facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ไม่ว่าอำนาจ ครอบครัว หรือความรัก นางต้องการมันทั้งหมด!

ชื่อตอน : บทที่ 27

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.6k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ส.ค. 2561 11:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 27
แบบอักษร

ในขณะที่ถาวจวินหลันรู้สึกไม่สบายใจกระวนกระวายอยู่นั้น องค์ชายรองเองก็รู้สึกไม่สงบใจเช่นกัน ในมือถือหนังสืออยู่ ทว่าใจนั้นกลับลอยไปอยู่ที่อื่น

มาคิดดูตอนนี้แล้ว องค์ชายรองเองก็รู้สึกว่าตัวเองนั้นบุ่มบ่ามเกินไป ทว่าเมื่อคิดถึงท่าทางตื่นตระหนกตกใจกลัวของนางกำนัลคนนั้น กลับทำให้เขาอดยิ้มออกมาไม่ได้ จะว่าไปแล้ว คนที่กลัวเขาถึงขนาดนี้มีน้อยจริงๆ เขาแค่แกล้งทำทีขู่ให้กลัวไปครั้งเดียว นางกลับเป็นถึงเพียงนี้ ไม่รู้จริงๆว่านางขี้กลัวเกินไป หรือเป็นเพราะเขาแกล้งทำให้นางกลัวจนเกินไปกันแน่?

เรื่องเมื่อครู่ ตอนแรกเขาไม่ได้คิดจะเข้าไป ตั้งแต่นางกำนัลสองคนนั้นเข้าไปในสวนดอกไม้ เขาก็รู้ตัวแล้ว ทว่าไม่ได้แสดงตัวออกมา ได้แต่นั่งอ่านหนังสือของตนเองต่อไปเงียบๆ

สองคนนั้นพูดคุยเสียงดังจ๊อกแจ๊ก ทั้งๆ ที่อากาศร้อนเช่นนี้ ทว่ากลับไม่รู้สึกรำคาญเลยแม้แต่น้อย น้ำเสียงสดใสกังวานกลับทำให้คนที่ได้ฟังรู้สึกเคลิ้มไป เขาจึงปิดหนังสือลง แล้วไปแอบดูนางกำนัลสองคนที่บังอาจเข้ามาเก็บองุ่นในสวน

เขานั้นรู้ดีแก่ใจ หากว่ากันตามกฎแล้ว องุ่นพวกนี้ถึงจะต้องเน่าอยู่บนเถาองุ่น ก็ไม่อนุญาตให้นางกำนัลหน้าไหนมาเก็บทั้งนั้น ดังนั้นนางกำนัลสองคนนี้ถือว่าบังอาจมากจริงๆ หากจิ้งหลิงรู้เข้าล่ะก็ ดูจากอารมณ์ขี้โมโหของนางแล้ว สองคนนี้จะต้องโดนนางลงโทษอย่างแน่นอน

ทว่าเขาก็ไม่ได้คิดจะเอาเรื่องนี้ไปบอกกับจิ้งหลิง แล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผิดตรงไหน หากจะต้องปล่อยให้เน่าเสีย ก็น่าเสียดายแย่มิใช่หรือ?

เมื่อเห็นนางกำนัลขี้กลัวคนนั้นเขย่งเท้าเก็บองุ่นอย่างลำบาก ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา เพราะเขาเห็นนางกำนัลตัวเล็กอีกคนหนึ่งกำลังปลอกองุ่นกินอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเก็บอยู่ตั้งนานสองนาน ชามใบเล็กนั้นก็ไม่เต็มเสียที

หลังจากนางกำนัลขี้กลัวคนนั้นรู้ตัว กลับมีอารมณ์ขบขัน น้ำเสียงที่พูดเต็มไปด้วยความเมตตาและเอ็นดู ทั้งยังไม่โกรธนางกำนัลตัวเล็กคนนั้นเลยสักนิด จึงทำให้เขาชะงักไป

แสงแดดสีเหลืองทองที่สาดส่องผ่านใบองุ่นลงมาดูนวลตา ท่าทางของนางเองก็ดูอ่อนโยนเหมือนกับแสงที่ส่องผ่านลงมาเช่นกัน รวมทั้งรอยยิ้มก็ละมุนราวกับหยดน้ำ ไม่รู้ทำไมเขาถึงเห็นภาพความทรงจำครั้งอดีตมาทับซ้อน แล้วในใจก็รู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงได้สติกลับคืนมา ทว่าสายตานั้นกลับละออกจากร่างของหญิงสาวคนนั้นไม่ได้เลย

จนกระทั่งอีกฝ่ายนั่งลงพักผ่อนอย่างสบายใจ ลิ้มรสชาติขององุ่น แล้วท่องกลอนออกมา เขาเองก็รู้สึกว่าบรรยากาศผ่อนคลายสบายใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น

จากนั้น ก็รู้สึกอยากลองลิ้มรสขององุ่นพวกนั้นขึ้นมาทันที

เมื่อคิดเช่นนั้นแล้ว เขาก็เดินเข้าไปเองโดยไม่ทันรู้ตัว

องุ่นนั้นรสหวานมาก มีรสอมเปรี้ยวออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นั่นถือว่าดี เพราะทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น จึงอดไม่ได้ที่จะเกิดความคิดขึ้นมาในใจ ไม่แปลกใจเลยที่เมื่อครู่นางกำนัลคนนั้นถึงทำท่าทางมีความสุขเช่นนั้น ครั้นเงยหน้าขึ้นไปมองดูอีกครั้ง ก็เห็นอีกฝ่ายตกใจกลัวจนหน้าซีดไปหมด ท่าทางตื่นกลัวเอามากๆ จึงทำให้เขานั้นยิ่งรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นไปอีก

ไม่รู้ว่าอะไรมาดลใจ เขาถึงอยากจะช่วยนางเก็บองุ่นที่อยู่ตรงส่วนที่สูงที่สุด ทว่าหลังจากที่ขึ้นไปเก็บแล้ว เขากลับไม่รู้ว่าจะเอาองุ่นไปวางไว้ตรงไหน ตอนที่ขึ้นไปดันลืมหยิบชามใบนั้นขึ้นมาด้วย แต่เขาเองก็ขี้เกียจจะปีนลงมาอีก จึงได้แต่รอให้อีกฝ่ายรู้ตัว

ปรากฏว่านางก็ไม่ได้โง่เขลา เห็นแล้วก็เข้าใจได้ในทันที รีบหยิบชามส่งมาอย่างว่าง่าย เพียงแต่เมื่อมองดูนางที่ดูสีหน้าของเขาอย่างระมัดระวัง ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกไม่ค่อยสบายใจขึ้นมาเล็กน้อย

ยังดีที่แววตาของนางนั้นไร้เดียงสา ไม่มีความเห็นใจสงสารหรือดูหมิ่นดูแคลนเลยแม้แต่น้อย นั่นทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นมานิดหน่อย

เมื่อนางพูดอย่างไม่สบายใจว่าจะให้จิ้งหลิงนำองุ่นมาให้เขานั้น เขาก็รู้สึกอารมณ์ดียิ่งขึ้นไปอีก แต่เขาก็ดูออกว่านางไม่สบายใจ อีกทั้งนางกำนัลตัวเล็กอีกคนก็ใกล้จะกลับมาแล้ว เขาจึงรีบปัดๆ มือแล้วเดินออกไปจากตรงนั้น

ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้ ขณะที่กำลังรีบร้อนอยู่นั้น เขาก็ลืมไปว่าตัวเองถือผ้าเช็ดหน้าติดมือมาด้วย อีกทั้งอีกฝ่ายเองก็ดูเหมือนจะไม่รู้ตัวเช่นกัน

ตอนนี้ผ้าเช็ดหน้ายังอยู่ในแขนเสื้อของเขา เขาหยิบขึ้นมา แล้วค่อยๆ คลี่มันออกมา ถึงได้เห็นว่าฝีมือเย็บปักของนางนั้นใช้ได้ ดอกกล้วยไม้ดอกเล็กนั้นดูมีเสน่ห์ สีสันที่ใช้นั้นก็ดูสวยงาม

ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้มีกลิ่นหอมจางๆ ราวกับกลิ่นดอกไม้ กลิ่นหอมนี้กลับทำให้ใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก

องค์ชายรองรีบวางผ้าเช็ดหน้าลง เอามือขึ้นปิดปากแล้วไอออกมา ทว่ามือที่เพิ่งจับผ้าเช็ดหน้ามา ยังมีกลิ่นหอมติดอยู่ เมื่อเอามือมาปิดตรงจมูกก็ทำให้ได้กลิ่นอย่างชัดเจน

องค์ชายรองรู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าว ในใจเกิดเป็นความรู้สึกแปลกประหลาด จึงรีบวางมือลงอย่างรวดเร็ว ครู่หนึ่งถึงได้รู้อาการของตัวเอง จึงยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ราวกับว่าเขาได้ติดเชื้อจากนางกำนัลขี้กลัวคนนั้นเข้าเสียแล้ว

คิดแล้ว ก็เคาะโต๊ะเรียกโจวอี้เข้ามา สั่งให้เขาเอาผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นไปซัก แล้วส่งกลับไปให้ถาวจวินหลัน

โจวอี้นิ่งขรึม แม้ว่าจะรู้สึกประหลาดใจแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกมาเลยสักคำ รับผ้าเช็ดหน้ามาอย่างเงียบๆ แล้วเดินกลับออกไป ขณะเดียวกันเขาก็เข้าใจได้เป็นอย่างดี เรื่องนี้องค์ชายรองไม่อยากให้พวกจิ้งหลิงรู้อย่างแน่นอน

ออกจากห้องหนังสือมา โจวอี้ก็ครุ่นคิด แล้วเอาไปคืนเลยโดยที่ยังไม่ได้ซัก จึงได้ตรงไปหานางกำนัลอาวุโสชิงในห้องครัว ให้นางกำนัลอาวุโสชิงช่วยเรียกถาวจวินหลันออกมา

ในตอนนั้นถาวจวินหลันกำลังล้างองุ่นอยู่ ในใจกำลังคิดอยู่ว่าจะพูดเรื่องนี้ออกมาอย่างไรถึงจะดี ยังไม่ทันจะคิดออกโจวอี้ก็มาหานางเสียก่อน

เมื่อเห็นในมือของโจวอี้ถือผ้าเช็ดหน้าส่งคืนให้ ใบหน้าของถาวจวินหลันก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที รู้สึกเพียงแค่ว่าละอายใจ ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับโจวอี้

รับผ้าเช็ดหน้ากลับมาอย่างลังเล แล้วถาวจวินหลันก็พูดขอบคุณออกมาเบาๆ

โจวอี้มองถาวจวินหลัน แล้วพูดเตือนออกมาว่า “เรื่องที่ได้เจอกับองค์ชายรอง อย่าได้ไปบอกพวกจิ้งหลิงเชียวล่ะ องค์ชายรองไม่ชอบให้เป็นเรื่องวุ่นวาย” พูดจบโจวอี้ก็รีบเดินออกไป

ถาวจวินหลันยืนนิ่งอึ้งอยู่ตรงนั้นครู่ใหญ่ถึงได้สติกลับมา แล้วไตร่ตรองความหมายของโจวอี้เมื่อครู่ จากนั้นจึงตัดสินใจว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับจิ้งหลิง แม้กระทั่งองุ่นพวกนี้...

ก้มหน้ามองดูองุ่นที่แช่อยู่ในน้ำ นางก็คิดจะบอกไปว่านางกับเยี่ยนเอ๋อร์เป็นคนเก็บมา ไม่ว่าคนรอบข้างจะมองอย่างไรก็ค่อยว่ากัน ถึงอย่างไรก็จะไม่บอกเรื่องที่เจอกับองค์ชายรอง

คิดได้เช่นนี้แล้ว ถาวจวินหลันก็ค่อยโล่งใจขึ้นได้ นางไม่อยากบอกเรื่องนี้กับจิ้งหลิง เพราะนางรู้ดีว่า หากจิ้งหลิงรู้เรื่องนี้แล้วล่ะก็ จะต้องไม่ปล่อยนางเอาไว้แน่ๆ ครั้งที่แล้วที่นางพบกับองค์ชายรองโดยบังเอิญ ยังถูกเรียกไปสั่งสอนเสียยกใหญ่ อีกทั้งจิ้งหลิงยังคอยจับตาดูนางมากขึ้นอีก

ดังนั้น มีเรื่องน้อยลงย่อมดีกว่ามีเรื่องเพิ่มขึ้น ไม่พูดออกมาอาจจะเป็นผลดีกับทุกคนมากกว่า

ถาวจวินหลันล้างองุ่นสะอาดแล้ว ก็ยกเอามาวางไว้บนโต๊ะในครัว กำลังคิดว่าจะแบ่งอย่างไรดี นางกำนัลอาวุโสชิงเห็นเช่นนั้นจึงยิ้มแล้วถามว่า “ไปเก็บองุ่นกันมาหรือ? เยี่ยนเอ๋อร์เด็กตะกละ รอมานานในที่สุดก็ได้กินสมใจอยากแล้วสินะ ไหนข้าลองชิมดูหน่อยรสชาติเป็นอย่างไรบ้าง” พูดจบแล้วก็หยิบองุ่นขึ้นมาลองชิมดู

“รสชาติไม่เลว” นางกำนัลอาวุโสชิงพยักหน้าอย่างพอใจ “เอามาใช้ทำเป็นไส้ของหวานได้ ใช่แล้ว วันนี้จะต้องเตรียมผลไม้ให้องค์ชายรอง เดี๋ยวเอาใส่ไปด้วย ส่วนที่เหลือพวกเราก็เก็บไว้กินกันเถอะ”

นางกำนัลอาวุโสชิงไม่ได้พูดถึงจิ้งหลิงและคนอื่นๆ ถาวจวินหลันจึงพูดเสริมออกมาว่า “เช่นนี้คงไม่ค่อยดีเท่าไรนะเจ้าคะ? พวกพี่ชิวจื่อเองก็น่าจะได้ลองชิมบ้าง”

นางกำนัลอาวุโสชิงหัวเราะหึๆ มองดูถาวจวินหลันที่มีท่าทางใสซื่อ แล้วพูดสั่งสอนนาง “เจ้าน่ะเป็นเด็กที่ฉลาดเฉลียว แต่ทำไมกลับไม่เข้าใจเล่า? ขนมหวานกับผลไม้นั้น เจ้าคิดว่าองค์ชายรองกินคนเดียวหมดหรือ? อีกอย่างถ้าเจ้าเรียกพวกเขามากินด้วยกัน คนอื่นจะไม่สงสัยเอาได้หรือ? เจ้าลองคิดดูนะ ถึงแม้องุ่นพวกนี้จะไม่ได้มีค่ามีราคา แต่เจ้าก็ถือวิสาสะเก็บมาเยอะขนาดนี้ แม้จะบอกว่าข้าเป็นคนให้เจ้าไปเก็บมา ก็ไม่มีเหตุผลที่จะเก็บมามากมายถึงเพียงนี้มิใช่หรือ?

ถาวจวินหลันคิดตามอย่างเงียบๆ ก็เข้าใจความหมายที่นางกำนัลอาวุโสชิงพูด จึงถอนใจออกมา มองไปทางนางกำนัลอาวุโสชิงแล้วกล่าวขอบคุณ “ขอบคุณชิงกูกูมากเจ้าค่ะที่สั่งสอนข้า”

นางกำนัลอาวุโสชิงปัดมือ แล้วหัวเราะออกมาเบาๆ “เจ้ายังเด็กนัก จะคิดอะไรไม่รอบคอบก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ”

ถาวจวินหลันกัดริมฝีปากแล้วตัดสินใจว่าต่อจากนี้ไปจะตั้งใจเรียนรู้จากนางกำนัลอาวุโสชิงเป็นอย่างดี ให้พูดจริงๆ แล้ว วันเวลาที่อยู่กับนางกำนัลอาวุโสชิงนั้น นางได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง

องุ่นมากมายขนาดนั้น เกือบทั้งหมดได้ลงไปอยู่ในท้องของเยี่ยนเอ๋อร์แล้ว ครั้นถึงเวลาอาหารเย็น เยี่ยนเอ๋อร์กลับปวดฟันจนกินข้าวไม่ได้ ได้แค่ดื่มซุปไปนิดหน่อยแล้วก็ไม่กล้ากินอะไรอีก ทำให้ถาวจวินหลันกับนางกำนัลอาวุโสชิงรู้สึกขบขันเป็นอย่างมาก

ส่วนผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น ถาวจวินหลันได้แอบเอาไปซักแล้วเก็บเอาไว้เป็นอย่างดีแล้ว ไม่ได้เอาออกมาใช้อีก อย่างแรกคือ เมื่อเห็นผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นขึ้นมา สองคือ จากที่นางได้ถูกพร่ำสอนมากตั้งแต่เด็กนั้น ถึงแม้ว่าองค์ชายรองจะเป็นเจ้านาย แต่ถึงอย่างไรก็เป็นผู้ชาย ผ้าเช็ดหน้าที่ผู้ชายเคยใช้แล้ว หากนางเอามาใช้อีก ก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไร ดังนั้นจึงเก็บเอาไว้ ถึงอย่างไรก็เป็นเพียงแค่ผ้าเช็ดหน้า นางไม่ได้ขาดของพวกนี้เสียหน่อย

พริบตาเดียวช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดก็ได้ผ่านไป อากาศเพิ่งจะเย็นขึ้นเล็กน้อย วังเต๋ออันก็ได้มีเจ้านายย้ายเข้ามาอยู่อีกพระองค์ องค์ชายเจ็ดหากนับอายุตั้งแต่อยู่ในครรภ์แล้วก็เพิ่งจะอายุครบสิบขวบ หากนับอายุจริงๆ แล้วเพิ่งเจ็ดขวบครึ่ง เป็นช่วงอายุที่กำลังไร้เดียงสา ช่วงอายุนี้ เป็นช่วงที่กำลังต้องการแม่เป็นอย่างมาก แต่กลับต้องย้ายมาอยู่เองเช่นนี้

องค์ชายรองนั้นรักน้องชายคนสุดท้องอย่างมาก ไม่เพียงแต่รีบเก็บของออกจากห้องทิศตะวันออกเท่านั้น ยังสั่งให้เก็บทำความสะอาดทุกซอกทุกมุม ทั้งการจัดแต่งห้อง องค์ชายรองก็เป็นคนไปดูด้วยตนเองจนพอใจ

วันที่องค์ชายเจ็ดย้ายเข้ามานั้น อากาศดีเป็นที่สุด ดวงอาทิตย์ทั้งส่องแสงสดใสและงดงาม

คนที่ย้ายตามองค์ชายเจ็ดมานั้นมีทั้งหมดเจ็ดแปดคน แม่นมหนึ่งคน นางกำนัลใหญ่สองคน นางกำนัลเล็กๆ อีกสี่คน รวมทั้งขันทีอายุน้อยอีกหนึ่งคน อายุประมาณสิบเอ็ดสิบสอง

พริบตาเดียวก็มีคนเพิ่มขึ้นมาเยอะขนาดนี้ นางกำนัลอาวุโสชิงจึงยุ่งขึ้นมาในทันที

ดังนั้นนางกำนัลอาวุโสชิงจึงพูดกับจิ้งหลิงเป็นนัยว่า “ต้องทำอาหารให้คนจำนวนมากขนาดนี้ เกรงว่าแค่ข้าคนเดียวคงจะทำไม่ทันเวลา คนของเราเองนั้นคงไม่เป็นไร แต่เกรงว่าจะไม่ดีกับพวกเจ้านายสักเท่าไร”

อันที่จริงแล้วถาวจวินหลันเข้าใจดี นางกำนัลอาวุโสชิงไม่อยากต้องมารับผิดชอบ และไม่ยอมให้ใครมาจู้จี้จุกจิกด้วย แม่นมขององค์ชายเจ็ดคนนั้น แค่ไข่ตุ๋นถ้วยเดียวสั่งให้ทำตั้งสามสี่รอบยังไม่พอใจ จู้จี้จุกจิกเสียเหลือเกิน

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว