facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ไม่ว่าอำนาจ ครอบครัว หรือความรัก นางต้องการมันทั้งหมด!

ชื่อตอน : บทที่ 24

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.2k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ส.ค. 2561 15:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 24
แบบอักษร

“องค์ชายรองพูดไม่ได้ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์เลยหรือ?” หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายแล้วถาวจวินหลันก็อดไม่ได้ที่จะถามสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจ

นางกำนัลอาวุโสชิงชะงัก ท่าทางสบายๆ อย่างเมื่อครู่หายไปทันที แล้วจ้องมาที่ถาวจวินหลัน “ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ก็ไม่ใช่เรื่องที่คนทั่วไปอย่างพวกเราจะมีสิทธิ์ไปถาม ต่อไปห้ามเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นอีก ไม่ว่าจะอยู่ต่อหน้าใคร ก็ห้ามไปถามทั้งนั้น มันไม่เป็นผลดีอะไรกับเจ้าเลย”

ขณะนางกำนัลอาวุโสชิงพูดเรื่องนี้ น้ำเสียงกลับไม่ได้เย็นชา และยังมีรอยยิ้มให้เห็นบางๆ ราวกับผู้ใหญ่พูดตักเตือนเด็กอย่างนั้น

ทว่าถาวจวินหลันเข้าใจดี ที่นางกำนัลอาวุโสชิงพูดเช่นนี้ก็หมายความว่าห้ามพูดเรื่องนี้อีกทั้งในตอนนี้และต่อไป แน่นอนว่านางเข้าใจดี ที่นางกำนัลอาวุโสชิงพูดเช่นนี้เป็นเพราะหวังดีกับนาง หากเป็นคนอื่นอาจจะไม่ตักเตือนนางเช่นนี้ก็ได้

“ขอบคุณกูกูที่ตักเตือนข้าเจ้าค่ะ” ถาวจวินหลันก้มหน้ารับคำและยอมรับผิดแต่โดยดี “ข้าได้ล่วงเกินไปแล้ว” พูดจบก็เก็บความรู้สึกสงสัยเอาไว้ในใจ แล้วไม่ไปคิดถึงเรื่องนี้อีก

นางกำนัลอาวุโสชิงเผยรอยยิ้มออกมา “เจ้าเป็นคนน่ารักน่าเอ็นดูนะ”

นั่นนับว่าเป็นการชมเกินไป ถาวจวินหลันยิ้มอย่างเขินอาย ทว่าลึกๆ กลับรู้สึกสลดใจขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อก่อนครั้งนางยังอยู่บ้าน ท่านพ่อชอบพูดอยู่เสมอว่านางเป็นเด็กร่าเริง ทว่าหลังจากผ่านเรื่องพวกนั้นไปก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว

หลังจากคุยกับนางกำนัลอาวุโสชิงทั้งบ่าย ถาวจวินหลันก็รู้สึกว่าตัวเองสนิทสนมกับนางกำนัลอาวุโสชิงขึ้นมามาก นางกำนัลอาวุโสชิงรู้ว่านางยังมีน้องสาวอีกคนอยู่ในวังหลวงด้วยกันจึงดูแลนางมากขึ้นเป็นพิเศษ ขนมที่เหลือและของกินที่ไม่เสียง่ายก็จะเก็บเอาไว้ให้นาง เอาไว้แบ่งกันกับถาวซินหลัน

ทว่าน่าเสียดายที่ของที่จะเอาให้ถาวซินหลันนั้นจะต้องวานให้คนในหน่วยงานซักล้างช่วยเอาไปส่งให้อีกที จึงไม่ได้เจอหน้ากัน

องค์ชายรองหยุดพักเป็นวันที่สาม จิ้งหลิงก็มีประกาศมาว่า “พรุ่งนี้องค์ชายใหญ่ องค์หญิงใหญ่ องค์หญิงรองและองค์หญิงสามจะเสด็จมาเป็นแขก พรุ่งนี้พวกเจ้าทุกคนก็ระวังกันหน่อย หากใครทำให้วังเต๋ออันขายหน้า จะต้องถูกโบยสิบที”

ถูกโบยสิบที แม้จะไม่ได้หนักหนาสาหัสเท่าใดนัก แต่ก็นับว่าเจ็บเนื้อเจ็บตัวไม่น้อย แล้วที่สำคัญที่สุดคือ มันเป็นการเสียหน้า การที่ผู้หญิงต้องดึงกางเกงลงเปิดก้น แล้วนอนลงให้เขาโบยนั้น แค่คิดก็ทำให้รู้สึกหน้าแดงหูแดงไปหมด ที่สำคัญคือ คนที่ทำการลงโทษคือขันที แม้ขันทีจะไม่นับว่าเป็นผู้ชาย ทว่าก็ไม่สามารถนับได้ว่าเป็นผู้หญิงจริงหรือไม่?

ดังนั้น นี่ถือเป็นหนึ่งในบทลงโทษที่คนในวังต่างไม่อยากได้รับ

ต่อมาจิ้งหลิงและชิวจื่อได้ปรึกษากันว่าจะจัดให้ใครไปทำหน้าที่ไหนบ้าง

ถาวจวินหลันถูกจัดให้ไปช่วยงานในห้องครัว ในห้องครัวตอนนี้มีแค่นางกำนัลอาวุโสชิงกับนางกำนัลผู้ช่วยอีกหนึ่งคน โดยปกติแล้วจะไม่ยุ่งจนทำงานไม่ทัน ทว่าในวันนี้จะมีงานเลี้ยง คนทำงานจึงไม่พอ

แน่นอนว่า ถาวจวินหลันไม่ใช่คนที่ทำอาหารเป็น แต่ไปถึงแล้วนางก็คงจะได้แค่ช่วยเหลืออะไรเล็กน้อยเท่านั้น เช่นงานล้างผักหรือยกอาหารอะไรพวกนี้

หลังจากนางกำนัลอาวุโสชิงรู้เรื่องนี้แล้ว ก็ไม่ได้มีท่าทีเปลี่ยนไปมาก เพียงแค่ยิ้มเล็กน้อย “วังเต๋ออันของเราไม่ค่อยมีแขกเท่าไร พรุ่งนี้ข้าจะทำอาหารที่ข้าถนัด จะไม่ให้วังเต๋ออันขายหน้าอย่างเด็ดขาด” พูดแล้วก็มองมาที่ถาวจวินหลัน “พรุ่งนี้ลำบากเจ้าแล้ว”

ถาวจวินหลันรู้สึกตกใจเล็กน้อย “คนที่ลำบากคือท่าน ไม่ใช่ข้า กูกูอย่ามาล้อข้าเล่นเลยเจ้าค่ะ”

จิ้งหลิงเองก็ยิ้มอยู่ข้างๆ “พรุ่งนี้ ห้องครัวจะต้องเป็นที่ที่ยุ่งที่สุดแน่นอน จวินหลัน เจ้าคอยอยู่ช่วยกูกู ไม่จำเป็นต้องออกมาช่วยอะไรข้างนอก”

ถาวจวินหลันก้มหัวลง ตอบรับอย่างนอบน้อม “เจ้าค่ะ พี่จิ้งหลิง”

รอยยิ้มของจิ้งหลิงกว้างขึ้นอีกเล็กน้อย พลางถอนใจออกมาอย่างพอใจ “พรุ่งนี้พวกเราจะต้องทำให้องค์ชายรองได้หน้าได้ตา!”

หลังจากกำชับอีกไม่กี่คำ ก็สั่งให้ทุกคนแยกย้ายกันได้ ถาวจวินหลันเห็นว่าพรุ่งนี้จะต้องไปช่วยงานในห้องครัว จึงได้เดินตามนางกำนัลอาวุโสชิงไป “กูกู ไม่ทราบว่าพรุ่งนี้จะให้ข้ามาช่วยเวลาใดหรือเจ้าคะ?”

นางกำนัลอาวุโสชิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตัดสินใจ “ไม่ต้องเช้ามากก็ได้ เจ้ากินอาหารเช้าเสร็จค่อยมาเถิด ถึงอย่างไรก็ทำทันอยู่แล้ว”

“ได้เจ้าค่ะ” ถาวจวินหลันยิ้มรับ แล้วหมุนตัวกำลังจะเดินกลับห้องไป ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงของนางกำนัลอาวุโสชิงถามขึ้นว่า “เจ้าโดนสั่งให้มาอยู่ห้องครัวนี้คนเดียว เจ้าไม่รู้สึกน้อยใจหรือ?”

ถาวจวินหลันชะงัก แล้วค่อยๆ หันกลับไปยิ้ม ด้วยใบหน้าไม่ได้ใส่ใจ “กูกูพูดอะไรแปลกจริง ข้าจะน้อยใจได้อย่างไรกัน? ทำงานอยู่ที่ไหน ข้าก็เป็นเพียงแค่นางกำนัลมิใช่หรือเจ้าคะ? ฐานะข้าก็ไม่ได้เปลี่ยนไปสักหน่อย และยังไม่ได้มีผลดีอื่นๆ กับข้าด้วย แล้วทำไมข้าจะต้องเก็บมาคิดมากกันหรือเจ้าคะ?”

“เจ้าแกล้งโง่ หรือว่าไม่เข้าใจจริงๆ” นางกำนัลอาวุโสชิงพูดแกล้งว่านางด้วยหน้าตาประหลาดใจ “จิ้งหลิงทำไปเพื่ออะไร เจ้าไม่รู้จริงๆ หรือ?”

ถาวจวินหลันยังคงยิ้มอยู่ ไม่มีท่าทางแปลกใจเลยสักนิด “รู้แล้วยังจะทำอะไรได้เจ้าคะ? ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้นหรอก นางจะทำอะไรก็ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า อีกอย่าง ได้เรียนรู้งานในห้องครัวกับท่านสักหน่อยก็นับว่าเป็นเรื่องดี ต่อไปได้ออกจากวังหลวงไปแต่งงานก็จะเป็นประโยชน์กับตัวข้ามิใช่หรือ?”

นางกำนัลอาวุโสชิงได้ยินเช่นนี้ก็เข้าใจทั้งหมด จึงอดไม่ได้ที่จะพูดชมออกมา “เจ้าเข้าใจทุกอย่างจริงๆ” มองดูท่าทีเรียบเฉยไม่สนใจของถาวจวินหลัน ก็พลอยนึกไปถึงท่าทีระแวดระวังของจิ้งหลิง จากนั้นนางกำนัลอาวุโสชิงคิดดูแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรน่าใส่ใจ จึงส่ายหัวแล้วถอนใจ เด็กสาวพวกนี้ต่างมีความเพ้อฝัน ราวกับดื่มยาเสน่ห์เข้าไปอย่างไรอย่างนั้น อันที่จริงได้อยู่กับองค์ชายรองดีตรงไหนกัน? แม้ว่าต่อไปจะกินอยู่สบาย ทว่าต้องแลกมาด้วยความทุกข์ ซึ่งนับเป็นความทุกข์ที่สาหัดเกินกว่าจะพูดถึงได้เลยทีเดียว ถึงกระนั้นทำไมถึงต้องอยากเป็นเช่นนั้นกันด้วยเล่า? อยู่อย่างเรียบง่ายเช่นนี้ไม่ดีกว่าหรอกหรือ?

ทว่าเพราะเหตุนี้ ทำให้นางกำนัลอาวุโสชิงกลับรู้สึกชอบและเมตตาถาวจวินหลันขึ้นอีกไม่น้อย ใครจะไม่ชอบเด็กสาวที่ฉลาดและซื่อตรงกันเล่า?

ทว่าหลังจากถาวจวินหลันกลับไปที่ห้อง กลับถูกเยว่จูดึงตัวเอาไว้ แล้วพูดกับนางอย่างตะกุกตะกัก “จวินหลัน ข้าขอยืมต่างหูของเจ้า แล้วก็ถุงหอมของเจ้าด้วยได้หรือไม่?”

ถาวจวินหลันรู้สึกประหลาดใจ “อยู่ดีๆ จะยืมของพวกนี้ไปทำอะไรกันเล่า?” ไม่ใช่ว่านางไม่อยากให้ ถึงอย่างไรก็เป็นของเล็กของน้อย เพียงแต่นางไม่เข้าใจว่า เยว่จูก็มีต่างหูเป็นของตัวเอง ถุงหอมก็ยังมีอยู่ ทำไมยังจะต้องมาขอยืมของนางกัน?

“ของเจ้าสวยกว่าของข้า” เยว่จูหัวเราะคิกๆ เกาะแขนของถาวจวินหลันไว้ ด้วยดวงตาเป็นประกาย พร้อมทั้งใบหน้าเผยรอยยิ้มประจบประแจง “พรุ่งนี้จะมีงานเลี้ยงมิใช่หรือ? ข้าอยากแต่งตัวสวยๆ นี่เท่ากับว่าทำให้วังเต๋ออันได้หน้ามิใช่หรอกหรือ?”

ถาวจวินหลันยิ้มออกมาเล็กน้อย คนนะไม่ใช่แจกันดอกไม้ แต่งตัวให้ดูดีอย่างไรก็ใช่ว่าจะได้หน้าขึ้นมา อีกทั้งเป็นนางกำนัลก็แต่งหน้าไม่ได้ ทัดดอกไม้ก็ไม่ได้ จะแต่งตัวอย่างไรก็มีข้อจำกัด ต่างหูหนึ่งคู่ ถุงหอมหนึ่งถุง จะมีผลอันใดกัน?

แต่ถึงอย่างไรเยว่จูก็เอ่ยปากขอแล้ว นางจะปฏิเสธก็ไม่ได้ จึงทำได้แค่เปิดกล่องของตัวเองขึ้นมา แล้วให้เยว่จูหยิบของไป

เยว่จูหยิบต่างหูและถุงหอมไปแล้ว ก็ดีใจรีบไปใส่ต่างหูดูกระจก จากนั้นก็หมุนหัวไปมาอยู่หน้ากระจก แล้วถามถาวจวินหลันว่า “สวยหรือไม่?”

ถาวจวินหลันยิ้มอ่อน “สวยสิ” เพียงแต่น่าเสียดายที่ผิวของเยว่จูนั้นยังขาวไม่พอ ทำให้ต่างหูทับทิมคู่นี้ขับผิวของเยว่จูออกมาได้ไม่มากเท่าไรนัก

ทว่าดูจากท่าทางของเยว่จูแล้ว น่าจะรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก ครั้นมองดูอยู่พักหนึ่งจนพอใจ ก็ได้วางกระจกลง แล้วมองถาวจวินหลันอย่างประหลาดใจ “บนต่างหูนี่เป็นทับทิมใช่หรือไม่? แพงน่าดูเลยใช่หรือไม่? เจ้ามีของเช่นนี้ได้อย่างไร?”

ถาวจวินหลันถูกคำถามนี้ทำให้นึกย้อนกลับไปในอดีต จึงเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย “มีคนให้ข้ามาในวันเกิดปีที่สิบสี่ของข้า ถึงแม้จะเป็นทับทิม แต่ก็ไม่ได้มีราคามากนัก เพราะขนาดเล็กเกินไป”

ส่วนที่ว่าใครให้มานั้น ถาวจวินหลันไม่ได้บอก เยว่จูเองก็ไม่ได้ถามต่อ

วันต่อมา ถาวจวินหลันตื่นเร็วกว่าปกติครึ่งชั่วยาม ครั้นล้างหน้าเสร็จแล้วก็รีบไปที่ห้องครัว ถึงแม้นางกำนัลอาวุโสชิงจะบอกให้มาหลังเวลาอาหารเช้าได้ แต่ถึงอย่างไรตอนนี้นางก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว รีบไปช่วยงานเร็วสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน

ครั้นเห็นถาวจวินหลัน นางกำนัลอาวุโสชิงก็ทำหน้าแปลกใจ “ทำไมมาแต่เช้าขนาดนี้เล่า”

ถาวจวินหลันยิ้ม “อากาศร้อนจนข้านอนไม่หลับ จึงมาช่วยงานเร็วหน่อยเจ้าค่ะ” พูดไปก็ถกแขนเสื้อขึ้นไป “ข้าพอจะช่วยอะไรได้บ้างเจ้าคะ?”

นางกำนัลอาวุโสชิงเห็นเช่นนั้น ก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ “เจ้าไปนั่งล้างผักอยู่ข้างๆ ก็แล้วกัน น้ำเย็นสบายจะทำให้เจ้ารู้สึกเย็นสดชื่น”

หลังจากได้รับคำสั่ง ถาวจวินหลันก็ไม่ได้ลังเล รีบยกถังไปรองน้ำแล้วมานั่งล้างผักอย่างสำรวมอยู่ข้างๆ

นางกำนัลอาวุโสชิงทำแป้งเสร็จแล้วก็เริ่มหั่นผัก ทักษะการใช้มีดของนางกำนัลอาวุโสชิงดีมาก หั่นได้เร็วและมีความหนาความยาวเท่าๆ กันทั้งหมด เหมือนกับว่าวัดมาแล้วอย่างดี มีดกระทบกับเขียงดัง ‘ฉับฉับฉับ’ ทำให้คนที่ได้ยินรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา

อาหารเช้าทำเสร็จอย่างรวดเร็ว ข้าวต้ม กับข้าว และหมั่นโถวที่นึ่งไว้เรียบร้อย พวกนี้มีไว้สำหรับขันทีและนางกำนัล ส่วนขององค์ชายรองนั้นจะต้องทำแยกต่างหาก และประณีตกว่าไม่รู้ตั้งกี่เท่า ข้าวต้มจะทำด้วยข้าวอย่างดี ผัดผักจะต้องใช้ด้านในของผักสดซึ่งเป็นส่วนที่อ่อนนุ่มที่สุด อีกทั้งยังมีซาลาเปาน้ำซุป และยำสาหร่ายสีเขียวมรกต รวมๆ ทั้งหมดน่าจะมีสิบกว่าอย่างได้ ทว่าปริมาณนั้นไม่เยอะ

นางกำนัลอาวุโสชิงเปิดซึ้งนึ่งออก หยิบจานมาใส่ซาลาเปาสามลูก ลูกหนึ่งให้นางกำนัลที่เป็นลูกมือ อีกลูกหนึ่งส่งให้ถาวจวินหลัน “หิวหรือยัง? เมื่อครู่ข้าตั้งใจทำไว้ให้ รีบกินเถอะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะหาว่าข้าลำเอียงเอาได้”

เยี่ยนเอ๋อร์เห็นว่านี่เป็นเรื่องปกติไปแล้ว ใบหน้าที่อวบอิ่มจึงรีบยิ้มออกมา “ข้ารู้ว่ากูกูใจดีที่สุดเจ้าค่ะ”

ถาวจวินหลันเพิ่งเคยเจอเรื่องเช่นนี้เป็นครั้งแรก จึงยังระวังตัวเล็กน้อย ทว่าก็รีบรับเอาไว้ ใครๆ ต่างก็พูดกันว่า คนครัวไม่มีวันหิวตาย ไม่ผิดอย่างที่พูดไว้เลย จะอย่างไรก็ตามคนครัวนั้นจะได้กินของดีอย่างแน่นอน

ซาลาเปานั้นไม่นับว่าใหญ่มาก ขนาดประมาณฝ่ามือ ทว่าแป้งบางไส้เยอะ กัดไปเพียงคำเดียว ก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นเนื้อหอมๆ และน้ำซุปที่ไหลออกมา ช่างหอมอร่อยเสียเหลือเกิน

ถาวจวินหลันกินอย่างพออกพอใจ นางไม่ได้กินซาลาเปาเนื้อมานานมากแล้ว คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะมีลาภปาก

นางกำนัลอาวุโสชิงเห็นเยี่ยนเอ๋อร์กินหมดอย่างรวดเร็ว จึงแบ่งในมือให้อีกครึ่งลูก แล้วแกล้งด่าว่า “เจ้ากินเช่นนี้ ครั้นออกจากวังหลวงไป เกรงว่าจะกลายเป็นคนอ้วนเสียก่อน”

เยี่ยนเอ๋อร์เพิ่งจะอายุสิบเอ็ดปี อายุยังน้อยอยู่จะหิวบ่อยนั้นก็ปกติ อีกทั้งยังเป็นช่วงกำลังโต กินเก่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ครั้นได้ยินที่นางกำนัลอาวุโสชิงพูดแล้ว สาวน้อยก็ดูไม่สบายใจขึ้นมา จึงหุบยิ้มแล้วพูดว่า “กูกูพูดไร้สาระ ข้าไม่เป็นเช่นนั้นหรอกเจ้าค่ะ”

ถาวจวินหลันได้ยินก็อดหัวเราะไม่ได้ แล้วพูดแทรกขึ้นมาว่า “กินได้แปลว่ามีความสุข กินเถิด อย่ากินเยอะเกินก็พอ รอจนเจ้าสูงขึ้นกว่านี้อีกหน่อย ก็จะเอวบางร่างเล็กแน่นอน”

หลังจากกินซาลาเปาแล้ว นางกำนัลอาวุโสชิงก็จัดเตรียมอาหารขององค์ชายรองใส่กล่อง แล้วให้เยี่ยนเอ๋อร์นำไปส่ง จากนั้นก็ลากถาวจวินหลันมาดูเมนูอาหาร “เจ้ามาช่วยข้าคิดหน่อย”

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว