ฝากติดตามเค้าด้วยน้าาา💕

บทที่ 18 : เปิดเผย

ชื่อตอน : บทที่ 18 : เปิดเผย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 04 เม.ย. 2564 22:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 18 : เปิดเผย
แบบอักษร

“อึก!! อ๊ากกกก!”


น้ำเสียงจากการประหัตประหารดังระงมไปทั่วลานกว้างที่จับตัวผู้นำกลุ่มกบฎมาสำเร็จโทษ โลหิตสีแดงฉานไหลซึมไปกับแผ่นหินสลักลวดลายมังกร


นิ้วค่อยๆถูกตัดไปทีละนิ้วเพื่อให้ทรมานอย่างถึงที่สุด ยามนี้เค้นเอายาถอนพิษของเหวินเหลียงมาได้แล้ว ที่เหลือมีเพียงทรมานร่างกายตามส่วนต่างๆไปให้ถึงที่สุดจนตายไป


“ตัดอวัยวะชิ้นส่วนต่างๆไปเรื่อยๆจนกว่าจะตาย”


แขนขวาขาดกระเด็นออกไปพร้อมกันทั้งขุนนางหลิ่วและหลี่เซวียน..  เหวินซานนั่งมองอยู่อย่างไร้อารมณ์ใดใดบ่งบอกพลันลุกออกไปยังห้องขังคุกใต้ดินด้านหลัง


“เสด็จพี่.. ปล่อยน้องไปเถอะเพคะ”


ใบหน้าที่เคยงามสง่าบัดนี้หมองคล้ำผมเพ้ารุงรัง ธารน้ำอุ่นไหลพรั่งพรูเปรอะใบหน้า สองแขนกอดขาเหวินซานอย่างแนบแน่นพลันขอร้องอ้อนวอนให้ละเว้นโทษประหารตน


“เจ้าเข้าร่วมการกบฎ เจ้ามีส่วนรู้เห็นมาตลอด เหตุใดเราต้องละเว้นเจ้างั้นหรือ”


มือเรียวยาวบีบปลายคางเชิดขึ้นจ้องมองใบหน้าที่ยังคงงดงามแต่ทรุดโทรมร้องไห้หนักกว่าเดิมพันออดอ้อนพัวพันที่สองขาไม่ห่างหมดเคล้าหลิ่วซูเฟย

“ยามนั้นหวังลี่จูท่านยังละเว้นโทษประหารนาง ทั้งที่นางฆ่าลูกในไส้!! เพียงเพราะแค่นางเป็นคนโปรดของท่านน่ะหรือ ฮึกกก ฮืออ.. เสด็จพี่โปรดเมตตา”


เหวินซานแย้มพระสลวลที่มุมปากแล้วสะบัดมือหลิ่ว ซูเซียว ออกไปพลันช้อนตัวของซูเซียวขึ้นมาใกล้ๆเพื่อกระซิบบางอย่างที่ได้ยินกันเพียงสองคน


“เจ้าทราบหรือไม่ทุกครั้งที่เรากลับนอนกับเจ้าเรามักให้เจ้าดื่มน้ำดับกระหายเพราะเสียเหงื่อมากเกินไปจนเจ้าเหนื่อยหอบ..”


คนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งยิ่งรั้งตัวของซูเซียวเข้ามาในอ้อมแขนมากขึ้น.. คนฟังยืนสั่นสะท้านปากชาไปหมดราวกับถูกตบหน้าแรงๆ


“เราผสมบางอย่างลงไปให้เจ้าดื่มด้วย.. เพราะเรายังไม่พร้อมให้ตระกูลเจ้ามีอำนาจมากกว่าเดิมหากประสูติพระโอรส ส่วนลี่จูนางไม่เคยทรยศเรา นางไม่เคยฆ่าลูกและนางไม่เคยทราบเรื่องกบฎจวบจนวันที่เลี่ยงไม่ได้เมื่อนางไม่ได้รับความโปรดปรานจึงหันหลังให้ข้าหันหน้าให้แก่บิดาตนเพื่อรับรู้ทุกสิ่ง”


“ฝะ..ฝ่าบาท ท่าน..นี่ท่านเป็นผู้อยู่เบื้องหลังทุกอย่าง ท่านเป็นคนชักนำให้ตระกูลข้าล้มล้างตระกูลหวัง ท่านวางยาทั้งข้าและลี่จู!!”


เหวินซานปล่อยตัวซูเซียวให้ยืนนิ่งเพราะความสับสนแล้วเดินออกมา ก่อนจะรับสั่งให้นำนางไปประหารโดยการรัดคอจนขาดอากาศหายใจ


“สั่งทหารไปตามหาตัวพระปิตุลาจนกว่าจะพบและกลับมารายงานเรา”


ตั้งแต่เหวินซานกลับมาทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ยามนี้ทุกอย่างใกล้จะกลับมาสงบเรียบร้อย ขั้วอำนาจที่เคยสูงต่ำไม่เท่ากันราบเรียบและอยู่ภายใต้เงื้อมือฮ่องเต้ผู้นี้จนหมด


“ปราดเปรื่องมากพะยะค่ะฝ่าบาท”


แม่ทัพอวี้ประสานมือและโค้งคำนับแก่บุคคลเบื้องหน้าแต่เหวินซานก็บอกให้ลุกขึ้นยืนตามเดิมเสียเพราะอย่างไรครั้งนี้จะไม่สำเร็จลุล่วงหากไม่มีแม่ทัพอวี้มาช่วยเหลือ


ยามนั้นตอนที่เหวินซานต้องต่อสู้กับเหล่านักฆ่าที่ถูกส่งมาจากกลุ่มขุนนางหลิ่วและหลี่เซวียนก็เกือบพลาดท่าจนตัวตาย รอนแรมในป่าเพื่อหลบซ่อนสักพักก่อนจะเผยตัวกลับมายังวังหลวง


ทุกอย่างเป็นไปตามที่คิดและวางไว้ทั้งหมด หากแต่เหตุสุดวิสัยย่อมเกิดขึ้นได้เกินจะควบคุมบางส่วน


เหวินซานจัดการเรื่องส่งคนไปตามจดหมายลับทั้งหมดและยังวางแผนบั่นทอนกำลังของกลุ่มผู้มีอำนาจทั้งหมดเนื่องด้วยกำลังภายใต้ฮ่องเต้ยังสั่นคลอน


เริ่มแรกจึงทำการส่งหลักฐานต่างๆของตระกูลหวังให้หลี่เซวียนผ่านทาง หยาง เหวินเหลียง เพราะทราบภายหลังว่าแปรผันตัวไปสนับสนุนขุนนางหลิ่วอย่างลับๆ


ขณะที่กลุ่มขุนนางหลิ่วก็อยากกำจัดเสี้ยนหนามเช่นตระกูลหวังโดยเปิดโปงว่าขุนนางหวังพัวพันกบฎและพระชายา หวัง ลี่จู ได้ดื่มตังกุยให้ตนแท้งถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงเพราะมีใบสั่งเป็นลายลักษณ์ชัดเจนจากพระนางซึ่งความจริงแล้วเหวินซานปลอมแปลมมันขึ้นมา


และยามนั้นเหวินซานได้แอบเผยข้อมูลของกบฎทั้งหมดแก่หลี่เซวียนเพื่อให้กลุ่มขุนนางหลิ่วรีบรวมหลักฐานไปจัดการโดยที่ยืมกองกำลังทหารโดยให้สมัครใจเองเพื่อหวังบั่นทอนกำลังขุนนางสองตระกูล และเป็นไปตามที่ตนคิด


รวมถึงตัดกำลังของกลุ่มกบฎเจิ้งหยางชุน โดยให้พวกชนเผ่าบุกจากชายแดนมาถึงแดนเหนือและให้กองกำลังของแม่ทัพอวี้มาถึงช้าอย่างจงใจเพราะต้องไปช่วยขุนนางเว่ยที่ตะวันออก


หลังจากขุนนางหลิ่วกำจัดกลุ่มขุนนางหวังแล้วก็เปิดทางให้ขุนนางหลิ่วก่อกบฎ ขณะที่เหวินซานนั้นได้ไปเตรียมกองกำลังสำรองที่ดินแดนทางตะวันออกแล้วเนื่องจากวังหลวงอำนาจได้แตกออกหลายฝ่าย


เมื่อกลุ่มขุนนางหวังถูกกำจัดไปแล้วจึงลดทอนกำลังที่จะใช้ต่อสู้ไปมากทำให้ง่ายต่อการจัดการกลุ่มขุนนางหลิ่วเพราะก่อกบฎจึงมีโทษหนักถึงถูกจับประหารและคนในตระกูลที่ไม่มีส่วนรู้เห็นถูกยึดทรัพย์ส่งไปยังหัวเมืองต่างๆเพื่อชดใช้ความผิดและทำงานแรงงาน



.........................................


“เป็นอย่างไรบ้าง.. พบเหวินเหลียงบ้างหรือไม่”


เสวี่ยม่านกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหาเหวินซานที่ก้าวเข้ามาภายในตำหนัก ทั้งสองกอดกันแนบแน่นราวกับไม่พบกันมาแรมปี เหวินซานจัดการสะสางเรื่องวุ่นวายอยู่เจ็ดวันพึ่งจะมีเวลามาพบเสวี่ยม่าน


“วันนี้ครบรอบเจ็ดวันที่เหลียงอ๋องถูกพิษของหลี่เซวียน.. เขาจะตายหากไม่ได้รับยาถอนพิษ”


น้ำเสียงเงียบลงในทันที.. แล้วเขย่าแขนเหวินซานอย่างแรงพลันซบลงบนอกแกร่ง


อึก.. ฮึก


มือหนาลูบปลอบประโลมไม่ห่าง เสวี่ยม่านทุกข์ระทมอยู่ในอกไร้ที่ระบาย ไร้ที่พึ่งพิง


“ข้าไม่อยู่กับเจ้ามาร่วมเดือน.. เป็นอย่างไรบ้าง”


ใบหน้าใสสะอ้านถูกประครองขึ้นมาพินิจแล้วกดจูบแผ่วเบาลงบนหน้าผากมน เหวินซานสวมกอดเสวี่ยม่านอีกคราอย่างเต็มรัก

“มีเรื่องมากมายเกิดขึ้น.. ข้านึกว่าท่านตายไปในสงครามเสียแล้ว”


“ชาตินี้หากเจ้ายังไม่ยอมตอบตกลงเป็นพระสนมของข้าเห็นทีข้าคงยังจะตายจากเจ้าไปไม่ได้โดยง่าย”


คำพูดหยอกล้อแต่แฝงความจริงไปด้วยทำให้มือบางกำแน่นพลันทุบแผงอกอีกคนกระหน่ำรัว


“นี่เจ้ากล้าทำเจิ้นงั้นรึ.. สงสัยเจิ้นต้องสำเร็จโทษเจ้าเสีย”


ข้อมือบางถูกรวบเข้าหากัน เสวี่ยม่านถูกหลอกล่อให้ลงมาแช่อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ภายในตำหนักของเหวินซาน


ห้องสรงน้ำกว้างขวางงดงามประดับตกแต่งด้วย ธารน้ำตกจำลอง เสาหินและลวดลายอ่างน้ำสลักมังกร ด้านในปูด้วยหินอ่อนเล็กใหญ่เป็นถ่านหินจากภูเขาไฟกักเก็บความร้อนได้ดี ช่วยให้อุณหภูมิในน้ำอุ่นสม่ำเสมอ


“ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน โปรดอภัยให้ข้าที่ไม่สามารถดูแลเจ้าได้ ข้าทำให้เจ้าต้องเจ็บตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า”


“พอเถิด..”


นิ้วเรียวงามแตะริมฝีปากอีกคนให้หยุดกล่าวใดใด อย่างไรเสียเรื่องก็ผ่านมาแล้วไม่มีผู้ใดสามารถกลับไปแก้ไขอดีตได้ เหวินซานกุมมือเล็กพลันลูบไล้ไปมาอย่างถนอม รอยแผลในวันนั้นไม่เคยจางหาย วันที่ถูกลงโทษครั้งแรก


“ข้ามีเรื่องอยากบอกเจ้ามากมาย.. เจ้าจำวันที่เจ้าถูกลงโทษที่มือคู่นี้ได้หรือไม่ ความจริงแล้วข้าทราบตัวคนนำตังกุยเข้ามาแต่ข้ามิสามารถบอกได้เพราะมันคือหนึ่งในแผนการตลอดแปดปีของข้า..ดังนั้นคนที่ไม่ทราบเรื่องราวเช่นเจ้าจึงต้องถูกลงโทษทั้งที่ไม่มีความผิด”


“อืม..ท่านเป็นคนใช้มันงั้นหรือ”


เสวี่ยม่านเอ่ยถามแล้วเงียบไปหลังจากที่เหวินซานพยักหน้ารับ คนกล่าวดึงเอาร่างเล็กเข้าสวมกอดแนบแน่น เสวี่ยม่านถูกจับนั่งเกยบนตักกว้าง ความอบอุ่นทั้งจากในน้ำและเหวินซานค่อยๆแผ่ซึมเข้ามาทั่วทั้งร่างกาย


“ข้าทราบว่าเป็นสิ่งที่มิอาจจะขออภัยจากเจ้า.. ต่อให้เจ้าเกลียดข้าจนอยากจะหนีไปข้าก็ไม่ยินยอม.. ผู้เดียวที่ข้ารักและปราถนาคือเจ้า หรง เสวี่ยม่าน”


สองแขนเล็กสอดใต้วงแขนแข็งแรงแล้วสวมกอดเหวินซานแนบแน่น ใบหน้างดงามซบลงบ่าแกร่งแล้วร้องไห้ออกมาเงียบๆ


“ข้ามิสามารถหามือมาทดแทนเจ้าได้แต่ข้าสามารถเป็นมือแทนเจ้าได้..บทเพลงเจ้าไร้คนขับขานเจ้ายังมีข้า”


คางมนถูกเชยขึ้นมาประกบจูบอย่างแผ่วเบา ดวงหน้าหวานแหงนรับจูบที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆจนถูกดันแผ่นหลังชิดกับขอบอ่าง

“อื้อ..”


สองขาเรียวงามถูกจับอ้าออกกว้างแล้วนำมาเกี่ยวรอบเอวอันแข็งแรงของตน ยอดถันถูกลูบไล้บีบเค้นไปมาจนเต่งตึงเพราะความเสียวกระสัน เหวินซานก้มลงดูดครอบขณะที่สองนิ้วก็รุกล้ำช่องทางสีสวยด้านล่างอย่างใจร้อน


เมื่อทั้งน้ำทั้งนิ้วเข้าไปจนเสวี่ยม่านรู้สึกแปลกๆจึงดันไหล่เหวินซานออกห่างจากหน้าอกตนที่บัดนี้ขึ้นสีชมพูระเรื่อไปทั่วแผงอกผุดผาด


“เหวินซานน้ำมันเข้าไป..”


ใบหน้างดงามยามนี้ดูออดอ้อนตนนัก ริมฝีปากบวมจากการถูกจูบไหนเลยจะแก้มสีชมพูน่าขบกัดราวตำลึงสุกนั่น ช่องทางด้านล่างก็บีบรัดอย่างน่าเอ็นดู


“อย่างไรเสียข้าก็ต้องนำของข้าเข้าไปแล้วเติมเต็มน้ำในตัวเจ้าอยู่ดี”


คนกล่าวแย้มพระสลวลแล้วกดจูบเสวี่ยม่านพร้อมดันแก่นกายอันแข็งเขื่องดั่งหินชำแรกเข้าในกายบางผ่านช่องทางอ่อนนุ่มที่บีบรัด


สวบๆๆ


ปึก!!  ปึก!


เสียงน้ำกระเพื่อมปนเสียงชื้นแฉะทำให้เสวี่ยม่านรู้สึกกระดากอาย ไม่ไกลกันนักก็มีขันทีและนางกำนัลรอยืนรับใช้ด้านนอกจะกลั้นเสียงอย่างไรเหวินซานก็เอาแต่กลั่นแกล้ง


“อ๊ะ อ๊าา เหวินซาน แรง..แรงอีก อื้อ”


“อืม ยามนี้เจ้ารู้สึกถึงข้าแล้วหรือยัง”


ท่อนเนื้อร้อนขยายคับแน่นเต็มช่องทางเบื้องล่าง. เสวี่ยม่านเกาะขอบอ่างแน่นขณะที่แก้มด้านซ้ายก็ซบพิงกับแขนตนอย่างอ่อนแรง


ร่างกายถูกเคี่ยวกรำจากคนด้านบนไม่มีหยุดพักผ่อน เนื้อตัวขาวกระจ่างขึ้นสีไปทั่วโดยเฉพาะแผงอกผุดผาดเต็มไปด้วยรอยรัก


.


.


เมื่อเสร็จจากตรงนี้เสวี่ยม่านกลับสลบไปทำให้เหวินซานต้องอุ้มออกจากห้องสรงน้ำไปยังห้องบรรทมของตน เนื้อตัวเปียกชื้นเล็กน้อยเพราะเช็ดออกมาหมาดๆแต่เหวินซานหาได้สนใจซ้ำยังนอนกกกอดเสวี่ยม่านอย่างพึงใจ


ริมฝีปากแตะแผ่วที่หน้าผากมนกระชับอ้อมกอดแล้วนอนหลับสนิทอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน..



...........................................


เช้านี้เหวินซานกำชับให้ดูแลเสวี่ยม่านและให้นำเจ้าเสี่ยวหลางมาอยู่เป็นเพื่อนระหว่างที่ตนออกว่าราชการ


“สั่งคนไปรับพระชายาเสียนเฟยกลับมา ตอนนี้เรื่องวุ่นวายทั้งหมดจบลงแล้วและเราอยากจะขอประกาศอีกเรื่องหนึ่ง”


“ต้องเป็นเรื่องแต่งตั้งฮองเฮาแน่ๆ ตอนนี้พระชายาก็เหลือเพียงผู้เดียว”


เสียงกระซิบกระซาบดังไปทั่วจนสงสัยว่าจะมีเรื่องใดอีกในยามนี้ หากแต่กระซิบนินทาดังจนเกินไปเลยถูกเหวินซานตำหนิ


“เราจะแต่งตั้งพระสนมตำแหน่งจิ่วผิน”


“ผู้ใดรือพะยะค่ะ ยามนี้ขุนนางที่โดดเด่นย่อมเป็นขุนนางเว่ยที่อยู่ห่างไกลถึงตะวันออก”


“ขุนนางเว่ยไม่มีบุตรธิดา”


เสียงขัดแย้งดังขึ้นมาอีกรอบจนรู้สึกรำคาญหู เหตุใดจึงยกยอแต่ธิดาจากตระกูลขุนนาง ที่เมืองหลวงยังมีตระกูลร่ำรวยของกลุ่มพ่อค้ามั่งคั่งเศรษฐีมีตังค์ในเมืองหลวงมีมากมาย


“หรงชงเยวี่ยน”


เหวินซานเอ่ยขึ้นจนทุกคนเงียบลง แม้อยากจะมีบางส่วนคัดค้านแต่เรื่องที่เหวินซานพึ่งทำไปยากจะมีผู้ใดกล้าปฎิเสธว่าทำได้ยากยิ่ง การถอนรากถอนโคนกลุ่มกบฎทรราชที่มีตำแหน่งใหญ่โตสองคนจนล่มสลายทั้งตระกูล หากยังมิอาจถูกเพ่งเล็งหรือกำจัดจงอย่าขัดพระทัย


“หรง เสวี่ยม่าน จะได้รับการแต่งตั้งเป็นจิ่วผิน ตำแหน่ง ชงเยวี่ยน”

TBC...............

หรงชงเยวี่ยน

น้องจะมีชื่อเรียกใหม่แล้วน้า💕

ขอตอนละ 10 คอมเม้นท์เหมือนเดิมนะคะ ไรท์จะรีบมาต่อตอนถัดไปให้เลย ขอบคุณค่ะ🙏

//ฝากติดตาม 

ข้าเกิดมา 4999 ปี

เปิดอย่างเป็นทางการ 

และลงตอนแรกแล้วค่ะ

ความคิดเห็น