบที่ได้จากหมอ

“Félicitations, vous êtes enceinte. (ยินดีด้วยนะครับ คุณกำลังตั้งครรภ์ครับ)” เป็นคำตอบที่ทำให้มูนต้องคิดหนัก เขาเป็นผู้ชายจะท้องได้อย่างไรกัน ทุกอย่างดูจะวิปริตไปกันใหญ่แล้ว แต่หมอก็อธิบายถึงเหตุผลว่าร่างกายของเขาที่ท้องได้มันเกิดจากอะไร

ทุกอย่างที่เขาได้ฟังจากหมอคือวิทยาศาสตร์ไปเสียหมด กรณีของเขาเป็นกรณีพิเศษที่ทางโรงพยาบาลจะขอเก็บไว้ศึกษาและทำวิจัยต่อไปในอนาคต ดังนั้นค่าใช้จ่ายทุกอย่างทางโรงพยาบาลจึงเป็นผู้ออกให้ทั้งหมด

มูนตรงไปยังร้านอาหารไทยที่เขาทำงานพาร์ตไทม์อยู่ เขาปิดบัญชีที่พ่อกับแม่เปิดไว้ให้ ไมเคิลจัดการให้มูนไปอยู่ที่อังกฤษแต่มูนได้วางแผนไว้เป็นอย่างดีให้ปลายทางของเขาคือปารีส เขามาที่นี่โดยไม่มีใครรับรู้ ทำให้ตอนนี้ราวกับเขาอยู่ตัวคนเดียวและเริ่มนับทุกอย่างจากศูนย์

“สวัสดีครับพี่เพ็ญ”

“สวัสดีจ้ะมูน เป็นไงไปหาหมอมา” หญิงสาวอายุมากกว่ามูนรีบเดินมาหาและถามขึ้นอย่างเป็นห่วง

“ไม่มีอะไรครับพี่เพ็ญ หมอให้ยาบำรุงมานิดหน่อยครับ” มูนบอกออกมา เพ็ญพยักหน้ารับช้าๆ

“มูน มานี่สิ” เสียงทุ้มดังขึ้นจากเคาน์เตอร์คิดเงิน มูนเดินไปหาเจ้าของร้าน

“พี่จะเปลี่ยนตำแหน่งให้เรามาคิดเงินและคอยดูแลร้านผลัดกับผู้จัดการคิงส์ ทำได้ไหม” แฟรงค์ถามออกมาเสียงจริงจัง

“เอ่อ มันจะดีเหรอครับ ผมว่าให้ผมทำงานหลังร้านดีกว่านะครับพี่แฟรงค์” มูนพูดเสียงแผ่ว

“พี่ว่าเราทำได้และทำได้ดีด้วยซ้ำไป พี่จะเพิ่มเงินให้อีก ถ้าสนใจก็เริ่มวันนี้เลย” มูนทำสีหน้าลำบากใจ พวกเด็กๆ ในร้านและพ่อครัวต่างรอฟังคำตอบจากมูนกันทุกคน

“ก็ได้ครับ” มูนตอบตกลงเสียงนิ่ง

“เย้!!! ต่อไปนี้เราจะได้มีผู้จัดการใจดีกับเขาบ้างแล้วเนอะ ทำงานกับคุณคิงส์ทีไรเกร็งจนฉี่จะราดทุกวัน”

“ให้มันน้อยๆ หน่อย เดี๋ยวคุณคิงส์มาได้ยินก็น้อยใจเอาหรอก” แฟรงค์ต่อว่าออกมาไม่จริงจังนัก

เจ้าของร้านสอนงานให้มูนเรียนรู้ มูนเป็นคนเข้าหาคนยากพอสมควร ทว่าเมื่อต้องมาอยู่คนเดียวเขาจึงต้องปรับตัวและพยายามเข้าหาคนอื่นมากพอสมควร

“ภาษาเราดีมากเลยนะมูน ไปเรียนภาษาฝรั่งเศสมาจากไหน” แฟรงค์ถามขึ้น

“ก็มีแอบๆ จำคนอื่นมาอีกทีน่ะครับ”

“หืม จำเอาเหรอ ดูสิ สำเนียงชัดกว่าพี่อีก” แฟรงค์พูดบอกติดจะขำๆ    เสียมากกว่า มูนยิ้มตอบบางๆ

ก่อนหน้านี้มูนเก่งเรื่องภาษาฝรั่งเศสเป็นทุนอยู่แล้วบ่อยครั้งที่เขาออกงานกับไมเคิลแล้วได้พบปะกับลูกค้าชาวฝรั่งเศส ก็ได้มูนนี่แหละที่คอยสื่อสารให้

“ผมกลับก่อนนะครับทุกคน” มูนพูดขึ้นและเดินออกจากร้านไป

มูนทำแบบนี้เป็นประจำทุกๆ วันพร้อมกับจักรยานฟิกเกียร์ที่เพิ่งจะซื้อมา เขาเพิ่มเติมตัวเบรกเข้าไปเพื่อให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น

มูนขี่จักรยานมาจนถึงอะพาร์ตเมนต์กลางเก่ากลางใหม่ที่ดูไม่ได้แย่นักเพราะหากจะให้เขาอยู่ในที่แย่หรือแออัดกว่านี้ มูนก็กลัวเรื่องความปลอดภัยเพราะเขาเลิกงานค่อนข้างดึก

มูนยกจักรยานเข้าลิฟต์และกดไปชั้นบนสุด ก่อนจะเดินเข้าห้องและยกจักรยานขึ้นติดไว้กับคานวางล้อภายในห้องของตนเอง เขาใช้เวลาเก็บข้าวของสักพักและเดินเข้าห้องน้ำไป

ร่างบางยืนเปลือยกายอยู่ภายในห้องน้ำ มูนยืนหันข้างให้กระจกเงา   บานโตพลางใช้มือบางลูบไปบนท้องน้อยตัวเองแผ่วเบา

“อยู่ในนี้สินะ ฮึก” จู่ๆ มูนก็ร้องไห้สะอื้นออกมายกใหญ่ ห้องน้ำที่แสนจะคับแคบกลับดูกว้างเสียจนมูนรู้สึกหนาวจับขั้วหัวใจ

“ฮึก ฮือๆ ทำไมพระเจ้าถึงได้ใจร้ายกับมูนนัก” มูนตัดพ้อออกมาอย่างน้อยใจ

มูนร้องไห้อย่างหนักได้ครู่ใหญ่ ขาเรียวยาวก้าวออกมาจากห้องน้ำ ภายในห้องแห่งนี้มีของใช้ครบครัน นับเป็นโชคดีที่เจ้าของห้องให้เขาเช่าห้องเปล่าแห่งนี้ในราคาแสนถูก

หลังจากนั้นมูนก็หาซื้อเฟอร์นิเจอร์มือสอง เขาจัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่ไว้กลางห้อง ห้องครัวอยู่ถัดจากห้องน้ำไปทางด้านหลัง และดีที่เจ้าของห้องเช่ามีชุดครัวบิวต์อินไว้ให้

โต๊ะเขียนแบบและอุปกรณ์การเรียนที่เขานำมาบางอย่างถูกจัดเรียงไว้ที่มุมห้องริมหน้าต่างซึ่งมองเห็นวิวภายนอกได้ ถึงแม้จะไม่ใช่ทิวทัศน์ที่สวยมากนักแต่ก็ช่วยทำให้ภายในห้องดูไม่อึดอัดเกินไป สิ่งของเครื่องใช้ถูกจัดวางเข้ากันอย่างลงตัว

ถัดมามีชิงช้าสานตัวใหญ่ถูกเจาะเพดานและห้อยลงมาข้างโซฟาตัวยาวสีขาว สมแล้วที่เขาเรียนสถาปัตย์ฯ ออกแบบภายในมา เพราะเขาสามารถทำให้ห้องสภาพเก่าๆ โทรมๆ แห่งนี้กลับน่าอยู่ขึ้นมาทันตา

ส่วนของระเบียงห้องมีพื้นที่เหลือเฟือ มูนใช้ให้เกิดประโยชน์โดยการจัดสวนหลังห้องและวางเก้าอี้ตัวยาวไว้สำหรับนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ

กิจกรรมยามว่างของมูนคือการเดินเข้าร้านหนังสือหรือห้องสมุด เขาเริ่มหางานตามที่เรียนแต่จะมีใครจ้างนักศึกษาที่เรียนไม่จบแบบเขาล่ะ

ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้น มูนรีบสวมเสื้อและวิ่งมาเปิดประตู

“สวัสดีจ้ะ” เสียงหญิงสาวดังขึ้น

“เอ่อ มายังไงครับพี่เพ็ญ” มูนเลิกคิ้วนิดๆ

“ก็ขับรถมาน่ะสิ นี่จ้ะ พี่เอามาฝาก เข้าไปได้ไหม” หญิงสาวพูดขึ้นพร้อมส่งถุงกล่องอาหารและขนมที่เอามาจากร้านให้มูน

“ได้สิครับ” มูนเปิดประตูและเบี่ยงตัวเพื่อให้หญิงสาวเดินเข้ามาภายในห้อง

“ว้าว น่ารักจัง นี่จัดเองหมดเลยเหรอเนี่ย” หญิงสาวถึงกับตาลุกเป็นประกายและยิ้มกว้างออกมา

“ครับ”

“โห มีสวนหลังห้องด้วย นี่มูนว่างไหมพี่จะจ้างเราไปจัดห้องพี่บ้าง” หญิงสาวเดินดูไปรอบๆ ห้อง

“ฮะๆ พี่เพ็ญก็พูดเป็นเล่นไปครับ” มูนพูดขึ้นขำๆ เพ็ญหันมองมายังมูนนิ่งๆ เธอรู้ว่าร่างบางมีอะไรในใจแต่ไม่พูดออกมาเท่านั้น

“มีอะไรหรือเปล่ามูน” เพ็ญเดินมาจับไหล่บางของมูนเบาๆ

// ให้ตายเถอะ นี่เธอเกิดมาเป็นผู้หญิงได้อย่างไรนะ ผู้ชายอะไรจะสวยได้ขนาดนี้นะ //  เพ็ญคิดในใจ สายตาก็พานแต่จ้องมองมูนไม่หยุด

“ไม่มีอะไรนี่ครับ” มูนพูดบอกปัดเสียงเบา

“เหงาไหมอยู่คนเดียว”

“นิดหน่อย แต่พอไปร้านก็ไม่เหงาแล้วละครับ” มูนพูดบอกและยิ้มให้เพ็ญอ่อนๆ

“ใช่ๆ ที่ร้านดูวุ่นวายจะตาย จะเอาเวลาไหนไปเหงาล่ะใช่ไหม”

“มีอะไรให้ช่วยก็บอกพี่ได้นะมูน พี่เต็มใจ”

“ขอบคุณครับ พี่เพ็ญ”

“พี่ไปก่อน พอดีฝากลูกไว้กับข้างบ้านน่ะ ดูแลตัวเองนะพรุ่งนี้เจอกันที่ร้านจ้ะ” หญิงสาวรีบบอกออกมา เธอแวะมาดูเพราะเป็นห่วงมูน เนื่องจากช่วงนี้มูนต้องไปหาหมอบ่อยๆ

“ครับ ขับรถดีๆ นะครับ”


3 ปีต่อมา เมืองไทย

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ดไวท์คงยังไม่ลดละการออกตามหามูน เขาใช้เวลามาเกือบสามปีแต่ก็ไร้วี่แวว

“ผมมีงานที่ปารีสยังไงก็ฝากที่นี่ด้วยนะครับ”

ดไวท์กับไมเคิลไม่ได้คุยกันเหมือนเมื่อก่อน คนทั้งสองจะคุยกันแค่เฉพาะเรื่องงานเท่านั้น ดไวท์เองไม่ได้โกรธพ่อตนเองเพราะเขาไม่มีสิทธิ์โกรธอะไร เขารู้ดีว่าที่มูนหนีไปเป็นเพราะการกระทำของตัวเขาเอง

“อืม” ไมเคิลตอบรับในลำคอ

ดไวท์ทำท่าจะเดินออกจากห้องรับแขก

“ดไวท์…” แม่ของดไวท์เรียกไว้ก่อนที่ลูกชายตนเองจะเดินออกไป

“ครับแม่”

“ตามหาน้องให้เจอนะลูก”

“ครับ ยังไงผมก็จะตามหามูนให้เจอแน่นอน” ดไวท์พูดขึ้น

แม่ของเขาเดินมาจับที่แขนหนาของลูกชายตนเองและบีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ ไมเคิลเดินออกไปโดยไม่สนใจ หญิงสาวมองนิ่งๆ แล้วถอนหายใจออกมาหนักๆ ร่วมสามปีแล้วที่บรรยากาศในบ้านเป็นแบบนี้

“ผมไปก่อนนะครับ”

“เดินทางปลอดภัยจ้ะ” ดไวท์เดินออกจากห้องรับแขกเพื่อไปขึ้นรถที่ลูกน้องเขาเตรียมไว้

ตลอดเวลาที่มูนหายตัวไป เขาไม่เคยลดละการตามหาร่างบางเลยสักวินาทีเดียว เมื่อดไวท์ไปทำงานไม่ว่าจะที่ประเทศไหนเขาจะจัดเวลาเพื่อเดินไปตามตรอกซอกซอยต่างๆ ในเมืองนั้นเป็นวันๆ เผื่อว่าสักวันเขาจะบังเอิญเจอเข้ากับคนที่เขาตามหา


สนามบิน****CHARLES DE GAULLE ปารีส

“เชิญทางนี้ครับนายท่าน”

เสียงบอดี้การ์ดหนุ่มพูดขึ้นและเดินมาเปิดประตูให้ดไวท์อย่างรวดเร็ว ลูกน้องคนสนิทของเขายืนอยู่รอบตัวรถ ดไวท์อยู่ในชุดสูทเต็มยศและก้าวขึ้นรถอย่างรวดเร็ว

“สวัสดีค่ะท่าน เดินทางเหนื่อยไหมคะ” เลขาสาวถามออกมา

“นิดหน่อย คุณสบายดีนะ”

“สบายดีค่ะท่าน นี่ตารางงานตลอดสัปดาห์ที่ท่านอยู่ที่นี่ค่ะ” เลขาส่วนตัวสาวขาวไทยที่ดไวท์จ้างประจำหากเขามาที่ฝรั่งเศสรายงานขึ้น

“ขอบคุณ” ดไวท์รับเอกสารมาไว้ในมือ

เขาถอนหายใจออกมายาวพรืดและเอนศีรษะพิงไปกับเบาะรถ เขาคิดถึงมูนจริงๆ ตอนนี้ช่างเป็นเวลาที่ทรมานสำหรับเขาเหลือเกิน…

“เฮ้!!! เดม่อนอย่าวิ่ง!!!” เสียงมูนสั่งลูกน้อยเป็นภาษาไทย มูนยกมือขึ้นรวบผมยาวถึงเอวของตัวเองขึ้นลวกๆ

“แด๊ดดี้” เด็กผู้ชายหน้าตาน่ารักน่าชังพูดขึ้น

“อ่า มานี่สิ” มูนก้มอุ้มลูกชายตัวแสบขึ้นในอ้อมอกตัวเองแล้วส่งสายตาดุๆ ให้

“กีกี้ ซิท ซิท” เสียงสั่งให้หมาน้อยนั่งตามคำสั่ง

แปะๆ เสียงปรบมือชอบใจของเดม่อนดังขึ้น

“เอิ๊กๆ” เด็กน้อยปรบมือแปะๆ หัวเราะชอบใจ

“วันนี้กินอะไรกันดี”

“แพนเค้ก แด๊ดดี้ แพนเค้ก จะกินแพนเค้ก” เดม่อนพูดลิ้นรัว

“โอเค งั้นเราไปซื้อแป้งมาทำแพนเค้กกัน” มูนอุ้มเด็กน้อยขึ้นในท่าเข้าเอว

“หล่อรึยัง ไหนแด๊ดดี้ขอดูหน่อยสิครับ” เด็กน้อยนั่งนิ่งกรอกตาไปมาอย่างน่ารัก

“อ่าเดม่อน!!! หล่อมากๆ” มูนบอกออกมาเมื่อจัดเสื้อผ้าให้เดม่อนจนเข้าที่

“เดม่อนหล่อ แด๊ดดี้หล่อ” เด็กน้อยพูดตามมูนอย่างน่ารักและโอบแขนเล็กทั้งสองข้างกอดรอบคอของมูนไว้…

มูนขับรถพาเดม่อนมาที่ซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ไกลจากอะพาร์ตเมนต์นัก

RRR… RRR…

เสียงมือถือของมูนสั่นเตือนในกระเป๋ากางเกงยีนส์รัดรูป เขาล้วงหยิบออกมาดู

“ครับผู้จัดการคิงส์…พาเดม่อนมาเดินซูเปอร์ครับ…ได้ครับ…ไม่เป็นไรครับ” มูนรีบซื้อของและออกจากซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างรวดเร็วเพราะผู้จัดการคิงส์ให้เขารีบเข้าไปดูร้านแทนสองชั่วโมง

เขาใช้เวลาขับรถไม่นานก็มาถึงร้านอาหารที่ตนเองทำงานประจำ

“ทำไมคนเยอะจัง” มูนถามเพ็ญเมื่อเห็นว่าลูกค้าแน่นร้าน

“ก็วันนี้มีคนเหมาชั้นบนน่ะสิ” เพ็ญพูดบอก

“ใครเหรอครับ แล้วได้จองล่วงหน้าหรือเปล่า” มูนถามออกมาพลางเปิดดูสมุดรายชื่อจองโต๊ะของลูกค้า

“อ๋อ เห็นว่าเป็นเพื่อนกับคุณแฟรงค์น่ะมูน” เพ็ญพูดบอกออกมา

“อ๋อ ครับ"

“อ้าวมูน มาแทนผู้จัดการคิงส์ใช่ไหม” แฟรงค์ถามขึ้นเมื่อเดินลงมาจากชั้นบนแล้วเจอมูนนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์

“สวัสดีครับพี่แฟรงค์ ใช่ครับ”

“แล้วเดม่อนล่ะ” แฟรงค์ถามออกมา

“อยู่โน่นครับ”

“เฮ้!!! เดม่อน มาหาอาแฟรงค์เร็ว” ชายหนุ่มนั่งยองๆ กับพื้นแล้วอ้าแขนรอรับเด็กน้อย

“แพนเค้ก!!!” เดม่อนรีบวิ่งเข้าใส่แฟรงค์เต็มแรง

“เดม่อนสวัสดีคุณอาก่อนสิ” มูนพูดบอกพร้อมลูบไปที่ผมนิ่มของลูกชายตนเอง

“เดม่อนสวัสดีแพนเค้ก”

“อยากกินแพนเค้กใช่ไหม”

“พี่มูนคะ รบกวนไปดูในครัวหน่อยค่ะ มีวัตถุดิบในครัวขาดไปบางอย่างค่ะ” เด็กสาวในร้านรีบวิ่งมาหามูน

“ได้สิ เดี๋ยวพี่ตามไป” มูนพูดขึ้นและมองมาที่เดม่อนอย่างห่วงๆ เพราะปกติเขาไม่ค่อยพาลูกมาที่ร้านหากไม่จำเป็นจริงๆ

“ไปเถอะ เดี๋ยวพี่ดูให้เอง” แฟรงค์พูดขึ้นยิ้มๆ

“ขอบคุณครับ” มูนรีบเดินไปที่ครัวอย่างรวดเร็ว

“หาโอกาสได้ตลอดนะคะ คุณแฟรงค์” เพ็ญพูดขึ้นยิ้มๆ อย่างรู้ทัน หญิงสาวมองออกว่าแฟรงค์รู้สึกอย่างไรกับมูน แต่มูนเองไม่ได้คิดอะไร เขาคิดกับ แฟรงค์เพียงแค่เจ้านายและพี่ชายเท่านั้น

“โอกาสอะไรล่ะครับพี่เพ็ญ” แฟรงค์พูดออกมายิ้มๆ

“นั่นแกเอาเด็กที่ไหนมาอุ้มห๊ะ แฟรงค์” เสียงทุ้มดังจากด้านหลังของ แฟรงค์ทำเอาเพ็ญที่ยืนอยู่ด้วยถึงกับอึ้งในความหล่อของเจ้าของเสียง

// คนอะไร หล่ออย่างกับหลุดมาจากนิตยสาร //  เพ็ญยิ้มหวานออกมาอย่างเคลิบเคลิ้ม

“อ้าว ดไวท์มาพอดี อยากแนะนำคนให้นายรู้จักหน่อยว่ะ”แฟรงค์เอ่ยทักขึ้น

“ใคร” ดไวท์ขมวดคิ้วแล้วถามออกมาเสียงเรียบ

“ชีวิตคู่ในอนาคตของฉันน่ะสิ ฮะๆๆ” แฟรงค์พูดติดขำๆ เพ็ญยืนฟังอยู่เงียบๆ

“เดม่อนจะกินแพนเค้ก ฮึก” เด็กน้อยเริ่มสะอื้นออกมา น้ำตาคลอในดวงตากลม

“ชู่ว!!! แป๊บหนึ่งนะครับ พี่เพ็ญครับ รบกวนฝากเดม่อนหน่อยนะครับ เดี๋ยวผมขอเข้าครัวไปทำแพนเค้กให้เจ้าตัวแสบก่อน” แฟรงค์พูดขึ้น

“สักครู่นะคะ คุณแฟรงค์” เพ็ญตอบขณะกำลังต้อนรับลูกค้าพอดี

“แฟรงค์ส่งเด็กมาสิ” ดไวท์พูดขึ้น

“เอ่อ…ไหวเหรอวะ ดไวท์” แฟรงค์ถามออกมา

“ฉันไม่ได้น่ากลัวเหมือนแกสักหน่อย”

“ฮะๆ โอเคฉันฝากแป๊บเดียว”

“อืม” แฟรงค์ส่งเดม่อนให้ดไวท์ก่อนจะเดินตรงเข้าไปในครัวด้านในของร้าน เด็กน้อยทำท่าจะร้องไห้ออกมา ดไวท์ทำท่าอุ้มแล้วเขย่าตัวเล็กน้อย

“แล้วเดม่อนอยู่กับใครครับ” มูนถามขึ้นเมื่อเห็นว่าแฟรงค์เดินเข้าครัวมา

“อยู่กับเพื่อนพี่เอง ไม่ต้องห่วง” แฟรงค์พูดขึ้น

“ขอโทษนะครับ ต้องลำบากพี่จริงๆ” มูนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเกรงใจ

“เรียบร้อยค่ะพี่มูน”

“โอเค มีอะไรออกไปเรียกพี่นะ” มูนพูดพร้อมกับเดินออกไปจากครัว…

“Umm Excuse. เอ่อ ขอโทษนะครับ” มูนพูดขึ้นเมื่อเห็นชายร่างสูงกำลังอุ้มลูกชายของเขาอยู่ ผู้ชายคนนั้นหันกลับมาตามเสียง

“…” มูนถึงกับนิ่งอึ่งไป

“มูน…” ดไวท์เรียกมูนเสียงนิ่ง

“ขอลูกชายผมคืนด้วยครับ” มูนพูดขึ้นเสียงแหบแห้ง

“แด๊ดดี้หม่ำๆ แพนเค้ก” เด็กน้อยชูสองแขนขึ้นและโน้มตัวหามูน

“…” ดไวท์ส่งเด็กน้อยให้มูนและจ้องมองใบหน้าหวานนิ่งๆ

“ลูกเหรอ” ดไวท์ถามออกมาเสียงเรียบ

“พี่เพ็ญผมฝากร้านก่อนนะครับ พอดีผมมีธุระด่วนครับ” มูนพูดขึ้นโดยไม่ได้หันกลับมามองดไวท์เลยสักนิด

“เอ่อ…จ้ะ เดี๋ยวพี่ดูแทนเอง” เมื่อเพ็ญตอบรับมูนรีบเดินออกไปจากร้านทันที โดยมีดไวท์เดินตามออกไปอย่างรวดเร็ว เพ็ญเห็นท่าทีแปลกๆ ของทั้งสองจึงตามไปห่างๆ

หมับ!!! ดไวท์รีบคว้าแขนเรียวของมูน

“อย่าเดินหนีพี่แบบนี้นะมูน” ดไวท์พูดออกมาเสียงเข้ม

“ขอโทษนะครับ คุณคงจำคนผิด” มูนพูดออกมาเสียงเรียบ

“ว่าอะไรนะ” ดไวท์ถามย้ำ ขณะที่มูนเดินตรงไปที่รถของตัวเองอย่างรวดเร็ว มือบางเปิดประตูและปิดล็อกก่อนจะขับออกจากร้านไป

“มีอะไรหรือเปล่าครับนาย” ลูกน้องคนสนิทของดไวท์รีบวิ่งตามออกมา

“ไปเอารถมา”

“ครับ” ลูกน้องของดไวท์รีบรับคำและทำตามคำสั่ง

ดไวท์ให้ลูกน้องขับรถตามมูนอยู่ห่างๆ…

มูนจอดรถที่หน้าอะพาร์ตเมนต์และนั่งในรถตัวเองนิ่งๆ อยู่ครู่ใหญ่ เสียงมือถือของเขาก็ดังขึ้น

RRR RRR

“ว่าไงครับพี่เพ็ญ”

// เป็นอะไรหรือเปล่ามูน // เพ็ญถามออกมาอย่างเป็นห่วง

“ไม่มีอะไรครับ แค่นี้ก่อนนะครับพี่เพ็ญ” มูนรีบตัดบทเพราะไม่อยากถูกซักไซ้อะไรมากนัก เขาเดินอ้อมมาอีกฝั่งและอุ้มเดม่อนที่หลับลงไปแล้วตอนนั่งรถมา

“คุณมูน?” ลูกน้องดไวท์พูดขึ้น

“…” ดไวท์มองมูนนิ่งๆ

เขานั่งอยู่ในรถจนมูนเดินขึ้นอะพาร์ตเมนต์ไป

“ให้คนมาจัดการเรื่องที่พักที่นี่ให้ฉันด้วย” ดไวท์พูดขึ้น ในเมื่อเขาเจอมูนแล้วก็จะไม่มีทางปล่อยให้เจ้าตัวหนีเขาได้อีกต่อไป

“ครับนาย” ลูกน้องดไวท์รับคำ ร่างหนาก้าวลงจากรถพลางหยิบบุหรี่ขึ้นจุดสูบด้วยสีหน้าที่เครียดลงอย่างเห็นได้ชัด เขากดมือถือโทรออกหาแฟรงค์ทันที

“ออกมาเจอกันหน่อย” ดไวท์พูดขึ้น


บาร์ XXX

“แกมีอะไรหรือเปล่าถึงได้นัดฉันออกมาข้างนอกแบบนี้” แฟรงค์ถามออกมาทันทีเมื่อเจอหน้าเพื่อนสนิท

“มูนทำงานที่ร้านแกนานหรือยัง”

“มีอะไรหรือเปล่าวะ” แฟรงค์ขมวดคิ้วและถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ

“แกจำได้ไหมว่าฉันเคยให้แกช่วยหาคนคนหนึ่งเมื่อสามปีก่อน”

“แกกำลังจะบอกอะไรกันแน่”

“มูนคือคนที่ฉันตามหา” ดไวท์บอกออกมาในที่สุด แฟรงค์มองเพื่อนตนเองอย่างแปลกใจ

“ให้ตาย โลกมันจะกลมเกินไปหน่อยแล้ว”

“เด็กนั่นเป็นลูกใคร แล้วมูนเอามาเลี้ยงได้ยังไง”

แฟรงค์ถอนหายใจออกมาหนักๆ เขารู้ดีว่าดไวท์กำลังตามหาใครบางคนและคนคนนั้นก็สำคัญกับเพื่อนเขามาก แต่เขาไม่คิดว่าจะเป็นมูน

“เดม่อนเป็นลูกชายแท้ๆ ของมูน” แฟรงค์พูดขึ้นเสียงเครียด

เขารู้ว่าดไวท์ไม่มีทางเชื่อเรื่องแบบนี้แน่นอนเพราะตอนแรกเขาเองก็แทบไม่เชื่อ แต่เขาอยู่กับมูนมาตลอดสามปีจึงรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับมูนบ้าง ที่สำคัญตลอดเวลาที่มูนตั้งท้องเดม่อน ร่างบางต้องผ่านอะไรมาบ้าง ทั้งคำซุบซิบนินทาและสายตาของใครต่อใคร มูนต้องทนอยู่กับความเจ็บปวดมาด้วยตนเองลำพังอย่างเข้มแข็งมาตลอด

“ไม่มีทาง มูนจะท้องได้ยังไง” ดไวท์ถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่อยากเชื่อ ทำเอาแฟรงค์ไม่อยากเล่าอะไรต่อเลยจริงๆ

“มูนมีร่างกายภายนอกเหมือนผู้ชายทุกอย่าง แต่อวัยวะภายในบางส่วนของมูนเหมือนผู้หญิง ฉันก็ไม่รู้อะไรมากนักหรอก หมอไม่ได้เปิดเผยข้อมูลอะไรให้ฉันฟังมากนัก แล้วทำไมแกไม่ไปถามเขาเองวะ”

“นี่แกแต่งเรื่องตลกอะไรมาโกหกฉันห๊ะ แฟรงค์” ดไวท์พูดขึ้น

“ดไวท์ เรื่องแบบนี้ฉันจะแต่งให้แกมานั่งด่าทำไมวะ” เมื่อแฟรงค์พูดจบ ดไวท์มีสีหน้าเครียดไม่น้อย แฟรงค์ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มพรวดเดียว

“มูนมาขอสมัครทำงานกับฉันที่ร้านเมื่อสามปีก่อน เขาไม่ได้บอกว่าเขาเป็นใคร บอกเพียงแต่ว่าเดินทางมาจากไทยเพื่อมาหางานทำ ฉันเห็นเขาทีแรกนึกว่าผู้หญิงซะอีก คนอะไรสวยเป็นบ้าเลยว่ะ ฮะๆ”

แฟรงค์ชื่นชมมูนให้ดไวท์ฟัง ดไวท์มองเพื่อนตนเองนิ่งๆ เขากัดฟันกรอดจนขึ้นเป็นสันนูน

“ฉันไม่รู้เรื่องที่มูนท้อง จนวันหนึ่งท้องของมูนเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ ผลสุดท้ายพี่เพ็ญเด็กในร้านมาบอกฉันว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของมูน เชื่อไหมฉันอึ้งไปเป็นวันเลยว่ะ”

แฟรงค์พูดพลางยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ ดไวท์นั่งฟังเงียบๆ

// นี่เขาทำอะไรลงไป เขามันโง่จริงๆ //

“มูนไม่เคยปริปากเรื่องพ่อของเดม่อน เป็นเด็กหนุ่มที่เข้มแข็งและเก่งมากจริงๆ ฉันละอยากตั๊นหน้าไอ้สาระเลวที่ทำแบบนี้กับมูนจริงๆ” แฟรงค์กำหมัดแน่น

“แล้วแกรู้จักมูนได้ยังไง ดไวท์” แฟรงค์ถามออกมา

“มูนเป็นเมียฉัน” ดไวท์พูดออกมาเสียงเรียบ

แฟรงค์มองเพื่อนตนเองอย่างอึ้งๆ เขาลุกจากเก้าอี้และเดินตรงมากระชากคอเสื้อของดไวท์เต็มแรง

ผลัวะ!!! หมัดหนักของแฟรงค์ชกเข้าเต็มข้างสันแก้มของดไวท์จนเซไปอีกข้างของเก้าอี้ที่นั่งอยู่

“แกทำแบบนั้นกับเขาได้ยังไงวะ แกยังเป็นคนอยู่หรือเปล่าห๊ะ”

“หึ ที่แกเป็นเดือดเป็นร้อนแทนมูน แกคิดอะไรกับเมียฉันหรือเปล่าวะ” ดไวท์แสยะยิ้มออกมาอย่างนึกขำ

“ลุกขึ้นมาไอ้ลูกหมา แกมีสิทธิ์อะไรมาดูถูกมูนแบบนี้ห๊ะ!!!” แฟรงค์พูดขึ้นเสียงดัง

ดไวท์ยกหมัดสวนไปที่หน้าของแฟรงค์เต็มแรง ทั้งคู่แลกหมัดกันนัวเนีย การ์ดของร้านเดินมาเอาตัวคนทั้งคู่ออกจากร้าน ลูกน้องของดไวท์เห็นเข้าก็รีบเข้ามากันตัวการ์ดพวกนั้นให้ออกห่างจากเจ้านายตนเอง

“แกต้องรู้จักความเจ็บปวดซะบ้าง ดไวท์เพื่อนรัก”

แฟรงค์พูดขึ้นเสียงเหยียด ดไวท์ยกยิ้มนิดๆ

“ขอบใจแกมากที่ดูแลมูนให้ตลอดสามปี ได้เวลาที่ฉันจะมารับคนของฉันกลับแล้วว่ะ” ดไวท์พูดขึ้น

เขาก้าวขึ้นรถและปิดประตูใส่หน้าเพื่อนรัก แฟรงค์ยืนหัวเราะออกมาเสียงดัง ดไวท์ยังไงก็ยังเป็นดไวท์เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน

“ดไวท์ แกมันก็แค่ไอ้คนหวงของ”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว