facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ไม่ว่าอำนาจ ครอบครัว หรือความรัก นางต้องการมันทั้งหมด!

ชื่อตอน : บทที่ 26

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.7k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ส.ค. 2561 11:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 26
แบบอักษร

เยี่ยนเอ๋อร์พูดไว้ไม่ผิดเลย ที่สวนดอกไม้นั้นมีเถาองุ่นซ่อนอยู่จริงๆ เถาองุ่นมีองุ่นอันเล็กใหญ่เต็มไปหมด มีทั้งสีเขียวสีม่วงปะปนกันไป ว่าไปแล้วเถาองุ่นพวกนี้มีไว้เพื่อความสวยงามมากกว่า ไม่ได้มีไว้เพื่อกิน แน่นอนว่าเทียบไม่ได้กับองุ่นที่ปลูกไว้เก็บผลกินโดยเฉพาะ ทว่าถึงอย่างไรก็มีผลห้อยออกมาล่อตาผู้คนให้อยากลิ้มลอง

ถาวจวินหลันเงยหน้าขึ้นมองจากใต้เถาองุ่น เป็นเพราะแสงแดดที่ลอดผ่านมาตามใบองุ่นแยงตาทำให้นางหรี่ตาลง เมื่อมองเห็นผลองุ่นสีม่วงที่ปกคลุมไปด้วยน้ำค้าง นางก็รู้สึกถึงรสชาติเปรี้ยวหวานขององุ่นขึ้นมาโดยฉับพลัน นึกแล้วก็น้ำลายสอ

เยี่ยนเอ๋อร์ได้เอาเก้าอี้มาวางตรงใต้เถาองุ่นอย่างคล่องแคล่ว ใบหน้ามีรอยยิ้มกว้าง “ดูสิ พี่จวินหลัน ข้าไม่ได้หลอกพี่ใช่ไหม?”

ถาวจวินหลันพยักหน้า เห็นเยี่ยนเอ๋อร์ปีนขึ้นไปเขย่งอยู่บนเก้าอี้อย่างลำบาก ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะแล้วดึงเยี่ยนเอ๋อร์ลงมา “เจ้ารออยู่ข้างล่าง เดี๋ยวข้าเก็บเอง” นางสูงกว่าเยี่ยนเอ๋อร์ ยืนบนเก้าอี้แม้จะเก็บองุ่นไม่ถนัดนัก แต่อย่างน้อยมือของนางก็พอเอื้อมถึง

เยี่ยนเอ๋อร์รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย “ไม่รู้ว่าปีหน้าข้าจะเอื้อมถึงหรือยัง”

"แต่ก่อนเจ้าก็ทำงานอยู่วังนี้หรือ?" ถาวจวินหลันเก็บองุ่นสุกอย่างคล่องแคล่ว พร้อมทั้งพูดคุยกับเยี่ยนเอ๋อร์ไปด้วย

เยี่ยนเอ๋อร์พยักหน้า แล้วมองดูพวงองุ่น เมื่อเห็นพวงไหนสุกแล้วก็จะชี้ให้ถาวจวินหลันดู ปากก็ไม่ลืมที่จะตอบคำถามไปด้วย “อื้อ ตั้งแต่เข้าวังมาข้าก็ได้มาทำงานอยู่ที่นี่ แต่ว่าเมื่อก่อนนั้นวังเต๋ออันไม่มีคนอยู่ จึงเงียบเหงาอยู่สักพัก ก่อนที่องค์ชายรองจะมาประทับนั้น ก็ได้มีการซ่อมแซมไปนิดหน่อย”

จะว่าไปแล้ว องค์ชายรองเองก็เพิ่งย้ายมาประทับที่วังเต๋ออันได้ไม่นานนัก ถึงอย่างไรฮ่องเต้คนปัจจุบันก็เพิ่งครองราชย์ได้ไม่นาน เมื่อก่อนพวกองค์ชายรองจึงประทับอยู่ในวังอ๋อง

เก็บองุ่นได้ครึ่งชาม แขนของถาวจวินหลันก็เริ่มรู้สึกเมื่อยขึ้นมา คอก็เช่นกัน จึงหยุดเก็บก่อน จากนั้นก็หยิบผ้าออกมาเช็ดเก้าอี้แล้วนั่งพัก

เยี่ยนเอ๋อร์คายเมล็ดองุ่นออกมาเป็นกองใหญ่

ถาวจวินหลันจึงแกล้งบ่นว่า “ไม่ล้างก่อนกิน กินแบบนี้ไม่กลัวท้องเสียหรือ ไปสิ รีบไปตักน้ำมา ล้างก่อนแล้วค่อยกิน” ในใจนั้นรู้สึกเมตตานางอย่างมาก เยี่ยนเอ๋อร์ชอบกินและกินเก่งมาก น่าจะเป็นเพราะเมื่อก่อนต้องทนหิวจนเกือบตาย แต่แล้วถาวจวินหลันก็เข้าใจถึงสาเหตุว่าทำไมเก็บองุ่นอยู่นานสองนาน องุ่นกลับเหลืออยู่เพียงนิดเดียว เป็นเพราะองุ่นกว่าครึ่งได้เข้าไปอยู่ในท้องของเยี่ยนเอ๋อร์เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง

เยียนเอ๋อร์เกรงใจไม่กล้าคายเมล็ดองุ่นออกมาอีก จึงรีบออกไปตักน้ำ

ถาวจวินหลันนั่งเช็ดเหงื่ออยู่ใต้เถาองุ่น แล้วมองดูรอบๆ สวนนี้ สวนดอกไม้นี้ไม่นับว่าใหญ่มาก แต่กลับตกแต่งอย่างสวยงามประณีต ถึงอย่างไรก็เป็นวังหลวง ทุกๆ ตารางนิ้วต้องใช้ทั้งแรงงานและความคิดจึงจะตกแต่งออกมาได้อย่างสวยงาม สวนเล็กๆ ที่มีทางโค้งไปโค้งมา ต้นไม้ใบหญ้าที่มีความหลากหลาย ในฤดูกาลนี้ต้นไม้ที่อยู่ในสวนดอกไม้แห่งนี้ก็ดูสดใสเขียวชอุ่มอย่างเห็นได้ชัด

พอมองเห็นผีเสื้อสีเหลืองบินผ่านไป ก็ทำให้นางอดยิ้มน้อยไม่ได้ แล้วก็พูดกลอนออกมาเบาๆ ว่า “กลางวันอันแสนยาวนาน เงาของรั้วไม้ที่หายไปตามเงาแดด ไม่มีใครผ่านมาช่างเงียบเหงา มีแต่แมลงปอและผีเสื้อที่บินวนอยู่” อยู่ในสวนดอกไม้อันเงียบสงบ ไม่มีผู้คนวุ่นวาย มีเพียงผีเสื้อ แมลงปอและนก นี่ไม่ใช่ทิวทัศน์ที่กำลังดีหรอกหรือ?

ถาวจวินหลันรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาในทันที หยิบองุ่นขึ้นมาปลอกเปลือก แล้วค่อยๆ ใส่เข้าไปในปาก องุ่นสุกเต็มที่ถึงแม้จะมีรสหวานมาก แต่ก็ยังมีรสอมเปรี้ยวเล็กน้อย ทว่าความเปรี้ยวนี้กลับยิ่งทำให้รสชาติหวานนั้นยิ่งหอมหวานมากขึ้นไปอีก

ค่อยๆ ลิ้มรสชาติขององุ่น แล้วหลับตาพริ้มเพลิดเพลินไปกับรสชาติเปรี้ยวหวาน ครั้นนางลืมตาขึ้นมากลับต้องตกตะลึง เมื่อข้างหน้านางนั้นได้มีคนเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน

นางตกใจมาก จากที่กำลังจะคายเมล็ดองุ่นออกมา กลับต้องกลืนลงคอลงไปอย่างรวดเร็วเสียอย่างนั้น เมล็ดจึงไปติดอยู่ที่คอ ถาวจวินหลันไอออกมาอย่างทรมาน จากนั้นจึงรีบลุกขึ้นถวายการคำนับด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก “ถวายบังคมองค์ชายรองเพคะ”

องค์ชายรองไม่ได้โกรธอะไร กลับยื่นมือมาหยิบองุ่นสีม่วงในชามไปหนึ่งลูก ปลอกเปลือกออกแล้วค่อยๆ เอาใส่ปาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเปรี้ยวหรือกำลังลิ้มรสชาติ ตาถึงได้ค่อยๆ หรี่ลงมา

ถาวจวินหลันรู้ได้อย่างชัดเจนว่าเพราะอะไรถึงเงียบไป นั่นเป็นเพราะถาวจวินหลันคิดขึ้นมาได้ว่าองค์ชายรองพูดไม่ได้ จึงออกคำสั่งอะไรกับนางไม่ได้ ดังนั้นนางจึงเงยหน้าขึ้นมามอง และแล้วก็ถูกท่าทางผ่อนคลายขององค์ชายรองทำให้ชะงักไป เพียงครู่เดียวก็รู้สึกว่าใบหน้านั้นร้อนผ่าว คิดแล้วก็อดไม่ได้ที่จะแก้ต่าง “หากไม่เก็บองุ่นลงมาก็จะถูกพวกนกกิน น่าเสียดายเพคะ...”

พูดจบแล้วก็รู้สึกได้ว่าไม่ควรพูดเช่นนั้นออกไป ใบหน้ายิ่งร้อนผ่าวขึ้น จึงพูดเสริมไปอีกว่า “ตอนแรกคิดว่าจะเอากลับไปล้างแล้วค่อยให้คนเอาไปถวายให้ท่านได้ชิมเพคะ” มองดูท่าทางขององค์ชายรองแล้ว น่าจะรู้สึกว่าองุ่นนั้นรสชาติใช้ได้?

จะว่าไปแล้ว วังเต๋ออันเป็นที่อยู่ขององค์ชายรอง ต้นไม่ใบหญ้าทุกอย่างในวังเต๋ออัน แม้แต่พวกนางกำนัลอย่างพวกนางและขันที ก็ถือว่าเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ขององค์ชายรองทั้งหมด ดังนั้น การที่นางกับเยี่ยนเอ๋อร์มาเก็บองุ่นกินเช่นนี้ ก็ถือว่าเป็นการแอบขโมยอยู่เหมือนกัน ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ถาวจวินหลันไม่เคยทำเรื่องเช่นนี้มาก่อน อีกทั้งเพราะเรื่องครั้งที่แล้วทำให้เกร็งแปลกๆ เวลาอยู่กับองค์ชายรอง ดังนั้นตอนนี้จึงกลายเป็นว่าเกร็งอย่างมาก

องค์ชายรองลืมตาขึ้น เห็นท่าทางกังวลจนหน้าแดงของถาวจวินหลัน จึงอดไม่ได้ที่จะเผยอมุมปากขึ้นเล็กน้อย

เมื่อถาวจวินหลันเห็นรอยยิ้มบางๆ นี้ จึงรู้สึกโล่งใจขึ้นมาในทันที ความกังวลก็ลดลงไปกว่าครึ่ง สมองที่วุ่นวายก็กลับมาสงบลงได้ ทว่าพอนึกถึงคำพูดที่พูดออกไปเมื่อครู่ นางก็รู้สึกอยากหาที่ซ่อนตัวขึ้นมาทันที ยิ่งเป็นที่ที่ไม่มีใครหาตัวพบยิ่งดี

เมื่อควบคุมสติได้แล้ว ถาวจวินหลันจึงหันไปทางองค์ชายรองแล้วคำนับขออภัย ที่พูดออกมาในครั้งนี้ ไม่เหมือนกับที่พูดออกมาเมื่อครู่ "บ่าวถือวิสาสะเข้ามาเก็บเอง ได้โปรดลงโทษบ่าวด้วยเพคะ"

หากองค์ชายรองคิดจะลงโทษจริงๆ เมื่อครู่จะต้องแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างแน่นอน จะยังมานั่งกินองุ่นอย่างสบายใจเช่นนี้ได้ที่ไหนกัน? ดังนั้นถาวจวินหลันจึงพูดไปตามที่เหมาะที่ควรเท่านั้น นางมั่นใจว่าองค์ชายรองคงไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องนี้แน่ การที่นางพูดเช่นนี้เป็นเพียงการพูดเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดเท่านั้นเอง

องค์ชายรองยิ้มมากขึ้นไปอีก รอยยิ้มเมื่อครู่ยังคงไม่จางหายไป ตอนนี้รอยยิ้มจึงยิ่งชัดเจนมากขึ้นไปอีก อีกทั้งแววตาที่มองถาวจวินหลันอยู่นั้นก็ดูอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย ทว่ากลับแฝงไปด้วยการหยอกล้อ ถาวจวินหลันเดาว่า องค์ชายรองคงจะมองความคิดของนางออกอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว นางจึงทำตัวไม่ถูกขึ้นมาทันที

องค์ชายรองหันไปมองเก้าอี้ จากนั้นก็หันไปมองชามที่ยังมีองุ่นใส่อยู่ไม่มาก คิดอยู่ครู่หนึ่งก็ปีนขึ้นไปเหยียบบนเก้าอี้ ยื่นมือออกไปเก็บองุ่น

ถาวจวินหลันมองตาปริบๆ รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก องค์ชายรองไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ก็ได้ หากอยากกินองุ่น ก็แค่สั่งมาคำเดียวเท่านั้น ทำไมจะต้องมาทำเช่นนี้?

หลังจากที่หายตกใจแล้ว ถาวจวินหลันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอึดอัดใจขึ้นมาอีก องค์ชายรองหยิบพวงองุ่นที่อยู่สูงที่สุดลงมา แล้วกำลังมองมาที่นาง

สายตาขององค์ชายรองนั้น ไม่ว่าจะมองเมื่อไหร่ ก็ดำขลับลุ่มลึก ดูสงบ ทั้งยังทำให้ผู้อื่นหวั่นเกรงได้ เป็นความหวั่นเกรงที่อธิบายไม่ได้ ทว่ากลับสัมผัสถึงมันได้

ถาวจวินหลันหลบสายตา จากนั้นถึงได้สติกลับคืนมา องค์ชายรองพูดไม่ได้ อาจจะอยากสั่งอะไรกับนาง มิเช่นนั้นคงไม่มองมาทางนางเช่นนั้น จึงรีบเงยหน้าขึ้นมามอง แล้วถาวจวินหลันก็เข้าใจความหมาย รีบไปรับพวงองุ่นมาจากองค์ชายรอง

องค์ชายรองสูงกว่านางมาก แล้วองุ่นที่อยู่สูงๆ นั้นก็สุกได้ที่กันหมดแล้ว ทำให้เก็บได้เต็มชามอย่างรวดเร็ว

เมื่อเก็บจนเต็มชามแล้ว ถาวจวินหลันก็เห็นสีหน้าขององค์ชายรองเหมือนกำลังมองหาอะไรบางอย่าง จึงรีบพูดออกไป "พอแล้วเพคะ เต็มชามแล้ว" แล้วจากนั้นนางก็คิดขึ้นมาได้ว่า "หรือให้บ่าวไปหาอะไรมาใส่อีกดีหรือไม่เพคะ?"

ถาวจวินหลันรู้สึกว่าตัวเองควรกลับไปเรียนกฎระเบียบมาให้ดีกว่านี้ เมื่อครู่นี้นางลืมไปแล้วว่าควรปรนนิบัติเจ้านายอย่างไร มิเช่นนั้น นางคงจะไม่พูดประโยคเมื่อครู่ออกมา หากเป็นนางกำนัลที่ชำนาญ เกรงว่าคงจะไม่ต้องรอให้องค์ชายรองสั่ง แค่เห็นท่าทางกำลังมองหาบางสิ่งขององค์ชายรอง ก็คงจะรีบไปหาอะไรมาใส่องุ่นให้แล้ว?

อีกทั้งน้ำเสียงก็ดูไม่ค่อยนอบน้อมเท่าไร ที่นางเผลอลืมตัวไปชั่วขณะ เป็นเพราะองค์ชายรองพูดไม่ได้จึงรู้สึกอุ่นใจขึ้นมา นี่เป็นสิ่งที่ไม่สมควร

ถาวจวินหลันบ่นว่าตัวเองอยู่ในใจ พร้อมทั้งมองดูสีหน้าขององค์ชายรองไปด้วย

องค์ชายรองเพียงแค่ชะงักไปเล็กน้อย ส่ายหัวเบาๆ แล้วกระโดดลงจากเก้าอี้

ถาวจวินหลันเห็นมือขององค์ชายรองเต็มไปด้วยฝุ่นและเหงื่อ ทั้งยังสกปรกเล็กน้อย จึงรีบยื่นผ้าเช็ดหน้าของตัวเองไปให้

องค์ชายรองรับไป แล้วเช็ดมือ

"หลังจากที่บ่าวล้างองุ่นพวกนี้เสร็จแล้ว ให้บ่าวส่งไปให้พี่จิ้งหลิงใช่หรือไม่เพคะ?" ถาวจวินหลันลองถามดู

องค์ชายรองปัดมืออย่างไม่สนใจ แล้วเดินจากไป

ถาวจวินหลันไม่เข้าใจ องค์ชายรองคิดอะไรกันแน่? ตั้งใจเก็บองุ่นด้วยตัวเอง แต่ไม่คิดจะเอาไปกินเองหรือ?

ในหัวของนางสับสนไปหมด นางจึงไม่รู้ตัวเลยว่าองค์ชายรองได้เอาผ้าเช็ดหน้าของนางไปด้วย มือทั้งสองถือชามองุ่นยืนเหม่อลอยอยู่นานสองนาน

ผ่านไปสักพัก เยี่ยนเอ๋อร์ก็ยกน้ำกลับมา เห็นในชามมีองุ่นเต็มไปหมดก็ตกใจและดีใจ "พี่จวินหลัน พี่เก่งจริงๆ องุ่นอยู่สูงขนาดนี้พี่เก็บมาได้หมดเลย"

ถาวจวินหลันคิดแล้วก็ไม่ได้พูดออกไปว่าองุ่นพวกนี้องค์ชายรองเป็นคนเก็บ ได้แต่ยิ้ม ทว่ากลับยังรู้สึกลำบากใจ องค์ชายรองบอกว่าไม่เอา หรือว่าให้นางกับเยี่ยนเอ๋อร์กินกันสองคนอย่างนั้นหรือ? ถึงแม้ว่าองค์ชายรองอาจจะหมายความตามนี้ แต่เมื่อครู่นั้นองค์ชายรองก็เก็บองุ่นมาด้วยความลำบาก...ถาวจวินหลันจึงรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย

คิดดูแล้ว ถาวจวินหลันจึงพูดกับเยี่ยนเอ๋อร์ "พวกเรากินกันแค่สองคนคงจะไม่ดี หากมีใครรู้เข้า จะคิดว่าพวกเรานั้นไม่รู้ความ ถ้าเช่นนั้นพวกเราเอากลับไปล้างที่ห้องครัว แล้วแบ่งให้ทุกคนกินกันดีหรือไม่?"

เยี่ยนเอ๋อร์ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงพยักหน้าตอบรับ “ตามที่พี่จวินหลันว่าเลย”

แล้วถาวจวินหลันก็คิดต่อว่า เรื่องนี้นางควรไปบอกจิ้งหลิงหรือไม่ ถามจิ้งหลิงดูว่าควรทำอย่างไร? แต่หากจิ้งหลิงรู้เรื่องนี้เข้าล่ะก็ ไม่รู้ว่านางจะคิดอย่างไร...

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว