ฝากติดตามเค้าด้วยน้าาา💕

บทที่ 17 : แย่งชิง

ชื่อตอน : บทที่ 17 : แย่งชิง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ส.ค. 2561 16:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 17 : แย่งชิง
แบบอักษร

“วันๆคิดจะเอาแต่เฝ้าคนผู้นี้งั้นหรือ เขาคือความล่มจมของบ้านเมือง ผู้ใดหลงใหลในตัวเขานี้ข้าก็เห็นจะมีแต่อันเป็นไปได้ทั้งนั้น”


“ท่านพ่อ.. ใจเย็นก่อน แล้วนี่ท่านเพิ่มจำนวนทหารยามหรือยัง เกรงว่าพวกเทียนหลงจะต้องลักลอบเข้ามาอย่างแน่นอน”


“อืม.. แต่ข้ากลับรู้สึกแปลกใจนัก ทุกอย่างเป็นใจเกินไป แม้เราจะวางแผนมานานแต่มันลื่นไหลจนข้าไม่นึกว่าจะง่ายเพียงนี้ อีกทั้งเสี้ยนหนามอย่างตระกูลหวังก็ล่มสลายอย่างง่ายดาย.. เพราะหลักฐานทุกอย่างชัดเจน”


“เรื่องนี้มีสิ่งและเหตุการณ์แปลกๆแทรกซ้อนหลายอย่าง.. อย่างเรื่องยาหมันของข้าที่หลี่เซวียนนำมา..ข้าพบว่านางกำนัลที่มีส่วนรู้เห็นนางเสียชีวิตไปนานแล้ว  หลายคนที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ตังกุยข้าก็ทราบมาว่าตายไปแล้วเช่นกัน ยังมิสืบสาวราวเรื่องให้ดีเลยแท้ๆ เพราะข้าคิดว่าลี่จูนางคงฆ่าปิดปาก”


.


.


ดวงตาคู่งามเหม่อมองออกไปยังนอกหน้าต่างบานเดิม ร่างบางเย็นเฉียบโดนความเย็นเข้าแทรกจนเกือบไม่รอดชีวิต.. ในตำหนักนั้นร้อนจนอบไปหมด ข้างนอกที่อากาศอุ่นขึ้นมาบ้าง แต่ภายในตำหนักร้อนจนบางคนทนอยู่ไม่ได้


ต่างจากหลี่เซวียนที่ยังคงกอบกุมมือเรียวเล็ก หวังจะพูดคุยแต่เสวี่ยม่านเงียบงันเหลือเกิน


“หากเจ้าไม่ยอมกินเจ้าจะตาย”


“ก็เพราะข้าเพียรพยายามฆ่าตัวตายไปแล้วข้าถึงเป็นเช่นนี้ แต่อย่างไรกลับไม่มีผู้ใดยอมให้ข้าตาย”


เสวี่ยม่านหันกลับมาแล้วปัดสำรับอาหารที่หลี่เซวียนสั่งนางกำนัลนำมาให้จนหกเลอะกระเด็นไปทั่ว ซ้ำยังโดนหลี่เซวียนไปครึ่งตัว 


แต่คนผู้นั้นกลับมีใบหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอาการใดใด รับสั่งให้นางกำนัลเข้ามาเก็บออกไปพร้อมเช็ดเนื้อตัวให้เสวี่ยม่าน


“ออกไปให้พ้นหน้าข้า!!”


ไหล่มนถูกตรึงกับผืนเตียง ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยแฝงความโกรธจัดจนแทบทนไม่ไหว ริมฝีปากบางแห้งผากยามนี้เป็นที่ระบายโทสะ ใบหน้าใสสะอ้านไร้เลือดฝาดถูกบีบสันกรามเล็กจนขึ้นสีแดงเป็นริ้วๆ


ลิ้นอุ่นสอดแทรกอย่างจาบจ้วงรุนแรง เกี่ยวกระหวัดอย่างถวิลหา แต่ปากก็ถูกกัดจนชาไปหมด มุมปากซึมโลหิตสีสดไหลย้อนออกมา


“อย่ามาแตะต้องข้า!!”


เพียะ!!


ฝ่ามือเล็กตบลงไปเต็มแรงอย่างมิเกรงกลัว กลับสร้างความโกรธจนเลือดขึ้นหน้า หากมันผู้ใดมาทำกับตนเช่นนี้คงไม่อยู่รอดปลอดภัยมาจนปัจจุบัน แต่คนผู้นี้ที่ตบหน้าตนและกัดปากจนเลือดซึมคือเสวี่ยม่าน


“ได้!! ในเมื่อเจ้าไม่ยอมรับในสิ่งที่ข้ามอบให้ข้าก็จะยัดเยียดให้เจ้าแทน!”


เสวี่ยม่านถูกบีบหัวไหล่จนสั่นสะท้าน ร่างกายขืนตัวหนีแต่ถูกกอดรวบไว้แนบอก คนโดนกระทำทุบตีอีกฝ่ายสุดแรงหวังให้เป็นอิสระแต่กลับมิเป็นผลใดอยู่ดี


“ความจริงเจ้ามันก็ร้อนร่านไม่ต่างจากคนในซ่องสุม ข้ารู้มาตลอดว่าเจ้ามองเหวินเหลียงอย่างไร พอถูกเหวินซานแตะต้องเข้าหน่อยเจ้ากลับตาลปัตรเปลี่ยนใจเลยหรือ.. งั้นข้าควรใช้วิธีเดียวกัน”


“ใช่ ข้ามันมักมาก แต่กับคนเช่นเจ้าข้าไม่เคยและไม่มีวันชายตามอง!! ไม่!! อย่ามายุ่งกับข้า”


เสวี่ยม่านดิ้นหนีอีกครา แล้วพบกับมีดสั้นเล็กๆที่แนบไว้ข้างเอวหลี่เซวียน มือบางตัดสินใจคว้ามันออกมาหมายจะจ้วงแทงใส่อีกคนให้หลุดพ้น แต่คนไวกว่าย่อมได้เปรียบ ข้อมือเล็กถูกบีบจนมีดสั้นร่วงผล็อยลงพื้น


ร่างบางถูกผลักกระเด็นจนจมลงบนเตียงทั้งตัว สองมือถูกกดทับเช่นเดียวกับสองขา อาภรถ์ถูกถอดออกจนเปลือยเปล่าเผยสีผิวขาวกระจ่างน่าแต่งแต้มรอย


“ร่างกายเจ้ายั่วยวนราคะถึงเพียงนี้ เสด็จพี่คงหลงใหลในตัวเจ้าหัวปักหัวปำ กลับมีคนโง่เพียงผู้เดียวเช่นเหวินเหลียงที่มั่นคงในรักข้างเดียวอย่างโง่เขลา เฟิงหลินอย่างไรก็มิมีทางตอบรับ หึ..”


“ออกไปจากตัวข้า!! ท่านมันโสมม”


หลี่เซวียนเก็บเศษผ้าขาดๆที่ตกหล่นบนเตียงมามัดมือเสวี่ยม่านแล้วนำโซ่ตรวนเส้นหนามาพันธนาการข้อเท้าเล็กไว้อย่างแน่นหนา


“เจ้าจะตายอยู่ที่นี่ไปพร้อมกับข้า!!”


เมื่อจัดการกักขังพันธนาการเสวี่ยม่านไว้อีกครั้งก็จับเรียวขางามแยกออก สอดนิ้วมือเปียกชุ่มเข้าไปในช่องทางสีสวย อยากดำดิ่งเข้าไปเช่นคราวนั้น.. จินตนาการฝันถึงนับครั้งไม่ถ้วน


“อะ โอ้ย!! ข้าเจ็บ! เอามันออกไป”


หลี่เซวียนมิได้สนใจอีกต่อไป หากยังคงก้มโลมเลียช่องทางนั้นไม่หยุดจนเปียกชื้นไปหมด สองมือก็จับอ้าขาค้างแล้วนั่งคุกเข่าถูไถแก่นกายใหญ่โตกับร่องสะโพกมน ส่วนหัวถูกดันเข้าไปจนปวดหนึบเพราะเสวี่ยม่านไม่ยอมรับตนแม้แต่น้อย


“องค์ชายสี่พะยะค่ะ!! ยามนี้พวกเหวินเหลียงและเทียนหลงบุกรุกมาจนถึงหน้าประตูวังหลวงแล้ว”


“ได้อย่างไร!! ทัพมันควรจะมีแค่หยิบมือและล้มตายในสงครามมิใช่หรือ”


แต่ไหนแต่ไรก็ทราบมาตลอดว่าวังหลวงนั้นมีหลายขั้วอำนาจแตกหน่อตั้งแต่สมัยฮ่องเต้องค์ก่อนจนเกิดกบฎมาจนฮ่องเต้องค์ปัจจุบันคือเหวินซาน อำนาจนั้นก็มิได้อยู่ภายในกำมือทั้งหมด ขุนนางฝ่ายบุ๋นฝ่ายบู้ตำแหน่งใหญ่ ซ้ำยังมีทหารในปกครองเพราะครอบครัวเก่าแก่แต่งงานกับตระกูลแม่ทัพ


เช่นนี้จึงคิดว่าการที่เหวินซานไปปราบเองที่ตอนเหนือคงจะลำบากและเสียไพร่พลไปมิน้อย ซ้ำยังล้มล้างตระกูลหวังที่สูสีกันมากับตระกูลหลิ่วลงได้


หลี่เซวียนนึกคิดแล้วถอนแก่นกายออกมาพลันสวมเสื้อคลุมหลวมๆเดินไปเปิดประตูตำหนักทำให้ผู้ที่รายงานสถานการณ์อยู่ภายนอกลอบมองเข้ามาจนหลี่เซวียนมิพอพระทัยที่มันมองเสวี่ยม่านที่มิได้สวมใส่อะไรเช่นนี้


“ถ้ายังไม่อยากตาบอดก็หยุดมองเสีย”


“กระหม่อมขอประธานอภัยพะยะค่ะ..”


“อืม.. ข้าจะไปหาขุนนางหลิ่วและเตรียมทัพให้พร้อม ยื้อไว้ให้นานที่สุด อย่างไรวังหลวงย่อมแน่นหนา วันนี้ไม่ช้าก็เร็วคงมาถึงอยู่ดี ขอเพียงรับมือไหวก็ไร้เสี้ยนหนาม เหวินเหลียงและเทียนหลงต้องตาย!!”


หลี่เซวียนกลับมาสวมชุดเต็มยศแล้วแล่นออกไปยังท้องพระโรง พร้อมรับสั่งให้ผู้ติดตามของตนคอยดูแลเสวี่ยม่านไม่ห่าง นางคือเด็กกำพร้าที่หลี่เซวียนชุบเลี้ยงมานานและคอยช่วยเหลืองานหลายอย่าง


“เหวินซานหายตัวไปแต่เสี้ยนหนามชิ้นใหญ่ยังอยู่ ไหนว่าท่านส่งคนไปประกบพวกหน่อเนื้อเชื้อพระวงค์เหล่านี้หมดแล้วมิใช่หรือ ข้าอุตส่าห์ส่งคนของข้าไปร่วมด้วยหนึ่ง”


เทียนหลงน่ะหรือคือบุคคลน่าเกรงกลัว เป็นเพียงอ๋องวิปลาสผู้หนึ่งมิได้อยู่ในสายตาใคร แต่เหวินเหลียงมีเกียรติประวัติที่ดีมายาวนานตั้งแต่สมัยฮ่องเต้องค์ก่อน เหตุนี้จึงมีแต่ผู้คนเคารพนับถือรวมถึงเหวินซานเช่นกันเพราะยศศักดิ์คือพระปิตุลา


ปึก!! 


ร่างกายหนักของ เจิ้ง หยางชุนถูกโยนลงพื้นแล้วมองดูศีรษะถูกเสียบประจาน แม้ผ่านมาเกือบจะร่วมเดือนก็ยังคงสภาพไว้ดีเพราะอากาศเย็นจัด


พึ่งจะทราบว่าพ่ายแพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มอะไร เหวินซานนำไปหลายก้าวมากนัก ทุกอย่างถูกวางไว้ยาวนานกินเวลาหลายปีเพื่อหมายจะถอนรากถอนโคนให้หมดสิ้น


เข้าใจแล้ว.. เหตุใดถึงเป็นฮ่องเต้ที่เป็นที่ยอมรับถึงเพียงนี้ เหลือเพียงแค่กลุ่มขุนนางหลิ่วที่ยังมิทราบสิ่งใดว่าได้สะดุดขาตนเองเสียแล้ว ยอมเดินตามสิ่งที่เหวินซานวางเบี้ยหมากไว้ทุกตัว


และคนผู้นั้นก็ยังคงดูเป็นฮ่องเต้ที่คงแต่คุณงามความดีคอยปราบกบฎและทรราช พระหัตถ์มิแปดเปื้อนสิ่งใดมีแต่คำสรรเสิญเยินยอ


“อึก..!!”


เจิ้ง หยางชุนปวดหน่วงที่ทรวงอกทรุดตัวลงบนพื้นขณะที่ทหารหลายคนพยายามจะช่วยกันเปิดประตูวังใต้บัญชาเหวินเหลียง เมื่อรั้งรอมิได้จึงคิดหาทางลัดอื่นเนื่องด้วยเทียนหลงต้องไปทำภารกิจลับแอบลักลอบเข้าออกบ่อยตามรับสั่งเหวินซาน


“เจ้าไปทางนั้น จัดการกับอาวุธ ส่วนข้าจะไปหาหลี่เซวียน”


เมื่อเข้ามาได้เรียบร้อย เหวินเหลียงรับสั่งพร้อมกับรีบรุดไปท้องพระโรง


.


.


“ทหาร!! เข้ามาจัดการกับคนผู้นี้เสีย”


ทหารองครักษ์เกราะทองเดินเข้ามาอย่างกล้าๆกลัวเพราะทราบดีว่าบุคคลนี้คือ หยาง เหวินเหลียง ผู้อยู่เหนือคนทั่วหล้า ใต้เงาคนเพียงหนึ่ง


“วางดาบลงเสียหากพวกเจ้ากลัวที่จะเข้ามาขัดขวางข้า”


“เอาเถอะ พวกเจ้าจงไปเตรียมรับมือข้างนอก”


หลี่เซวียนหาได้รีรอแต่กระโดดลอยตัวเข้ามาประชิดเหวินเหลียงทันที เข็มเงินถูกปักลงมาพร้อมกับคมกระบี่หมายจะจ้วงแทง เหวินเหลียงประมาทพลาดท่าโดนเข็มเงินปักผิวหนังเลือดซึมที่หลังมือออกมาไม่หยุด


“หึ.. รักษาพระวรกายท่านให้ดีเถิดพระปิตุลา”

หลี่เซวียนมิใช่คนอ่อนแอ แต่ถือเป็นคู่ปรับของเหวินเหลียงได้สบายๆ ซ้ำยังมีวรยุทธ์ล้ำเลิศปราดเปรียวว่องไว


“อย่าคิดว่าข้าจะยอมเจ้า เป็นเจ้าเองที่ส่งคนมาสังหารข้า”


“คนของข้าเพียงแค่หนึ่งคนเท่านั้น ข้าเชื่อว่าท่านรับไหว”


เข็มเงินถูกดีดออกไปอีกสามเล่มแต่ก็ถูกปัดออกไปทันท่วงที หลี่เซวียนเอียงตัวเข้ามาสอดแขนหมายจะแทงคมดาบที่ข้างลำตัว


ปลายกระบี่โค้งงอไปตามรูปจิกปลายลงไปราววารีรินไหลปักลงยังแขนขาแม้จะหลบก็หลบมิพ้น หยดเลือดวงเล็กวงใหญ่หยดลงบนพื้น กำลังมิได้ถดถอยแต่การเคลื่อนไหวเหวินเหลียงช้าลงราวกับมีพิษแล่นสู่ร่างกาย

“อึก..”


“ทุกสามชั่วยามท่านจะทรมานร้อนรุ่มดั่งไฟสุมและภายในเจ็ดวันท่านจะตาย..”


หลี่เซวียนเอ่ยขึ้นแล้วเช็ดคราบเลือดออกจากปลายกระบี่ของตน พลันแล่นออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อควบอาชาไปยังตำหนักไม่ใกล้ไม่ไกล ...ในขณะที่เหวินเหลียงสลบลงไปทันทีที่หลี่เซวียนกล่าวจบ


.


.


“คิดจะลักลอบขโมยพระชายาข้าไปจากตำหนักงั้นหรือ ต้าอิงจัดการคนผู้นี้ให้สำเร็จ”


เข็มเงินชุดเดิมถูกปล่อยออกไปยังชายตรงหน้าแต่ว่าหลบพ้นทันท่วงที เทียนหลงถูกประกบโดยผู้ติดตามรับใช้หลี่เซวียน นางมีฝีมือร้ายกาจและถนัดใช้ยาพิษเป็นอาวุธ


“หัวขโมยดั่งเช่นเจ้าจะโดนทวงคืนทุกสิ่ง”


เทียนหลงต้องรับมือกับต้าอิงขณะที่เสวี่ยม่านถูกลากไปอีกทางเสียแล้ว หลี่เซวียนกระชากตัวมาขึ้นหลังอาชาพร้อมรับสั่งทหารให้นำตัวเหวินเหลียงไปคุมขัง ศึกด้านนอกนั้นใกล้จะเริ่มอีกกลุ่มยังมีแม่ทัพอวี้ที่ยกกองทัพมาทันท่วงที


“ไม่!! เหวินเหลียง!  หยาง เหวินเหลียง!!”


เสวี่ยม่านหลุดจากการพันธนาการของหลี่เซวียนมุ่งไปยังชายอีกคนที่ถูกลากตัวไป ยามนี้สลบมิรับรู้สิ่งใดว่ามีผู้หลั่งน้ำตาเรียกหาให้ฟื้นคืน


“เจ้าทำอะไรกับเหลียงอ๋อง!!” 


ใบหน้าใสสะอ้านปาดน้ำตาแล้วถูกดึงมาสวมกอดไว้แต่เสวี่ยม่านเอาแต่ต่อต้านทุบที มือเล็กคว้ากระบี่จากเอวหลี่เซวียนแล้วฟันสะเปะไปทั่ว


หลี่เซวียนหมายจะเข้ามาห้ามปรามแต่ถูกขู่ว่าจะฆ่าตัวตายแล้วจ่อดาบเข้าลำคอตน ทำให้อีกคนที่จะเข้ามาหยุดยืนเพียงแค่นั้น เสวี่ยม่านจึงวิ่งตามเหวินเหลียงออกไป


“ปล่อยเหวินเหลียงกับข้าไป!!” 


คมกระบี่ยังจ่อลำคอขาว ใบมีดคมกรีดลงไปเนื้อผิวนวลบางส่วนจนเลือดซึม หลี่เซวียนจำใจสั่งให้ทหารแบกเหวินเหลียงขึ้นม้าขณะที่เสวี่ยม่านก็กระโดดขึ้นนั่งบนอานอย่างทุลักทุเล


“ถ้าเจ้ายังตามมาข้าจะฆ่าตัวตาย!!”


ชุดขาวสะอาดเปื้อนโลหิตสีแดงฉานเป็นดวงๆ ชายผ้าค่อนข้างยาวพริ้วไหวตามสายลม กลีบอาชาพร้อมคนขี่แล่นไปอย่างมิคิดหวนคืนไปยังประตูวังทางด้านทิศใต้ที่ตนเคยจะหนีครานั้น


“ไปนำม้าเร็วมาให้ข้า!! และไปบอกกับขุนนางหลิ่วว่าต้าอิงจะอยู่ช่วยทางนี้แทนข้า”


หลี่เซวียนรับสั่งขณะที่มือหนากำเข้าหากันแน่นอย่างกริ้วโกรธ.. ใยเสวี่ยม่านจึงมิมีเยื่อใยให้ตนเพียงสักนิด เห็นทีจับกลับมาคราวนี้คงจะต้องกักขังให้ลืมเลือนแสงตะวัน คอยปรนนิบัติตนเพียงในตำหนักเท่านั้น!!


“หวะ.. เหวินเหลียง อึก.. ท่านอดทนไว้นะ ฮึก! ฮือ”


เสวี่ยม่านกลั้นสะอื้นพลันควบอาชาไปเรื่อยๆตามเส้นทาง แม้ยามนี้จะไม่ทราบว่าไปที่ใดแต่ต้องหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำให้ เพราะอย่างไรเสียหลี่เซวียนมิมีทางปล่อยตนและเหลียงอ๋องไปโดยง่าย


ย๊า!


เสวี่ยม่านเร่งความไวของอาชาแล้วพยายามนึกถึงเส้นทางที่ตนเคยจะใช้หนีคือทางแม่น้ำฝั่งตรงข้ามแคว้นต้าหลงคือแคว้นฉู่ เป็นแม่น้ำสายเดียวที่มิกลายเป็นน้ำแข็ง แต่น้ำแข็งที่เริ่มละลายหรือน้ำไหลจะลงมาสู่บริเวณนี้ทำให้น้ำเชี่ยวกราดมากขึ้น


“อืม.. อึก” 


เหวินเหลียงลืมตาขึ้นแล้วกุมขมับ ศีรษะปวดหนึบและเลือดตามแขนขาหยุดซึมไปแล้ว พบว่าตนพิงแนบแน่นซบแผ่นหลังบางสั่นสะท้านของใครบางคน กลิ่นกายหอมเป็นเอกลักษณ์และด้านข้างรูปหน้างดงามเพียงนี้พอจะเดาได้ไม่ยาก


“เสวี่ยม่านนั่นเจ้า..มองเห็น”


ใบหน้าใสสะอ้านพยักหน้ารับพลันปล่อยมือเหวินเหลียงที่กอบกุมไว้เพราะกลัวอีกคนที่สลบอยู่จะล่วงหล่นลงไป


“เหลียงอ๋องท่านเป็นอย่างไรบ้าง เหตุใดจึงพลาดท่าเสียที”


“อืม..ข้าถูกวางยาพิษซึ่งคาดว่าภายในเจ็ดวันคงมิรอด”


“ท่านอย่ากล่าวเช่นนั้น!! เราจะไปหาหมอกัน..”


เสวี่ยม่านตวาดลั่นแล้วเร่งฝีเท้าอาชาให้ไวขึ้น ขณะที่เหวินเหลียงโอบมาจากด้านหลังเอื้อมไปจับสายเพื่อควบคุมอาชาตัวนี้แทน


“ทุกหกชั่วยามอาการของข้าจะแย่ลง.. และนี่ข้าคิดว่ามันผ่านมาสามชั่วยามพอดีแล้ว อาการข้าจะร้อนดั่งไฟสุมเพราะร่างกายจะร้อนมาจากภายใน ข้าคิดว่าหากเจ้าเห็นข้าทรมานจนทนไม่ไหวจงสังหารข้าเสียเพราะยังไม่ทราบผู้ที่มียาแก้พิษชนิดนี้นอกจากหลี่เซวียน ภายในเจ็ดวันเราคงมิได้โชคดีเช่นนั้น”


เสวี่ยม่านนิ่งเงียบไม่ตอบสิ่งใดขณะที่อาชายังคงแล่นไปเรื่อยๆลงสู่ทางใต้ แม่น้ำยังคงไหลเชี่ยวหาจุดข้ามยากนักจนต้องล่องไปเรื่อยๆตามเส้นทางเพื่อขึ้นไปปากแม่น้ำ


“หลี่เซวียนอย่างไรมันต้องตามมาแน่ เพื่อมาชิงตัวเจ้า พอถึงเวลานั้นข้าจะช่วยให้เจ้าหลบหนีให้ได้นานที่สุด จงอย่าหันหลังกลับ จงอย่าหันมองว่าเกิดสิ่งใดขึ้นให้เจ้าหนีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ข้าขอฝากกำไลหยกชิ้นนี้ไว้กับเจ้า หากเจ้ามีโอกาสพบกับผู้มีนามว่าเฟิงหลิน จงมอบมันให้เขาแล้วเขาจะทราบเอง”


“ไม่!! ท่านจงนำมันกลับไปมอบด้วยตัวท่านเองเสีย”


เสวี่ยม่านบอกปัดเพราะมิต้องการช่วยเหวินเหลียงมาเพื่อให้ตายแทนตนอยู่ที่นี่



.............................................


“พวกเจ้าทั้งอ่อนล้าและหิวโหย หึ.. ข้าจะต้องได้ตัวเจ้ากลับคืนมาเสวี่ยม่าน”


รอยกีบเท้าอาชาที่พึ่งผ่านไปทางนี้ไม่นานทำให้ง่ายขึ้นต่อการตามของหลี่เซวียน ม้าเร็วมีความปราดเปรียวว่องไวและไม่เหนื่อยง่าย ไม่จำเป็นต้องพักบ่อย ขณะที่อีกคนขี่ม้าตัวเดียวไปสองคนซ้ำยังมีคนเจ็บอย่างเหวินเหลียง


.


.


ย๊า!!


เสวี่ยม่านรับรู้แล้วถึงสิ่งที่ตามมาไล่หลัง เหวินเหลียงที่อยู่ในภาวะสลึมสลือเพราะพิษไข้และผลจากยาพิษ


คนหนีติดพันอยู่อาณาบริเวณชะง่อนผาที่เบื้องล่างคือแม่น้ำสายเดิม ม้าเร็วใกล้ข้ามาเรื่อยๆจนถูกต้อนให้มาเส้นทางยากลำบาก หลี่เซวียนกระโดดลอยตัวมาขวางเบื้องหน้า จนอาชาที่เสวี่ยม่านขึ้นนั่งอยู่ตกใจจนยกสองขาทำให้ทั้งสองร่วงลงมา


“เสวี่ยม่าน.. จำที่ข้าบอกได้หรือไม่”


เหวินเหลียงประครองสติยืนหยัดชักดาบออกมาเบื้องหน้า แต่เสวี่ยม่านน่ะหรือจะยอมหนีไป 


“ถ้าเจ้าปล่อยเหวินเหลียงแล้วมอบยาถอนพิษให้ข้าจะยอมกลับไปพร้อมเจ้าแต่โดยดี”


เสวี่ยม่านถูกดึงรั้งแขนโดยเหวินเหลียง จะเป็นครั้งที่สองที่คนผู้นี้ยอมโดนกักขังเพื่อตนน่ะหรือ แค่ครานั้นยามที่อยู่ใต้การปกครองดูแลของเหวินซานก็ทำให้รู้สึกผิดต่อเสวี่ยม่านนัก


“เหตุใดรอบนี้ข้าจะยอมฟังเจ้า ครั้งล่าสุดที่ข้าเชื่อเจ้านั้นสุดท้ายแล้วเจ้าทำสิ่งใด เจ้าเดินไปยังทะเลสาบน้ำแข็งเพื่อฆ่าตัวตาย ข้ายังจะเชื่อเจ้าได้หรือ”


เหวินเหลียงมองสลับทั้งสองอย่างตกใจ.. ระหว่างที่เสวี่ยม่านต้องทนทุกข์ในวังหลวงน่ะหรือถึงกับจะฆ่าตัวตาย


“หากข้ายังอยู่อย่าหวังจะได้ตัวเสวี่ยม่านไป”


เหวินเหลียงเริ่มเปิดศึกกับหลี่เซวียนอีกครา ทั้งคู่สูสีด้วยกระบวนท่าที่สามสิบไล่เลี่ย เหวินเหลียงเริ่มทราบวิธีหลบการหักเหของกระบวนท่าวารีรินไหลของหลี่เซวียนจึงตั้งรับและตอบโต้อย่างมีชั้นเชิงมากขึ้น


ทั้งคู่สู้กันจนถอยหลังไปสุดปลายชะง่อนผา ความชันอาจจะไม่สูงมากนักแต่เบื้องล่างคือแม่น้ำเชี่ยวกราดมีโอกาสรอดหากว่ายข้ามฝั่งแต่เป็นไปได้ยากนัก


“เหวินเหลียงระวัง!!”


หลี่เซวียนทั้งผลักทั้งดันพร้อมกับเสียดแทงกระบี่เข้าไปยังลำตัวของเหวินเหลียง ในกายเขามีอาวุธลับซ่อนอยู่หลายจุดจึงได้เปรียบ


ข้อเท้าเล็กหนักอึ้งแต่กลับวิ่งตามไป มือเรียวงามหมายจะจับอีกคนที่กำลังร่วงหล่น ภาพเบื้องหน้าคือเหวินเหลียงตกลงไปยังเบื้องล่างถูกโอบอุ้มไว้ด้วยแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวแม้จะไขว่ขว้าอย่างไรก็มิท่วงที


“หยาง เหวินเหลียง!!!”


เสวี่ยม่านกำลังจะกระโดดตามลงไปอย่างมิไตร่ตรองสิ่งใดอีกแล้วกลับถูกเหนี่ยวรั้งไว้ที่เอว ใบหน้าใสสะอ้านเต็มไปด้วยธารน้ำอุ่นสีใส ดวงตาพร่ามัวไปด้วยมวลน้ำตา อ้อมกอดที่อบอุ่นของใครบางคนกอดตนไว้แนบแน่น


“ข้ากลับมา..ช่วยเจ้าแล้ว ไม่ร้องนะเสวี่ยม่าน”


ริมฝีปากแห้งผากถูกประกบจูบแผ่วเบาจนเสวี่ยม่านนิ่งงันไปพลีนสวมกอดคนตรงหน้าแนบแน่น


“ไม่มีเจิ้น.. ไม่มีเหวินซาน มีเพียงข้าและเจ้า”


คำศัพท์เรียกแทนตัวที่แปรเปลี่ยนไปอย่างไม่ถือยศศักดิ์ใดๆกับคนผู้นี้อีกแล้ว เสวี่ยม่านสำคัญกับตนอย่างไร ยามนี้ในใจย่อมรู้ดี



TBC................... 


เหวินซานกลับมาจัดการทุกอย่างแล้วนะคะและกำลังจะเปิดเรื่องใหม่อย่างเป็นทางการ💕

ฝากติดตามด้วยค่ะ

ข้าเกิดมา 4999 ปี

จะเปิดพร้อมลงตอนหน้าแน่นอน

//ใครชอบก็เม้นคุยกันได้ค่า💕

ปล.ตอนนี้ไรท์ขอถึงแค่ 10 คอมเม้นท์จะรีบมาต่อตอนใหม่ให้นะคะ อีกแค่ไม่เกิน 6 ตอนก็จบเรื่องนี้แล้วน้า💕

ความคิดเห็น