facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 นางฟ้าสนามบิน (100%)

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 นางฟ้าสนามบิน (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ส.ค. 2561 14:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 นางฟ้าสนามบิน (100%)
แบบอักษร

2

นางฟ้าสนามบิน


เสียงเพลงยอดฮิตดังกระหึ่มคลับหรู ไม่ได้ทำให้หญิงสาวลูกครึ่งไทยอิตาลีหยุดจมปลักอยู่กับความคิดมากมายภายในหัว เทศอิตาลีเป็นประเทศของพ่อผู้ให้กำเนิด ผู้ที่เธอทั้งรักและไม่อยากเข้าใกล้พอกันๆ เขาเป็นผู้ชายที่มองลูกสาวเช่นเธอเป็นเพียงสินค้าชนิดหนึ่ง ไม่มีประโยชน์อะไรให้คนเป็นพ่อต้องภาคภูมิใจ


‘อาร์มันโด้ แคสเซียส’ ไม่ใช่คนดี ไม่เช่นนั้นคงไม่ติดคุกจนตัวตาย แม้เขาไม่ใช่คนดีและทำหน้าที่พ่อเช่นครอบครัวอื่น เธอก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารักท่านไม่แพ้ลูกคนไหน


สองปีแล้วที่อาร์มันโด้จากไป แต่ความเศร้าเสียใจยังเกาะกินอยู่ในใจทุกครั้งที่มาประเทศบ้านเกิดของคนเป็นพ่อ ‘อัยรดา’ เลือกกลับบ้านเกิดของมารดาทันทีที่เรื่องวุ่นวายจบสิ้น


แม้ว่าพี่สาวต่างมารดาจะอยากให้อยู่ที่นี่ต่อ แต่ก็ขัดไม่ได้เมื่อทุกอย่างเป็นความต้องการของเธอ และเพราะเขาคนนั้นเกลียดเธอจนไม่อยากมองหน้า การกลับไปอยู่ในที่ของตัวเองย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด


การกลับมาประเทศที่เธอทั้งรักและเกลียดนี้อีกครั้งไม่ใช่แค่ครบรอบวันตายของบิดา แต่เธอกลับมาทำสัญญาที่เคยให้ไว้กับใครคนหนึ่ง เวลาที่ล่วงเลยมานานหวังว่าความเกลียดที่มีอยู่ในใจของเขาที่มีต่อเธอจะลดลงไปด้วย


“เลิกเศร้าได้แล้วอัยรดา”


หญิงสาวบอกตัวเอง ลบรอยยิ้มเศร้านั้นทิ้งไป เหลือแค่รอยยิ้มสดใสที่แม่เธอมักบอกเสมอว่าทำให้โลกนี้สดใสขึ้น นั่งมองแอลกอฮอล์ตรงหน้าที่หนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้มีปริมาณเท่าไร หนึ่งชั่วโมงผ่านไปก็ยังมีปริมาณเท่าเดิม


“ไม่น่าสั่งมาให้เปลืองเงินเลย”


แม้ครอบครัวฝั่งบิดาที่ร่ำรวยมหาศาล ทว่าแท้จริงแล้วเธอก็เป็นเพียงลูกแม่บ้านคนหนึ่ง ฐานะฝั่งมารดาก็ไม่ได้ร่ำรวยเงินทอง ประกอบเพียงอาชีพทำสวนอยู่ในจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย การใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ย่อมมีค่ากับเธอเสมอ


เธอเลือกมาไนต์คลับแห่งนี้เพราะคิดว่าเสียงดังๆ ผู้คนมากมาจะทำให้เลิกจมดิ่งกับอดีตได้ ทว่าความจริงแล้วกลับไม่ใช่แบบนั้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดเธอก็ยังคงคิดถึงเรื่องราวเหล่านั้นอยู่เสมอยามกลับมาที่นี่


“เธอควรจะกลับเสียทีอัยรดา” หญิงสาวบอกตัวเอง ก่อนเดินไปตรงไปยังทางออก ซึ่งแม้จะมีคนเดินออกมามาย ทว่าจำนวนคนเดินเข้าก็มากมายไม่แพ้กัน


ถึงจะเติบโตที่ประเทศไทยเป็นหลัก แต่ที่นี่ก็ถือว่าเป็นประเทศเกิดและทุกๆ ปีก็มักมาอยู่กับพี่สาวในช่วงปิดเทอม การไปไหนมาไหนคนเดียวจึงไม่เป็นปัญหากับคนสองประเทศเช่นเธอ


อัยรดาเดินออกจากคลับตรงไปยังรถที่จอดอยู่ด้านนอก แต่สายตาก็ดันเหลือบเห็นใครคนหนึ่งที่เดินมาพร้อมกับเพื่อนชายอีกสองคน หญิงสาวเร่งฝีเท้าแต่ก็ไม่ทำให้เกิดพิรุธก่อนจะเข้าไปหลบที่มุมเสาหนึ่งอย่างเฉียดฉิว


“มีอะไรหรือเปล่าวะซีน แกเป็นแบบนี้ตั้งแต่ที่บริษัทแล้วนะ”


โดมินิกอดไม่ได้จะเอ่ยปากถาม เพราะอาการเจ้าตัวเหมือนเห็นเมียพาชู้มาเที่ยวกำเริบขึ้นอีกครั้ง หลังจากเป็นไปเมื่อตอนออกจากบริษัทมา ทว่าไอ้คนปากแข็งก็ตอบเพียงไม่มีอะไร แต่ไอ้ท่าทางของมันบอกชัดๆ เลยว่ามีแน่ๆ


“นั่นสิครับ คุณโลเวลเห็นอะไรหรือครับ”


โคลด์เองก็สงสัยเช่นเดียวกับโดมินิก ขนาดตอนนี้เจ้านายหนุ่มยังเดินหาบางอย่างอยู่เลย ทั้งที่เมื่อครู่ก็เดินมาด้วยกันดีๆ อยู่ แต่พอกำลังจะเข้าไปในคลับกลับเดินออกตามหาอะไรบางอย่างเหมือนทำของหาย


“ไม่มีอะไรหรอก” ชายหนุ่มส่ายหน้ากับความบ้าของตัวเอง


ตอนที่อยู่บริษัทเขาคิดเป็นตุเป็นตะว่าตัวเองเจอผู้หญิงคนนั้น และตอนนี้เขาก็คิดว่าเพิ่งเห็นเธอเดินสวนกับเขาออกมาจากไนต์คลับเมื่อครู่ แต่มันจะเป็นไปได้หรือ หญิงสาวจะอยู่ในสถานที่เดียวกันกับเขาได้ถึงสองครั้งสองคราเลยหรือ


บางทีสิ่งที่เขาคิดว่าเห็นอาจจะเป็นแค่จิตใต้สำนึกที่อยากพบเธออีกครั้ง จนกลายเป็นภาพหลอนขึ้นมา และไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนหรือทำอะไรอยู่ก็จะเห็นภาพเธอวนเวียนอยู่ใกล้ๆ


“ฉันคงตาฝาดไป”


ไม่ใช่แค่บอกเพื่อน แต่เขากำลังบอกตัวเองด้วยว่าภาพที่เห็นมันก็แค่ภาพหลอนเท่านั้น


“ตาฝาดเห็นเมียพาชู้มาเที่ยวหรือไง” โดมินิกแขวะ


“เมียแกน่ะสิพาชู้มาเที่ยว”


คนถูกแขวะตอบกลับ ทว่าก็ต้องไม่สบอารมณ์เมื่อเพื่อนตัวดีตีรวนใส่


“ซันนี่ยังไม่กลับมาจากไทยนี่หว่า คงไม่มีเวลาพาชู้มาเที่ยวแบบนี้”


“ยายซันไม่ใช่เมียแกโว้ย” คนหวงน้องบอกจบก็เดินเข้าด้านใน ก่อนที่เขาจะหมั่นไส้เพื่อนจนอดจะบีบคอให้มันตายๆ ไปเสียก่อน


“ถูกของคุณโลเวลครับ คุณหนูไม่ใช่เมียของคุณโดมินิก” โคลด์ย้ำอีกครั้ง ก่อนเดินตามผู้เป็นนายเข้าไป


“ทั้งน้องของแกไอ้ซีน แล้วก็คุณหนูของแกไอ้โคลด์ สุดท้ายก็เป็นเมียฉันโว้ย”


“ผมกำลังจะออกไปทำงานครับคุณโคลด์…ครับผมจะรีบออกไปเดี๋ยวนี้แหละครับ…สวัสดีครับคุณโคลด์”


โลเวลตัดสายเลขาหนุ่มที่โทรมาปลุกตั้งแต่เช้า เพื่อให้เขาออกไปทำงานให้ทันเวลา กระนั้นยังไม่พอหนึ่งชั่วโมงผ่านไปลูกน้องผู้ที่ตั้งใจทำงานอย่างเคร่งครัดก็โทรมาเร่งอีกครั้ง โดยให้เหตุผลว่าหากออกสายกว่านี้แม้แต่นาทีเดียวรถจะติดและอาจจะมาทำงานสาว ซึ่งจะต้องรายงานแก่นายใหญ่ให้ทราบต่อไป


“ตกลงมันเป็นลูกน้องหรือเจ้าของบริษัทกันแน่วะ โทรจิกยิ่งกว่าเมียซะอีก” ชายหนุ่มสบถใส่มือถือแล้วเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อ เปิดประตูเดินออกไปจากห้องโดยไม่เร่งรีบตามคำเตือนของเลขาหนุ่ม


โลเวลแปลกใจเมื่อเห็นห้องตรงข้ามซึ่งรู้มาว่ายังไม่มีคนเช่าถูกปิดประตูลงพร้อมๆ กับที่เขาเปิดประตูออกจากห้อง แต่ที่น่าแปลกกว่านั้นคือเขาคิดว่าตัวเองเห็นภาพหลอนอีกครั้ง ภาพของหญิงสาวที่เขาเห็นที่สนามบินในวันนั้น


“มันจะเป็นไปได้ยังไงวะซีน”


ชายหนุ่มบอกตัวเอง ภาพที่เห็นคงเป็นภาพหลอนเช่นครั้งก่อนๆ และควรจะชินกับอาการนี้เสียที เพราะตั้งแต่พบหญิงสาวครั้งนั้น ทุกคืนเขาก็ฝันถึงเธอ แถมตอนตื่นก็ยังเห็นภาพเธอปรากฏอยู่รอบตัวจนไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือแค่คิดไปเอง


“แกท่าจะเป็นเอามากนะซีน”


คนเป็นเอามากยืนมองบานประตูตรงหน้า ก่อนจะตัดใจเดินไปยังลิฟต์เพื่อออกไปทำงาน ถ้าขืนช้ากว่านี้โคลด์คงได้มาตามถึงที่นี่ และเขารู้ว่าคนอย่างมันทำจริงแน่


ทางด้านอัยรดาที่กำลังจะออกไปข้างนอกก็ต้องรีบปิดประตูกลับเช่นเดิม เนื่องจากประตูห้องฝั่งตรงข้ามเกิดเปิดขึ้นมาพร้อมกันพอดิบพอดี ก่อนจะค่อยๆ แง้มประตูเปิดอีกครั้งเมื่อเห็นทางจอมอนิเตอร์ว่าคนหน้าห้องเดินจากไปแล้ว


อัยรดาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ใครจะคิดว่าโลเวลจะเปิดประตูมาพร้อมกับเธอ ก่อนจะมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือเมื่อมีสายเข้ามา


“ว่ายังไงเดม่อน…ฉันกำลังจะออกไป”


อัยรดาบอกคนที่มีศักดิ์เป็นหลาน ทว่าคนเป็นหลานคนนี้กลับมองเธอเป็นน้องสาวเขาเสียมากกว่า ทั้งที่เจ้าตัวมีอายุแค่สิบหกปีด้วยซ้ำ


หากไปไหนมาไหนด้วยกันคงไม่แปลกที่คนจะมองว่าเธอเป็นน้องสาวหรือแฟนสาวของเดม่อน รายนั้นตัวสูงใหญ่เกินกว่าเด็กวัยรุ่นทั่วไป ส่วนเธอแม้จะมีอายุถึงยี่สิบห้าปีแล้ว ทว่าเชื้อสายเอเชียของฝั่งมารดาก็มีมากกว่าฝรั่งยุโรปของบิดา จึงตัวเล็กและดูเด็กกว่าอายุจริง


“ฉันอยู่ที่นี่ก็สบายดี นายไม่ต้องห่วงหรอก” อัยรดายิ้ม ดูท่าเดม่อนจะเป็นห่วงการเป็นอยู่ของเธอไม่น้อย


การที่เลือกอยู่อพาร์ทเม้นท์ของพี่สาวแทนการกลับไปอยู่บ้านก็ไม่ได้ลำบากมากนัก และเธอชอบที่จะอยู่ที่นี่มากกว่าบ้านหลังใหญ่นั้นมาก คงเพราะบ้านหลังนั้นมีความทรงจำเกี่ยวกับแม่มากมาย การเดินกลับเข้าไปอีกครั้งก็เหมือนรื้อความทรงจำในอดีตกลับมา พาลทำให้เธอเสียน้ำตาทุกทีไป


เธอเองก็เพิ่งรู้เมื่อครู่นี้ว่าโลเวลอาศัยอยู่ที่นี่เช่นกัน จากที่ได้รับการบอกเล่ามาจากพี่สาว ชายหนุ่มเป็นพวกไม่อยู่ติดกับบ้าน เขาจะเปลี่ยนที่อยู่เรื่อยตามความพอใจ หรือตามที่อยู่ของคู่ขาสาวคนนั้นที่กำลังควงอยู่ แต่ก็ไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจดีที่ตอนนี้โลเวลพอใจที่จะอยู่ในอพาร์ทเม้นท์เดียวกันกับเธอ


“ฉันจะวางสายแล้วนะ แล้วเจอกัน” อัยรดากดตัดสายไป นึกถึงเรื่องบังเอิญที่เกิดขึ้นถึงสี่ครั้งสามคราก็ยิ้มขัน การมาอิตาลีครั้งนี้คงมีเรื่องให้สนุกอีกเยอะ


หญิงสาวเดินตรงไปยังลิฟต์โดยไม่ได้รีบร้อนมากนัก ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มหวานหวังว่าวันนี้จะเป็นวันที่ดีของเธอ ทว่าในจังหวะที่เลี้ยวตรงมุมทางเดินเพื่อไปรอลิฟต์ก็ต้องตกใจจนเผลอปล่อยกุญแจรถร่วงตกพื้นเพราะตกใจกับเสียงทุ้มที่เอ่ยทัก


“เจอกันอีกแล้วนะครับ”


“อุ๊ย! แม่ร่วง”


อัยรดาอุทานออกมาด้วยความตกใจ รีบก้มเก็บกุญแจขึ้นมาเหมือนคนทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะพยายามตั้งสติให้รับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าให้ได้


ร่างสูงที่ยืนพิงผนังขยับตัวยืนตรง มองหน้าหวานที่ติดตราตรึงใจเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่พบหน้ากัน


โลเวลยังคงเชื่อตัวเองว่าเขาไม่ได้ตาฝาด และมั่นใจว่าประตูห้องฝั่งตรงข้ามจงใจปิดทันทีที่เห็นหน้าเขา ทว่าก็ยังไม่มั่นใจเต็มร้อยว่าจะเป็นผู้หญิงคนเดียวกับที่เขาเจอรึเปล่า จึงแสร้งเดินให้พ้นรัศมีห้องมาก่อนและมาดักรออยู่ตรงมุมโค้งที่ต้องเดินผ่านเพื่อไปรอลิฟต์


ชายหนุ่มตัดสินใจไม่พลาดนัก เมื่อหลังจากนั้นไม่นานเจ้าของห้องฝั่งตรงข้ามก็ปรากฏกายขึ้นพร้อมกับเสียงหัวใจข้างซ้ายที่พากันเต้นกระหน่ำด้วยความดีใจ


“เอ่อ…เราเคยเจอกันมาก่อนหรือคะ”


อัยรดาแสร้งทำเป็นจำเขาไม่ได้ เมื่อสถานการณ์ที่พยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกแล้ว คงต้องเดินตามเกมของเขาไปและแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าไปก่อน


“นี่คุณจำผมไม่ได้เหรอ” โลเวลเสียเซลฟ์เล็กน้อยที่ไม่เป็นที่จดจำของหญิงสาว ก่อนจะเงยหน้ายิ้มสู้ อยากได้เขาก็ต้องหน้าด้านสู้หน่อยแล้วกัน


“ฉันขอโทษค่ะที่จำคุณไม่ได้”


หญิงสาวแสดงสีหน้ารู้สึกผิด ยิ่งเห็นคนมั่นใจในตัวเองหน้าเสียก็พอใจ โลเวลไม่เคยเป็นฝ่ายวิ่งตามใคร เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายไล่ล่าเขาเอง อยากรู้นักว่าการล่าเหยื่อของชายหนุ่มจะน่าสนใจแค่ไหน


ใช่ว่าดูไม่ออกว่าเขาต้องการอะไรจากเธอ เพราะสายตาที่เปิดเผยออกมาอย่างโจ่งแจ้งนั่น แต่ก็ถือว่าเจ๊ากันเพราะเธอก็มีบางอย่างที่ต้องการจากเขาเช่นกัน


“ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกครับ” ชายหนุ่มส่งยิ้มให้บอกไม่เป็นไร “ถึงวันนี้คุณจะจำผมไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่ผมเชื่อว่าหลังจากนี้ไปคุณจะไม่มีวันลืมผมได้”


“ดูคุณมั่นใจนะคะ”


“ผมมั่นใจในสิ่งที่มันกำลังจะเกิดเสมอครับ”


ชายหนุ่มพูดด้วยความมั่นใจ ก่อนจะเอ่ยแนะนำตัวเองอย่างที่ไม่เคยทำต่อหน้าสตรีคนไหน เพราะพวกเธอเหล่านั้นต่างก็รู้จักเขาดี


“ผมโลเวลครับ”


อัยรดายิ้มรับ ก่อนแนะนำตัวกลับโดยไม่ให้เสียมารยาท


“ฉันอัยย์ อัยรดาค่ะ”


“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” ชายหนุ่มยื่นมือไปตรงหน้า


“เช่นกันค่ะ”


หญิงสาวเอื้อมไปจับมือหนาที่ยื่นค้างรออยู่ ก่อนจะถอนมือกลับทันทีเมื่อมือสัมผัสกัน


“คุณมาเที่ยวโรมหรือครับ”


ชายหนุ่มชวนคุยระหว่างเดินไปยืนรอหน้าลิฟต์ แม้หญิงสาวจะไว้ท่าทีในประมาณหนึ่งแต่ก็ไม่ได้ดูเข้าไม่ถึงเสียทีเดียว เรียกได้ว่าหญิงสาวรู้จักวางตัวเป็น เพื่อที่จะให้เสืออย่างเขาคลั่งจนพร้อมกระโจนใส่


“ก็ด้วยค่ะ”


อัยรดาตอบแค่นั้นไม่ได้ขยายความต่อ เธอรู้ว่าเวลาไหนควรพูด เวลาไหนควรเล่นตัว หรือเวลาไหนควรใช้มารยาหญิง เนื่องจากได้รับการเทรนมาอย่างดีจากผู้เชี่ยวชาญและรู้จักชายตรงหน้าดี


“ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือหรืออยากมีไกด์ส่วนตัวก็เรียกผมได้นะครับ”


ชายหนุ่มผายมือให้หญิงสาวเข้าไปด้านในก่อน เมื่อลิฟต์มาพอดี รู้สึกทำตัวไม่ถูกเช่นกันเพราะไม่เคยมีใครหมางเมินใส่เช่นนี้ ถามคำ ตอบคำ แถมยังไม่คิดขยายความเสียด้วย


“ความคุณสำหรับน้ำใจนะคะ” หญิงสาวค้อมศีรษะลงเล็กน้อย ส่งยิ้มให้เขาแล้วยืนนิ่งมองตัวลงที่นับถอยลงเรื่อยๆ จนถึงที่หมาย ก่อนเอ่ยลา “ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ”


“เชิญครับ”


ชายหนุ่มมองร่างบางที่เดินตรงไปยังรถของตัวเองซึ่งจอดอยู่หน้าอพาร์ทเม้นท์ ก่อนขับออกไปโดยไม่ทิ้งสายตาหรือแม้แต่เบอร์โทรศัพท์ไว้ให้ดูต่างหน้า ช่างผิดไปจากผู้หญิงที่เคยพบเจอ


“ปกติต้องได้เบอร์แล้วนี่หว่า แต่ก็นั่นแหละนี่มันไม่ปกตินี่” ชายหนุ่มปลอบใจตัวเองเพราะถึงยังไงหญิงสาวก็หนีเขาไม่พ้นหรอก เพราะรู้ทั้งชื่อและที่อยู่ขนาดนี้


โลเวลเตรียมเดินไปที่รถเช่นกัน แต่ก็ต้องตกใจเมื่อมีชายคนหนึ่งเดินมาขวางหน้าไว้


“เฮ้ย! มาได้ไงวะเนี่ย”


“คุณสายไปสิบห้านาทีนะครับคุณโลเวล”


“มัวแต่คุยกับนางฟ้าอยู่” ชายหนุ่มบอกไม่ใส่ใจ โยนกุญแจรถให้ลูกน้องหนุ่ม เมื่อมาแล้วก็ทำตัวให้เป็นประโยชน์เสียหน่อย เขาจะได้นั่งนึกแผนการทำความรู้จักนางฟ้า


“แฮงเอาท์จากเมื่อคืนยังไม่หายเหรอครับ”


โคลด์คว้ากุญแจรถมือถือไว้ เดินตรงไปยังรถเจ้านายที่จอดอยู่ไม่ไกล


“แกไม่เห็นผู้หญิงที่ลงมาพร้อมฉันเมื่อกี้เหรอ” ชายหนุ่มถาม ขณะเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อย


สารถีจำเป็นเดินเข้ามานั่งประจำที่ตัวเองแล้วออกรถ มองกระจกหลังยังเห็นผู้เป็นทำท่าเคลิ้มไม่หายจึงถามออกไป “เธอสวยขนาดนั้นเลยเหรอครับ”


“ตั้งแต่เจอเธอที่สนามบินฉันก็ไม่เคยลืมหน้าหวานๆ ของเธอเลย”


“แสดงว่าสวย” โคลด์สรุปให้ตัวเอง


“ไม่ใช่สวยธรรมดา แต่สวยมาก”


“แล้วยังไงครับ”


“ฉันอยากได้”


“ให้ผมไปบอกเธอให้ไหม” ชายหนุ่มเสนอให้อย่างมีน้ำใจ


“ระดับฉันไม่ต้องถึงมือนายหรอกโคลด์ งานนี้ฉันลุยเองเว้ย”


“งั้นก็แสดงว่าได้เบอร์มาแล้ว”


“ยังไม่ได้ขอ”


“แสดงว่าผู้หญิงเขาไม่ค่อยจะสนใจคุณเท่าไหร่นะครับ” โคลด์วิเคราะห์


ระดับโลเวลเจ้าของฉายาคุณชายมาเฟียให้ความสนใจเธอขนาดนี้ ทว่าเจ้าหล่อนกลับไม่แม้แต่จะให้ช่องทางการติดต่อไว้ ฉะนั้นคิดได้สองทางคือ หญิงสาวฉลาดเลือกและโลเวลไม่น่าสนใจพอ


“แกดูถูกฉันเกินไปแล้วโคล์ เทรย์เวอร์”


“ผมพูดความจริงนะครับ จากที่ผ่านมาผู้หญิงที่คุณแสดงท่าทีสนใจ มีใครบ้างที่จะปฏิเสธคุณ” ชายหนุ่มยกตัวอย่างและคำตอบที่ได้ก็ไม่ได้ต่างจากที่คิดไว้สักเท่าไร


“ไม่มี”


“นั่นไงครับ แต่ผู้หญิงคนนี้เธอฉลาดเลือก”


“ผู้หญิงเค้าแค่ไว้ท่าทีหรอก เดี๋ยวหยอดอีกหน่อย คร้านจะติดฉันแจ”


ชายหนุ่มยกตัวอย่างจากประสบการณ์ที่เคยเจอ อาจจะมีเล่นตัวในช่วงแรก แต่สายตาพวกหล่อนก็เตรียมจะกระโจนใส่เขาเช่นกัน แต่ก็เล่นตัวเพื่ออัพราคาทั้งนั้น แม้ผู้หญิงที่เขาเจอคนนี้จะให้ความรู้สึกแปลกไป แต่เขาเชื่อว่าเธอเองก็พึงใจเขาไม่น้อยเช่นกัน


“ขอให้คุณโลเวลสมหวังครับ”


“ขอบคุณ” ชายหนุ่มบอกเสียงสะบัด


คำอวยพรของโคลด์นั้นมันคือคำท้าทายดีๆ นี่เอง เหอะ…ถึงลูกน้องหนุ่มไม่ท้าเขาก็พร้อมเข้าพุ่งชนอยู่แล้ว ก็ดูผลลัพธ์ที่จะได้สิ ทั้งขาว สวย เอ็กซ์ อึ๋ม เรียกได้ว่าสวรรค์ของผู้ชายชัดๆ


“ว่าแต่ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เช้า”


“ผมยังไม่ได้บอกคุณโลเวลหรือครับว่าผมอยู่ที่นี่”


“นี่กะจะเป็นเงาตามตัวจริงๆ เลยใช่ไหม” โลเวลทำหน้าเซ็ง ไม่คิดว่าคนเป็นพ่อจะทำกันถึงขนาดนี้ คนเป็นลูกเช่นเขาจะทำอะไรได้นอกจากต้องทำใจยอมรับ

คฤหาสน์แคสเซียส


“สวัสดีค่ะมาดาม”


อัยรดายกมือไหว้มาดามคิงส์ตัน หรือ ‘นิรดา ณิชกุล’ มารดาของผู้ชายที่เธอเพิ่งเจอไปก่อนหน้านี้ ยิ้มให้เมื่อท่านกางแขนออกรออ้อมกอดจากเธอ ซึ่งหญิงสาวก็ไม่ปล่อยให้ท่านรอนานเข้าไปสวมกอดท่านด้วยความรักและเคารพไม่แพ้คนเป็นพี่


มาดามนิรดาอายุไล่เลี่ยกับริฮานน่าพี่สาวเธอ แถมทั้งสองยังเป็นสะใภ้ของบ้านคิงส์ตันไม่ต่างกัน ทุกครั้งที่มาเยี่ยมเยียนพี่สาวก็มักมีท่านเป็นแขกของที่บ้านอยู่เสมอ ความรักที่นิรดามอบให้อบอุ่นเช่นเดียวกับความรักของมารดาที่ล่วงลับไปแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอเองก็รู้สึกอบอุ่นและอุ่นใจทุกครั้งที่ได้รับอ้อมกอดนี้


“แม่ไม่ได้เจอน้องดานานแค่ไหนแล้วนะ” นิรดาเอ่ยถามทั้งที่ยังไม่ยอมปล่อยให้คนรุ่นลูกได้เป็นอิสระ


“เกือบหกเดือนค่ะ”


“ดูสิ ไม่เจอกันนานหนูดูคล้ำขึ้นรึเปล่า” นิรดาผละคนตัวเล็กออก สำรวจร่างบางพร้อมลูบสัมผัสผิวเนียนที่ดูคล้ำแดดลงไปกว่าครั้งก่อนที่เจอกัน


นิรดาพบหญิงสาวตรงหน้าเมื่อหลายปีก่อน คราแรกเพราะสงสารที่เด็กหญิงตัวเล็กที่สูญเสียแม่ไปคนหนึ่งแล้วคนเป็นพ่อต้องมาติดคุก แม้อาร์มันโด้จะเคยทำไม่ดีกับเธอและครอบครัวไว้ ทว่าเด็กหญิงอัยรดาในตอนนั้นช่างน่าสงสารนัก


เวลาผ่านไปความสงสารที่มีกลายเป็นความรักเสมือนแม่คนหนึ่งที่มีต่อลูกคนหนึ่ง ยิ่งรู้ว่าเด็กหญิงผอมแห้งในวันนั้นเติบโตเป็นสาวสวยสะพรั่งในวันนี้รู้สึกเช่นไรกับลูกชายคนโตของเธอก็ยิ่งรักหญิงสาวมากขึ้น หวังว่าความน่ารักในตัวอัยรดาจะทำให้โลเวลหลงรักเธอได้ไม่ยาก


“ก่อนมาน้องดาช่วยคุณตาลงผลไม้มาค่ะ เลยคล้ำแดดไปหน่อย” หญิงสาวเล่าให้ฟังด้วยความสนุก


ปกติอัยรดาอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ เพราะต้องเรียนหนังสือ แต่เมื่อยามว่างหญิงสาวก็มักขับรถกลับไปบ้านสวนที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงไปไม่มาก และทุกครั้งที่ได้ไปเยือนก็รู้สึกสนุกไปกับมันได้ทุกครั้ง


แม้คนเป็นแม่จะอายุสั้น ทว่าคุณตาคุณยายของเธอก็ยังคงแข็งแรงดี สวนผลไม้ที่มีเกือบร้อยไร่ท่านทั้งสองก็ดูแลด้วยตัวเองพร้อมกับคนงานจำนวนหนึ่ง


 “เดี๋ยววันหลังเราไปสปากันนะคะ”


“ได้ค่ะมาดาม” อัยรดายิ้มรับ


“บอกแล้วไงให้เรียกแม่ เด็กคนนี้นี่” นิรดาเอ็ดคนไม่เคยทำตามเสียงเขียว ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงอบอุ่นตามมา “เรียกแม่ฝันแบบที่พี่ภัทรเรียกสิลูก”


“ค่ะแม่ฝัน” อัยรดาทำตามอย่างว่าง่าย


รู้สึกขอบคุณผู้หญิงตรงหน้าไม่น้อยที่เอ็นดูเธอเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง รวมถึงพี่สาวต่างมารดาที่ไม่เคยมองเธอเป็นน้อง แต่กลับมองเธอเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง


“สองแม่ลูกทางนั้นน่ะ มาทานข้าวกันได้แล้ว”


ริฮานน่าที่ลงมือทำอาหารต้อนรับน้องสาวเพียงคนเดียวด้วยตัวเองกวักมือเรียก เมื่อสองหนุ่มใหญ่นิคาโอและไมลีย์นั่งคอยท่าอยู่ที่โต๊ะเรียบร้อย


“ไปทานข้าวกันเถอะลูก”


นิรดาจูงมืออัยรดาเดินเข้าไปด้านในห้องอาหาร ตลอดทางเดินสองสาวต่างวัยก็มีเรื่องราวมากมายระหว่างที่ไม่ได้เจอเล่าสู่กันฟัง จนคนที่เห็นภาพความน่ารักนี้อดแซ็วไม่ได้


“ตั้งแต่มาถึงคุณยังไม่สนใจผมเลยนะที่รัก”


นิคาโอโอดใส่ภรรยา ตั้งแต่มาถึงบ้านแคสเซียสเธอก็เอาแต่ขลุกอยู่กับริฮานน่าปล่อยให้เขาให้นั่งอยู่กับไมลีย์โดยไม่คิดสนใจ มันก็ไม่ได้น่าเบื่อหรอกที่ต้องนั่งคุยกับพี่ชายซึ่งไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอกัน ทว่าการไม่มีร่างนุ่มนิ่มคอยวนเวียนอยู่ข้างกายก็ทำให้เหมือนขาดบางอย่างไป


“ฉันสนใจคุณตลอดเวลาอยู่แล้วค่ะนิค” นิรดาหันไปตอบสามี ก่อนจะหันมาคุยกับหญิงสาวรุ่นลูกที่เธอมีเรื่องมากมายอยากถามไถ่ “น้องดาเจอพี่ภัทรหรือยังลูก”


“ยังเลยค่ะ” หญิงสาวปดไป เพราะหากตอบว่าเจอกันแล้ว แถมโลเวลจำเธอไม่ได้คงมีคำถามอีกมากมายตามมา ไม่ใช่แค่จากนิรดา ทว่าจากทุกคนบนโต๊ะอาหารต่างหาก


“ให้แม่นัดพี่ภัทรให้ไหม เราจะได้ทำความรู้จักกันไว้” นิรดาออกตัวเต็มที่


เธอพร้อมทำทุกอย่างให้ได้อัยรดามาเป็นลูกสะใภ้ หากลูกชายตัวแสบของเธอได้เจอน้องดา ความแรดเรื่องผู้หญิงที่มีอยู่ในตัวโลเวลอาจจะลดลงไปบ้าง


ไม่รู้เพราะนิสัยส่วนตัวหรือได้คนเป็นพ่อมาเต็มๆ โลเวลถึงเจ้าสำราญยิ่งนัก ไม่มีวันไหนที่ชายหนุ่มจะไม่ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับผู้หญิงแม้แต่วันเดียว


“พี่เขาคงไม่อยากเจอน้องดาหรอกค่ะ” หญิงสาวบอกเสียงเศร้า


ทุกคนในที่นี้ก็รู้ว่าโลเวลไม่ชอบหน้าเธอมาตั้งแต่ไหนแต่ไร หากมีเธออยู่ที่ใดเขาก็มักหลีกเลี่ยงเสมอ เช่นวันนี้…


“วันนี้พี่เขาติดงานเลยไม่ว่างมา น้องดาอย่าเสียใจเลยนะลูก” นิรดาแก้ตัวแทนลูกชาย ทั้งที่ความจริงโลเวลไม่ได้ติดงานหรือธุระอะไร ทว่าชายหนุ่มมักมีข้ออ้างเสมอที่จะไม่มาบ้านหลังนี้


“น้องดาไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ เราทานข้าวกันดีกว่านะคะ”


หญิงสาวยิ้มร่าเริงไม่ให้ทุกคนต้องเป็นห่วง รู้ว่าชายหนุ่มไม่ได้มีงานอะไรอย่างที่มารดาเขาต้องการช่วย ทว่าก็ไม่ได้แปลกใจนักที่เขาจะไม่ยอมมาที่นี่ เพราะทุกคนรู้ดีว่าโลเวลไม่เคยให้อภัยอาร์มันโด้กับสิ่งที่ชายชราทำไว้ แม้ตอนนี้ชายคนนั้นจะลาจากโลกไปแล้วก็ตาม 


“นั่นสิที่รัก อย่าเพิ่งชวนน้องดาคุยสิ อย่าลืมว่าวันนี้คุณมีเวลาทั้งวัน”


“ก็ได้ค่ะ” อัยรดายิ้มให้ทุกคน ลงมือจัดการกับอาหารน่าทานตรงหน้า ทว่าก็ต้องตกใจเมื่อถูกสวมกอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัวและก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าของอ้อมกอดนี้เป็นใคร


“เดม่อนคิดถึงอัยย์ที่สุดเลย”


“ปล่อยน้องดาก่อนเถอะเจ้าเดม่อน ก่อนที่น้าเราจะสำลักข้าวเสียก่อน”


ไม่ลีย์เอ่ยเตือนลูกชายวันสิบหกที่โผล่พรวดเข้ามากอดอัยรดาจนทำให้หญิงสาวตกใจเกือบสำลัก


คนถูกปรามยอมทำตามแต่โดยดี ทิ้งตัวนั่งลงข้างคนเป็นน้าที่เขามองว่าเป็นน้องสาวคนเล็กเสียมากกว่า เพราะอัยรดาดูบอบบางยิ่งนักและเขาก็พร้อมจะปกป้องเธอ


“ทำไมอัยย์มาถึงแล้วถึงไม่ขึ้นไปเรียกเค้าล่ะ” เดม่อนมักเรียกหญิงสาวด้วยชื่อใหม่ไม่เหมือนกับคนอื่นที่ยังเรียกว่าน้องดาติดปาก


“แม่ก็ให้คนไปเรียกแล้วนี่” ริฮานน่าส่ายหัวให้ลูกชายที่วันนี้แต่งตัวนานเป็นพิเศษ


“พอลลี่ไปเรียกลงมาทานข้าว แต่ไม่ได้บอกว่าอัยย์มาแล้วเสียหน่อย”


“ถ้าอย่างนั้นก็ทานข้าวกันเถอะ ฉันหิวจนแสบท้องไปหมดแล้วเนี่ย” อัยรดาบอก


“ถ้าอย่างนั้นก็ทานกันเถอะ” ชายหนุ่มกระตือรือร้อนเพราะไม่อยากให้น้าสาวทนหิว ก่อนจะชวนคุยต่อเมื่อเห็นหญิงสาวเริ่มทาน “วันนี้เราไปเที่ยวกันนะอัยย์”


“เสียใจจ๊ะเดม่อน เพราะวันนี้แม่ฝันจองตัวน้องดาแล้ว” นิรดาบอกอย่างผู้เหนือกว่า “มาทีหลังก็รอคิวไปนะคะหนุ่มน้อย หรือจะให้แม่ฝันเรียกเจ้าซีน่อนให้” เธอเสนอทางเลือกให้ ทว่าฝ่ายนั้นกลับส่ายหน้า


“ผมขออยู่กับแม่ฝันกับอัยย์ดีกว่า”


“แต่วันนี้มีเทสรถมาใหม่ที่สนามนะเดม่อน ลูกไปอยากไปเหรอ” นิรดาเอาเรื่องที่เด็กหนุ่มชอบมาล่อ แต่เดม่อนก็ยังส่ายหัวเหมือนเดิม


“ผมไปเทสวันหลังก็ได้ อยากอยู่กับอัยย์มากกว่า”


“งั้นก็ตามใจ แต่อย่ามาบ่นว่าเบื่อก็แล้วกัน เพราะผู้หญิงๆ เขาจะคุยกัน”


“ไม่มีปัญหาครับ”


“เรานี่ทำตัวเหมือนน้องดาเป็นแฟนเข้าทุกทีแล้วนะเจ้าเดม่อน” ริฮานน่าเอ่ยแซ็วอย่างไม่จริงจังนัก เพราะลูกชายเธอติดน้องสาวแจ ทุกครั้งที่อัยรดากลับมาเยี่ยมเยียนก็จะมีเดม่อนคอยเป็นองครักษ์ตามติดไปทุกฝีเก้า


“มี๊คิดมากไปแล้ว ผมแค่กลัวว่าอัยย์จะเหงา เพราะไม่มีเพื่อนอยู่ที่นี่ต่างหาก” เดม่อนรีบแก้ตัว มือที่บีบกันแน่นอยู่ใต้โต๊ะค่อยๆ คลายออก เมื่อทุกคนส่ายหน้าอย่างไม่ติดใจอะไร


“เราก็อย่าหวงน้องดามากไป เดี๋ยวจะไม่มีใครกล้ามาจีบ ไม่อยากอุ้มหลานรึไง”


“ไม่อยากฮะ” เดม่อนตอบอย่างไม่ต้องคิด ก่อนจะตักอาหารไทยที่มารดาร่ำเรียนมาจากแม่ฝันใส่จานอัยรดาด้วยความใส่ใจ “กินเยอะๆ นะอัยย์ จะได้โตไวๆ”


“นายนั่นแหละที่ควรกินเยอะๆ” อัยรดาตักกับข้าวใส่จานของเดม่อนบ้าง


“ทั้งสองคนนั่นแหละที่ควรจะกินเยอะๆ”


ริฮานน่าห้ามทัพของทั้งสองที่แย่งกันตักอาหารใส่จานของอีกฝ่าย ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีๆ ทั้งสองก็ยังเล่นกันเหมือนตอนเด็กไม่มีเปลี่ยน


น้องสาวที่เธอเป็นห่วงโตขึ้นมาเป็นสาวสวยสะพรั่งไม่แพ้คนแม่ ทว่านัยน์ตาเศร้าสร้อยที่ไม่ว่ากี่ครั้งที่เจอก็ไม่เคยจางหาย ได้แต่หวังว่าสักวันน้องสาวคนนี้จะใช้ชีวิตโดยไม่ยึดติดกับอดีตอีก


และคนๆ เดียวที่สามารถช่วยอัยรดาได้คือผู้ชายที่อยู่ในใจเธอมาตลอดสิบกว่าปี หวังว่าเวลาที่ผ่านมานานจะทำให้โลเวลลืมความแค้นในใจไปเสียที อัยรดาเองก็จะได้ปลดปล่อยตัวเองจากความแค้นนั้นด้วย

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว